nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

ตำนาน "ตรอกซุง"

เขียนโดย nextstep_10


เมื่อ วานนี้ผมเขียนไว้ในคอลัมน์ แนะนำหนังสือประจำวันเสาร์สั้นๆว่า ได้รับหนังสือที่มีประโยชน์มากเล่มหนึ่งจาก "ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ" สำนักพิมพ์มติชน ชื่อหนังสือ "ชื่อบ้านนามเมือง ในกรุงเทพฯ"

เป็น หนังสือที่ว่าด้วยที่มาที่ไปของ  ถนน  สะพาน วัด คลอง แยก และย่านต่างๆ ในกรุงเทพมหานครของเรานี่แหละครับอ่านแล้วก็ทำให้รู้ว่า ทำไมถนนนั้นจึงชื่ออย่างนั้น สะพานนี้จึงชื่ออย่างนี้ รวบรวมเรียบเรียง โดย คุณ ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย

ที่สำคัญมากก็คือ ความเป็นมาเป็นไปต่างๆเหล่านี้ หากไม่มีการจดบันทึกไว้ วันใดวันหนึ่งก็อาจจะสูญหายไปได้

อนุชน รุ่นหลังๆก็จะไม่มีทางทราบได้เลยว่า เหตุใดบริเวณนั้นจึงชื่อเช่นนั้น บริเวณนี้จึงชื่อเช่นนี้ ทำนองเดียวกับเรื่องราวหลายๆเรื่องที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยจนถึงบัดนี้

นอก จากจะชื่นชมและขอบคุณผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้แล้ว เผอิญผมมีความหลังอยู่กับตรอก 2 ตรอก... เป็นความหลังที่เนิ่นนานมาก แต่ไม่เคยรู้เลยว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ตรอกแรกคือ "ตรอกโรงไหม" ถนนพระอาทิตย์ ครับ

ตรอกโรงไหมที่ว่านี้ จะอยู่ตรงข้ามกับวิทยาลัยนาฏศิลป์ หรือเยื้องๆร้านอาหารท่านํ้าของสโมสรกรุงเทพมหานครมาหน่อยหนึ่ง

เรียก ว่าถ้าเราขับรถเลี้ยวเข้าถนนพระอาทิตย์ ทางด้านที่มาจากสนามหลวง หรือโรงละครแห่งชาติปุ๊บ จะถึงตรอกโรงไหมทันที (อยู่ทางฝั่งขวามือ) เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ในตรอกโรงไหมจะเป็นที่ตั้งของค่ายมวย "วรวุฒิ" ซึ่งมี ผุดผาดน้อย วรวุฒิ ยอดนักชกรูปหล่อเป็นนักมวยเอกประจำค่าย

เลย ไปหน่อยจะเป็นหอพัก ชื่อ "หอพักเวช-ธรรม" ซึ่งผู้อยู่อาศัยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นนักศึกษา ธรรมศาสตร์ หรือไม่ก็คนทำงานที่จบธรรมศาสตร์แล้ว แต่ยังไม่มีปัญญาซื้อบ้านเลยต้องอยู่หอพักต่อ

ทะลุตรอกออกไปอีกซีกหนึ่งจะเป็นบริเวณ โรงกษาปณ์ ซึ่งสมัยก่อนจะมีโรงอาหารที่มีชื่อเสียงมาก ข้าวแกงถูก โอเลี้ยงถูก...โดย เฉพาะโอเลี้ยงโรงกษาปณ์แก้วขนาดยักษ์ สนนราคาเพียงแค่ 50 สตางค์ ก่อนจะขึ้นเป็น 75 สตางค์ และ 1 บาท ในภายหลังเป็นที่เลื่องลือทั่วกรุง


ช่วง เรียนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ ผมอยู่ประจำที่หอพักแห่งนี้ จึงมีความคุ้นเคยกับตรอกโรงไหม ตลอดจนย่านถนนพระอาทิตย์ ย่านวัดชนะสงคราม และหลังโรงกษาปณ์เป็นอย่างดียิ่ง

แต่ผมก็ไม่เคยรู้ มาก่อนเลยว่า ทำไมตรอกที่หอพักของผมตั้งอยู่จึงมีชื่อว่า ตรอกโรงไหม... จนกระทั่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้...ซึ่งบันทึกไว้ว่า

ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ปรากฏหลักฐานว่ามี โรงไหมหลวงอยู่ 2 โรง โรงหนึ่งอยู่บริเวณใกล้สะพานช้างโรงสี ริมคลองคูเมืองเดิม  อีกโรงหนึ่งอยู่ใกล้บริเวณวังหน้า โรงที่ใกล้สะพานช้างโรงสีเลิกกิจการไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว คงเหลือแต่โรงไหมใกล้วังหน้า เป็นที่ทอพระภูษาทรงพระเจ้าอยู่หัว และทอผ้าสำหรับพระราชทานเจ้านายและข้าราชการ

อย่างที่เรียกกันว่า ผ้าสมปัก มีเจ้าคุณหญิงเป้าธิดาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ เป็นผู้ กำกับการควบคุมการผลิตพระภูษาทรงและผ้าสมปักตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเลิกกิจการ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบข้าราชการมาเป็นผ้าม่วง และผ้าอื่น ๆ ซึ่งนิยมใช้ผ้าที่สั่งจากต่างประเทศ

โรงไหมหลวงจึงเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยนั้น ใช้เรียกเป็นชื่อสถานที่ใกล้เคียง

เช่น ถนนโรงไหม คือถนนที่อยู่ริมคลองคูเมืองตัดผ่านโรงไหมหลวง ต่อมาเมื่อมีการปรับปรุงเป็นถนนสมัยใหม่ และบริเวณนั้นไม่มีโรงไหมตั้งอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ถนนเจ้าฟ้า ตามความเหมาะสม

ส่วนชื่อ คลองโรงไหม นั้น ปรากฏว่ามี 2 คลอง คือคลองที่ขุดแยกจากคลองรามบุตรี หลังวัดตองปุ ปัจจุบันคือวัดชนะสงคราม มาออกคลองคูเมืองเดิมข้าง ๆโรงกษาปณ์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังใช้เรียกชื่อคลองคูเมืองเดิม ตอนที่ผ่านโรงไหมหลวงนี้ว่า คลองโรงไหม เช่นกัน ต่อมาเมื่อถมคลองต่าง ๆ และปรับที่สร้างอาคาร โรงเรือน เกิดเป็นตรอกซอกซอยขึ้นมาหลายแห่งในบริเวณดังกล่าว

เพื่อ เป็นการรักษาเรื่องราวในอดีตให้คงอยู่ กรุงเทพมหานครจึงตั้งชื่อตรอกแห่งหนึ่งในบริเวณโรงไหมหลวงว่า "ตรอกโรงไหม" ด้วยประการฉะนี้
ภาพนี้สันนิษฐานว่าเป็นตลาดบางรัก
ภาพนี้สันนิษฐานว่าเป็นตลาดบางรัก


ครับ! ผมอาศัยอยู่ในตรอกนี้มาตั้งนานเพิ่งจะรู้ที่มาที่ไป ตอนแก่ตัวแล้วนี่เอง

เมื่อ 4-5 ปีก่อนผมเคยแวะไปเยี่ยมเยียนหนหนึ่ง พบว่าหอพักที่ผมเคยอยู่ถูกรื้อสร้างใหม่เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ประเภทเกสต์เฮาส์มีฝรั่งมังค่าที่หลามมาจากถนนข้าวสารเช่าอยู่เต็ม ค่ายมวย "วรวุฒิ" และบ้านอื่น ๆ ที่ผมคุ้นเคยก็หายไปหมดสิ้น รวมทั้งบ้านป้าหลังหอที่ผมเคยผูกปิ่นโตแบบเซ็นได้ (2-3 เดือนจ่ายที) ก็หายไปเช่นกัน

สำหรับตรอกอีกตรอกหนึ่งที่ผมมีความผูกพันพอสมควร ได้แก่ "ตรอกซุง" ที่บางรักโน่นครับ

เหตุที่ผูกพันไม่ใช่เพราะผมเคยไปอยู่อาศัยอะไรหรอก แต่เป็นเพราะผมชอบรับประทานข้าวขาหมู และเป็นแฟน "ข้าวขาหมูตรอกซุง" มานานพอสมควร

ทุก วันนี้เวลาคิดถึงก็มักจะนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีสะพานตากสิน แล้วก็เดินย้อนมาที่ตรอกซุงบางรัก รับประทานข้าวขาหมูที่ยังคงเปิดร้านอยู่สัก 1 จาน พอให้หายคิดถึงอยู่เสมอ ๆ (ไม่กล้ารับประทานมาก เพราะหมอห้าม)

ตำนานตรอกซุง ในหนังสือเล่มนี้เขียนไว้ว่า

"ในบริเวณ (บางรัก) เคยมีคลองเล็ก ๆ ไหลผ่านไปสู่แม่นํ้าเจ้าพระยา ซึ่งครั้งหนึ่งมีผู้พบต้นรักขนาดใหญ่ อย่างที่เรียกว่าต้นซุงจมอยู่ในคลองนั้น ความใหญ่ของไม้รักที่พบครั้งนั้นเป็นที่สงสัย และเล่าลือกันถึงที่มา แต่ก็ไม่มีผู้ใดทราบว่าซุงไม้รักนั้นมาจากไหน"

"ต่อมาครั้งใดที่เอ่ยถึงสถานที่บริเวณนั้นก็จะใช้ชื่อ ไม้รัก เป็นที่หมาย เมื่อเวลาผ่านไปคำเรียกไม้รัก ไม่เป็นที่รับรู้ของคนรุ่นหลัง ๆ จึงกลายเป็น บางรัก ไปในที่สุด ส่วนคลองที่พบซุงไม้รักนั้นเรียกกันติดปากว่า คลองต้นซุง ภายหลังเมื่อถมคลองกลายเป็นตรอก จึงเรียกว่า "ตรอกซุง"

ครับ! ได้คำตอบทั้งที่มาของ "บางรัก" และ "ตรอกซุง" ที่อยู่ในย่านบางรักในปัจจุบันไปพร้อม ๆ กัน แต่ตำนาน "ขาหมูตรอกซุง" คงต้องไปค้นหาจากที่อื่นครับ เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ บอกไว้...แฮ่ม!

Pac BootsNorth Face BootsBest Hiking BootsOakley BootsMountaineering BootsKeen BootsMens Dress BootsSorel Winter BootsMinnetonka BootsTall BootsMens Work BootsCoach BootsWomens Rain BootsEd Hardy BootsSnowmobile BootsDoc Martin BootsEngineer BootsMens Rubber BootsAustralian Ugg BootsPlus Size BootsToddler BootsHunter Wellington BootsLadies Motorcycle BootsBunny BootsRockport BootsAsolo Hiking BootsCold Weather BootsSweater BootsHunter Rain BootsPlatform BootsFake Ugg BootsGuess Teddie BootsFashion Rain BootsFrye Veronica Slouch BootsVasque Hiking BootsGothic BootsUggs Discount BootsBlackhawk BootsDress BootsTimberline BootsMukluk BootsFashion Western BootsLaredo Western BootsWomens Bogs BootsUgg Australia BootsFaux Fur BootsPink Cowboy BootsGirls In Rubber BootsDr Martens BootsDanner Work Boots

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น