ทาสรักดวงใจฟาโรห์ (ประกาศรายชื่อ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 ส.ค. 54







บทที่ 7





            รุ่งเช้าของวันใหม่ พระอาทิตย์ดวงโตกำลังโผล่พ้นขอบฟ้ามาเกือบเต็มดวง บรรดานางกำนัลทั้งหลายก็ตื่นขึ้นมาจัดแจงงานของตัวเองกันตั้งแต่รุ่งสาง ส่วนทหารก็เดินตรวจตรากันตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ชายร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปยังหัวหน้าทหารทั้งหมดของอียิปต์ทางตอนใต้

            “มีอะไรผิดปกติหรือไม่คาฟา?” องครักษ์เซราสเอ่ยกับนายทหารตัวล้ำที่ยืนคุมการอยู่

            “ยังไม่มีอะไรผิดปกติขอรับท่านเซราส” คนตัวโตกว่าเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมเพราะด้วยตำแหน่งที่เล็กกว่า

            “งั้นก็ดีแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะขมวดคิ้วเมื่อเห็นถึงความผิดปกติทางด้านพุ่มไม้ใกล้ๆ กับบ่อน้ำ

            “นั่นใครน่ะ!” เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง

            “แก๊บ!” เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งทำให้องครักษ์เซราสกระชับดาบที่อยู่ข้างตัวทันที

            “เดี๋ยวข้าจะอ้อมไป ส่วนเจ้าก็ดักเอาไว้ข้างหน้า” เซราสเอ่ยบอกคาฟาที่พยักหน้าให้กับองครักษ์เซราสเป็นที่รู้กัน แล้วร่างสูงของเซราสก็หันตัวเดินไปยังอีกทางเพื่ออ้อมไปดักทางด้านหลัง

            คนที่อยู่หลังพุ่มไม้ที่สั่นเมื่อครู่เริ่มเกิดอาการตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่ามีคนจับได้ ร่างสมส่วนที่อยู่ในชุดทะมัดทะแมงพร้อมกับโพกผ้าปิดหน้าหันไปมองซ้ายทีขวาทีกลัวว่าจะมีใครเข้ามา แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองยังนายทหารตัวล้ำที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ตัวเองเช่นกัน

            “โอ๊ย! จะทำยังไงดีเนี่ย ไม่น่ามาหลบอยู่ตรงนี้เลย” เสียงบ่นดังขึ้นต่อว่าตัวเองเบาๆ

            “คิดสิคิด ไปทางไหนดีเนี่ย” บอกตัวเองพร้อมกับใจที่เต้นรัวเร็ว หากว่าโดนจับได้สงสัยจะโดนลงโทษไม่ใช่น้อยแน่ๆ เลย นิ้วเรียวยกขึ้นกัดยามคิดหาทางออกโดยลืมระวังทางด้านหลังตัวเอง

            “เจ้าเป็นใคร อย่าขยับนะ!” ประโยคแรกองครักษ์เซราสเอ่ยถามพร้อมกับจ่อมีดดาบไปยังคนที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ แต่ปลายประโยคกลับเอ่ยเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าคนที่มาซุ่มดูทำท่าขยับตัว

            “นี่! มันชักจะมากไปแล้วนะ!” เสียงแหลมเอ่ยตวาดขึ้นอย่างโมโห

            ..อีตาบ้าเอ๊ย! เอาดาบมาจ่อกันแบบนี้มันน่านัก..คนที่โดนเอามีดจ่อขบกรามแน่น นัยน์ตาสวยเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธแม้จะไม่ได้หันมาดูคนที่จ่อตัวเองก็ตาม แต่เสียงที่เอ่ยถามเมื่อครู่นั้นก็ทำให้จำได้ดีว่าเขาคือใคร ถ้าไม่ใช่ องครักษ์เซราส!

            “นะ..นั่น!” ทันทีที่คนตรงหน้าเอ่ยตอบเขา เสียงที่ลอดออกมาจากผ้าที่ปิดบังใบหน้าไว้ก็ทำให้เขาถึงกลับตัวชาไปทันที

            “ใช่..ข้าเอง” คนที่ยังโดนมีดจ่อเอ่ยตอบเสียงห้วนอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับหันมาเผชิญหน้ากับคนที่จ่อมีดมายังตัวเอง มือบางเปิดผ้าคลุมหน้าออกทำให้ชายหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ

            “เจ้าหญิงเรมีน่า!” เสียงที่เอ่ยตอบนั้นมีแววตกใจไม่น้อย มีดที่อยู่ในมือร่วงหล่นทันทีที่เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ขาแข็งแรงทรุดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

            “เจ้าเอามีดมาจ่อข้าแบบนั้นคิดจะทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือ?” หน้าหวานชักสีหน้าไม่พอใจ

            “กระหม่อมไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหญิงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าเป็นคนร้าย เพราะตอนนี้มีคนแอบลักลอบเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ ต้องระวังไว้ก่อน กระหม่อมขอประทานอภัยที่กระหม่อมได้ล่วงเกินเจ้าหญิงเมื่อครู่” องครักษ์เซราสเอ่ยตอบอย่างระมัดระวังพร้อมกับก้มศีรษะลงอย่างขอลุแก่โทษ ใครจะคิดว่าเจ้าหญิงจะมาอยู่ที่นี่
   
            “ได้..ข้าจะยกโทษให้แก่เจ้า แต่ห้ามเอาเรื่องที่ข้ามาอยู่ที่นี่ไปเอ่ยทูลท่านพี่ เข้าใจหรือไม่?” ปลายประโยคเอ่ยเสียงแข็ง หากว่าท่านพี่ของนางรู้เข้าล่ะก็ มีหวังได้โดนทำโทษอย่างที่ท่านพี่บอกไว้ก่อนหน้าที่จะมาอียิปต์ใต้อย่างแน่นอน ไม่น่าคิดบ้าๆ ตามมาเลย เฮ้อ!

            “เกรงว่ากระหม่อมคงจะทำตามพระประสงค์ของเจ้าหญิงไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยขัดใจเจ้าหญิงเรมีน่าทันทีที่เจ้าหญิงเอ่ยจบอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย หากว่าเขาไม่เอ่ยทูลฝ่าบาทล่ะก็ เขาคงโดนหนักกว่าเป็นแน่ สู้ยอมโดนเจ้าหญิงโมโหใส่ยังจะดีเสียกว่า

            “เจ้า! อ๊าย! ข้าอยากจะบีบคอเจ้านักเซราส” ร่างบางกำมือแน่นอย่างโมโหพร้อมกับกระทืบเท้าลงพื้นอย่างทำอะไรไม่ได้

            “หยุดนะ! หากเจ้าขยับข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่” คาฟาที่มาดักอยู่ด้านหน้า เดินย่องเข้ามาโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้ยิน ทำให้คาฟาไม่รู้ว่าคนที่ซ่อนหลังพุ่มไม้คือเจ้าหญิงเรมีน่า พระขนิษฐาแห่งฟาโรห์ราเมเนส ชายหนุ่มเข้ามาเห็นท่านองครักษ์เซราสกำลังเพลี้ยงพล้ำเลยไม่ได้เอ๊ะใจเลยสักนิดว่าคนที่ตัวเองเอ่ยด้วยเมื่อครู่เป็นใคร

            ทันทีที่ได้ยินเสียงเอ่ยกับตัวเอง เจ้าหญิงเรมีน่าที่มีความโกรธเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหันกลับไปมองคาฟาตาขว้าง “เจ้าก็อีกคน อยากตายนักใช่หรือไม่ ถึงกล้ามาเอ่ยกับข้าเช่นนี้” เสียงแหลมแว้ดขึ้นทำให้คนที่ถูกต่อว่าถึงกลับหน้าซีดเมื่อเห็นว่าคนที่ตนเองเอ่ยต่อว่ามีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิงแห่งอียิปต์

            คาฟาชักมีดลงฟักทันทีที่เห็นว่าเป็นเจ้าหญิงเรมีน่า ใบหน้าที่ซีดเผือดซีดหนักกว่าเก่าเมื่อเจ้าหญิงเรมีน่าเดินตรงเข้ามาใกล้

            “ดี..เจ้าทั้งคู่ทำให้ข้าเสียแผนที่วางไว้จนหมด งั้นข้าจะลงโทษพวกเจ้า เตรียมตัวไว้ได้เลย” เอ่ยขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เกินจะคาดเดาของคาฟา

            “ก่อนที่เจ้าหญิงจะลงโทษพวกกระหม่อม กระหม่อมว่าเจ้าหญิงเตรียมตัวโดนลงโทษก่อนจะดีกว่าไหมพ่ะย่ะค่ะ ถ้าหากว่าฝ่าบาททรงรู้ว่าเจ้าหญิงเสด็จมาที่นี่แต่เพียงลำพัง” เซราสเอ่ยอย่างเป็นต่อ เจ้าหญิงเรมีน่าถูกฝ่าบาทตามใจจนเสียนิสัย หากไม่ปรามเห็นทีคงจะเอาแต่ใจพระองค์เองมากไปกว่านี้

            ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่เจ้าหญิงเรมีน่าหันมาจับหมับเข้าไปที่แขนเรียวสีน้ำผึ้งทั้งสองข้างแล้วพาตรงไปยังกระโจมหลังที่ใหญ่ที่สุดทันทีโดยมีเสียงร้องโวยวายของเจ้าหญิงเรมีน่าติดตามไปด้วย

            “เซราส! มันจะมากไปแล้วะนะ เจ้ากล้าดียังไงมาจับตัวข้าแบบนี้” เสียงแหลมโวยวายพร้อมกับขืนตัวเองไม่ยอมเดินตาม

            “กระหม่อมต้องทำพ่ะย่ะค่ะ เพราะหากฝ่าบาททรงรู้ด้วยพระองค์เอง กระหม่อมคงจะโดนมากกว่านี้เป็นแน่” เสียงแข็งเอ่ยตอบพร้อมกับช้อนร่างของเจ้าหญิงขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าคงจะยากหากให้พระองค์เดินไปเอง

            “กรี๊ด! ปล่อยข้านะ เจ้ากล้ามากที่มาอุ้มข้าแบบนี้ ปล่อยนะ บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ” เสียงโวยวายดังไปตามทางเดินพร้อมกับดิ้นขลุกขลัก ทำให้เซราสต้องกระชับกอดแน่นขึ้นไปอีกเพราะกลัวว่าเจ้าหญิงเรมีน่าจะหล่นลงมา

            เมื่อทำอะไรไม่ได้เจ้าหญิงเรมีน่าก็ได้แต่ฮึดฮัดพร้อมกับชักสีหน้าอย่างคนที่โดนขัดใจ ไม่เคยมีใครขัดใจนางมาก่อนแบบนี้เลย นอกจากเซราส องครักษ์คนสนิทของท่านพี่ คิดแล้วมันน่านัก หน้าสวยหันขวับไปมองเซราสทันทีพร้อมกับจะเอ่ยต่อว่า หากแต่ว่าการหันไปครั้งนี้มันใกล้เหลือเกิน ทำให้ใจของเจ้าหญิงเรมีน่าถึงกับเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปากที่อ้าค้างไว้เหมือนจะเอ่ยคำต่อว่ากลับกลืนหายลงไปในลำคอทันทีที่ใบหน้าคมเข้มขององครักษ์เซราสอยู่ใกล้แค่เอื้อม

            “จะต่อว่าอะไรกระหม่อมอีกล่ะพะย่ะค่ะ” คนที่รู้ทันเอ่ยดักคอพร้อมกับยิ้มอย่างขำขันเมื่อเห็นว่าใบหน้าสวยยิ่งงอง้ำขึ้นไปกว่าเดิมที่เป็นอยู่

            “ปล่อยข้าลงไปเดี๋ยวนี้นะ!” เจ้าหญิงเรมีน่าพยายามปรับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นเพราะในเวลาที่ชายหนุ่มหันมาพูด ลมหายใจถูกเป่ารดลงบนใบหน้าของพระองค์โดยที่คนพูดคงไม่ได้รู้สึก เพราะว่าใบหน้าคมเข้มยังคงเป็นปกติ มีแต่เพียงรอยยิ้มนิดๆ บนใบหน้าเท่านั้นในตอนนี้เพราะเอาชนะนางที่อยู่ในอ้อมกอดได้

            “คงจะไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ” พูดแค่นั้นเท้ายาวก็รีบสาวเท้าเพื่อไปให้ถึงกระโจมอย่างเร็วที่สุดเท่าที่สองขาแข็งแรงจักทำได้


            ภายในกระโจมที่พักของฟาโรห์ราเมเนส ชายหนุ่มตื่นจากบรรทมนานแล้วแต่ยังไม่ยอมลุก มือหนาก่ายหน้าผากเหมือนจะคิดทบทวนเรื่องความฝันเมื่อคืน คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ

            “อะไรที่ข้าจักต้องรักษากันแน่” พระองค์เอ่ยขึ้นเบาๆ เหมือนถามตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะคิดหาคำตอบ เสียงด้านนอกกระโจมก็ดังขึ้นเหมือนมีคนกำลังเดินมา

            “ซวบๆ” ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเดินตรงเข้ามา นัยน์ตาสีเหล็กก็ตวัดมองไปยังทางเข้ากระโจมทันที

            “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ” เซราสเอ่ยขึ้นอย่างร้อนลนทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในกระโจม

            “ว่ายังไงเซราส มีอะไรหน้าตาตื่นมาแต่ไกล” พระองค์เอ่ยถามพร้อมกับกระถดตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน นัยน์ตาสีเหล็กจ้องมองไปยังองครักษ์คนสนิท

            “คือว่า..” ชายหนุ่มยังคงอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะเอ่ยทูลฟาโรห์ราเมเนสอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากว่าพระองค์ทรงทราบ อาจจะทรงโมโหไม่น้อยทีเดียว

            “เจ้ามีอะไรก็ว่ามา อย่ามาทำอ้ำๆ อึ้งๆ” เอ่ยเสียงเข้มเมื่อคนที่เพิ่งเข้ามาทำลายภวังค์ของพระองค์มัวแต่ยึกยักไม่ยอมพูด

            “คือว่าเจ้าหญิงเรมีน่าทรงเสด็จตามมาพ่ะย่ะค่ะ” สีหน้ายามที่เซราสเอ่ยเรื่องนี้มีแววหนักใจไม่น้อย เขาก็ไม่อยากจะเอ่ยทูลเรื่องนี้กับพระองค์สักเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าเจ้าหญิงเรมีน่าอาจจะได้รับโทษ แต่ถ้าหากว่าเขาไม่เอ่ยทูล แล้วพระองค์มารู้ทีหลัง เขาเองก็อาจจะโดนหนักกว่าตอนนี้ก็เป็นได้

            “เจ้าว่าอะไรนะ!” เอ่ยเสียงดังด้วยความตกใจ ร่างสูงใหญ่ของฟาโรห์ราเมเนสลุกขึ้นจากเตียงบรรทมทันทีด้วยความตกใจปนโมโห นัยน์ตาสีเหล็กแข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว

            “ตอนนี้เรมีน่าอยู่ที่ไหน?” เอ่ยถามองครักษ์คนสนิทด้วยสีหน้าดุดัน

            “อยู่หน้ากระโจมพ่ะย่ะค่ะ” เซราสเอ่ยทูลเสร็จยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะก้าวเท้าออกจากกระโจม เสียงวิ่งตึงตังพร้อมกับอาการหน้าตาตื่นของนายทหารรูปร่างสันทัดก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาภายในกระโจมเสียก่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่น้อย

            “เจ้ามีอะไรถึงได้วิ่งพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เกรงใจข้าเยี่ยงนี้” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทันทีที่ทหารเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตแม้แต่น้อย

            “คะ..คือว่า..” ชายหนุ่มเอ่ยอึกอักพร้อมกับอาการร้อนลน ใบหน้าหยาบกร้านนั้นมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า

            “ว่ายังไง หากเจ้ายังมัวแต่อ้ำอึ้งข้าจะลงโทษเจ้า” พระองค์เสียงดังอย่างนึกโมโห พักนี้พวกทหารของพระองค์เป็นอะไรกันไปหมดถึงได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เมื่อครู่ก็องครักษ์คนสนิทของพระองค์ แล้วนี่ยังจะมาเป็นนายทหารอีก

            ทันทีที่ได้ยินว่าจะโดนลงโทษ ความตื่นกลัวยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว เหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้าเมื่อครู่กลับยิ่งผุดขึ้นมาอีก “คือว่าเจ้าหญิงเรมีน่าทรงหนีไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” นายทหารเอ่ยเสียงสั่น เขาต้องโดนลงโทษอย่างแน่นอน เพราะว่าท่านองครักษ์เซราสเป็นคนให้เขากับเพื่อนเฝ้าเจ้าหญิงเอาไว้ หากแต่ว่าเจ้าหญิงทรงใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกพวกเขาและชิ่งตัวหนีทันทีเมื่อมีโอกาส

            “เจ้า! มันน่านัก ข้าบอกให้เฝ้าดีๆ เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าบอกใช่หรือไม่?” เป็นเสียงของเซราสที่เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียทันทีที่ลูกน้องของเขาเอ่ยทูลฟาโรห์ราเมเนส

            “เรมีน่าไปทางไหน ให้คนออกไปตามตัวเดี๋ยวนี้ ส่วนทั้งหมดก็เตรียมตัวเดินทางกลับวังหลวงได้เลย พบเรมีน่าเมื่อไหร่ข้าจะกลับวังทันที” ฟาโรห์ราเมเนสที่ได้ยินอย่างนั้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เรมีน่า..ข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่เห็นทีจะต้องทำโทษเจ้าเสียให้เข็ด พระองค์หมายหมาดอยู่ในใจ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ นางต้องหาเรื่องมาให้พระองค์ต้องโมโหอีกเป็นแน่ นี่ขนาดฝืนคำสั่งตามมาไม่พอ ยังมาหลบหนีไปอีก ให้มันได้อย่างนี้ ไม่รู้ว่าน้องของพระองค์เป็นอิสตรีหรือว่าบุรุษเพศกันแน่ถึงได้ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

            “พ่ะย่ะค่ะ” นายทหารรับคำเสร็จก็รีบออกจากกระโจมไปทำตามพระบัญชาทันที

            “เดี๋ยวกระหม่อมไปตามอีกคนพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เซราสเอ่ยบอกฟาโรห์ราเมเนส พระองค์พยักหน้าก่อนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหากปล่อยให้ไปกันแค่นี้คงจะปวดหัวอย่างแน่นอนเวลาจับตัวเรมีน่า พระขนิษฐาของพระองค์ดื้อรั้นกว่าใคร

            “ข้าจะไปด้วย หากพวกเจ้าไปกันเองคงจะไม่ได้ตัวเรมีน่ากลับมาอย่างแน่นอน” เอ่ยจบ ร่างสูงใหญ่ของฟาโรห์ราเมเนสก็เดินออกจากกระโจมทันที ตามมาด้วยองครักษ์เซราสที่ส่ายศีรษะพร้อมกับลอบถอนหายใจ

            ..ไม่น่าปล่อยเจ้าหญิงเรมีน่าไว้กับเจ้าทหารสองคนเลย แค่เฝ้าเจ้าหญิงแค่พักเดียวยังทำไม่ได้มันน่านัก..


            ทางด้านเจ้าหญิงเรมีน่าที่หนีทหารทั้งสองมาได้ด้วยการวิ่งแบบไม่คิดชีวิต นัยน์ตาสีน้ำผึ้งมองซ้ายทีขวาอย่างหาทางหนีทีไล่จะไปต่อ หากว่านางอยู่รอล่ะก็สงสัยงานนี้คงไม่ได้ออกจากวังอีกเป็นแน่ ขณะที่หันมองอยู่นั้น หญิงสาวอมยิ้มเมื่อเห็นก้อนหินก้อนใหญ่อีกทั้งข้างหลังก็เป็นพุ่มไม้ที่ดูค่อนข้างหนาทึบพอสมควร เมื่อตัดสินใจได้อย่างนั้น ขาเรียวสีน้ำผึ้งก็ตรงดิ่งไปยังจุดหมายทันที

            “เอาล่ะ..หลบตรงนี้ไปก่อนก็แล้วกัน” เจ้าหญิงเรมีน่าบอกกับตัวเองพร้อมกับก้าวขาเข้าไปหลบอยู่หลังหินก้อนใหญ่อย่างระมัดระวัง นัยน์ตาสีน้ำผึ้งจับจ้องไปยังทางข้างหน้าที่จากมาเมื่อครู่เพื่อรอดูเหตุการณ์ หากปลอดภัยดีแล้วนางจะได้หาม้าสักตัวแล้วรีบกลับวังก่อนที่พระเชษฐาจะจับตัวได้ตรงนี้ อย่างน้อยๆ เมื่อถึงวังแล้วก็ไม่มีหลักฐานว่านางอยู่ที่นี่จริง พระเชษฐาของนางก็คงจักชั่งใจบ้าง

            ขณะที่เจ้าหญิงเรมีน่าดักซุ่มอยู่ที่หลังก้อนหินก้อนใหญ่ เหล่าบรรดาทหารสิบกว่านายพร้อมกับองครักษ์เซราสก็มาถึงตรงจุดที่เจ้าหญิงเรมีน่าเดินเลี่ยงออกมาหลบอยู่ ทั้งหมดหันซ้ายทีขวาทีเพื่อมองหาพร้อมกับเอ่ยเรียก แต่เสียงเรียกเหล่านั้นยังไม่ทำให้หญิงสาวที่หลบอยู่สะดุ้งได้เลยหากว่าไม่มีชายร่างสูงอย่างฟาโรห์ราเมเนส พระเชษฐาของนางขี่ม้าตามหลังมาล่ะก็

            “เซราส! เจ้าทำทุกอย่างที่ข้าวางไว้พังหมด คอยดูข้ากลับวังเมื่อไหร่จะเล่นงานให้เข็ด” หญิงสาวเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ใบหน้าสวยมุ่ยจัดอย่างไม่สบอารมณ์

            “เจ้าหญิงเรมีน่า ออกมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ทหารทั้งหมดเอ่ยเรียกอีกครั้งพร้อมกับแยกย้ายกันไปหาคนละทาง เหลือแต่ฟาโรห์ราเมเนสกับเซราสที่อยู่ตรงจุดเดิม

            ฟาโรห์ราเมเนสมองตามพื้นทรายทันทีเพื่อหาร่องรอยของคนก่อความวุ่นวาย พร้อมๆ กับเซราสที่ก้มลงมองเช่นกัน “นั่นไงพ่ะย่ะค่ะ” เซราสเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจที่พบรอยเท้าเล็กๆ พร้อมกับชี้ให้ฟาโรห์ราเมเนสดู

            “เรมีน่า เจ้าหนีพี่ไม่พ้นหรอก..ไปเซราส” ประโยคแรกพระองค์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเอ่ยบอกเซราสให้ตามรอยเท้านั้นไป

            เจ้าหญิงเรมีน่าเมื่อเห็นว่าทั้งสองใกล้เข้ามาทุกทีก็เริ่มกระวนกระวาย “โอ๊ย! ทำยังไงดีล่ะเนี่ย หนีเข้าป่าไปเลยดีไหมเนี่ยเรา” เอ่ยพร้อมกับมองไปยังป่าทึบทางด้านหลังของตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจอะไรก็ต้องสะดุ้งสุดตัวพร้อมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อทางพุ่มไม้นั้นขยับอย่างแรง

            “กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องที่ดังสนั่น ร่างบางลุกขึ้นยืนทันทีที่พุ่มไม้ตรงหน้าสั่นไหวอย่างแรง หญิงสาวคิดว่าต้องเป็นตัวอะไรสักอย่างที่มีขนาดใหญ่อย่างแน่นอน

            ทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเจ้าหญิงเรมีน่า ฟาโรห์ราเมเนสก็รีบลงจากม้าวิ่งไปยังต้นเสียงทันทีพร้อมกับองครักษ์เซราสที่ตกใจไม่น้อยที่ได้ยินเสียงร้องของเจ้าหญิง

            “เรมีน่า! น้องพี่..เรมีน่า!” ชายหนุ่มตะโกนเสียงดัง ใจของพระองค์เต้นระรัวด้วยความตกใจไม่น้อยด้วยความห่วงพระขนิษฐา

            “ท่านพี่! ท่านพี่ หม่อมฉันอยู่ทางนี้เพคะ” คนที่พยายามหนีการจับกุมโบกไม้โบกมืออยู่หลังก้อนหินก้อนใหญ่ด้วยสีหน้าตื่นกลัว

            “เจ้าเป็นอะไรเรมีน่า เจ้าทำให้พี่ตกใจรู้บ้างหรือไม่” พระองค์เอ่ยถามอย่างร้อนรนพร้อมกับเอ่ยดุไปด้วย

            “คือว่า..ไม่รู้ว่าตัวอะไรมันอยู่หลังพุ่มไม้นั่น มันสั่นจนหม่อมฉันตกใจเพคะ หรือว่าจะเป็นเสือ?” ปลายประโยคเอ่ยถามพระเชษฐา นัยน์ตาโตจ้องมองเพื่อรอคำตอบ

            “เดี๋ยวกระหม่อมไปดูเองพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เซราสเอ่ยอาสาทันที

            “ก็ดีนะเพคะ มีองครักษ์ก็ต้องใช้ให้คุ้ม” เจ้าหญิงเรมีน่าเอ่ยแขวะชายหนุ่มเพราะยังเคืองเรื่องที่เอ่ยบอกพระเชษฐาของนาง ดวงตาโตส่งค้อนไปให้เซราสที่พยายามกลั้นยิ้มไว้อย่างสุดความสามารถ

            ..เขารู้ว่าเจ้าหญิงเรมีน่ายังเคืองเขาอยู่ มันก็น่านักล่ะ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ หากไม่บอกก็ต้องโดนเช่นกัน..

            “งั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย”

            “พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มรับคำเสร็จก็ค่อยๆ ก้าวทีละก้าวเดินตรงไปยังพุ่มไม้นั้นทันที ในมือกระชับดาบไว้แน่นอย่างเตรียมพร้อมหากว่าด้านหลังนั้นจะมีบางสิ่งบางอย่าง


            ขณะเดียวกันทางด้านหลังพุ่มไม้กลับปรากฏร่างของหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น ร่างบางค่อยๆ ขยับตัวตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ มือบางยกขึ้นป้องตาตัวเองเพราะแสงแดดที่เข้ามากระทบตาทำให้ยิ่งมองได้พร่าเลือน นัยน์ตากลมโตสีดำค่อยๆ กระพริบเพื่อมองสิ่งรอบๆ ตัวด้วยความงุนงง

            “ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?” เอ่ยถามตัวเองพร้อมกับค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือบางกุมศีรษะได้รูปของตัวเองเพราะรู้สึกปวดหัวไม่น้อย

            “โอ๊ย! ทำไมปวดหัวเป็นบ้าแบบนี้เนี่ย” มนปรียาสบถออกมาเมื่อขยับตัวแล้วเหมือนหัวแทบจะระเบิด ขณะที่หญิงสาวกำลังมึนงงอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงควบม้าหลายตัวพร้อมกับเสียงคนตะโกนโหวกเหวกโวยวายใกล้เข้ามา มนปรียาพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืน เท้าเรียวก้าวไปแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆ ก่อนที่สมองอันน้อยนิดของตัวเองค่อยๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นที่ไหนเธอก็ไม่แน่ใจ เธอรู้ว่าเธออยู่ในพีระมิดฟาโรห์ราเมเนสกับปอฉัตร อยู่ๆ ก็เกิดมีแสงสว่างขึ้นมา แล้วตอนนี้ปอฉัตรเพื่อนของเธอหายไปไหนแล้วเนี่ย มือบางเกาหัวตัวเองแกรกๆ อย่างคนมึนงงและจนปัญญาที่จะหาคำตอบให้กับตัวเอง ขณะที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เสียงคนที่ดังใกล้เข้ามาอีกทำให้มนปรียาหันกลับไปให้ความสนใจกับสิ่งตรงหน้าแทน

            “เจ้าหญิงเรมีน่าพะย่ะค่ะ” เสียงเรียกชื่อที่เอ่ยขึ้นนั้นทำให้มนปรียาถึงกลับขมวดคิ้ว นัยน์ตาหวานจ้องมองไปยังภาพข้างหน้าด้วยความสนใจ

            “นี่มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้นเนี่ย แกอยู่ที่ไหนกันแน่ล่ะเนี่ยไอ้ม่อนเอ๊ย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวร่างบางกำลังหลบซ่อนตัวจากชายที่ควบม้ามานั้นแต่งกายด้วยชุดที่ผิดแปลกไปจากที่เธอสวมใส่อยู่

            ..อย่าบอกนะว่าเธอหลงยุคมายังดินแดนอียิปต์โบราณน่ะ ฮ่าๆ คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน สงสัยเธอจะบ้าอย่างที่ปอฉัตรบอกจริงๆ..หญิงสาวส่ายหัวกับความคิดติดตลกของตัวเอง หรือว่าเธอจะฝันไป..

            ขณะที่มนปรียากำลังยิ้มขำกับเรื่องที่ตัวเองคิดโดนไม่ทันตั้งตัวอยู่ๆ ก็มีหนูทะเลทรายสี่ถึงห้าตัวใหญ่ๆ ซึ่งไม่รู้มาจากที่ไหนก็วิ่งกันออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้หญิงสาวตกใจ ดีที่ว่านึกได้ทัน มนปรียารีบเอามือตะครุบปากกันเสียงร้องตกใจของตัวเองเพราะกลัวว่าจะดังออกไปจนคนอื่นๆ ได้ยินด้วยความรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นทุกคนคงจะแห่กันมาที่เธออยู่เป็นแน่

            ..ไอ้หนูบ้าเอ๊ย! มนปรียานึกเข่นเขี้ยวในใจเพราะมันทำให้เธอตกใจไม่น้อย..ขณะที่หญิงสาวกำลังนึกต่อว่าหนูอยู่ในใจ เสียงกรีดร้องก็ดังแทรกขึ้นมาจากหญิงสาวที่หลบอยู่หลังก้อนหินทันที

            “กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องของเจ้าหญิงเรมีน่าทำให้มนปรียาถึงกับหน้าเหลอหลา เอาแล้วไง เธอแย่แน่ๆ ทุกคนที่ตามหญิงสาวที่มีนามว่า ‘เรมีน่า’ ที่เธอได้ยินเมื่อครู่นั้นทำให้ชายทั้งหมดที่หาตัวหญิงสาวพร้อมใจกันตรงเข้ามาทางก้อนหินทันที แถมยังเผื่อแผ่มายังพุ่มไม้ของเธออีกเมื่อเจ้าหนูพวกนั้นกลับมาและวิ่งขึ้นไปบนต้นไม้ ทำให้ต้นไม้พวกนั้นสั่นไหวไปหมด

            ..ไอ้บ้าเอ๊ย! ตรงมาทำไมว่ะเนี่ย..หญิงสาวสบถออกมา รูปร่างแต่ละคนนั้นก็สูงใหญ่จริงๆ เป็นคนดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ หญิงสาวคิดพร้อมกับหันมองรอบๆ ตัว อย่างน้อยๆ เธอต้องหาที่หลบไว้ก่อน ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดหาทางหลบอยู่นั้น เสียงฝีเท้าขององครักษ์เซราสก็ดังใกล้เข้ามา ชั่ววินาทีที่ชายหนุ่มก้าวมาถึงพุ่มไม้ มนปรียาที่ยืนตกใจอยู่ก็รีบวิ่งหนีทันทีพร้อมกับก้มเก็บกระเป๋าเป้ตัวเองที่อยู่ใกล้ๆ แต่ก็ยังช้ากว่าชายหนุ่มที่ตรงเข้ามาทางเธอ

            “หยุดนะ!” เซราสเอ่ยขึ้นเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าหลังพุ่มไม้ที่เจ้าหญิงเรมีน่าเอ่ยบอกเมื่อครู่กลับไม่ใส่สัตว์อย่างที่ทรงเข้าใจแต่กลับเป็นคนที่แต่งกายด้วยชุดประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในอียิปต์นี้

            “เฮ้ย!” มนปรียาร้องเสียงหลงเมื่อหันกลับไปมองเห็นชายหนุ่มเร่งฝีเท้าใกล้เข้ามาพร้อมกับมีดดาบที่ชี้มาที่ตัวเอง

            “หยุดก็บ้าน่ะสิ” หญิงสาวเอ่ยกลับพร้อมกับวิ่งหน้าตาตื่นด้วยความตกใจ

            เซราสเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งตาม เท้ายาวของชายหนุ่มทำให้มนปรียาต้องออกแรงวิ่งเพิ่มขึ้นอีก ทั้งยังต้องคอยหลบพวกกิ่งไม้ต่างๆ แรงวิ่งที่สูงในตอนแรกกลับเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

            “ข้าบอกให้เจ้าหยุด!” เอ่ยเสียงเข้มและรีบตามมาอย่างกระชั้นชิด

            “บอกว่าไม่หยุดไง หยุดก็บ้าแล้ว เล่นถือมีดวิ่งมาแบบนั้น ใครมันจะไปอยู่รอ” หญิงสาวเอ่ยโต้กลับไปอย่างหัวเสีย หน้าเรียวหันมามองข้างหลังเพื่อดูว่าชายหนุ่มตามมาถึงไหน และไม่ทันได้ระวัง..

            “เฮ้ย! โอ๊ย!” เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อขาไปสะดุดกับโขดหินเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมา ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าก่อนที่จะล้มลงไป ใบหน้าสวยแนบติดกับพื้นทันทีพร้อมกับเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บ

            “เจ้าเป็นใคร? แล้วมาดักซุ่มอยู่ที่นี่ทำไม” เอ่ยถามเสียงเข้ม ใบหน้าที่เริ่มมีไรหนวดขึ้นจางๆ จ้องมองไปที่หญิงสาวที่ทำหน้าปุเลี่ยน มือบางจับไปที่ข้อเท้าของตัวเอง

            “แล้วคุณเป็นใครล่ะ วิ่งตามฉันมาทำไม” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยถามกลับ ใบหน้าสวยง้อง้ำอย่างคนที่โมโหสุดขีด

            ..นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมเธอต้องมาอยู่ที่นี่ แถมยังต้องมาวิ่งหนีคนพวกนี้ด้วย ใครก็ได้บอกเธอทีเถอะ ไอ้ม่อนอยากจะบ้าจริงๆ..

            “นูเบียส่งเจ้ามาดักซุ่มใช่หรือไม่” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยถามต่อ มือหนาก็จ่อดาบไปที่หญิงสาวตรงหน้าที่แต่งกายประหลาดอย่างไม่ลดละ

            “นี่พี่ชาย..จะบ้าหรือไง นูบงนูเบียมีที่ไหน นั้นมันเมื่อกี่พันปีก่อนแล้ว จะอำอะไรน่ะก็อำให้เนียนๆ หน่อย” คนเจ็บขาเอ่ยตอกกลับอย่างขำๆ เมื่อคนตรงหน้าบอกว่าเธอมาจากนูเบีย สงสัยเธอจะอ่านนิยายมากไปแน่ๆ ถึงได้ฟังคนตรงหน้าพูดจาประหลาดๆ แบบนี้

            “ดี..งั้นเจ้าไปกับข้า” เอ่ยจบมือหนาก็ฉุดหญิงสาวลุกขึ้นให้เดินตามทันที

            “เฮ้ย! โอ๊ย! จะฆ่ากันหรือไงเนี่ย คนเจ็บขานะวุ้ย แล้วฉันก็ไม่ไปกับพี่ชายแน่ๆ เชิญไปคนเดียวเถอะ” เสียงแหลมเอ่ยขึ้นอย่างคนที่โดนบังคับโดยไม่ได้เต็มใจแม้แต่นิดร้องขึ้นพร้อมกับขืนตัวไม่ยอมเดินตาม

            “ดี..ไม่เดินดีๆ ใช่ไหม งั้นก็แบบนี้ล่ะกัน” แขนแข็งแรงช้อนตัวของมนปรียาลอยหวืดขึ้นประทะอกทันที ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังที่ฟาโรห์ราเมเนสกับเจ้าหญิงเรมีน่าอยู่อย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังเสียงร้องหรืออาการดิ้นรนของมนปรียาแม้แต่น้อย

            ..ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ใครก็ได้ช่วยไอ้ม่อนด้วย ยัยปอแกไปไหนนะ โอ๊ย! คนสวยกลุ้มจริงๆ..


            ทันทีที่เซราสเดินใกล้เข้ามาพร้อมกับในอ้อมแขนมีหญิงสาวมาด้วยถึงแม้ว่าจะมีหมวกบดบังใบหน้า แต่ก็ดูไม่ยากว่าเป็นอิสตรี ทำให้ฟาโรห์ราเมเนสขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและทันทีที่ทั้งสองมาหยุดอยู่ตรงหน้าพระองค์ ความรู้สึกแปลกๆ ยามที่พระองค์ทรงมองคนในอ้อมแขนขององครักษ์คนสนิทใกล้ๆ ยิ่งทำให้พระองค์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด ทั้งๆ ที่พระองค์ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหตุใด

            “นั่นเจ้าพาใครมาด้วยเซราส” เสียงเข้มเอ่ยถามทันทีที่เซราสมาถึง

            “กระหม่อมเห็นนางซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ที่สั่นเมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่านางอาจจะเป็นไส้ศึกที่นูเบียส่งมาดูลาดราวก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยทูลฟาโรห์ราเมเนสแต่ยังไม่ยอมปล่อยมนปรียาลงทั้งๆ ที่หญิงสาวก็ดิ้นอยู่แบบนั้น ทำให้ฟาโรห์ราเมเนสที่มองอยู่ถึงกับเอ่ยปากด้วยพระองค์เอง

            “แล้วนั่นเจ้าจะอุ้มนางอย่างนั้นอีกนานหรือไม่” น้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดเอ่ยถามองครักษ์เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังไม่ยอมปล่อยหญิงสาวในอ้อมกอดที่บัดนี้ใบหน้าเรียวสีขาวอมชมพูมุ่ยจัดเสียที ทำให้พระองค์รู้สึกหวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่หญิงสาวตรงหน้า พระองค์ยังไม่เคยรู้จักเสียด้วยซ้ำ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับพระองค์กันแน่

            “เออ..นั่นสิ..คิดจะแตะอั้งกันหรือไง” หญิงสาวได้ทีเอ่ยถามเสียงขุ่นพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่คนที่บังอาจมาถูกเนื้อต้องตัวเธอ

            “อะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจ” เซราสเอ่ยถามอย่างสงสัยแต่ยังไม่ยอมปล่อยมนปรียาลง

            “อย่าทำมาเป็นไม่เข้าใจหน่อยเลย” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างนึกโมโห นี่มันอำกันมากเกินไปแล้ว แถมยังมาแตะเนื้อต้องตัวกันอีก อย่าให้ไอ้ม่อนรอดไปได้ แม่จะเอาคืนทุกเม็ดเลย..คอยดู

            “พวกเจ้าจะเถียงกันอีกนานมั้ย” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างหมดความอดทนที่เห็นทั้งสองคนเถียงกันไปมาราวกับเป็นคู่รัก ยิ่งทำให้พระองค์หงุดหงิดมากขึ้นไปอีกโดยไม่รู้สาเหตุ

            “เอ่อ..ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่ฟาโรห์ราเมเนสเอ่ยขึ้นอีกครั้งเช่นนั้น เซราสก็เพิ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปล่อยคนในอ้อมกอดลงอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้ย! นี่พี่ชาย..นึกจะอุ้มก็อุ้ม นึกจะปล่อยก็ปล่อยโดยไม่บอก คนยิ่งเจ็บๆ ขาอยู่นะ” เสียงใสแว้ดขึ้นพร้อมกับส่งค้อนไปให้เซราสทันทีที่ปล่อยเธอลงอย่างแรงโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างบางเลยลงไปนั่งจุ้มปุ๊กกับพื้น มือบางคลำก้นตัวเองป้อยๆ ด้วยความเจ็บ

            “ใครส่งเจ้ามาสืบความ!” ฟาโรห์ราเมเนสที่เห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าส่งค้อนให้เซราสยิ่งทำให้พระองค์หมดความอดทน เสียงเข้มจึงเอ่ยถามอย่างห้วนจัดพร้อมกับใบหน้าคมเข้มที่ดูดุดันเพื่อบดบังความรู้สึกของพระองค์..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับใจของพระองคค์กันแน่ ทำไมอยู่ดีๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดกับทุกอย่างที่หญิงสาวผู้นี้ทำ

            “แล้วคุณล่ะเป็นใคร?” มนปรียาเอ่ยถามกลับเสียงแข็งเช่นกัน คนบ้าอะไรว่ะ หน้าตาก็หล่อคมเข้มดีอยู่หรอก แต่การพูดจานี่เหลือทนจริงๆ เธอมาสืบข่าวบ้าบออะไรที่ไหนกัน แต่เอ๊ะ! หน้ามันคุ้นๆ แหะ..คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

            “อย่ามาทำเป็นปากแข็ง ทางนูเบียส่งเจ้ามาใช่หรือไม่ การแต่งกายก็ประหลาดยิ่งนัก” พระองค์ว่าพร้อมกับไล่สายตาไปตามร่างกายของมนปรียาที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเรียบร้อยแล้ว

            นัยน์ตาสีเหล็กที่จ้องมองมายังเธอนั้น ทำให้รู้สึกขนลุกไปหมด นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครมามองไอ้ม่อนแบบนี้เลย หญิงสาวเม้มปากด้วยความโมโหพร้อมกับรีบเอามือไขว้กันเพื่อปิดบังร่างกายของตัวเองทั้งๆ ที่มีเสื้ออยู่ก็ตาม “ตาบ้า..มองแบบนี้หมายความว่าไงฮะ” เอ่ยตวาดแว้ดอย่างหมดความอดทน นี่มันอะไรกัน เธอถามคำถามนี้ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเกือบห้าครั้งแล้วนะ ไม่มีใครจะให้ความกระจ่างกับเธอได้เลยหรือไง

            “ข้าสามารถทำได้มากกว่ามองเจ้าอีก รู้ไว้ด้วย” ฟาโรห์ราเมเนสเอ่ยพร้อมกับยิ้มมุมปากเป็นนัย ทำให้มนปรียาถึงกับกัดฟันกรอด

            “ไอ้..ไอ้คนลามก หื่นกาม” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับชี้หน้าฟาโรห์ราเมเนส

            “เจ้ากล้าดียังไงเอ่ยกับฝ่าบาทเช่นนั้น” เซราสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เอ่ยปรามหญิงสาวที่ยังยืนชี้หน้าว่าพระองค์ฉอดๆ

            “กล้ามากกว่านี้อีกหากพูดไม่เข้าหูอีกคำเดียว” หญิงสาวหันไปเอ่ยตอบเซราสด้วยสีหน้าดุดันและดูน่าเกรงขาม ทำให้เซราสถึงกับผงะอย่างที่ไม่เคยเป็น ใบหน้าหวานนั้นดูดุดันขึ้นกับนัยน์ตาโตสีดำจ้องมองแบบจะฆ่ากันให้ตายไปข้างเหมือนกับฟาโรห์ราเมเนสราวกับพิพม์เดียวแบบนี้ทำให้เขาสะดุ้งเมื่อเห็นอย่างนั้น

            ..แปลกจริงๆ ทำไมหญิงสาวตรงหน้าที่ทำลับๆ ล่อๆ ราวกับเป็นไส้ศึกถึงได้ดูราวกับว่ามีรัศมีที่เทียบได้พอๆ กับฟาโรห์ราเมเนสเลย..องครักษ์เซราสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

            “อ่อ..แล้วคุณเป็นใครไม่ทราบ ยิ่งใหญ่มาจากไหนกันเชียว อย่ามาทำเบ่งแถวนี้หน่อยเลยพี่ชาย” ทันทีที่เอ่ยกับเซราสจบ หญิงสาวก็หันมาทางตัวต้นเหตุอีกครั้ง

            “หึหึ..ข้านะเหรอ..เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ ใครๆ ก็รู้จักข้ากันทั้งนั้น ยิ่งเจ้าถูกส่งมาเป็นคนสืบความด้วยล่ะก็ ให้ตายยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร” พระองค์หัวเราะในลำคอ ปากหนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดอารมณ์แปลกๆ เอาไว้

            ..พระองค์ไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใคร จากลักษณะที่เบยาสบอกเอาไว้ถึงคนที่ลักลอบเข้ามาเมื่อเทียบกับนางแล้วมันเหมือนภาพซ้อนทับกันอย่างไม่ต้องสงสัย รูปร่างผอม ไม่สูงมาก และโพกผ้าถึงแม้ว่าตอนนี้นางจะสวมบางอย่างซึ่งไม่ใช่ผ้าคลุมก็ตาม อีกทั้งยังมาดักซุ่มดูอยู่แถวๆ นี้อีก นั่นก็ทำให้พระองค์เชื่อไปกว่าครึ่งว่านางอาจจะเป็นไส้ศึกก็เป็นไปได้..

            “แล้วถ้าฉันรู้ ฉันจะถามพี่ชายไปให้เปลืองน้ำลายทำไมไม่ทราบ” กระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด คนบ้าอะไรตัวสูงอย่างกับยักษ์ หน้าตาถึงแม้ว่าจะหล่อเข้มแต่ก็ชอบทำหน้าเหมือนไปกินรังแตนมาแบบนั้น ปากก็เสีย หาว่าเธอเป็นคนคอยสืบข่าว จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว แล้วนี่เกิดบ้าอะไรกันขึ้นมาเนี่ย แต่งกายทำราวกับว่าที่นี่มันคืออียิปต์โบราณซะอย่างนั้น นี่ใครคิดอำเธอกันแน่ล่ะเนี่ย

            “ข้าไม่ใช่พี่ชายของเจ้า ไม่ต้องมาเรียกข้าแบบนั้น” ร่างสูงเอ่ยขึ้นอย่างโมโหทันทีที่ได้ยินคำว่าพี่ชายเป็นครั้งที่สอง ทำไมพระองค์รู้สึกหงุดหงิดเช่นนี้นะ

            “ก็พี่ชายน่าจะแก่กว่าฉันหลายปี ทำไมจะเรียกไม่ได้” มนปรียาได้ทีเอ่ยยั่วเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูไม่ชอบใจเมื่อเธอเรียกแบบนั้น ดีจะเรียกให้กระอักเลือดตายไปเลย กลัวแก่มากล่ะสิ..ชิ

            “ข้าบอกว่าข้าไม่ใช่พี่ชายของเจ้า! แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นก็ไม่แน่” ประโยคแรกพระองค์เอ่ยอย่างฉุนจัด ใช่..พระองค์ไม่ต้องการจะเป็นพี่ชาย นี่นางคงไม่รู้เลยล่ะมั้งว่าพระองค์แทบจะอดใจไม่อยู่ที่จะเข้าไปจับตัวนาง นี่มันเกิดอะไรกับใจของพระองค์ ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำถึงทำให้ยั่วโมโหพระองค์ได้มากขนาดนี้ ส่วนประโยคหลังขณะที่พูด นัยน์ตาสีเหล็กก็ดูพราวระยิบอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้มนปรียาถึงกับกัดริมฝีปากตัวเอง

            “พูดให้มันดีๆ นะพี่ชาย อย่ามาทำหื่นกามแถวนี้ รู้ฤทธิ์ไอ้ม่อนน้อยไปซะแล้ว” พูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น

            “ข้าบอกว่าข้าไม่ใช่พี่ชายของเจ้า ข้ามีน้องอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นคือ เรมีน่า หากเจ้าเรียกข้าว่าพี่ชายอีกคำเดียว เจ้าจะได้เห็นดีแน่” พระองค์พูดพร้อมกับชี้นิ้วขึ้นลงไปทางมนปรียาพร้อมกับสีหน้าที่จริงจังไม่มีแววเล่น แต่นั่นไม่ได้ทำให้มนปรียากลัวแม้แต่นิด

            “หึหึ..ฉันจะเรียกพี่ชายๆๆ ทำไม แค่เรียกพี่ชายแค่นี้ก็ต้องโมโห กลัวแก่หรือยังไงพี่ชาย” มนปรียาลากเสียงยาวอย่างล้อเลียนเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าขบกรามแน่ด้วยความโมโหยิ่งชอบใจ

            “โอ๊ะๆ พี่ชาย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวใครมาเห็นเขาจะหาว่าไปกินรังแตนที่ไหนมาหรอก ฮ่าๆ” หญิงสาวเอ่ยยั่วเมื่อเห็นฟาโรห์ราเมเนสทำหน้าบูดบึ้งด้วยความไม่ชอบใจ เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทำให้สติของฟาโรห์ราเมเนสที่มีขาดผึงทันที มือหนาขว้าข้อมือเล็กเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้หญิงสาวได้ตั้งตัว

            “เฮ้ย! ไอ้บ้า นี่จะทำอะไรฉันเนี่ย ปล่อยนะ ปล่อยนะเว้ย ไม่ปล่อยแม่จะถีบให้เจ็บเลย” มนปรียาสบถออกมาพร้อมกับขืนตัวเอง เท้าเรียวปัดไปปัดมาหวังจะเตะคนที่จับเธอไว้แต่ไม่เป็นผล เมื่อฟาโรห์ราเมเนสรู้ทัน พระองค์ขยับเท้าหนีก่อนที่จะตวัดร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์

            “ก็จะทำอย่างนี้น่ะสิ...”





.........................................................................................................................................
จบบทที่ 7 แล้วนะคะ เป็นอย่างไรบอกกันบ้างนะคะ ตอนนี้ดาวเหงาขอโทษมากๆ นะคะที่มาอัพช้ามาก แม้จะอยู่ในช่วงวันที่บอกไว้เมื่อท้ายตอนที่แล้วก็ตาม แหะๆ มาช้าตลอดเลย คนอ่านจะงอนดาวเหงากันบ้างไหมเอ่ย อย่างอนเลยนะคะ ยิ้มหวานๆ ให้คนอ่านที่น่ารัก ^^



คุณ MiSuO KunSaRuSang , ขอบคุณค๊าที่ยังคงรอดาวเหงา และที่สำคัญเลยรอฟาโรห์ราเมเนสกับม่อนด้วย ดาวเหงายิ้มหวานๆ ให้คุณ MiSuO KunSaRuSang เลยค่ะ อิอิ ^^


คุณ ^..NuTTy..^ , ต้องรอและช่วยกันลุ้นนะคะว่าอีกคู่จะเป็นใครกับใคร อิอิ บอกก่อนเดี๋ยวไม่สนุกเนอะ ส่วนยัยปอจะตามมาไหม ตามมาดีไหมคะ อิอิ ไม่บอกดีกว่าเนอะ ดาวเหงาโดนเขวี้ยงค้อนงามๆ แล้วแน่เลย แหะๆ อย่าเพิ่งงอนกันนะคะ เดี๋ยวมีเฉลยให้ค่ะว่าจะตามมาหรือเปล่านะคะ ^^


เฮียเอก , ยัยปอหรอคะ ไม่บอกค่ะเฮีย รอลุ้นอ่านแล้วกันเนอะว่าจะตามมาด้วยหรือเปล่า ^^


น้อง 『HoneyCafe』 , น้องโยรอลุ้นกันต่อแล้วกันน๊า จะให้ยัยปอตามมาด้วยดีไหมเอ่ย อิอิ ^^


คุณ soda , ขอบคุณมากๆ เลยค่ะคุณ soda ยังไงแล้วฝากนิยายเรื่องทาสรักดวงใจฟาโรห์ไว้ด้วยนะคะ อ่อ แล้วถ้าคุณ soda ชอบนิยายแนวนี้ เรื่องที่แล้วของดาวเหงาก็เป็นเกี่ยวกับฟาโรห์เช่นกันค่ะ ชื่อ ปาฏิหาริย์รักมนตราไอยคุปต์  ยังไงลองอ่านตัวอย่างดูนะคะ ส่วนเป็นเล่มนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงการจัดพิมพ์นะคะ วางเแผงเมื่อไหร่ดาวเหงาจะมาอัพเดทข่าวให้นะคะ ^^


คุณ เดือนเสี้ยว , ต้องขอโทษคุณเดือนเสี้ยวอย่างแรงเลยนะคะ ดาวเหงามาอัพช้ามากค่ะ แต่รับรองมาว่าแน่นอน ยังไงก็ลงจนจบนะคะ อาจมีเลทบ้างไม่เกินวันนึงค่ะ บางทีติดธุระกระทันหัน อย่างเช่นวันนี้ก็เช่นกันค่ะ ส่วนเรื่องที่ไปนอนที่รพ.นั้น ดาวเหงาไปเฝ้าคุณยายค่ะ ไม่ได้นอนเลย มีเบลอๆ เล็กน้อยจนกระทั่งตอนนี้ ส่วนอาการของคุณยายนั้นเป็นปกติดีแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับความห่วยใยและคอยติดตามกันมาตลอดเลยนะคะ รักคุณเดือนเสี้ยวจังเลย กอดทีนึงได้ไหมคะ อิอิ ยังไงดาวเหงาหวังว่าบทนี้คงจะถูกใจคุณเดือนเสี้ยวนะคะ ยัยม่อนเจอฟาโรห์ของเราแล้วค่ะ มันมาป่วนแล้ว ฮ่าๆ ^^


ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ แฟนพันธุ์แท้ คนโหวต และทุกคนที่เข้ามาอ่านแม้ไม่ได้เม้นท์แต่ดาวเหงาก็ดีใจค่ะที่มีคนคอยติดตามอ่านกันตลอด ยังไงแล้วฝากนิยายเรื่องนี้จนจบด้วยนะคะ อย่าทิ้งกันไปไหนน๊า ขอบคุณทุกๆ กำลังใจด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าในวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค. 54 นี้นะคะ ^^


ด้วยรัก..จากใจ
ดาวเหงา ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

497 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 09:48
     เจอปุ๊ปก็จุ๊ป ปั๊ป เลย
    #371
    0
  2. #102 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 11:56
    เย้  เจอกันแล้ว   สนุกมากมาย    รีบอัพไวๆน่ะ   สู้ๆ
    #102
    0
  3. #101 『HoneyCafe』 (@xanxus220) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 20:25
    จุ๊ฟๆๆๆๆๆ -3-
    #101
    0
  4. #100 เอก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 15:37
    เจอกันแล้ว อิอิ
    #100
    0
  5. #99 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2554 / 00:35

    เจอกันก็ลับฝีปากกันซะแล้ว เฮ้อ ว่าแต่พระเอกของเราดูหวงม่อนเอามากๆเลยนะนั่น แต่ทำไมตัดฉับซะอย่างงั้นหล่ะ รอลุ้นตอนต่อไปว่าม่อนจะโดนอะไร

    #99
    0
  6. #98 ^..NuTTy..^ (@khoewfuang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 02:56
    ยังไงคะนี่..มาปล่อยบนยอดไม้อีกแล้ว รอการประทะของทั้งคู่อยู่นะคะ 
    #98
    0
  7. #97 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 21:22
    เอาแล้วไงเดี๋ยวได้เจอฤทธิ์แม่ม่อนกันก็จะราบไปเป็นแถบ อิอิคนสวยเซ็ง
    ค้างไว้ซะงั้นแกล้งคนอ่านนินา
    #97
    0
  8. #96 MiSuO KunSaRuSang (@mightym1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 00:24
     โดนอะไรหว่าาาา อย่างนี้ต้องโดนจูบแน่ๆ^-^
    #96
    0