[Fic:KHR] Tales of Vongola ศึกชิงคัมภีร์แห่งวองโกเล่

ตอนที่ 2 : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 มิ.ย. 58



Intro

 

 

@ปราสาทวองโกเล่ แฟมิลี่

            ตู้มมม!! โครมมม!!

            เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ารอบๆปราสาทแห่งนี้ทำเอาผู้คนต่างพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

            “เกิดอะไรขึ้น!?”

ชายผู้ที่ได้ชื่อว่า รุ่นที่เก้าแห่งวองโกเล่ แฟมิลี่ ถามขึ้นด้วยความตกใจเพราะเสียงระเบิดเมื่อกี้ทำเอาเจ้าตัวนั้นสะดุ้งตื่นจากการนอน เบื้องหน้าของเขาก็เห็นพวกลูกน้องกำลังวิ่งกันชุลมุนกันให้พลั่ก  ชายผู้หนึ่งวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ

            “รุ่นที่เก้าครับ พวกแฟมิลี่อื่นตอนนี้มันมาโจมตีเราที่ปราสาทครับ ตอนนี้พวกเรากำลังตั้งด่านสกัดมันอยู่ แต่กำลังของเรามีน้อยมากแถมศัตรูก็เก่งเอาเรื่องด้วยครับ คาดว่าพวกมันคงจะมาเอาแย่งชิงคัมภีร์แห่งวองโกเล่แน่ๆเลยครับ” เขาพูดด้วยท่าทีที่ร้อนรน ท่านรุ่นที่เก้าถึงกับเบิกตากว้าง

            “แล้วตอนนี้กำลังของเรามีเท่าไหร่?” เขาถาม

            “ตอนนี้ก็ยังมีพอที่จะถ่วงเวลาได้ครับ แต่เรื่องนั้นอย่าไปใส่ใจเลยครับ ท่านรุ่นที่เก้ารีบนำคัมภีร์หนีไปที่ประเทศญี่ปุ่นไปหาพวกผู้พิทักษ์รุ่นที่สิบเถอะครับ พวกเราจะป้องกันปราสาทนี้เองครับ ชีวิตของพวกผมมันไม่สำคัญเท่าคัมภีร์นั่นนะครับ เพื่อที่พวกเขาจะได้ตามหาพระแม่มาเรียเพื่อครองคัมภีร์นี้นะครับ” ลูกน้องพูดขึ้น รุ่นที่เก้าทำหน้าลำบากใจ

นี่เขาจะไปทั้งๆแบบนี้เหรอ? นี่เขาจะทิ้งลูกน้องไปงั้นเหรอ? แต่ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น คัมภีร์นั่นอาจจะถูกชิงไปก็ มีแค่ทางเลือกเดียวเท่านั้น...

            “เราทำแบบนั้นไม่ได้” เขาพูด ชายผู้เป็นลูกน้องชะงัก “การที่จะปกป้องปราสาทนั้นเป็นหน้าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งรุ่นที่เก้าอย่างเรา เราจะต้องกำจัดศัตรูให้หมดและจะต้องปกป้องคัมภีร์แห่งวองโกเล่ไว้ด้วยชีวิต”

พอพูดจบรุ่นที่เก้าก็วิ่งออกจากห้องไปทันที ตามด้วยลูกน้องที่ถือปืนไล่ตามไปกว่าสิบคน ส่วนคนอื่นๆก็ไปประจำตำแหน่งโดยเน้นกำลังพลที่รอบปราสาทกับในห้องเก็บคัมภีร์เป็นสำคัญ

            พอรุ่นที่เก้ากับลูกน้องวิ่งมาถึงกลางป่านอกปราสาทซึ่งเป็นที่เดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้น ก็พบกับศัตรูสองคนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าด้วยเปลวไฟดับเครื่องชน คนหนึ่งสวมใส่ชุดสีขาว ถือบูมเมอแรงไว้ในมือ มีเปลวไฟสีฟ้า ส่วนอีกคนนั้นสวมชุดสีดำ มีอาวุธเป็นหอกที่มีเปลวไฟสีแดง

            ... พวกนั้นมัน.. แฟมิลี่ไหนกัน!?

            “นั่นใช่รุ่นที่เก้าแห่งวองโกเล่ใช่ไหมนั่น?” ชายผู้สวมชุดดำชี้มาทางรุ่นที่เก้า เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนะเนี่ย หลังจากผ่านไปสิบปี...

            ... ผ่านไปสิบปี?

            “พวกเธอต้องการอะไรจากเรา?” รุ่นที่เก้าเอยถามด้วยเสียงเรียบๆแต่แฝงความหนักแน่นไว้ ทั้งสายตาและเปลวไฟ ไม่ว่าส่วนไหนๆของรุ่นที่เก้าก็ดูบริสุทธิ์และสะอาดอยู่เสมอ

            นี่สินะ...ผู้สืบทอดวองโกเล่ แฟมิลี่รุ่นที่เก้า

            “พวกเราก็แค่อยากจะเอาคัมภีร์แห่งวองโกเล่ก็เท่านั้นเอง” ชายชุดขาวพูด “แต่ก็ช่างเหอะ ในเมื่อรุ่นที่เก้าออกมาสู้เองมันก็น่าดีใจอยู่หรอก แต่ว่าถ้าออกมาสู้แบบนี้แล้วคัมภีร์นั่นจะเป็นยังไงล่ะ ป่านนี้เพื่อนของฉันก็คงจะจัดการเจ้าพวกมาเฟียที่คอยเฝ้าคัมภีร์ไปแล้วล่ะมั๊ง”

            ... มันมีพรรคพวกอีกคนงั้นเหรอ!? ...

 

          ตัดไปทางด้านในปราสาท

            โครมม!!!

            เสียงของหนักชนกับกำแพงจนกำแพงร้าว ชายผู้หนึ่งกำลังต่อสู้กับลูกน้องของรุ่นที่เก้าอย่างดุเดือด แต่ดูท่าทีว่าจะแข็งแกร่งกว่ามาก อีกฝ่ายนั้นมีอาวุธอะไรหลายอย่างที่พวกเขาไม่มี สิ่งนั้นมันคือแหวนและกล่องสีเหลี่ยมเล็กๆแต่อนุภาคมหาศาล ส่วนพวกลูกน้องของรุ่นที่เก้านั้นต่างก็เป็นแค่คนธรรมดาที่มีทักษะด้านการยิงปืนเป็นเลิศเท่านั้น ลำพังเพียงแค่ลูกกระสุนปืน จะไปทำอะไรกับอาวุธกล่องที่ที่พวกมันมีได้เลย ดูไปแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ยุคนี่มันไม่มีของแบบนั้นหนิ!

            “กระจอกกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย การที่รุ่นที่เก้าออกไปสู้เองแบบนี้สงสัยคงจะคิดว่าพวกเรามีกันแค่สอง คนล่ะมั๊ง โดยไม่ดูให้รอบคอบก่อนเลยว่ามีฉันอีกคนหนึ่ง” ชายสวมชุดสีดำผู้มีเปลวไฟสีเขียวพูดพลางมองร่างที่ตัวเองดัดพวกลุกน้องของรุ่นที่เก้าที่ตอนนี้ก็ต่างล้มลงไปตอนกับพื้น

“หึ! ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็ขอรับคัมภีร์นี่ไปเลยก็แล้วกัน ไรเดอร์ Thunder Shot!”

            เขาสั่งให้อาวุธกล่องของเขาที่เป็นผึ้งขนาดยักษ์ปล่อยเหล็กในที่เคลือบด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงใส่ประตูเหล็กซึ่งเป็นประตูห้องเก็บคัมภีร์ให้ระเบิด เมื่อเห็นว่ามันไม่พังสักทีเขาก็สั่งให้ผึ้งตัวนั้นปล่อยกระแสไฟฟ้ามากขึ้น จนในที่สุดประตูก็พังลงพร้อมๆกับอาวุธกล่องที่ทรุดลงและกลับเข้ากล่องไปเพราะความเหนื่อยเพลีย

            “คัมภีร์แห่งวองโกเล่~

เขาป้องปากตะโกนร้อง ภายในความมืดมิดของห้องซึ่งมองไม่เห็นอะไรเลย เขาเดินไปเรื่อยๆจากนั้นก็พบกับสวิตซ์ไฟ เขากดเปิดมันจะพบกับเด็กน้อยอายุประมาณสี่ห้าขวบ มีผมสีขาวโพลน นัยน์ตาสีน้ำเงินครามนั่งอยู่บนแท่นที่วางคัมภีร์พร้อมผิวปากอย่างสบายใจ

            “ใครกันที่พังประตูเข้ามา? ไม่มีมารยาทเอาซะเลย หัดรู้จักรักษาทรัพย์สินของชาวบ้านเขาบ้างสิ”

            เด็กน้อยพูดและหยิบชามบะหมี่ขึ้นมาโซ้ยกินอย่างเมามันส์  ชายผู้นั้นได้แต่มองท่ากินของเขาที่ดูแล้วเคลิบเคลิ้มมาก จนท้องของเขาเองก็ร้องเพราะความหิวแล้วเหมือนกัน แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาหิว!!

            “ก...แก...แกเป็นใคร!?” เขาถามเด็กคนนั้นและหยิบกล่องนั้นกับแหวนที่มีเปลวไฟลุกโชนธาตุอัสนีอยู่ขึ้นมาตั้งท่าเตรียมรับ เด็กน้อยหันมามองด้วยสายตาที่เรียกได้ว่าทำให้เขานั้นฉุนจัดทีเดียว

            “ถ้าตอบไม่ดี แกได้ตายดีแน่!”

            ฟึบ!!

            ฉับพลับตะเกียบก็พุ่งตรงไปใส่อาวุธกล่องพอดี กล่องนั้นกระเด็นออกไปไกลเลย ชายผู้นั้นได้แต่มองกล่องที่กระเด็นไปแล้วหันกลับมามองเด็กคนนี้ตาขวาง ซึ่งเด็กคนนี้ก็มองเขาและยิ้มอย่างกวนๆเช่นกัน

            “แก!!” เขาสบถและพุ่งเข้าไปใส่ เด็กน้อยคว้าคัมภีร์และกระโดดขึ้นตีลังกาไปทางด้านหลัง เขาหันมามองเด็กน้อยอย่างตกตะลึง

            “ไฟบัสต์ ฝากด้วยนะ ฉันจะไปช่วยรุ่นที่เก้าน่ะ”

            เขาพูดและวิ่งหายไปพร้อมกับคัมภีร์ พอสิ้นเสียงนั้นด้านหลังก็มีเสียงคำรามออกมา เป็นเสียงคำรามที่ฟังดูน่ากลัวมาก ชายผู้นั้นค่อยๆหันหลังกลับไปก็พบกับดวงตาสีแดงฉานที่แฝงอยู่ในความมืด เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ไฟบัสต์ สิ่งที่เด็กน้อยคนนั้นพูดถึงนั่นเอง...

            “ อ๊ากกกกกกกก!!!! ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น