[Fic:KHR] Tales of Vongola ศึกชิงคัมภีร์แห่งวองโกเล่

ตอนที่ 3 : 01 : Normal day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 มิ.ย. 58

 

01

Normal day

 

 

@ประเทศญี่ปุ่น เมืองนามิโมริ

            “รีบอร์น นายจะไปไหนน่ะ!?” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลฟูฟ่องถามขึ้นเมื่อเห็นครูฝึกพิเศษของเขากำลังเก็บข้าวของอย่างงกๆ แถมส่งเสียงดังจนเจ้าตัวต้องตื่นขึ้นมาทั้งๆที่ควรจะตื่นไปโรงเรียนตั้งนานแล้ว

            “ฉันจะไปอิตาลี่น่ะ” เด็กน้อยในชุดสูทสีดำห้อยจุกนมสีเหลือง สวมหมวกทรงสูงและมีกิ้งก่าคาเมเลออนเกาะอยู่เป็นเอกลักษณ์หันมาตอบเด็กหนุ่ม

“ระหว่างนี้นายก็พยายามทำตัวให้ถูกใจฮิบาริ เคียวยะ โอ๊ะ! ไม่ใช่ๆ ซาซางาวะ เคียวโกะ ให้ได้ล่ะ(มันมี เคียว นำหน้าเหมือนกันเลยเรียกผิด ฮ่าๆ) ถ้าฉันกลับมาแล้วนายกับเคียวโกะยังไม่คืบหน้าล่ะก็...เตรียมตัวโดนบทลงโทษได้เลย สึนะจอมห่วย”

            “อย่าเรียกฉันแบบนั้นจะได้ไหมเล่า!? ” เด็กหนุ่มนาม ซาวาดะ สึนะโยชิ วีนแตกขณะที่รีบอร์นกำลังเอาปืนจ่อกบาล “ว่าแต่ไปอิตาลี่ทำไมเหรอ? รีบอร์น”

“พอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง” รีบอร์นพูดและเก็บปืน สึนะถอนหายใจเล็กน้อยเป็นเชิงโล่งใจ “เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับนายโดยตรงก็แค่นั้นเอง”

เกิดเรื่อง!?

“ก็ในเมื่อมันเกี่ยวข้องแล้วจะไม่ให้ฉันสนใจได้ยังไงล่ะเฟ้ย!

“เอาเถอะ! ไว้กลับมาฉันจะเล่าให้ฟัง” รีบอร์นแบกถุงอะไรก็ไม่รู้ไว้บนบ่าและกระโดดลงจากที่นอนไปเหยียบบนขอบหน้าต่าง

“ที่สำคัญตอนนี้นายรีบไปเรียนจะดีกว่านะ เดี๋ยวก็ไปสายและไม่ได้เดินไปโรงเรียนกับเคียวโกะเขาหรอกหรอก” พอพูดจบรีบอร์นก็กระโดดลงจากหน้าต่างไปในทันที

“...เกี่ยวข้องกับฉันโดยตรง...งั้นเหรอ?” สึนะทบทวนคำพูดรีบอร์นก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระของตัวเอง

 

เวลาต่อมา

“สึนะ อรุณสวัสดิ์” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเขา สึนะหันหน้าไปดูเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้พิทักษ์พิรุณแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ ยามาโมโตะ ทาเคชิ เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง

“อ...อรุณสวัสดิ์ ยามาโมโตะ” สึนะตอบรับ ยามาโมโตะยิ้มและเดินเข้ามากอดคอเพื่อนรักทันที

ตึก...ตึก...ตึก...ตึก...!!!!

“ไอ้เจ้าบ้าเบสบอล! ปล่อยแขนของแกออกจากรุ่นที่ 10 เดี๋ยวนี้นะ!!!

จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าที่ดังระรัวมาทางด้านหลังของพวกเขาพร้อมๆกับเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตะโกนด้วยเสียงโกรธแค้นมาแต่ไกลโข พวกเขาหันไปมองก็พบกับมือขวาของบอสวองโกเล่รุ่นที่สิบ โกคุเทระ ฮายาโตะ ที่กำลังวิ่งมาอย่างฉุนจัดเนื่องจากเห็นยามาโมโตะกอดคอบุคคลที่ตนนั้นเคารพรัก

“อ้าว! โกคุเทระ อรุณสวัสดิ์” ยามาโมโตะหันมายิ้มให้เด็กหนุ่มคนนั้นซึ่งเป็นผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่ แฟมิลี่ที่ตอนนี้กำลังแผ่รังสีมืดอำมหิตมาแต่ไกล

“ฉันบอกให้ปล่อยมือจากรุ่นที่สิบไง เจ้าบ้า!!” โกคุเทระพูดและดันยามาโมโตะออกไปไกลๆ

“แหม...โกคุเทระนี่แรงเยอะจริงๆเลยนะ” ยามาโมโตะยอมปล่อยแขนแต่โดยดีและยิ้มร่า “ท่าทางคงจะกินอาหารที่คุณเบียงกี้ทำจนมีแรงเยอะแน่ๆเลย”

“ฉันไม่มีทางกินอาหารที่อาเจ๊ทำเด็ดขาด” โกคุเทระยืนยัน ขืนเขากินเข้าไปมีหวังตายแล้วไม่ได้กลับมาเกิดอีกแน่ อาหารนั่นเป็นยาพิษชั้นดีที่ใช้ฆ่าคนได้ภายในพริบตาเลยก็ว่าได้ แค่เห็นหน้าตาอาหารที่ เบียงกี้ พี่สาวต่างมารดาของเขาทำก็ไม่มีใครกล้ากินแล้ว

เป็นฉัน ฉันก็ไม่กินเหมือนกันแหละสึนะพูดเสริม

จากนั้นทั้ง 3 คนก็เดินไปโรงเรียนด้วยกัน เดินผ่านตึกราบ้านช่องมากมาย นักเรียนจากหลายโรงเรียนต่างก็เดินไปโรงเรียนและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกสึนะพูดคุยกันเรื่องต่างๆซึ่งแต่ละเรื่องก็ต้องจบลงด้วยโกคุเทระวีนแตกทุกที ซึ่งนั่นมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

... เป็นเรื่องปกติ...ตั้งแต่ตอนที่มีรีบอร์น ...

“ฮาฮิ~ อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน” ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น จู่ๆก็มีสาวน้อยผมสีน้ำตาลวิ่งเข้ามาตัดหน้าพวกสึนะด้วยท่าทีที่ร่าเริงเอามากๆ

“ฮ...ฮารุ?” สึนะพูด “อ...อรุณสวัสดิ์”

“ฮิฮิ” มิอุระ ฮารุ สาวน้อยผู้ร่าเริงที่อยู่โรงเรียนสตรีล้วนมิโดริหัวเราะ และเข้าไปกระโดดกอดโกคุเทระทันที “คุณโกคุเทระ อรุณสวัสดิ์ค่ะ~

“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!?” โกคุเทระทำหน้าเหวอเหมือนมีปลิงมาเกาะแขนตัวเอง ไม่สิ! เหมือนมีหนวดปลาหมึกมาเกาะมากกกว่า ฮารุฉีกยิ้มให้ โกคุเทระทำหน้าแหยๆและพยายามสะบัดฮารุให้ออก แต่อย่าคิดนะว่าผู้หญิงจะแรงน้อย อย่าดูถูกผู้หญิงเชียว!

“แหม...ฮารุนี่น่าเริงได้ทุกวันเลยนะ ฮ่าๆ” ยามาโมโตะหัวเราะและกอดคอสึนะ ทำเอาโกคุเทระฉุนจัด ทางนี้ก็โดนฮารุกอดแน่นแล้วจะไปห้ามยามาโมโตะยังไง!?

“แก! ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาแขนของแกมากอดคอรุ่นที่สิบ!!” โกคุเทระหยิบระเบิดขึ้นมาไว้ในมือในฐานะมือขวาของรุ่นที่สิบจะไม่ให้ใครแตะต้องเด็ดขาด “ดับไปซ...อะ...”

“อ้าว! คุณโกคุเทระเอาระเบิดของเล่นมาทำไมล่ะคะนั่น?” เมื่อฮารุพูดว่าระเบิดของตัวเองเป็นระเบิดของเล่น เขาจึงหัวเสียและทำระเบิดตกลงพื้นตรงจุดที่ทั้งสี่คนยืนอยู่พอดีและที่สำคัญ...ระเบิดมันถูกจุดแล้ว!!!

ของเล่นบ้าบออะไรของเธอฮะ รีบหนีเร็วก่อนที่จะ...

ตู้มมมม!!!!

 

หลังจากเกิดระเบิดขึ้น พวกสึนะก็อยู่ในสภาพ...

 

@ห้องพยาบาล

“ขอโทษนะครับ รุ่นที่สิบ” โกคุเทระก้มหน้าขอโทษสึนะขณะที่ยามาโมโตะกำลังพันแผลให้สึนะอยู่

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะขว้างระเบิดใส่รุ่นที่สิบนะครับ ผมแค่จะขว้างใส่ไอ้เจ้าบ้าเบสบอลนี่ต่างหาก แต่ยัยฮารุดัน...”

“แบบนั้นไม่ได้นะโกคุเทระคุง ไม่ว่าจะขว้างใส่ฉันหรือยามาโมโตะก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ แล้วอีกอย่างจะไปโทษฮารุเขาก็ไม่ได้นะ” สึนะพูดขึ้นขัด ทำเอาโกคุเทระสลดทันทีเพราะท่าทีของคนตรงหน้าดูเหมือนจะดุเขาเหลือเกิน ยามาโมโตะหันไปมองที่โกคุเทระเงียบไปจากนั้นก็พันแผลให้สึนะต่อ

ทำให้รุ่นที่สิบต้องเจ็บตัวอีกจนได้ เป็นเพราะเจ้าบ้ายามาโมโตะแท้ๆ!

“อ๊ะ! เสร็จแล้ว สึนะ” ยามาโมโตะที่พันแผลให้สึนะเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอากล่องพยาบาลเก็บทันที

“ อืม ขอบใจนะยามาโมโตะ ”

“ไม่เป็นไรน่า ดีแล้วล่ะนะที่นายไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากอ่ะนะ” ยามาโมโตะพูดกับสึนะ แต่ว่าสายตาของเขามองไปที่โกคุเทระที่กำลังนั่งซึมอยู่

“วันหลังโกคุเทระ นายก็อย่าเล่นจริงจังนะนะ ไม่งั้นอาจจะตายยกโขลงเลยก็ได้อ่ะ ฮ่าๆ”

“รู้แล้วล่ะน่า”

“จริงสิ วันนี้ฉันเห็นเจ้าหนูเดินไปไหนก็ไม่รู้อ่ะนะ แบกถุงสีเขียวดูท่าทางรีบร้อนมากเลย เจ้าหนูนั่นกำลังจะไปไหนเหรอ?” ยามาโมโตะหันมาถามสึนะเรื่องที่เขาเห็นรีบอร์นเมื่อเช้าตอนมาโรงเรียนก่อนที่จะได้เจอกับสึนะ เมื่อสึนะได้ยินดังนั้นก็เงียบทันที

“เรื่องอะไรเหรอครับ? รุ่นที่สิบ” โกคุเทระถามเมื่อเห็นผู้ที่เคารพยิ่งของตนทำสีหน้าไม่ดี

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆเขาก็พรวดพราดออกไปเลยยังไม่ได้ทันถามอะไรเลย ไม่สิ ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก..”

แถมยังบอกให้เราทำตัวให้ถูกใจกับเคียวโกะจังอีก

“แล้วคุณรีบอร์นไม่ได้บอกอะไรเลยเหรอครับ?” โกคุเทระยังคงถามต่อไป

“ไม่เลยล่ะ”

บรรยากาศเริ่มเงียบลงไปอีกแล้ว ไม่มีใครที่คิดจะพูดอะไรหรือไม่รู้จะพูดอะไรกันแน่ แต่บรรยากาศแบบนี้ทำเอาหนุ่มร่างสูงผู้ที่บ้ากีฬาไม่ชอบใจเอาซะเลย

“เอาน่า! เดี๋ยวเจ้าหนูก็กลับมาเองแหละ ถ้ามาแล้วค่อยถามก็ได้นี่นา เนอะ?”

“อ...อืม นั่นน่ะสินะ” สึนะพูด “รีบเข้าห้องเรียนกันดีกว่า จะเข้าเรียนแล้ว”

 

พักเที่ยง

หลังจากที่คาบเรียนทั้ง 3 คาบที่แสนจะชิวๆสำหรับโกคุเทระที่สอบได้คะแนนเต็มทุกครั้ง แต่ทรหดสำหรับสึนะและยามาโมโตะผ่านไปแล้ว พระเจ้าก้ได้ประทานเวลาพักกลางวันให้พวกเขาได้พักสมองกันบ้าง ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่รอคอยของนักเรีบนทุกคนเลยก็ว่าได้

“รุ่นที่สิบคร้าบ ไปทานข้าวบนดาดฟ้ากันเถอะ” โกคุเทระก็ชวนสึนะไปกินข้าวบนดาดฟ้าทันที สึนะที่ทำหน้าเหมือนจะง่วงนอนเมื่อกี้ก็ลืมตาขึ้นมา

“หือ? ดาดฟ้าเหรอ?” สึนะทวน

“วันนี้คิดยังไงไปทานข้าวบนดาดฟ้าเนี่ย กินยาลืมเขย่าขวดหรือไง ฮ่าๆ” ยามาโมโตะเดินมาหัวเราะ โกคุเทระหันไปทำสายตาหงุดหงิดใส่ ยามาโมโตะได้แต่ยิ้ม “แต่ก็นะ นานๆทีจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างอ่ะ กินข้าวอยู่แต่ในห้องแบบนี้มันก็น่าเบื่ออ่ะ เนอะ?”

“นี่แก! นั่นมันความคิดฉันนะโกคุเทระวีน

“งั้นก็ไปทานข้าวบนดาดฟ้ากันเลยนะ” สึนะยืนขึ้นและหันหน้าไปทางเด็กสาวที่ตนหลงรักอยู่ ซาซางาวะ เคียวโกะ ที่น่าจะนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนสนิทของเธอ คุโรคาวะ ฮานะ ที่โต๊ะประจำของเธอ แต่ตอนนี้เธอทั้งคู่ไม่อยู่แล้ว

อ๊ะ! อ้าว! เคียวโกะจัง ไปซะแล้วเหรอ

กะว่าจะชวนไปทานข้าวแล้วเชียวนะ..

 

สึนะ โกคุเทระและยามาโมโตะ ทั้ง 3 คนเดินออกจากห้องเพื่อไปทานข้าวที่ดาดฟ้าของโรงเรียนนามิโมริ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ครื้นเครงที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนทุกคนได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่อั้นกันมาถึง 3 ชั่วโมงด้วยกัน แต่พอผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงหลังจากที่ทานข้าวเสร็จก็ต้องกลับไปนั่งเรียนตามปกติเหมือนเดิม ดังนั้นช่วงเวลานี้ก็เลยต้องใช้ให้คุ้มค่าซักหน่อย

ท้องฟ้าวันนี้ดูครึ้มๆเหมือนกับผู้พิทักษ์นภาแห่งวองโกเล่ทีวันนี้ดูไม่ค่อยจะร่าเริงซักเท่าไหร่ เหตุเพราะเมื่อตอนเช้ายังมีเรื่องค้างคาใจที่รีบอร์น ครูพิเศษของตนรีบร้อนถึงขนาดนั้น เขารู้ว่าถึงจะถามอะไรไปหมอนั่นก็คงไม่บอก เพราะงั้นสิ่งที่เขาทำได้คือต้องรอรีบอร์นกลับมาเท่านั้น

แต่จะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?

“รุ่นที่สิบครับ?” โกคุเทระเรียกทำให้สึนะออกจากห้อวงความคิดแล้วหันมาทางโกคุเทระแบบงงๆ

“มัวเหม่ออะไรอยู่น่ะครับ ทำไมไม่ทานล่ะครับ?”

“อ่ะ...อ้อ! ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละนะ แหะๆ”

“ก็นั่นแหละครับ ที่เรียกว่าเหม่อ”

“อ่ะ! เอ๋า! เหรอๆ ฮ่าๆๆ” สึนะได้แต่หัวเราะกับการกระทำของตัวเอง

ถ้าเกิดว่าจะต้องมาสู้กันเหมือนตอนที่โรคุโด มุคุโร่มาอีกล่ะก็.. ฉันจะทำยังไงเพื่อไม่ให้ทุกคนบาดเจ็บดีนะ?

“อ้าว! นั่นฮิบารินี่นา” ยามาโมโตะชี้ไปทางรุ่นพี่ผมสีนิลคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในดาดฟ้า

ล...ลืมไปซะสนิทเลยว่าคุณฮิบาริชอบมาที่นี่น่ะ

“ฮึ?” เด็กหนุ่มหันมามองพวกเขา 3 คนที่กำลังนั่งทางข้าวอยู่บนม้านั่งเวยสายตาเย็นชาก่อนที่จะหันไปทางอื่นเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างๆไม่สบอารมณ์

ฮิบาริ เคียวยะ รุ่นพี่ของพวกสึนะผู้เป็นกรรมการคุมกฏโรงเรียนนามิโมริที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในเมืองเลยก็ว่าได้ ใครหรือนักเรียนคนใดไปหาเรื่องกับเขาผลออกมาก็คือต้องหามเข้าส่งโรงพยาบาลทุกคน แต่ก็มีอยู่คนนึงที่ทำให้เขาต้องแพ้ยับเยิน...

“หมอนั่นกำลังหาอะไรอยู่น่ะ? ดูท่าจะจริงจังมากด้วยนะ เราไปช่วยหาดีไหม?” ยามาโมโตะพูด

ไปช่วยเหรอ? นั่นมันหาเรื่องฆ่าตัวตายชัดๆ!

ชอบแส่เรื่องชาวบ้านเขาดีนักนะแก ชิส์!” นี่ก็คอยจิกกัดเขาตลอดเลยนะ

“ฉันไม่เล่นนะ ออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นเธอตาย!!” ฮิบาริหยุดหาแล้วพูดอย่างเบาๆแต่น้ำเสียงหนักแน่นจนคนฟังแล้วขนลุกตาม

“ฮิบาริกำลังหาใครอยู่น่ะ?”

“นีก็แส่เรื่องชาวบ้านเขาจริง จะหาใครก็เรื่องของหมอนั่นสิ” โกคุเทระพูดขัดพร้อมหยิบข้างปั้นเข้าปาก

“ว่าแต่.. คุณฮิบาริกำลังหาใครอยู่น่ะ?”

“รุ่นที่สิบครับ มาทานข้าวต่อเถอะครับ อย่าไปใส่ใจคนพรรค์นั้นเลย”

“ทีพูดกับสึนะพูดซะเพราะเชียวนะ แล้วทำไมกับฉันถึงไม่พูดแบบนั้นบ้างล่ะ?” ยามาโมโตะพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ แต่ก็ไม่ได้งอนอะไรมากมาย

“แกกับรุ่นที่สิบมันคนละชั้นกัน ไอ้เจ้าบ้าเบสบอล!” โกคุเทระแขวะใส่แล้วหันไปมองฮิบาริ “แต่จะว่าไปแล้วหมอนั่นกำลังหาใครอยู่กันนะ”

“ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ออกมาได้แล้ว ฉันจะให้เวลาเธอนับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่ออกมาตอนนี้เธอตายแน่ถ้าฉันหาเธอเจอ!” ฮิบาริสบถพร้อมกับชัดท่อนฟาคู่ใจของตัวเองออกมาเตรียมจะข้ำบุคคลทีตัวเองตามหาได้เมื่อไหร่ก็ได้

ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครแต่ช่วยรีบๆออกมาเถอะครับก่อนที่จะมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในโรงเรียน

...มีอะไร? คนจะหลับจะนอน

จู่ๆ ก็เด็กสาวโผล่หน้าออกมาจากกำแพงด้านบนเบื้องหน้าของพวกเขาด้วยสีหน้าเหมือนกับว่าเธอเพิ่งตื่นนอน น้ำเสียงของเธอเย็นชาถึงขั้นเย็นชามากจนทั้งสามคนขนลุกขนพองไปตามๆกัน ยกเว้นแต่ฮิบาริทื่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างแรง

“ยัยนั่นมัน.. สารวัตรนักเรียนนี่?”

ไอซาวะ ยูคิ สารวัตรนักเรียนโรงเรียนนามิโมริผู้ที่มีนิสัยเย็นชาไม่แพ้กับฮิบาริ เคียวยะเพราะทั้งสองคนนั้นทำงานร่วมกันในฐานะสารวัตรนักเรียนกับกรรมการคุมกฏ โหดเอาเรื่องเหมือนกัน ถึงจะได้ชื่อว่าเย็นชาแต่เธอก็ไม่ได้เย็นชาอะไรมากมาย

“เมื่อวานเธอหายไปไหนมา ทำไมไม่ยอมไปหาฉัน!?

น้ำเสียงดุดันของฮิบาริเหมือนจะไม่ได้ผลกับยูคิเอาซะเลย แต่ว่ามันได้ผลกับสามคนนั้นแบบสุดๆเลยด้วย ด้วยสีหน้ากับกิริยาเย็นชาของทั้งสองคนนี้ทำให้บรรยากาศพักกลางวันที่วันนี้มีท้องฟ้ามือครึ้มแล้วยังมีทำให้มืดลงไปอีกเพราะรังสิอำมหิตของพวกเขานั่นเอง

“แล้วทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ? อีกอย่างนายก็ไม่ได้บอกว่าให้ไปทำไมด้วย” ไอซาวะพูดและกระโดดลงมาจากกำแพงยืนประจันหน้ากับฮิบาริ ถึงเธอจะอ่อนกว่าฮิบาริหนึ่งปี(อยู่ปีเดียวกันกับพวกสึนะ)แต่เธอก็มีอำนาจพอที่จะเถียงคนอย่างฮิบาริ เคียวยะได้

“ก็เพราะฉันสั่ง”

“นายสั่งแล้วไง” เธอย้อน “ถึงฉันจะอ่อนกว่านายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำตามที่นายสั่ง เคียวยะ” เธอส่งสายตาเย็นยะเยือกใส่ ฮิบาริมองเธอด้วยสายตานั้นกลับเช่นเดียวกัน

ต่างคนต่างเงียบปล่อยให้บรรยากาศที่น่าจะสนุกสนานนั้นมืดมนต่อไป ยามาโมโตะเห็นทีแล้วทนไม่ได้เลยลุกขึ้นทักทายพวกเขา

“โอ้ส~ สวัสดีฮิบาริ ไอซาวะ”

ย..ยามาโมโตะ!!!!

เมื่อได้ยินประโยคนั้น สึนะกับโกคุเทระถึงกับต้องถลามาห้ามยามาโมโตะไว้เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเรื่องพวกเขามากกว่านี้

“ยามาโมโตะอย่าไปทักเขาสิ เดี๋ยวก็โดน..อะจึ๋ย!...” สึนะหันไปมองพวกฮิบาริขณะห้ามยามาโมโตะ แต่ก็พูดอะไรไม่ออกเนื่องจากพวกเขาทั้งสองคนนั้นกำลังจ้องมาทางเขาด้วยสายตาเย็นชา ยามาโมโตะก็ฝืนยิ้มเข้าสู้ ส่วนโกคุเทระก็เมินพวกเขาซะงั้น แล้วสึนะล่ะ?

“อะ..เอ่อ... สวัสดีครับ คุณฮิบาริ ไอซาวะจัง...” ก็ต้องทักทายเขาไปล่ะนะ

“สวัสดีเช่นกัน” ไอซาวะพูดพร้อมยิ้มให้อ่อนๆ

“ช้าไปหรือเปล่าที่มาสวัสดีฉัน” พอได้ยินประโยคที่ฮิบาริพูดทำให้สึนะถึงกับผวา แค่ทักก็ผิดเหรอ

“มาทานข้าวบนดาดฟ้ากันเหรอ?” ไอซาวะถาม “ดูน่าสนุกจัง” ถึงน้ำเสียงที่เธอพูดจะดูธรรมดา แต่ถ้าบวกเข้ากับกิริยาและสายตาของเธอตอนนี้มันก็ฟังแล้วเหมือนกับโดนแช่ในมหาสมุทรแถบขั้วโลกเหนือเลย

“อะ..เอ่อ... ก็...” สึนะพูดไม่ออก ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ

“ไปกันเถอะครับ รุ่นที่สิบขืนอยู่เสวนากับคนแบบนี้มีแต่จะเสียเวลาเปล่า” โกคุเทระพูดและมองฮิบาริกับไอซาวะตาเขม็ง

“งะ...งั้นไปก่อนนะครับ ไปกันเถอะ โกคุเทระคุง ยามาโมโตะ” ว่าแล้วว่าที่วองโกเล่รุ่นที่สิบของเรา ซาวาดะ สึนะโยชิก็คว้าแขนผู้พิทักษ์วายุ โกคุเทระ ฮายาโตะออกจากตรงนั้นไปทันที ทิ้งไว้เหลือแต่ยามาโมโตะคนเดียว

“เอ๊ะ!?” ยามาโมโตะทำหน้าเอ๋อรับประทานที่จู่ๆเพื่อนรักทั้งสองคนก็ทิ้งตัวเองให้เดียวดายอยู่กับเด็กสาวและเด็กหนุ่มผู้มีสีหน้าเย็นชาเหมือนกันอย่างกับฝาแฝดอยู่ตรงหน้า

“จะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม ไม่ไปเรียนหรือไง

ได้โอกาสหนีเคียวยะ!

“งั้นฉันไปเรียนก่อนละกัน แล้วเจอกันนะทาเคชิ เคียวยะ” พอพูดจบไอซาวะก็วิ่งหายลับเข้าไปในประตูดาดฟ้าทันที ทั้งๆที่คนที่ฮิบาริบอกให้ไปเรียนไม่ใช่เธอสักหน่อย ทำเป็นตีเนียน

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิ...” ฮิบาริยังไม่ทันห้ามแต่ไอซาวะก็หายไปซะแล้ว เขาเลยหันมาพูดกับยามาโมโตะ

“มีอะไร?”

“เอ่อ.. ฉันแค่สงสัยว่าทำไมฮิบาริต้องทำหน้าโหดอยู่ตลอดเวลาด้วยน่ะ..” ยามาโมโตะถาม

พ.. พูดออกไปแล้ว จะโดนฮิบาริฆ่าไหมเนี่ย

“หา?”

“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกันนะ ฮิบาริ” ยามาโมโตะรีบวิ่งออกไปก่อนที่จะโดนท่อนฟาของฮิบาริแสกกลางกบาล ฮิบาริได้แต่ยืนมองอย่างฉุนจัดพร้อมเก็บท่อนฟาแล้วขึ้นไปนอนข้างบนที่เดียวกันกับที่ไอซาวะนอน

เป้าหมายที่ตัวเองตามหาตัวตั้งนานกว่าจะเจอก็ดันหายไปซะดื้อๆ แถมยังมาโดนเจ้าสัตว์กินพืช ยามาโมโตะ ทาเคชิถามด้วยคำถามไม่เข้าท่า

แถมท้องฟ้าวันนี้ ก็มืดมัวสิ้นดี..

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น