นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [Fic Hormones] Just a rainy day ☂ [WinTar]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้











ลองถามตัวเองดูว่าเวลาฝนตกแล้วคิดถึงใคร...? ☂

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 พ.ค. 58 / 07:05






☂ Just a rainy day ..  ☂


 



เสียงฟ้าร้องดังครืนขึ้นทั้งที่อากาศข้างนอกยังร้อนอบอ้าว ท้องฟ้าเริ่มขมุกขมัวเป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานฝนก็คงจะตกลงมาชุดใหญ่ หนุ่มร่างเล็กท้าวแขนหันหน้าเสมองไปนอกหน้าต่าง  ไอร้อนตรงกระจกแผ่มาจนทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าฝนตกลงมาตอนนี้ก็ดี

 
 

ตาเรียวมองไปรอบๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงร่างของคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงสนามหญ้าสีเขียวสด หมอกกับขวัญกำลังยืนถ่ายรูปต้นไม้ใบหญ้าและท้องฟ้า ถัดไปตรงขอบสนามกลุ่มของอ้อยใจกำลังนั่งคุยกันอย่างออกอรรถรส ถ้าเขาเดาไม่ผิด คาบนี้คงเป็นวิชาฟรีของห้อง 6/1 ต้าหันสายตากลับมาที่หมอกและขวัญแล้วก็อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้

 
 

...มึงหายไปไหนวะ...

 

 

ไม่นานนักละอองน้ำก็เริ่มสาดกระเซ็นกระทบกระจกใสจนค่อยๆจะทวีความรุนแรงจนตกหนัก กลุ่มเด็กห้อง ได้ย้ายเข้าไปหลบในใต้อาคารเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้าละสายตาจากครูวิไลที่กำลังสอบท่องนิราศอะไรซักอย่างกลับมามองหน้าต่างอีกครั้ง มือเล็กยกขึ้นแปะกระจกนั่นราวกับจะสัมผัสหยดน้ำฝน

 
 

ต้าชอบเวลาฝนตก เพราะมันเย็นดีและต้าไม่ชอบอากาศร้อน

ต้าชอบฟังเสียงฝน เพราะมันฟังดูสดชื่นและมันน่านอน

ต้าชอบกลิ่นฝนเวลากระทบดิน มันทำให้เขาหวนคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ

 

 

 

*

.

.

 

 

“เชี่ยฝนตกอีกแล้ว ไม่ตกตอนบ่ายวะมาตกอะไรตอนคนจะกลับบ้าน” ร่างเล็กสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าฝนนั้นตกกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว ส่วนร่างสูงอีกคนที่ยืนซ้อนหลังนั้นกลับเพียงแค่หัวเราะเบาๆในลำคอ

 

“ก็มันหน้าฝนมึงจะบ่นทำเชี่ยอะไรวะไอ้ต้า ไม่รู้จักพกร่ม”

 

“ก็พอวันไหนกูพกร่ม แม่มก็เสื-อกไม่ตกไงสัส”

 

ต้าหันขวับไปเถียงอีกคนที่ยังยืนหัวเราะอยู่ก่อนจะถลึงตาใส่เป็นเชิงให้อีกฝ่ายหยุดหัวเราะได้แล้ว มันไม่มีอะไรน่าตลกนะเว้ย ฝนตกแต่ไมได้พกร่มเนี่ย ไอ้หมอกแม่มก็ดันชิ่งกลับบ้านไปก่อน ไม่งั้นเผื่อเขาจะได้ไปขอยืมร่มจากมันได้บ้าง หากวินกลับไม่ได้สนใจท่าทางของอีกคน เขาเปิดกระเป๋าล้วงมือลงไปควานหาอะไรซักอย่าง พอมือใหญ่สัมผัสกับก้านเหล็กก็ยิ้มออก พลางหยิบมายื่นโชว์คนตรงหน้า

 

“ร่มแค่นี้มันไม่หนักหรอกเว้ย วันหลังก็พกบ้างจะได้ไม่ต้องบ่น”

 

“เออ ไอ้คนเพอร์เฟค ว่าแต่...ร่มนี้มึงจะให้กูใช่มั้ย ขอบใจนะ” ว่าพลางยืนมือไปคว้าหมับกะไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว หากวินยังคงไวกว่า เขารีบชูมือข้างที่ถือร่มสีน้ำเงินเข้มขึ้นเหนือหัว หันมายักคิ้วให้อีกฝ่าย

 

“สัส นี่ร่มกูทำไมกูต้องให้มึงยืมวะไอ้เตี้ย เป็นพี่ส้มก็ว่าไปอย่าง”

 

“เชี่ยวิน นี่กูเพื่อนมึงนะ -___-

 

“ก็เพื่อนไง หรือมึงอยากเป็นกับกูมากกว่าเพื่อนวะ?”

 

“ห่าน! มึงจะไปไหนก็รีบๆไปเลยสัส ขอให้รถขับผ่านน้ำกระเซ็นใส่มึง!” ต้าตะโกนด่าใส่อีกฝ่าย ส่วนคนโดนด่าได้ยืนขำอย่างชอบใจ เขาชอบเวลาที่ต้ามันเถียงไม่ทันแล้วก็ชอบโวยวายใส่แล้วมันดูเหมือนลูกแมวเวลาโกรธ...คือมันไม่ได้น่ากลัวเลยไง วินกลั้นยิ้มมองอีกคนที่ยืนฮึดฮัดเพราะถูกขัดใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกางร่มออก

 

“เดินกับกูก็เบียดหน่อยละกัน ร่มแม่มก็คันเล็กพอดีตัวอีก”

 

วินว่าขึ้นพลางหันไปมองเมื่อไม่เห็นว่าต้ามีท่าทีว่าจะเดินตามเขามา ร่างเล็กยังคงยืนนิ่งมองมาที่เขาด้วยแววตาสงสัย หัวคิ้วขมวดจนเขาอยากจะเดินเข้าไปตบกบาลมันซักที...

 

“ยัง...ยังยืนเตี้ยอยู่อีก จะกลับมั้ยบ้านอ่ะ ตกหนักขนาดนี้ถ้ามึงไม่ไปกับกูรับรองมึงนอนเฝ้าร.ร.แน่คืนนี้”

 

ต้าไม่ต้องคิดนานก็รีบเดินไวๆเข้าไปอยู่ในร่มของอีกคน เขาเห็นด้วยที่ว่าตกหนักขนาดนี้ ขืนเขาไม่กลับกับมันก็ไม่รู้จะเจอใครที่มีร่มให้เขายืมติดร่มไปด้วยได้หรือเปล่า แต่มีเรื่องนึงที่คนอย่างโอฬารแอบค้านในใจ

 

...กูไม่ได้ยืนเตี้ยเว้ย จะนั่งจะเดินมึงก็ด่ากูเตี้ยอยู่ดี เชี่ยวิน...

 


 

 

ฝนยังคงตกหนักและไม่มีวี่แววว่าจะหยุดตกง่ายๆ แม่ของต้าชักชวนวินให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน วินเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิเสธ เขาติดใจในรสมือเรื่องอาหารของบ้านนี้อยู่แล้วแถมกลับบ้านไปเขาก็ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว สู้อยู่กินกับไอ้ต้าดีกว่า  จนกระทั่งกินเสร็จฝนก็ยังคงไม่หยุดตกแต่ก็ไม่ได้ตกแรงเท่าเมื่อตอนเย็นแล้ว

 

“อ้าววิน จะกลับแล้วเหรอ”
สาววัยกลางคนเอ่ยปากถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทของลูกชายทำท่าจะกลับบ้าน

 

“ครับม๊า ฝนมันเบาลงแล้วด้วย วันนี้กับข้าวฝีมือม๊าอร่อยมากๆเลยขอบคุณครับ”

 

“ก็เห็นเราชมทุกทีที่กินนั่นแหละ แล้วนี่จะกลับยังไงล่ะ”

 

“คงแท็กซี่อ่ะม๊า”

 

“นี่มันก็ดึกแล้วนะ ฝนก็ยังไม่หยุดตกด้วย ทำไมไม่นอนที่นี่ซะล่ะ พรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียนพร้อมต้าเลย”

 

วินมองอีกฝ่ายสลับกับสภาพอากาศด้านนอกอย่างช่างใจ จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากกลับบ้านซักเท่าไรหรอก บ้านแบบนั้น กลับไปก็อยู่คนเดียว อีกอย่างเขาคุ้นชินกับการที่นอนค้างบ้านไอ้ต้าตั้งแต่เด็กๆ เพียงแต่ระยะห่างครั้งสุดท้ายที่มาค้างมันนานเกินไป จนวินรู้สึกแปลกๆที่ได้กลับมานอนค้างที่นี่อีก หากสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจนอนค้างที่นี่ด้วยเหตุผลของคุณแม่อารมณ์ดีที่ทำให้เขาอดขำไม่ได้

 

“นอนนี่แหละ ตอนเช้าวินจะได้ปลุกต้าด้วย เห็นไปสายทุ๊กกกวัน”

 

 


 

.

.

.

 


 

“ไอ้ต้ามึงแน่ใจนะว่านี่ชุดมึง ไม่ใช่ชุดเด็กประถม...”

 

วินว่าพลางถอนหายใจ เขามองตัวเองในกระจกเงาแล้วยกมือขยี้ผมอย่างขัดใจ เสื้อไอ้ต้าบนร่างเขานี่ตัวสั้นอย่างกับเสื้อเอวลอยแถมยังตัวเล็กจนดูรัดติ้ว โชคดีที่กางเกงขาสั้นมันเป็นยางยืด แม้จะพอดีตัวไปนิดแต่ก็ยังดีกว่าไอ้เสื้อเด็กประถมบนตัวเขานี่แหละ นี่มึงม.4 แล้วนะเว้ยร่างกายมึงไม่คิดจะโตตามชั้นเรียนบ้างเหรอ

 

“นี่ห้องกูก็ต้องชุดกูดิวะ มึงคิดว่าเป็นเสื้อไอ้หมอกหรือไง”

 

“เชี่ย กูถอดเสื้อนอนได้มั้ยเนี่ย”

 

“แล้วแต่มึง แต่อย่าเสื-อกมาบ่นว่าหนาวแล้วกัน”

 

ต้าว่าอย่างไม่ใส่ใจ ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็กเขาคงไม่รู้สึกเขินอายอะไรหรอกนะกับการที่ไอ้วินจะมาถอดเสื้อนอนบนเตียงเขาเนี่ย ร่างเล็กยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บนตักมีกีตาร์สีเขียวสดคู่ใจวางอยู่ วินถอดเสื้อตัวเล็กนั่นออกแล้วจึงมานั่งข้างๆอีกคนมองอย่างสนใจ

 

“ทำอะไรวะต้า”

 

“ฝึกจับคอร์ดว่ะ แม่มจับไม่ถนัดซักที”

 

“หึ กากอ่ะดิ นิ้วสั้นก็งี้แหละเตี้ย”

 

“แต่จิ้มตามึงแหกได้นะ ลองปะไอ้นี่”
ต้าทำท่าจะหันมาจิ้มตาอีกคนจริงๆ วินดันมือเล็กให้พ้นระยะสายตาของเขาพลางยื่นหน้าไปใกล้หน้าจอ

 

“คอร์ดทาบนี่ นิ้วมึงไม่มีแรงกดหรือเปล่า”

 

ต้าพ่นลมหายใจยาว พลางยกกีตาร์คู่ใจขึ้นลองกดคอร์ดทาบ “คงงั้นว่ะ แม่ม..เจ็บนิ้วชิบหาย”

 

“มึงลองหักข้อมือลงด้านล่างดิ แล้วเอานิ้วโป้งประคองหลังคอกีตาร์ไว้” วินลองแนะดูตามที่ญาติของเขาเคยสอนมา ต้าพยักหน้ารับแล้วลองทำตามที่อีกฝ่ายพูด หากก็ยังไม่ถูกต้องตามที่วินต้องการจะสื่อ

 

“ไม่ใช่ๆ มึงอย่าเอานิ้วโป้งมึงไปกำคอกีตาร์ดิวะ นั่นมันคอร์ดธรรมดาไอ้ฟาย”

 

“เดี๋ยวดิกูกำลังฝึก บ่นเชี่ยไรเนี่ย”

 

ต้าเถียงกลับไป หากด้วยความเป็นวินที่ใจร้อนและไม่ชอบรออะไร เจ้าตัวเลยเขยิบเข้าไปใกล้นั่งซ้อนหลังอีกคนมือซ้ายยกขึ้นกุมมือเล็กที่กำลังจับคอร์ดอยู่ให้วางมือให้ถูกวิธี ใบหน้าหล่อก้มไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวอีกฝ่าย

 

 

“มึงต้องเอานิ้วโป้งประคองหลังกีตาร์ไว้แบบนี้...” ว่าพลางจับนิ้วโป้งของอีกคนไปยึดไว้ที่จุดนั้น “...แบบนี้ถึงจะเรียกว่าจับถูกวิธี เวลามึงกดนิ้วมึงจะได้มีแรงแล้วเสียงมันจะได้ไม่บอด”

 


 

เสียงทุ้มลอยวนอยู่ข้างใบหูอดทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้สึกขัดเขินไม่ได้ มือใหญ่ยังคงจับนิ้วเขาไปวางตามสายกีตาร์เพื่อบอกวิธีจับคอร์ดที่ถูกต้องให้ สาบานว่าเขากำลังตั้งใจฟัง แม้มันจะไม่ค่อยเข้าหูก็เถอะ





             มึง..ไม่ต้องสอนกูใกล้แบบนี้ก็ได้มั้ง

 


 

“ส่วนนิ้วที่ใช้กดสายมึงก็พยายามตั้งปลายนิ้วให้ตั้งฉากมันจะได้ไม่ไปโดนสายอื่น เข้าใจปะวะ” วินว่าพลางหันมามองอีกคน ก่อนจะชะงักไปเมื่อรู้ว่าปลายจมูกโด่งของเขาเฉี่ยวแก้มกลมๆของอีกคนไปเพียงเสี้ยว วินกลืนน้ำลายช้าๆเมื่อรู้สึกตัวว่าท่านี้เหมือนเขากำลังกอดไอ้ต้ากลายๆ ถึงไอ้คนโดนกอดมันจะยังไม่รู้ตัว แต่เขากลับรู้สึกเขินขึ้นมาแปลกๆ

 



 

...ตึก

 

ไอ้สัส หัวใจมึงจะมาเต้นแรงอะไรตอนนี้วะ!

 

 
 

วินก่นด่าตัวเอง(ในใจ) นี่ขนาดเขายังได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงขนาดนี้ แล้วไอ้ต้าที่นั่งหลังชิดกับแผ่นอกเขาจะไม่ได้ยินเลยเหรอ บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอัตโนมัติ ไม่มีเสียงตอบจากทั้งคู่ ไม่มีทีท่าว่าใครจะขยับก่อน มือใหญ่ยังคงกุมมืออีกคนไว้หลวมๆ ก่อนที่วินจะตัดสินใจทำลายบรรยากาศอึดอัดนั่นเสียเอง

 

“ไหนมึงลองดีดดู เดี๋ยวกูจะช่วยจับอีกแรง”

 

ร่างเล็กทำตามที่อีกคนบอกอย่างว่าง่าย ก่อนจะเลิกคิ้วทำตาโตอย่างดีใจ

 

“เฮ้ย เสียงไม่บอดแล้วเว้ย! เชี่ยเจ๋งสัส”

 

 

 

*

.

.

 

 

 

 
 

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย บางทีเป็นไปได้ว่าทั้งเขาและวินอาจจะลืมเหตุการณ์นั้นไปแล้ว จนกระทั่งเขามานั่งนึกย้อนถึงเรื่องเก่าๆนี่แหละ ต้าเผลออมยิ้มกับตัวเองเบาๆ

...มึงไปไหนวะ ปีนี้ม.หกแล้วนะ ...

... มึงจะไม่กลับมาเรียนเหรอไอ้วิน...

 

 

 

 ☂ Just a rainy day ..  ☂





 

เช้าวันต่อมา ขณะที่ต้ากำลังเดินไปเข้าห้องเรียนตามปกติ พลันเสียงคุ้นหูก็เรียกขึ้น เขาจำได้ว่าเป็นเสียงของไอ้หมอก เจ้าตัวเลยหันไปมองตาม ก่อนจะชะงักไปเมื่อพบว่าที่นั่งข้างๆหมอกนั้นไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเช่นเคย

...ไอ้วิน...

 

 

ต้ามองหน้าอีกคนนิ่ง เช่นเดียวกับอีกคนที่จ้องกลับไม่หลบตา คนตัวเล็กกว่าเดินเข้าไปในห้องเรียนอีกฝ่ายช้าๆ ในหัวมีความคิดและคำถามมากมาย หากสุดท้ายก็ทำได้แค่วางกระเป๋านักเรียนลงมองหน้าอีกคนนิ่ง และวินเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

 
 

“มึงยังโกรธกูอยู่เหรอวะ...กูขอโทษนะเว้ย กับเรื่องต่างๆที่กูเคยทำไว้กับมึงอ่ะ”

วินหมายถึงเรื่องเมื่อปีที่แล้วที่เขาเป็นต้นเหตุให้เต้ยโดนพี่บีตบ

 
 

“.........มึงไปไหนมาวะ”

 

ต้าถามกลับไปได้แค่นี้ ถามว่าตอนนี้โกรธอยู่หรือเปล่าก็ไม่ จะบอกว่าดีใจที่เห็นไอ้วินมันกลับมาก็คงไม่แปลก

 
 

“พ่อกูส่งกูไปอยู่ต่างประเทศ”

 
 

 “...หนาวมั้ย?”

 
 

“ก็...หนาวนะ”

 
 

ต้าพยักหน้ารับรู้ “เดี๋ยวมาคุยด้วย ไปหาอะไรกินก่อน”

 

หากด้วยความที่คบกันมานานทำให้หมอกมองอาการนั้นออกได้ไม่ยาก เขาเอี้ยวตัวเพื่อไปบอกไอ้ร่างสูงที่นั่งหน้างงข้างๆแค่ว่า มันเก๊ก’ และไม่ทันขาดคำ คนที่เก๊กทำท่าจะไปหาอะไรกินก็เดินเลี้ยวกลับมา คราวนี้นั่งเผชิญหน้ากับวินเลย

 

“ที่มึงว่าหนาวเนี่ย หิมะตกมั้ย?”
 

 

วินและหมอกหันไปมองตากันอย่างรู้ทัน มุมปากอดกระตุกยิ้มไม่ได้

“ก็...มีบ้างอ่ะ”

 
 

“มึงไปไหนมาเนี่ย”

 
 

“ไปอเมริกา นิวยอร์ค”

 
 

“เจ๋งสาสส”

 
 

ต้าอุทานกับตัวเองเบาๆ บรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าต้าไม่มีท่าทีปั้นปึ่งใส่เขาอีกแล้ว วินอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ตัดสินใจไม่ผิดที่กลับมา

 


 

.

.

.

 

 

“เชี่ย ร้อนสัส เดี๋ยวกูว่าจะไปนอนตากแอร์ที่ห้องสมุด มึงไปปะ”

 

 

ต้าถามขึ้นหลังจากที่เล่นบาสเสร็จ อากาศอบอ้าวในช่วงกลางวันทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเหนียวตัวและเพลียง่ายกว่าปกติ และที่ๆต้าชอบไปอาศัยหลบร้อนและแอบงีบก็ไม่พ้นห้องสมุด หมอกเห็นด้วยและขอตามไปทีหลัง เจ้าตัวเลยหันมาถามคนข้างๆที่ยังนั่งเงียบ ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า ตั้งแต่กลับมารอบนี้ วินมันดูนิ่งขึ้นไม่ค่อยพูดและไม่มีทีท่ามั่นใจมากเหมือนแต่ก่อน

 

 

“แล้วมึงอ่ะ...ไปนอนกับพี่มั้ยน้อง”

 

 

ต้าว่าพลางแกล้งยื่นหน้าไปใกล้จนวินต้องเป็นฝ่ายเบี่ยงหน้าหนีแทน วินปฏิเสธไปแล้วขอตัวขึ้นห้อง พอลับร่างของหมอกและต้า เขาถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

 

เมื่อครู่ที่ต้ามันยืนหน้ามาใกล้

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจมันเต้นแรงอีกแล้ว

 

 

 

...เหมือนตอนสอนกีตาร์ครั้งนั้น

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ทั้งที่อากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน หากพอล่วงเวลาเข้าช่วงเย็นฝนก็ดันตกกระหน่ำทั้งที่ไม่มีทีท่ามาก่อน และแน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่ได้พกร่มมาในวันนี้ ต้าได้แต่ยืนมองชะเง้อไปมา พอหันไปเจอร่างสูงของเพื่อนสนิทก็อดยิ้มอย่างดีใจไม่ได้

 
 

“เชี่ยวิน ดีใจมากที่เจอมึง”

 
 

คนสูงกว่าเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ “ดีใจเชี่ยอะไร?”

 
 

“ก็มึงพกร่มไว้ตลอดใช่มั้ยล่ะ วันนี้ขอติดร่มด้วยคน...นะ”

 
 

“ไอ้ต้า...”

 
 

“ไรมึง?”

 
 

“...ใครบอกว่ากูมีร่ม”

 
 

“......”

 

 

 

 

 

“วันนี้กูไม่ได้เอาร่มมาเว้ย”

 

 

“ไอ้เชี่ยวิน! ไหนบอกกูให้พกร่มตลอดมันไม่ลำบากอะไรไงวะ”

 

“สัส ตอนนั้นมันหน้าฝน นี่เพิ่งพฤษภา ใครจะรู้ว่าฝนมันจะตกช่วงนี้วะ”

 

“แม่ม ไม่ได้เรื่อง”

 

ต้าบ่นอุบ พลางหย่อนตัวนั่งลงมองสายฝนที่ยังตกไม่ยอมหยุดอย่างเซ็งๆ วินเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจนั่งลงข้างๆอีกคน วันนี้ห้อง กับห้อง เรียนรวมกันที่หอประชุมใหญ่ แต่เพราะต้าติดไปซ้อมวงมาทำให้เข้าสายและโดนอาจารย์ทำโทษให้เก็บการบ้านของทุกคน กว่าเขาจะทำเสร็จทุกคนก็ออกไปจากตึกกันหมดแล้ว ที่เหลือก็มีแต่คนไม่รู้จักและต่างคนต่างไม่มีร่ม ก็นั่งรอฝนซากันไป  ส่วนไอ้วินเขาไม่แน่ใจว่าทำไมมันยังอยู่ที่ตึกนี้เหมือนกัน สองคนนั่งทอดสายตามองไปยังสายฝนข้างหน้า นั่งฟังเสียงฝนเงียบๆ

 
 

“นึกถึงตอนนั้นว่ะ” ต้ากล่าวขึ้น “วันที่ฝนตกหนักแบบนี้”

 

“ที่มึงมาแย่งร่มกับกูน่ะนะ?”

 

“เออ วันนี้กูเลยนึกว่าโชคดีที่เห็นมึง”

 

“แต่กูไม่ได้เอาร่มมา”

 

“เออ งั้นซวยชิบ...”

 

วินหลุดขำออกมา เขาปรายตามองมายังร่างเล็กข้างๆ ละอองฝนเกาะพราวอยู่ตามเรือนผมสีดำสนิทนั่น วินอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบละอองน้ำนั่นออกอย่างเบามือ ต้าหันมามองการกระทำของอีกคนอย่างไม่เข้าใจ หากก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามหรือถามอะไร มือของวินใหญ่และอบอุ่น เขาชอบสัมผัสนั้น

 

“สองปีมานี่มึงไม่โตขึ้นเลยเหรอวะต้า?”

 

“กูก็ไม่รู้ว่ะ แต่ม๊าก็ยังซื้อนมให้กูแดกไม่เลิก ม๊าอยากให้สูงเท่าไอ้ไผ่”

 

“งั้นก็ไม่ใช่มึงสิ ต้าของกูต้องตัวเล็กๆ ตัวแค่นี้แหละ”
วินว่าขำๆ นึกภาพไม่ออกจริงๆถ้าไอ้ต้ามันจะตัวสูงเท่าไอ้ไผ่มัน

 

“กูเป็นต้าของมึงตั้งแต่เมื่อไรสาสส”
คนตัวเล็กกว่าว่าเสียงรวน เหมือนจะเขิน...

 

“พูดถึงม๊ามึงแล้วกูคิดถึงอาหารม๊ามึงว่ะ”

 

“ทำไม? อาหารนิวยอร์คมันไม่ถูกปากมึงเรอะ”

 

“ก็อร่อยนะ แต่กินทุกวันมันเลี่ยน แล้วมึงอ่ะ...”

 

“กู? กูทำไม”

 

“มึงทำอาหารเป็นปะไอ้ต้า แบบทำแล้วอร่อยเท่าม๊ามึงปะ”

 

“ไม่รู้ว่ะไม่เคยทำ ไม่มีใครเคยชิมด้วย”

 

“ทำมาดิ เดี๋ยวกูกินเอง”

 

ต้าหันมามองอีกคนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ไอ้วินเนี่ยนะอยากให้เขาทำอาหารให้มันกิน สงสัยอาหารฝรั่งมันคงจะเลี่ยนจริงๆอย่างที่มันว่าแน่ๆ

 

“มึง...เมาปะเนี่ย”

 

“เมาห่าอะไรอยู่ในโรงเรียน แดกเหล้าได้ด้วยเหรอ”

 

“ก็แม่มพูดอะไรแปลกๆ...”

 

วินไม่ตอบ เขาท้าวแขนเอนหลังมองฝน มืออีกข้างแบออกไปรับน้ำฝนเย็นๆที่กระเซ็นสาดเข้ามา

 

“สงสัยเพราะฝนตกมั้ง เลยคิดถึงเรื่องเก่าๆ”

 

“ไม่คิดว่าคนอย่างมึงจะมีอารมณ์นี้ว่ะ” ต้าว่าขำๆ เห็นฝนตกแล้วคิดถึงเรื่องเก่าๆเนี่ยนะ ไม่เหมาะกับคาสโนว่าตัวพ่ออย่างไอ้วินเลย หรือว่าคาสโนว่าตัวพ่อจะสิ้นชื่อกลับใจมาเป็นหนุ่มโรแมนติกแล้วหว่า

 

“ก็มีบ้าง แต่มึงไม่รู้เองเชี่ยเตี้ย”

 

“แล้วคิดถึงเรื่องห่าอะไร -___-

 

“คิดถึงเรื่อง....”

 

“.......”

 







 

“.......เรื่องที่วันนั้นกูสอนมึงจับคอร์ดทาบ”

 

 

“.......................”

 

 

“วันนั้นมึงรู้สึกอะไรบ้างมั้ย”

 

 

“........”

 

 


 

“ที่กูแทบจะกอดมึง แก้มมึงก็แทบจะโดนกูหอมอยู่แล้ว...”

 

ต้าเผลอกลั้นหายใจ ไม่คิดว่าอยู่ๆไอ้วินจะมาพูดเรื่องนี้ ร่างเล็กไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่นั่งมองตาของอีกคนที่มองมาอย่างหวานล้ำ รู้สึกเขินแต่ก็ละสายตาไม่ได้เลย

 

“ตอนแรกกูบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรแล้วก็ลืมๆมันไปซะ แต่พอตอนนี้กูได้อยู่ใกล้มึง ความรู้สึกเก่าๆมันก็กลับมาว่ะ”

 
 

“............................”

 

 
 

“...ไอ้ต้า ถ้ามึงรู้สึกคล้ายกูบ้าง....ก็บอกกูหน่อย อย่าเงียบดิ”

 
 

น้ำเสียงตอนท้ายอ่อนลงคล้ายไม่มั่นใจ ต้าเสมองไปทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้ ที่อีกฝ่ายพูดมามันไม่ต่างอะไรกับการสารภาพรักเลย พอคิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองมันร้อนวูบขึ้นมา ใจก็เต้นรัวจนต้าคิดว่ามันหนวกหูชะมัด

 

 

“...ไอ้ต้า?”

 
 

“.....กูรู้สึก”

 
 

“หืม?”

 
 

“รู้สึกว่าวันนั้นใจมึงเต้นแรงเชี่ยๆ หลังกูสะเทือนเลยมั้ง”

 
 

“.......”

 











 

“ไม่ต่างอะไรกับใจกูตอนนี้เลย เต้นแรงเชี่ยๆ...”

 

พูดจบก็เมินหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ใช่อะไรหรอก มันเขินเกินไปน่ะ หากก็ยังไม่พ้นสายตาอีกคนที่มองเห็นริ้วแดงๆที่ใบหน้าหวานนั่น วินยิ้มกับท่าทางนั้นโดยไม่คิดจะคาดคั้นเอาคำตอบอะไรอีก มือใหญ่ยกขึ้นขยี้ผมอีกคนเบาๆ

 

...นี่แหละวิธีตอบของไอ้ต้ามัน...

 

 

ปกติวินไม่ค่อยชอบเวลาฝนตกนะ มันชื้นและเหนอะตัว

 

แต่วันนี้เว้นไว้ซักวัน

 

 

 

เขาอยากให้ฝนตกแบบนี้ไปเรื่อยๆซะแล้วสิ...

 

 ☂ Just a rainy day ..  ☂

 

 

 

 

 

 

 N/A

         
               พอดีวันนี้ฝนตก แล้วก็มีเวลาว่างเลยปั่น short fic วินต้ามาให้ตัวเองและเพื่อนๆอ่าน

                ส่วน Back in time นั้น ยังแต่งอยู่นะ .___. มันต้องจบแน่ๆ 
               

                 ไหนๆไม่ได้อ่านนาน มาคอมเมนตืหน่อยซิว่าภาษายังพอไหวที่จะแต่งฟิคหรือเปล่าาาา


                 
*edit. เซ็นเซอร์เพียบ แก้ไขแปบบบบ

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ gg.ginger716

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 15:02
    ชอบมากกกเลยค่ะ ภาษาการเขียน เรียบลื่นอ่านง่ายผ่อนคลาย เข้าใจง่าย ชอบการเขียนชองไลท์นะคะ ชอบคู่นี้ด้วยวินต้า อ่านแล้วกลิ่นอายความรักละมุนโรยอยู่รอบตัว ความวินความต้ายังคงเหมือนเดิม รอติดตามเรื่อง back in time นะคะ ไรท์ทำให้คนอ่าน ขี้เหงา จอมเศร้าคนนี้มีความสุขมากๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์ ค่ะ ถ้าจะดีขอวินต้า เยอะๆ 555 ยังไงก็ รักไรท์ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ที่เขียนสิ่งดีๆ มอบความสุขให้คนอ่าน 
    #5
    0
  2. วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 17:51
    โอ๊ย เขินแทนต้าเลยวะ ชอบภาษาของไรต์นะคะ
    #4
    0
  3. #3 My_SoNG
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 21:03
    ภาษายังโอเคอยู่ค่ะ เป็นฟิคที่อ่านแล้วรู้สึกละมุนมากค่ะ
    #3
    0
  4. #2 ใครให้ทายภาคใหม่
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 16:38
    เอาใหม่ เม้นบนใส่ emo เยอะไปหน่อย .. สู้ๆ สุดยอดเล้ยยยย รอเรื่องใหม่ๆกับแบคอินไทม์อยู่นะไรท์เตอร์ ฮี่ๆๆๆๆๆ เม้นแรกกก
    #2
    0
  5. #1 ใครให้ทาย
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 16:35
    👍🏼👍🏼👍🏼👍🏼👍🏼 สู้ๆ สุดยอดเล้ยยยย รอเรื่องใหม่ๆกับแบคอินไทม์อยู่นะไรท์เตอร์ 😛
    #1
    0