nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

ศูนย์ซินโครตรอนทดสอบสถานีใหม่ฉลุย เดินหน้าศึกษาโครงสร้างนาโน

เขียนโดย nextstep_10
HatsHatsCat In The HatZoo York HatsHatNascar HatsCowboy HatsFree Fleece Hat PatternsRed Hat SocietyNew Era HatsRed HatStetson HatsCowboy HatDc HatsTop HatBaseball HatsTilley HatsThe Cat In The HatSun HatsStraw HatsThe History Of The Hard HatKentucky Derby HatsMens HatsGraduation HatZephyr HatsPanama HatsMedicine Hat NewsDog HatsFree Knitted Hat PatternsFedora HatsHard HatsInauguration HatsFitted HatsHurley HatsPirate HatNew Era Dc HatsTilley HatPanama HatKnit HatWestern HatsHard HatSeahawks HatsWomen'S HatsChef HatGolf HatsMen'S HatsLadies HatsCarhartt HatsRed Hat LinuxBlack HatBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlog
นักวิจัยศูนย์ซินโครตรอน ทดสอบสถานีใหม่ผ่านฉลุย เตรียมทดสอบการกระเจิงรังสีเอกซ์มุมเล็กๆ เพื่อศึกษาโครงสร้างระดับนาโนเมตร โดยสถานีลำแสงใหม่สร้างขึ้น เพื่อใช้งานด้านถ่ายภาพเอกซ์เรย์ สำหรับวิเคราะห์โครงสร้างวัสดุ สร้างภาพ 3 มิติโมเลกุล เอนไซม์ โปรตีน หรือตัวอย่างชีวภาพขนาดเล็กๆ อย่างแมลง มดคันไฟและยุง
       
       ระหว่างเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ใน กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยาม ครั้งที่ 6 ดร.ศุภกร รักใหม่ นักวิจัยจากส่วนปฏิบัติการกระแสงรังสีเอ็กเรย์มุมเล็ก (Small Angle X-ray Driffraction) ของสถาบัน ได้เผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า กำลังเตรียมทดลองลำแสงของสถานีบีมไลน์ที่ 2 (Beamline2) ซึ่งเป็นสถานีใหม่
       
       ทั้ง นี้ ทีมวิจัยได้ทดสอบสถานีใหม่ในเบื้องต้นแล้วเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 19.45 น. ของวันที่ 20 ต.ค.52 ที่ผ่านมา แม้ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนั้นยังพบปัญหาสำแสงไม่ตรง โดยการทดสอบที่ทำไปแล้วคือเช็คขนาดลำแสงที่ส่วนปลาย วัดความเข้มของแสง รวมทั้งวัดสารมาตรฐานซึ่งในที่นี้คือไททาเนียมไดออกไซด์ ที่ทราบตำแหน่่งของการกระเจิงดีอยู่แล้ว เพื่อดูว่ารูปร่างของการกระเจิงเป็นไปตามที่ควรจะเป็นหรือไม่
       
       การ ทดสอบลำแสงกับตัวอย่างมาตรฐานนั้นทีมวิจัยได้ศึกษาการมุมกระเจิงรังสีมุม กว้างคือ 60 องศา ซึ่งหัววัดกับตัวอย่างที่ใช้ทดสอบอยู่ใกล้กัน และต่อไปจะได้ลองปรับลำแสงให้แบคกราวน์ () หรือสัญญาณพื้นหลังมีสัญญาณรบกวนน้อยลง และศึกษาการกระเจิงที่มุมเล็กๆ 0-2 องศา เพื่อตัวขนาดตัวอย่างระดับนาโนเมตร
       
       สำหรับสถานี แห่งใหม่นี้ เป็นสถานีที่ให้บริการด้านการกระเจิงรังสีเอกซ์ (X-ray Scattering) ซึ่งใช้ประโยชน์ในด้านการถ่ายภาพรังสีเอกซ์ (X-ray Imaging) ซึ่งมีการประยุกต์ที่หลากหลาย อาทิ ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในของวัสดุ ที่ต้องการศึกษา และสร้างภาพสามมิติของวัสดุนั้นๆ ใช้ในการศึกษาทางด้านโบราณคดี เพื่อดูโครงสร้างและวิเคราะห์องค์ประกอบภายในโดยไม่ต้องทำลายตัวอย่างทาง โบราณคดี หรือใช้ดูรูปร่างสามมิติโมเลกุล โปรตีน หรือเอนไซม์ รวมทั้งดูโครงสร้างตัวอย่างทางชีวภาพอย่างแมลงตัวเล็กๆ ซึ่งมีตัวอย่างศึกษาโครงสร้างของมดคันไฟและยุง เป็นต้น
       
       “รังสี เอกซ์ที่ใช้เป็นรังสีเอกซ์ทุกความยาวคลื่น มีฉากรับภาพและหมุนตัวอย่างได้ 360 องศา ช่วยในการสร้างภาพสามมิติ และรังเอกซ์ของที่นี่มีความเข้มสูง และปลายลำแสงไม่บาน จึงได้ภาพที่คมชัด เราตั้งเป้าถ่ายภาพเส้นเลือดฝอยได้" ดร.ศุภกรกล่าว 
       
       ทีมวิจัยและวิศวกรได้เตรียมสร้างสถานีใหม่นี้เป็นเวลา 2 ปี โดยอุปกรณ์เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือคนไทย ซึ่งสถานีนี้เป็นสถานีที่ 4 ของสถาบัน และเนื่องจากใช้งบประมาณมากกว่าสถานีอื่นจึงสร้างขึ้นทีหลัง โดยใช้งบถึง 22 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายของปั๊มสุญญากาศ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกระจกคัดเลือกแสง ซึ่งเคลือบสารที่คัดกรองแสงในความยาวคลื่นที่ต้องการ
       
       " กระจกคัดเลือกแสงนั้น เป็นกระจกขนาด 5x20 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร เคลือบทังสเตนและโบรอนคาร์ไบด์ แบบฟิล์บางสลับชั้นของสารทั้งสองชนิดด้วยความหนาระดับอะตอม เป็นเทคโนโลยีผลิตกระจกที่ทำไม่ได้ในเมืองไทย ต้องนำเข้าจากสหรัฐฯ เรามีกระจกแบบนี้ 2 ตัวที่ปรับทำมุมกันเพื่อคัดเลือกความยาวคลื่นที่ต้องการ" ดร.ศุภกรกล่าว
       
       ทั้ง นี้มีเวลาในการศึกษาตัวอย่างละ 2-3 นาที โดยสถานีจะเปิดใช้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ โดยเบื้องต้นจะใช้เวลาทดสอบนาน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ได้เชิญนักวิจัยและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาทดลองใช้เพื่อปรับความพร้อมของเครื่อง ซึ่งได้ติดต่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่มีความร่วมมือกันระดับหนึ่งให้นำตัวอย่างมาทดสอบ
       
       จากนั้นจึงเปิดให้บุคคลภายนอกและภาคเอกชนใช้งาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเปิดเผยผลการทดลองได้
       

       สำหรับ กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยามนั้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 ต.ค.52 โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 และมีนักศึกษาระดับปริญญาตรี-เอกเข้าร่วมทั้งหมด 61 คน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น