ด้านความรู้ความเข้าใจ
การเล่นเกมภาษา I know everything นักเรียนเข้าใจความหมายคำศัพท์และสำนวนภาษา ออกเสียงคำศัพท์ สำนวนและประโยคที่ใช้ในการสื่อสารได้ทุกคน เพราะเป็นสำนวนภาษาที่ง่าย ๆ และได้ฝึกใช้สำนวนภาษาเป็นประจำ
นักเรียนเข้าใจการสื่อความของ Registration Form ตามรูปแบบเรียน แต่บางคนดูเหมือนจะเข้าใจว่าไม่มีความสำคัญกับตนเอง เพราะไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ที่เป็นจริง เมื่อเห็นของจริงจากครู ทำให้นักเรียนสนใจมากขึ้น แย่งกันดู และมีข้อสงสัยกันหลาย ๆ คำถาม
ด้านเจตคติ
เป็นชั่วโมงที่สองของการเรียนในวันนี้ นักเรียนแต่ละคนดูสดชื่น และเพิ่งจะเจอครูเป็นครั้งแรกของวัน (ครูมาถึงโรงเรียนภายหลังที่นักเรียนเข้าแถว เราจึงไม่ได้พบกันก่อนหน้านี้) นักเรียนทุกคนตั้งใจมาเข้าห้องเรียนและทักทายกับครู และสนใจที่จะใช้คำถามที่แตกต่างกันเช่น
Why did you come late?
What happened of you?
I didn’t to meet you before school begin.
Are you OK this class?
ขณะที่ทำกิจกรรมขั้นฝึก ตุ๊กตาและจ้อ นั่งก้มหน้าและแอบนำกระจกเงาบานเล็ก ๆ ขึ้นมาส่องหน้า เอาลิปสติคมาทาปาก (ทำท่ากล้า ๆ กลัว ๆ ว่าครูจะเห็นเข้า)
เต้ยและโอ๋ เริ่มจะคุยกับเพื่อน ๆ เกี่ยวกับเรื่องการไปรับจ้างปลูกยางพารา (แอบสะกิดกันว่าคุยเบาๆ ก็ได้ เดี๋ยวครูจะได้ยิน)
พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม นับว่าเป็นปัญหาและควรหาทางอบรมสั่งสอน และต้องหาวิธีการแก้ไขโดยเฉพาะเต้ยและโอ๋ (นายเต้ยมีหน้าตายิ้มแย้มและร่าเริงตลอดเวลา ส่วนนายโอ๋ค่อนข้างเงียบ ๆ ครูท่านอื่นให้ความเห็นว่าไม่ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ไม่ว่าให้ทำอะไรก็ไม่ทำตาม และชอบเอาเปรียบเพื่อน ๆ หรือนักเรียนชั้นเล็ก ๆ ) ส่วนแม่ยอดดรุณีทั้งสองกำลังเติบโตและมีนิสัยรักสวยรักงามเหมือนวัยรุ่นทั่ว ไป
ด้านทักษะ
1. การใช้ an e-mail นักเรียนเข้าใจการใช้ Article แต่ขาดการคิดว่า e-mail เป็นนามเอกพจน์ นักเรียนหลายคนไม่ได้ใช้ an ในประโยค
2. การอ่าน number เป็นเรื่องง่ายที่เคยเรียนและเข้าใจแล้ว (แต่เวลานำมาใช้ใหม่
ทำไมจึงลืม จะแก้ปัญหาอย่างไร)
3. วัฒนธรรมและสังคม การถามอายุและเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องมารยาททางสังคมละวัฒนธรรมที่เจ้าของภาษาถือว่าควรหลีกเลี่ยง (เรียนแล้ว เข้าใจแล้ว แต่ทำไมจึงลืม)
วิธีการแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาการเรียนการสอนมี 3 วิธีการคือ
1.การแก้ปัญหาที่เกิดจากตัวครู วันนี้ครูมาโรงเรียนช้ากว่าปกติ เพราะมีความจำเป็นส่วนตัว นักเรียนคิดว่าวันนี้ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ อีกอย่างหนึ่งตามปกติเราจะต้องพบกันก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า ทักทาย พูดคุย หยอกล้อกันเล่น ๆ
ขณะกิจกรรม ให้นักเรียนสังเกตสื่อจากแบบเรียน ซึ่งไม่น่าสนใจ นักเรียนไม่เห็นความสำคัญ เมื่อนักเรียนเห็นของจริง โดยเฉพาะเป็น Registration Form ของครูที่นำมาจากต่างประเทศ และนำมาจากโรงแรมอื่น ๆ มีรูปแบบสวยงามน่าสนใจ ตรงกับวัยของนักเรียนที่เห็นว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่
แนวคิดใหม่ ได้ค้นพบว่า ไม่ควรปล่อยให้นักเรียนเรียนรู้จากแบบเรียนเท่านั้น เพราะแบบเรียนเป็นเหมือนความจำเจที่นำมาโรงเรียนทุกวัน
2. การแก้พฤติกรรมนักเรียนให้มีเจตคติในการเรียนรู้ ภายหลังที่จบชั่วโมงแล้วได้พูดทักทายกับแม่สองดรุณีผู้รักสวยรักงามว่า Show me your lipstick? Can I try for my lips? How much is it? Where did you buy? You’re look like lovely ? That’s OK.
แนวคิดใหม่
ได้พบว่าการที่ครูเข้าอกเข้าใจเขา และไม่ได้ตำหนิติเตียน หรือว่ากล่าวที่เขาไม่ตั้งใจเรียน ทำให้เขามีความอบอุ่นมากขึ้น ดูเขามีความสุขและก่อนจากไปก็กอดครูและกล่าวว่า Thank you . I love you Mom.
ส่วนนายเต้ยนายโอ๋ ได้ถามเขาว่า You’re look like happy. ? What can I do for you? Have you got an e-mail ? ทั้งคู่ตอบเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า I don’t have got any. กำลังจะไปสมัครในชั่วโมงคอมครับผม
แนวคิดใหม่
ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กทั้งสองจะประสบผลตามที่คาดหวังเหมือนเพื่อน ๆ ทั้งห้อง แต่ก็พบว่านายโอ๋ที่มีหน้าตาท่าทางตื่น ๆ ก็รู้สึกมีรอยยิ้ม (แบบกวน ๆ) ขึ้นมาบ้าง แต่ดูแววตาก็ยังซ่อนเร้นไว้บางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการขาดความอบอุ่นในครอบครัว ขอเพียงแต่ให้เขามีเจตคติที่ดีและเห็นความสำคัญต่อการเรียนมากขึ้น
3. การพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะให้นักเรียนช่วยกันคิดและวางแผนว่าจะพัฒนาการเรียนรู้เรื่องนี้อย่างไร
3.1 การเรียนภาษาจะต้องใช้กลยุทธ์อย่างไรที่ให้จดจำและไม่ลืม
3.1.1 การทบทวนเรื่องการใช้ Article และการอ่าน number
3.1.2 การเรียนภาษาใดก็ตามจะต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของเจ้า
ของภาษานั้น ๆ ด้วย
3.1.3 การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ
3.1.4 วิธีการสมัคร e-mail
3.2 ข้อตกลงร่วมกันว่าแล้วแต่วิธีการว่าใครจะทำอย่างไร ในเวลา 1 สัปดาห์
ผลการแก้ปัญหา
1. นักเรียนทำตามข้อตกลงได้ทุกคน มีงานมาส่ง 3 ดังนี้
1.1 บันทึกการเรียนรู้เรื่อง Article และการอ่าน number
1.2 การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ
1.3 วัฒนธรรมและสังคมของเจ้าของภาษา
2. การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ และวิธีการสมัคร e-mail นักเรียนยังมี
ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนคอมพิวเตอร์
3. ผลงานของนักเรียน
3.1 นักเรียนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน จะช่วยกันทำ
3.2 นิ๊ค จิม และเกด ทำงานเดี่ยว
3.3 กล้า และ บอย ลอกงานจากเพื่อน
ตุ๊กตา จ้อ โอ๋ และเต้ย ร่วมทำงานกับกลุ่มเพื่อน ๆ และมีบันทึกจากสมาชิกในกลุ่มว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
แนวคิด
สิ้นสุดการบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างครูกับนักเรียน เพราะปัญหาใหม่เกิดขึ้นคือการลอกการบ้านของนักเรียน
ปัญหาใดคือ โจทย์วิจัย
การวิจัย เพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร
6 มิถุนายน 2550
การเล่นเกมภาษา I know everything นักเรียนเข้าใจความหมายคำศัพท์และสำนวนภาษา ออกเสียงคำศัพท์ สำนวนและประโยคที่ใช้ในการสื่อสารได้ทุกคน เพราะเป็นสำนวนภาษาที่ง่าย ๆ และได้ฝึกใช้สำนวนภาษาเป็นประจำ
นักเรียนเข้าใจการสื่อความของ Registration Form ตามรูปแบบเรียน แต่บางคนดูเหมือนจะเข้าใจว่าไม่มีความสำคัญกับตนเอง เพราะไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ที่เป็นจริง เมื่อเห็นของจริงจากครู ทำให้นักเรียนสนใจมากขึ้น แย่งกันดู และมีข้อสงสัยกันหลาย ๆ คำถาม
ด้านเจตคติ
เป็นชั่วโมงที่สองของการเรียนในวันนี้ นักเรียนแต่ละคนดูสดชื่น และเพิ่งจะเจอครูเป็นครั้งแรกของวัน (ครูมาถึงโรงเรียนภายหลังที่นักเรียนเข้าแถว เราจึงไม่ได้พบกันก่อนหน้านี้) นักเรียนทุกคนตั้งใจมาเข้าห้องเรียนและทักทายกับครู และสนใจที่จะใช้คำถามที่แตกต่างกันเช่น
Why did you come late?
What happened of you?
I didn’t to meet you before school begin.
Are you OK this class?
ขณะที่ทำกิจกรรมขั้นฝึก ตุ๊กตาและจ้อ นั่งก้มหน้าและแอบนำกระจกเงาบานเล็ก ๆ ขึ้นมาส่องหน้า เอาลิปสติคมาทาปาก (ทำท่ากล้า ๆ กลัว ๆ ว่าครูจะเห็นเข้า)
เต้ยและโอ๋ เริ่มจะคุยกับเพื่อน ๆ เกี่ยวกับเรื่องการไปรับจ้างปลูกยางพารา (แอบสะกิดกันว่าคุยเบาๆ ก็ได้ เดี๋ยวครูจะได้ยิน)
พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม นับว่าเป็นปัญหาและควรหาทางอบรมสั่งสอน และต้องหาวิธีการแก้ไขโดยเฉพาะเต้ยและโอ๋ (นายเต้ยมีหน้าตายิ้มแย้มและร่าเริงตลอดเวลา ส่วนนายโอ๋ค่อนข้างเงียบ ๆ ครูท่านอื่นให้ความเห็นว่าไม่ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ไม่ว่าให้ทำอะไรก็ไม่ทำตาม และชอบเอาเปรียบเพื่อน ๆ หรือนักเรียนชั้นเล็ก ๆ ) ส่วนแม่ยอดดรุณีทั้งสองกำลังเติบโตและมีนิสัยรักสวยรักงามเหมือนวัยรุ่นทั่ว ไป
ด้านทักษะ
1. การใช้ an e-mail นักเรียนเข้าใจการใช้ Article แต่ขาดการคิดว่า e-mail เป็นนามเอกพจน์ นักเรียนหลายคนไม่ได้ใช้ an ในประโยค
2. การอ่าน number เป็นเรื่องง่ายที่เคยเรียนและเข้าใจแล้ว (แต่เวลานำมาใช้ใหม่
ทำไมจึงลืม จะแก้ปัญหาอย่างไร)
3. วัฒนธรรมและสังคม การถามอายุและเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องมารยาททางสังคมละวัฒนธรรมที่เจ้าของภาษาถือว่าควรหลีกเลี่ยง (เรียนแล้ว เข้าใจแล้ว แต่ทำไมจึงลืม)
วิธีการแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาการเรียนการสอนมี 3 วิธีการคือ
1.การแก้ปัญหาที่เกิดจากตัวครู วันนี้ครูมาโรงเรียนช้ากว่าปกติ เพราะมีความจำเป็นส่วนตัว นักเรียนคิดว่าวันนี้ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ อีกอย่างหนึ่งตามปกติเราจะต้องพบกันก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า ทักทาย พูดคุย หยอกล้อกันเล่น ๆ
ขณะกิจกรรม ให้นักเรียนสังเกตสื่อจากแบบเรียน ซึ่งไม่น่าสนใจ นักเรียนไม่เห็นความสำคัญ เมื่อนักเรียนเห็นของจริง โดยเฉพาะเป็น Registration Form ของครูที่นำมาจากต่างประเทศ และนำมาจากโรงแรมอื่น ๆ มีรูปแบบสวยงามน่าสนใจ ตรงกับวัยของนักเรียนที่เห็นว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่
แนวคิดใหม่ ได้ค้นพบว่า ไม่ควรปล่อยให้นักเรียนเรียนรู้จากแบบเรียนเท่านั้น เพราะแบบเรียนเป็นเหมือนความจำเจที่นำมาโรงเรียนทุกวัน
2. การแก้พฤติกรรมนักเรียนให้มีเจตคติในการเรียนรู้ ภายหลังที่จบชั่วโมงแล้วได้พูดทักทายกับแม่สองดรุณีผู้รักสวยรักงามว่า Show me your lipstick? Can I try for my lips? How much is it? Where did you buy? You’re look like lovely ? That’s OK.
แนวคิดใหม่
ได้พบว่าการที่ครูเข้าอกเข้าใจเขา และไม่ได้ตำหนิติเตียน หรือว่ากล่าวที่เขาไม่ตั้งใจเรียน ทำให้เขามีความอบอุ่นมากขึ้น ดูเขามีความสุขและก่อนจากไปก็กอดครูและกล่าวว่า Thank you . I love you Mom.
ส่วนนายเต้ยนายโอ๋ ได้ถามเขาว่า You’re look like happy. ? What can I do for you? Have you got an e-mail ? ทั้งคู่ตอบเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า I don’t have got any. กำลังจะไปสมัครในชั่วโมงคอมครับผม
แนวคิดใหม่
ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กทั้งสองจะประสบผลตามที่คาดหวังเหมือนเพื่อน ๆ ทั้งห้อง แต่ก็พบว่านายโอ๋ที่มีหน้าตาท่าทางตื่น ๆ ก็รู้สึกมีรอยยิ้ม (แบบกวน ๆ) ขึ้นมาบ้าง แต่ดูแววตาก็ยังซ่อนเร้นไว้บางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการขาดความอบอุ่นในครอบครัว ขอเพียงแต่ให้เขามีเจตคติที่ดีและเห็นความสำคัญต่อการเรียนมากขึ้น
3. การพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะให้นักเรียนช่วยกันคิดและวางแผนว่าจะพัฒนาการเรียนรู้เรื่องนี้อย่างไร
3.1 การเรียนภาษาจะต้องใช้กลยุทธ์อย่างไรที่ให้จดจำและไม่ลืม
3.1.1 การทบทวนเรื่องการใช้ Article และการอ่าน number
3.1.2 การเรียนภาษาใดก็ตามจะต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของเจ้า
ของภาษานั้น ๆ ด้วย
3.1.3 การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ
3.1.4 วิธีการสมัคร e-mail
3.2 ข้อตกลงร่วมกันว่าแล้วแต่วิธีการว่าใครจะทำอย่างไร ในเวลา 1 สัปดาห์
ผลการแก้ปัญหา
1. นักเรียนทำตามข้อตกลงได้ทุกคน มีงานมาส่ง 3 ดังนี้
1.1 บันทึกการเรียนรู้เรื่อง Article และการอ่าน number
1.2 การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ
1.3 วัฒนธรรมและสังคมของเจ้าของภาษา
2. การรวบรวม e-mail ของเพื่อน ๆ และวิธีการสมัคร e-mail นักเรียนยังมี
ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนคอมพิวเตอร์
3. ผลงานของนักเรียน
3.1 นักเรียนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน จะช่วยกันทำ
3.2 นิ๊ค จิม และเกด ทำงานเดี่ยว
3.3 กล้า และ บอย ลอกงานจากเพื่อน
ตุ๊กตา จ้อ โอ๋ และเต้ย ร่วมทำงานกับกลุ่มเพื่อน ๆ และมีบันทึกจากสมาชิกในกลุ่มว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
แนวคิด
สิ้นสุดการบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างครูกับนักเรียน เพราะปัญหาใหม่เกิดขึ้นคือการลอกการบ้านของนักเรียน
ปัญหาใดคือ โจทย์วิจัย
การวิจัย เพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร
6 มิถุนายน 2550
ความคิดเห็น