ทาสรักดวงใจฟาโรห์ (ประกาศรายชื่อ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ส.ค. 54





บทที่ 6



            แสงอาทิตย์ยามเช้าของวันใหม่สาดเป็นลำแสงสีทองสวยงามต้องกระทบกับผิวน้ำในบ่อน้ำที่ตอนนี้มีเหล่าบรรดาสัตว์เล็กๆ จำพวกนกกำลังสลัดขนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

            “เตรียมพร้อมกันหรือยัง เราจะได้ออกเดินทางกันต่อ” เสียงเข้มของฟาโรห์ราเมเนสเอ่ยถามทั้งหมดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมผิดไปจากเมื่อวาน

            “พ่ะย่ะค่ะ” เสียงเหล่าทหารเอ่ยตอบอย่างเต็มเสียงทันทีโดยไม่รอให้พระองค์ต้องเอ่ยถามอีกรอบ ไม่อย่างนั้นคงต้องมีใครคนใดคนหนึ่งถูกลงโทษอย่างแน่นอน ยิ่งเช้านี้เหมือนฝ่าบาทของพวกเขาจะไม่ค่อยสบอารมณ์นัก อีกอย่างคงมีเรื่องกังวลไม่น้อย ไม่อย่างนั้นสีหน้าของพระองค์คงไม่ดูเคร่งเครียดหรือแลดูดุดันได้ถึงขนาดนี้

            “ดี..งั้นก็รีบออกเดินทางกันได้แล้ว วันนี้เราจะเร่งการเดินทางให้ถึงอียิปต์ใต้ เข้าใจหรือไม่” เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามอีกครั้ง

            “เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” หลังจากทหารเอ่ยรับคำ ร่างสูงใหญ่ก็ขึ้นม้าคู่ใจของพระองค์ทันที

            “เลมอล! ไป!” สิ้นรับสั่ง ม้าสีขาวเพศผู้ก็ยกขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นสูงพร้อมกับส่งเสียงร้องบอกผู้เป็นนายก่อนที่จะทยานไปข้างหน้าโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่อียิปต์ทางตอนใต้

            ดินแดนอียิปต์ทางตอนใต้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทุ่งหญ้าและป่าละเมาะ มีแม่น้ำไนล์ที่เป็นต้นสายไหลผ่าน นอกจากนั้นยังมีอาณาเขตที่ติดต่อกับนูเบียเพื่อทำการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท

            หลังจากที่ออกเดินทางกันมาเป็นวัน ฟาโรห์ราเมเนสกับองครักษ์เซราส แม่ทัพใหญ่เคลิค พลทหารและเหล่าบรรดานางกำนัลทั้งหมดก็เดินทางมาถึงอียิปต์ใต้

            “ฟาโรห์ราเมเนสเสด็จ” เสียงขององครักษ์เซราสเอ่ยบอกด้วยความกึกก้องให้ทุกคนในอียิปต์ใต้ได้รับรู้

            “ถวายความเคารพพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขุนนางเมคาฟที่รอรับการเสด็จอยู่นั้นรีบออกมาต้อนรับทันทีที่ได้ยินเสียงขององครักษ์คนสนิทของฟาโรห์ราเมเนส ดีที่เขาคอยออกมาตรวจงานแถวนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้เป็นแน่ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาถึงรวดเร็วขนาดนี้ จริงๆ เขาคิดว่าคงอีกหลายเพลากว่าที่พระองค์จะเสด็จถึง

            “ลุกขึ้นเถอะเมคาฟ ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเจ้ามากมายนัก” เสียงราบเรียบนั้นทำให้ขุนนางเมคาฟถึงกับหน้าถอดสี

            “พ่ะย่ะค่ะ”


            ภายในห้องประชุมขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการประชุมยามที่ฟาโรห์ราเมเนสเดินทางมาว่าราชกิจตอนนี้มีฟาโรห์ราเมเนสที่ทรงประดับอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้อง มีองครักษ์เซราสที่อยู่ใกล้ๆ หันหน้าเข้าหาพระองค์ แม่ทัพใหญ่เคลิค ขุนนางเมคาฟและเบยาสลูกน้องคนสนิทของขุนนางเมคาฟมาร่วมสนทนาด้วยในครั้งนี้

            “จากที่เจ้าส่งรายงานไปถึงข้า ข้าต้องการคำตอบว่าเหตุใดทางนูเบียจึงมีการปรับราคาสินค้าอย่างกระทันหันและสูงถึงเพียงนี้” พระองค์เอ่ยถามทันทีที่ทุกคนมารวมตัวกันครบ พร้อมกับชูปาปิรุสให้เมคาฟที่ยืนหน้าซีดดู

            “กระหม่อมเองก็ให้คนไปสืบความมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทางนูเบียคิดจะต่อกรกับทางเราเมื่อเห็นว่าเราขุดเจอเหมืองทองคำพ่ะย่ะค่ะ” เมคาฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อย เพราะเกรงกลัวนัยน์ตาสีเหล็กที่กำลังจับจ้องมาที่ตัวเอง

            “เหมืองทองคำอย่างนั้นรึ?” เลิกคิ้วถาม ใบหน้าคมเข้มจ้องมองเมคาฟไม่วางตา

            “พ่ะย่ะค่ะ คนงานเพิ่งขุดค้นพบเหมืองทองคำเมื่อวานมานี้เองพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะเอ่ยทูลกับฝ่าบาทเรื่องนี้เหมือนกันพ่ะย่ะค่ะทันทีที่พระองค์มาถึง” เอ่ยเสียงสั่น ใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นตามวัยไม่กล้ามองหน้าเจ้าเหนือชีวิต

            “แล้วทำไมเพิ่งมาบอกข้าเมคาฟ!” เสียงเข้มเอ่ยอย่างดุดัน มือหนาทุบลงบนที่เท้าแขนของเก้าอี้อย่างโมโห

            “คะ..คะ..คือว่า หากกระหม่อมส่งสาล์นไปให้ฝ่าบาท อาจจะสวนทางกับพระองค์ก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมทราบดีว่าพระองค์จะเสด็จมาที่นี่ จึงรอเอ่ยทูลด้วยตัวเองจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” เมคาฟกลัวจนเอ่ยติดๆ ขัดๆ

            “แล้วมีขนาดใหญ่หรือไม่”

            “ตอนนี้คนงานเพิ่งขุดไปได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ เรายังขาดคนงานอีกจำนวนหนึ่ง ถ้าหากว่ามีเพิ่มขึ้นคงจักทำงานได้รวดเร็วกว่านี้ก็คงจะทราบว่ามีขนาดใหญ่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นเซราสและเคลิค หลังจากกลับไปยังวังหลวงแล้ว เจ้าทั้งสองไปเกณฑ์พวกทาสมาช่วยงานที่นี่อีกจำนวนหนึ่งก็แล้วกัน” พระองค์หันไปบอกเซราสและเคลิคที่ยืนรอรับคำสั่ง ก่อนที่จะหันกลับมาทางเมคาฟอีกครั้ง

            “งั้นครั้งล่าสุดที่กลับมาจากนูเบียก็ไม่ได้สินค้าอะไรกลับมาเลยใช่หรือไม่เมคาฟ”

            “ได้มาแต่สินค้าฟุ่มเฟือยเพียงเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนั้นไม่สามารถซื้อได้เลยพ่ะย่ะค่ะ ราคามันสูงเกินไป หากซื้อมาทางฝ่ายเราจะเสียเปรียบมากพ่ะย่ะค่ะ”

            “มันกล้าต่อกรกับข้า ซื้อขายกันดีๆ ไม่ชอบ..ดี ถ้าอย่างนั้นพืชผลทางการเกษตรหากเราเก็บเกี่ยวได้หมดแล้ว ส่งมันในราคาสูงอีกสองเท่าตัว ดูสิว่ามันจะยังอยู่กันได้อีกหรือไม่” พระองค์เอ่ยเสียงดุดัน นัยน์ตาสีเหล็กวาวไปด้วยเพลิงไฟแห่งความโกรธแค้น ถ้าหากว่านูเบียไม่คิดการนี้ขึ้นมา พระองค์ก็จะยังซื้อสินค้ามากมายจากที่นั้น แต่หากว่าเป็นเช่นนี้เห็นทีคงจะร่วมการค้าไม่ได้

            “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำตามพระบัญชาของพระองค์ แต่ว่า..” ปลายประโยคเมคาฟเสียงอ่อยจนฟาโรห์ราเมเนสและทุกคนขมวดคิ้วขึ้นพร้อมกัน

            “เจ้ามีอะไรอีกเมคาฟ”

            “คือว่าก่อนหน้าที่พระองค์จะเสด็จมา มีคนลักลอบเข้ามาที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

            “มันคือใคร!” พระองค์ลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินว่ามีคนบุกรุก มือหนากำแน่นด้วยความโกรธที่มีคนกล้าลองดี

            “ยังจับตัวไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมให้เบยาสและลูกน้องอีกหลายสิบคนออกตามตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            “พวกเจ้าเห็นรูปร่างลักษณะของมันผู้นั้นบ้างหรือไม่” เสียงเข้มเอ่ยถามจนทุกคนในห้องถึงกับสะดุ้ง

            “กระหม่อมเห็นไกลๆ พ่ะย่ะค่ะ รูปร่างผอม ไม่สูงมาก โพกผ้าปิดบังเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ” เบยาสเอ่ยตอบเพราะเขาคือคนที่เห็นผู้บุกรุกคนเดียว เขาพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดแต่ก็ไม่ทันและไม่สามารถเข้าไปได้เมื่อมันวิ่งเข้าไปในเขตรอยต่อของอียิปต์และนูเบีย

            “หากไม่เห็นหน้าอย่างนี้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันคือพวกไหน” ร่างสูงกระแทกตัวลงนั่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด แล้วมันคือพวกไหนกันแน่..

            “แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นคนของทางนูเบียพ่ะย่ะค่ะ เพราะว่ากระหม่อมเห็นมันเข้าไปในเขตรอยต่อของนูเบีย” เบยาสรีบเอ่ยทูลเมื่อเห็นเจ้าเหนือหัวมีสีหน้าเคร่งเครียดและดุดันมากขึ้นกว่าเดิม

            “นูเบีย? เห็นทีข้าต้องทำอะไรบ้างแล้ว พวกเจ้าทั้งหมดไปสืบหาตัวคนบุกรุกมาให้ได้ เซราส..คนที่เจ้าส่งให้ไปสืบความเป็นอย่างไรบ้าง” หันไปสั่งเสียงดังให้ออกตามหาตัวคนร้ายก่อนที่จะหันไปทางเซราสเพื่อเอ่ยถาม

            “ได้ความมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ อย่างที่ท่านเมคาฟเอ่ยทูลพระองค์ ทางนูเบียเห็นเราพบเหมืองทองคำก็เลยคิดจะโขกราคาเพื่อจะได้เบี้ยเยอะๆ พ่ะย่ะค่ะ อีกอย่าง ตอนนี้ทางนูเบียกำลังรวมพลฝึกทหารกันอยู่พ่ะย่ะค่ะ แต่ยังมิทราบแน่ชัดว่าพวกมันคิดจะก่อสงครามกับใคร” เซราสเอ่ยบอกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเข้ามาประชุมนี้คนที่เขาให้ไปสืบความกลับมาบอกพอดีเกี่ยวกับเรื่องสินค้าและการรวบรวมพลกำลัง

            “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ทางกระหม่อมเองก็ได้ข่าวมาเช่นกันว่าทางนูเบียอาจจะก่อสงครามกับเราพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่เคลิคเอ่ยสำทับอีกที ทำให้ฟาโรห์ราเมเนสยิ่งแค้นเคืองมากขึ้นไปกว่าเก่า

            “มันชักจะมากไปแล้ว ข้าดีกับมันด้วย แต่มันกล้าลองดีกับข้า ดี..พวกเจ้าส่งสายไปสืบต่อ อย่าให้พวกมันรู้ตัว ข้าจะจัดการกับพวกมันให้สิ้นซาก ข้าจะนำพวกมันมาเป็นเชลยให้หมด” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและดุดันจนทุกคนรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจากผู้เป็นเจ้าเหนือหัว นัยน์ตาสีเหล็กวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงแห่งโทสะ


            พีระมิดฟาโรห์ราเมเนส อียิปต์ยุคปัจจุบัน

            ตรงหน้าทางเข้าพีระมิดฟาโรห์ราเมเนสมีหญิงสาวสองคนยืนทำท่าทางลับๆ ล่อๆ จนเป็นจุดสนใจให้กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่มองมาเป็นสายตาเดียวกัน

            “เฮ้ย! ยัยปอ เดินดีๆ สิ คนมองกันใหญ่แล้วไม่เห็นหรือไง” หญิงสาวเอ่ยว่าเพื่อนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วยการสวมเสื้อสีเทากับกางเกงขาสั้นครึ่งเข่าสีดำ รองเท้าผ้าใบพร้อมสวมหมวกแก๊ปกับแว่นตา

            ..ดูมันทำท่าเข้า ทำอย่างกับจะไปปล้นใครอย่างนั้นแหละ..

            “ก็อย่าให้ใครรู้ไงว่าเรากำลังจะทำอะไร” คนโดนว่าเอ่ยบอกพร้อมกับดึงหมวกลงมาปิดหน้าอีกเล็กน้อย

            “แกทำแบบนี้มีแต่คนจะมาสนใจ ทำอย่างกับแกจะไปทำอะไรไม่ดีอย่างนั้นแหละ แล้วนี่ฉันก็บ้าตามแกสวมหมวกมาด้วยเนี่ย” มนปรียาที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าชีฟองแขนสั้นสีขาวปักลายกับกางเกงยีนต์ตัวสั้นสีเข้มพร้อมกับรองเท้าผ้าใบแว้ดใส่เพื่อนเสร็จ มือบางก็ทำท่าจะดึงหมวกออก แต่ปอฉัตรไวกว่ากดหมวกให้ลงไปอย่างเดิม

            “สวมไว้นั่นแหละดีแล้ว เขาจะได้ไม่รู้ว่าพวกเราเป็นใครไง เวลาไปวางหนังสือจะได้ไม่ต้องมีคนมาสนใจเรา” พูดพร้อมกับมองไปรอบๆ

            “แกนี่ท่าจะดูหนังมากเกินไปจริงๆ เออๆ งั้นก็รีบเข้าไปเถอะ นี่มันจะใกล้เที่ยงตรงอยู่แล้ว” เอ่ยเสียงเขียวพร้อมกับชี้ไปที่นาฬิกาบนข้อมือตัวเองให้เพื่อนดู

            “ไปสิ เร็วๆ” ว่าพร้อมกับดุนหลังให้มนปรียาเดินนำหน้าไป


            ภายในพีระมิดฟาโรห์ราเมเนสค่อนข้างที่จะใหญ่โตกว่าด้านนอกที่มองมาเสียอีก ทางเข้าที่เดินผ่านมาก็กว้างขนาดคนหลายสิบคนเดินยืนหน้ากระดานได้ ฝาผนังระหว่างทางเดินลงบันไดหินมาก็มีรูปแกะสลักมากมายทั้งที่เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้างตามกาลเวลา

            หญิงสาวทั้งสองคนเดินลงมาๆ เรื่อยๆ จนมาพบกับลานกว้างที่จัดแสดงสิ่งของต่างๆ ไว้มากมาย ตั้งแต่รูปปั้นทหารที่หน้าตาน่ากลัวหลายรูปยืนใกล้ๆ กัน ถัดมาเป็นอาวุธที่ใช้ในการสู้รบซึ่งมีทั้งหอกและดาบที่ทำจากโลหะมากมายจัดแสดงเอาไว้ อาวุธทั้งหมดนั้นดูเก่าแก่และมีมนต์ขลังไม่น้อย บางชิ้นมีรอยบิ่นเล็กน้อยถึงมาก แต่หอกบางเล่มก็ยังดูสมบูรณ์ จากนั้นก็ยังมีโล่ไม้หรือที่ทำมาจากหนังวัวเพื่อใช้ป้องกันคู่ต่อสู้กับคันธนูมากมายที่วางเรียงกัน ข้างใต้สิ่งของจะมีคำอธิบายเป็นภาษาอียิปต์และภาษาอังกฤษเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจ

            “โอ้โห..เพิ่งจะเคยเห็นอาวุธที่ใช้งานจริงๆ ของอียิปต์โบราณ” นัยน์ตาโตสีดำของมนปรียาเป็นประกายขึ้นมาทันทีที่ได้มาเห็นวัตถุโบราณของอียิปต์

            “เออ..นั่นสิ ฉันก็เพิ่งเคยเห็นของจริงก็วันนี้นี่แหละ ดีจริงๆ ที่ได้มา” ปอฉัตรพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

            “บอกแล้วว่าคุ้มแน่นอนถ้าได้มาอียิปต์” คนที่เอ่ยชวนมาทำหน้าบานเป็นจานเชิงเมื่อได้รับความดีความชอบ

            “ย่ะ..แหม ได้ทีรับหน้าเชียวนะย่ะยัยม่อน” คนรู้ทันเพื่อนหันมามองค้อนด้วยความหมั่นไส้แบบไม่จริงจัง

            “ฮ่าๆ แน่นอนอยู่แล้ว” ยิ้มหวานส่งกลับมาให้

            “อืม..ดูมีมนต์ขลังจริงๆ ฉันรู้แล้วทำไมแกถึงชอบอียิปต์หรือฟาโรห์อะไรนี่มากมายนักยัยม่อน” คนที่เพิ่งเข้าใจเพื่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เดินเข้าไปชมอาวุธทั้งหมดรวมทั้งบรรดารูปปั้นนายทหาร

            “ก็บอกแล้วว่ามันน่าสนใจและมีเสน่ห์ นี่..ยัยปอ เดี๋ยวมาชมต่อ รีบไปหารูปปั้นฟาโรห์ราเมเนสกันก่อนดีกว่า” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปยังทางเข้าอีกด้านที่ข้างๆ ประตูเขียนไว้ว่า ‘ทางเข้าไปดูรูปปั้นฟาโรห์ราเมเนส’

            “นั่นไงๆ” ยังไม่ทันที่ปอฉัตรจะได้เอ่ยตอบรับ คนที่เอ่ยชวนก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจพร้อมกับชี้ไปที่ป้ายเมื่อครู่ที่ตัวเองอ่านอยู่

            “อะไรอีกล่ะยัยม่อน” เอ่ยถามพลางขมวดคิ้ว

            “ก็นี่ยังไงล่ะ ทางไปยังรูปปั้นของฟาโรห์ราเมเนส รีบไปกันเถอะเหลืออีกแค่สิบนาทีเอง” ร้องบอกด้วยความดีใจ เท้ายาวก้าวฉับๆ ตรงไปด้านในทันที ตามมาด้วยปอฉัตรที่เดินรั้งท้าย

            “โอ้โห..นี่แค่ทางเดินเข้าไปนะยังดูโอ่อ่าเลย ถ้าย้อนไปสมัยนั้นคงจะสวยไม่น้อย” มนปรียาเอ่ยขึ้น ปากอิ่มห่อเข้าหากันเมื่อคิดถึงความโอ่โถงของยุคนั้น

            “นั่นสิ หากย้อนเวลาไปได้จะไปเดินดูให้สมใจเลยว่าสวยขนาดไหน” น้ำเสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างติดตลกโดยไม่ได้คิดอะไร

            “ฮ่าๆ งั้นเดี๋ยวฉันพาแกย้อนเวลาไปเองเอาไหม” หญิงสาวแซวเพื่อนกลับอย่างขำขัน โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่นานคำพูดเหล่านั้นของเธออาจจะเป็นจริงก็ได้

            “ฮ่าๆ แกคงย้อนไปได้หรอก แต่ถ้าย้อนไปได้จริง ก็ต้องอย่างงั้นสิ ไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน ห้ามทิ้งกันเด็ดขาดจริงมั้ย” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้น แต่ภายในใจของปอฉัตรกลับรู้สึกโหวงเหวงชอบกลเมื่อยามที่เพื่อนเอ่ยว่าจะย้อนเวลาไป ศีรษะทุยๆ ส่ายหัวไปมากับความคิดตัวเองก่อนที่จะสลัดทิ้งไป
   
            “ฮ่าๆ จริงจ้า ก็เราเพื่อนรักกันนี่เนอะ ทิ้งกันได้ยังไง”

            หลังจากที่เดินผ่านทางเข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานก็มาถึงห้องที่ใหญ่ที่สุด กลางห้องมีฐานวางพวกอาวุธและชุดประดับทั้งหลายของฟาโรห์ราเมเนส ถัดไปด้านหลังฐานนั้นเป็นรูปปั้นฟาโรห์ราเมเนสขนาดใหญ่เท่าคนจริงๆ พระองค์ยืนยิ้มหวานพร้อมกับสวมมงกุฏฟาโรห์เอาไว้ ตาของพระองค์จ้องมองไปข้างหน้าเหมือนมีชีวิตจริงๆ

            “เฮ้ย! ยัยปอ” มนปรียาเอ่ยเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ กับรูปปั้นแล้วเห็นว่ารูปปั้นนั้นยิ้มได้

            “อะไรยัยม่อน ร้องซะตกอกตกใจหมด คนกำลังดูเครื่องใช้อยู่เพลินๆ” ปอฉัตรบ่นพึมพำเพราะมาขัดจังหวะการดู

            “ก็นี่น่ะสิ เมื่อกี้นี้อ่ะตาฟาโรห์ยิ้มได้ด้วย” ชี้บอกเพื่อนให้ดูตาม

            “ฮ่าๆ ไอ้ม่อน แกจะบ้าหรือไง นี่มันรูปปั้นนะวุ้ยไม่ใช่คนจริงๆ” หัวเราะขำพลางส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ

            “จริงๆ นะ งั้นแกมาลองดูใกล้ๆ สิ” เมื่อเพื่อนไม่ยอมเชื่อมนปรียาเลยเดินมาดุนหลังให้ปอฉัตรเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

            “เฮ้ย! ไม่ต้องดันก็ได้ ฉันอยากดูองครักษ์ก่อนไม่ได้หรอ แอบหล่อนะเนี่ย” ปอฉัตรทำท่าเคลิ้มเมื่อหันไปเห็นรูปปั้นที่อยู่ใกล้ๆ กับฟาโรห์ราเมเนส

            “ยัยปอ! อย่าบอกว่าหลงรักท่านองครักษ์เข้าให้แล้วนะ เอ่..ชื่ออะไรน๊า” ปลายประโยคหญิงสาวลากเสียงยาวล้อเพื่อนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

            “จะไปรู้หรอ ฉันไม่ใช่คนบ้าอียิปต์แบบแกนี่” เอ่ยกลบเกลื่อนเมื่อโดนแซวตรงกับใจตัวเอง จะว่าไปท่านองครักษ์คนนี้ก็หล่อเหมือนกันแหะ นี่ขนาดแค่รูปปั้นนะเนี่ย ถ้าได้เห็นตัวจริงจะขนาดไหนกัน..คิดแล้วปอฉัตรก็ยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายยามนึกถึงองครักษ์เซราสทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำไป

            “นึกออกแล้ว องครักษ์เซราส องครักษ์คนสนิทของฟาโรห์ราเมเนส แค่ชื่อก็เท่ห์แล้ว หน้าตาตัวจริงจะเป็นยังไงน๊า” มนปรียาเปลี่ยนความสนใจมาที่องครักษ์เซราสทันทีที่เห็นเพื่อนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ปลายประโยคเอ่ยแซวเพื่อนพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดแทนปอฉัตรที่เหมือนจะให้ความสนใจกับองครักษ์คนนี้ไม่น้อย

            “จะไปรู้หรอ ถ้าได้เห็นตัวจริงฉันก็คงวิ่งแล้วล่ะ” ปอฉัตรเอ่ยตรงข้าม ทั้งๆ ที่ใจตัวเองก็คิดไม่แตกต่างจากมนปรียามากนัก

            “ฮั่นแน่ เขินหรอยัยปอ ฮ่าๆ ฉันเพิ่งเคยเห็นแกเขินก็คราวนี้นี่ล่ะ สงสัยจะชอบจริงแหะ” มนปรียายังเอ่ยล้อเพื่อนไม่ยอมหยุดทำให้คนที่โดนล้อยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก

            “จะบ้าหรอยัยม่อน ไปเลย รีบๆ ไปทำตามที่สัญญาไว้กับคุณลุงคนนั้นเถอะ” คนที่ออกอาการเขินพยายามเปลี่ยนเรื่อง

            ..อีกไม่นานแล้วสิที่ข้าจักได้พบหน้าเจ้า ยอดรักของข้า..

            “อืม เหลือเวลาอีกห้านาที ขออ่านหน่อยได้ไหม” มนปรียาเอ่ยถามปอฉัตรที่ทำหน้าแหยๆ เมื่อหญิงสาวเอ่ยขอ

            ..เธอไม่อยากให้ยัยม่อนอ่านเลย ไม่รู้ทำไม รู้สึกแต่ว่าเธอใจคอไม่ดีเลยจริงๆ แต่คงห้ามยาก ดูถ้าแล้วหากว่าวางหนังสือเล่มนี้ตอนเที่ยงตรงเมื่อไหร่ พวกเธอก็คงไม่ได้หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกแล้วแน่ๆ เฮ้อ..

            “เฮ้อ! แล้วฉันเคยห้ามแกได้มั้ยล่ะ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างปลงตก

            “ฮ่าๆ ดีมากเพื่อนรัก งั้นฉันอ่านล่ะนะ” พูดจบหญิงสาวก็ก้มลงไปจรดริมฝีปากกับหนังสือดวงใจแห่งข้าทันที ทันใดนั้นหนังสือก็ปรากฏตัวหนังสือขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์ มือบางพลิกไปยังหน้าแรกทันที ก่อนที่จะพยายามพลิกไปอีกด้าน แต่ทว่า..

            ..เจ้าจงอ่านมันยอดรักของข้า อ่านคำจารึกนั่น..อยู่ๆ มนปรียาก็เงยหน้าขึ้นจากหนังสือทันทีที่ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นข้างหูของตัวเอง

            ..ไม่นะ ไม่จริง เธอคงจะหูฝาดไปเอง..มนปรียาบอกกับตัวเองแบบนั้นในใจก่อนที่จะก้มหน้าดูหนังสือในมือต่อ

            “อ่านสักทีสิยัยม่อน ไหนว่าอยากอ่านนักไงล่ะ” ปอฉัตรที่รอนานเอ่ยท้วงโดยลืมห้ามว่าไม่ให้อ่านคำจารึกที่อยู่ในหน้าแรก เพราะไม่แน่อาจจะมีพายุพัดเข้ามาที่นี่ก็เป็นได้

            ..อ่านมันเถิดดวงใจของข้า เจ้าจักได้กลับมาอยู่กับข้า ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้..

            หลังจากที่ปอฉัตรเอ่ยอย่างนั้น หญิงสาวเลยเปลี่ยนใจจะอ่านตั้งแต่หน้าแรก “งั้นฉันอ่านตั้งแต่หน้าแรกเลยนะ”

            “อืม..เร็วๆ เถอะ นี่มันเหลือเวลาอีกแค่สองนาทีแล้วนะ รีบๆ เข้าเดี๋ยวไม่ทัน” รีบเร่งเพื่อนเพราะกลัวไม่ทันเวลาตามที่คุณลุงในร้านหนังสือบอก..ว่าแต่ทำไมมันต้องเที่ยงตรงด้วยล่ะเนี่ย เธอไม่เข้าใจจริงๆ ให้มันได้อย่างนี้เถอะน่า

            “ไม่ว่ากาลเวลาจักผันผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด หรือไม่ว่าเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนไหน ขอให้ดวงจิตของเจ้าที่ผูกติดไว้กับข้า จงนำเจ้า ยอดรักของข้ากลับคืนมาสู่ ณ ดินแดนแห่งไอยคุปต์นี้ ด้วยหัวใจรักของข้าจักยังคงอยู่กับเจ้าตลอดไปแต่เพียงผู้เดียว..ยอดรักยอดดวงใจของข้า ฟาโรห์ราเมเนสแห่งจักรวรรดิอียิปต์” ทันทีที่หญิงสาวอ่านข้อความจารึกนั้นอีกครั้ง ท้องฟ้าภายนอกพีระมิดก็เปลี่ยนเป็นสีอึมครึมทันทีราวกับจะมีพายุฝนลูกใหญ่ร่วงหล่นลงมา พร้อมกับลมที่พัดกรรโชกแรงทำให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็รีบหาที่หลบกันอย่างชุลมุน โดยที่หญิงสาวทั้งสองคนที่อยู่ภายในพีระมิดฟาโรห์ราเมเนสที่ห้องของพระองค์ไม่ได้ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย หญิงสาวยังคงอ่านไปเรื่อยๆ จนจบ

            เมื่อร่างบางเอ่ยคำจารึกจบแล้ว ปอฉัตรก็รีบเอ่ยท้วงทันที “ม่อน! เที่ยงตรงแล้ว รีบวางเร็วเข้า” สิ้นเสียงของปอฉัตรที่เอ่ยบอก ร่างบางก็รีบปิดหนังสือดวงใจแห่งข้าพร้อมกับรีบไปวางหนังสือไว้ข้างๆ กับรูปปั้นตรงช่องที่ทำไว้สำหรับหนังสือขนาดพอดีกันทันที

            “ฉันเอาหนังสือมาคืนให้คุณแล้วนะตามสัญญา” ขณะที่วางหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นเพื่อเอ่ยบอกกับรูปปั้นฟาโรห์ราเมเนสก่อนถอยออกมา

            ทันทีที่ขาเรียวก้าวถอยหลังออกมาได้เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นจากหนังสือจนสว่างไปทั่วทั้งห้อง มนปรียาและปอฉัตรต่างก็เอามือยกขึ้นปิดบังตาของตัวเองทันทีที่เกิดแสงจ้า

            “เฮ้ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!” มนปรียาเอ่ยเสียงดังพร้อมกับความตกใจที่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เกิดพายุที่บ้านกับเสียงชายหนุ่มปริศนาที่โรงแรม

            “อ๊าย! นั่นสิ มันเกิดอะไรขึ้น ยัยม่อนแกอยู่ตรงไหนเนี่ย ฉันมองไม่เห็นแกเลย แสงบ้าอะไรว่ะเนี่ย” หญิงสาวสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

            พายุที่อยู่ด้านนอกยิ่งพัดแรงและหนักขึ้นกว่าเดิม แสงสว่างจากห้องนั้นเริ่มพุ่งขึ้นสูงจนทะลุออกมาทางยอดพีระมิด ทำให้คนที่อยู่ด้านนอกพากันแตกตื่นไปหมด 

            “ยัยปอ! แกอยู่ไหน” เสียงของมนปรียาเรียกหาเพื่อนเมื่อมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากปอฉัตรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้ร่างบางสั่นเทา หญิงสาวมองหันรีหันขวางไปรอบๆ แต่ก็พบเพียงแค่แสงสว่างสีขาวเท่านั้น

            “มนปรียา..ลูกของข้า ถึงเวลาของเจ้าแล้วที่จะต้องกลับไปยังดินแดนไอยคุปต์ ที่ๆ เจ้าจากมาเป็นเวลาเนิ่นนาน” เสียงเทพีไอซิสเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวสวยที่อยู่ในชุดสีขาวมีแสงเปล่งประกายอยู่รอบๆ ตัวเอ่ยขึ้น

            “ใครน่ะ? นั่นใครกัน ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่คุณพูด อย่ามายุ่งกับฉันนะ” ตวาดขึ้นอย่างโมโหปนกับความหวาดกลัว

            ..นี่มันอะไรกันแน่ ไม่นะ ไม่จริง เรื่องแบบนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ..หญิงสาวเอ่ยบอกกับตัวเองพร้อมกับส่ายหน้าไปมา พยายามเพ่งมองคนตรงหน้าที่พูดกับเธอ

            “เจ้ารู้ทุกอย่างลูกของข้า เจ้าไม่สามารถหลีกหนีชะตาของเจ้าไปได้หรอก แม่สาวน้อย” เอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่มนปรียาเห็นแล้วรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัว

            “ไม่..ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่ามายุ่งกับฉันนะ ออกไปนะ ยัยปอ..แกอยู่ไหน ได้ยินฉันมั้ย?” ประโยคแรกหญิงสาวพยายามเถียงออกไป แต่ปลายประโยคก็ยังไม่ลืมเรียกหาเพื่อนสนิทที่ไม่รู้ตอนนี้ไปอยู่ตรงมุมไหนของห้อง

            “มีเวลาไม่มากแล้ว เจ้าจักต้องกลับไปยังดินแดนที่เจ้าจากมา มีคนรอเจ้าอยู่ที่นั่น” เอ่ยจบเทพีไอซิสก็โบกสะบัดมือไปมาเพียงสองครั้งเท่านั้นก็เกิดลำแสงสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งตัวของมนปรียา

            “กรี๊ด!” ทันทีที่แสงสีทองสว่างขึ้นมาจนเหมือนกับคลุมร่างเธอทั้งร่าง เสียงกรีดร้องของมนปรียาก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างบางหายไปในพริบตา

            “ยัยม่อน! แกอยู่ไหน ใครทำอะไรแก” เสียงของปอฉัตรเอ่ยตะโกนเรียกเพื่อนอย่างสุดเสียงเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของมนปรียา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอตะโกนเรียกเพื่อนนานสองนานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..ปอฉัตรเอามือกุมหัวตัวเองพร้อมกับหมุนตัวไปรอบๆ นัยน์ตาสวยมองไปทั่วห้องที่ตอนนี้ไม่มีแสงสว่างหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงแสงจากคบเพลิงที่ส่องมาเท่านั้นตั้งแต่ตอนเข้ามา

            “ยัยม่อน! แกอยู่ไหน ออกมานะ อย่ามาเล่นบ้าๆ แบบนี้นะ ฉันไม่ขำนะวุ้ย” ใบหน้าสวยงอง้ำ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหมือนโกรธใครมานาน

            “ยัยม่อน ออกมาสิ อย่าทำแบบนี้นะ ฉันใจคอไม่ดีนะรู้ไหม” หญิงสาวเดินไปรอบๆ ดูทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่มี สีหน้าของปอฉัตรตอนนี้เหมือนคนอยากจะร้องไห้เต็มทีเมื่อหาเพื่อนไม่เจอ จนวนกลับมาหยุดตรงหน้ารูปปั้นฟาโรห์ราเม   เนสอีกครั้ง ตาเรียวสีดำจ้องมองไปยังตำแหน่งของหนังสือดวงใจแห่งข้าทันทีที่นึกออก แต่..

            “เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน หนังสือหายไปไหนแล้ว หายไปได้ยังไง ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” พูดพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูยังตำแหน่งของหนังสือที่มนปรียาวางเอาไว้ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน แต่ทว่าตอนนี้กลับไม่มีหนังสือเล่มนั้นอยู่แม้แต่น้อย หญิงสาวส่ายหัวอย่างแรงเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง

            “หนังสือหาย ยัยม่อนก็หาย ไม่นะ ไม่จริ๊ง...” ปอฉัตรร้องเสียงสูงก่อนที่จะสลบไปตรงหน้ารูปปั้นฟาโรห์ราเมเนส โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้


            อียิปต์สมัย 2,000 ปีก่อนคริสตกาล

            หลังจากที่ประชุมกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาจากห้องทันที ขายาวก้าวตรงไปยังเหมืองทองคำที่เพิ่งขุดค้นพบได้เพียงไม่นาน โดยมีราชองครักษ์อย่างเซราส แม่ทัพใหญ่เคลิค ขุนนางเมคาฟและเหล่าทหารติดตามพระองค์สิบกว่านายเดินตามพระองค์มาติดๆ

            “นี่หรือที่เจ้าบอกว่ามันคือเหมืองทองคำ เมคาฟ?” เอ่ยเสียงราบเรียบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหลุมขนาดใหญ่ที่มีคนงานกำลังขุดเจาะกันอยู่

            “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมให้พวกคนงานเร่งขุดเจาะ เพราะเกรงว่าอาจจะมีอันตรายหากปล่อยไว้เนิ่นนาน ยิ่งถ้าเป็นจริงตามการคาดการณ์ว่าคนที่ถูกส่งมาสืบคือนูเบียล่ะก็ กระหม่อมเกรงว่าพวกมันอาจจะลักลอบเข้ามาก็ได้พ่ะย่ะค่ะ แม้หากว่าทหารรักษาการของเราจะแน่นหนาก็ตาม” ร่างท้วมเอ่ยทูลเจ้าเหนือหัวที่หันกลับไปมองที่เหมืองอีกครั้ง

            “งั้นเจ้าก็เร่งให้ขุดให้เสร็จโดยเร็ว แล้วนำสิ่งที่ได้จากเหมืองนี้มารายงานข้าที่วังหลวงด้วย อ่อ อีกอย่าง เพิ่มทหารให้ตรวจตรามากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว หากเกิดอะไรจัดการได้เต็มที่” ริมฝีปากหนาเอ่ยสั่งการอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหันไปทางแม่ทัพใหญ่เคลิค

            “เคลิค!..เจ้าเดินทางกลับวังไปก่อน แล้วไปเตรียมกำลังพลให้พร้อม”

            “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท งั้นกระหม่อมทูลลา” แม่ทัพใหญ่เคลิครับคำเสร็จก็ค่อมตัวเดินออกไปทำตามพระบัญชาทันที

            “ส่วนเจ้าเมคาฟ อย่าลืมให้คนของเจ้าออกไปตามหาตัวคนที่ลักลอบเข้ามาให้ได้” พระองค์เอ่ยย้ำกับขุนนางเมคาฟอีกครั้งก่อนที่จะเดินกลับไปยังกระโจมส่วนพระองค์

            “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะพยายามจับตัวมันมาให้ได้” ขุนนางเมคาฟและเบยาสลูกน้องคนสนิทเอ่ยรับคำอย่างแข็งขัน


            อีกด้านหนึ่งที่อยู่ใกล้กับอียิปต์อย่างนูเบียกำลังรวบรวมกองพลกันอยู่อย่างชุลมุน ทหารมากมายเข้ามาจัดแถวเพื่อให้เป็นระเบียบตามคำสั่งของแม่ทัพใหญ่เปซาบาห์ที่ได้รับคำสั่งมาจากเจ้าชายลาคาเมส เจ้าชายที่ครองปกครองดินแดนนูเบียทั้งหมด

            “เร็วเข้า! ไวๆ หน่อยได้หรือไม่ หากใครล่าช้า ข้าจะลงโทษพวกเจ้า” เสียงแม่ทัพใหญ่เปซาบาห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน เมื่อเห็นว่าทหารทั้งหมดยังไม่สามารถจัดแถวได้ตามคำสั่ง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หันไปมองเจ้าชายลาคาเมสที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์ก็ยิ่งหันไปเร่งทหารอีกครั้ง

            “เร็วอีก!” สิ้นเสียงของเปซาบาห์ได้เพียงไม่นาน แถวทั้งหมดก็ถูกเรียงกันจนเป็นระเบียบตามที่ต้องการ

            “เอาล่ะทุกคน! ที่ข้าเรียกพวกเจ้ารวมพลครั้งนี้ เพื่อต้องการให้พวกเจ้าฝึกปรือฝีมือให้แก่กล้าสำหรับออกทำสงครามกับอียิปต์ เข้าใจหรือไม่ ข้าต้องการได้ชัยชนะในครั้งนี้ หากข้ามีชัย พวกเจ้าทุกคนจะได้รับสิ่งตอบแทนจากข้าอย่างงาม” เสียงเข้มของเจ้าชายลาคาเมสเอ่ยขึ้นเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานกว้าง

            “พ่ะย่ะค่ะ” เสียงทหารเอ่ยตอบรับอย่างหนักแน่น ทุกคนพร้อมใจกันกระทุ้งอาวุธที่อยู่ในมือลงบนพื้นเป็นจังหวะเหมือนปลุกใจให้กันเอง

            “ดีมาก ข้าจะแบ่งพวกเจ้าออกเป็นสี่กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกจงไปฝึกทางด้านหอก กลุ่มที่สองไปฝึกทางด้านยิงธนู กลุ่มที่สามไปฝึกทางด้านรถม้าและกลุ่มสุดท้ายไปฝึกเรื่องดาบ หวังว่าพวกเจ้าจะขยันฝึก เอาล่ะแยกย้ายกันไปตามที่ข้าบอกได้”รอยยิ้มอย่างพึงพอใจถูกกระตุกขึ้นบนใบหน้าคราม ไรหนวดที่เริ่มเข้มถูกยกขึ้นยามที่เจ้าชายลาคาเมสยิ้ม

            “เปซาบาห์ พวกมันว่าอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องสินค้า” ทันทีที่ทั้งหมดแยกย้ายตัว พระองค์จึงเอ่ยถามทหารคนสนิททันที

            “พวกมันบอกว่าสินค้าของเราแพงเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”

            “หึหึ..นี่ยังน้อยไป แล้วมันได้อะไรกลับไปบ้างครั้งสุดท้ายที่มันมา”

            “เห็นว่าได้แต่พวกสินค้าฟุ่มเฟือยไปพ่ะย่ะค่ะ” เอ่ยทูลอย่างนอบน้อม

            “ฮ่าๆ นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ คราวหน้าไปบอกให้ขึ้นราคาสินค้าฟุ่มเฟือยไปด้วย ข้าอยากจะเห็นไอ้ฟาโรห์ราเม  เนสมันคลั่งใจตาย หากรู้ว่าทางเราเพิ่มราคามันอีก” เสียงหัวเราะอย่างชอบใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            “นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ มันคงจะโมโหน่าดู ฮ่าๆ” เปซาบาห์หัวเราะตามผู้เป็นนายอย่างบ้าคลั่ง

            “เรื่องเหมืองที่ให้ไปสืบล่ะ เจ้าได้อะไรมาบ้าง” เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้

            “มันกำลังขุดเจาะกันอยู่พ่ะย่ะค่ะ แต่ทางมันไหวตัวทัน คนของเราเลยต้องรีบหลบมาพ่ะย่ะค่ะ”

            “บัดซบจริงๆ ทำงานแค่นี้พลาดได้ยังไง ห๊า!” เสียงหัวเราะชอบใจเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นตวาดทันทีที่ได้ยินว่าคนของตัวเองทำงานพลาด

            “ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะเจ้าชาย แต่พวกมันก็ได้ข่าวมาอีกอย่างนะพ่ะย่ะค่ะ” ร่างสูงค่อมตัวเมื่อรู้ว่าทหารของเขาทำงานพลาดไป

            “มีอะไร?” เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย มือหยาบกร้านลูบไปที่คางตัวเองเหมือนรอคำตอบ

            “มันบอกว่าในเหมืองนั้นตอนค่ำๆ มีทหารเฝ้าอยู่ไม่มากพ่ะย่ะค่ะ” เรียบเอ่ยทูลเพื่อลบความผิดที่โดนทางอียิปต์ล่วงรู้ว่ามีคนลักลอบเข้าไป

            “อืม..ดีมากเปซาบาห์ ไว้รออีกสักพัก มันขุดได้เยอะเมื่อไหร่ค่อยส่งคนไปกวาดมันมา ฮ่าๆ ศึกครั้งนี้ข้าจะต้องชนะ ดินแดนอียิปต์ตั้งแต่เหนือจรดใต้จะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆ” เจ้าชายลาคาเมสเอ่ยชมลูกน้องก่อนที่จะหัวเราะอย่างถูกใจ

            ..อีกไม่นานแล้วล่ะไอ้ราเมเนส แกจักได้รู้ว่าข้านี่แหละจะครอบครองดินแดนอียิปต์ทั้งหมด ส่วนพวกแกจะต้องเป็นข้าทาสแก่ข้าหรือไม่ก็หายสาบสูญไปจากโลกนี้ ฮ่าๆ..


            ภายในกระโจมหลังใหญ่ที่อียิปต์ตอนใต้ ร่างสูงที่อยู่บนที่นอนนั้นพลิกตัวไปมาหลายครั้งแต่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแม้แต่น้อย

            “หยุดนะ! ข้าบอกให้เจ้าหยุด ไม่ได้ยินหรืออย่างไร” เสียงเข้มเอ่ยตวาดขึ้นอย่างไม่ชอบใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่มีผมยาวสลวย แต่ดวงหน้าของนางที่พระองค์มองเห็นไม่ชัดนั้นสะบัดหน้าหนีพร้อมกับวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตแบบนี้

            “หยุดก็บ้าน่ะสิ ไปให้พ้นนะอย่ามายุ่งกับฉัน” เสียงเล็กเอ่ยตวาดกลับโดยไม่คิดจะหันหน้ากลับมามองคนที่วิ่งไล่ตามแม้แต่น้อย

            “เจ้ากล้าดียังไงมาวิ่งหนีข้า อยากตายหรือยังไงฮะ!” พระองค์วิ่งตามพร้อมกับตะเบงเสียงกลับอย่างสุดทน ผู้หญิงอะไรช่างกล้าบ้าบิ่นนัก ไม่เคยมีใครคิดหนีพระองค์มาก่อน คอยดูเถอะ จับได้เมื่อไหร่จักได้เห็นดีกัน พระองค์เค่นเขี้ยวอยู่ในใจ

            “เรื่องอะไรจะรอให้ลงโทษ ฉันไปล่ะ” เสียงหวานเอ่ยแค่นั้นแล้วก็หายตัวไปทันที ทำให้พระองค์ชะงักเท้าที่วิ่งตามด้วยความตกใจ

            “เฮ้ย!” พระองค์ร้องด้วยความตกใจ แต่เพียงอีกแค่อึดใจเดียว แสงสว่างสีขาวที่เปล่งประกายสีทองออกมาพร้อมกับร่างของเทพีไอซิสก็ปรากฏตรงหน้าเขา

            “ลูกของข้า อีกไม่นานเจ้าก็จักได้พบสิ่งที่เจ้าจะต้องรักษาไว้ด้วยชีวิตแล้ว หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดที่ให้ไว้กลับข้า” เอ่ยเพียงแค่นั้นแสงสีขาวประกายทองก็หายไปในพริบตาโดยที่พระองค์ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรแม้แต่น้อย

            “ฮึก!” พระองค์ลืมตาสะดุ้งตื่นขึ้นจากเตียงบรรทมทันที เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มใบหน้าคมเข้ม อกข้างซ้ายเต้นรัวและเร็ว มือหนาทาบไปที่อกซ้ายก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเพื่อลดอาการตกใจเมื่อครู่

            ..ฝัน! นี่ข้าฝันไปอีกแล้วหรือนี่ ทำไมต้องมีนางผู้นั้นตลอด เจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าจักต้องรู้ให้ได้ แล้วสิ่งใดกันที่ข้าจักต้องรักษา..มือหนากุมขมับตัวเองเมื่อยังคิดไม่ออก ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนอีกครั้งทั้งๆ ที่ภายในใจคิดแต่เรื่องหญิงสาวปริศนา






..............................................................................................................
จบบทที่ 6 แล้วนะคะ ดาวเหงาขอโทษนะคะที่มาลงให้มาก เนื่องจากว่าดาวเหงาตั้งไปอยู่รพ.ตั้งสามวันสองคืน ไม่ได้นอนคืนนึงเต็มๆ เลยค่ะ ตั้งแต่เช้าจรดเช้าอีกวัน และหลับๆ ตื่นๆ อีกคืนกับอีกครึ่งวัน  สภาพร่างกายค่อยข้างจะไม่ค่อยไหวแล้วค่ะ นี่ก็ยังไม่ค่อยดีเลย แต่กลัวคนอ่านที่น่ารักมารอเก้อ ดาวเงหาเลยพยายามมาลงให้อ่านกันนะคะ

เป็นอย่างไรบอกกันบ้างนะคะ ส่วนตอนหน้าคงเป็นตอนที่ทุกๆ คนรอคอยกันแล้วน๊า ตอนหน้าฟาโรห์ราเมเนสของเราจะได้พบยัยม่อนแล้วค่ะ ดีใจไหมเอ่ย ฮ่าๆ ยัยตัวป่วนกำลังจะมาแล้วค่ะ อิอิ



คุณ MiSuO KunSaRuSang , ค๊านางเอกกับพระเอกเราจะได้พบกันแล้วค่ะ แต่ว่าต้องเป็นตอนหน้านะคะ คราวนี้พบกันแน่นอนเลยค่ะ ^^


คุณ ^..NuTTy..^ , ฮ่าๆ ขนาดยังไม่ได้ข้ามยังป่วนและบ้าบอได้ขนาดนี้ใช่ไหมคะคุณ ^..NuTTy..^ อิอิ ^^


เฮียเอก , ฮ่าๆ ใช่ค่ะเฮ๊ย จะได้เจอกันแล้ว ยัยม่นอมัยจะไปป่วนแล้วค่ะ ฮ่าๆ ^^


คุณ matjuratjung , ขอบคุณค๊า ดีใจที่เรื่องนี้สนุกอีกเรื่องนะคะ ฮ่าๆ ตอนหน้าได้เจอกันแล้วค่ะ ความกลหนกำลังมาแล้ว อิอิ ^^


คุณ ::Nisakarn:: , สวัสดีค่ะ คุณ ::Nisakarn:: อ่า ดาวเงหาขอโทษมากๆ เลยค่ะที่ทำให้ค้างแบบนี้ ไม่โกรธกันนะคะ ยังไงดาวเหงาขอบคุณ คุณ ::Nisakarn:: มากนะคะที่แวะมาอ่าน ติดตามกันต่อจนจบนะคะ แล้วเม้นท์คุยกันบ้างนะคะ ^^


คุณ shinguza , ขอบคุณค๊า ดีใจที่คุณ shinguza สนุกนะคะ ดาวเหงามาอัพต่อให้แล้วน๊าค๊า ^^


น้อง 『HoneyCafe』 , ฮ่าๆ ใช่จ้ะน้องโย ยัยม่อนนี่ยัยตัวป่วนและแสบเลย ^^


คุณ ตกร่อง , ตอนหน้าคุณตกร่องจะได้สมใจแล้วนะคะ คุณฟาโรห์ของเราจะได้เจอยัยม่อนตัวป่วนแล้วค่ะ ส่วนอีกคู่มีแน่นอนค่ะ แต่ต้องรอติดตามนะคะว่าจะเป็นคู่ไหน อิอิ บอกก่อนเดี๋ยวไม่ลุ้นใช่ไหมคะ อิอิ แหะๆ อย่าแอบมองค้อนดาวเหงาเลยน๊า อมยิ้มหวานๆ ให้ค่ะ ^^


ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ ทุกโหวตและแฟนพันธุ์ทุกๆ คน รวมถึงกำลังใจที่มีมาให้กันเสมอโดยผ่านทางการพูดคุยแชร์ความรู้สึกกันนะคะ ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ ดาวเหงามีกำลังใจในการเขียนเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย แล้วพบกันตอนหน้าในวันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค. 54 นี้นะคะ ^^


ด้วยรัก..จากใจ
ดาวเหงา (Lonely Star)
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

497 ความคิดเห็น

  1. #440 ผ่านมา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 13:35
    เป็นฟาโรห์ที่ไม่ค่อยจะรักษามาดเท่าไรแฮะ
    #440
    0
  2. #407 NARUTO BLEACH <3 (@earnly-poopoo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 12:29
     น่าจะให้ปอไปด้วยนะ
    #407
    0
  3. #95 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:00
    นางเอกเราจะไปโผล่ที่ไหนนะ
    #95
    0
  4. #94 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 03:09
    น่าจะพาปอไปด้วยน้า เสียดายอ่ะ
    #94
    0
  5. #93 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 11:43
    รีบอัพไวๆน่ะ   สู้ๆ
    #93
    0
  6. #92 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2554 / 00:25

    ม่อนหลงเข้าไปคนเดียวเหรอ แล้วปอหล่ะไม่ได้ไปด้วยเหรอ

    #92
    0
  7. #91 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 19:38
    ฉ้านนั่งรอเธออยู่ริมหน้าจอร้อรอร้อรอร้อรอ เอมาแน่ป่าวหว่า หลับไปหลายตื่นแล้ว
    หายยังจ๊ะคนสวย ถ้าหายแล้วรีบมาด่วน
    #91
    0
  8. #90 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 22:15
    ขอให้ดาวเหงาหายแข็งแรงไวไวเน้อ
    ว้ายตอนหน้าป๊ะเอกจิได้ป๊ะหน้ากับอินางแล้วติ๊ อิอิแอบชอบจายฮ่าฮ่า(เกี่ยวอะไรก๊ะแกเนี่เดือนเสี้ยว)
    แบบว่าลุ้นๆ นินา
    #90
    0
  9. #89 『HoneyCafe』 (@xanxus220) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 08:10
    พี่นิ่ม ปอป้อจะตามไปด้วยไหมอ่ะค่ะ
    #89
    0
  10. #88 เอก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 07:36
    ปอฉัตรไม่ได้ตามไปด้วยหรอเนี่ยย
    #88
    0
  11. #87 ^..NuTTy..^ (@khoewfuang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 03:41
    อ๊าาา...ข้ามมาคนเดียวซะงั้นต้องข้ามทั้งคู่สิคะถึงจะสนุก
    #87
    0
  12. #86 MiSuO KunSaRuSang (@mightym1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 00:00
    ต้องรอถึงอาทิตย์หน้าเลยเหรอเนี่ยTT^TT.....
    แต่ถึงยังไงก็จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ^-^
    #86
    0