พันธนาการปรารถนา (Rewrite)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 31,586 Views

  • 43 Comments

  • 397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    145

    Overall
    31,586

ตอนที่ 1 : แรกพบสบตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 พ.ย. 59

สนามบินสุวรรณภูมิ

ร่างเพรียวสมส่วนกึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรีบร้อน หลังจากเสียเวลาไปพักใหญ่กว่าจะวนหาที่จอดรถที่ใกล้ที่สุดได้ สองมือมีถุงพลาสติกใบใหญ่บรรจุคัพเค้กในกล่องกระดาษลวดลายน่ารักเรียงซ้อนกันหลายกล่องเพื่อเอามาส่งร้านเบเกอรี่ ตามปกติแล้ว หญิงสาวจะต้องส่งให้ถึงร้านก่อนเก้าโมงเช้า แต่ตอนนี้เกือบสิบโมงแล้วเธอเพิ่งจะมาถึง สาเหตุก็เนื่องมาจากอุบัติเหตุรถชนกันบนทางด่วนจึงเป็นเหตุให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

“โอ๊ย...จะกว้างไปไหนเนี่ย คนยิ่งรีบๆ อยู่ ทําไมต้องมาชนกันวันนี้ด้วยนะ” ณิดาบ่นพึมพำ ก่อนจะตัดสินใจซอยเท้าวิ่งไปตามทาง พร้อมกับพูดขอโทษขอทางคนอื่นไปด้วย

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่ในกระเป๋าสะพาย ทำให้หญิงสาวหยุดวิ่งแล้ววางถุงเค้กไว้ที่พื้นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอจึงรีบกดรับ

“สวัสดีค่ะพี่ออย อ๋อ...มาถึงแล้วค่ะ ตอนนี้จอยใกล้ถึงร้านพี่แล้ว ค่ะ...ค่ะต้องขอโทษด้วยนะคะ...ค่ะ...แล้วเจอกันค่ะ” เธอวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า จากนั้นก็จัดการหอบหิ้วถุงข้างตัวแล้วออกวิ่งอีกครั้ง

เมื่อถึงทางเลี้ยวตรงหัวมุม จู่ๆ ร่างเพรียวบางของณิดาก็ต้องกระเด็นถอยหลังออกมา เพราะวิ่งชนเข้ากับกำแพงเนื้อของใครบางคนเข้าอย่างจังจนเสียหลักล้มลงไปพร้อมกล่องคัพเค้กที่อยู่ในถุงบางส่วนกระจัดกระจายออกมากองกับพื้น ขณะที่คนโดนชนเพียงแค่ตัวแอ่นไปข้างหน้าเล็กน้อยเท่านั้น

ร่างสูงใหญ่หันหลังกลับมามอง คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้หญิงที่วิ่งมาชนล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น ชายหนุ่มย่อเข่านั่งบนปลายเท้าแล้วก้มลงถามหญิงสาวที่กําลังรีบร้อนเก็บกล่องขนมใส่ถุงคืนตามเดิม ริมฝีปากจิ้มลิ้มของเธอเอาแต่พร่ำพูดขอโทษขอโพยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

นํ้าเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่ส่งสําเนียงภาษาอังกฤษอยู่เบื้องหน้า ทําให้หญิงสาวละมือจากกล่องขนมแล้วเงยหน้าขึ้นมองทันที

สิ่งแรกที่สะดุดตาของเธอคือนัยน์ตาสีฟ้าคู่หนึ่งลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ส่งผลให้ณิดาลืมตัวมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นอย่างเผลอไผล

ริชาร์ดเห็นผู้หญิงตรงหน้าเอาแต่จ้องเขาตาไม่กะพริบ นึกว่าเธอคงตกใจ จึงรีบถามย้ำไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

“คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า” เสียงนุ่มๆ ของเขา ปลุกให้ณิดาดึงสติกลับมาได้ เธอหลุบตามองพื้นพลางละล่ำละลักตอบเขาเป็นภาษาอังกฤษกลับไปเพื่อลดอาการขัดเขิน พร้อมกับพยายามยันกายลุกขึ้นยืน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เจ็บตรงไหนเลย เอ่อ...ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่วิ่งมาชนคุณ”

“ไม่เป็นไรครับ...ให้ผมช่วยถือไหม” ชายหนุ่มยิ้มละไม พลางชวนคุยเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีท่าทางตื่นกลัว

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือเองได้... กล่องคัพเค้กน่ะค่ะมันไม่ได้หนักอะไร ฉันกำลังจะเอาไปส่งร้านเบเกอรี่ตรงนั้น” แต่ป่านนี้คงเละหมดแล้ว... ประโยคหลังเธอพูดอยู่ในใจ พลางพยักพเยิดไปยังร้านที่ตนพูดถึง

ชายหนุ่มหันมองตามแล้วพยักหน้าช้าๆ จากนั้นก็ถือวิสาสะเอื้อมมือมาดึงถุงใบใหญ่ทั้งสองออกจากมือของหญิงสาวไปถือไว้เสียเองโดยไม่นำพากับเสียงปฏิเสธด้วยความเกรงใจของเธอเลย

“ให้ผมช่วยดีกว่าครับ” ริชาร์ดยิ้มอ่อนพร้อมกับมองหน้าเธอนิ่งๆ ส่งผลให้คนถูกมองต้องรีบหลุบตาลงต่ำ มือไม้ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหนจึงจับสายกระเป๋าสะพายเอาไว้ทั้งสองข้างแล้วอุบอิบพูดกับคนตรงหน้า

“ขะ...ขอบคุณมากค่ะ” ณิดากล้ามองแค่ปกเสื้อของเขาเท่านั้น สูงไปกว่านั้นเธอเกรงว่าหัวใจอาจวายได้ และเพราะความขัดเขินจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป หญิงสาวจึงเผลอเอามือลูบที่ท้ายทอยของตัวเองไปมา ก่อนเงยหน้ายิ้มแหยให้เขาแล้วก้าวขาเดินนำ

ริชาร์ดที่เดินตามหลังลอบยิ้มกับตนเองเมื่อเห็นอาการขัดเขินของผู้หญิงตรงหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมีแววประหม่าเหมือนกระต่ายกับใบหน้ารูปไข่ที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความอายนั้น มองแล้วรู้สึกเพลินตาอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มก้าวขายาวๆ ขึ้นไปเดินข้างๆ เธอก็หันมามองอยู่แค่ปกเสื้อเขา ปากอิ่มเม้มแน่นเหมือนกลั้นยิ้มแล้วเดินต่อไป

“ผมริชาร์ดครับ แล้วคุณ...” เสียงทุ้มของชายหนุ่มพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มดูมีเสน่ห์ชวนมอง ทำให้หญิงสาวต้องอึ้งไปอีกครั้ง สมองเริ่มเรียบเรียงประโยคที่จะพูดโต้ตอบไม่ออกเอาเสียดื้อๆ

“เอ่อ...ณิ...ณิดาค่ะ เรียกว่าจอยก็ได้” พูดออกไปแล้วก็ต้องแอบหันหน้าไปอีกทางพลางลอบระบายลมหายใจช้าๆ

“ครับ คุณจอย” ริชาร์ดใช้คำว่า “คุณ” นำหน้าอย่างที่คนไทยเรียกกันเขายิ้มบางๆ ส่งให้หญิงสาวแล้วรอยยิ้มนั้นก็กว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นณิดาเผลอเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วรีบหันไปมองทางอื่นทันที กิริยาที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาตินั้นช่างถูกใจเขาเหลือเกิน

เมื่อถึงที่หมาย ณิดาหยุดยืนอยู่หน้าร้านแล้วหันมาทางชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างกาย ริชาร์ดเหลือบมองชื่อร้าน ก่อนยกมือที่ถือถุงอยู่ชี้เข้าไปด้านในเป็นเชิงถามว่าที่นี่ใช่ไหม หญิงสาวจึงพยักหน้าแล้วยิ้มให้

“ใช่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยถือมาส่ง” เธอพูดพลางเอื้อมมือจะไปรับถุงขนม แต่ริชาร์ดกลับถือเดินเข้าไปข้างในเสียเอง หญิงสาวจึงต้องเดินตามหลังเขาเข้ามาติดๆ

เจ้าของร้านสาววัยประมาณสามสิบเงยหน้าขึ้นมาจากตู้แช่ ณิดาจึงรีบยกมือขึ้นไหว้ “สวัสดีค่ะพี่ออย เอาเค้กมาส่งค่ะ”

เจ้าของร้านสาวยกมือขึ้นรับไหว้ แต่สายตามองเลยไปยังชายต่างชาติที่ยืนถือถุงใบใหญ่เหมือนรอให้บอกว่าจะให้เขาวางถุงพวกนี้ลงตรงไหน ณิดาหันไปเห็นพอดีจึงรีบชี้ไปยังโต๊ะตัวหน้าสุด

“เอาวางไว้ที่โต๊ะนั้นก็ได้ค่ะ คุณริชาร์ด”

หญิงสาวเดินนำไปยังโต๊ะตัวที่ว่า ริชาร์ดจัดแจงวางถุงทั้งหมดลงบนโต๊ะ แล้วก็หันมายิ้มให้หญิงสาวทั้งสองคน นัยน์ตาสีฟ้ามีแววประหลาดใจเมื่อหันมาเจอณิดาทำท่าพนมมือไหว้ขอบคุณเขาอย่างน่ารัก หากแต่นั่นไม่เท่ากับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เธอบรรจงส่งมาให้เขาอย่างอ่อนหวาน

“เอ่อ... คุณริชาร์ดคะ รบกวนรอสักครู่ได้ไหมคะ”

พูดจบก็วิ่งไปที่หลังเคาน์เตอร์ หยิบกล่องสีเหลืองสำหรับบรรจุเค้กได้สี่ชิ้นขึ้นมาถือไว้แล้วหยิบเค้กจากในตู้แช่ใส่ลงไปในกล่อง ปิดกล่องเรียบร้อยก็หยิบถุงกระดาษมาใส่จากนั้นก็นำมายื่นให้คนตรงหน้า

“ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนนะคะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทางลังเล เหมือนจะปฏิเสธ เธอจึงยกถุงให้สูงขึ้นอีกนิดแล้วรีบอธิบายต่อ

“เค้กพวกนี้ฉันทำเองค่ะ ถ้าไม่รังเกียจ อยากให้คุณได้ลองชิมดูสักครั้งได้ไหมคะ” แววตาแน่วแน่และจริงใจของหญิงสาวทำให้ริชาร์ดเอื้อมมือไปรับถุงนั้นมาด้วยความเต็มใจยิ่ง

“ยินดีแล้วก็ขอบคุณมากครับ” ริชาร์ดเผลอยืนมองคนให้ที่กำลังฉีกยิ้มสดใสอย่างลืมตัว ขณะที่คนถูกมองนั้นพอเริ่มรู้ตัว รอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นขัดเขินพร้อมกับยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอีกครั้ง

“ผมคงต้องขอตัวก่อน ขอบคุณสำหรับเค้กครับ...ยินดีที่ได้รู้จัก”

ริชาร์ดยืนยิ้มอ้อยอิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจก้าวขาเดินออกมาจากร้าน ณิดาเดินตามมาส่งเขา ชายหนุ่มจึงหันกลับมาโบกมือให้อีกครั้งก่อนเดินลับหายไปโดยมีสายตาของหญิงสาวมองส่งไปจนสุดทาง

ริชาร์ดเดินอมยิ้มฮัมเพลงไปตลอดทางจนถึงบริเวณที่เขาชนกับณิดาเมื่อสักครู่ ตรงนั้นมีชายหนุ่มสัญชาติเดียวกับตนสองคนยืนรออยู่ ทันทีที่เขาเดินไปถึง สองคนนั้นก็ค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม

“ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยครับบอส”

“อืม ไปกันเถอะ” ร่างสูงสง่าเดินนําออกไปก่อน สองคนที่ยืนอยู่จึงก้าวขาตามโดยเยื้องไปทางด้านหลังเล็กน้อย สายตาของทั้งสองจับจ้องไปยังถุงกระดาษลายหวานแหววที่เจ้านายตัวเองถือไว้ในมือพลางลอบสบตากัน จากนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของทั้งคู่

 

รถยุโรปสีดําค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของสนามบิน ร่างสูงใหญ่ของริชาร์ดเอนหลังพลางแหงนศีรษะพิงกับพนักเบาะ โดยมีถุงกระดาษสหวานวางอยู่ข้างตัว ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็จัดการคลายเนคไทให้หลวม ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดเพื่อคลายความร้อน

“ทางนี้เป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”

“ไม่มีปัญหาอะไรครับบอส ทุกอย่างโอเค” วิลสันที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ ทําหน้าที่ตอบคําถามเจ้านายหนุ่ม

“นายนัดผู้จัดการกับผู้บริหารแต่ละแผนกให้เข้าประชุมวันมะรืนนี้ด้วยนะ ตอนสิบโมงตรง” ริชาร์ดหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอ่านอีเมล และพิมพ์ตอบกลับไปบางฉบับอยู่ที่เบาะหลัง

“อาทิตย์หน้าฉันจะไปเชียงใหม่ พวกนายก็เตรียมตัวไว้ด้วยนะ”

สองคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้ารับคำพร้อมกัน แอนโทนี่ที่ทำหน้าที่ขับรถ เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเปิดปากรายงานเรื่องที่ได้รับรู้มาให้เจ้านายทราบ

“บอสครับ สาขาเชียงใหม่เมื่อเดือนที่แล้วมีนักธุรกิจกระเป๋าหนักคนหนึ่งมาเช่าห้องจัดเลี้ยงลีลาวดีโดยเหมาหนึ่งวันเต็ม ตอนแรกพนักงานนึกว่ามีการจัดประกวดสาวงามหรือพริตตี้อะไรพวกนั้น แต่ความจริงแล้วเป็นการประมูลผู้หญิงบนเวทีเพื่อหิ้วไปนอนด้วยครับ”

ริชาร์ดขมวดคิ้วมองหน้าคนรายงานผ่านกระจกมองหลัง แอนโทนี่เห็นเจ้านายนิ่งฟังจึงพูดต่อ

“ผู้หญิงบนเวทีแทบไม่ใส่อะไรเลย ส่วนคนที่มาร่วมประมูลส่วนใหญ่ก็เป็นคนมีหน้ามีตาของเชียงใหม่ทั้งนั้น เวลาประมูลได้ผู้หญิงคนไหน ก็จะพากันไปเปิดห้องชั้นบนครับ”

“แล้วปัญหาคือ...” เจ้านายที่นั่งอยู่เบาะหลังเอ่ยแทรกมา

“ปัญหาก็คือว่าผู้หญิงบางคนอายุยังไม่ถึงสิบแปดเลยด้วยซ้ำ และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือบางคนเหมือนถูกจับตัวมา หรือโดนบังคับมารึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะมีท่าทางหวาดกลัวแปลกๆ แย่หน่อยก็สลึมสลือเหมือนถูกมอมยามาเลยครับ”

“บ้าเอ๊ย! แล้วทำไมผู้จัดการไม่แจ้งตำรวจ” ริชาร์ดสบถอย่างหัวเสีย

“คนจัดงานเป็นผู้มีอิทธิพลของเชียงใหม่ครับ เลยไม่มีใครกล้ายุ่ง”

“งี่เง่า! ทำอย่างนี้โรงแรมเสียชื่อเสียงหมดหลังประชุมเสร็จวันมะรืนนี้ ฉันจะขึ้นไปเชียงใหม่ ไม่ต้องบอกใครทั้งนั้นว่าฉันจะไป”

ริชาร์ดพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงเพื่อระงับความกรุ่นโกรธพลางวางแท็บเล็ตไว้ข้างตัว มือจึงไปโดนถุงกระดาษสีหวานเข้า เขาคว้ามันขึ้นมาแล้วล้วงหยิบกล่องด้านในออกมาดูใกล้ๆ

กล่องสีเหลืองสดใส ลวดลายน่ารัก ด้านข้างกล่องมีตัวอักษรกำกับไว้ทั้งสี่ด้านพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ชายหนุ่มเดาว่าคงเป็นชื่อร้านของสาวขี้อายคนนั้น มุมปากสีสดยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่ออ่านชื่อร้านที่พิมพ์ติดข้างกล่อง

Love @ First Cup


*******************************************

18/11/2559

เอามาลงให้อ่านกันอีกครั้งค่ะ จะเปลี่ยนปกแล้วพิมพ์ใหม่เพราะหมดสัญญากับสนพ.แสนรักแล้ว

เรื่องนี้รีไรท์ใหม่ทั้งเรื่อง แต่เฉพาะสำนวนเท่านั้นนะคะ ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป และเพิ่มเติมบางฉาก แต่โดยรวมแล้วเนื้อหาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ

เคยตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลต์ ออฟ เลิฟมาแล้ว หากใครเคยมีเล่มนี้อยู่ในมือก็ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่นะคะ เพราะเนื้อหาไม่มีเพิ่มเติมมาค่ะ เปลี่ยนแค่ปกเท่านั้นเอง ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น