nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

นักวิจัยไทยหา "โพรไบโอติค" ในนมแม่ ทำอาหารเสริมป้องกันมะเร็งลำไส้

เขียนโดย nextstep_10
Home TheaterSpeaker Of The HouseSpeakersHome TheaterIpod SpeakersWireless SpeakersOutdoor SpeakersComputer SpeakersSubwoofersCar SpeakersSpeakerWireless Outdoor SpeakersSpeaker StandsBose SpeakersJbl SpeakersInfinity SpeakersDj SpeakersHome Theater SystemsSpeaker WireSubwooferMini Cube SpeakersPa SpeakersParadigm SpeakersStereo SpeakersReplacement SpeakersWireless Speaker SystemsKlipsch SpeakersB&w SpeakersSound SystemsSpeaker RepairDigital Audio SpeakersEminence SpeakersHome TheatreMarine SpeakersMotorcycle SpeakersStandard SpeakerAudio SpeakersRussoundRock SpeakersSurround Sound SystemsIpod Nano SpeakersMp3 SpeakersHome Theater ProjectorsHome Theater PcLaptop SpeakersEnergy SpeakersHome AudioWireless Computer SpeakersHome Theater DesignHome Theater LightingBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlog

นักวิจัย ม.มหาสารคามร่วมกับ วว. ค้นหาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากน้ำนมเหลืองของแม่ลูกอ่อน พบแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ทนทานสภาวะเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้ดี หวังพัฒนาเป็นอาหารเสริมโพรไบโอติคที่เหมาะกับคนไทย ป้องกันมะเร็งลำไส้ ใช้รักษาโรคในระบบทางเดินอาหารแทนยาปฎิชีวนะ
       
       น. ส.วิรัชนีย์ แก่นแสนดี นักศึกษาปริญญาโท และ ผศ.ดร.ปริยาภรณ์ อิศรานุวัฒน์ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ ดร.สมพร มูลมั่งมี นักวิจัยฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศึกษา คุณสมบัติของเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มแลคติคแอซิดแบคทีเรีย ที่แยกได้จากน้ำนมเหลืองของคน เพื่อค้นหาแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติคสำหรับนำมาใช้ประโยชน์ใน อุตสาหกรรมอาหารและยาภายในประเทศ ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ของ วว. 
       
       ผศ. ดร.ปริยาภรณ์ กล่าวกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า จุลินทรีย์ในกลุ่มแลคติคแอซิดแบคทีเรียเป็นเชื้อ ที่พบได้ทั่วไปในอาหารประเภทหมักดองที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ก่อโรคได้ ซึ่งแลคติคแอซิดแบคทีเรียบางชนิดมีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติคที่มีคุณประโยชน์ ต่อร่างกายของผู้บริโภค
       
       "โพรไบโอติคที่ใช้ในอุตสาหกรรมบางส่วน เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่แยกได้จากอุจจาระของเด็ก และอาหารที่ทารกได้กินเป็นสิ่งแรก คือน้ำนมเหลืองจากแม่ ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าน้ำนมเหลืองนี้ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์และสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ และก็เชื่อกันว่าจุลินทรีย์ในน้ำนมเหลืองน่าจะมีบทบาทช่วยกระตุ้น ภูมิคุ้มกันด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่ค่อยมีใครศึกษาวิจัยถึงจุลินทรีย์ในน้ำนมเหลือง เราจึงทำการวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้เด็กมาจากน้ำนมเหลือง และเพื่อค้นหาสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่มีศักยภาพไปพัฒนาเป็นโพรไบโอติคใช้ใน อุตสาหกรรมอาหารและยา" ผศ.ดร.ปริยาภรณ์ อธิบาย
       
       ทีม วิจัยเก็บตัวอย่างน้ำนมเหลืองที่ได้จากมารดา ที่เพิ่งคลอดบุตรจากโรงพยาบาลมหาสารคามจำนวน 23 ราย แล้วนำมาแยกเชื้อแลคติคแอสิดแบคทีเรีย จากนั้นนำไปทดสอบคุณสมบัติของการเป็นแบคทีเรียโพรไบโอติค พบว่ามี เชื้อแลคติคแอซิดแบคทีเรียจากน้ำนมเหลืองหลายสายพันธุ์สามารถทนต่อสภาวะที่ เป็นกรดสูง ทนต่อสภาวะที่คล้ายน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และทนต่อเกลือน้ำดีที่ความเข้มข้นระดับหนึ่ง
       
       ฉะนั้น แบคทีเรียเหล่านี้จึงมีศักยภาพสามารถพัฒนาไปเป็นแบคทีเรียโพรไบโอติคเพื่อ ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ แลคโตบาซิลลัส เอสพี (Lactobacillus sp.) และ บิฟิโดแบคทีเรียม เอสพี (Bifidobacterium sp.) ซึ่งทีมวิจัยจะต้องศึกษาต่อไปอีก และคาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถคัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุดที่จะนำไปใช้ ในอุตสาหกรรมได้ โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเชื้อและการเก็บรักษา พัฒนาเป็นหัวเชื้อสำหรับอุตสาหกรรมนมหมักและอาหารหมักดอง
       "โพรไบ โอติคที่ใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นโพรไบโอติคนำเข้าจากต่าง ประเทศ ซึ่งหากเราสามารถพัฒนาการผลิตแบคทีเรียโพรไบโอติคได้เองในระดับอุตสาหกรรมจะ ช่วยลดการนำเข้าได้ และจุลินทรีย์โพรไบโอติคที่มาจากแหล่งกำเนิดดั้งเดิมในถิ่นนั้นๆ จะมีความจำเพาะและมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคในถิ่นนั้นมากกว่าด้วย" ผศ.ดร.ปริยาภรณ์ กล่าว
       
       นัก วิจัยยังให้ข้อมูลอีกว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้กันมากขึ้น จึงคิดว่าหากนำแบคทีเรียโพรไบโอติคที่แยกได้จากน้ำนมเหลืองมาพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือใช้ประโยชน์ทางด้านเภสัชแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ และช่วยลดปัญหาการดื้อยาของเชื้อโรคได้ด้วย
       
       อีก ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้และช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ด้วย เพราะแบคทีเรียโพรไบโอติคมีส่วนช่วยยับยั้งเอนไซม์บางชนิดในการเกิดมะเร็งลำ ไส้ และไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์เกลือน้ำดีในร่างกายที่ต้องใช้คลอเรส เตอรอลเป็นสารตั้งต้น ซึ่งในต่างประเทศมีการผลิตเชื้อโพรไบโอติคในรูปแบบแคปซูลสำหรับบริโภคเป็น อาหารเสริมหรือใช้แก้ปัญหาโรคในระบบทางเดินอาหารกันแล้ว.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอให้ อาจารย์ ปริยาภรณ์ ได้โพรไบโอติกที่ใช้สผมเป็นอาหารเสริมได้ เร็วๆน่ะครับ
ผมจะรอซื้อผลิตภัณฑ์ของอาจารย์น่ะครับ