พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,917 Views

  • 43 Comments

  • 394 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    31,917

ตอนที่ 22 : คืนข้ามปี - 50% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59

บ้านไม้สองชั้นล้อมรอบไปด้วยไม้ยืนต้นที่ปลูกเป็นรั้วโดยรอบ มีลำคลองเล็กๆ ไหลผ่านด้านหลังทำให้ดูสงบร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนอาศัย อีกทั้งบ้านหลังนี้ยังแยกตัวออกมาจากหลังอื่นไกลพอสมควร ทำให้ตอนกลางคืนที่นี่ดูไม่ต่างอะไรกับบ้านร้างถ้าไม่เห็นแสงไฟจากในตัวบ้าน แต่ทว่าในตอนกลางวันกลับน่าอยู่ไม่น้อย เพราะสายลมที่พัดมาโชยเอื่อยหอบเอากลิ่นดินกลิ่นหญ้า และกลิ่นไม้ดอกที่ปลูกไว้นอกตัวบ้านเข้ามาด้วยจึงให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย หากใครต้องการหลบหนีจากเมืองที่วุ่นวายมาอยู่ที่นี่

“บอสครับ ผมติดต่ออังเดรแล้ว เขาบอกว่าคุณมิคาอิลอยากให้บอสโทร.ไปหาเขาด้วยตัวเองครับ”

ริชาร์ดเงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์พกพา คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยกับคำบอกกล่าวของแพททริค พลางนึกไปถึงใบหน้าเรียบนิ่งแต่กวนอวัยวะเบื้องล่างของเพื่อนสนิทอย่างมิคาอิล เดวาลอฟแล้วก็ต้องแค่นยิ้มออกมา

ไอ้เพื่อนเวร...

“ขอบใจมากแพททริค เดี๋ยวฉันจะโทร.หาเขาเอง จริงสิ ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นพยายามอย่าติดต่อกับวิลสันบ่อยนัก เพราะตำรวจคงกำลังตามประกบเขาอยู่”

“ครับบอส...เรื่องวิเวียนที่บอสให้ไปจัดการ ตอนนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ แค่นี้เธอก็ถูกตัดหางลอยแพออกจากวงการแล้ว คงไม่มีที่ไหนกล้าจ้าง หรือให้งานเธอทำอีก รู้สึกว่าตอนนี้จะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงทรงยศ”

แพททริคเล่าให้เจ้านายฟังด้วยท่าทีปลงตก การที่นางแบบสาวคนนั้นวิ่งไปซบอกพ่อเลี้ยงทรงยศนั้นไม่ต่างอะไรกับการขายวิญญาณเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขายร่างกายให้กับชายหนุ่มกลัดมันแล้ว อนาคตข้างหน้าของเธอก็ไม่พ้นเป็นนางในตู้กระจกที่ต้องคอยให้บริการผู้ชายมากหน้าหลายตาโดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้

“หึ... ดี จบกันแบบดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากหาเรื่องใส่ตัวเอง ช่วยไม่ได้”

ริชาร์ดนั่งคิดไปถึงวันที่ตำรวจเข้ามาค้นรถของเขาแล้วก็อดใจหายไม่ได้ โชคดีที่วันนั้นตำรวจไม่เข้ามาตรวจค้นตอนที่ณิดานั่งอยู่บนรถกับเขา มิเช่นนั้นเธอคงโดนหางเลขไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

คิดแล้วก็โกรธจนแทบคลั่งที่มาคัสกล้าทำแบบนี้ เพราะถ้าภรรยาของเขาต้องมาเสียหายเพราะเรื่องบ้าๆ นี่ หรือหากต้องโดนตำรวจจับไป เขาคงลงมือทำอะไรได้ไม่สะดวกนักเพราะมัวแต่ห่วงเธอ แต่ดูเหมือนฝ่ายโน้นจะคำนวณเหตุการณ์เอาไว้หมดแล้ว เพราะหลังจากที่เขาโดนจับ พวกนั้นก็วางแผนลักพาตัวณิดาไปทันที

“พรุ่งนี้นายไปสืบข่าวที่โรงแรมด้วยแล้วกันว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง ทำตัวเป็นลูกค้าทั่วไปนะ จะไปกับนาตาลีก็ได้ แล้วก็ฝากเยี่ยมวิลสันด้วย”

“ได้ครับบอส”

แพททริคกับนาตาลีเป็นทีมของเขาที่ทำงานมีประสิทธิภาพมาก และเขาก็ไว้ไจมากที่สุดพอๆ กับวิลสันและแอนโทนี่ แพททริคเป็นชาวฮ่องกง หน้าตาจึงละม้ายคล้ายคนไทยมาก เวลาที่ใช้ให้สืบข่าวอะไรจึงไม่เป็นที่จับตามองมากนัก ในขณะที่นาตาลีนั้นเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไปเติบโตอยู่ที่อเมริกา นาตาลีโดนเรียกตัวมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหน้าที่หลักคือดูแลความปลอดภัยให้ณิดาอยู่ห่างๆ ในกรณีหากว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

คล้อยหลังแพททริคไปแล้ว ริชาร์ดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ข้ามประเทศหาใครบางคนที่ส่งสาส์นมาบอกว่าต้องการให้เขาโทร.หาด้วยตัวเอง รอสายอยู่นานทีเดียวกว่าคนปลายสายจะกดรับ

“สวัสดีมิคาอิล เพื่อนยาก” ริชาร์ดกรอกเสียงลงไป เดาจากเสียงที่มารับสายก็พอจะรู้ได้เลยว่ายังไม่ตื่นนอน

“แกเป็นบ้าอะไรของแกวะริชาร์ด ฉันบอกให้แกโทร.หาฉันด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้แกโทร.มาตอนตีห้านะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้เมืองไทยมันกี่โมง แต่ตอนนี้บ้านฉันมันตีห้า” มิคาอิล เดวาลอฟ เจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ใหญ่แห่งมอสโควบ่นอุบเมื่อถูกรบกวนเวลานอนอันแสนมีค่า

“อย่าบ่นน่า ฉันมีเรื่องจะให้นายช่วยหน่อย เกี่ยวกับไมเคิลและมาคัส”

ริชาร์ดเอ่ยเข้าเรื่องในทันที พอปลายสายได้ยินชื่อของสองพ่อลูกนั่นก็ถึงกับตาสว่าง ลุกขึ้นมานั่งเอนหลังพิงหัวเตียง

“แปลว่าเรื่องที่นายจะให้ฉันช่วยเนี่ย...งานช้างเลยใช่ไหม” มิคาอิลผุดยิ้มมุมปาก เห็นทีงานนี้คงได้มีออกกำลังกายกันบ้างไม่มากก็น้อย

“ล้มช้างเลยก็ว่าได้ ฉันรู้ว่านายก็รอเวลานี้อยู่” ริชาร์ดลุกขึ้นเดินไปเรื่อยๆ ในตัวบ้านจนมาหยุดยืนข้างหน้าต่างที่มีดอกแก้วงามสะพรั่งส่งกลิ่นหอมรวยระรื่นพัดโชยมาอ่อนๆ

“ว่าแผนของนายมา” มิคาอิลลุกขึ้นจากเตียงคว้าเสื้อคลุมตัวหนามาสวมทับร่างกาย ก่อนจะเปิดประตูกระจกออกไปยืนสูดอากาศหนาวเย็นที่ด้านนอก เพราะตอนนี้สมองตื่นตัวเต็มที่

 

หลังจากที่ริชาร์ดอธิบายแผนล้มช้าง และจัดการนัดหมายกับเพื่อนเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เดินออกไปนอกบ้านตรงที่มีดอกแก้วหล่นอยู่เกลื่อนพื้น เขาก้มลงหยิบดอกที่ร่วงหล่นขึ้นมาวางไว้ในมือประมาณสี่ห้าดอก จากนั้นก็สูดกลิ่นหอมรวยรินของมันเข้าเต็มจมูก ใจกระหวัดคิดไปถึงร่างระหงที่นอนซมด้วยพิษไข้อยู่บนเตียงอย่างห่วงแสนห่วง

เมื่อคืนเขาทนคิดถึงณิดาไม่ไหวจึงแอบปีนรั้วเข้าไปหาที่บ้าน พอไปถึงหัวใจเขาก็แทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นหญิงคนรักนอนเพ้อไม่ได้สติอยู่เพียงคนเดียวบนเตียงกว้าง เห็นแล้วสงสารจับใจ ตัวเธอร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอยู่ใต้เตียง

เขาทำได้แค่เพียงเช็ดตัวเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อน และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอนอนสบายขึ้น หายาให้เธอกิน แต่เขาต้องป้อนให้ทางปากเพราะหญิงสาวแทบไม่รู้สึกตัว จากนั้นก็ได้แต่นอนกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน

เมื่อคืนเขาอยู่กับณิดาประมาณสองชั่วโมง เนื่องจากต้องคอยเช็ดตัวให้ทุกครึ่งชั่วโมง จนอุณหภูมิร่างกายเริ่มเย็นลงจึงได้ตัดใจผละห่างจากเธอมา

“ผมจะรีบจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ผมสัญญา”

 

ร่างเพียวระหงในชุดทะมัดทะแมงก้าวลงมาจากแท็กซี่อย่างคล่องแคล่ว แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวจนน่าเป็นห่วง ทำให้ผู้คนที่พบเห็นอดมองตามไม่ได้ หญิงสาวหยุดยืนหน้าสถานีตำรวจครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าผู้กองเป็นเอกอยู่ไหมคะ”

ตำรวจนายหนึ่งที่นั่งรับเรื่องอยู่ที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร เขาบอกให้หญิงสาวรอสักครู่แล้วยกหูโทรศัพท์ต่อสายทันที รอไม่นานนักร่างสูงโปร่งของผู้กองเป็นเอกก็เดินตรงมาที่ณิดานั่งอยู่ เมื่อผู้กองหนุ่มเห็นว่าใครเป็นคนมาขอพบ ก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างอึดอัด พลางคิดว่าคงหลบเลี่ยงที่จะตอบคำถามต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ผู้กองหนุ่มพาณิดาเข้ามานั่งในห้องทำงาน ทันทีที่เขาหย่อนตัวลงนั่ง สายตาคาดคั้นและเต็มไปด้วยคำถามของหญิงสาวก็พุ่งปราดมาโดยที่เขาแทบไม่ต้องเอ่ยปากถามเสียด้วยซ้ำ

“ตกลงวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะพี่เอก พี่เอกตอบจอยมาตามความจริงด้วยนะคะ”

เป็นเอกจ้องหน้าณิดานิ่ง แต่จะให้เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องคดีก็ใช่ที่ เขาไม่สามารถพูดบอกคนนอกได้ ทำได้เพียงพูดเลี่ยงไปเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น

“พี่พูดอะไรไม่ได้จริงๆ จอย แต่ขอให้จอยเชื่ออย่างหนึ่งนะว่าคุณริชาร์ดเขามีเหตุผลของเขา พี่พูดได้เท่านี้หวังว่าจอยคงเข้าใจพี่นะ” ประโยคหลังผู้กองเป็นเอกยื่นหน้ามากระซิบเสียงแผ่วให้ได้ยินกันแค่สองคนกับหญิงสาว

ณิดารับฟังอย่างมึนงง เริ่มรู้สึกหูอื้อตาลายไปหมด หน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วก็ยิ่งไร้สีเลือดเข้าไปใหญ่ เธอเดินออกมาจากห้องของผู้กองเป็นเอกอย่างคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โดยมีชายหนุ่มเดินออกมาส่งด้านนอก เขายืนมองหญิงสาวอย่างเห็นใจ และเป็นห่วง

“น้องจอยไม่สบายรึเปล่าเนี่ย จะกลับไปพักที่บ้านเลยรึเปล่าพี่จะได้ขับรถไปส่งให้”

“จอยว่าจะเข้าไปที่ร้านน่ะค่ะ จอยมาแท็กซี่ ไม่ได้ขับรถมาเอง”

“งั้นให้พี่ขับรถไปส่งนะ” หญิงสาวพยักรับหน้าราวกับคนละเมอ พึมพำขอบคุณเขาเบาๆ

เมื่อเข้ามานั่งในรถ ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย เป็นเอกลอบมองอาการของคนข้างตัวก็รู้เลยว่าคิดถูกแล้วที่ขับรถมาส่ง เพราะขืนให้นั่งแท็กซี่กลับเองแล้วโชคร้ายเจอคนไม่ดีเข้าป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง

ณิดาคิดถึงคำพูดทิ้งท้ายของเขาที่โรงแรม และข้อความที่เขาฝากไว้ในโทรศัพท์ของเธอเมื่อคืน

เชื่อผมนะครับที่รัก ต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้คุณเชื่อมั่นในตัวผม ผมอยากให้คุณหนักแน่น และเชื่อใจผม ได้ไหมครับ

Trust me

ค่ะ... ฉันเชื่อคุณ

 

ร่างเปลือยเปล่าสองร่างทาบทับกันอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ในห้องรับแขกของห้องชุดสุดหรู เหงื่อไหลโทรมกายจากบทรักมาราธอน เมื่อระดับลมหายใจเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างเย้ายวนก็ผุดลุกขึ้นอย่างเนิบนาบ  จากนั้นก็เดินตรงไปยังโต๊ะหน้าตู้กระจกหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

ใบหน้าสวยเด่นหันมาหาคู่ขาที่ลุกขึ้นเดินตามมาจึงเอื้อมหยิบบุหรี่ในซองขึ้นมาจุดไฟอีกมวนก่อนยื่นส่งให้ชายหนุ่ม

“คุณเตรียมเอกสารให้ฉันครบรึยังคะที่รัก”

“เรียบร้อยหมดแล้ว คุณล่ะพร้อมรึยัง” คนถูกถามแย้มยิ้มพลางเบียดตัวเข้าหาอย่างออดอ้อน

“คงเป็นการซื้อขายโรงแรมในเครือเดอะรอสส์ที่ถูกที่สุดในประวัติศาตร์... เสร็จจากงานนี้เราจะแต่งงานกันนะคะแมทธิว ฉันบอกคุณพ่อเรื่องของเราแล้ว” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นพลางสูดควันสีเทาเข้าปอดอีกครั้ง

“แล้วพ่อคุณว่าไงบ้าง ท่านรังเกียจผมรึเปล่า”

“คุณพ่อจะไปรังเกียจคุณทำไมล่ะ อย่าลืมสิว่าอีกหน่อยคุณจะเป็นผู้บริหารของเดอะรอสส์เชียวนะ” โอลิเวียค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับความแข็งขึงที่ท้าทายสายตา 

ดวงตาสีเทาซึ่งบัดนี้ถูกครอบงำไปด้วยไฟพิศวาส ก้มลงมองด้วยความหลงใหล ผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้เขาคลั่งได้เสมอโดยเฉพาะเวลาอยู่บนเตียง

“อา...โอลิเวีย”

 

กลางดึกสงัดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน พื้นที่บริเวณโดยรอบมีแต่ป่า บรรยากาศรอบด้านมืดมิดเพราะเป็นคืนเดือนมืด มีเพียงแสงดาวระยิบระยับคอยส่องนำทางเท่านั้น อากาศหนาวเย็นยะเยือกผสานมากับลมหนาวที่พัดโบกพริ้วแผ่วชวนสั่นสะท้าน ทำให้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนอิงแอบหลบมุมอยู่ตรงต้นมะค่าต้นใหญ่ถึงกับห่อไหล่ด้วยความเหน็บหนาวทั้งที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาถึงสองชั้น ร่างสูงใหญ่เดินถูมือตัวเองไปมาเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บ พลางถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“เมื่อไรจะมาวะ หนาวชิบ”

ผู้กองเอกภพบ่นกับตัวเองเบาๆ สักพักหูก็แว่วได้ยินเสียงย่ำเท้าย่องอย่างแผ่วเบาของคนสองคนกำลังเดินมาตรงที่เขายืนอยู่ ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นตำรวจ ชายหนุ่มรีบชักปืนที่เหน็บเอวไว้ออกมากระชับแน่นกับมือในท่าเตรียมพร้อม แล้วหลบอยู่ในมุมมืดโดยอาศัยพุ่มไม้ใหญ่ช่วยอำพรางตัว หูก็คอยเงี่ยฟังเสียงรอบข้างจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่มาหยุดอยู่ตรงที่เขายืนอยู่พอดี

อาจเพราะคืนนี้เป็นคืนเดือนมืดจึงไม่สามารถมองรู้ได้ว่าผู้ที่มาใหม่สองคนนั้นเป็นใคร อีกทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว ผู้กองหนุ่มแอบซุ่มจดๆ จ้องๆ อยู่สักพัก หนึ่งในสองคนนั้นดูเหมือนจะอดทนกับความหนาวเหน็บไม่ไหว เปิดปากกระซิบกับอีกคนอย่างแผ่วเบา

“เอ็งแน่ใจหรือว่าคืนนี้” พูดเสร็จก็ห่อไหล่ด้วยความหนาว กอดอกแน่น

“แน่ใจสิพี่ คงยังมาไม่ถึงมั้ง” คนอ่อนวัยกว่าพูดเสียงสั่นเพราะความเย็นยะเยือก กอดอกนั่งยองๆ หวังช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และอาศัยลำต้นของต้นไม้ช่วยบังลมที่พัดมาเป็นระยะๆ อย่างโหดร้าย

ร่างสูงที่แอบซุ่มดู หูคอยเงี่ยฟังเสียงจนแน่ใจว่าใช่คนที่กำลังรออยู่จึงก้าวเดินออกจากพุ่มไม้ที่ใช้อำพรางตัวอย่างเงียบกริบมาหยุดยืนข้างหลังของทั้งคู่

“ว่าไงพวกแก ตกลงได้เรื่องยังไงบ้าง” สิ้นเสียงของผู้กองเอกภพ ทั้งสองร่างต่างวัยสะดุ้งโหยงกับเสียงทุ้มเบาๆ ทว่าเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง เมื่อหันมาเห็นหน้านายตำรวจนัยน์ตาดุผู้นี้ คนสูงวัยกว่ายกมือขึ้นมาทาบตรงตำแหน่งหัวใจพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“โธ่! คุณตำรวจ ตกใจหมดนึกว่าผี เฮ้อ...”

“พวกแกรีบบอกมาเร็วเข้า ฉันจะได้ไปจากตรงนี้สักที แม่ง... โคตรหนาวเลย” ผู้กองเอกภพเร่งเอาข้อมูลลับจากสองหนุ่มต่างวัย เพราะขืนให้ทนยืนรออยู่ตรงนี้ต่อไปอีกแค่สิบนาทีมีหวังเขาได้จับไข้หนาวตายอยู่ตรงนี้แน่

“เห็นเขาว่าจะย้ายฐานการผลิตไปตรงแม่น้ำเมยครับ แต่ไม่แน่ใจว่าเมื่อไร คิดว่าคงเป็นหลังปีใหม่” คนอ่อนวัยกว่าเอ่ยบอก เสียงสั่นๆ ตะกุกตะกัก เพราะฟันบนล่างเริ่มกระทบกันระหว่างที่พูด

“แม่น้ำเมยหรือ ช่วงไหนวะ” ผู้กองหน้าโหดถามอย่างสงสัย เพราะแม่น้ำเมยนั้นกินพื้นที่ยาวไปตั้งแต่จังหวัดตากยันแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว

“เขาว่าตรงช่วงเกือบถึงรอยต่อกับสาละวินนั่นแหละครับ”

“อ้อ... มันเริ่มย้ายกันไปเมื่อไรส่งข่าวด้วยล่ะ ฉันไปก่อน ขอบใจมาก” พูดจบก็เดินออกจากบริเวณนั้นทันที ส่วนสองหนุ่มต่างวัยนั้นยืนรอสักพักให้ผู้กองหนุ่มเดินนำไปก่อนสักสิบนาทีจึงชวนกันเดินกลับไปทางเดิม โดยไม่ลืมหยิบอุปกรณ์ดักปลาที่วางทิ้งไว้ก่อนจะเดินเข้ามายังจุดนัดพบ เพื่อจะได้ไม่เป็นที่สงสัยของคนในหมู่บ้านมากนัก เนื่องจากพ่อเลี้ยงทรงยศหูไวตาไว หากพบว่าใครเป็นสายให้ตำรวจ พ่อเลี้ยงสั่งเก็บทั้งบ้าน เด็กเล็กๆ ก็ยังไม่เว้น

 

วันนี้ร้านกาแฟของสองสาวปิดเพราะเป็นวันสิ้นปี คราแรกณิดาว่าจะเปิดร้านเพราะไม่อยากฟุ้งซ่านอยู่ที่บ้านคนเดียว แต่ณิชามีนัดเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ากับเพื่อน นิวก็ต้องไปต่างจังหวัดกับที่บ้าน หญิงสาวจึงต้องหาเรื่องออกจากบ้านบ้างเพื่อไม่ให้จิตใจห่อเหี่ยวจนเกินไป

สองพี่น้องตื่นมาใส่บาตรกันแต่เช้า ถือเป็นการใส่บาตรส่งท้ายปี พรุ่งนี้วันขึ้นปีใหม่ ทั้งสองนัดกันเอาไว้ว่าจะไปทำบุญที่วัดให้กับบิดามารดาที่ล่วงลับ พอตกช่วงสายๆ เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของณิดาโทร.มาชวนไปสังสรรค์ที่บ้านเพื่อนอีกคน โดยนัดให้ไปเจอกันตอนห้าโมงเย็น เธอจึงตอบตกลงทันที

เมื่อได้เวลานัด ณิดานำคัพเค้กที่ทำเตรียมเอาไว้ใส่เบาะท้ายรถ จัดการ ล็อกประตูบ้านแล้วขับรถออกไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีรถคันนึงขับตามอยู่ห่างๆ ตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว เมื่อเห็นรถของหญิงสาวเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง รถยนต์คันนั้นก็ขับผ่านเลยไป ก่อนจะไปจอดซุ่มรออย่างใจเย็นอยู่ข้างทางถัดจากทางเข้าหมู่บ้านมาประมาณร้อยเมตร

รถยนต์สีขาวของณิดาเลี้ยวเข้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ภายในบ้านมีรถยนต์จอดเรียงรายกันอยู่หลายคัน หญิงสาวร่างเล็กผู้เป็นเจ้าของบ้านเดินออกมาที่เทอเรสหน้าบ้านทันทีที่รถคันสีขาวจอดเรียบร้อยแล้ว

“ยายจอยยยย คิดถึงจังเลย” เสียงแหลมใสกังวานของสาวหมวยเรียกรอยยิ้มจากณิดาได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนสาวทันทีที่หญิงสาวก้าวลงจากรถ

“ไหนเค้กล่ะอยู่เบาะหลังรึเปล่า มาเดี๋ยวฉันช่วยถือ” สาวร่างเล็กกระตือรือร้นจะช่วยเพื่อนยกของเข้าไปในบ้าน

“คิดถึงฉันหรือคิดถึงเค้กฉันกันแน่ยะยายแอม มาถึงก็ถามถึงเค้กก่อนเลยนะ” ณิดาตวัดค้อนเล็กน้อยใส่เพื่อนสาวอย่างไม่จริงจังนัก

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ อิๆ” สาวหมวยยิ้มจนตาหยี จากนั้นทั้งคู่จึงช่วยกันแบกถุงเค้กไปกันคนละถุงเดินเข้าบ้านไป

ไม่ทันถึงสองทุ่มดี คนก็เริ่มทยอยมากันเรื่อยๆ จนคนที่มาถึงช้าต้องจอดรถไว้นอกรั้วบ้านแทนเพราะในบ้านเต็มหมดแล้ว ถึงแม้บ้านหลังนี้จะใหญ่จนถึงขนาดเทียบเคียงกับคำว่าคฤหาสน์ แต่ก็ไม่สามารถจะรองรับรถยนต์กว่าสามสิบคันได้ คนที่มาสายจึงจำเป็นต้องจอดเรียงรายอยู่ด้านนอกแทน

การได้พบเจอเพื่อนฝูงตั้งแต่สมัยเรียนที่นานๆ ครั้งจะมารวมตัวกันได้แบบนี้ ทำให้ณิดารู้สึกสนุกสนานจนลืมความทุกข์เกี่ยวกับเรื่องของริชาร์ดไปได้มาก แต่ในเสี้ยวของความนึกคิดเธอก็ยังคงแว่บไปคิดถึงเขาอยู่เสมอ

ณิดาปลีกตัวออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เวลาที่ได้อยู่คนเดียวอีกครั้งก็อดที่จะคิดถึงริชาร์ดไม่ได้ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหลายต่อหลายครั้งด้วยหวังว่าจะมีข้อความจากเขาบ้าง แต่ก็ไม่มีแม้แต่ประโยคเดียว ทุกอย่างเงียบหายราวกับเขาไม่มีตัวตน ตั้งแต่วันที่เจอกับเขาครั้งสุดท้ายแบบเลือนรางในคืนที่เธอป่วยหนัก จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ร่วมห้าวันเข้าไปแล้วที่เขาไม่คิดจะติดต่อมาบ้างเลย

ความน้อยใจ เสียใจแล่นขึ้นมาจุกอก อดที่จะตัดพ้อเขาในใจไม่ได้ อย่างน้อยก็บอกให้รู้ความเป็นไปของเขาบ้างก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ครั้นจะไปถามวิลสัน เธอก็ไม่อยากจะไปคาดคั้นเอากับคนป่วยที่ร่างกายยังต้องการการพักฟื้น สุดท้ายจึงได้แต่รอต่อไปอย่างมีความหวัง

นอกรั้วบ้านมีรถยนต์สีดำฟิล์มทึบจอดนิ่งอยู่ สายตาจับจ้องมายังคนที่นั่งทอดอาลัยอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนข้างตัวบ้านไม่วางตา หากมองจากภายนอกรถ จะไม่รู้เลยว่าภายในมีคนนั่งอยู่เพราะฟิล์มค่อนข้างมืด ชายร่างสูงในรถนั่งรอเวลาอย่างใจเย็นโดยไม่ได้ขยับกายออกไปนอกรถเลยแม้แต่ก้าวเดียว

 

เวลาผ่านไปจวบจนห้าทุ่ม ณิดารู้สึกง่วงงุนจนเริ่มหมดสนุกเพราะความเคยชินกับการนอนตั้งแต่หัวค่ำ หญิงสาวจึงขอตัวกับเพื่อนเพื่อกลับบ้าน และขอโทษขอโพยที่ไม่ได้อยู่ร่วมเคาน์ดาวน์ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยกัน

“โธ่! อะไรกันเนี่ย ยายเด็กอนามัยเอ๊ย... อีกแป๊บเดียวเองน่า... นะ”

เสียงออดอ้อนของสาวหมวยเจ้าของบ้านหลังโตที่เปิดให้เพื่อนๆ มาปาร์ตี้เอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย

“ขอโทษจริงๆ แต่ฉันไม่ไหวแล้วน่ะ ดื่มไปนิดเดียวเองนะเนี่ย อีกอย่างฉันต้องขับรถกลับเองนะแก ไม่สงสารเพื่อนหรือ เดี๋ยวร้านเปิดฉันทำบลูเบอรี่ชีสเค้กมาให้สองปอนด์ฟรีๆ เลยเอ๊า... รู้นะว่าของโปรด” ณิดาใช้ของโปรดของเพื่อนมาเซ่น หวังให้เพื่อนสาวคนสนิทหายงอน

“ก็ได้! เห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันหรอกนะ ฉันไม่ได้เห็นแก่กินสักหน่อย ถ้าจะให้ดีบลูเบอรี่ปอนด์หนึ่ง ช็อกโกแลตปอนด์หนึ่งแล้วกัน” แอมปากยื่นปากยาวใส่เพื่อน

“ไม่ค่อยเห็นแก่กินเลยนะ ยายแอม” เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“งั้นฉันไปก่อนนะทุกคน” ณิดาหันมาเอ่ยลากับเพื่อน ทุกคนจึงเดินออกมาส่งหญิงสาวที่รถ ยืนรอจนกระทั่งณิดาขับรถออกจากบ้านไปแล้วเรียบร้อยจึงเข้าไปสังสรรค์ในบ้านกันต่อ

เมื่อเห็นรถยนต์สีขาวขับผ่านประตูรั้วออกมาด้านนอก รถสีดำที่จอดนิ่งสนิทอยู่นานนับชั่วโมงก็เริ่มสตาร์ตรถ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ในรถรอจนรถของณิดาเลี้ยวออกจากซอยไปแล้วจึงเริ่มขับตามมาโดยทิ้งระยะห่างไม่ให้หญิงสาวรู้ตัว

ณิดาใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงบ้านตัวเอง เมื่อขับเข้าไปจอดในบ้านหลังจากที่ปิดประตูรั้วเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ควานหากุญแจในกระเป๋าถือแล้วไขเข้าบ้านทันที จากนั้นจึงเปิดไฟในห้องนั่งเล่นทิ้งเอาไว้ก่อนเดินขึ้นไปอาบน้ำในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง

ที่ด้านนอกของบริเวณบ้าน รถยนต์สีดำขับผ่านหน้าบ้านหญิงสาวไปไกลก่อนจะจอดรถแล้วเดินลงมา ร่างสูงก้าวขายาวๆ มาตรงหน้าบ้านโดยอาศัยความมืดช่วยอำพรางตัว จากนั้นใช้กุญแจผีไขประตูบานเล็กด้านหน้า เมื่อเปิดเข้าไปได้แล้วบุคคลผู้นั้นก็วิ่งผลุบหายไปเข้าไปทางบริเวณหลังบ้านทันที

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ความง่วงงุนเมื่อครู่หายไปทันทีที่โดนน้ำ เธอเอื้อมไปหยิบรีโมตมาเปิดโทรทัศน์เพื่อดูบรรยากาศการเคาน์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ของแต่ละสถานที่ หญิงสาวกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่องรายการเพลงที่กำลังเปิดมิวสิควิดิโอของนักร้องสาวคนหนึ่ง ณิดาจึงเปิดรายการนี้ค้างไว้ระหว่างที่ทาครีมบำรุงผิวอยู่บนเตียง

อยากมีคนพิเศษ อยู่ในคืนพิเศษ

คืนสำคัญอีกคืน ที่ต้องอยู่อย่างเหงาใจ

อยากมีคนพิเศษ จับมือกันก้าวผ่าน

คืนสำคัญอีกคืน ที่ความเหงาคืบคลาน....หัวใจ

จู่ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่าเบลอไปหมด ณิดาใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้ง แต่ดูเหมือนยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหลลงมา สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้มันไหลจนกว่าจะหยุดไปเอง คิดโกรธไปถึงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมายที่หายเงียบไปไม่มีการติดต่อ ไม่มีการส่งข่าวราวกับไม่เคยมีเธออยู่ในชีวิต

เสียงกุกกักด้านนอกห้องนอนทำให้ณิดาคว้าผ้าขนหนูมากระชับแน่นแล้วนั่งตัวตรงทันที น้ำตาหยุดไหลไปโดยอัตโนมัติ เธอดีดตัวลงจากเตียงไปที่ตู้เสื้อผ้า คว้าเสื้อยืดตัวใหญ่มาสวมลวกๆ กับกางเกงขาสั้น พลางคิดในใจว่าถ้าเป็นณิชา ก็ต้องเคาะประตูก่อน และณิชาจะเรียกให้เธอมาเปิดประตูให้ น้องสาวเธอไม่เคยพยายามจะเปิดประตูเองอย่างนี้

ไวเท่าความคิดเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย สายตาหวาดระแวงกวาดมองไปรอบตัวเพื่อหาของที่สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับโคมไฟหัวเตียงจึงรีบวิ่งไปคว้ามันมาถือเอาไว้ในมือ หยิบโทรศัพท์มือถือมาไว้กับตัวแล้ววิ่งไปปิดไฟ จากนั้นก็ยืนแอบอยู่ข้างหลังบานประตูหลบมุมอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า

ยังไม่ทันที่จะกดโทร.ไปไหน บานประตูก็ถูกไขออกสำเร็จ จากนั้นก็เปิดออกช้าๆ ในขณะที่คนที่ยืนแอบอยู่หลังประตูใจเต้นเร็วรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอแทบไม่กล้าหายใจ สองมือกระชับโคมไฟไว้แน่นอยู่ในท่าเตรียมพร้อม กะเอาไว้ว่าเมื่อประตูปิดลงเธอจะฟาดศีรษะของผู้บุกรุกทันที

บานประตูค่อยๆ ปิดลงอย่างแผ่วเบาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ยืนห่างกันแค่หนึ่งช่วงแขน ณิดาไม่สนแล้วว่าคนตรงหน้าจะตัวใหญ่แค่ไหน หลับหูหลับตาเงื้อโคมไฟขึ้นสูง เป้าหมายคือที่ศีรษะ แต่คนตรงหน้าอาศัยความไวเบี่ยงหลบได้ทันควัน จากนั้นจึงคว้าโคมไฟในมือของหญิงสาวเขวี้ยงทิ้งไปแล้วเอื้อมมือมาปิดปากณิดาไว้ อีกมือรวบแขนทั้งสองข้างของเธอล็อกไขว้ไว้ด้านหลังแล้วดันร่างเล็กให้ชิดกับกำแพง ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว รู้แต่ว่าตกใจจนแทบสิ้นสติ และเกือบจะทรงตัวยืนอยู่ไม่ไหว แต่ก็ยังพยายามเพ่งมองร่างสูงตรงหน้าในความมืดมิด

ใคร!


*********************************************************

27/12/2559

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายที่ให้อ่านฟรีแล้วนะคะ ที่เหลือตามอ่านในเล่มเนอะหนังสือยังมีขายอยู่ค่ะ และจะลงแบบหยอดเหรียญในเว็บเด็กดีนี้ด้วยค่ะ หรือจะโหลดอีบุ๊กก็ได้นะคะ พร้อมโหลดแล้ว 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาตลอด แม้ว่านิยายเรื่องนี้จะเคยตีพิมพ์มาแล้วเมื่อสามปีก่อน แต่ก็ดีใจนะคะที่พอกลับมาอัปอีกครั้งก็ยังมีคนอ่าน ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นต์ด้วยนะคะ

ฝากติดตามนิยายอีกเรื่องที่กำลังอัปนี่ด้วย "ปราการล้อมรัก" ค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #38 patty (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 10:49
    อ่านแบบหยอดเหรียญททำอย่างไรคะไรท์
    #38
    1
    • #38-1 ณรมล / จรสจันทร์ (@nink-ning) (จากตอนที่ 22)
      28 ธันวาคม 2559 / 16:27
      ระบบเติม Coin ในเด็กดีน่ะค่ะ ลองเข้าไปดูตัวอย่างในลิงค์ด้านล่างนี้ได้นะคะ
      https://writer.dek-d.com/nink-ning/writer/view.php?id=888668
      ^^
      #38-1