คันฉ่องกาลพิสดารกับการเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 6 : คันฉ่องกาลพิสดารกับการเปลี่ยนแปลง Special EP.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63


“ซ่งเสวียนเหริน...”

เสียงอันคร่ำเคร่งนั้นอันตรธานหายไปพร้อมกับคันฉ่องกาลพิสดารบานเล็กในมือของผู้ที่เป็นเจ้าของ

.....

เมื่อเริ่มเข้ายามอิ๋น จิ้งจอกน้อยเก้าหางสีแดงในร่างเซียนสตรีผู้มีรูปโฉมอันงดงามเริ่มขยับร่างดิ้นขลุกขลักอยู่ภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นของบุรุษเทพร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่โอบกอดร่างของนางอยู่ระหว่างเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ทว่า เพลานี้ของทุกวันร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดของมหาเทพมักขยับร่างกายเคลื่อนไหวไปมาจนผ้าห่มที่คลุมกายมักคลายออก แต่ด้วยเขาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางมาหลายสิบปี เพลายามอิ๋นนี้เขาจึงต้องตื่นลืมตาขึ้นมาห่มผ้าให้นางจนเป็นปกติดังกิจวัตรประจำวันอันคุ้นชิน ซึ่งวันนี้ก็เช่นกัน มหาเทพลืมตาตื่นขึ้นมาในเพลาเข้ายามอิ๋น กวักปลายนิ้วเรียวทั้งสี่เพียงเบาๆ ผ้าห่มที่ถูกดันไปอยู่ตรงปลายเท้าของนางก็พลางกระตุกตัวกางแผ่หลาคลุมลงมายังทั้งสองร่างที่นอนอยู่เคียงข้างกัน ก่อนหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเขาจุมพิตลงยังกลางหน้าผากของนางแผ่วเบา โอบกระชับร่างนางให้เข้ามาหาร่างอุ่นของเขาแนบแน่น แต่ครานี้แม้สัมผัสนั้นจะอ่อนโยนเพียงใดกลับทำให้นัยน์ตาซุกซนของคนที่เพิ่งตื่นนอนขึ้นมาเบิกกว้างขึ้น เฟิ่งจิ่วจำได้ว่านางเผลอหลับไปในตำหนักใหม่ที่ยังไร้ชื่อของบุตรชาย แต่ตอนนี้กลับมานอนเกยก่ายร่างของมหาเทพอยู่บนเตียงเมฆสีขาวนวลนี้เสียแล้ว นางลืมตาขึ้นมาเห็นเพียงแผ่นอกกว้างด้านในของสาบเสื้อสีขาวที่คลายออกเล็กน้อย พลางคิดว่าใบหน้าของนางคงซุกเข้าหาความอุ่นของแผ่นอกกว้างตรงเบื้องหน้ามาตลอดคืน สาบเสื้อของเขาจึงคลายออกจนยับยู่ยี่เช่นนี้ ครั้นจึงนึกถึงสัมผัสอุ่นเมื่อครู่นี้ที่กลางหน้าผากที่เกิดจากริมฝีปากของคนตรงเบื้องหน้า นางหนุนนอนอยู่บนแขนของเขา มือหนึ่งโอบกอดเขาด้วยความคุ้นชิน ผ้าห่มผืนหนาปกคลุมร่างนางไว้เป็นอย่างดีเช่นนี้ คงเพราะมีเขาคอยดูแลนางเป็นอย่างดีอยู่ทุกค่ำคืน คิดได้เช่นนั้นก็พลันเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาของมหาเทพอย่างพึงใจ จุมพิตลงไปยังปลายคางมนของเขาเบาๆ

“ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือ”

“มิใช่ดอก ข้าคงนอนมากไป ตื่นไวปานนี้คงเป็นเรื่องธรรมดา ท่านนอนต่อเถิด”

“อืม”

ครั้นเฟิ่งจิ่วสังเกตได้ว่าเสียง ‘อืม’ ที่เขาตอบกลับนางมานั้นยังคงฟังดูเคร่งเครียด สองสามวันนี้มหาเทพเป็นอะไรไปนางจึงสงสัยใคร่รู้ยิ่งนัก เดิมทีเขาก็เอาใจใส่ดูแลนางเป็นอย่างดีมาเนิ่นนาน แต่เพลานี้กลับดียิ่งเสียกว่าเพลาที่ผ่านมานั้นมากโข นางไม่คิดจะปล่อยให้ความสังสัยในครานี้ผ่านไปเป็นแน่ สวามีนางกลัดกลุ้มนางนั้นย่อมกลัดกลุ้มด้วยเช่นกัน คิดได้เยี่ยงนั้นก็พลันลุกขึ้นนั่งเคียงข้างเขา กุมมือเขาเอาไว้อย่างหลวมๆ

“มหาเทพท่านกระไรไป ไยท่านดูเคร่งเครียดยิ่งนัก”

“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ข้ามิได้เป็นไร เจ้าลงนอนพักผ่อนต่ออีกสักหน่อยเถิด”

มหาเทพดึงรั้งมือที่ถูกนางกุมไว้อยู่เบาๆ แต่กลับถูกนางรั้งขืนเอาไว้เช่นกัน เฟิ่งจิ่วพลันคิดได้ว่า มหาเทพนั้นกลัวนางจะโกรธเคืองเขาเสียยิ่งกว่าสิ่งใด นางจึงผละฝ่ามือออกจากเขาแล้วกลับยกขึ้นเอามากอดอกไว้ เชิดใบหน้างดงามนั้นมองไปทางอื่นพลันข่มเสียงแข็งกลั่นออกมาทางปลายจมูก “ฮึ!” การกระทำเยี่ยงนี้ของนางนั้นย่อมได้สัมฤทธิ์ผลกับคนที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่เป็นแน่

“ข้าคิดมากไป หรือว่าเป็นท่านกันแน่ทีกลัดกลุ้มมากไป”

“มิมีสิ่งใดให้ข้าต้องกลัดกลุ้ม”

“จริงหรือ”

“อืม เจ้ามานอนต่อเถิด”

“ไม่!”

เป็นอีกคราที่มหาเทพพยายามดึงแขนนางให้เอนตัวลงมานอนเคียงข้างเขาแต่กลับถูกนางปฏิเสธด้วยใบหน้าง้ำงอ ครั้นนางยังเบือนหน้าหันหนีเขาไปทางอื่น มหาเทพจึงเท้าแขนขึ้นข้างหมอน เลิกคิ้วหนาเรียวยาว ปลายริมฝีปากเผยรอยยิ้ม

“ทำไมวันนี้จิ้งจอกน้อยของข้าถึงได้พยศดั่งยอดอาชาไนยเยี่ยงนี้หนอ”

เมื่อได้ยินถ้อยคำกล่าวถึงจิ้งจอกน้อยหลุดออกจากปากเขา เฟิ่งจิ่วจึงคิดแผนการอันแยบยลได้ นางรีบกลายร่างเป็นจิ้งจอกน้อยเก้าหางสีแดง เผยดวงตาอันซุกซนที่ซ่อนเร้นนั่งอยู่บนที่นอน ปลายหางขนกลมนุ่มฟูสีแดงสดโบกสะบัดไหวไปมาอย่างงามสง่าอยู่เบื้องหน้าของมหาเทพ เฟิ่งจิ่วคิดเพียงว่าหากมหาเทพไม่เอ่ยถ้อยคำใดให้นางคลายความสงสัย นางนั้นจะรั้งอยู่ในร่างจิ้งจอกเยี่ยงนี้จนกว่าเขายอมกล่าวออกมา

“เจ้างอนข้าถึงเพียงนี้เทียว”

“.....”

“เพราะ ข้าหึงเจ้า”

ถ้อยคำนั้นที่มหาเทพเอ่ยออกมาทำให้เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในร่างจิ้งจอกตกตะลึงงันจนผงะ ดวงตากลมใสดั่งดวงตะวันยามเข้าฤดูคิมหันต์จ้องมองมายังดวงพระเนตรของบุรุษเทพเคารพชั้นสูงแน่วนิ่ง ไยเขาถึงได้สามารถเอ่ยถ้อยคำว่า หึงหวง ออกมาได้ง่ายดายนัก แต่นั่นก็หาใช่ใจความสำคัญของเรื่องนี้ นางใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เขากำลังหึงหวงนางหรอกหรือ แต่เขาหึงหวงนางกับเทพเซียนหนุ่มผู้ใดกันหนอ ในเมื่อตั้งแต่เพลายามโฉ่วจนถึงยามไฮ่นางไม่เคยไปไหนไกลเกินสายพระเนตรของมหาเทพเลย จิ้งจอกน้อยทำได้เพียงเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัยยิ่งนัก แต่ไม่ทันที่นางจะได้กลายร่างกลับเป็นเซียนสตรีที่มีรูปโฉมงดงามกลับถูกมือของมหาเทพคว้าร่างเล็กๆ นั้นเข้าไปสวมกอดจนแนบแน่นเสียแล้ว

“ร่างนี้ของเจ้าทั้งนุ่มทั้งอุ่น เยี่ยงนั้นก็นอนด้วยกันทั้งร่างนี้นี่แหละ”

จิ้งจอกน้อยร้องครวญครางส่งเสียงผ่านลำคอเล็กๆ นั้นออกมาแผ่วเบา นางพยายามดิ้นขยุกขยิกเพื่อสลัดร่างให้หลุดออกจากพันธนาการของเขา ครั้นจึงคิดได้ว่า เขาคือมหาเทพ เทพเคารพผู้มีวิชาเวทย์อันล้ำลึก ไม่ว่านางจะอยู่ในร่างไหนก็มักจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้เขาเสมอ เพลานี้นางคิดเพียงอยากส่งเสียง “ฮึ!” ออกมาอีกสักครั้งให้เขาได้รู้ว่านางยังคงมีอารมณ์ขุ่นเคืองเขาอยู่และหากนางมีน้ำอดน้ำทนเพียงพอก็จะขออยู่ในร่างนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง เพื่อให้เขายอมเผยความกลัดกลุ้มนั้นออกมาให้นางได้คลายสงสัยเสียที

“เจ้าเหนื่อยแล้วหรือ เล่นเหนื่อยแล้วก็นอนเถิด”

“.....”

มืออันอบอุ่นของเขาเคล้าคลอเคลียใบหน้าของนางผ่านขนนุ่มฟูหนา จนนางเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันแผ่วเบานั้น นางชอบเพลาที่เขาสัมผัสลูบไล้ไปใต้พวงแก้มของนางเช่นนี้ ปฏิกิริยาของนางที่มีจึงเป็นการซุกไซร้ใบหน้าหาฝ่ามือนั้นด้วยความลืมตัว

ชายแขนเสื้อผ้าผาวสีม่วงอ่อนวาดผ่านปลายจมูกจิ้งจอกของนางไปทำให้นางลืมตาโพลงขึ้นด้วยสติที่หวนกลับคืนในบัดดล มหาเทพร่ายเวทย์คืนร่างให้นาง ครั้นนางคิดจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปด้วยร่างจิ้งจอกที่แซนว่องไวของนางนั้น แต่เพลานี้กลับไม่ทันการเสียแล้ว เรือนร่างอรชรขาวผ่อง ผิวนุ่มนวลดุจใยไหม นัยน์ตาสุกใสดั่งดวงดาราที่กำลังพรั่งพรายกลับนอนอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กำลังยิ้มกริ่มปลายริมฝีปากเสียแล้ว

“มหาเทพ...”

“ข้ากลัดกลุ้ม เพราะข้าหึงหวงเจ้า”

“ท่านอย่าล้อข้าเล่นเยี่ยงนี้ ข้าอยู่กับท่านทุกค่ำเช้า ท่านหึงหวงข้ากับผู้ใดกัน ข้าเป็นมหาเทวีของท่านผู้ใดจะหาญกล้ามาแย่งชิงข้าได้”

“ซ่งเสวียนเหริน”

“ห๊า! นี่ท่าน...”

มหาเทพขยุ้มริมฝีปากหุบยิ้ม พยักหน้าไหวเบาๆ มือหนึ่งยกขึ้นมาคลอเคล้าแก้มนวลใสของนาง ที่เพลานี้เริ่มมีสีชมพูอ่อนระเรื่อขึ้นคล้ายถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนของกลีบดอกบัวสวรรค์กลางบึงจันทร์นที

“มหาเทพ ไยท่านถึงต้องหึงหวงข้ากับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยเล่า”

“ข้าส่องคันฉ่องกาลพิสดารมา ข้าเห็นเขาดีกับเจ้า เขากล่าววาจาน่าฟังสวยหรูกับเจ้า เอาอกเอาใจเจ้า ข้าเห็นเจ้ารักเขาอย่างลึกซึ้ง”

“มหาเทพ แต่เขา...”

“หากเขามิใช่มนุษย์ แต่เป็นเทพเซียนหนุ่ม เจ้าคงต้องชมชอบเขามากเสียยิ่งกว่าข้าเป็นแน่”

เดิมทีที่เฟิ่งจิ่วได้ยินชื่อของซ่งเสวียนเหรินนางเองก็ตกตะลึงพรึงเพริดอยู่ชั่วครู่ แต่ครั้นพลันคิดได้ก็สงบจิตใจลงให้พอหายคลายกังวลไปได้ มหาเทพกำลังหึงหวงนางกับร่างมนุษย์ของตนเอง นางใคร่ครวญเท่าใดก็ยิ่งน่าขบขัน แต่ทว่า นัยน์ตาสีดำขลับที่จับจ้องนางอยู่อย่างแน่วนิ่งนั้นทำให้นางแม้แต่เพียงจะเผยใบหน้าที่แย้มยิ้มก็ยังทำไม่ได้

“มหาเทพ เพราะข้ารักท่าน ข้าถึงหลงมัวเมาชมชอบซ่งเสวียนเหรินไปด้วยความไม่ยั้งคิด”

“นี่เจ้า เจ้าชมชอบเขาถึงเพียงนั้น แล้วไยไม่มอบผลพิมพาที่เจ้าชนะได้ครานั้นมาชุบกายเนื้อสร้างกระดูกขาวให้เขาแทนเยี่ยชิงถีเล่า”

มหาเทพดวงพระเนตรเศร้าสร้อยและพระพักตร์เศร้าหมองลงภายในทันที ครั้นจะขยับร่างพลางลุกขึ้นคืนอิสระให้แก่นาง แต่กลับถูกสองแขนของคนใต้ร่างนั้นยกขึ้นมารั้งท้ายทอยของเขาเอาไว้จนชะงักงัน

“เสี่ยวป๋าย...”

“มหาเทพ ข้ามิอาจปฏิเสธท่านได้ จริงอยู่ที่ข้าชมชอบซ่งเสวียนเหรินและข้าก็มีใจสงสารเสินเยี่ย”

“.....”

“แต่ทุกคนล้วนคือท่าน ซ่งเสวียนเหรินก็คือท่าน เสินเยี่ยก็คือท่าน ใบหน้าของท่าน ร่างกายของท่าน สัมผัสของท่าน สิ่งเหล่านั้นทำให้ข้าลืมตัวจนเผลอไผลใจไปได้ทุกครา นั่นก็เพราะท่าน”

“เพราะข้าหรือ”

เฟิ่งจิ่วเลื่อนฝ่ามือลงมาวางทาบบนแก้มของมหาเทพ มือบางคลอเคล้าไล่เกลี่ยแก้มของเขาเบาๆ ดวงตาสุกใสจับจ้องไปที่ใบหน้าคมคายที่คล้ายจะยังกังวลใจอยู่ไม่น้อย

“เพราะข้ารักท่าน รักท่านเพียงผู้เดียวมาตลอด ไม่ว่าจะภพไหน ร่างไหน ล้วนคือท่านเพียงผู้เดียวที่ข้าจะมอบหัวใจรักอันล้ำลึกตรึงใจได้ถึงเพียงนี้ ยามนั้นข้ารู้ดีว่า วาสนาของข้ากับท่านนั้นช่างตื้นเขินยิ่งนัก ข้าจึงทำได้เพียงแค่ฉวยโอกาสนั้นไว้ให้ได้ใกล้ชิดท่าน แม้เงาร่างอันเบาบางนั้นมีเพียงปราณทิพย์สายหนึ่งของท่าน ข้าก็รัก ถึงพวกเขาจะมีเพียงกลิ่นไม้จันทร์ขาวเบาบางเพียงใด ข้าก็ยังรัก”

“เสี่ยวป๋าย...”

“เพราะพวกเขาเหล่านั้นล้วนคือท่าน มหาเทพ”

“เจ้ารักข้าที่สุด”

“ท่านมิหึงหวงข้าแล้วใช่หรือไม่ เยี่ยงนั้นท่านจะคลายความกลัดกลุ้มนั้นได้หรือยัง”

มหาเทพไม่เอ่ยถ้อยคำใดตอบนางแม้แต่น้อย เพียงโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตยังริมฝีปากของนางอย่างโอนโยน ขยับร่างทาบทับลงบนเรือนร่างของนางอย่างช้าๆ ฝ่ามือหนาไล่เกลี่ยปรอยผมของนางตรงข้างแก้มใสก่อนจะลื่นไถลมือไปตามลำคอระหงแล้วเลื่อนลงไปกุมขยำเนื้อนวลนั้นอย่างแผ่วเบา สมองของเฟิ่งจิ่วขาวโพลนในบัดดล เสียงเครือเบาๆ เล็ดรอดผ่านออกมาพร้อมลมหายใจใต้ปลายจมูก เมื่อคนบนร่างขยับฝ่ามือไปคลายปมชุดขาวเบาบางของนางออก เรือนร่างขาวกระทบเข้ากับลมที่พัดผ่านร่างมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับไม่ได้สั่นสะท้านต่อความเหน็บหนาวนั้นแต่อย่างใด นางกลับสั่นไหวต่อปลายนิ้วเรียวอุ่นที่ลูบไล้ไปทั่วร่างของนางอย่างอ้อยอิ่ง ยามเขาลุกล้ำกล้ำกรายกลับคลายความกังวลอื่นใดไปเสียจนสิ้น สัมผัสได้เพียงแต่เหงื่อชื้นกลางแผ่นหลังกว้างที่นางวางฝ่ามือโอบกอดร่างนั้นไว้อยู่ บางครั้งร่างสูงใหญ่นั้นก็เป็นดั่งลมพายุที่ถาโถมโหมกระหน่ำ แต่บางครานั้นกลับอ่อนโยนดั่งสายลมวสันต์ที่พาดผ่าน เขากอดร่างของนางไว้แน่น สูดกลิ่นหอมดอมดมไปทั่วคอระหงอย่างพึงใจ พรมประทับรอยจูบไปถ้วนทั่ว สายตาของนางเริ่มพร่ามัวจนนางต้องหลับตาพริ้มลง ถูกริมฝีปากอุ่นบรรจงจูบอยู่หลายครั้งหลายคราจนสมองพร่าเลือน นางจึงทำได้เพียงปล่อยให้ลมวสันต์นั้นเคลื่อนผ่านร่างของนางไปตามแต่ใจต้องการ

“มีลูกจิ้งจอกน้อยให้ข้าอีกสักคนเถิด เสี่ยวป๋าย”

“มหาเทพ...”

“ข้ารักเจ้าที่สุด จิ้งจอกน้อยของข้า”

เพลานี้ ดวงจิตของมหาเทพแจ่มกระจ่างชัด ภาพในคันฉ่องกาลพิสดารถูกปลดเปลื้องคลายความกังวลทุกข์ตรมของเขาไปแล้วสิ้น ภาพตรงเบื้องหน้ามีเพียงมหาเทวีของเขา นางนั้นมีใบหน้าอันงดงาม ดวงจิตบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดวงตาสุกใสแฝงไว้ด้วยความซุกซนออดอ้อน แต่บางครั้งก็กลับเย้ายวนชวนให้หลงใหล แต่แก่นแท้ของนางที่ทำให้เขารักนางได้อย่างล้ำลึกถึงเพียงนี้ นั้นคือจิตใจของนางที่มีหัวใจรักมั่นคงต่อเขาดั่งหินผาศิลาหยกก็มิอาจเทียบได้ คันฉ่องกาลพิสดารเป็นเพียงภาพสะท้อนความสุขและทุกข์ตรมในอดีต แต่กลับมิอาจฉายภาพความสุขของเขากับนางได้กระจ่างชัดเท่าเพลานี้ได้

จิ้งจอกน้อยเช่นนางถูกลิขิตให้กำเนิดมาเพื่อเขาเพียงผู้เดียว นางจึงรักเขาทุกชาติทุกภพที่ผ่านมา แต่เพลานี้เทพผู้อยู่เหนือทุกสรรพสัตว์ในใต้หล้า กลับให้คำมั่นสัญญาต่อตนเองว่า มหาเทพตงหัวจะมอบหัวใจรักมั่นและดูแลจิ้งจอกน้อยของเขาด้วยชีวิต......ทุกภพทุกชาติ



??“?ฝากรบกวนทุกท่านที่ชื่นชอบผลงานไรท์ กดติดตามเพจ เรามาคุยกันนอกรอบ และอัพเดทfanficก่อนใครกันนะคะ

Facebook พิมพ์ นิยาย By ผีเสื้อปีกบาง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Baum@b.b. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 00:17

    สนุกค่ะ ชอบ

    #8
    0
  2. #7 Piako Natchanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 09:49

    ชอบบบบ ♥️ ต่อจากซีรีส์ที่จบไป ฟินต่อเลยจ้า

    #7
    0
  3. #6 เมเม่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 08:30

    สนุกจังคะ

    #6
    0