[จบ] Paparazzi สืบข่าวป่วนหัวใจ [Yuri]​ [มีEBook MEB]

ตอนที่ 2 : 2-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    26 ธ.ค. 62

บทที่ 2


 

“ไหน เมื่อวานได้อะไรมาบ้าง” กนกแวะมาหาฉันในออฟฟิศชั้นสายข่าวกีฬา


 

“เอานิ้วมา” เธอหยิบมือถือของฉันขึ้นมาพร้อมยกนิ้วโป้งของฉันมาแปะลงที่หน้าจอ


 

เมื่อโทรศัพท์มือถือถูกปลดล็อกแล้วเธอก็เข้าไปในคลังภาพ


 

“ตอนที่เธอบอกฉันว่าพี่มานัทสุดหล่อของฉันดันเป็นคนแบบนั้นไปได้ นี่ตอนที่เธอบอกแทบไม่อยากจะเชื่อเลย จนได้ไปเห็นกับตาตัวเอง”


 

“เป็นไงบ้าง พอใช้ได้ไหม แต่เมื่อวานเกิดเรื่องนิดหน่อยเลยได้มาเท่านี้” ฉันบอกอย่างเซ็ง ๆ


 

“อื้ม น้อยไป รูปแค่นี้ยังประจานไม่ได้” กนกเลื่อนภาพไปเรื่อย ๆ จนไปเจอภาพหนึ่งคั่น “ถ่ายใครส่องกระจกมาวะนั่น”


 

เนื่องจากในภาพเป็นภาพที่ซูมระยะไกลแล้วผู้หญิงคนนั้นดันอยู่ในระยะที่ใกล้กว่าจึงมองไม่ชัดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร


 

“เออคนนี้แหละแกตัวขวางงาน พูดถึงแล้วก็หงุดหงิด” ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือกลับคืนก่อนวางไว้บนโต๊ะตามเดิม


 

“แล้วเมื่อวานมีไรอะไรถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ ท่าจะหนักน่าดู” กนกสงสัยเพราะปรกติฉันไม่ค่อยอารมณ์เสียใส่ใครเท่าไหร่ ออกจะเป็นคนเฮฮาปาจิโกะ


 

“เรื่องมันยาว ยาวมากกกก เล่าสามวันอารมณ์ยังค้าง”


 

“งั้นไม่อยากรู้ก็ได้ ไม่อยากให้แกอารมณ์เสียแต่เช้า กลัวจะพาลไปกวนตีนใส่คนอื่น”


 

“รู้ดีไปอีก”


 

หลังจบบทสนทนากับกนก ฉันก็พนมมือขึ้นเหนือหัว


 

“… สาธุ”


 

“ทำไรของแกอีกไอ้ข้าว” กนกสงสัยกับท่าทางของฉัน


 

“พอพูดถึงเรื่องเมื่อวานก็อดนึกถึงผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ก็เลยขอพรอย่าให้ได้เจอกันอีกเลยชาตินี้ พูดแล้วขนลุก ดูสิดู” ฉันชี้นิ้วไปที่แขนของตัวเอง ตอนนี้มันกำลังขึ้นเป็นตุ่มหนังไก่ทั่วร่างกาย


 

“โห ฉันว่าแกไปขี้ไปไอ้ข้าว”


 

“ไม่ได้ปวดเว้ย! ไปดีกว่า” ฉันลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้


 

“เอ้าไปไหน”


 

“ทำงาน ไปสนามก่อน”


 

หลังจากนั้นฉันก็มุ่งหน้าไปสนามกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อไปเก็บภาพการแข่งขัน


 

ก่อนเข้าไปในตัวอาคารสนามฉันดันเหลือบไปเห็นหลังไวไวของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปยังอาคารข้าง ๆ แค่ฉันเห็นแว๊บเดียวก็รู้ทันทีเลยว่าเป็นพี่มานัทสุดหล่อนิสัยเลวของฉัน


 

ว่าแล้วฉันจึงเปลี่ยนทิศทางการเดินทันทีพร้อมกับเตรียมโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไว้ในมือ


 

“ข้าวจะไปไหนนั่น ทางเข้าอยู่ทางนี้” พี่ชัยวัตน์ที่มาทำข่าวกับฉันถามขึ้น


 

“แฮะ พี่ก็รู้ใช่ปะว่าข้าวได้รับมอบหมายสองงานอะ พอดีข้าวเจอเป้าหมายพอดี ข้าวฝากพี่ด้วยนะ” ฉันยิ้มแห้ง


 

“เออ! ถ้าวันนั้นพี่ไม่ได้ยินพี่เอกกี้พูดไว้นะ พี่คงคิดว่าเราจะโดดงานชัวร์”


 

“ข้าวไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย พี่รีบเข้าไปเถอะ คนอื่นเข้าไปกันหมดแล้ว” ฉันกวักมือไล่พี่ชัยวัตน์ให้เข้าไปข้างในสนามก่อนที่ตัวฉันเองจะเข้าไปในอาคารข้าง ๆ แทน


 

ฉันยืนอยู่หน้าทางเข้าสักพักก็มีกลุ่มนักข่าวกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปในตัวงาน ฉันเลยตีเนียนไปกับเขาซะเลย


 

“ขอดูบัตรด้วยค่ะ” พนักงานที่คอยต้อนรับแขกและตรวจสอบความเรียบร้อยยกแขนขวางฉัน


 

“นี่ค่ะ” ฉันยื่นบัตรสื่อให้เธอดู ในใจก็ลุ้นกลัวว่าทางงานจะมีบัตรพิเศษแยกต่างหาก


 

เธอหยิบป้ายที่คล้องคอฉันขึ้นมาดูและยิ้มแย้มให้การต้อนรับ


 

“เชิญค่ะ”


 

“ขอบคุณค่ะ”


 

ฟู่! นึกว่าจะโดนจับโยนออกนอกงานซะแล้ว จากนั้นฉันจึงยกป้ายห้อยคอขึ้นมาจุ๊บหนึ่งที


 

เมื่อเดินเข้าไปแล้วเหมือนกับอยู่คนละโลกจากเมื่อกี้ ข้างในค่อนข้างครึกครื้นผิดจากข้างนอกโดยชิ้นเชิง ดูเหมือนว่าจะเป็นงานโปรโมทละครหรืออะไรสักอย่าง ในงานมีดารานักแสดงเพียบ


 

และที่สำคัญมีอาหาร ขนม น้ำให้ทานให้ดื่มฟรีด้วย เย็นนี้ประหยัดค่าข้าวไปหนึ่งมื้อ รู้งี้น่าจะเอากล่องพลาสติกมาด้วย


 

ฉันรีบเลิกสนใจของกินที่ล่อตาล่อใจ และกวาดตามองไปรอบงานเพื่อหาพี่มานัท


 

นั่นไง ฉันเห็นเขาแล้ว ดูเหมือนว่าจะเข้าไปในห้องแต่งตัว


 

ฉันเม้มปากคิดสักพัก ว่าจะหาวิธีไหนเพื่อที่จะเข้าไปในนั้นได้


 

ตอนนี้ฉันเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูทางเข้า พลางชำเลืองมองข้างใน


 

ก่อนจะมีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาเพราะเห็นสิ่งผิดสังเกต.. ฉันเองคือสิ่งผิดสังเกต เขาคงเห็นฉันมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นาน


 

“มีอะไรรึเปล่าครับ”


 

“เอ่อคือฉัน… ฉัน…ฉันมา….”


 

มาทำอะไรดี จะเอาอะไรมาอ้างดี ถ้าบอกว่าเป็นแฟนคลับพี่มานัทคงถูกต้อนให้ไปรอหน้างานแน่ ๆ


 

ในขณะที่เม็ดเหงื่อของฉันกำลังผุดขึ้นที่ใบหน้าก็มีเสียงเรียกช่วยชีวิต


 

“ข้าว? ใบข้าวใช่ไหม” เสียงนี้เรียกด้วยความไม่มั่นใจว่าใช่คนที่เธอรู้จักหรือเปล่าหรือแค่ท่าทางเหมือนเท่านั้น


 

“คุณยิหวา มางานนี้ด้วยเหรอ” ยิหวาเพื่อนสนิทของฉันเอง ที่เคยบอกว่าฉันมีเพื่อนสนิทเป็นดาราดัง


 

แต่ความจริงแล้วเธอเป็นแฟนของเพื่อนสนิทฉันอีกทีหนึ่ง ฉันเลยสมอ้างตีสนิทเป็นเพื่อนคนดังซะเลย


 

“ที่แท้ก็รู้จักกับน้องยิหวานี่เอง งั้นตามสบายนะครับ เอ่อแล้วเดี๋ยวสักพักมาเติมหน้าหน่อยแล้วกันครับ” ว่าจบพี่ผู้ชายน่าจะเป็นช่างแต่งหน้าของงานก็เข้าไปข้างในตามเดิม


 

“ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่าทำไมถึงมางานนี้”


 

“ก็ฉันเป็นนักข่าวไง”


 

“แต่ที่รู้มา กองฟางบอกว่าเธอทำสายกีฬา!” ยิหวาหรี่ตาจ้องหาความจริง


 

“ฉันรับจ๊อบสองงานน่ะค่ะ ว่าแต่ฉันขอเข้าไปข้างในนี่กับคุณจะได้ไหม”


 

ไหนไหนฉันก็เจอคนรู้ที่พอจะพาเข้าไปได้แล้ว ก็เลยลองตีมึนถามไปเพื่อโชคดี


 

“ได้ เพื่อนฟางก็เหมือนเพื่อนฉัน ข้างในมันมีห้องรับแขกเล็ก ๆ อีกห้อง เข้าไปนั่งรอ กินของว่างไปพลาง ๆ ก่อนได้”


 

“งั้นโอเคเลย ถ้าคุณแต่งหน้าเสร็จแล้วมาเรียกฉันให้ออกไปพร้อมด้วยนะคะ ไม่อยากออกไปคนเดียวเด๋อ ๆ”


 

ยิหวาพยักหน้ารับ ก่อนจะนำฉันไปยังห้องรับแขก


 

“ว่าแต่ฟางไม่มาด้วยเหรอคะ”


 

“ฟางเพิ่งกลับบ้านไปน่ะ อีกสักอาทิตย์คงกลับมา ฉันไปแต่งหน้าก่อนนะ” เธอยิ้มให้ก่อนไปนั่งลงหน้ากระจก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #4 Haoshinao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 02:14

    อืมๆ เนื้อหาอ่านเพลินมากแต่ไม่มีอะไรให้เม้นแหะ อ่านกันต่อไป

    #4
    0