คัดลอกลิงก์เเล้ว

You're not my friend (ยังไม่ลงเนื้อเรื่อง)

โดย :A:m:o:u:R

'แอบรัก'มา 6 ปี แต่คิดว่าเค้าไม่เคยสนใจ..

ยอดวิวรวม

87

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


87

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ม.ค. 56 / 16:47 น.
นิยาย You're not my friend (ѧŧͧ) You're not my friend (ยังไม่ลงเนื้อเรื่อง) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ม.ค. 56 / 16:47


 

 

 

"พอยซันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน" เสียงเรียกจากเพื่อนสาวคนนึงของฉันเอง เธอชื่อว่า 'นัฐ' น่ะ เห็นชื่ออย่างนี่น่ะ ผู้หญิงนะ น่าตาน่ารักดีนะ แต่เพี้ยนไปหน่อย  มีแฟนแล้วด้วย

 

                อ้อ ฉันเกือบลืมแนะนำตัว ฉันชื่อ 'พอยซัน' คุณได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันชื่อ ยาพิษ น่ะ = =" อาจจะดูแปลกประหลาดที่ได้ชื่อนี้มา แต่ด้วยความที่แม่ของฉันเป็นพวกบ้าของ มืดมนเมื่อตอนเด็กๆน่ะ ว่าถ้ามีลูกจะตั้งใจให้ชื่อ พอยซัน มันดูเท่ดี สำหรับฉัน ฉันก็คิดอย่างนั่นแหละนะ ฉันอยู่  ปี 1 มหาลัย Q น่ะ เป็นมหาลัยชื่อดังของประเทศไทยเชียวนะ ค่าเทอมก็ค่อนข้างแพงใช้ได้ แต่ทุกคนที่นี่เก่งหมดนะ ฉันเพิ่งเป็นเด็กใหม่ที่นี่น่ะ โรงเรียนนี่ก็โอเคนะ แต่รุ่นพี่หยิ่งไปหน่อย ฉันไม่ชอบตรงนี้เลย อ้อ สำหรับคนที่ อยากรู้นิสัยฉันล่ะก็ อ่านไปเดี๋ยวก็รู้เอง ส่วนเรื่องส่วนสูงฉันไม่สามารถบอกได้

 

                "นี่!!! ยัยบ้า เธอเป็นอะไรน่ะ ฉันเรียกไม่หันเลย" เสียงหวานๆของนัฐ ดังขึ้นมาพร้อมกับ เอามือวางบนไหล่ฉัน อ้อ ยัยนี่น่ะสูงกว่าฉันนะ แต่ไม่เยอะหรอก (ชิ)  อิจฉาชะมัด เชอะ

 

                "ฉันรู้นานล่ะค่ะ ว่าแต่เธอมีอะไรมั้ยเนี่ย" ฉันถามกลับไปด้วยความงุดหงิด

 

                "ฉันจะชวนไปติวหนังสือ พอดีว่างนะ" นัฐ หายใจเข้าหายใจออกเป็นหนังสือตลอดเลยล่ะ

 

                "ก็ได้ แต่ไปติวร้านเค้กนะ" ฉันพูดจบ ก็เก็บกระเป๋า เอาหนังสือใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย

 

                เอ๊ะ! ถุงเครื่องรางที่ฉันใส่ไว้ในกระเป๋าหายไปไหน ของสำคัญของฉันด้วย  ฉันอุตส่าห์ก็มาตั้ง 4 ปีนะ ถ้าหายวันนี้ ฉันต้องซวยแน่ๆเลย T^T  ฉันเริ่มไล่สายตาไปที่บริเวณ รอบๆโต๊ะของฉัน ที่สิ่งฉันเจอไม่ใช่ถุงเรื่องรางแต่เป็นคนคนหนึ่งที่กำลังถือถุงเครื่องรางฉันและยิ้ม ออกมา(เหมือนคนบ้า)

 

                "เอาคืนมานะ" ฉันพูดพร้อมกับเขย่ง ปลายเท้าขึ้น แต่ทว่า มันไม่ถึง น่ะสิ

 

                "อ่ะๆ" หมอนั่น คือถุงเครื่องรางมาให้ พร้อมกับขยี้ผมฉัน

 

                อย่ามาทำให้ฉันหวั่นไหวได้มั้ย......................ตลอด  6  ปีที่ผ่านมา  ทำให้ฉันรู้สึกรักไม่พองั้นหรอ................ ทำไมนะ ทำไมนายต้องทำร้ายฉันด้วยนะ 'เลนจ์ ปล่อยฉันไปทีเถอะ อย่าทำให้ฉันรักมากกว่านี้อีกเลย

 

                "พอยซันไปกันเถอะ"เสียงเตือนของนัฐ ทำให้ฉันคืนสติ และพยายามทำตัวเหมือนทุกวันของ 6 ปี ที่ผ่านมา...............................

 

                "ฉันไปล่ะ ยัยพี่ติ๊งต้อง" ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ฉันมักเรียกชื่อนี่กับเค้าเสมอ บางทีมันทำให้เค้ารู้สึกคิดว่าฉันคิดกับเค้าแค่  'เพื่อน' เท่านั้นเอง............ แต่การทำแบบนี้ มันก็เหมือนการตอกย้ำชีวิตตัวเองนะว่า เราเป็นได้แค่  'เพื่อน' สำหรับเขาน่ะ อันที่จริงฉันก็ไม่เคยถามเขาหรอกนะ  เพราะเขาน่ะ มีคนที่ชอบอยู่ แถมชอบคนคนนั้นมาตั้ง 4 ปี แต่เค้าไม่เคยบอกฉันเลยว่าคนคนนั้นเป็นใคร

 

                "เรียกชื่อนี้อีกแล้วนะ ไปเถอะ บ๊ายบาย เจอกันพรุ่งนี้"เค้าโบกมือลาฉันพร้อมกับรอยยิ้ม ที่ส่องสว่าง ของเค้านั่นแหละ

 

                ฉันนั่งติวหนังสือ ทบทวนสิ่งที่เรียนมาทุกอย่าง หลักจากนั้นก็คุยเรื่องส่วนตัว และเรื่อยเปื่อยตามประสาผู้หญิงน่ะ และที่สำคัญ มันก็ไม่พ้นเรื่องความรักอยู่ดี......................

 

                "ฉันกลับคอนโดก่อนนะ ป่านนี้โมกี้คงรออยู่แล้วล่ะ ส่วนเธอคงรอให้พี่ฐี มารับใช่มั้ยล่ะงั้นฉันไปแล้วนะ อย่าหวานจนมดขึ้นรถล่ะ" หลังจากคุยเรื่องต่างๆเสร็จฉันก็ขอตัวกลับโมกี้เป็นหมาของฉันเอง พันธุ์ปอมปอม สีขาวน่ารักมากเลยล่ะสำหรับฉันนะ

 

                ฉันเดินไปลานจอดรถเพื่อไปเอารถสปอร์ต สีขาวของฉันน่ะ แล้วก็ขับกลับคอนโดไป  ตอนนี้ในหัวฉันไม่คิดอะไรแล้วล่ะพอฉันกลับถึงคอนโด ฉันก็รีบเอาอาหารไปให้เจ้าตัวเล็ก ก่อนที่จะไปซ้อมไวโอลิน เพื่อลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ......................................

 

                กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก

 

                "หืออออ 7 โมงแล้วหรอเนี่ย" ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่งัวเงียหลังจากเพิ่งตื่นนอน และหลังจากนั้นฉันก็เดินไป อาบน้ำ แต่ตัวทาครีมอะไรต่างๆ เพื่อเตรียมตัวไปเรียน

 

                "นัฐ เธออยู่ไหน"ฉันตะคอกเสียงใส่ในโทรศัพท์ทำให้ เรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างได้มากทีเดียวเลยล่ะ แต่ กว่ายัยนี่จะรับ ฉันรอมันนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้ไปทำไรอะไรมาถึงได้ไม่รับโทรศัพท์

 

                (โทษทีๆ พอดีฉันอยู่ บ้านคุยธุระสำคัญกับพ่อแม่อยู่ เธออยู่กับกลับ เฟย์รอก็ได้) ปลายสายตอบมาด้วยความร้อนรน เหมือนมีธุะจริงๆนั่นแหละ อ้อ เฟย์ ที่ว่าเนี่ย เพื่อนผู้หญิงที่ฉันสนิทอีกคนเหมือนกันนะ คนที่ได้ฉายาว่าฝาแฝดของฉัน แต่นความคิดฉันคือ เรา 2 คนไม่เหมือนกันเลย แต่นิสัยและอะไรหลายๆอย่างคล้ายกันนะ

 

                "อื้อ ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันเช็คชื่อให้ บายยย "ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

                (ขอบคุณจ้าา บายย) หลังจากพูดจบนัฐก็วางหูทันที  ถ้าธุระยัยนี่จะลึกลับขนาดนั้นนะ เฮ้อ อีกตั้งหลายชั่วโมงก็คลาสแรกจะเริ่ม ขอตัวไปนั่งห้องสมุดคนเดียวดีกว่า

 

                พอฉันเดินไปถึงห้องสมุด ฉันก็รีบเดินไปยังมุมประจำที่ฉันชอบอ่านหนังสือ แต่ทว่า............ เลจน์  นั่งอยู่ก่อนแล้ว และนั่นก็ทำให้ฉันอารมณ์เสียไม่น้อยเลย แต่ฉันก็ไม่อยากไปอยู่มุมอื่น เพราะ มันไมเป็นส่วนตัวเหมือนกับ  ที่ตรงนี้

 

                "ไง ยัยเด็กบ้า" คำนี้มันเป็นคำที่เขาใช้เรียกกับฉันตอนเวลา อยู่ 2 คนน่ะ

 

                "เธอมาทำอะไรที่นี่" ฉันตอกกลับไปด้วยเสียงแข็ง

 

                "ก็เค้ามาอ่านหนังสือสิ นี่ห้องสมุดนะเธอ" เลนจ์ ตอบมา เวลาเค้าอยู่กับฉับ 2 คน เค้า มักแทนตัวเองว่า 'เค้า' เรียกฉันว่า ' เธอ' ตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว บางที การกระทำแบบนี้มันก็ทำให้ดูเหมือนแฟนกันนะ แต่สำหรับฉันมันคือวามเจ็บปวด......................................

 

                แต่ฉันดันไปสัญญากับเลนจ์เองหนิ ว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ฉันคิดผิดอย่างมากเลยล่ะ  แต่ก็นะมันผ่านไปแล้ว เฮ้อ~~~~~~~~~~~~ เครียด ไม่รู้ตัวเองทำไปยังไง อันที่จริงฉันเคยบอกเขาแล้วล่ะว่าฉันน่ะชอบเขามาตั้งนาน แต่เขาไม่ได้พูดอะไรกับฉัน ช่างเหอะ

 

“ค่าๆ รู้แล้วค่าาาาา” ฉันพูดจบ ฉันก็นั่งลงตรงข้ามกับเลนจ์พร้อมกับหยิบนิยายในกระเป๋ามาอ่านไปพลางๆ ทำให้ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“อ่านเรื่องนี้อีกแล้วหรอ ไม่เบื่อรึไง” เรื่องนี้ ที่ว่า คือเรื่อง You not my friend น่ะ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการแอบรัก หมอนี่ไม่รู้หรอกนะว่าฉันเป็นคนแต่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ฉัน และเขานั่นแหละ =_________= เรื่องนี้ฉันแต่งตั้งแต่ฉันชอบเขาได้ 3 ปีล่ะ ลงเว็บเด็กดีและได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์นิวเยียร์(เว่อไป)

 

“ก็เค้าชอบหนิ เธอไปอ่านหนังสือเธอเลย-3- ” ฉันพูดอย่างหัวเสียก่อนที่จะหันมาสนใจนิยายตรงหน้าต่อ

 

หลังจากนั้น ความเงียบก็เริ่มเข้ามาปกคลุมบริเวณนี้ มันทำให้ฉันอึดอัดมาก เพราะ นานๆ ทีเราจะอยู่ด้วยกัน 2 คนแบบนี้ แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สนใจและอ่านนิยายต่อไป เขาก็อ่านหนังสือต่อไปโดยไม่สนใจอะไรเลย

 

ฉันซักพักฉันยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกา ก็พบว่า อีก 2 นาทีเข้าคลาส แถมห้องสมุดก็ไกลจากคณะด้วย ฉันรีบเก็บของใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ และกำลังรีบวิ่งไป คณะ แต่มีมือใครบางคนฉุดไว้ก่อน แต่ที่ตรงนั่นไม่มีใครนอกจากเลนจ์

 

แล้วหมอนี่จะดึงแขนฉันไว้เพื่อ เดียวจะเข้าคลาสไม่ทัน =_=

 

“ไปกับเค้า”พอเลนจ์พูดจบ ก็ลากฉันขึ้นช็อปเปอร์ลูกชายเขา แล้วก็พาไปที่คณะ ฉันลืมไปได้ไงว่าเราอยู่คณะเดียวกัน

“เพราะนายคนเดียวเลย หัวฉันยุ่งหมดเลย”ฉันโวยวายเขาขึ้นมา

 

อ้อ ตอนนี้ฉันเรียนเสร็จแล้วนะ เรามาถึงกันอย่าหวุดหวิดเลยทีเดียวล่ะ รอดการโดนหักคะแนนไป ฟู่ ~~~~~~~~~~~

 

“อะไรๆ ฉันเป็นผู้มีพระคุณเธอต้องขอบคุณสิ ถึงจะถูก” เขาก็โวยวายกลับมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ฉันแกล้งไม่สนใจ แล้วฉันก็ เดินออกจากห้องไป และ ไปที่รถสปอร์ต ของฉันและขับไปห้างอย่างรวดเร็ว ก็ตอนนี้ฉันอยากช็อปปิ้งหนิ -^- นัฐไม่อยู่ฉันเดินช็อปคนเดียวก็ได้ ชิ!

 

ฉันเดินดูของแบรนเนมต่างๆ อย่างเรื่อยๆ ตอนนี้ฉันได้ เสื้อ กับกระโปรง ตัวใหม่มาแล้วหนึ่งชุดล่ะ พอดีลดราคาตั้ง 70% แน่ะ

 

หมับ!

 

มีคนจับมือฉัน ฉันหันไปมองคนที่จับมือ เป็นใครไม่ได้นอกจาก นอกจาก นอกจาก เลนจ์นั่นแหละ =_____= ได้ข่าวเมื่อกี้ฉันเพิ่งหนีเขามาเองนะ ตามมาเร็วดีจัง

 

“มีอะไร  = =

 

“ก็เดินช็อปปิ้งกับเธอไง เค้าถือของให้”พอพูดจบ แล้วก็ ดึงของในมือฉันไปถือหมดเลย นานๆครั้งเขาจะทำแบบนี้ และการทำแบบนี้ทุกครั้งก็ทำให้ฉันคิดไปเองเสมอ บางครั้ง ไม่สิ ทุกครั้งเลย ที่เขาแสดงอาการห่วงใย หรือตามใจฉัน ฉันมักคิดไปไกลทั้งที่เรา เป็นได้แค่ เพื่อนสนิทเท่านั้น แม้วาคนในหองมากมาย ที่เชียร์ให้เขาคบกับฉัน แต่เขาก็ไม่สนใจ และบอกว่าเราคือเพื่อนกัน มันเป็นคำที่ฉันฟังแล้วเจ็บปวดที่สุด

 

“เฮ้ เธออย่าเหม่อสิ ไปเดินช็อปกัน” เขาพูดพลางยิ้ม และมองหน้าฉันไปด้วย เขาจะรุ้มั้ยนะ ว่าฉันเจ็บขนาดไหนน่ะ

 

“อื้อ” ฉันตอบรับเสียงเบาและเดินนำหน้าเขาไป แต่ ซักพัก เขาก็เดินมาข้างๆฉัน พร้องกับชี้นู้นชี้ให้ ให้เดินเข้าไปดูของบ้าง ทั้ง แบรนที่แพงเยียบแสน กับ แบรนที่ถูกหลักร้อย และในตอนนี้ มือเขาก็เต็มไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอาง น้ำหอม ครีมบำรุงผิวต่างๆ ที่ฉันซื้อมา แต่ก็มีเสื้อเชิ้ตของเขาที่เขาก็ซื้อเช่นกัน  

 

“เค้าเหนื่อยแล้วอ่ะ เธอซื้อมาซะเยอะเลย หาร้านกาแฟนั่งกัน” เขาพูดกับฉันก่อนที่เขาจะใช้นิ้วเขี่ยๆฉัน แต่ฉันกลับส่ายหัว

 

“ไม่ได้ ไปซื้ออุปกรณ์ทำเค้กก่อน แล้วค่อยหาที่นั่ง โอเค!?” ฉันพูดกับเขา และยิ้มหวานๆไปให้เขา เขาก็เลยยอมเดินตามฉันมาที่ร้านขายอุปกรณ์ ทำเค้กต่างๆ ฉันได้ซื้อ แป้งเค้ก วิปปิ้งครีม ช็อกโกแลต และอุปกรณ์ต่างๆที่ทำเค้ก พร้อมกับแป้งทำคุกกี้ พิมพ์คุกกี้หลายลายมากมาย จนทำให้เขาต้องรับภาระไปเยอะเลยทีเดียว แต่ฉันก็แบ่งมาจากเขามาถือ 2-3 อย่าง 

 

“เสร็จล่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวแล้ว” ฉันพูดและเดินนำหน้าเขาไป ไปร้านประจำของฉันที่ฉันกับเขาชอบมากินบ่อยๆ ร้านนี้เป็นอาหารอิตาเลียน ที่ฉันชอบสุดๆ ก็เลยลากเขามาด้วยบ่อยๆ

 

“ได้พักซะที”

 

“คิก~~~~~~” ฉันหัวเราะเขาเบาๆ

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยเธออ่ะ เธอทำเค้าเจ็บแขนไปหมดแล้ว”หมอนั่นทำท่าเจ็บขนให้ดูด้วยนะ ตลกเป็นบ้า 5555555555555

 

“ค่าๆ ขอโทษค่ะ แล้วก็ขอบคุณนะ” ฉันพูดจบก็มองเมนูที่อยู่ในมือ และสั่งอาหารไปด้วย ฉันชอบช่วงเวลานี้จังมันมีความสุขที่สุดเลยล่ะ แต่ทว่า....!

 

ฉันมองไปที่รอบๆร้านเรื่อยๆก่อนที่จะเจอสายตาจากคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเพื่อนทรยศ ของฉัน เรื่องมันอาจจะดูไร้สารสำหรับคนอื่น แต่สำหรับฉันน่ะ มันทำให้ความรู้สึกฉันเปลี่ยนไปเลยล่ะ จากคำว่ารักกลายเป็นเกลียดหึ ฉันก็โง่มาตลอด ฉันคิดว่า ผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนฉันจริงๆ ที่ไหนได้ เขาก็แค่หลอก เอาผลประโยชน์จากฉันแค่นั่นเอง และผู้หญิงคนนี้ ไม่ว่าฉันจะชอบใคร ชีจะชอบไปกวน และทำท่าเหมือนชอบเขา ทำให้ฉันไม่ยิ่งไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนช่างเฟคจริงๆ ฉันเลยไม่ชอบเขาไปใหญ่

 

“อย่าไปสนใจเขาเลย” เลนจ์พูดแล้วจับหน้าให้ฉันกลับมามองหน้าเขา

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

เสียงหัวใจบ้า หยุดร้องก่อนได้มั้ย ได้โปรดเถอะ เชื่อเถอะ ว่าตอนนี้หน้าฉันแดงมากๆเลยล่ะ -////- เพราะ หมอนั่นแท้เลยยยย

 

“พูดถึงนะ ไม่ว่าจะมาที่นี่กี่ครั้ง กี่ครั้ง กี่ครั้ง เธอก็ให้เค้าถือของตลอดเลย” เลนจ์บ่น

 

“ฮ่าๆๆๆ ก็เธอเป็นผู้ชาย เค้าเป็นผู้หญิงที่บอบบางนะ” ฉันพูด พร้อมกับทำท่าทางประกอบไปด้วย

 

“ไม่ต้องเลยเธอน่ะ ถึกยึ่งกว่าเค้าอีก”

 

“โหยยยยย -3- อะไรๆๆ ไม่ต้องมาโมเมเลยย่ะ ;p เมื่อกี้เธอก็หายไปไหนมาไม่รู้ปล่อยให้เค้าเลือกของคนเดียว”

 

หลังจากนั้นเราก็เถียงไปได้ซักพัก พออาหารมาเราถึงเริ่มกิน บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยความสุขมากมายเลยล่ะ มากซะจน ฉันไม่อยากให้เวลาเดินเลย

 

“ไปเอาของไปเก็บที่รถก่อนสิ แล้วไปเดินสวนสาธารณะข้างๆนี่กัน”

 

ฉันพยักหน้าและเดินเอาของไปเก็บ ก่อนที่จะเดินลงมากับเขา และเดินไปเรื่อยๆ สวนสาธารณะ ข้างๆนี่ สวนสาธารณะที่นี่สวยมากๆเลยล่ะ มาหลายต่อหลายครั้งฉันก็ไม่เคยเบื่อเลย

 

                และที่นี่ยังเป็นที่ ที่ฉันเคยบอกรักเขาด้วย เมื่อ 4 ปีที่แล้วน่ะไม่รู้ว่าเขาจำได้รึเปล่า ซึ่งมันตรงกับเดือนนี้ วันนี้ และชั่วโมงนี่อีกอีกด้วย ฉันไม่คิดไม่ฝันเลยที่จะได้มาที่นี่พร้อมกับเขาในช่วงเวลาที่ฉันเคยบอกรักเขาในตอนนั้น แต่ตอนนี้ฉันก็อยากจะพูดมันอีกครั้งแล้วสิ

 

“นะ....นี่.......”ฉันยังพูดไม่จบ เลนจ์ก็พูดแทรกมาก่อนว่า

 

                “เธอยังจำที่นี้ได้มั้ย ที่ ที่เธอเคยบอกรักเค้าเมื่อ 4 ปีก่อนน่ะ มันเป็นที่ที่เค้าไม่เคยลืมเลย และไม่คิดจะลืมเลยรู้มั้ย เวลาที่เธอบอก เค้าก็ยังจำมันได้ดีเวลาที่ใครบางคนที่ตัวเล็กๆเป็นเพื่อนฉันแต่มาบอกรักเค้า และทำความรู้สึกเค้าปั่นป่วนไปหมด ทำความรู้สึกของเค้าจากที่เจ้าชู้ไปวันๆกลับทำตัวเจ้าชู้สำหรับเธอคนเดียว ปิดบังความรู้สึก เพราะหลังจากนั่นเธอทำเหมือนไม่ได้คิดอะไรกับเค้า เค้าเลยไม่กล้าที่จะบอกเธอ เค้ากลัวไปหมด ถึงแม้ การกระทำที่แสดงเธอออกมา แสดงให้เห็นว่าเค้าพิเศษ กว่าคนอื่น แต่เธอก็บอกแค่เพื่อนตลอด ทำให้ฉันไม่กล้าพูด” คำพูดของเขาทำให้ฉันอึ้งจนพูดไม่ออก คนที่เขาบอกว่ารักมานานคือฉันเอง “ในวันหนึ่ง เค้ารื้ออ่านข้อความที่เราคุยกัน เค้าเคยบอกเธอว่า บอกไปแล้วสบายใจ ก็บอกเลย มันทำให้เค้า คิดว่าเค้าต้องบอกเธอให้ได้ แต่ช่วง 3 ปีหลังจากนั้นเธอเริ่มมีอาการแปลกไป เหมือนพยายามจะหลบหน้าเค้า ทำให้เค้าไม่มีโอกาสบอก เธอเลย ถึงแม้ว่าใน 3 ปีนั้น มีหลายครั้ง ที่เค้าอยู่กับเธอ 2 คน แต่เวลาอยู่กับเธอ เค้าแทบจะไม่มีความคิดอะไรเลยในสมอง เธอทำให้สมองเค้าขาวโพลนไปหมด มันทำให้เค้าพูดคำนึงออกมาม่ได้ คำที่เอเคยพูดกับเค้าเมื่อ 4 ปีก่อน ” นาฬิกาในไอโฟนฉัน ตอนนี้คือ 16:15

 

                “เค้ารักเธอ” ฉันกับเลนจ์พูดออกมาพร้อมกัน ในเวลา 16:16 ฉันกับเขาต่างก็ยิ้มออกมาทั้งคู่ เขาทำให้วันที่แสนจะธรรมดา กับมีความมายอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ 4 ปีก่อน และวันนี้ ตอนนี้ มันกลับมีค่าที่สุดสำหรับเรา 2 คนด้วย

 

ความรัก ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนี้เสมอไป เราสามารถรักหรือคบใครซักคนในช่วงเวลาสั้นๆได้ ยังไง มันก็ถือว่าความรัก แต่ความรักที่ยาวนาน มักผ่านอะไรมามากมาย ทั้งความผิดหวัง และยิ่งเป็นการแอบรักแล้วด้วย ทำให้ความรักยิ่งมีค่ามากขึ้นไปอีก มากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าคนที่เราแอบชอบเขามานาน พอได้คบกัน ความรักก็ยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่ การมีคามรัก ก็เหมือนการเติมสี หรือ ระบายสี บนกระดาษขาว

THE END

 

 

TALKKKKKK

อันที่จริงเยียร์แต่งเรื่องนี้จากชีวิตจริงนะ 
แต่ ชีวิตจริงมันไม่ได้สมหวังเหมือนกับในนิยายน่ะสิ
เยียร์เลยใส่ความฝันของเยียร์ลงนิยายเลย
55555 มันก็คือการระบายอย่างหนึ่งน
เยียร์ไม่เคยให้ ผู้ชายคนนั้นอ่านเลย
เดี๋ยวไอบ้านั่่นว่าเยียร์เพ้อเจ้อ 555555555
พูดถึงนะเยียร์บอกชอบไอบ้านั่น
ตอน เยียร์ ม.3 เด็กใช่มั้ยล่ะ 555
แต่หลังจากนั้น ก็สนิทกันมากกว่าเดิมอีกนะ
จนเพื่อนเยียร์ ถามอ่ะว่า คบกันแล้วหรอ 
เยียร์ถึงกับช็อค แล้วบอกว่าไม่ใช่ 
แต่ มันไม่เคยปฎิเสธเลยอ่ะ มันเป็นอะไรที่เซงมาก
เยียร์ยังจำคำที่เยียร์บอกมันได้เลย
5555 เยียร์บ่นเยอะไปสินะ เอาเป็นว่า
ใครอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ ถามได้นะทางเด็กดีนี่แหละ 

 ฝากถึงคนที่แอบชอบใครซักคนด้วยนะ
ไม่ว่าจะชอบเพื่อน รุ่นพี่ หรือ รุ่นน้อง อะไรอย่างนี้ก็ตาม
เยียร์แนะนำให้บอกคนนั้นไปนะ 
ยังไงก็รวบรวมความกล้าไปบอกเลย 
แนะนำอีกอย่าง บอกต่อหน้าดีที่สุด เยียร์ทำมาแล้ว 
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง เชื่อสิ คนที่บอกน่ะสบายใจ 
อีกอย่าง อาจจะมีแบบว่า คนนั้นเค้าก็ชอบเหมือนกัน
ยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลย <3

 

ปล. ใครมีประสบการณ์เรื่องรักก็เอามาบอกกันได้นะ
เผื่อไรเตอร์เอามาแต่งนิยาย 555
5ปล2.สู้นะๆ กับคนที่จะบอก

 
 

© Tenpoints!

ผลงานทั้งหมด ของ :A:m:o:u:R

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น