It Had To Be You [Yaoi]

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : 'ใคร' ที่ร้อนใจเวลาเจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,081 ครั้ง
    20 พ.ค. 61







 

Chapter 1

 

 


อากาศร้อนระอุ แดดตอนบ่ายแก่สะท้อนลงกับพื้นคอนกรีต ร้อนจนฝ่าเท้าแทบสุก แต่พวกเด็กนักศึกษายังคงเล่นกีฬาอยู่ในสนาม

          ผู้เล่นแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทีมหนึ่งกำลังขึ้นนำเพราะมีตัวยิงอยู่สองคนที่แม่นยำที่สุด เพื่อนอีกคนตัวจิ๋วกว่าใครแต่ว่องไว เลยคอยเป็นตัวส่งบอล

          “ไอ้กลอย ทางนี้” เสียงร้องบอกดังขึ้น

          กรกฎเลี้ยงลูกบาส โยนต่อให้กับเพื่อนในกลุ่ม หัวหน้าทีมอย่างอินทัชรับไปทำแต้ม ชู้ตครั้งเดียวก็บวกขึ้นอีกสามคะแนนได้อย่างง่ายดาย

          เด็กหนุ่มยิ้มร่า ยกมือขึ้นดันแว่นที่ตกลงอย่างเคยชิน วิ่งเหยาะๆตามทีม สายตาจดจ้องอยู่ที่ลูกบาส เพื่อนอีกสองคน..จิณณ์กับเนรัญกำลังเข้าแย่ง

          ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้านข้าง เงานั้นบดบังแสงแดดตอนบ่ายจนแทบมิด กรกฎเงยหน้ามอง ฝ่ายนั้นหันมาหาพอดี

          ดวงตาสีเข้มจ้องมองเขา จากนั้นก็ออกปาก

“วิ่งช้าเป็นเต่า เกะกะฉิบหายไอ้กลอย!” ตามด้วยการผลักหัวแทบคว่ำ

กรกฎร้องด่าในลำคอ “เชี่ยเอ๊ะ!” หันตามคนที่วิ่งแซงหน้าขึ้นตัดบอลแล้วดั้งค์ลูกใต้ห่วง ทำคะแนนให้ทีมจนทิ้งห่าง โมโหก็โมโห แต่ดีใจมากกว่า

อคิราห์ได้ยินเสียงด่าลอยลม เขาหันมอง รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นบนมุมปาก

“ไอ้เตี้ย วิ่งเร็วๆ ขาสั้นหรือไง”

“ไอ้เอ๊ะ~” กรกฎพุ่งเข้าใส่ หาว่าเขาเตี้ย เขาจะแสดงให้สำนึกว่าขาสั้นแต่ไวมันเป็นยังไง! เด็กหนุ่มเข้าคลุกวงใน อาศัยความตัวจิ๋วชิงลูกมาได้สำเร็จ

เจ้าตัวกระโดดชู้ต แต่น่าเสียดาย..เขาไม่ได้แม่นขนาดนั้น บอลกระแทกเข้ากับแป้นแล้วร่วงพื้น ฝ่ายตรงข้ามดึงกลับมาได้

อคิราห์ส่ายหัว รอจังหวะอยู่แล้ว เขาแย่งลูกในช่วงที่อีกทีมกำลังส่งต่อแล้วเลี้ยงกลับมาที่ห่วง พอถูกขวาง เขาก็ส่งให้เพื่อนแล้วขึ้นดักหน้า เนรัญขว้างลูกมาให้ เขารับอย่างแม่นยำแล้วชู้ต บอลกระทบแป้นก่อนหล่นซวบ

กรกฎทึ้งหัว ดีใจกับทีม แต่หมั่นไส้อคิราห์เหลือเกิน

“แก้ตัวใหม่นะไอ้กลอย มีสี่ตาแล้วยังมองไม่เห็นแป้นอีก”

..โดนกัดอีกแล้ว ไอ้ห่าเอ๊ะนี่เป็นอะไร กัดจนพรุนทุกวัน..

กรกฎทำหน้ายุ่ง ใกล้จะหมดเวลาแล้ว แต่เขายังไม่ได้ทำคะแนนสักนิด ปกติก็เป็นได้แค่ตัวส่งลูกอยู่แล้ว ถ้าไม่ชู้ตบ้างเลยก็คงจะโดนแหย่อยู่เรื่อย

ไอ้เตี้ยบ้างล่ะ ขาสั้น สี่ตา ช้าเป็นเต่า โดนด่าประจำ ใครจะชอบใจวะ!

จังหวะที่อีกทีมกำลังพัวพัน เขาก็วิ่งหน้าตั้งเข้าไป ตอนที่พวกนั้นขว้างลูกให้เพื่อนในกลุ่มรับ กรกฎก็กระโดดตัวลอยขึ้นขวาง อ้าแขนรอตัดบอลเต็มที่

..คราวนี้แหละ!..

“ไอ้กลอย!” เป็นเสียงของอคิราห์ที่ตะโกนอย่างตกใจ เมื่อเพื่อนเอาหน้ากลมๆไปรับลูกบาสที่ถูกโยนมาด้วยความแรงและเร็ว

มีเสียงผัวะ! ดังขึ้น จากนั้นกรกฎก็ล้มหงายท้องตึง แว่นสายตากรอบใหญ่กระเด็นหลุดออก ขาหักไปข้าง ส่วนเจ้าของลงไปนอนกองแอ้งแม้ง

อคิราห์วิ่งเข้ามาก่อนใครเพื่อน รีบประคองตัวอีกคนขึ้น “กลอย!

กรกฎนอนนับดาว ตาเห็นแสงวิบวับ แดดร้อนจัดส่องอยู่ข้างหลัง เขาหยีตามอง เห็นแต่เงาตะคุ่มของใครคนหนึ่งที่เรียกกันไม่หยุด

“พามันไปที่ห้องสโมก่อน” เป็นเสียงของจิณณ์ที่บอก

จากนั้นก็มีคนหิ้วปีกเขา เป็นรันกับจินที่เข้ามาพยุง ได้ยินเสียงโอ๊ตเรียกอยู่ข้างหู เขารู้สึกว่าแถวหน้ายังร้อนผ่าวจากแรงปะทะ

“มึง..ใครช่วยไปซื้อแผ่นประคบมาที เดี๋ยวกูพามันไปเอง”

แขนข้างหนึ่งถูกละออก กรกฎยังมึนๆอยู่ พักเดียว ทั้งตัวของเขาก็ถูกอุ้มจนลอย อยากบอกว่าพวกมึงไม่ต้องห่วงขนาดนั้น~ กูยังไม่ตาย~

“ฝากด้วยนะไอ้เอ๊ะ เจอกันที่สโม” จิณณ์บอก “ไอ้รัน..ไปกับกู”

กรกฎปรือตามอง เห็นใบหน้าหล่อๆแต่ปากหมาลอยอยู่ใกล้ๆ

“อ้าว..ไอ้เอ๊ะ มาอุ้มกูทำไม” เขาขมวดคิ้ว “กูไม่ได้เป็นลม ปล่อย~”

อคิราห์ก้มลงมอง “อย่าดิ้น..ไอ้สัตว์ คิดว่ากูพิศวาสอยากอุ้มมึงหรือไง”

..เห็นไหม..ไม่ทันไรโดนด่าอีกแล้ว..

“ก็กูเดินเองได้ กูมีขา!

“ไอ้หอยทาก! หุบปากแล้วอยู่เฉยๆเถอะมึงอ่ะ” อคิราห์ด่า พากลับไปที่ห้องสโมสรนักศึกษา “ควายจริงๆเลยไอ้โง่ เสือกเอาหน้าไปรับลูก คิดได้ไง”

“ฮื่ออ..ไม่ด่ากูสักวันจะอกแตกตายไหมเชี่ยเอ๊ะ”

ร่างสูงหลุบตามองคนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาหัวเราะหึ พอเขาเงียบ ไม่ต่อว่าอะไรมัน ไอ้กลอยก็เงียบตาม แต่ถ้าเขาด่า มันจะมีปฏิกิริยาทันที

ง้องแง้ง เงอะงะ งอแง งี่เง่า งู่งี่ สารพัดตัว ง.

พอถึงสโม อคิราห์ก็วางตัวเพื่อนลงที่พื้น ให้มันเอนหลังพิงผนัง กรกฎคลำหน้าตัวเอง รู้สึกว่ามันจะต้องปูดออกมาแน่ๆ..เวรจริงเลย

“ตาแตกหรือยังมึง”

“จะแตกเพราะมึงถามนี่แหละ” กรกฎบ่น “เจ็บอ่ะ”

“ขอกูดูหน่อย” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เสียงนั้นดูเป็นห่วงมาก

“ห้ามตบซ้ำนะ” เขาโอด ไอ้เอ๊ะชอบเล่นพิเรนทร์ เขาไม่ไว้ใจ

“ไอ้ห่ากลอย ถึงกูจะทะลึ่ง แต่กูรู้กาลเทศะ”

อย่างมึงมีด้วยหรือวะ..เขาด่าอุบอิบ

“ไหน..เงยหน้าหน่อย กูจะดูให้ว่ามีเลือดคั่งในตาหรือเปล่า”

“จริงอ่ะ..ไม่มีมั้ง” กรกฎมองอย่างตื่นๆ

“หันมาทางกู” อคิราห์แค่แกล้งแหย่ให้มันตกใจไปอย่างนั้นเอง

ใครอีกคนนั่งนิ่ง พอถูกสั่งให้มองหน้า เขาก็มองตาม ไอ้เอ๊ะขยับมาใกล้ มันนั่งชันขากับพื้น ร่างที่สูงกว่ามากโน้มลงต่ำ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไม่วาง

กรกฎนั่งเหม่อเพราะความเจ็บ ปล่อยให้อีกฝ่ายสำรวจไปทั่วใบหน้า เนื้อตัวของเพื่อนเปียกชุ่มเพราะความร้อน ลมหายใจระอุแต่สดสะอาดรินรดอยู่ข้างแก้ม ห่างกันแค่คืบ เขาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวมัน

“เอ๊ะ..” เขาพึมพำขึ้นมา “มึงใช้น้ำหอมอะไร”

          อคิราห์ชะงักไปครู่ “ถามเชี่ยอะไรเนี่ย แอบดมตัวกูหรือวะ!

          กรกฎร้อนผ่าวทั่วหน้า “เปล่านะเว้ย! ใครจะอยากดมมึง”

          “เออ! ดีแล้ว พูดซะกูขนลุกเลยสัตว์”

          “เชี่ยเอ๊ะ” เขาก่นด่า “ถามแค่นี้ก็หาเรื่อง”

          อคิราห์ผลักหัวเพื่อนเบาๆ ไอ้กลอยร้องโอด เขาเลยต้องขอโทษ

          “ก็บอกว่าอย่าแกล้งๆ”

          “เจ็บนิดหน่อย สำออยนักนะมึง” เด็กหนุ่มผละออกมา

          “เลือดออกไหม”

          “ออก..ไหลทะลักออกมาจนท่วมทุ่งข้าวสาลีเลย”

          “ไอ้เลวเอ๊ะ~” กรกฎโวยวาย ยกมือกุมตา “กูเจ็บอยู่นะ~”

          อคิราห์หัวเราะในลำคอ สักพักหนึ่ง จิณณ์กับเนรัญที่ไปซื้อแผ่นประคบกับยาก็กลับมา อินทัชไปซื้อน้ำเปล่ามาให้ พวกนั้นเข้ามาในสโม

          ทุกคนรุมล้อมไอ้กลอยเหมือนน้องน้อย แต่จะว่าไป กรกฎก็เป็นเหมือนลูกคนสุดท้องของกลุ่มจริงๆนั่นแหละ มีแต่คนโอ๋..ยกเว้นเขา

          อคิราห์ถอยออกมา ปล่อยให้พวกนั้นประคบบวมให้คนเจ็บ

          “มึงรังแกอะไรไอ้กลอยอีกเอ๊ะ มันบ่นไม่หยุดเลยเนี่ย” จิณณ์ถาม

          “หนวกหูชะมัด” อินทัชส่ายหัว

          เนรัญเห็นดีตาม “ทีหลังพวกมึงก็อย่าปล่อยมันอยู่ด้วยกันสองคนสิ”

          “เอาเข้าไป” อคิราห์เหยียดปาก “กูไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ไม่ยอมบอกมันว่ากูใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรเท่านั้นเอง มันก็เลยงอแง งี่เง่าตามปกติ”

          “โอ๊ย~ ใครอยากรู้เรื่องของมึงล่ะ ไม่บอกก็ไม่ต้อง สนไหม~”

          คนฟังหัวเราะหึๆ เลื่อนประตูออกไปจากห้อง

          Hugo Boss ถ้าอยากใช้ก็มาเอาที่บ้านกู”

          “กูไม่อยากใช้~” กรกฎโวย เพื่อนอีกสามคนต้องบอกให้นอนนิ่งๆ

          อคิราห์นึกขำ เดินออกมานั่งรับลมด้านหน้า ระหว่างที่พวกนั้นวุ่นวายกันข้างใน เขาก็ดึงปกเสื้อตัวเองขึ้นมา ปลายจมูกโด่งซุกลงกับเนื้อผ้า

          ..กะแล้ว..ว่ากลิ่นนี้มันใช้ได้..

 




เย็นวันนั้น อคิราห์เป็นคนอาสาไปส่งเพื่อนที่หอ ด้วยเหตุผลที่ว่าอินทัชต้องรีบกลับไปหาน้องชายอีกสองคนที่ห้อง จิณณ์มีบ้านอยู่ไกลที่สุด และเนรัญก็ติดธุระ

          “ถ้าไอ้เอ๊ะไปส่ง กูกลับเองได้นะ” กรกฎประท้วง เขากลัวว่าระหว่างทางจะถูกมันกัดจนพรุนอีก คนยิ่งเจ็บๆอยู่ ไม่มีอารมณ์มานั่งด่ากับมันหรอก

          “เรื่องเยอะนักนะไอ้เต่า” อคิราห์โยนแว่นขาหักใส่ตักมัน “ตาบอดแล้วยังจะท่ามากอีก กูมีน้ำใจขนาดนี้ มึงต้องรีบโผมาไหว้ขอบคุณแนบอกกูต่างหาก”

          “รอกูตายก่อนเถอะ~”

          เขาเลยดีดหน้าผากมันไปหน บุญนักหนาแล้วที่ไม่ตบหัวคว่ำ

          “โอ๊ย~ กูเจ็บอยู่นะ”

          จิณณ์เห็นเพื่อนสองคนตั้งท่าใส่กันเลยอาสาตัดปัญหาให้ “กูไปส่งเอง”

          “บ้านมึงอยู่ถึงศาลายาเลยไม่ใช่หรือไง” อคิราห์ท้วง

“เออ..อยู่ไกลแต่ไปได้ แว้บแป๊บเดียว ไม่นานหรอก”

          “เพื่อนจิน..ไปส่งกูหน่อย” กรกฎหันมาขอ “ไม่อยากไปกับไอ้เชี่..” ไม่ทันขาดคำ โดนมันเขกหัวอีกแล้ว นี่ขนาดเจ็บตัวนะ “ไอ้เอ๊ะ~”

          อคิราห์มองนิ่งๆ “ทำตัวน่ารำคาญนะมึงน่ะ ไอ้จินบ้านมันไกล”

          “จินไม่เดือดร้อนสักหน่อย มึงเดือดร้อนแทนทำไมล่ะ”

          “ไปกับกูแล้วจะขาดใจตายหรือไง”

          “เออ~” ตอบแล้วก็ต้องยกมือขึ้นป้องหัวเพราะกลัวถูกตบอีก

          “หุบปากแล้วไปเรียกแท็กซี่ กูจะพากลับเอง ไอ้คุณหนูเรื่องเยอะ”

          “จิน~” กรกฎร้องเรียกเพื่อนอีกคน

          จิณณ์เห็นแล้วได้แต่ส่ายหัว เนรัญขอแยกตัวออกไปก่อนเพราะนัดพี่สาวไว้ อินทัชเองก็ต้องรีบกลับ เลยเหลือแค่พวกเขาสามคน

          “กูพามันไปได้จิน..มึงกลับเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านค่ำ” อคิราห์บอก

          “กูไปเป็นเพื่อน พวกมึงอยู่ด้วยกันทีไร ทะเลาะกันทุกที ไปโวยวายในรถ เดี๋ยวเขาก็ไล่ลงหรอก” เขาตัดบทด้วยการคว้าแขนกรกฎไปเรียกรถ

          อคิราห์ยักไหล่ เดินเอื่อยๆตามไป พอขึ้นแท็กซี่ได้ ไอ้จินก็ให้เขาขึ้นไปนั่งก่อน ตัวเองคั่นตรงกลาง ปิดท้ายด้วยไอ้กลอย คงกลัวจะโวยใส่กันอีกล่ะมั้ง

          “เป็นยังไงบ้างกลอย ยังเจ็บไหม” จิณณ์หันมาถาม

          “มันตึงๆอ่ะ”

          “ไหน..ขอดูหน่อยครับ” เขาจับใบหน้าของเพื่อนให้หันมา

          กรกฎนั่งนิ่ง มือของจิณณ์อ่อนโยนมาก เบาแรง ซ้ำยังเต็มไปด้วยความห่วงใย เขาเผลอกลั้นหายใจไปครู่กับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความอุ่นละมุน

          “ตอนนี้ยังดูไม่มีอะไร แต่ถ้าเจ็บมาก โทรหากูนะ”

          อคิราห์นั่งพาดแขนกับขอบประตูรถ ขาที่ไขว่ห้างอยู่กระดิกยิกๆ เขาทักขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “โทรหามึงแล้วมึงจะถ่อมาจากพุทธมณฑลหรือไง”

          “นั่นสิ” กรกฎหัวเราะเบาๆ “แค่นี้เอง ไม่เป็นอะไรหรอก”

          “โทรหากูนี่” อคิราห์บอก “อ้อ..ไม่ใช่ว่ากูใจดีนะ แค่อยากช่วยเอาบุญ”

          “ถ้างั้นก็ไม่ต้องมาช่วยเลย”

          “ไม่ได้ดิ เกิดตายห่าคาห้อง สงสารเพื่อนในหอมึงบ้าง”

          “เชี่ยเอ๊ะ~”

จิณณ์ถอนหายใจกับเพื่อนสองคน เขาเอาเข่ากระทุ้งให้ไอ้เอ๊ะหุบปากก่อนที่ลุงคนขับจะไล่พวกเขาลงจากรถกันหมด “แว่นมึงหักนี่กลอย”

กรกฎรับแว่นสายตาคืนมา “งานเข้าแล้ว”

“จะไปตัดใหม่ไหม แถวบ้านกูมีร้านแว่น” อคิราห์เสนอ

“เพื่อนจิน..ถ้าว่างพาไปหน่อยดิ” แต่ก็ถูกกรกฎมองเมินโดยสิ้นเชิง

“อือ..พรุ่งนี้จะพาไป” จิณณ์ขยี้หัวเพื่อนเบาๆ

อคิราห์เหยียดปาก ขี้เกียจจะพูดเลยหันออกนอกหน้าต่างรถ

สักพัก พวกเขาก็มาถึงหอของกรกฎ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนัก มีอยู่ประมาณห้าชั้น และกรกฎก็ดันเลือกอยู่ชั้นที่ห้าของหอที่ไม่มีลิฟท์เสียด้วย

“กูว่ามึงควรหาหอใหม่” อคิราห์บ่น “อยู่ชั้นห้า เหนื่อยจะตายห่า”

“กูไม่เดือดร้อนนี่ เดินขึ้นลงปกติ” กรกฎเดินตามจิณณ์ที่คอยจูงมือ

“แต่กูเห็นด้วยนะกลอย” จิณณ์เสนอ “จริงๆมึงมาอยู่คนเดียว กูไม่ค่อยเห็นด้วย เวลาปวดหัวตัวร้อน ใครจะคอยดูแลวะ ยิ่งแป้กง่ายอยู่”

“ถ้าได้หอใหม่ราคาถูกกว่านี้ก็ดี แต่มึงจะมาเป็นรูมเมทหรือไง”

“ก็ได้นะ กูเองก็เดินทางไปกลับไม่ค่อยไหวเหมือนกัน”

อคิราห์เหลือบมอง เขาแค่นเสียงในลำคอ

“เป็นอะไรวะไอ้เอ๊ะ” จิณณ์ถาม

“ฝุ่นมันเยอะ” เขาตอบสั้นๆ

ขึ้นมาถึงห้องกรกฎ อคิราห์เป็นคนไขกุญแจให้เพราะไอ้กลอยตาพร่ามัว ไอ้นี่เป็นสายแว่นขนาดหนัก เรียกว่าถอดออกเมื่อไรเป็นตาบอดเมื่อนั้น

“มึงเข้าไปอาบน้ำไป ไม่ต้องล็อคกลอนนะ กูจะรอ” จิณณ์บอก

“ไม่เป็นไรหรอก พวกมึงกลับกันเถอะ มาส่งแค่นี้ก็ขอบคุณแล้ว”

“มึงไปอาบน้ำ” อคิราห์ย้ำ “เกิดตาเซ่อแล้วสะดุดล้มหัวแตกในห้องน้ำ พวกกูจะได้เข้าไปช่วยทัน ยิ่งซื่อบื้อๆอยู่ ไม่มีแว่นนี่ยิ่งเบ๊อะอีกสองเท่า”

กรกฎทำปากยู่ เดินลากขาไปหยิบชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวมา

“จะแดกอะไร” อคิราห์ถามห้วนๆ

“อยากกินผัดไทย แต่เดี๋ยวไปซื้อเองก็ได้”

จิณณ์ส่ายหัว “เดี๋ยวกูไปซื้อให้ จะซื้อยามาเผื่อด้วย” เขาเดินไปที่ประตู “เอ๊ะ..ฝากดูมันหน่อยนะ อย่ากัดกันจนตายล่ะ”

อคิราห์รับปาก นั่งรอไอ้กลอยอาบน้ำอยู่หน้าเตียงมัน

เขามองสำรวจรอบๆ มาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยได้อยู่กับมันสองคน ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะอยู่ด้วย ห้องที่เล็กอยู่แล้วเลยยิ่งแคบลงไปถนัดตา

ไอ้กลอยไม่ได้เป็นคนเรียบร้อยนัก ข้าวของวางระเกะระกะ เขาเห็นแล้วนึกรำคาญจนต้องไปช่วยจัดนั่นเก็บนี่ เสื้อผ้าบางตัวถอดแล้วทิ้งส่งเดช ต้องช่วยหยิบมาคลี่แล้วใส่ตะกร้าไว้รอซัก รองเท้าผ้าใบเหม็นเฉ่าของมัน เขาเตะออกไปไว้นอกประตู ไม่น่าเชื่อว่าจะสกปรกขนาดมีซากแมลงสาบอยู่ด้วย

“ไอ้ห่ากลอย..ไอ้ซกมก หน้าตาก็น่ารัก แต่โสโครกฉิบหาย”

“เชี่ยเอ๊ะบ่นอะไร กูได้ยินนะ”

“ด่ามึงไงไอ้เตี้ย” เขาเตะกางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดของมันไปลงตะกร้า นับว่าเป็นไนซ์คิกที่สวยงาม “ทำความสะอาดซะบ้าง!

“กูอยู่ได้ ไม่เดือดร้อน มึงเดือดร้อนก็ไม่ต้องมา”

“ควาย” เขาบ่น “ใครได้มึงเป็นแฟน กลุ้มใจตายห่า”

“เออ! เรื่องของแฟนกูในอนาคต ไม่ใช่เรื่องของมึง~”

อคิราห์หัวเราะในลำคอ “มั่นนักนะสัตว์ คิดว่าหาได้ง่ายๆหรือไง”

กรกฎเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาเปิดประตูออกมาในสภาพหัวหูดูยุ่งเหยิง หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วเส้นผม เนื้อตัวเปียกชุ่ม ไม่เช็ดให้ดีก็ใส่ชุดนอนแล้ว

ใครอีกคนนิ่งไปครู่ เสื้อนอนเนื้อบางที่ซื้อส่งๆตามตลาดนัดราคาชุดละร้อยบาท เปียกน้ำจนแนบลู่ไปกับผิวขาว ตัวเล็กจิ๋วบ่นกระปอดกระแปดระหว่างตากผ้าเช็ดตัวที่ระเบียง เขาเงียบไปตอนที่มันก้าวผ่าน กลิ่นสบู่อ่อนๆลอยกรุ่น

          “ทำไมไม่เช็ดหัว” เขาถามเสียงห้วน

          “ยุ่งน่า” กรกฎนั่งขัดสมาธิกับพื้น เอากระจกมาส่องหน้าที่รู้สึกตึงๆ

          อคิราห์ขมวดคิ้ว เดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนที่พาดอยู่ตรงเก้าอี้ แต่เขาไม่ได้เช็ดให้มันหรอก เพียงแค่โยนไปโปะหัวแล้วสั่งให้มันเช็ดผมเองเท่านั้น

          “ยุ่งกับกูจังเลยโว้ย”

          “กูไม่ได้อยากยุ่ง แต่ถ้ามึงไม่สบาย ไอ้ห่าจินก็จะถ่อมาจากบ้านมาดูแลมึงอีก!” เขาว่าเสียงดุ “จะงอแงก็ให้มีขอบเขต คนอื่นเขาไม่ได้ว่างตลอด”

          กรกฎอ้าปากค้าง เถียงไม่ได้เลยได้แต่หน้ามุ่ย “ด่าเป็นพ่อเลยมึง”

          อคิราห์หัวเราะหึ บังคับทางสายตาให้มันเป่าผมจนแห้ง

          เสียงโทรศัพท์ดัง ไอ้จินโทรเข้าเครื่องเขา มันบอกว่าไม่มีผัดไทย มีแต่ข้าวต้มกับน้ำเต้าหู้ ถ้ากินได้จะซื้อมาให้ ถ้ากินไม่ได้คงต้องเดินไปดูซอยอื่น

          “แดกๆไปเถอะไอ้กลอย อย่าเรื่องมาก”

          กรกฎก่นด่าในใจ เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย “เอาข้าวต้มหมูก็ได้ กับน้ำเต้าหู้ถุงหนึ่ง” ปกติก็กินทุกคืนอยู่แล้ว “ใส่ลูกเดือยกับแมงลักนะ”

          อคิราห์ถอนใจ เขาบอกจิณณ์แล้วตัดสาย ร่างสูงดูนาฬิกา เห็นว่าไอ้กลอยอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจะได้กลับสักที

          “เดี๋ยวไอ้จินเอาข้าวขึ้นมาให้ กูกลับล่ะนะ”

          “เออ..จะไปไหนก็ไป ชิ่วๆ”

          “ไอ้เชี่ยนี่..ช่วยแล้วยังไม่สำนึก”

          “ใครขอ~” เถียงแล้วก็ยกมือกุมหัวอีกรอบ แม้ว่ามันจะไม่ได้ตบก็ตาม

          อคิราห์ปรายตามอง เขาไม่ได้ด่าอะไรตอนที่เดินออกจากห้องไป กรกฎชูนิ้วกลางตาม ไม่รู้ทำไมเห็นมันแล้วหมั่นไส้ ต้องเป็นไม้เบื่อไม้เมากันด้วย

          เขานั่งรอจิณณ์อยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นจนตาปรือ ในห้องนี้ไม่มีทีวี มีแต่โน้ตบุ๊คกับอินเตอร์เน็ตที่ช้าเป็นเต่า พอนั่งให้พัดลมจ่อสักพัก กรกฎก็หาวหวอด

          เจ้าตัวปีนขึ้นเตียง ตั้งใจว่าจะนอนงีบสักพัก ประตูห้องไม่ได้ล็อค เดี๋ยวจิณณ์จะเข้ามาไม่ได้ และห้องนี้ก็ไม่มีอะไรให้ขโมยนอกจากเชื้อรากับขนมปังเน่า

          กรกฎนอนหงาย ไม่ให้เผลอทับไปทางซีกหน้าที่ถูกลูกบาส ลมเย็นๆพัดโกรก สักพักก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

          นานเท่าไรไม่รู้ ได้ยินแต่เสียงประตูที่เปิดเข้ามา เขาปรือตามอง แต่สายตาพร่าเลือนเห็นแค่เงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่เท่านั้น

          แสงไฟกลางห้องสะท้อนอยู่เบื้องหลัง ใครคนนั้นวางถุงข้าวต้มในมือลง กรกฎพยายามจะยันตัวลุก อยากเรียกชื่อเพื่อน แต่เขาไม่มีแรง เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น คล้ายจะสะลึมสะลืออยู่ในความฝัน

          ..จินใช่ไหม..คงใช่สินะ..ส่วนสูงแบบนี้..รูปร่างแบบนี้..

          ..วางข้าวแล้วกลับเลยก็ได้..เดี๋ยวถึงบ้านดึก..

          กรกฎได้แต่นึกในใจ นัยน์ตาปรือปรอยเพราะความง่วงงุน

          ผู้ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก็หมุนตัวกลับ คนนอนบนเตียงค่อยๆปิดตาลง เคลิ้มฝัน หูแว่วเสียงกดล็อคประตู คิดว่าจิณณ์คงจะกลับแล้ว

          แต่ครู่เดียว..ฟูกข้างตัวของเขาก็ยวบลง กรกฎรู้สึกแปลกใจ

          ไออุ่นร้อนจากผิวกายของคนโน้มลงใกล้ เขานอนแข็งทื่อ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดช่วงแก้ม จากนั้น..สัมผัสเบาหวิวเหมือนขนนกก็ปัดผ่านมาที่ปาก

          กรกฎชะงักค้างเมื่อนึกรู้ว่าสิ่งนั้น..คือ จูบ

          จูบนั่น..เบามากจริงๆ เบา..และนุ่มนวล อ่อนหวานในที

          เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นมา ได้แต่นอนสับสน จนเผลอหลับลึกถึงตอนเช้า

          ..ท่ามกลางความมึนงง เขาเกิดคำถามมากมาย..

..จิณณ์จูบเขาทำไม..










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.081K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,093 ความคิดเห็น

  1. #2078 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 14:28
    ดูท่าคงไม่ใช่จิณแล้วแหละ // มาแนวไม้เบื่อไม้เมาซะด้วย น่ารักดี แต่ดูท่าจะเหม็นขี้หน้ากันน่าดูเลยนะ กลอยนี่คือเลี่ยงได้เลี่ยงเลย แต่ก็ชอบกวนเขา
    #2,078
    0
  2. #2076 Nantha_one (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 19:51
    พี่โอ๊ตคิดถึงนะ
    #2,076
    0
  3. #2055 aliskyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:55
    คิดว่าไม่ใช่จิณณ์ เอ๊ะแอบชอบกลอยป่ะ
    #2,055
    0
  4. #2034 PCB614 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 22:55
    ใช่จิณณ์จริงหรอ? คิดว่าไม่นะ ต้องคน-คนนั้นแน่ ๆ
    #2,034
    0
  5. #2016 blueeyes111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 13:04
    เอ๊ะแน่ๆ ไม่ใช่จิณณ์หรอก
    #2,016
    0
  6. #2004 Haruma_Hunsei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:15

    จุมพิศนั้นเอ๊ะใช่มัย


    ว่าแต่พี่โอ๊ตค่าคิดถึงงงงงงงงง

    #2,004
    0
  7. #1989 Belllleb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:40
    มีพี่โอ๊ตโผล่มาด้วย กรี๊ดดด
    #1,989
    0
  8. #1970 Hare-Akira (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 12:22
    เอ๊ะใช่ไหมมมมท
    #1,970
    0
  9. #1954 Nuthathai Por (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 13:38

    แน่ใจว่าใช่จิณณ์

    #1,954
    0
  10. #1934 MyJS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 15:39
    อ้าวๆ นั่นคือจุมพิตเจ้าชายท่านใด
    #1,934
    0
  11. #1927 blankmode (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 02:19
    ดิฉันว่าต้องม่าแน่
    #1,927
    0
  12. #1921 psirikwan43 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:36
    เอ๊ะนี่ชอบกลอยแต่มาทางสายแกล้งสินะ
    #1,921
    0
  13. #1900 🤘🏻🍑 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:16
    นุ่มนวลขนาดนี้ ถ้าเป็นเอ๊ะ ก็ทำไมต่อหน้าไม่แบบนี้บ้างคะ มันคันปากแน่ๆต้องทะเลาะกันตลอด น่ารักกกกก
    #1,900
    0
  14. #1886 withfluffyp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:28
    นึกว่าผีอำ555 ฮือ ไม่ใช่จินหรอก เอ๊ะแน่ๆ
    #1,886
    0
  15. #1866 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 11:30
    กลอย! พี่ว่าคนที่ลักจูบเธอคือเอ๊ะ กลอยอย่าเข้าใจผิดซี่
    #1,866
    0
  16. #1846 heykiki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 23:48
    ใช่จิณณ์เหรอ ช้านว่าเอ๊ะ
    #1,846
    0
  17. #1741 PloypailinB. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 23:39
    เอ๊ะแน่ๆเลยยย โหยๆ เขินนนยย
    #1,741
    0
  18. #1734 A-sujiGoZziii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 20:16

    เอ๊ะ! ไม่ใช่คำอุทาน แต่เป็นคนที่จูบกลอย!

    #1,734
    0
  19. #1702 swich_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:45
    เอ๊ะแน่นอนนนนน
    #1,702
    0
  20. #1677 Nudear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 22:57

    ไม่น่าใช่จิณณ์นะ น่าจะเป็นเอ๊ะมากกว่า นุ้งกลอยยยย น่าร้ากกกก

    #1,677
    0
  21. #1661 พี่รักน้องยองแจ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:27
    เอ๊ะแน่ๆ
    #1,661
    0
  22. #1660 asnmaok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 22:50
    จินเหรอ ไม่น่าใช่
    #1,660
    0
  23. #1647 exolbenben (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:10
    หนูววววนั่นไม่ใช่จินรูกกกก
    #1,647
    0
  24. #1638 Timtha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 13:48
    เอ๊ะแน่ๆ
    #1,638
    0
  25. #1608 Yesmyboy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 23:49
    จิณณ์จริงๆหรอ หรือเป็นเอ๊ะ
    #1,608
    0