นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [TOZX] Pieces - Yaoi fanfiction

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เป็นฟิคเรื่องแรกของ Tale of Zestiria the X เลยค่ะ จริงๆ ก็เป็นฟิคเรื่องแรกของซีรีส์นี้เลยล่ะค่ะ :3

เนื้อเรื่องที่เราใช้ในการแต่งฟิคอันนี้เรายึดมาจากในอนิเมะเป็นหลักนะคะ (สารภาพว่ายังเล่นเกมไม่จบแง เป็นปีแย้ว TT) 

ความจริงเรื่องนี้แต่งเสร็จไปตั้งแต่หลังวันฉายตอนจบแล้วล่ะค่ะ แต่พึ่งมีโอกาสได้เอามาลง ;////;

ฉากที่มิคุลิโอะเรียกชื่อสเลย์ตอนที่ลงไปผนึกเจ้าแห่งมหันตภัยสะเทือนใจมากจริงๆ ค่ะ ถึงขั้นที่ดูซ้ำไปซ้ำมายังนั่งน้ำตาซึม บวกกับเห็นชาวต่างชาติท่านหนึ่งเขาทวิตประมาณว่า "....จากฉากนี้มันทำให้เรารู้เลยว่า สเลย์เป็นโลกทั้งใบของมิคุลิโอะจริงๆ" เลยยิ่งเพ้อหนักเลยค่ะ 

*มีสปอยล์นะคะ มากๆ ตั้งแต่ตัวแรกยันตัวสุดท้ายเลยค่ะ สำหรับฉากจบอนิเมะ*
(แอบคิดว่าทำไมคำสุดท้ายที่สเลย์ตะโกนออกมาถึงเป็น เซไกกกกก งี้นะคะ แต่ก็สมกับเป็นสเลย์ดี ////)

เราจะพิมพ์ชื่อตามนี้นะคะ สเลย์ มิคุลิโอะ

เวิ่นมานานสุดท้ายนี้ก็ติชมได้นะคะ และฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ด้วยค่ะ >< SorMik แพรร์ริ่งนมถั่วเหลือง(?)นี้


เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 พ.ค. 60 / 22:20


Title : Pieces

Pairing : Sorey x Mikleo

PG-13

Smileman :)

 

 

 

'..........สเลย์!!!!!!'

 

 

 

นับตั้งแต่วันที่กรีดร้องเรียกชื่อนั้นออกไปจนสุดเสียง และเห็นเจ้าของชื่อนั้นร่วงหล่นสู่เบื้องล่างของโลกไปกับตา ตัวเขาที่ถูกส่งกลับมายังเบื้องบนได้แต่นั่งทรุดอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง หัวใจราวกับถูกฉีกกระชากเป็นรูโหว่และแตกสลายลงตรงนั้น

 

 

 

สเลย์เป็นโลกทั้งใบของเขา......... นับตั้งแต่วันที่ออกจากอิซึจิมา

 

 

 

และตอนนี้โลกทั้งใบของเขาถล่มลงตรงหน้า ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ยักษ์ที่คอยค้ำจุนตัวตนของเขาเอาไว้สูญหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน

 

ขอบตาร้อนผ่าวทว่ากลับไม่มีน้ำตาแม้ซักหยด.............. เพราะเขายังอยากจะเชื่อมั่น เชื่อมั่นในหัวใจที่แข็งแกร่งดวงนั้นให้ถึงที่สุด...

 

 

 

สเลย์จะต้องทำได้

 

 

 

..........ทว่ารอยแผลขนาดใหญ่ที่ก่อกำเนิดในตัวเขาเป็นของจริง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้...

 

 

 

 

 สิ่งที่ว่าสเลย์ไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 

มิคุลิโอะไม่มั่นใจนักว่านั่งอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่....

 

กระทั่งอลิชาหรือโรเซ่ ใครซักคนหรืออาจจะทั้งคู่ตะโกนออกมาว่าสเลย์ยังมีชีวิตอยู่.......

 

 

 

 

.......ยังมีชีวิต

 

 

 

 

คำสั้นๆ คำนั้นราวกับมือคู่ใหญ่ที่โอบกอดร่างกายของเขาเอาไว้ และออกแรงฉุดดึงให้ลุกขึ้นยืน เก็บโกยเศษซากของจิตใจที่แตกสลายนั้นขึ้นมาเพื่อรอคอยวันที่มันจะฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง....

 

ไม่ว่านานเพียงใดก็จะรอ........ ไม่ว่านานเพียงใด

 

เพื่อตามหาชิ้นส่วนที่สูญสลายไปนี้และเพื่อทำตามสิ่งที่สเลย์ได้ฝากฝังเอาไว้

 

เขาจะเชื่อมั่น เขาจะแข็งแกร่ง เขาจะคอยเฝ้าคิดถึงทุกเรื่องราวในทุกๆ ลมหายใจและจะเล่าขานตำนานของนักบุญให้แผ่ไกล.....

 

 

 

 

 

.....นักบุญคนนั้น ที่เป็นเพื่อนของผมเอง......

 

 

 

 

 

เพราะนั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้

 

รออยู่นะสเลย์...... วันที่เราจะได้ออกท่องโลกใบนี้ไปด้วยกันตามที่เคยได้สัญญาเอาไว้.....

 

 

 

 

 

หลายปีผ่านไปมิคุลิโอะออกเดินทาง เขาเฝ้าเที่ยวตามหาและเก็บเกี่ยวทุกเศษเสี้ยวของชีวิตเอาไว้ ท้องฟ้าสดใส ลำธารใสกระจ่าง และอากาศบริสุทธิ์.... ทุกชิ้นส่วนของสเลย์ที่อยู่ในทุกสิ่งเหล่านั้น ค่อยๆ เยียวยาจิตใจแตกร้าวขึ้นมาใหม่

 

ทุกสิ่งค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น.......

 

 

แม้ว่าเขาจะสามารถแย้มรอยยิ้มจากใจออกมาได้ก็ตาม ทว่าก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่จะสามารถเติมเต็มชีวิตของเขาได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เขารอคอยให้มันหวนกลับคืนมา........

 

 

 

'..... ที่ว่ามาเยี่ยมเนี่ย จะใช่ฉันรึเปล่าน้า'

 

 

 

จวบจนวันที่เสียงนั้นถูกส่งผ่านมา.........

 

แก้วตาสีม่วงใสเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวล้นปรี่ด้วยความยินดี

 

 

 

"....สเลย์"

 

 

 

อยู่ที่ไหนกัน..... อยู่ที่ไหน

 

 

 

กระทั่งได้เห็นแผ่นหลังนั้น แผ่นหลังอันคุ้นเคย

 

มีเพียงสเลย์ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยซักนิด ทุกอย่างยังคงเดิมราวกับว่าการลาจากพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสื้อคลุมของนักบุญปลิวไสว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มขยับล้อสายลมแผ่ว คนตรงหน้าหันหลังกลับมา นัยน์ตาสีเขียวผินมอง ยังคงเปี่ยมไปด้วยประกายซื่อตรงและความหวังแห่งชีวิต

 

 

 

 

สิ่งที่ขาดหายไป.......... ตอนนี้ได้กลับหวนคืนสู่เจ้าของของมันอีกครั้ง สิ่งที่เติมเต็มโลกใบใหญ่ของเขาให้กลับมาสมบูรณ์

 

 

 

เขายิ้ม............. เป็นรอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ และโดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยคำใด มิคุลิโอะสาวเท้ายาวๆ ตรงเข้าไป เอากำปั้นชนกับสเลย์อย่างที่เคยทำอยู่บ่อยๆ

 

 

 

 

......กลับมาแล้วจริงๆ

 

 

 

 

เพียงเท่านั้นก็ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดยั้งหยดน้ำซึ่งล้นปรี่ออกมาด้วยความยินดีจากหางตาได้ เขากล่าวเรียกชื่ออีกฝ่ายและโถมร่างเข้าสู่อ้อมแขนนั้น

 

 

"สเลย์........"

 

 

ทั้งสองคนเซหมุนไปเล็กน้อย ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะโอบกอดตอบรับเข้าที่แผ่นหลัง ส่งผ่านความอบอุ่นและความคิดถึงทั้งหมดตลอดเวลาที่ผ่านมาให้ใครอีกคน

 

 

คิดถึงนะสเลย์..... คิดถึง

 

 

ถ้อยคำที่ไม่ได้ส่งผ่านออกไปหากรับรู้ได้อย่างแน่นอนจากกระทำ

 

 

 

"ดีใจที่ได้เจอนะ"

 

 

 

จุดสิ้นสุด.......... ของการรอคอยอันแสนยาวนาน

 

 

"อึก.........."

 

 

มิคุลิโอะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น........เนิ่นนาน จนกระทั่งทั้งคู่ผละออกจากกัน มอบได้เพียงรอยยิ้มซึ่งสะท้อนความสุขยิ่งกว่าครั้งใดๆ ออกมา

 

 

ทุกอย่างดูจะดำเนินไปด้วยดี สเลย์สามารถชำระล้างเฮลดัลฟ์ได้สำเร็จ

 

 

"แล้วสเลย์จะเอายังไงต่อล่ะ"

 

"คิดว่าจะกลับอิซึจิน่ะ... คุณปู่สบายดีรึเปล่า"

 

"คุณปู่สบายดีเสมอแหละ"

 

 

มิคุลิโอะทอดสายมองผืนฟ้ากว่างใหญ่ พลางคิดว่าช่างเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกินที่เขาไม่ได้มานั่งพูดคุยเรื่อยเปื่อยและมองบรรยากาศรอบตัวแบบนี้กับสเลย์

 

"แต่ว่าก่อนหน้านั้นนะ"

 

เจ้าตัวว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบบันทึกสวรรค์ออกมา สิ่งที่บันทึกตำนานและเรื่องราวและทำให้พวกเขาก้าวมาถึงจุดนี้

 

"ใกล้ๆ ที่นี่มีโบราณสถานอยู่ล่ะ"

 

หน้าสมุดถูกเปิดไปยังหน้าที่มีรูปภาพของสถานที่ที่ว่านั่นอยู่

 

 

สเลย์กลับมาและสานต่อคำสัญญาที่ได้เคยให้ไว้ว่าจะออกสำรวจโลกใบนี้ไปด้วยกัน...... อา เพราะสเลย์ไม่เคยโกหก เรื่องนั้นเขารู้ดีที่สุด

 

 

 

"ครั้งนี้ผมก็คงต้องไปถึงก่อนแน่ๆ"

 

ราวกับได้ย้อนกลับไปในสมัยที่ยังเป็นเพียงแค่เด็กอีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาจะสูงเกือบจะเท่าสเลย์แล้วก็ตามที

 

 

 

ดวงตาสองสีมองสบกัน เชื่อมต่อกันโดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ... เพราะตัวตนของอีกฝ่ายต่างเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของคนอีกคนอยู่ตั้งเนิ่นนานมาแล้ว

 

 

 

"งั้นเราไปพร้อมกันเลยแล้วกัน....... พร้อมล่ะนะ"

 

 

รอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้า พร้อมกล่าวเอ่ยเรียกนามที่แท้จริงออกมา ความรู้สึกทั้งหมด พลังในกายที่ไหลเวียนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งต่อซึ่งพลังและทุกสิ่งทุกอย่าง

 

 

สเลย์พุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า สัมผัสอากาศและแสงแดดอันอบอุ่น ดวงตาสีเขียวไหวระริกอย่างยินดี........ และตะโกนออกมาจนสุดเสียง

 

 

นี่คือโลกอันสมบูรณ์แบบ

นี่คือโลกที่มีสเลย์อยู่..........................

 

 

"............ โลก!!!"

 

 

 

END.

ผลงานอื่นๆ ของ smile man : )

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น