[เต้ตี๋] บ้านไร่อุ่นไอรัก [จบ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,423 Views

  • 98 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    681

    Overall
    10,423

ตอนที่ 1 : เด็กดื้อของคุณป๊า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

  

     
     (คุณป๊าวันนี้หนูกลับดึกน้า)
     "หนูจะไปไหน ไหนว่าจะกลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน"
     (หนูจะไปปาร์ตี้ฉลองสอบเสร็จกับเพื่อน)
     "โอเค งั้นก็อย่ากลับดึกมากล่ะเข้าใจมั้ย ถ้าเสร็จแล้วก็ให้ลุงชาติไปรับ...ฮัลโหล น้องตี๋ได้ยินป๊ามั้ย"
     (สัญญาณไม่ค่อยดีเลยคุณป๊า เจอกันที่บ้านนะ จุ๊บๆ) มาไม้นี้ตลอด แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แต่พ่อที่ตามใจลูกจนเสียคนอย่างเขาจะไปทำอะไรได้ ถ้าขัดใจเข้าหน่อยเดี๋ยวก็อาละวาดบ้านแตกอีก
     ธนาธรเป็นนักธุรกิจแนวหน้าและเป็นพ่อหม้ายที่มีลูกสาวหนึ่งคนและลูกชายคนเล็กอีกหนึ่งคน ลำพังลูกสาวน่ะไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เนื่องจากเรียนเก่งจนสามารถสอบชิงทุนไปเรียนคณะบริหารธุรกิจที่ต่างประเทศได้ จนกระทั่งตอนนี้ก็เรียนจบกลับมาช่วยงานที่บริษัทให้เขาชื่นใจแต่เจ้าลูกชายคนเล็กเนี่ยสิ...
     ...การเรียนก็พอไปวัดไปวาแต่ติดเที่ยวและใช้เงินสิ้นเปลืองมาก อายุอานามก็ยี่สิบเอ็ดเข้าไปแล้วแต่กลับทำตัวเหมือนเด็กๆ ด้วยถูกเลี้ยงดูมาแบบผิดๆ จากทั้งเขาและคุณย่าซึ่งต้องการจะชดเชยช่วงวัยเด็กที่ธนพลไม่มีแม่เหมือนคนอื่น เรียกว่าอยากได้อะไรก็หามาประเคนให้ตลอด ไม่เคยขัดใจเลยสักครั้ง รู้ตัวอีกทีเจ้าลูกชายก็กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ติดความสบายติดความหรูหราไปซะแล้ว
     "อ้าว คุณธนาธรไม่เจอกันตั้งนาน" เสียงร้องทักทำให้เขาหลุดจากภวังค์ก่อนจะหันไปเจอเพื่อนคู่ค้าธุรกิจของเขาที่รู้จักกันมายาวนานเกือบยี่สิบปีเดินเข้ามาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
     "คุณชัยโรจน์ผมไม่คิดว่าคุณจะมางานนี้ด้วย ไม่เจอกันตั้งนานนะครับ"
     "งานประชุมวิชาการใหญ่ขนาดนี้ผมก็ต้องมาอัพเดตข้อมูลใหม่ๆ หน่อยสิครับ"
     "ว่าแต่ที่สวนเป็นยังไงบ้างครับได้ข่าวว่าตอนนี้ขยายไปทำอย่างอื่นนอกจากสวนส้มด้วย"
     "ก็เรื่อยๆ นั่นแหละครับ พยายามสรรหาอะไรใหม่ๆ มาให้ชาวบ้านเขาทดลองปลูกกัน"
     "สงสัยผมต้องขอแบ่งปันข้อมูลเรื่องการทำไร่ทำสวนกับคุณบ้างซะแล้วสิ" ตัวเขาเองจับแค่ธุรกิจที่รับวัตถุดิบมาและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกไปสู่ท้องตลาดเท่านั้น ไอ้เรื่องต้องดูแลวัตถุดิบทางการเกษตรตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดเป็นต้นอ่อนมันไม่ใช่งานถนัดเขาเลยสักนิด
     "ยินดีที่สุดเลยครับ"
     "เต้ มาหาพ่อทางนี้หน่อยสิ มาสวัสดีคุณอาธนาธรเขาหน่อย" ชัยโรจน์หันไปเห็นลูกชายของตัวเองกำลังเดินเข้ามาในงานพอดี จึงกวักมือเรียกคนเป็นลูกให้เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยกัน
     "อ๋อ ตาเต้นี่เอง ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อจนอาเกือบจำไม่ได้แหนะ" ธนาธรว่าพลางมองชายหนุ่มที่เคยพบเจอแค่ตอนที่อีกฝ่ายยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น
     "สวัสดีครับคุณอา" ร่างสูงยกมือไหว้บุคคลที่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย
     "เป็นไงบ้าง ตอนนี้คงเรียนจบให้พ่อแม่ภูมิใจแล้วสินะ"
     "เรียนจบมาได้หลายปีแล้วครับ ก็มาช่วยงานผมที่สวนเนี่ยแหละ" ชัยโรจน์ตอบแทนลูกชาย
     "ดีจริงๆ ถ้าเจ้าลูกชายคนเล็กของอาได้อย่างเราสักครึ่งนึงก็คงดี" ธนาธรชมชายหนุ่มไม่ขาดปาก คนตรงหน้าเขาเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่เรียนจบปุ๊บก็เข้ามาพัฒนากิจการสวนส้มกรีพลฤกษ์ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปแถมตอนนี้ยังมีโปรเจ็คจะพัฒนาผลผลิตเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอีกด้วย
     "ลูกชายของคุณอาใช่น้องตี๋รึเปล่าครับ ผมจำได้ว่าเคยเห็นน้องมาวิ่งเล่นที่สวนตอนเด็กๆ" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเมื่อจำได้ว่าคุณอาคนนี้เคยมาที่สวนส้มของพ่อและพาเด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งมาด้วยกัน
     "ใช่น้องตี๋นั่นแหละ อาล่ะอ่อนใจ วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น เรียนได้เกรดไม่ดีน่ะอาไม่เคยว่าเลยสักคำ แต่เรื่องดื้อนี่อาสุดจะทน ไอ้เราคนเป็นพ่อพอเห็นน้ำตาลูกหน่อยก็ใจอ่อนทุกที"
     "ได้ยินแบบนี้แล้วนึกถึงลูกชายของคุณทิณกรนะว่ามั้ยตาเต้ อายุสิบขวบแต่ดื้อมากๆ พ่อแม่เขาก็เอามาฝากให้ได้ลองทำงานในไร่ในสวน พอกลับบ้านไปพ่อแม่นี่ชมเปราะเลยว่าเป็นเด็กดีขยันอดทนขึ้นมาก"
     เมื่อได้ฟังชัยโรจน์พูดออกมาอย่างนั้นธนาธรก็เกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา...ถ้าวิธีการนี้สามารถทำให้เจ้าลูกชายตัวแสบของเขาทำอะไรเป็นโล้เป็นพายขึ้นมาได้บ้าง มันก็น่าสนใจไม่ใช่เหรอ
     "เอ่อคุณชัยโรจน์ครับ..." ธนาธรลังเลนิดหน่อยก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป
     "ครับ?"
     "จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าถ้าผมอยากจะฝากฝังลูกชายให้ไปดูงานที่สวนของคุณชัยโรจน์สักสองสามเดือนในช่วงปิดเทอม แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะครับ ผมจะดูแลให้"
     "โอ๊ยคุณธนาธร เรื่องเงินน่ะไม่ต้องกังวลเลย ปกติสวนของเราก็เปิดให้เด็กฝึกงานเข้ามาฝึกอยู่แล้ว" ชัยโรจน์วางมือลงบนบ่าอีกฝ่ายราวกับจะให้อีกฝ่ายเบาใจลง ถ้ามีเด็กรุ่นใหม่มาดูงานเรื่องการเกษตรเยอะๆ ชัยโรจน์ก็ยิ่งยินดีเพราะเดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวสมัยใหม่พอเรียนจบก็อยากจะทำงานในเมืองใหญ่กันทั้งนั้น น้อยคนนักที่จะกลับมาเอาดีด้านการเกษตรทำไร่ทำสวนทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าแล้วแท้ๆ
     "ถ้าอย่างนั้นฝากลูกชายของผมด้วยนะครับ แต่น้องอาจจะดื้ออาจจะซนไปสักหน่อย" ธนาธรว่า ทุกครั้งที่พูดถึงลูกชายเขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีลูกสี่ห้าขวบทุกที...ยิ่งมองดาวิชญ์เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากให้ลูกตัวเองมีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำมากกว่านี้
     "ผมน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าไงล่ะตาเต้มีเด็กไปฝึกงานที่ไร่อีกสักคน ดูแลไหวมั้ย"
     "ก็ถ้าน้องเขาไม่ติดอะไร ทางเราก็ยินดีต้อนรับครับ มีอะไรให้เขาได้ลองทำเยอะเลย" เมื่อฝ่ายนั้นยอมตกปากรับคำแล้วก็ไม่มีอะไรต้องกังวล คราวนี้ก็เหลือแค่ต้องไปเกลี้ยกล่อมเจ้าลูกชายให้ได้ แต่คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม้อ่อนไม่ได้ผล คราวนี้เขาอาจจะต้องลองใช้ไม้แข็งบ้างแล้ว...


  
เมษ เมธานันท์ วิเศษเจริญมั่น

     "โคตรหนุกอ่า หายเครียดเลย" ผมขยับเท้าไปตามเสียงเพลงระหว่างนั่งอยู่ข้างไอ้เมษที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถมาส่งผมที่บ้าน เพราะโทรศัพท์มือถือผมแบตหมดก็เลยโทรตามลุงชาติให้มารับไม่ได้และผมไม่ใช่คนประเภทที่จะนั่งรถสาธารณะแน่นอน
     "มึงเครียดอะไรมิทราบ หนังสือก็ไม่ได้อ่าน" 
     "กูอ่านเถอะ!"
     "เดี๋ยวผลสอบออกมาก็รู้ ถ้ามึงติดเอฟมากูจะขำให้" ไอ้เมษนี่ชอบทำให้เสียอารมณ์จริงๆ ก็เข้าใจแหละว่ามันเป็นห่วงกลัวว่าผมจะเรียนไม่จบ แต่ผมดูแลตัวเองได้น่า ไม่ให้มันต้องมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชหรอก
     "จอดๆ ตรงนี้แหละ ไม่ต้องขับเข้าบ้านเดี๋ยวคุณป๊าตื่น" ผมว่าพลางเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมลงจากรถคันหรูแต่มันดันจับแขนผมเอาไว้ ผมก็เลยต้องกลับมานั่งที่เดิมพลางเลิกคิ้วมองหน้ามัน
     "ไหนอะค่ารถ" มันแบมือตรงหน้าผม
     "กูไม่พกเงินสดแต่เดี๋ยวกูโอนผ่านแอปให้"
     "มึงคิดว่าคนอย่างกูจะเอาเงินไปทำไรอีก คิดสิคิด" เออว่ะ บ้านมันรวยกว่าผมนี่หว่า
     "แล้วมึงจะเอาไร"
     "เอากู๊ดไนท์คิสได้ปะ" มันชี้ปากตัวเองโดยไม่ลืมยักคิ้วหลิ่วตาแบบที่สาวๆ ทั้งมหาลัยหลงใหลนักหนามาให้
     "เดี๋ยวกูตี! มึงจะทำเจ้าชู้กับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กู"
     "เออ! กูก็ล้อเล่นมั้ยล่ะ แกล้งมึงสนุกดี" มันปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยก่อนจะไล่ผมลงมาจากรถแล้วขับออกไป
     ไอ้เมษเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของผมเพราะเราเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอดพอเข้ามหาลัยก็ยังแอดมาติดคณะเดียวกันอีก สนิทกันจนบางคนภายนอกมองมาแล้วคิดว่าเราคบกันอยู่ แต่ผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางแน่นอน เราสองคนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ถึงไอ้เมษมันจะชอบแกล้งทำเจ้าชู้ใส่ผมแบบเมื่อกี้แต่มันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย
     ผมถอดรองเท้าไว้ส่งๆ ตรงประตูบ้านอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะมีเด็กรับใช้กุลีกุจรเอารองเท้าสลิปเปอร์มาเปลี่ยนให้ ตัวผมมีแต่กลิ่นบุหรี่ที่ติดมาจากในผับ แสบจมูกเป็นบ้า ผมเองเป็นคนไม่ใช่คนชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อยู่แล้ว ที่ตามๆ ไปกับกลุ่มเพื่อนก็เพราะอยากเต้น อยากฟังเพลงสนุกๆ คลายเครียดเฉยๆ
     "น้องตี๋ กลับมาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มของคุณป๊าทำให้ผมต้องหันไปมอง ก่อนจะเจอชายวัยห้าสิบยืนกอดอกรออยู่ตรงห้องรับแขก
     "อ้าวคุณป๊า หนูคิดว่าคุณป๊าเข้านอนแล้วซะอีก" 
     "ก็ป๊ารอคุยกับหนู" 
     ลางไม่ค่อยดีเลยแฮะ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่มีทางที่คุณป๊าจะนั่งรอผมกลับบ้านจนถึงดึกดื่นหรอก
     "พรุ่งนี้ได้มั้ย หนูง่วงนอนแล้ว" ผมว่าพลางหาววอดๆ "พี่แนนครับ ไปเตรียมน้ำอุ่นให้ที หนูอยากอาบน้ำ"
     "ค่ะคุณหนู" สาวใช้รับคำพร้อมเอากระเป๋าของผมขึ้นไปเก็บ
     "น้องตี๋ปิดเทอมนี้ ป๊าอยากให้หนูไปดูงานที่สวนส้มของเพื่อนป๊า" คุณป๊าพูดเข้าประเด็นทันที
     "สวนส้ม...ฟลอริด้าเหรอ! หนูอยากไป หนูชวนเมษไปด้วยได้มั้ย จะได้ไปอาบแดด..."
     "สวนส้มที่เชียงรายลูก" อะไรกัน! พูดถึงส้มก็ต้องเป็นฟลอริด้าสิ มันจะกลายเป็นเชียงรายไปได้ยังไง
     "เชียงราย! ไม่เอาหนูไม่ไป"
     "ไม่ได้ ป๊าตกลงกับเขาไว้แล้ว"
     "เขาไหน หนูไม่รู้จักสักหน่อย" ผมปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่มีวันที่ผมจะเอาช่วงเวลาปิดเทอมสามเดือนไปคลุกอยู่ในสถานที่ทุรกันดารแบบนั้นหรอก น้ำประปาไฟฟ้าเข้าถึงหรือยังก็ไม่รู้ อินเตอร์เน็ตคงยิ่งไม่ต้องหวัง!
     "ทำไมจะไม่รู้จัก ตอนเด็กๆ ป๊ายังเคยพาหนูไปวิ่งเล่นที่นั่นอยู่เลย สวนส้มกรีพลฤกษ์ไงลูก ตอนเด็กๆ หนูบอกว่าส้มที่นั่นหวานที่สุดในโลก" โอ๊ย แล้วคุณป๊าจะมายึดอะไรกับคำพูดของเด็กห้าขวบ ตอนนี้ผมเกลียดธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้ สายลม แสงแดดและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดโดยเฉพาะเด็ก
     ดังนั้นผมจะไม่ออกจากกรุงเทพเมืองศิวิไลซ์ของผมเด็ดขาด!
     "ก็นั่นมันตอนเด็ก ถ้าคุณป๊าอยากไปนักก็ไปคนเดียวเลย" ผมพูดพลางเดินกระแทกส้นเท้าไปที่บันได
     "ถ้าพูดไม่เชื่อ ป๊าจะปิดบัตรเครดิตหนูทุกใบแล้วก็จะบอกคุณย่าไม่ให้เงินหนูด้วย" คุณป๊าพูดตามหลังมาเล่นเอาผมเดือดร้อนใจยิ่งกว่าเดิม
     "คุณป๊า! ทำไมทำแบบนี้ ไม่รักหนูแล้วใช่มั้ย"
     "ไม่ใช่คุณป๊าไม่รักหนูนะ แต่ช่วงนี้หนูฟุ่มเฟือยเกินไปแล้วรู้ตัวหรือเปล่า"
     “อะไรกันสองพ่อลูก คุยกันเสียงดังลั่นบ้านเลย” คุณย่าเดินออกมาจากห้องนอนของท่านที่อยู่ชั้นล่าง ผมปรี่เข้าไปกอดเอวท่านไว้แน่นก่อนจะบีบน้ำตาร้องขอความเห็นใจ
     “ฮือออ คุณย่าาาา ช่วยหนูด้วย คุณป๊าไม่รักหนูแล้วจะส่งหนูไปสวนส้มที่เชียงราย”
     “อะไรกัน จะเอาตาหนูไปไหน แม่ไม่ยอมนะ” คุณย่าออกโรงปกป้องผมทันที ก็ผมเป็นหลานรักนิ ย่าที่ไหนจะทนให้หลานชายตัวเองไปตกระกำลำบากได้
     “คุณแม่อย่าไปให้ท้ายหลานมากนักสิครับ เสียผู้เสียคนกันพอดี ผมแค่จะให้น้องตี๋ลองไปเรียนรู้งานในไร่ดูเท่านั้นเองเผื่อว่าจะมาต่อยอดธุรกิจอะไรของเราได้บ้าง"
     "ทำไมเราใจร้ายกับลูกแบบนี้ เด็กมันไม่เคยลำบากจะให้ไปตากแดดตากลมในไร่ในสวนอย่างนั้นได้ยังไง!"
     "จริงด้วย หนูทำไม่ไหวหรอก ฮือ หนูไม่แข็งแรง" ผมร้องห่มร้องไห้ใหญ่โตจนคุณย่าต้องรีบปลอบผมเป็นการใหญ่ ส่วนคุณป๊าก็ยังดูไม่มีท่าทีเปลี่ยนใจเลยสักนิด บรรดาคนรับใช้ในบ้านก็ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น
     "ก็จะได้ฝึกให้ตาหนูเป็นผู้ใหญ่สักทีไงครับคุณแม่"
     "ฮือ ไม่เอา หนูไม่ไปเชียงราย คุณย่าช่วยหนูด้วยนะ หนูจะอยู่กับคุณย่า"
     "ไม่ต้องไปไหนลูก อยู่กับย่าเนี่ยแหละ!" คุณย่าพูดเสียงแข็ง
     "เอ...เมื่อวานคุณแม่ไปบ้านคุณหญิงวิไลทำไมนะครับ" คุณป๊าทำท่าคิดก่อนจะแสดงสีหน้าของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
     "ฉัน...ฉันก็ไปจิบน้ำชายามบ่ายน่ะสิ!"
     "จิบน้ำชาแล้วทำไมนายชาติถึงบอกผมว่ามีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเลขด้วยล่ะครับ"
     "ตัวลงตัวเลขอะไรก๊านน!"
     "ผมบอกคุณแม่แล้วนะครับว่าอย่าไปจับกลุ่มเล่นไพ่กับพวกคุณหญิงคุณนายอีก ถูกตำรวจจับขึ้นมาคนที่จะเสียชื่อก็คือคุณแม่นะครับ"
     "นี่คุณย่าไปเล่นไพ่มาอีกแล้วเหรอครับ"
     "เราพูดอะไร ย่าไม่รู้เรื่องสักหน่อย! ฮ้าวว ชักจะง่วงซะแล้วสิ คนแก่ก็อย่างนี้แหละ น้องตี๋ลูก ย่าไปพักผ่อนก่อนนะ ฝันดีนะลูก" คุณย่าหันมาบีบมือผมเบาๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งผมกับคุณป๊าไว้สองคน
     เมื่อกี้ยังบอกว่าจะปกป้องผมอยู่เลย!!
     "น้องตี๋ไม่ต้องไปรบกวนคุณย่าเลย มาคุยกับคุณป๊าให้รู้เรื่องก่อน" คุณป๊าใช้น้ำเสียงดุๆ กับผมแล้วสั่งให้ผมไปเก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกเดินทางในอีกสองวัน
     "หนูไม่ไป!! ให้ตายยังไงหนูก็ไม่ไป"
     "ทำตัวไม่น่ารักเลยนะน้องตี๋ แค่นี้ทำเพื่อป๊าไม่ได้เหรอ ดูอย่างพี่ต้นข้าวสิ ป๊าอยากให้พี่เขาทำอะไร พี่เขาก็ทำให้ตลอด"
     ก็ผมไม่ใช่พี่ต้นข้าว...ผมไม่มีวันและไม่มีทางเก่งได้อย่างพี่เขาหรอก
     "ถ้าคุณป๊าอยากให้หนูไปนัก หนูก็จะไป หนูจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย!" ผมเดินฟึดฟัดไปที่บันได คุณป๊าก็รีบตามมาจับแขนผมไว้แต่ผมสะบัดออกอย่างโกรธเคือง
     "ป๊าให้หนูไปแป๊บเดียวเองนะลูก ไม่นานก็ได้กลับมาอยู่บ้านแล้ว โตแล้วต้องมีเหตุผลนะน้องตี๋"
     "หนูไม่อยากฟัง! ถ้าคุณป๊าไม่อยากให้หนูอยู่ หนูก็จะไม่อยู่ แล้วคุณป๊าไม่ต้องไปส่งหนู ไม่ต้องมาเยี่ยมหนูด้วย ไม่ต้องมาคุยกับหนูอีก เข้าใจมั้ย!!" ผมพูดไปด้วยความโกรธก่อนจะวิ่งขึ้นมาที่ห้องนอนพร้อมล็อคประตูห้องเสร็จสรรพ ได้ยินเสียงฝีเท้าของคุณป๊าตามขึ้นมาแต่คุณป๊าก็หยุดแค่หน้าประตู ไม่เคาะประตูเรียกให้ผมออกไปคุยหรือง้อผมเหมือนทุกครั้งด้วยซ้ำ หรือว่าครั้งนี้คุณป๊าจะหมดความอดทนกับผมแล้วจริงๆ
     ผมรีบเอาโทรศัพท์ตัวเองไปเสียบที่ชาร์ตแล้วกดโทรออกหาคนที่พึ่งขับรถออกไปจากบ้านตัวเองเมื่อสิบนาทีก่อนอย่างร้อนรน
     (ว่าไง เปลี่ยนใจจะกู๊ดไนท์คิสกูเหรอ) มันกระเซ้าเย้าแหย่แต่ผมไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย
     "ฮืออออ เมษษษษษ"
     (เป็นไรวะ เมาเหรอ)
     "เมาไรล่ะ นี่ทะเลาะกับคุณป๊า" ผมฟ้องเมษทันที มันก็เป็นอีกคนที่ชอบโอ๋ผม โอ๋ไปด้วยด่าไปด้วย
     (อีกละ มึงอะไม่ต้องทำไรเลย นั่งเฉยๆ เดี๋ยวคุณป๊าก็มาง้อมึงเอง)
     "มาที่ไหนล่ะ คุณป๊าจะไล่กูไปอยู่เชียงรายแล้ว ช่วยด้วยยย!" ผมโวยวาย
     (บ้าน่า คนง่อยเปลี้ยพึ่งพาตัวเองไม่ได้อย่างมึงจะไปอยู่ต่างจังหวัดได้ยังไง) เอ๊ะ...!
     "ก็ใช่น่ะสิ กูขาดความเจริญไม่ได้ มึงเข้าใจใช่มั้ย แล้วถ้ากูไปอยู่นั่นใครจะดูแลกูอะ คนรับใช้ก็ไม่มี"
     (งั้นก็บอกเขาไปสิว่าอยู่ไม่ได้)
     "กูก็บอกไปแล้วปะ แต่เขาบอกว่าถ้ากูไม่ไปเขาจะปิดบัตรเครดิตกู"
     (โหดสัส งั้นมึงคงไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ เขาจะตัดท่อน้ำเลี้ยงมึงอย่างนี้)
     "ช่วยด้วยยย"
     (จะให้กูช่วยยังไง)
     "ตี๋ขอไปอยู่บ้านเมษสักอาทิตย์ได้มั้ย ถ้าคุณป๊าไม่เจอหน้ากู เอ้ย หน้าตี๋สักพัก คุณป๊าต้องคิดถึงแน่ๆ แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจไม่ให้ตี๋ไปเชียงราย น้า น้า น้า~" ผมทำเสียงออดอ้อนพยายามพูดเพราะๆ กับมันเผื่อว่ามันจะเห็นใจ
     (ไม่ได้ กูต้องไปปารีส นัดที่บ้านไว้แล้ว)
     "โธ่ คำว่าเพื่อนมันสั้นจริงๆ!!"
     (ยาวกว่านี้ กูกับมึงคงต้องแต่งงานกันแล้วล่ะซึ่งกูไม่แต่งแน่ๆ) มันพูดเสียงเนือยๆ
     หนอยแน่ะ! โทรมาปรึกษาแค่นี้ก็เบื่อผมแล้วเหรอ!!
     "ทำไม แต่งกับกูมันไม่ดีตรงไหน!"
     (จะให้กูพูดจริงๆ เหรอ มึงอะโคตรเอาแต่ใจ ขี้เกียจ ขี้แง ขี้โวยวาย งี่เง่า ไม่รู้คนที่บ้านมึงเขาทน...)
     "พอๆ กูโทรมาขอปรึกษาไม่ใช่โทรมาให้มึงด่า ถ้าไม่ช่วยก็แค่นี้นะ!"
     (เดี๋ยวไอ้ตี๋...!!!) ผมกดตัดสายอย่างหงุดหงิดก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปไว้บนเตียง
     ใช่สิ ผมมันเหลือตัวคนเดียวบนโลกอันกว้างใหญ่ ใครๆ ก็ไม่รักแม้แต่คุณป๊ายังคิดจะขับไล่ไสส่งผมออกจากบ้านเลย ไม่ต้องพูดถึงไอ้เมษที่จะหนีผมไปมีความสุขที่ปารีสอีก...ไหนว่าต่อจากนี้จะมีเรา เราและนายไง
     ฮึยย โกหกทั้งเพ!! แล้วผมจะทำยังไงล่ะทีนี้ ดันไปตกปากรับคำคุณป๊าเพราะประชดไปแล้วด้วย
     ไม่! ยังไงผมก็ไม่มีวันไปอยู่ที่สวนส้มบ้านั่นเด็ดขาด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #13 ยุ้ย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 13:24

    สนุกอ่ะ ตลกที่นางบอกว่า จะไปอาบแดดที่ฟอลิดา ไปอาบแดดที่สวนส้มเชียงรายดีกว่าลูก

    #13
    1
    • #13-1 Spicky (@nooksingto) (จากตอนที่ 1)
      16 ตุลาคม 2561 / 13:43
      555 น้องผิดหวัง น้องอยากไปฟลอริด้า
      #13-1
  2. #8 Aileen_04 (@Aileen_04) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 19:35
    ตี๋ตี๋ลูก หนูจะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้ ไปๆสะเถอะสวนส้มน่ะ ตอนนี้อาจจะไม่อยากไปอยู่แต่พอได้อยู่หนูอาจจะไม่อยากกลับกรุงเทพเลยนะลูก เชื่อป้าสิ5555 ส่วนพี่เต้ก็งานหนักหน่อยนะ5555
    #8
    0
  3. #7 lew180849 (@lew180849) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:02
    ดัดนิสัยเลยพี่เต้
    #7
    0
  4. #6 Peachy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 15:38

    ดัดนิสัยกันยาวๆแน่หนูตี๋ วงวารพี่เต้ล่วงหน้าเลย

    #6
    0
  5. #5 hello_sosai (@hello_sosai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 15:06
    พี่เต้ต้องดัดนิสัยหนักเเน่ๆ
    #5
    0