ปานฤทัย

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ อุบัติเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61











อุบัติเหตุ






ฤทัยรัตน์ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมายังไม่ทันพ้นเขตปานทิพย์ก็ถูกฝนที่เทลงมาสาดจนเปียกปอน มิหนำซ้ำยังมองทางไม่เห็นจึงต้องชะลอความเร็วลงจนแทบจูง


โธ่เอ๊ย! ทำไมต้องมาตกตอนนี้ด้วยนะ ให้กลับถึงบ้านก่อนไม่ได้หรือไง…”


คนบ่นเริ่มมองไม่เห็นทาง หนาวสั่นจนฟันกระทบกัน คิดว่าถึงศาลารอรถโดยสารข้างหน้าเมื่อไรจะจอดพักจนฝนหยุดตก ทว่ายังไม่ทันได้ถึงไหนด้วยสภาพรถที่ค่อนข้างเก่ามากแล้ว ทำให้ล้อยางไม่มั่นคงเหมือนเดิม ดอกยางที่มีหน้าที่ยึดเกาะถนนสึกหรอตามกาล ทำให้คนตัวบางที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่เพราะความแรงของลมและฝนต้องล้มโครมลงไปข้างทางอย่างไม่เป็นท่า


เอี๊ยดดโคร้มม


โอ๊ย!”


เสียงร้องด้วยความตกใจและเสียงรถไถลล้มไม่ดังไปกว่าเสียงของห่าฝน หญิงสาวนอนแบ็บถูกรถทับท่อนขาจนรู้สึกแปลบร้าวไปทั้งแถบ หมวกกันน็อกกันอะไรได้ไม่มากกลิ้งออกไปค้างอยู่ใต้โคนไม้ ใบหน้าหวานที่บัดนี้เปียกชุ่มด้วยสายฝนเหยเกเจ็บปวด ริมฝีปากเม้มแน่นขณะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งจนได้ แต่เมื่อพยายามผลักตัวรถออกห่างความเสียววาบก็แล่นปราดเข้ามาในท่อนขา ร้าวเข้าไปในกระดูก น้ำฝนปนน้ำตาเปียกชื้น หวาดหวั่นกริ่งกลัวสายฟ้าที่แล่นวาบเป็นสาย กลัวเสียงร้องครืนครานบ้างก็ผ่าลงมาจนสะดุ้งโหยง มองไปทางไหนไม่มีใครให้ร้องขอความช่วยเหลือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนสาวน้อยจึงพยายามตะเกียกตะกายพาตนเองออกไปให้พ้นรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าอย่างทุลักทุเล


ขณะเดียวกันปานกมลกวาดสายตามองอย่างระมัดระวัง ฝนตกหนักจนแม้แต่ผู้ชำนาญทางเช่นเขายังต้องขับขี่อย่างระมัดระวัง แล้วแม่สาวน้อยนุ่มนิ่มนั่นขับหายไปไหนไวเสียจนมองไม่เห็นเล่านี่ หรือว่า


คิดไปใจก็หายวาบ หากหล่อนเป็นอะไรขึ้นมา เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด เพราะถือได้ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้หญิงสาวต้องประสบเคราะห์ ชายหนุ่มภาวนาขออย่าให้หญิงสาวเป็นอะไร ทว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงรับคำภาวนาของเขาช้าเกินไป เพราะเมื่อชายหนุ่มเลี้ยวรถออกจากไร่ สายตาของเขาก็ไปปะทะเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าสีตุ่นคุ้นตา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าร่างเล็กของฤทัยรัตน์กำลังผลักรถมอเตอร์ไซค์ออกจากขาของหล่อน!


นุ่ม!!” เขาตะโกนดังเท่าไรไม่ทราบ แต่เพียงแค่จอดเขาก็แทบโจนเข้าหาร่างเล็กใต้รถมอเตอร์ไซค์นั้นทันที ฤทัยรัตน์เบิกตาโพลง ดีใจเกินประมาณได้ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาช่วยและกำลังแอบคิดถึงเขาเช่นกัน


คุณปาน…”


ไม่ต้องพูด! อยู่เฉยๆชายหนุ่มสั่งหญิงสาวทำตาม คิ้วเรียวสวยขมวดพันเมื่อชายหนุ่มดึงรถของหล่อนออกห่าง แล้วจูงมันตรงไปยังกระบะของเขาก่อนยกขึ้นราวกับเป็นสิ่งของเบาๆ ไปไว้บนนั้น ก่อนจะปราดมาหาหล่อนแล้วรวบไหล่เล็กทั้งสองข้างตะโกนเสียงแข่งกับฝน


เป็นไงมั่ง เจ็บตรงไหนบอกฉัน


ขาค่ะ! นุ่มเจ็บขาหญิงสาวตะโกนตอบพร้อมกับเอื้อมมือลงกุมท่อนขาที่มีเลือดออก ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นแล้วก็รีบช้อนหญิงสาวขึ้นแนบอก โดยระมัดระวังส่วนที่บาดเจ็บ สาวน้อยใจกระตุก รู้สึกเจ็บระคนขัดเขิน เขาวางหล่อนลงข้างที่นั่งคนขับ ก่อนจะอ้อมไปประจำตำแหน่ง


ต้องกลับบ้านฉันก่อน ตอนนี้ไปโรงบาลไม่ได้ ฝนตกหนักขนาดนี้ น้ำอาจท่วมถนนชายหนุ่มบอกหญิงสาวแล้วเคลื่อนรถยนต์มุ่งหน้ากลับสู่ฟาร์มปานทิพย์ เขาค่อยๆ พาเจ้ากระบะคันเก่าที่ใช้ขนสัมภาระคลานไปตามเส้นทาง ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักทำให้แทบจะมองไม่เห็นข้างหน้า หญิงสาวมองคนตัวโตๆ ที่บัดนี้เปียกปอนไม่แพ้หล่อนด้วยความตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนนี้หล่อนคิดถึงพ่อแม่ คิดถึงน้อง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกท่านจะรับรู้ว่าหล่อนกำลังเจอสิ่งใดอยู่ ส่วนลึกลงไปสาวน้อยกระหวัดคิดถึงเจ้านายหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าเมื่อคิดถึง เขาก็มาปรากฏกายพร้อมกับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว


เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหมเขาถามเมื่อหันมาพบว่าสาวน้อยกำลังมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ


เอ่อ ไม่มากค่ะ แต่นุ่มต้องขอขอบคุณคุณปานมากนะคะ ที่ตามมาดูนุ่มพูดไปก็กัดริมฝีปากไป ข่มกลั้นความเจ็บปวด แต่อาการของหญิงสาวไม่ได้รอดพ้นสายตาคมกริบของปานกมลได้เลยสักนิด


โกหกเก่งจริงนะเรา เจ็บก็บอกเจ็บ ไม่รู้อะไรหักมั่งหรือเปล่าเขาบ่นอย่างนึกกังวล หากฝนไม่ตกขนาดนี้เขาไม่มีทางกลับบ้านโดยที่หล่อนยังเจ็บแน่ แต่เพราะรู้เส้นทางดีว่าอันตราย ดีไม่ดีเขาและหล่อนอาจไปเจออุบัติเหตุด้วยกันทั้งคู่แล้วจะยุ่ง เขาเองพอรู้จักการรักษาพยาบาลเบื้องต้น คิดว่าพอจะช่วยหล่อนได้ในระยะแรก


นุ่มต้องขอโทษ ที่ทำให้คุณปานต้องลำบาก ถนนมันลื่นค่ะ นุ่มพยายามขับช้าๆ แล้วแต่ลมมันแรง มันพัดนุ่มตกข้างทาง รถทับขานุ่ม…” หญิงสาวอธิบายแล้วเงียบไป ใบหนาซีดเผือดลงเรื่อยๆ จนเขาเริ่มไม่ไว้ใจอาการของหล่อนเช่นกัน


ช่างเถอะหากหล่อนดีกว่านี้เขาคงจะเอ็ดไปแล้วว่าไม่รู้จักคิด ฝนฟ้ามาครึ้มยังจะออกมา จะอ้างว่าเขาไล่ให้กลับบ้านยังไงก็ฟังไม่ขึ้น เพราะตอนอนุญาตให้หล่อนกลับบ้านเร็วกว่าทุกวันนั้นเขาไม่ทันสังเกต ว่าฝนจะตกกะทันหันและตกหนักเช่นนี้


รถยนต์เทียบท่าหน้าบ้าน ชายหนุ่มวิ่งอ้อมไปอีกด้านแล้วเปิดประตูออกรอรับฤทัยรัตน์ คนตัวบางยังรู้สึกวูบวาบร้อนผ่าวกับสัมผัสแข็งแกร่งของเจ้านายหนุ่ม ยิ่งสบตาดุกระด้างก็ยิ่งหวั่นไหว


เอ่อ นุ่มเดินเองก็ได้ค่ะ


อย่าดื้อ ลงมา ให้ฉันอุ้มเธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหนัก ไม่ต้องเกรงใจ เพราะคนผิดคือฉัน ถ้าฉันไม่สั่งให้เธอกลับ เธอก็คงไม่เป็นแบบนี้เขาโทษตนเองก็จริงแต่นัยน์ตากลับคมวับราวจะดุกลายๆ อย่างไรอย่างนั้น


แล้วในที่สุดหญิงสาวก็ต้องยอมให้เขาอุ้มเข้าไปภายในบ้าน แม่บ้านสายใจทำตาโตเมื่อพบว่าทั้งนายหนุ่มและลูกจ้างสาวน้อยเปียกปอน แถมเจ้านายของนางยังอุ้มหญิงสาวเขาบ้านเสียอีก ไหนจะน้องเต้ที่ทำตาพองโตมองคุณลุงกับพี่เลี้ยงด้วยแววตาตื่นเต้น


คุณลุงอุ้มพี่นุ่ม!” ปานกมลเหลือบตามองหลานชายแวบหนึ่งขณะเดินผ่านหน้าสายใจ


พี่นุ่มรถล้ม เดินไม่ได้ เจ็บขา ลุงต้องอุ้ม ป้าใจช่วยเปิดห้องพยาบาลให้ทีครับไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ สายใจเดินลิ่วๆ นำนายจ้างไปยังห้องพยาบาล โดยมีปานชีวาวิ่งตามไปติดๆ เขาวางร่างบางลงบนเก้าอี้ทำแผลแล้วหันไปยังสายใจ


รบกวนขอยืมผ้าให้นุ่มผลัดเปลี่ยนสักชุดเถอะครับ


ค่ะได้ค่ะ รอประเดี๋ยวนะคะสายใจรีบออกไปทันที ปานกมลหันมามองเจ้าตัวน้อยที่เมียงมองเข้าไปยังคนเจ็บแล้วทำตาลุกวาว


มีเลือด! ที่ขาพี่นุ่มมีเลือดไหลคับลุงปานเขามองตามที่หลานชายบอกแล้วกวาดมองใบหน้าเผือดซีดของฤทัยรัตน์อย่างเป็นห่วง


เป็นไง เจ็บมากเลยหรือเขามองหน้าซีดๆ สลับกับท่อนขาที่มีเลือดซึมออกมาจากกางเกงยีน


มะ ไม่ค่ะ


ไม่ย้ำถามอย่างไม่อยากเชื่อนักไม่เจ็บทำไมหน้าซีด หรือว่าหนาว


หญิงสาวสั่นหน้าขณะเหลือบตามองเลือด หัวใจพลอยหวิวคล้ายจะเป็นลม เจ็บแต่ไม่เท่ากับกลัว


นุ่ม คือนุ่ม กลัว กลัวเลือดค่ะ


ว่าแล้วเชียวปานกมลนึกในใจ


งั้นไม่ต้องมองสิ กลัวแล้วยังจะมองอยู่นั่นคนเจ็บเลยถูกเอ็ดเข้าให้อีก ซึ่งก็พอดีกับที่สายใจเข้ามาพร้อมกับผ้าที่ใช้เปลี่ยน


ได้แล้วค่ะคุณปาน


ขอบคุณครับ ลุกไหวไหมหันมาถามคนเจ็บที่นั่งตัวสั่นตรงหน้า


วะไหวค่ะบอกแล้วก็พยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง แต่สุดท้ายจึงถูกเอ็ดอีกจนได้เมื่อล้มแผละลงไปจนเกือบตกเก้าอี้


ว้าย! เจ้านุ่ม!” สายใจอุทานเมื่อชายหนุ่มรับหญิงสาวไว้ทันก่อนล้มลงไปจ้ำเบ้ากับพื้นห้อง


ระวังหน่อย ถ้าไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหว อย่าฝืนจนได้เรื่องเดือดร้อน!” แล้วฤทัยรัตน์ก็ถูกตาคมๆ ของเจ้านายหนุ่มตวัดขวับเข้าให้ทีหนึ่ง อยากคิดด้วยซ้ำว่ากำลังถูกขว้างค้อนจากผู้ชายตัวโต เพราะถ้าใช่ หล่อนก็อยากบอกกับเขาว่ามันเป็นค้อนที่น่าดูที่สุดในโลก


เป็นอะไรไปอีกล่ะ ลุกมาผลัดผ้าก่อน แล้วค่อยมาทำแผล นั่งแบบนี้นานๆ เดี๋ยวก็ปอดบวมตายกันพอดี


เขาบ่นเหมือนตาแก่ทั้งที่ยังหนุ่มแน่น หญิงสาวเหลือบมองไปยังสายใจที่ยิ้มแหยให้เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังเอ็ดลูกจ้างสาวเข้าให้แล้ว


หลังจากเข้าไปเปลี่ยนผ้ากับสายใจในห้องน้ำเพียงห้านาที ประตูห้องน้ำจึงเปิดออก ชายหนุ่มทำท่าขยับไปรับ แต่เมื่อเห็นว่าสายใจประคองเข้ามาจึงอยู่นิ่งกับที่ ฤทัยรัตน์มองร่างสูงที่ยังคงเปียกปอนจนน้ำเจิ่งนองที่เดิมแล้วรู้สึกเป็นห่วง


คุณปานไม่เปลี่ยนเสื้อหรือคะ


ทำแผลให้เธอก่อน ค่อยอาบน้ำทีเดียว มาเถอะเขาไม่พูดมาก รีบจัดเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง แล้วเตรียมอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมาวางบนโต๊ะเสร็จสรรพ หญิงสาวมองตามแล้วเริ่มใจไม่ดี เห็นเครื่องไม้เครื่องมือคล้ายๆ กับที่แพทย์พยาบาลใช้แล้วใจสั่น


เอ่อ


ไม่ต้องกลัวนะคับพี่นุ่ม ลุงปานทำไม่เจ็บเลย น้องเต้เคยหกล้ม ลุงปานทำแผลให้ ไม่เจ็บสักนิด…” น้องเต้คุยอวดพลางยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ ปานกมลยิ้มตอบหลายชายตัวน้อย แล้วหันไปสบตาตื่นกลัวของฤทัยรัตน์อย่างขบขัน


เห็นไหม น้องเต้ยังไม่กลัวเลย เธอโตกว่าน้องเต้ต้องเยอะ จะกลัวอะไรนักหนา ถ้ากลัวมากๆ ก็หลับตาลงซะ รับรองว่าไม่เจ็บเหมือนที่น้องเต้บอกปานกมลพยายามปลอบให้หญิงสาวคลายความตื่นกลัว คนตัวเล็กในชุดของสายใจที่ดูจะหลวมโพรกหันไปมองแม่บ้านด้วยใบหน้าเจื่อนๆ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อชายหนุ่มจุ่มสำลีกับน้ำใสๆ ในขวด เพียงครู่ก็รู้สึกเย็นวาบ แสบๆ คันๆ จนเกือบชักขาหนี


เฉยๆ เดียวก็เสร็จแล้วหญิงสาวยังหลับตาและนั่งเกร็งจนแทบลืมหายใจ ก่อนสะดุ้งลืมตาเมื่อถูกดึงขาจนเจ็บแปลบ เขาสบตาหล่อนแวบหนึ่งอย่างโล่งอก




ถ้ายังขยับได้แบบนี้แปลว่ายังไม่หัก เส้นคงพลิกกล่าวเบาๆ แล้วจัดการทำแผลให้หญิงสาวอย่างรวดเร็ว โดยมีกองเชียร์ที่คอยสังเกตการณ์ถึงสองคน และไม่นานนัก การทำแผลที่แสบๆ คันๆ ก็จบลง













ปานฤทัยโหลดอีบุ๊กได้แล้วนะคะ 

โหลดอีบุ๊กได้แล้วค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น