พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,630 Views

  • 43 Comments

  • 397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    189

    Overall
    31,630

ตอนที่ 21 : Game on! - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 ธ.ค. 59

อากาศเริ่มเย็นลงทุกขณะเนื่องจากอยู่ชานเมือง ส่งผลให้ณิดาเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง ริชาร์ดนึกขึ้นได้ว่าเธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตเนื้อบางกับเสื้อกันกระสุนของเขาเท่านั้น จึงคลายอ้อมกอดแล้วใช้มือลูบขาเรียวของเธอไปมาให้อุ่นขึ้น แต่เป็นเพราะผิวเนื้อเนียนนิ่มของคนบนตักอีกทั้งยังเปิดเปลือยเรียวขาและเห็นบั้นท้ายวับๆ แวมๆ ระหว่างที่ลูบไปลูบมาเขาจึงเริ่มรู้สึกว่าคนที่ร้อนกลายเป็นเขาเองเสียแล้ว

“ผมว่าเรากลับไปที่โรงแรมของผมก่อนดีกว่าไหม”

“ฉันอยากกลับบ้านมากกว่าค่ะ เป็นห่วงยายจูน จริงสิแล้วคุณมาได้ยังไงคะ ตำรวจปล่อยตัวคุณมาแล้วหรือ”

ริชาร์ดอึ้งไปครู่หนึ่ง พยายามนึกหาคำอธิบายดีๆ ให้เธอเข้าใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องโกหกออกไปอยู่ดี

“แน่นอน ผมไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเขาไม่มีสิทธิ์มาจับผมหรอก”

จะบอกได้อย่างไรว่าคนของเขามาปล้นชิงตัวถึงรถตำรวจเลยต่างหาก!

 

ริชาร์ดจอดรถแอบไว้ข้างรั้วบ้านของณิดา หลังจากดับเครื่องแล้วก็อุ้ม   ณิดาให้มายืนที่พื้น ตาคมเหลือบไปเห็นเท้าเปล่าเปลือยของหญิงสาวจึงตวัดร่างเธอขึ้นอุ้ม ณิดาหวีดร้องเบาๆ เพราะตกใจกับการทำอะไรรวดเร็วว่องไวของเขา

“คุณไม่มีรองเท้าใส่ จะเจ็บเท้าเอาได้ กดออดเรียกน้องสาวคุณสิ”

ริชาร์ดอุ้มหญิงสาวมายืนหน้าประตูรั้ว ณิดากดออดเรียกให้น้องสาวมาเปิดให้ รอไม่นานนักณิชาก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาเปิดประตู ครั้นพอเห็นริชาร์ดอุ้มพี่สาวตัวเองไว้ก็ตกใจหน้าตื่น

“พี่จอยเป็นอะไร แล้วทำไมอยู่ในชุดแบบนี้ล่ะ” ณิชากวาดตามองพี่สาวที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งด้วยความฉงน หนำซ้ำรองเท้าก็ไม่มีใส่

“เรื่องมันยาวน่ะ เอาไว้พี่จะเล่าให้ฟังทีหลังนะ” เมื่อได้ยินพี่สาวพูดอย่างนั้น ณิชาจึงพยักหน้ารับแล้วปิดประตูรั้วลงตามเดิม

ริชาร์ดอุ้มณิดามาวางที่เตียงนอนอย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงนั่งลงที่ข้างตัวหญิงสาว เอื้อมมือไปโอบไหล่เธอเข้ามาใกล้ตัว กดจมูกแช่ไว้ที่หน้าผากเนียนเนิ่นนาน ไต่เรื่อยมาจนถึงแก้มนวลทั้งสองข้าง

“ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับคุณอีกเด็ดขาด”

ณิดาจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่ง นัยน์ตาคู่สวยไล่มองส่วนประกอบทุกอย่างบนใบหน้าหล่อเหลานั้นราวกับต้องการจดจำเอาไว้ทุกรายละเอียด แม้ว่าใบหน้าของชายคนนี้ได้ประทับตราตรึงเอาไว้ในหัวใจอยู่แล้วก็ตาม

แล้วจู่ๆ หญิงสาวก็ทำในสิ่งที่แม้แต่ริชาร์ดก็คาดไม่ถึง เมื่อเธอจับมือของเขาวางทาบลงไปที่หน้าอกของตัวเองทั้งสองข้าง

“ผู้ชายคนนั้นเขาจับหน้าอกของฉัน” หญิงสาวหลับตาลงเพราะรู้สึกอับอายเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ ได้ แต่เธอก็ต้องการให้ริชาร์ดลบสัมผัสกักขฬะจากมาคัสที่สร้างไว้อย่างจาบจ้วงและหยาบคาย

“แล้วมันจูบคุณตรงไหนบ้าง” ริชาร์ดถามพลางก้มลงใช้ริมฝีปากของตัวเองจูบที่เนินอกอย่างแผ่วเบา มืออีกข้างก็ปลดกระดุมทีละเม็ดลงไปเรื่อยๆ นัยน์ตาสีฟ้าวาวโรจน์ดุดันเมื่อเห็นร่องรอยที่ศัตรูคู่อาฆาตฝากไว้ให้ดูต่างหน้า

“ตรงนี้ค่ะ แล้วก็ตรงนี้ด้วย” ณิดาชี้ไปยังตำแหน่งที่ถูกมาคัสระดมจูบอย่างหื่นกระหาย แต่เพราะสัมผัสที่แสนจะอ่อนโยนจากคนตรงหน้าที่ไล่จูบซับเพื่อลบรอยสัมผัสไปทุกที่ที่เธอชี้บอก ก็ทำให้คลายความรู้สึกขยะแขยงที่เกาะกินใจให้มลายลงแทบสิ้น

“ผมจะลบมันออกให้ ผมจะทำให้คุณลืมมันไปให้หมด”

ริชาร์ดลากริมฝีปากมาหยุดอยู่ที่ปากอิ่มระเรื่อซึ่งเผยอออกเล็กน้อยราวกับเชิญชวนแล้วประกบปากตัวเองลงไป มืออ้อมไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอสิ่งห่อหุ้มความนุ่มหยุ่นเบื้องหน้า คลายมันออกแล้วกอบกุมอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็ค่อยๆ ดันหญิงสาวลงนอนราบกับเตียงพร้อมกับพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนเตียงด้วย ริมฝีปากร้อนผละจากปากอิ่มไต่ระเรื่อยมาที่ซอกคอระหงอีกครั้ง ลากไล้เรื่อยมาจนถึงยอดทรวงงามสล้างที่อวบตึงตั้งชันชวนให้ก้มลงไปดอมดม

ครืด... ครืด

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเตือนจนหญิงสาวถึงกับสะดุ้ง ริชาร์ดสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย นึกอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ทำไม่ได้ต้องจำใจกดรับ ในขณะที่ณิดารีบคว้าผ้าห่มมาปกปิดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองให้พ้นจากสายตาโลมเลียของเขาที่กำลังมองมา

“โอเค ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ริชาร์ดวางสายแล้วก้มหน้าลงมาพูดกับหญิงสาวที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่

“ที่รัก ผมมีธุระด่วนต้องรีบไปจัดการ พรุ่งนี้ผมขอร้องว่าคุณอย่าเพิ่งเปิดร้านนะอยู่แต่ในบ้านก็พอ เดี๋ยวผมจะส่งคนมาคอยดูแลคุณอยู่ห่างๆ ด้วย”

ริชาร์ดก้มลงจูบปากอิ่มระเรื่ออีกครั้งอย่างอาลัยอาวรณ์

“แล้วผมจะแวะมาหานะ”

ณิดาพยักหน้ารับ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หญิงสาวลุกขึ้นนั่งตามพร้อมกับดึงรั้งผ้าห่มมาปกปิดร่างกายเอาไว้ด้วย ริชาร์ดมองคนที่กำลังส่งสายตาอาวรณ์มาที่เขาอย่างไม่มีปิดบัง อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบเธออีกรอบเพราะเขาเองก็ไม่อยากจากไปไหนเช่นกันในตอนนี้

แต่เพราะมาคัสยังไม่ตาย เขาจึงต้องรีบไปจัดการอะไรบางอย่างก่อน

เขาเดินออกมาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หาลูกน้องอีกคนเพราะตอนนี้วิลสันกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

“แพททริค นายติดต่ออังเดรที่มอสโควด้วยนะ ให้เขาบอกมิคาอิลทีว่าฉันต้องการความช่วยเหลือ”

 

เสียงเพลงตามสมัยนิยมเปิดคลอไปกับเสียงจอแจของนักท่องเที่ยวที่มานั่งดื่มกินในวันที่อากาศเย็นสบาย ยิ่งทำให้ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้คึกคักไปด้วยหนุ่มสาวที่มาดื่มด่ำกับบรรยากาศจนเต็มทุกโต๊ะทั้งที่ยังเป็นวันทำงาน

ร่างสูงโปร่งของผู้กองเป็นเอกนั่งดื่มเบียร์ขวดแล้วขวดเล่าราวกับดื่มน้ำเปล่า หน้าตาบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดีว่ากำลังอยู่ในโหมดไหน เขากำลังเครียดที่โดนผู้บังคับบัญชาต่อว่าเรื่องที่ปล่อยให้ผู้ต้องหาหนีไปได้เมื่อคืนวาน กระทั่งวันนี้ก็ยังโดนตำหนิไม่หยุดจนต้องหาเรื่องมานั่งระบายอารมณ์อยู่ที่นี่

“เฮ้ย! ไอ้ผู้กองครับ มึงเป็นอะไรครับ มึงดื่มหรือมึงอาบครับนั่นเล่นกระดกเอายังกับน้ำเปล่า” หนุ่มร่างใหญ่เอ่ยถามเพื่อนซี้อย่างอดไม่ได้ เพราะตั้งแต่เพื่อนเดินเข้ามานั่งในร้านก็เอาแต่สั่งเบียร์ดื่มอย่างเดียวไม่พูดไม่จา

“เครียดเรื่องงานหรือวะเพื่อน ไม่เอาน่า วันนี้บรรยากาศออกจะดี มีแต่สาวๆ สวยๆ ลองมองไปรอบๆ สิ ว้าวๆๆๆ”

หนุ่มหน้าตี๋อีกคนพูดขึ้นพลางกวาดสายตามองไปรอบร้าน หูตาแพรวพราว ผู้กองหนุ่มจึงหันมองไปรอบๆ บ้างอย่างไม่สบอารมณ์ พลันสายตาไปปะทะเข้ากับชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังยื้อยุดกันอยู่ตรงทางเดินจะไปห้องน้ำ ฝ่ายหญิงดูเหมือนไม่พอใจและพยายามแกะมือของฝ่ายชายออกจากแขนอย่างทุลักทุเล

เมื่อเพ่งมองดีๆ เป็นเอกจึงเห็นว่าฝ่ายหญิงนั้นคือใคร โดยไม่รอช้า เขาลุกออกจากโต๊ะ ปราดเข้าไปหาชายหญิงคู่นั้นทันที

“จูน! มีปัญหาอะไรรึเปล่า” ผู้กองหนุ่มยิงคำถามพร้อมตวัดสายตาคมกริบไปยังผู้ชายอีกคน ขณะที่ผู้ชายคนนั้นพอเห็นผู้มาใหม่ ใบหน้าที่แดงเพราะแอลกอฮอล์อยู่แล้วก็แดงขึ้นอีกด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ

“อ๋อ... นี่จูนอย่าบอกนะว่าไอ้นี่น่ะมันคือแฟนใหม่จูน” ชายหนุ่มหน้าตาตี๋อินเทรนด์ที่กำลังเกาะกุมแขนของณิชาอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะๆ

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม ปล่อยแขนแฟนผมได้แล้ว ผมไม่ชอบให้ใครมาเกาะแกะแฟนผม”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีจากชายหนุ่มคนนั้น หนำซ้ำยังดึงร่างของณิชาเข้าไปใกล้ขึ้นอีก ทั้งที่หญิงสาวขืนตัวไว้เต็มแรงแต่ก็สู้แรงกระชากของคนเมาไม่ได้

“ฮ่าๆ แฟนงั้นหรือ อะไรกันจูน จูนบอกแฟนใหม่ของจูนรึยังว่าผมน่ะผัวเก่าจูน... มึงรู้ไว้ด้วยนะว่าแฟนมึงน่ะกูฟันมาแล้ว ฮ่าๆ”

พลั่ก... พลั่ก

เป็นเอกไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดกำปั้นรัวใส่ผู้ชายปากเสียอย่างไม่ยั้งมือ ณิชากรีดร้องอย่างตกใจ รีบเข้าไปกอดดึงที่ด้านหลังของผู้กองหนุ่มเอาไว้ เพราะต้องการจะแยกเขาออกจากร่างของแฟนเก่านิสัยเสียของตัวเอง

“พี่เอก... อย่าค่ะพี่ พอเถอะ อย่าไปทำเขา” ณิชาร้องไห้ออกมาทันที เมื่อเห็นหน้าของภีรภัทร แฟนเก่าเต็มไปด้วยรอยเลือด ยิ่งเห็นร่างนั้นเริ่มแน่นิ่งไปเธอก็ยิ่งกลัวว่าเขาจะตาย

“ไอ้ผู้ชายชาติชั่วอย่างนี้ จูนยังไปห่วงมันอีกหรือ” เป็นเอกตะคอกถามคนตรงหน้าพลางบีบต้นแขนของหญิงสาวอย่างแรงด้วยอารมณ์โกรธ นัยน์ตารวดร้าวเมื่อเห็นณิชามีท่าทางเหมือนยังตัดผู้ชายเลวๆ คนนี้ไม่ได้

“ไม่ใช่! จูนไม่ได้ห่วงเขา จูนห่วงพี่เอกต่างหาก พี่เอกยังอยู่ในเครื่องแบบนะ จูนกลัวพี่จะโดนฟ้องว่าทำผิดวินัยต่างหากเล่า”

ณิชาละล่ำละลักบอกเขา เธอไม่ต้องการให้เป็นเอกต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของเธอ ถึงแม้เขาจะใส่แค่กางเกงสีกากีซึ่งเป็นเครื่องแบบตำรวจ และตัวเสื้อนั้นเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแล้วก็เถอะ แต่เธอก็ไม่อยากเสี่ยง ยิ่งรู้ว่าผู้กองหนุ่มนั้นอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร เธอจึงต้องรีบเข้าไปห้ามก่อนที่ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่าของเธอนั้นจะตายเสียก่อน

พอเป็นเอกได้ฟังเหตุผลจากปากหญิงสาว อารมณ์ที่เดือดอยู่ก็เริ่มเย็นลง หันไปมองผู้ชายปากเสียที่นอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้นเลือดกบปากก็อดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ จึงง้างขาเตะแรงๆ เข้าไปที่ท้องอีกทีก่อนก้มลงพูดกรอกหูภีรภัทรให้ได้ยินกันแค่สองคน

“มึงจำใส่กะโหลกเน่าๆ ของมึงไว้เลยนะ สำหรับจูน ต่อให้เธอผ่านมาเป็นร้อย กูก็จะรัก”

ณิชาไม่ได้ยินว่าเขาลงไปพูดอะไรกับภีรภัทร แต่เธอเห็นผู้คนเริ่มเดินเข้ามามุงดูเยอะมากขึ้น จึงรีบดึงแขนเขาออกมาจากตรงนั้นทันที ระหว่างที่กำลังลากแขนชายหนุ่มให้พ้นจากบริเวณที่มีเรื่องมีราวเมื่อสักครู่ เพื่อนของผู้กองเป็นเอกก็ปรี่เข้ามาถามหน้าตาตื่น

“เฮ้ย! มีไรกันวะ กูเห็นมึงต่อยเอาๆ รู้จักกันหรือ” หนุ่มหน้าตี๋ถามพลางมองไปที่สาวน้อยหน้าตาน่ารักที่กำลังฉุดกระชากถูลู่ถูกังเพื่อนของเขาอยู่

“เปล่า... เดี๋ยวกลับก่อนละกัน แล้วเจอกันเพื่อน” เป็นเอกพูดได้แค่นั้นก็ถูกณิชาลากไปยังกลุ่มเพื่อนของเธอที่นั่งกันอยู่ด้านนอก ซึ่งไม่รู้ว่ามีเรื่องมีราวจนถึงขั้นชกต่อยกันภายในร้าน

“เดี๋ยวเรากลับบ้านก่อนนะ มีธุระด่วนน่ะ” ณิชาเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเพื่อนสาวทั้งสามคนที่มองมายังผู้กองหนุ่มกึ่งแปลกใจกึ่งล้อเลียน จึงชิงพูดขึ้นก่อน

“เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ขอตัวก่อน บาย” ไม่รอให้ใครถามอะไร ณิชารีบเดินออกนอกร้านไปกับผู้กองเป็นเอกทันที แต่พอเดินมาถึงหน้าร้าน ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายจูงหญิงสาวเสียเอง

“รถพี่จอดอยู่ทางโน้น” เป็นเอกจูงสาวน้อยเดินมาที่รถของตน หยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงเพื่อกดปลดล็อกรถแล้วเปิดประตูดันหลังหญิงสาวให้ขึ้นไปนั่ง ส่วนตนเองก็เดินอ้อมมาอีกฝั่งตรงตำแหน่งคนขับ เมื่อขึ้นนั่งประจำที่แล้วก็สตาร์ตรถขับออกจากบริเวณนั้นทันที

ณิชาลอบมองเสี้ยวหน้าชายหนุ่มข้างกายอย่างหวาดๆ เธอคิดว่าจะโดนเขาต่อว่าต่อขายยกใหญ่ เพราะเธอเคยให้สัญญากับเขาไว้ว่าจะไม่มาเที่ยวสถานที่แบบนี้อีก

แต่จะว่าไป เธอก็ไม่ได้ผิดสัญญานี่นะ ตอนนั้นเธอสัญญาว่าจะไม่ไปสถานที่อโคจรแบบนั้นคนเดียว แต่วันนี้เธอมากับเพื่อนอีกสามคน เพราะฉะนั้นเธอไม่เห็นต้องกลัวอะไรนี่นา

เป็นเอกเองก็รู้สึกหงุดหงิดเพราะอารมณ์เสียจากคดีของริชาร์ด แล้วยังต้องมาเจอหญิงสาวที่ตนเองแอบมีใจให้ นัดกันมานั่งกินดื่มรำลึกความหลังกับแฟนเก่าอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งให้รู้สึกขัดเคืองใจ

รถของเป็นเอกมาจอดอยู่ริมถนนข้างสวนสาธารณะที่เดิมที่เขาเคยพาหญิงสาวมาระบายความในใจ ชายหนุ่มหันไปมองใบหน้าหวานของณิชาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก หญิงสาวแอบเห็นที่มือของเขามีเลือดไหลซึมออกมา จึงหยิบทิชชูในกระเป๋าสะพายแล้วดึงมือเขามาเช็ดเลือดออกให้อย่างเบามือ

“เจ็บไหมคะเนี่ย พี่เอกนี่ละก็ ทำไมอารมณ์ร้อนอย่างนี้ล่ะคะ”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะซับเลือดให้ที่มือ ผู้กองเป็นเอกมองคนตรงหน้าอย่างต้องการค้นหาอะไรบางอย่างจากการกระทำอ่อนโยนนั่น

“ไหนว่าเลิกกันแล้ว แล้วทำไมถึงได้นัดมาเที่ยวด้วยกันได้ล่ะ”

อดไม่ได้ที่จะถามออกไปให้รู้เรื่อง เพราะหากณิชาจะกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าจริง เขาก็คงไม่มีสิทธิ์ไปห้าม เพราะสำหรับณิชาแล้ว ในสายตาเธอคงมองเขาเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น และเขาจะได้ตัดใจเสียที

“จูนไม่ได้นัดเขามาสักหน่อย จูนมากับเพื่อนค่ะ กลุ่มที่พี่เอกเห็นนั่นแหละ” ณิชาเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่งก่อนก้มหยิบทิชชูในกระเป๋าขึ้นมาอีกสองสามแผ่นซับไปที่มือของเขา

“จู่ๆ เขาก็เดินเข้ามาทักจูน เขาก็คงมากับเพื่อนเหมือนกันมั้งคะ จูนก็ไม่ได้สนใจอะไร พอจูนลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ออกมาก็เจอเขายืนดักรออยู่แล้วจู่ๆ เขาก็เข้ามาคว้าแขนจูนไปเฉยเลย”

“มันมาขอคืนดีกับจูนหรือ” ณิชาพยักรับหน้าเล็กน้อย

“แล้วจูนว่าไงล่ะ จะกลับไปคืนดีกับเขารึเปล่า” ถามออกไปแล้วก็ใจเต้นตึกตักรอคำตอบจากคนตรงหน้าว่าจะออกหัวหรือก้อย

“แหม... พี่เอกคะ จูนเจ็บแล้วจำค่ะ กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้เสียน้ำตาไปเป็นปี๊บๆ เรื่องอะไรจะกลับไปคบกับผู้ชายนิสัยแย่ๆ อย่างนั้นอีกล่ะคะ”

เป็นเอกถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จนณิชารีบเงยหน้าขึ้นมามองเพราะนึกว่าเขาเจ็บแผล

“เจ็บหรือคะพี่เอก จูนว่าจูนเบามือสุดๆ แล้วนะ”

“เปล่า ไม่เจ็บหรอก ไม่เจ็บเลยสักนิด ถ้าได้ต่อยผู้ชายสั่วๆ พรรค์นั้นเพื่อจูน ต่อให้ต่อยจนมือแตกพี่ก็ไม่รู้สึกเจ็บเลย”

“นี่ก็แตกแล้วเนี่ย มือพี่น่ะ ดูสิ เลือดซึมออกมาไม่หยุดเลย”

“สงสัยจะต่อยโดนฟันมันล่ะมั้ง” เป็นเอกนั่งมองใบหน้าหวานๆ ของสาวน้อยตรงหน้านิ่งนานโดยไม่รู้ตัว แต่คนถูกมองนั้นรู้ตัวว่ากำลังโดนจ้องจึงเริ่มวางหน้าไม่ถูก

“ช่วงนี้พี่เอกยุ่งหรือคะ ไม่ค่อยเห็นไปที่ร้านเลย" ณิชาแสร้งทำทีชวนคุยเรื่องอื่น เพราะรู้สึกขัดเขินกับสายตาของเขาที่มองนานเกินไปแล้ว

“อืม... ใช่ ช่วงนี้พี่ต้องไปทำคดีร่วมกับตำรวจท้องที่อื่นด้วยน่ะ” คิดถึงเรื่องงานแล้วก็ต้องปวดสมองขึ้นมาอีกรอบ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะโดนต่อว่าอย่างไรอีก

แต่ถ้าโดนด่าแล้วได้เจอสาวน้อยหน้าหวานนี่ทุกวันเขาก็ยอมล่ะวะ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!

จู่ๆ เป็นเอกตัดสินใจรวบมือเธอเข้ามากุมไว้พลางบีบเบาๆ จนณิชาตกใจกับการกระทำนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ในแววตามีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

“จูน... ถ้าพี่จะบอกว่า พี่ชอบจูนล่ะ จูนจะว่าไง”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยอดข้าวที่เขาฟาดไปหลายขวดก่อนหน้า หรือเพราะความที่ไม่ชอบอะไรคลุมเครือกันแน่ ที่ทำให้เขาตัดสินใจโพล่งออกไปแบบนั้น และเมื่อพูดออกไปแล้วก็แทบอยากกัดลิ้นฆ่าตัวตายสังเวยประโยคน่าอายนั่น ให้ตายเถอะ! เขาไม่น่าพรวดพราดม้วนเดียวจบแบบนี้เลย ทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายชัดๆ

ยิ่งเห็นเธอทำหน้าช็อกเหมือนเห็นผี ผู้กองหนุ่มก็ยิ่งใจฝ่อ ชายหนุ่มตัดสินใจวางมือที่เขาถือวิสาสะกุมเอาไว้ คืนให้กับเจ้าของ ก่อนหันมาจับพวงมาลัย เข้าเกียร์แล้วขับไปส่งหญิงสาวที่บ้าน

ระหว่างทางทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย ณิชาเอาแต่มองออกไปข้างทางตลอดเวลา ผู้กองเป็นเอกก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองแห้วแน่แล้ว จึงก้มหน้าก้มตาขับรถต่อไปทั้งที่ในใจเริ่มปวดหนึบ

ไม่นานนักก็ถึงหน้าบ้านของหญิงสาว เป็นเอกดับเครื่องแล้วปลดล็อกรถก่อนจะเปิดประตูลงไป เขาอ้อมมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้ว เพื่อตัดสินใจพูดบางอย่าง เพราะคิดว่าไหนๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

“เอ่อ... ก็อย่างที่พี่พูดไป พี่ชอบจูน และพี่ก็ไม่รู้ด้วยว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไร รู้แต่มันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ” ผู้กองเป็นเอกหยุดพูดไปครู่หนึ่งเพื่อสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเรียกขวัญและกำลังใจของตัวเอง

“พี่รู้ว่าจูนคงตกใจที่จู่ๆ พี่ก็มาพูดเรื่องนี้กับจูน... แต่ก็ช่างเถอะ จูนอย่าคิดมากนะ คิดเสียว่า... คนเมาพูดจาไม่รู้เรื่องให้ได้ยินก็แล้วกัน ยังไงพี่ก็อยากให้เราเป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนเดิม” พูดจบก็เดินถอยหลังออกห่างมาจากณิชาเรื่อยๆ สีหน้าและแววตาบ่งชัดถึงความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง

“เดี๋ยวค่ะพี่เอก" ณิชาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“คือ... คือว่า... จริงๆ แล้วจูนไม่ได้รังเกียจพี่หรอกนะคะ เพียงแต่จูนคาดไม่ถึงค่ะ ไม่คิดว่าพี่เอกจะมาบอกว่า....เอ่อ...ว่า...ชอบจูน” ท้ายประโยคเสียงแผ่วแต่คนฟังก็ยังได้ยิน

“ก่อนหน้านี้ จูนคิดมาตลอดว่าพี่เอกคงเอ็นดูจูนเหมือนน้องสาวธรรมดาๆ คนนึง” ณิชาเสียงเบาหวิว ก้มหน้างุดๆ

“ในสายตาของจูน พี่เอกเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งค่ะ และ...เอ่อ...เป็นฮีโร่ในใจจูนเสมอ จูนเข้าบ้านก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

พูดจบก็ปิดประตูรั้วแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที ในขณะที่ผู้กองหนุ่มมัวแต่ยืนประมวลผลคำพูดของสาวน้อย จากนั้นมุมปากก็ค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นมาจนฉีกกว้าง มือกำแน่นชูขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับใบหน้า

“ไชโย! ลุยหน้าเต็มสูบเว้ย ไอ้เอก”

ร่างสูงหยุดยืนมองอยู่หน้าบ้านหญิงสาวสักพักจึงขับรถจากมา ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้วันนี้จะมีเรื่องแย่ๆ จนเกือบโดนสั่งพักงานทำให้เขาต้องไปนั่งซดเบียร์ต่างน้ำอยู่ที่ร้านของเพื่อน พลางนึกขอบคุณความบ้าบิ่นของตัวเองที่กล้าบอกความในใจออกไปจนทำให้เขาได้เจอเรื่องดีๆ แบบเมื่อครู่นี้ ถึงแม้ณิชาจะไม่ได้ตอบรับไมตรีของเขาตรงๆ แต่เธอก็ให้โอกาสเขาแบบอ้อมๆ ในการเดินหน้าสานต่อความสัมพันธ์      

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

วันถัดมาร้านกาแฟของสองสาวคึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะเมื่อวานปิดร้านไปหนึ่งวัน อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันคริสต์มาสอีกด้วย ต้นคริสต์มาสต้นใหญ่กับการตกแต่งร้านอย่างสวยงามช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก สาวๆ ส่วนใหญ่ชอบมายืนถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาส แล้วอัปโหลดขึ้นโซเชียลต่างๆ เด็กๆ ก็ดูชอบใจเป็นพิเศษ ช่วงอาทิตย์นี้ที่ร้านจึงมีลูกค้าเข้าออกมากมาย รวมถึงมีออเดอร์สั่งทำเค้กสำหรับเทศกาลคริสต์มาสหลายราย สามสาวเลยต้องเหนื่อยกันทั้งอาทิตย์

แต่ถึงจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดอย่างไร บรรยากาศรอบข้างจะครื้นเครงแค่ไหน ณิดาก็รู้สึกไม่มีความสุขเลยสักนิด หลายครั้งที่เธอนั่งมองโทรศัพท์จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะตั้งแต่วันนั้น ริชาร์ดก็เงียบหายไป เธอเฝ้าเพียรพยายามโทร.หาเขาหลายครั้ง แต่ไม่เคยติดเลยสักครั้งเดียว...ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อได้เวลาร้านปิด หญิงสาวเผลอตัวมองไปที่ประตูร้านบ่อยครั้งด้วยความเคยชิน เพราะตามปกติแล้ว เวลานี้เป็นเวลาที่ริชาร์ดจะแวะเข้ามาหา ยิ่งมองเห็นต้นคริสต์มาสที่ช่วยกันตกแต่งเธอก็ยิ่งคิดถึงเขาจับใจ

ภาพประตูเบื้องหน้าเริ่มพร่าเบลอไปด้วยหยาดน้ำตา เพิ่งรู้ว่าการไม่ได้เจอหน้าเขาทุกวัน มันทำให้เธอรู้สึกโหยหาเขาได้ขนาดนี้ เขาหายไปไหน ทำไมเขาไม่ติดต่อมา ทั้งวันเธอได้แต่ถามคำถามนี้กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ณิชาเห็นพี่สาวทำหน้าตาซึมเศร้าก็อดสงสารไม่ได้ เธอไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรมวันนั้นเพราะพี่สาวไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง บอกแต่เพียงว่าริชาร์ดกลับอังกฤษกะทันหัน หญิงสาวจึงคิดว่าณิดาคงแค่คิดถึงชายหนุ่มมากจนมีอาการอย่างที่เห็น

“พี่จอยอย่าเศร้าสิ เดี๋ยวคุณริชาร์ดเขาก็กลับมาแล้วน่า ยังไงเสียเขาก็ต้องกลับมาทันเคาน์ดาวน์ปีใหม่กับพี่แน่นอน เชื่อจูนนะ” ณิชาให้กำลังใจพี่สาว เพราะไม่อยากให้เศร้าทั้งที่บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความสุขอย่างนี้

“จริงสิ วันนี้จูนต้องไปนอนเป็นเพื่อนยายเมย์นะพี่จอย เพราะป๊ายายเมย์เขาไปต่างประเทศไม่มีคนอยู่บ้าน”

“อืม... ไปเถอะ” เธอไม่กลัวการอยู่คนเดียว เพราะรู้แล้วว่ารอบด้านตัวเธอมีคนของริชาร์ดคอยคุ้มครองอยู่ห่างๆ

ณิดาเดินไปยังรถของตนที่จอดอยู่นอกร้าน ระหว่างทางที่ขับกลับบ้าน รู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ลมหายใจและกระบอกตาร้อนผ่าว ครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก พอถึงบ้าน หญิงสาวก็รีบขึ้นห้องนอนทันที เพราะอาการไข้เริ่มรุมเร้ามากขึ้นเรื่อยๆ เธอหยิบยาแก้ไข้มาสองเม็ดแล้วดื่มน้ำตามลงไป ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างที่ร้อนรุมไปด้วยพิษไข้จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนทันที

หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงความเย็นของผ้าชุบน้ำที่ใครคนหนึ่งกำลังเช็ดหน้าและเนื้อตัวให้อย่างแผ่วเบา เธอหลับไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่าตอนนี้รอบกายมืดสนิทไปหมด มีเพียงแสงสว่างเลือนรางจากหลอดไฟในห้องน้ำเท่านั้น เธอหลับตาลงอีกครั้งหนึ่งอย่างเหนื่อยอ่อน

คงเป็นยายจูนล่ะมั้ง

ณิดาคิดในใจเพราะไม่มีแรงแม้กระทั่งจะเอ่ยปากถาม จากนั้นคนที่เช็ดตัวให้ก็ดึงให้เธอลุกนั่งโดยเอาคางเกยไว้ที่บ่า...บ่าที่เธอรู้สึกว่ากลิ่นกายช่างแสนคุ้นเคยเสียเหลือเกิน จากนั้นก็ลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเป็นชุดนอนเนื้อผ้าสบายตัว แล้วดันร่างของคนป่วยให้นอนลงอีกครั้ง

ทันทีที่ศีรษะสัมผัสหมอน ณิดาพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมองคนตรงหน้า ฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ใบหน้าไปมาอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม และริมฝีปากที่ประทับลงมาบนหน้าผากยิ่งทำให้หญิงสาวนึกสงสัย

“ริชาร์ด...คุณใช่ไหมคะ...ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...คุณกลับมาแล้ว”

หยาดน้ำใสไหลออกจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าของเขาเลือนรางเต็มทีในความรู้สึก ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เธอกำลังเห็นอยู่ตอนนี้เป็นเพียงแค่ความฝันหรือความจริง

“หลับนะครับที่รัก คุณไม่สบายมาก ผมเป็นห่วงคุณมากเลยนะ”

มือของเขาลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้แล้วก้มลงจูบที่หน้าผากอีกครั้ง ตามด้วยเปลือกตาทั้งสองข้าง จากนั้นหญิงสาวก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ไปด้วยฤทธิ์ของยาแก้ไข้

 

แสงที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ส่งผลให้คนที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาทีละนิด ก่อนจะปิดลงไปอีกครั้งแล้วเปิดขึ้นมาใหม่เพื่อให้ชินกับแสงจ้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน

ณิดาพลิกตัวไปมานึกถึงความฝันเมื่อคืน เธอฝันว่าริชาร์ดมาหา สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนที่หน้าผากและเปลือกตาทั้งสองข้างยังแจ่มชัดเสียจนเหมือนเขามาอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ

หญิงสาวเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียง เพื่อจะโทร.ไปหาน้องสาว ทว่าเมื่อหยิบมาดู คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ตอนนี้

  ...Trust me...

ณิดานั่งนิ่งเมื่อเห็นข้อความที่ถูกพิมพ์ค้างไว้ ซึ่งเธอจำได้ว่าเมื่อวานไม่ได้พิมพ์คำนี้ขึ้นมาเองแน่นอน ครั้งสุดท้ายที่ใช้โทรศัพท์คือเธอโทร.ออกไปหา ริชาร์ดแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะฉะนั้น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก

ริชาร์ด

ปกติเธอไม่เคยใส่รหัสล็อกโทรศัพท์ เพราะเพียงแค่เลื่อนหน้าจอก็สามารถปลดล็อกได้แล้ว แสดงว่าเมื่อคืนเขามาหาเธอจริงๆ ไม่ใช่ความฝัน

น้ำใสๆ เอ่อรื้นออกมาจากดวงตาคู่สวย ดีใจที่เขามาหา แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำเหมือนหลบๆ ซ่อนๆ

พลันหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าคนเดียวที่จะให้คำตอบนี้แก่เธอได้คือใคร จึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวทันที


*****************************************

25/12/2559

พรุ่งนี้หนังสือมาแล้วน๊าาาาาา ใครอยากได้เล่ม ส่งข้อความมาแจ้งได้เลยค่าาา ที่เพจณรมล จรสจันทร์นะคะ 320.- ส่งฟรีพร้อมสมุดโน้ตลายน่ารัก ๆ ค่ะ

ขอแจ้งนิดนึงค่ะว่า ตอนหน้าจะลงให้อ่านเป็นตอนสุดท้ายแล้ว ที่เหลือจะเป็นแบบหยอดเหรียญในเว็บเด็กดีแล้วนะคะ หรือถ้าใครไม่อยากรอก็สั่งเล่มได้เลยค่ะ หนังสือมีพร้อมส่ง หรือใครสายอีบุ๊กก็จัดโลดตามกล่องลิงค์ด้านล่างนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #37 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 20:39
    ริชาร์ดรีบปิกเกมเร็วเข้าเมียคิดถึงจะแย่^^
    #37
    1