nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

รู้จักยีนก่ออัลไซเมอร์สมา 15 ปี แต่เพิ่งพบ "3 ยีนใหม่" เป็นกลไกสำคัญ

เขียนโดย nextstep_10
CabinetsCabinet HardwareBathroom CabinetsCabinet Doorsfargo cabinetsMedicine CabinetsKraftmaid CabinetsCabinetStorage CabinetsRta CabinetsDiscount Kitchen Cabinetscabinet expertise comptable orleansCabinet KnobsCabinet HingesGarage CabinetsMedicine CabinetUnder Cabinet LightingFile CabinetKitchen Cabinet DoorsRta Kitchen CabinetsCabinet PullsCurio CabinetsRoosevelt'S Black CabinetKitchen CabinetJelly CabinetKitchen Cabinet HardwareStorage Cabinetcabinet refacingThomasville CabinetsFile CabinetsCorner CabinetGun CabinetBathroom Vanity CabinetsGun CabinetsBathroom Wall CabinetsPainting Kitchen CabinetsHoosier CabinetCustom CabinetsKitchen Cabinets WholesaleCabinet HandlesKitchen CabinetsCabinetsCabinet HardwareBathroom CabinetsCabinet DoorsFargo CabinetsMedicine CabinetsKraftmaid CabinetsRta CabinetsCabinet D'Expertise Comptable OrleansBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlog
ไม่ได้นัดหมายกัน แต่นักวิทย์อังกฤษและฝรั่งเศส วิจัยพบ 3 ยีนตัวใหม่ที่ไขความลับโรคอัลไซเมอร์สได้เหมือนกัน หลังการค้นพบครั้งล่าสุดเมื่อ 15 ปีก่อน ระบุเป็นยีนสำคัญในกลไกที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ชนิดที่พบมากที่สุดในโลก เปิดทางนักวิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่สยบอัลไซเมอร์ส
       
       ทีมนักวิจัยจากเอ็มอาร์ซีเซ็นเตอร์ มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (MRC Center of Cardiff University) สหราชอาณาจักร และ สถาบันปาสเตอร์ (Pasteur Institute) ฝรั่งเศส ค้นพบยีนใหม่ 3 ตัว ที่มีบทบาทสำคัญในโรคอัลไซเมอร์ส ชนิดที่พบมากที่สุด หลังจากการค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องครั้งล่าสุดเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งไทม์ระบุว่านักวิจัยได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสารเนเจอร์เจเน ติกส์ (Nature Genetics) เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา
       
       จูลี วิลเลียม (Julie Williams) ศาสตราจารย์ด้านพันธุศาสตร์ของระบบประสาทจิตวิทยา เอ็มอาร์ซีเซ็นเตอร์ และทีม วิจัยค้นพบยีนคลัสเตอริน หรือ ซีแอลยู (clusterin: CLU) และพีไอซีเอแอลเอ็ม (PICALM) จากการรวบรวมและศึกษาตัวอย่างดีเอ็นเอจำนวน 16,000 ตัวอย่าง จากทั้งผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และคนปกติในกลุ่มควบคุม พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ส มีการทำงานของสองยีนดังกล่าวมากกว่าในคนปกติ และยังสามารถแยกได้ยีน ซีอาร์ 1 (CR1) ด้วย
       
       ขณะที่ทีมวิจัยของสถาบันปาส เตอร์ พบยีน CLU และ CR1 จากการศึกษาตัวอย่างดีเอ็นเอ 7,000 ตัวอย่าง ของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ โดยพบว่า 2 ยีนนี้อยู่ในอันดับสูงสุดในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ส และสังเกตพบด้วยว่ายีน PICALM เป็นยีนหนึ่งที่น่าสนใจมาก โดย ทั้ง 3 ยีนดังกล่าวนี้ มีความเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์แบบเลทออนเซ็ต (late-onset Alzheimer's) ซึ่งเป็นรูปแบบของโรคอัลไซเมอร์สที่พบมากที่สุดถึง 90% และพบมากในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี โดย 5.3 ล้านคน เป็นผู้ป่วยในสหรัฐฯ
       
       ทั้ง นี้ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ส จะมีปัญหาเกี่ยวกับสมองและระบบความจำ ส่วนสาเหตุของโรคนั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของยีน แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างกระจ่าง
       
       อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ. 2536 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบยีนอะโปอี (apolipoprotein E: ApoE) เพียงยีนเดียวที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์สชนิดที่พบบ่อย นอกจากนั้นเคยมีการค้นพบ 3 ยีน ที่มีบทบาทสำคัญในโรคอัลไซเมอร์สแบบเออร์ลีออนเซ็ต (early-onset Alzheimer's) ที่พบไม่บ่อยนัก และมักพบในผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี
       
       อย่าง ไรก็ดี นักวิจัยระบุว่าในคนปกติที่แข็งแรงดีทุกคน ก็มียีนทั้ง 3 ยีนนี้ด้วยเช่นกัน แต่อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากคนที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ซึ่ง ยีน CLU และ CR1 มีบทบาทเกี่ยวกับการสะสมของคราบโปรตีนอมายลอยด์ (amyloid) ในสมอง เมื่อมีปริมาณมากเกินไปจะทำให้เซลล์ประสาทตาย และมีปัญหาต่อระบบความจำ โดยยีน CLU คอยเปิดทางให้มีการสร้างอมายลอยด์ขึ้นในสมอง และทำให้กลายเป็นโปรตีนเหนียว เกาะกันเป็นร่างแหคล้ายใยแมงมุมในสมอง
       
       ขณะ ที่ยีน CR1 มีหน้าที่ควบคุมการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน และเกี่ยวข้องกับความสามารถในการจดจำว่าการสะสมของคราบอไมลอยด์เป็นสิ่งแปลก ปลอมในสมอง ซึ่งนักวิจัยเสนอแนะว่าอาจมีวิธีที่สามารถไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำให้ยีน CR1 มีประสิทธิภาพการกำจัดคราบอไมลอยด์ในสมองได้ดียิ่งขึ้นได้
       
       ส่วนยีน PICALM มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองและระบบความจำ แต่หากมีคราบอไมลอยด์สะสมระหว่างเซลล์ประสาทมาก ก็ส่งผลให้สมองสูญเสียประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท
       
       ทั้ง นี้ ทีมวิจัยของทั้งสองสถาบันดังกล่าวแยกกันทำงานอย่างอิสระ โดยที่แต่ละฝ่ายไม่มีใครล่วงรู้งานวิจัยของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่สามารถค้นพบยีนใหม่ที่มีความเกี่ยวข้องกันในด้านโรคอัลไซเมอร์ส จนกระทั่งทั้งสองสถาบันร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในงานประชุมวิชาการนานาชาติด้าน โรคอัลไซเมอร์ส (International Conference on Alzheimer's Disease) ในกรุงเวียนนา ออสเตรีย เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
       
       รี เบคกา วูด (Rebecca Wood) ประธานบริหารกองทุนวิจัยอัลไซเมอร์ส (Alzheimer's Research Trust) แห่งอังกฤษ ระบุในเอเอฟพีว่า การค้นครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดการก้าวกระโดดในงานวิจัยด้านโรคจิตเสื่อม นักวิทยาศาสตร์ เข้าใจกลไกของโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส ทั้งในรูปแบบความร่วมมือระหว่างกันหรือการแข่งขันกัน.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น