คัดลอกลิงก์เเล้ว

[เรื่องสั้น] กาชาด - หลง - รัก - คุณ [60%]

ตอนเห็นคุณครั้งแรก ผมรู้สึกว่า... 'นี่แหละ ใช่เลย' #คีมตัวเลข

ยอดวิวรวม

166

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


166

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 พ.ย. 62 / 04:07 น.
นิยาย [ͧ] ҪҴ - ŧ - ѡ - س [60%] [เรื่องสั้น] กาชาด - หลง - รัก - คุณ [60%] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
TB
กาชาด - หลง - รัก - คุณ



ตอนเห็นคุณครั้งแรก ผมรู้สึกว่า... 'นี่แหละ ใช่เลย'




____________________________________

NOKSI TALK

เรื่องสั้นขำ ๆ ที่ได้พล็อตมาตอนไปเดินเที่ยวงานกาชาดเมื่ออาทิตย์ก่อน

ไม่ได้แปลกใหม่หรอก แค่อยากเขียนเสย ๆ 5555555555


credit theme: ☆ Thememie B U T T E R ☆

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 พ.ย. 62 / 04:07





กรมอุตุประกาศว่าปีนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม นี่ก็ล่วงเลยมาจนถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่ดูเหมือนความหนาวเย็นที่ว่าจะแผ่มาไม่ถึงใจกลางกรุงเทพมหานคร

ผมเป็นคนขี้ร้อนและไม่ชอบความวุ่นวาย

แต่ดันรับปากเพื่อนสนิทไว้ว่าจะมาเดินเที่ยว งานกาชาด เป็นเพื่อนมัน ผมเพิ่งเคยมากาชาดปีนี้เป็นปีแรก พอขี่รถมาถึงถนนวิทยุก็รู้เรื่องเลย ยิ่งใกล้ทางเข้าสวนลุมฯซึ่งเป็นสถานที่จัดงานนะ ผมนี่อยากเลี้ยวรถแล้วกลับไปนอนตากแอร์สิบแปดองศาที่ห้องให้เป็นปอดบวมตาย รถติดนรกแตก โชคดีที่ตัดสินใจเลือกขี่มอเตอร์ไซค์มาแทนการขับรถยนต์ ไม่งั้นคงได้ทิ้งเพื่อนไว้กลางทางจริง ๆ 

ขนาดเอามอเตอร์ไซค์มาก็ยังหาที่จอดไม่ง่ายเลย

คีม

อะไร

หน้าหงิก

ร้อน คนเยอะ

แต่ความแออัดของผู้คนก็ไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเท่ากับการที่มีใครสักคนเหยียบตีนแล้วไม่ขอโทษ หันไปมองอีกทีก็เห็นหลังไว ๆ ของเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินสะพายเป้ Adidas สีแดงเดินหายไปกับฝูงชนแล้ว

ผมถอยรองเท้าคู่นี้มาเมื่อวาน ใหม่เอี่ยม เพิ่งใส่ครั้งแรก

ที่สำคัญ... สีขาว

"แม่ง"

อยากกระทืบเด็ก

ใจเย็นนะเพื่อน เย็นไว้

คนอยากมาเที่ยวขำจนไหล่สั่นตอนเห็นหน้าผม ยกมือตบบ่าเป็นเชิงบอกให้ใจเย็นอย่างปากว่า แต่หน้าผมตึงแบบไม่ต้องดึงมองตาขวางไปเรียบร้อย ก่อนจะถูกเพื่อนซี้ลากไปยังโซนขายอาหารเพื่อหาของกินดับอารมณ์กรุ่น กะจะมาเดินหาของกินในงานก็เลยไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่าย ที่หัวร้อนง่ายกว่าปกติก็คงเพราะโมโหหิวด้วย 

เดินวนอยู่ในโซนขายอาหารเกือบครึ่งชั่วโมงก็ได้ของกินมาเพียบ

เราออกมาหาที่นั่งกินซึ่งก็มีโต๊ะเหล็กตั้งเรียงไว้จำนวนหนึ่ง แต่โต๊ะกับเก้าอี้ไม่พอกับจำนวนคน ส่วนใหญ่ก็เลยนั่งทานบนพื้นสนามหญ้ากัน แต่โชคดีตอนผมเดินออกมาจากซุ้มขายอาหารก็มีคนลุกจากโต๊ะพอดี

เดี๋ยวกินเสร็จ คีมรอเราอยู่แถวนี้นะ เราจะไปซื้อโอวันตินภูเขาไฟ

ไปด้วยกันก็ได้

เราไปซื้อเอง ๆ คิวยาว เดี๋ยวคีมกินหัวคนอื่น

กูจะแดกหัวมึงคนแรกนี่แหละ แถวบ้านไม่มีโอวันตินให้แดกมั้ง

ก็อยากได้แก้วววว แล้วเขาก็ว่าถ้าไม่ซื้อก็เหมือนมาไม่ถึง

แก้วมึงมีเป็นร้อย” ผมว่า แล้วมึงจะมาไม่ถึงได้ไง นั่งแดกอยู่ในงานขนาดนี้

เออน่า เราอยากเก็บแก้วเป็นที่ระลึก

ตอนเดินเข้างานก็เห็นซุ้มขายโอวันตินอยู่เหมือนกัน คนต่อแถวยาวเหยียดจนผมงง มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนถือแก้วโอวันตินกันทั้งนั้นคล้ายซิกเนเจอร์อย่างหนึ่งของงาน เพื่อนผมมันก็ตั้งใจมางานนี้เพราะอยากซื้อโอวันตินงานกาชาดโดยเฉพาะเหมือนกัน 

เป็นบ้าเป็นบอกับการสะสมแก้วคอลเล็กชันต่างต่าง เห็นเป็นไม่ได้ ต้องพุ่งไปซื้อตลอด

เอาเถอะ ว่าไม่ได้หรอก ความชอบของมัน ก็คงเหมือนที่ผมชอบสะสมโมเดลรถ

แต่เดี๋ยวก่อน...

นี่รอมันไปซื้อโอวันตินมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

คือมึงก็นานไปไงบางที

 

K2EM: ยังไม่ได้อีกเหรอวะ

?: แถวยาวมากกกกกก

?: *ส่งรูป*

K2EM: ขนาดนั้น ขยับมั่งมั้ย

K2EM: บอกแฟนมึงซื้อให้ดิ ที่ห้างน่าจะมี

?: แต่มันไม่มีแก้วลายนี้!

 

อือ แล้วแต่มึงเลยครับ

 

1st: อยู่ไหน

K2EM: งานกาชาดไง

1st: น้องล่ะ?

K2EM: ต่อแถวซื้อโอวันตินตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

1st: อยู่ด้วยกันมั้ย

K2EM: เปล่า ผมออกมาหาที่ดูดบุหรี่

1st: ไอ้คีม กูสั่งว่าไง

K2EM: หวงไรนักหนาวะ มันผู้ชายนะเว้ย

1st: ก็ผู้ชายไง น่ารักมากด้วย

K2EM: รำคาญ หลงเมียเก่ง

1st: ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องได้แล้ว ให้ไว!

 

พี่รหัสผมแม่งโคตรหวงแฟน

หลังกินข้าวเสร็จผมก็ไปยืนรอเพื่อนสนิทต่อแถวซื้อโอวันตินอยู่สิบนาที ก่อนบอกมันว่าจะไปเข้าห้องน้ำแล้วหาที่สูบบุหรี่ ถ้ามันเสร็จก่อนก็ให้ไลน์มา นี่คงไลน์คุยกับแฟนระหว่างรอ จริง ๆ ก็เห็นแชตตั้งแต่ที่ผมไปรับมันแล้ว รายงานเป็นระยะ 

ไอ้พี่เฟิร์สโทรมากำชับผมให้ขับรถดี ๆ ดูแลแฟนมันดี ๆ ตั้งแต่ก่อนออกจากห้องนู่น

ถ้าไม่ติดว่าพี่มันต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัวก็คงพามาเองนั่นแหละ

แต่พอตัวเองมาไม่ได้ก็สั่งให้น้องรหัสอย่างผมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทแฟนมันมาเป็นไม้กันหมาแทน

กึก...

ผมชะงักตอนกำลังจะเดินกลับไปหาเพื่อนซี้ที่ซุ้มขายโอวันติน สายตาสะดุดกับเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนกางเกงน้ำเงินที่กำลังนั่งกินลูกชิ้นอยู่ที่โต๊ะคนเดียว บนหลังยังมีเป้ Adidas สีแดงที่ผมจำได้ขึ้นใจแม้ตอนนั้นเห็นแค่หลังไว ๆ

เด็กที่เหยียบตีนผม

ก้มมองรอยเท้าที่ถูกฝากไว้บนรองเท้าคู่ใหม่ของตัวเอง สลับกับเจ้าของรอยที่ก้มหน้าก้มตายัดลูกชิ้นเข้าปากจนแก้มตุ่ย ตอนนั้นก็หัวร้อนแหละ แต่ตอนนี้ไม่มีความคิดจะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเด็กมันแล้วสั่งให้ขอโทษ อันนั้นก็จะดูอันธพาลไปหน่อย 

แต่ที่ทำให้ผมหยุดนิ่งและยังจ้องอีกฝ่ายไม่เลิกคงเป็นใบหน้าขาวใส ดวงตากลมโตที่กวาดมองรอบตัวไปเรื่อยเปื่อย ริมฝีปากแดงสดที่ขยับตามจังหวะเคี้ยวไม่หยุด รวมถึง... แก้มยุ้ยที่เต็มไปด้วยของกินนั่น

แม่ง

อยากบีบแก้มเด็กแถวนี้จังวะ

คันไม้คันมือ มันเขี้ยวอย่างไม่มีเหตุผล แต่ก็ไม่ได้ห้าวขนาดจะเดินเข้าไปรังแกเด็กที่วุ่นวายอยู่กับของกินตรงหน้า ทว่าผมก็ยังไม่คิดเดินกลับไปหาเพื่อนสนิทตามที่พี่รหัสฝากฝังเอาไว้แต่อย่างใด

ก็นะ ยืนดูเด็กแก้มยุ้ยนั่นเคี้ยวลูกชิ้นหนุบหนับก็เพลินตาไปอีกแบบ

กระทั่งดวงตากลมที่กวาดมองไปทั่วหยุดลง พลันลมหายใจของผมก็เหมือนจะหยุดตามไปด้วย ดวงตาพาซื่อกำลังจ้องมองมาทางนี้นิ่ง ผมเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลบตาราวกับใจกล้า แถมยังเพ่งสายตามองมาเขม็ง 

นี่ถ้าหน้าตากวนตีนหน่อย ผมคิดว่าถูกมองหน้าหาเรื่องแน่ ๆ แต่หน้าตาเด็กเป้แดงก็ใสซื่อเกิน

ไม่ได้ดูกวนตีน แต่ดู... น่ารัก

อืมมม

ก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ

ยิ่งตอนเด็กมันค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี ผมนี่แทบยกมือกุมใจ เด็กบ้าอะไรวะ น่าจับฟัดฉิบหาย มุมปากผมกระตุกยิก เกือบหลุดยิ้มตอบเพราะคิดว่าเด็กมันยิ้มให้ แต่พออีกฝ่ายยกมือโบกไปมาคล้ายกำลังเรียกก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาจากด้านหลังของผมแล้วผ่านไป ตรงเข้าไปหาเด็กตัวขาวที่นั่งอยู่พลางวางมือบนหัวขยี้ผมอย่างเอ็นดู

หน้าแห้งเลยกู

โคตรเหวอ งงว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเด็กมันยิ้มให้

ผมมองเด็กแก้มยุ้ยตัวขาวรับของกินจากผู้ชายตัวสูงในชุดนักศึกษาที่ยังไม่ละมือจากหัวทุยของคนตัวเล็ก ประเมินจากท่าทางของสนิทสนมก็คงเป็นแฟนกัน ฟีลลิ่งเหมือนตอนเพื่อนผมอยู่กับพี่รหัสยังไงชอบกล 

ผมโคลงศีรษะเบา ๆ เลิกสนใจเด็กที่ฝากรอยตีนไว้บนรองเท้าคู่ใหม่แล้วเดินกลับไปหาเพื่อนซี้ที่ซุ้มขายโอวันติน

ไม่รู้ป่านนี้แม่งจะได้แดกหรือยัง

 



“คีม หน้างออีกแล้ว”

“หน้ากูก็เหี้ยงี้แหละ”

“หนีไปสูบบุหรี่ยังอารมณ์ไม่ดีอีกเหรอ”

“ไม่”

“ไม่ดีขึ้น?”

“ไม่เสือกดิ”

“ฟ้องพี่เฟิร์สแน่!

กลายเป็นไอ้เตี้ยข้างตัวหน้างอแทน มันอ้าปากงับหลอดแก้วโอวันตินที่ซื้อมาได้แล้วเหมือนเด็กโดนขัดใจ มองค้อนจนน่าขำ เห็นแล้วอยากโบกหัวสักทีให้ร้องไห้ แต่ก็เกรงว่าหลังจากนี้ผมอาจจะโดนพี่รหัสกระทืบตายคาตีน

โทษฐานแกล้งแฟนสุดที่รักของพี่มัน

ผมยกแก้วโอวันตินที่เพื่อนอุตส่าห์ซื้อมาเผื่อขึ้นดูดอย่างเบื่อ ๆ กวาดตามองผู้คนที่คงเดินสวนกันไปมาอย่างแออัดไม่ได้ต่างจากสองชั่วโมงก่อนที่ผมมาถึง อากาศก็ยังร้อนอบอ้าวเหมือนเดิม แต่ไอ้เพื่อนตัวดียังไม่มีท่าทีอยากกลับ 

ซื้อโอวันตินภูเขาไฟเสร็จก็ลากผมเข้ามาเดินงานต่อ เข้าซุ้มนั้นออกซุ้มนี้ สอยดาว บิงโก ช้อนไช่ จับฉลาก

สนุกเขาล่ะครับ

“กลับกันเลยดีปะ คีม”

“เออ สักทีเหอะมึงอะ”

รอคำนี้มานาน แทบหลุดยิ้ม ดูดโอวันตินจนหมดแล้วโยนแก้วให้คนที่อยากสะสมแก้วถือเอาเอง ก่อนล้วงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกมาควงพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี พลางหมุนตัวเปลี่ยนทิศเพื่อจะออกจากงานอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด 

ในที่สุดก็จะได้กลับสักที อยากกลับไปนอนตากแอร์สิบแปดองศาแทบแย่

ทว่า

ตอนเรากำลังเดินไปยังทางออกจากงานเพื่อไปเอารถมอเตอร์ไซค์ ผมก็เจอกับเด็กนักเรียนกางเกงน้ำเงินสะพายเป้ Adidas สีแดงคนเดิมอีกครั้ง เด็กนั่นยืนอยู่ตรงกลางทางเดินคนเดียว ท่าทางร้อนรน พยายามล้วงกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง ปลดเป้บนหลังออกมาค้นให้วุ่นว่าย คล้ายกำลังหาอะไรสักอย่าง สีหน้าดูกระวนกระวายเอาเรื่อง

เป็นอะไรวะ?

สงสัยอยู่ได้ไม่นาน เด็กที่ยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็หยุดหมุน เหตุการณ์เหมือนเดจาวูก่อนหน้า น้องมันหันมามองทางที่ผมกับเพื่อนยืนอยู่คล้ายเราสบตากัน 

ผมยังจ้องเขาอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเผื่อจะวืดเหมือนคราวก่อน มองดูคนตัวขาวเม้มปากราวกับกำลังตัดสินใจ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

กระทั่งเด็กนักเรียนตากลมมาหยุดยืนตรงหน้า

“เอ่อ ขอโทษนะครับ”

เห็นไกล ๆ ว่าขาวแล้ว พอมายืนใกล้ ๆ แล้วก็... อืม ขาวฉิบหาย ผิวใสเหมือนจะเห็นเส้นเลือดเลย ปากแดงอย่างกับเชอร์รี่ ตากลมโตดีจังวะ แก้มก็ยุ้ยเหลือเกิน ไอ้แก้มที่ดูนุ่มนิ่มนั่นอยู่ใกล้แค่นี้...

แม่ง

น่าบีบมากกว่าเดิมอีก

“มีอะไร”

เสียงผมคงเข้มไปหน่อย แถมยังเอาแต่จ้องหน้าคนเด็กกว่านิ่ง คงดูดุเกินไปมั้งเพื่อนซี้ถึงกระทุ้งศอกใส่สีข้างแล้วหันไปถามเด็กในชุดนักเรียนเสียงอ่อนแทน มองดูแล้วเพื่อนผมกับน้องนี่ก็เหมือนรุ่นเดียวกันอยู่นะ

“น้องมีอะไรหรือเปล่าครับ?”

ตัวแม่งเท่ากันเลยว่ะ เอ็นดู

“คือ... ผมหลงกับพี่อะครับ แล้ว... แล้วก็เหมือนโทรศัพท์จะหายด้วย ผมอยากขอยืมโทรศัพท์พี่ล็อกอินเฟซบุ๊คแล้วใช้แมสเซนเจอร์โทรหาพี่ชายหน่อยได้มั้ยครับ พอดีผมจำเบอร์โทรพี่ชายไม่ได้ด้วย”

ไม่ใช่แฟนสินะ

“อ๋อ ได้ครับ แป๊บนะ”

ไอ้เตี้ยที่หอบแก้วโอวันตินสองแก้วพยายามล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา แต่ผมไวกว่าเพราะโทรศัพท์อยู่ในมือ สแกนนิ้วปลดล็อกหน้าจอ กดเข้าแอปฯแมสเซนเจอร์ ล็อกเอ้าท์ออกจากแอคเค้าท์ตัวเองแล้วยื่นโทรศัพท์ให้คนเด็กกว่า

“ขะ ขอบคุณครับ”

เด็กตรงหน้ารับไปพิมพ์อีเมลและพาสเวิร์ดล็อกอินเข้าเฟซตัวเองผ่านแอปฯแมสเซนเจอร์ เลื่อนหารายชื่อแชตไม่นานก็กดโทรออกหาคนที่น้องบอกว่าเป็นพี่ชาย ผมมองคนแก้มยุ้ยที่ยืนหมุนตัวมองซ้ายมองขวาระหว่างคุยกับพี่ชายตัวเอง 

ก่อนคนข้างตัวจะกระทุ้งศอกใส่เรียกความสนใจ หันมามองก็เห็นคนเตี้ยกว่าเงยหน้าหรี่ตามองผมเหมือนจับผิด

“แปลก ๆ นะเราอะ”

“อะไร”

“ปกติคีมหวงของจะตาย”

“เสือก”

“ฮั่นแน่!

ยิ้มกรุ้มกริ่มทำเหี้ยไรครับ อย่าทำมาสู่รู้น่า!

ผมผลักหัวไอ้คนรู้มากที่ยังไม่เลิกหรี่ตาล้อเลียนด้วยความหมั่นไส้ มันหันมามองค้อนแวบหนึ่งก็หลุดยิ้ม แกล้งถอนหายใจแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ทำปากขมุบขมิบบ่นพึมพำให้ผมได้ยิน เขินแล้วใช้ความรุนแรงนะเราอะ  

ทานโทษนะเพื่อน ต่อให้ไม่เขินกูก็เตะมึงปลิวได้รู้ยัง 

แต่ผมไม่ทันได้ว่าอะไรมันก็พยักพเยิดหน้าบุ้ยปากไปอีกทางจนต้องมองตาม

ดูเหมือนเด็กหลงตัวขาวจะคุยกับพี่ชายเสร็จพอดี

“โทรศัพท์ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่”

“อืม” ผมรับโทรศัพท์มาถือพลางก้มมองเด็กแก้มยุ้ยตรงหน้า “พี่ว่ายังไง?”

“อ๋ออ พอดีพี่โทรหาผมตอนหลงกันแล้วมีคนรับสาย ดูเหมือนจะมีคนเก็บมือถือผมได้น่ะครับ ตอนนี้พี่ผมก็เลยกำลังไปเอาโทรศัพท์คืนอยู่ เขาบอกให้ผมไปรอแถวซุ้มขายโอวันตินแล้วเดี๋ยวจะมารับครับ แต่น่าจะอีกสักพักเลย เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปรอพี่ชายก่อนนะครับ ยังไงก็ขอบคุณพวกพี่อีกทีนะครับ ขอบคุณจริง ๆ”

เจ้าของแก้มน่าบีบทั้งพูดขอบคุณทั้งยกมือไหว้อย่างเด็กมีมารยาท ขอบคุณเก่งจนน่าเอ็นดู น้องขอบคุณจนพอใจก็ขอตัวไปรอพี่ชายตามที่นัดแนะกันไว้ หมุนตัวเตรียมเดินไปแต่ก็ถูกผมรั้งไว้ด้วยเสียงจนต้องหันกลับมา

“เดี๋ยว”

“ครับ?”

“เดี๋ยวรอเป็นเพื่อน”

ขวับ!

ทันทีที่ผมพูดจบ ไอ้เพื่อนซี้ถึงกับสะบัดหน้าหันมามองผมจนคอแทบหัก 

ผมเหลือบมองคนที่อ้าปากพะงาบ ทำหน้าตาเหมือนไม่เชื่อหูว่าคนที่อยากจะกลับตั้งแต่ยังมาไม่ถึงงานอย่างผมคิดจะอยู่ที่นี่ต่อ ถ้าบอกว่าผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันจะแปลกไหมวะ 

ก็ตอนเห็นเด็กมันกำลังจะเดินไปปากผมมันก็ไปไวกว่าความคิด

“ไม่เป็นไรครับ ๆ ผมรอคนเดียวได้ พวกพี่ไปเดินเที่ยวกันต่อเถอะครับ”

“พวกพี่เดินเสร็จแล้วครับ ไม่เป็นไรหรอก ให้คีมไปรอเป็นเพื่อนก็ดี”

“ตะ แต่ว่า...” เด็กหลงแก้มยุ้ยเม้มปาก ท่าทางเกรงอกเกรงใจ

“เผื่อพี่นายหาไม่เจอ” ผมหลุบมองโทรศัพท์ในมือตัวเองเล็กน้อย “เขาอาจจะโทรหรือแชตมาอีกก็ได้”

“คือถ้าผมนั่งรอแถว ๆ ซุ้มที่นัด พี่ก็น่าจะ...”

“มาเถอะ”

ผมไม่ปล่อยให้คนเด็กกว่าพูดจบ หมุนตัวเดินนำไปยังซุ้มโอวันตินเป็นคนแรก มุมปากพลันกระตุกยิ้มกับเสียงเพื่อนซี้ที่ดังตามหลัง มันบอกให้น้องเดินตามมาเพราะผมคงไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้น

ที่จริงผมควรจะกลับตั้งแต่จบเรื่องเพราะตอนแรกอยากกลับห้องไปนอนเต็มที

แต่... อยู่งานต่ออีกหน่อยก็ไม่เลวเหมือนกัน

“ขอบคุณนะครับพี่”

“เบื่อคำนี้”

“แหะ ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ พี่คีมไม่ทำหน้าดุสิครับ”

ตั้งแต่ส่งโทรศัพท์คืนจนล่วงเลยมาจนถึงตอนเรากำลังนั่งรอพี่ชายของเด็กหลงทางมารับ เจ้าเด็กแก้มยุ้ยก็เอาแต่เอ่ยคำว่าขอบคุณไม่หยุดไม่หย่อน ขอบคุณที่ให้ยืมโทรศัพท์ ขอบคุณที่มานั่งรอเป็นเพื่อน ขอบคุณไม่หยุดปาก ขอบคุณเก่งจนผมต้องปรามด้วยสายตาให้พอบ้างเพราะน้องขอบคุณเยอะเกินไปแล้วไง

มันเขี้ยวว่ะ

อยากบีบแก้มชะมัด

“กลัวถูกดุก็เลิกขอบคุณซะที”

“ผมไม่ได้กลัวพี่สักหน่อย”

เจ้าของแก้มน่าบีบคลี่ยิ้มแห้ง ยกมือเกาแก้มกลมแก้เก้อพลางก้มหน้างุด พอเห็นหัวทุยกับเรือนผมเส้นเล็กสวยพลิ้วไหวตามกระแสลมแล้วก็คันไม้คันมือยังไงไม่รู้ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากขยี้ผมของอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู 

แต่แบบนั้นคงไม่เหมาะ 

เราเพิ่งจะรู้จักชื่อของกันและกันระหว่างนั่งเป็นเพื่อนรอพี่ชายเขามารับนี่เอง

ไม่รู้ว่าเด็กมันน่ารักมากเกินไปหรือว่าผมเป็นบ้าอะไร แค่เห็นก็อยากจับ ๆ บีบ ๆ ด้วยความมันเขี้ยว อยากรวบมากอดแน่น ๆ เอาให้จมอก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องให้มันจบ ๆ

ผมแม่ง...

อาการหนักแล้วว่ะ

“โหห รองเท้าพี่มีรอยอะ โดนใครเหยียบมาเนี่ย สีขาวด้วย รอยชัดเชียวเลย”

“นี่เหรอ” ผมขยับเท้าข้างนั้นให้เห็นรอยชัด ๆ แล้วหันไปมองคนข้างตัว “นายไง”

“หา!! ผมเนี่ยนะ?”

“อือ”

“บ้าน่า ผมจะไปเหยียบเท้าพี่ตอนไหน”

“ตอนเข้างาน” เด็กแก้มยุ้ยหันมาทำตาโต ส่ายหน้าปฏิเสธ ประมาณว่าไม่มีทางแน่ ๆ แต่พอถูกผมจ้องมองด้วยสายตานิ่ง ๆ เป็นการยืนยันก็เริ่มทำหน้าเอะใจ “ท่าทางนายรีบ ๆ คนก็เยอะด้วย เหยียบเท้าพี่แล้วก็เดินหายไปเลย เห็นแค่หลังไว ๆ ว่าใส่ชุดนักเรียนกางเกงน้ำเงินแล้วก็สะพายเป้ Adidas สีแดง”

“แฮ่ ไม่รู้ตัวเลยครับ” เจ้าแก้มยุ้ยยิ้มแหย ยกมือไหว้ปรก “น่าจะเป็นตอนผมปวดฉี่แล้วรีบเดินไปหาห้องน้ำอะ ฮืออออ รองเท้าพี่สีขาวด้วยอะ เป็นรอยเลย ขอโทษนะพี่คีม ผมไม่ได้ตั้งใจ โกรธมั้ยอะ”

“หงุดหงิด อยากเตะคน”

“ฮืออออ ขอโทษครับ อย่าเตะผมเลย”

“หึ ตอนนี้ไม่อยากเตะแล้ว”

“ไม่อยากเตะแล้วแน่นะ”

“อืม อยากทำอย่างอื่นมากกว่า”

“ทะ ทำอะไรพี่... อื้ออออ”

จังหวะที่คนตัวเล็กหันมามองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผมก็ยื่นมือไปบีบแก้มยุ้ยของอีกฝ่ายแล้วดึงเบา ๆ ผมเม้มปากมองเด็กตัวขาวที่ถูกยืดแก้มอย่างมันเขี้ยว แก้มนิ่มอย่างที่คิด อยากจะบีบแรงกว่านี้แต่ก็กลัวน้องจะเจ็บ

บีบจนพอใจก็จำต้องผละมือออกด้วยความเสียดาย

“หายกัน”

“พี่อะ! แก้มผมยิ่งย้วย ๆ อยู่นะ”

“หึ”

เด็กตัวขาวยกมือนวดแก้มที่เริ่มขึ้นสีแดงพลางเบะปาก ขณะที่ผมหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างถูกใจสีหน้างอง้ำของอีกฝ่าย อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปขยี้ผมนิ่มลื่นของน้องเป็นการปลอบใจ ก่อนจะเบนสายตาไปมองเพื่อนซี้ที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสายตา มองเห็นเลยว่ามันคุยโทรศัพท์ไปแล้วก็หันมามองผมกับเด็กตัวขาวไปด้วย

ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่ากำลังนินทาผมให้แฟนมันฟังแหง

“พี่คีม”

“หืม?”

“ขอโทษเรื่องรองเท้าอีกทีนะพี่ รู้ว่าพี่คงเบื่อ แต่ก็ขอบคุณมากเลยที่ช่วยผม”

ผมหันกลับมามองเจ้าของแก้มนิ่มที่กำลังฉีกยิ้มสดใสมาให้นิ่ง ๆ เข้าใจว่าน้องคงรู้สึกผิดเรื่องรองเท้า รวมถึงเรื่องที่ให้ยืมโทรศัพท์ติดต่อพี่ชายด้วย แต่อย่างที่บอก น้องไม่จำเป็นต้องขอโทษและขอบคุณเยอะขนาดนี้

ก็... ผมเต็มใจนี่หว่า

“ตัวเลข”

“ครับ?”

“ถ้าอยากขอบคุณ ไม่ยาก”

ผมก้มหน้ากดโทรศัพท์ในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะชูขึ้นให้คนเด็กกว่าดู น้องกะพริบตาปริบ มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับหน้าผมอย่างงุนงง หน้าโพรไฟล์เฟซบุ๊กของเจ้าตัวกำลังโชว์หรา แถมปุ่ม +Add Friend ยังถูกกดไปเรียบร้อยแล้ว

‘Friend Request Sent’

คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าผมเจอเฟซฯน้องได้ยังไง

“เลขแค่รับแอดพี่ก็พอ”



[รออัปเนื้อหาต่อ]

 

 

[60%]

เรื่องสั้นขำ ๆ ที่ได้พล็อตมาตอนไปเดินเที่ยวงานกาชาดเมื่ออาทิตย์ก่อน

ไม่ได้แปลกใหม่หรอก แค่อยากเขียนเสย ๆ 5555555555

ฝากเอ็นดูด้วยก๊ะ เพื่อนสนิทพี่คีมกับพี่รหัสก็คือพระ-นายจากเรื่องน้อนง่วงทวงหมอนแหละ กร๊ากกกกก


 

ผลงานอื่นๆ ของ indy_swag / noksinsn

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 21:51
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png มันยุบยิบใจแปลกๆ เขินอะค้าบ ฮรื่ออ รอออออ><
    #4
    0
  2. #3 tp140879 (@tp140879) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 06:53
    โง้ยๆน่ารักอ่ะอัพเร็วๆน่ะค่ะ
    #3
    0
  3. วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:11

    พี่คิมหลงเด็ก

    #2
    0
  4. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 07:00

    ตอนแรกล่ะ-วร้อนนะคิม

    #1
    0