nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

"สำนักเรียนท่าโพธิ์" อาศรมบ่มเพาะนักฟิสิกส์ทฤษฎี

เขียนโดย nextstep_10
Sewing MachineSinger Sewing MachinesBrother Sewing MachinesSinger Sewing MachineBrother Sewing MachineViking Sewing Machines651 Charger Brother Sewing MachineBernina Sewing MachinesSewing Machine PartsSinger Sewing Machine PartsJanome Sewing MachinesPfaff Sewing MachinesWho Invented The Sewing MachineOld Singer Sewing MachineOld Singer Sewing MachinesIndustrial Sewing MachinesSewing Machine ReviewsBernina Sewing MachineSewing Machine CabinetsAntique Sewing MachinesKenmore Sewing MachinesElna Sewing MachinesJanome Sewing MachineViking Sewing MachineBrother Sewing Machine PartsKenmore Sewing MachineBest Sewing MachinesWho Invented The Modern Sewing MachineHusqvarna Sewing MachineCommercial Sewing MachinePfaff Sewing MachineAntique Singer Sewing MachinesTreadle Sewing MachineUsed Bernina Sewing MachinesBell Electric Sewing MachineSewing Machine TableSinger Treadle Sewing MachineNew Home Sewing MachineHusqvarna Sewing MachinesJuki Sewing MachinesLeather Sewing MachineNecchi Sewing MachineOld Kenmore Sewing MachinesVintage Sewing MachinesWhite Sewing MachineCommercial Sewing MachinesInstructions Threading Sewing MachineSewing Machine ToteAntique Singer Sewing MachineKenmore Sewing Machine PartsBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlogBlog

ในนิทานพื้นบ้าน เจ้าชายมักมี "ฤาษี" ผู้อาศัยอยู่ในป่าลึกเป็นพระอาจารย์ผู้ประสิทธิประสาทวิชาการต่อสู้และ อิทธิฤทธิ์ เพื่อปูทางสู่การเป็นเจ้าผู้ครองนคร แต่สำหรับ "สำนักเรียนท่าโพธิ์" แห่งนี้ไม่ได้สอนใครให้เป็นเจ้าเมือง หากแต่เป็นแหล่งแสวงหาความรู้ด้าน "ฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา" ที่มีอยู่จริงในเมืองสองแคว
       
       สถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา หรือ TPTP  คือสถาบันที่มุ่งปั้นเยาวชนไทย ให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ ชื่อสถาบันตั้งชื่อตาม “ตำบลท่าโพธิ์” อันเป็นตำแหน่งที่ตั้งของสถาบันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) จ.พิษณุโลก
       
       สำนักเรียนแห่งนี้มี "หัวหน้าครู" (Headmaster) นามว่า ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และเขายังได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2551 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์
       
       ตำนาน ของสถาบันแห่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ ดร.บุรินทร์ ยังเป็นนักศึกษาฟิสิกส์ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเขาและเพื่อนๆ อีก 4-5 คนจากหลายคณะ รวมตัวเป็นกลุ่ม "Free Energy" เพื่อต่อต้านระบบรับน้องแบบกดขี่ และภายในกลุ่มยังได้ตั้ง "ฟอรัมฟิสิกส์ทฤษฎีระดับนักศึกษา" (Student Forum for Theoretical Physics: SFTP) ขึ้น เพื่อร่วมกันศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎีตามความต้องการของกลุ่ม โดยจัดสัมมนากันเองขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขณะนั้นการศึกษาในระบบเน้นฟิสิกส์เชิงทดลองมากกว่า สมาชิกภายในกลุ่มมีทั้งนักศึกษาวิศวกรรม ฟิสิกส์ และศึกษาศาสตร์
       
       เมื่อแต่ละคนเรียนจบก็แยกย้ายกันไป โดย ดร.บุรินทร์ได้งานเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ในปี 2539 แล้วตั้ง "กลุ่มฟิสิกส์ทฤษฎีท่าโพธิ์" (The Tah Poe Group of Theoretical Physics; TPTP) ขึ้น และรวมฟอรัมฟิสิกส์ทฤษฎีระดับนักศึกษาเข้าในกลุ่มใหม่นี้
       
       "เราจะทำให้โรงเรียนฟิสิกส์ที่นี่ เป็นโรงเรียนฟิสิกส์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ" เป็นส่วนหนึ่งของประกาศความยาว 10 หน้ากระดาษ A4 ที่ทางกลุ่มประกาศขึ้น ตั้งแต่ตั้งกลุ่มฟิสิกส์ทฤษฎีขึ้น และ ดร.บุรินทร์ได้เล่าต่อทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า จากนั้นเขาได้รับทุนไปศึกษาฟิสิกส์อีก 5 ปีที่สหราชอาณาจักร
       
       ระหว่าง ที่ไปศึกษาต่อ การทำงานของกลุ่มฟิสิกส์ท่าโพธิ์ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยอาศัยการติดต่อ-สื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ต และจัดบรรยายพิเศษเมื่อเขาเดินทางกลับมาเมืองไทย
       
       ทว่าก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในกลุ่มฟิสิกส์ท่าโพธิ์อยู่หลายครั้ง และในปี 2546 ได้เกิด "สำนักเรียนท่าโพธิ์" ขึ้นภายใต้โครงการกิจกรรมวิชาการ กลุ่มฐานของเครือข่ายฟิสิกส์ทฤษฎีท่าโพธิ์ ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งต่อมาในปี 2549 ได้ยกระดับเป็นสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา และมี 2 หน่วยวิจัยอยู่ภายใต้สถาบันคือ หน่วยวิจัยฟิสิกส์รากฐานและจักรวาลวิทยา และหน่วยวิจัยทฤษฎีสสารควบแน่น และสถาบันยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่เป็นทางการ แต่มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน
       
       "การสอนของเราเหมือนอาศรมฤาษี เป็น "สถาบัน" เพื่อเน้นการทำวิจัย และเป็น "สำนักเรียน" เพื่อเป็นสภาการศึกษาที่ให้คุณวุฒิเองได้อย่างไม่เป็นทางการ ปริญญานิพนธ์ของสถาบันถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงให้กับวงการฟิสิกส์ทฤษฎี รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการทำวิจัยระดับนานาชาติ เราหวังผลิตผู้นำทางวิชาการสู่สังคมไทย" บุรินทร์กล่าว" ดร.บุรินทร์กล่าว
       
       หัน มาดูทางด้านศิษย์ของสำนักกันบ้าง  อย่าง ดริศ สามารถ นักศึกษาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งกำลังจะไปทำวิจัยที่เยอรมนี เป็นหนึ่งในอดีตลูกศิษย์ของสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์ขณะเรียนปริญญาโท ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร มีผลงานวิจัยภายใต้การดูแลของ ดร.บุรินทร์ ซึ่งตีพิมพ์ลงวารสารฟิสิคัลรีวิว ดี (Physical Review D) วารสารสำหรับทฤษฎีสัมพัทธภาพ ฟิสิกส์อนุภาคและจักรวาลวิทยา ผลงานครั้งนั้นเป็นผลงานวิชาการด้านฟิสิกส์ทฤษฎีของกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมกับ ต่างประเทศ และทำในนามสำนักท่าโพธิ์
       
       ตอนเรียน ป.โท ดร.บุรินทร์เป็นที่ปรึกษาให้ดริศ ตอนนั้นเขาศึกษาจักรวาลวิทยาเชิงควอนตัมแบบลูป ซึ่งเป็นจักรวาลวิทยาที่ตั้งสมมุติฐานว่า กาล-อวกาศในระดับเล็กๆ เป็นแบบไม่ต่อเนื่อง ทำให้มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ขณะนี้เอกภพกำลังขยายตัวด้วยความเร่ง และมีแบบจำลองสำหรับอธิบายที่เรียกว่า "พลังงานมืดแบบปีศาจ" (Phantom Dark Energy)
        
       "ถ้าพลังงานมืดนี้เป็นจริง ในอีก 5,000 ล้านปี ซึ่งเป็นปลายอายุขัยเอกภพนั้น สรรพสิ่งในเอกภพจะถูกฉีกขาด เนื่องจากความเร่งของพลังงานมืด แต่ถ้าศึกษาโดยใช้ผลของจักรวาลวิทยาเชิงควอนตันแบบลูป จะพบว่าที่ปลายอายุขัยของเอกภพไม่พบการฉีกขาด ซึ่งงานวิจัยนี้ได้รับการอ้างอิงจากวารสารนานาชาติไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง" ดริศอธิบายกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV- ผู้จัดการออนไลน์ ถึงผลงานที่ทำระหว่างเป็นลูกศิษฐ์สำนักท่าโพธิ์ และผลงานนี้ยังทำให้เขาได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
       
       ขณะ ที่ อภิมุข วัชรางกูร นักศึกษาฟิสิกส์ ปี 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นลูกศิษย์จากต่างมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมเป็นศิษย์ของสำนักเรียนท่าโพธิ์ ตั้งแต่ปี 1 จากการชักชวนของ อ.ชาญกิจ คันฉ่อง อาจารย์ฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เป็น “สมทบสมาชิก” ของสำนัก โดยอภิมุได้เข้าฟังบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ครั้งแรกที่ฟังเขาไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก และถามตัวเองว่าทำไม จากนั้นจึงผลักดันตัวเองให้แสวงหาความรู้ หลังๆ เขาจึงเข้าใจการบรรยายได้มากขึ้น ซึ่งเขายอมรับว่า ถ้าไม่มีสำนักเรียนท่าโพธิ์เขาคงรู้น้อยกว่านี้
       
       ไม่ เพียงแค่นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยที่ดั้นด้นไปยังสำนักเรียนท่าโพธิ์ แม้แต่นักเรียน ม.ปลายสนใจกับการศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎีในรูปแบบอาศรมฤาษีนี้ เกียรติศักดิ์ เทพสุริยะ คือตัวอย่างของนักเรียน ม.ปลายที่ต่อสายตรงถึงสำนัก แล้วกลายเป็นหนึ่งในคณะทำงาน โดยหน้าที่หลักๆ คือการเขียนเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลของสำนักเรียนท่าโพธิ์
        
       เขา บอกกับทีมงานได้ค้นเจอข้อมูลของสำนักเรียนท่าโพธิ์ตั้งแต่ ม.5 เมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่โรงเรียนหอวัง เมื่อปิดเทอมเขาจะเดินทางไปทำงานพิเศษให้กับสำนัก ตอนนี้เขาเรียนจบฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว และทำงานให้กับสำนักเรียนท่าโพธิ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลายปีนี้เขาจะไปศึกษาต่อปริญญาโท-เอกทางด้านจักรวาลวิทยาที่ มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร
       
       นอกจากความพยายามยกระดับการเรียนการสอนฟิสิกส์ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทางสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์ ยังเริ่มโครงการ “สถานีฟิสิกส์ศึกษา” (TPTP Physics Station) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมาย เพื่อเป็นการถ่ายทอดพื้นฐาน ความรู้ ความเข้าใจ ในแก่นวิชาฟิสิกส์ และปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นนักฟิสิกส์ให้กับครูและนักเรียนมัธยมใน โรงเรียนที่ขาดโอกาส
       
       สำหรับรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ นั้น ไม่มุ่งเน้นการสอนแนวติวหรือกวดวิชา และหวังให้โรงเรียนเครือข่ายของโครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษา เป็นแกนนำในถ่ายทอด ส่งเสริม และเพิ่มพูนความรู้แก่นของวิชาฟิสิกส์ให้แก่นักเรียนและครูฟิสิกส์ของ โรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงสำนักฯ ในอนาคต
       
       ทั้ง นี้ โครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษาจะคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการเพียงปีละ 1 โรงเรียน และคัดเลือกนักเรียนจากระดับชั้น ม.4-5 จำนวน 20-25 คน และครูอีก 3-5 คนเข้าโครงการ จากนั้นจัดโปรแกรมการสอนและกิจกรรมทางวิชาการฟิสิกส์ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรท่าโพธิ์สาขาฟิสิกส์ขั้นต้น แล้วจัดสอนในโรงเรียนที่ได้รับเลือกให้เป็นสถานีฟิสิกส์ตามโปรแกรมอย่างต่อ เนื่องตลอดปีรวม 12 ครั้งๆ 2-3 วัน ทั้งนี้การทำงานเป็นลักษณะอาสาสมัครและคณะทำงานต้องออกค่าใช้จ่ายเอง
       
       “ในปีนี้เองที่เราได้เริ่มโครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม” ดร. บุรินทร์เล่าและบอกว่าโครงการนี้มี ดร.นัฏพงษ์ ยงรัมย์ นักทฤษฎีสนามควอนตัมจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้จัดการโครงการ พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการจากกลุ่มวิจัยฟิสิกส์อิเล็กทรอนิกส์จากภาควิชาเดียว กันเข้าร่วม และสถานีฟิสิกส์ที่หนึ่งซึ่งได้รับการจึดตั้งขึ้นในปีนี้คือ โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ. บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร
       
       ดร. บุรินทร์กล่าวว่าการสร้างระบบการศึกษาแบบสำนักท่าโพธิ์นี้ ไม่ใช่การเจียระไนเพชร แต่เป็นการทำเครื่องปั้นดินเผา เนื่องจากลูกศิษย์ของท่าโพธิ์เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มีพื้นฐาน ม.ปลายที่อ่อนแอมาก ดังนั้นสิ่งที่ทำในระบบการศึกษาของสำนักท่าโพธิ์จึงเป็นเหมือนการปั้นดินให้ เป็นเครื่องปั้นดินเผา เป็นการพัฒนาเด็กให้ทำประโยชน์ต่อสังคมฟิสิกส์และประเทศ
       
       คง ไม่สำคัญว่าสถาบันแห่งนี้จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการหรือไม่ แต่รูปแบบการทำงานที่ชัดเจนมาตั้งแต่ว่าเป็นสถาบันเพื่อการศึกษาฟิสิกส์ ทฤษฎี จึงทำให้อาศรมฤาษีแห่งนี้ยังคงตัวตนต่อไป ตราบเท่าที่ยังคงมีผู้ร่วมสานอุดมการณ์


       
       ***********
       แถมท้าย....
       
       ระบบ ภาคการศึกษาของสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์ แบ่งเป็นเทอมต่างๆ ที่ตั้งชื่อตามผู้มีคุโณปการต่อวงการฟิสิกส์ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดวิชานั้นๆ ได้แก่
       
       "เทอมนิวตัน" มีการเรียนการสอนวิชา “พลศาสตร์”
       "เทอมแมกซ์เวลล์" มีการเรียนการสอนวิชา “พลศาสตร์ไฟฟ้า”
       "เทอมพลังค์" มีการเรียนการสอนวิชา “ทฤษฎีควอนตัม”
       "เทอมโบลต์ชมันน์" มีการเรียนการสอนวิชา “ฟิสิกส์เชิงความร้อน”
       “เทอมไอน์สไตน์” มีการเรียนการสอนวิชา “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ”
       
       สำหรับ เทอมนิวตันเป็นภาคบังคับสำหรับนักศึกษาอาคันตุกะที่เข้าศึกษาในระดับ วุฒิบัตรท่าโพธิ์ ส่วนคณาจารย์ของสำนักจะเรียกว่า “ทาพาเอียนมาสเตอร์” ส่วนนักศึกษาจะแบ่งเป็น “นิศิษย์วิจัย” ระดับต่างๆ และ “นักเรียนเตรียมทฤษฎี” โดยนักเรียนเตรียมทฤษฎีจะต้อง “สอบข้ามฟาก” ซึ่งเป็นมาตรฐานการสอบของสำนักก่อนปรับนักเรียนเตรียมฟิสิกส์ขึ้นเป็นนิ ศิษย์วิจัยได้

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น