[OS:TWICE] Photo Distance (MOMO x JIHYO)

โดย kwaRI-n

เพราะดันทำของขวัญที่จะให้รุ่นพี่หาย มันถูกฮิราอิ โมโมะเก็บได้ ข้อแลกเปลี่ยนคือให้ฉันเป็นแม่สื่อของเธอกับน้องสาวฉัน แต่ทำไมเธอถึงมาวอแวฉันมากกว่าล่ะเนี่ย! (MOMO x JIHYO)

ยอดวิวรวม

142

ยอดวิวเดือนนี้

18

ยอดวิวรวม


142

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ม.ค. 65 / 01:26 น.

รีวิวจากนักอ่าน

Empty Review

นิยายเรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว

มาเป็นคนแรกที่เขียนนิยายให้กับนิยายเรื่องนี้กัน

คะแนนรีวิวจากนักอ่าน

0.0
จาก 5


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

 

เพราะดันทำของขวัญที่จะให้รุ่นพี่หาย มันถูกฮิราอิ โมโมะเก็บได้

ข้อแลกเปลี่ยนคือให้ฉันเป็นแม่สื่อของเธอกับน้องสาวฉัน แต่ทำไมเธอถึงมาวอแวฉันมากกว่าล่ะเนี่ย!

 

MOMO x JIHYO

 

 

ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ม.ค. 65 / 01:26


 

ตึกๆๆๆ

 

ประตูกาแฟร้านดังหลังโรงเรียนโดนกระชากออกอย่างรีบร้อน คนมาใหม่ยืนหอบเนื่องจากวิ่งมาไม่มีหยุดพัก เด็กนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มแบบเดียวกับเธอเต็มร้านไปหมดแต่ไม่มีใครสะดุดตาเท่าคนที่นัดหมายเธออยู่ซึ่งนั่งที่โต๊ะติดกระจกหน้าร้าน

 

เจ้าคนนัดนั่งเท้าคางส่งยิ้มแป้นแล้นก่อนกรีดนิ้วโบกมือทักทาย

 

ไม่มีใครไม่รู้จักเขา นั่นน่ะ ฮิราอิ โมโมะ เพราะเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในชมรมมวยสากลสมัครเล่น เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสองเหมือนกันแต่คนละห้อง ซึ่งปาร์คจีฮโยก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามอยู่บ้าง

 

แต่ไม่นึกว่าจะได้คุยในสถานการณ์แบบนี้นะ

 

“มาช้าห้านาทีนะ”

“ก็ฉันต้องไปเรียนพิเศษนี่นา”

“เพื่อนเธอบอกว่าวันนี้ไม่มีเรียน” เพื่อนคนไหนนะ พรุ่งนี้จะไปเอาเรื่อง

“เหนื่อยล่ะสิ กินไรก่อนมั้ย”

“ไม่ย่ะ!” จีฮโยปฏิเสธทันควัน ก่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วกระซิบ “เอารูปคืนมา”

“อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ” โมโมะหัวเราะพรูดออกมา ตอนนั้นบรรยากาศในร้านคึกคักไปด้วยเด็กนักเรียนจึงไม่มีใครสนใจ

“ขำอะไร!?” วีนใส่อีกคนที่มันแต่หัวเราะอยู่

“ไหนว่าถ้ามาที่นี่จะคืนรูปให้ไง”

“เธอนี่เชื่อคนง่ายจริงๆ คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“อะไรนะ!?” / “กินเค้กทีสิ ฉันสั่งมา ลืมไปว่าต้องไดเอท” จีฮโยจะเปิดปากด่าอีกครั้ง แต่ถูกอีกฝ่ายตัดบทซะก่อน

“เรื่องอะไร!? ฉันแค่มาเอารูป”

“ไม่กินก็ไม่เป็นไรนะ งั้นรูป—” / “โอเคๆ แค่กินใช่มั้ย!?” จีฮโยเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วนั่งลง ก่อนหยิบช้อนจ้วงตักเค้กกินๆๆๆเหมือนแข่งกินมาราธอน อยากจะวีนให้ร้านแตกแต่ต้องเก็บอาการไว้เพราะอีกคนกำความลับของเธอไว้อยู่

 

ฮิราอิ โมโมะมีความลับของเธออยู่

 

“เรื่องรูปน่ะ ฉันคืนให้แน่” เจ้าตัวกล่าวพร้อมตบกระเป๋าสะพายดังปุๆ “แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีฉันไม่ทำนะ”

“เป็นเรื่องดีแน่นอน และเธอทำได้ดีด้วย” โมโมะบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พูดตามตรงว่าจีฮโยไม่ไว้ใจรอยยิ้มนั่นสักนิด!

 

 

 

‘ทำไรอยู่?’

‘ทำการบ้านสิ’

‘ฉันหมายถึงดาฮยอน’

 

“ฮึ่ม~”  จีฮโยคำรามในใจ

 

‘จะรู้มั้ยล่ะ นอนคนละห้อง’

‘ไปดูให้หน่อยสิ อยากรู้’

 

ยัยนี่!

 

“ดาฮยอนอา ทำไรอยู่” สิ้นเสียง น้องสาวตัวเล็กเปิดประตูออกมาอย่างงงๆ

“อะไรของพี่เนี่ย”

“แค่ถามว่าทำไรอยู่”

“เล่นเกม…เนี่ย” ปาร์คดาฮยอนชูโทรศัพท์ขึ้นมาโชว์หน้าจอ ก็เล่นเกมจริงๆอย่างที่บอก

 

 

“จะให้ฉันเป็นแม่สื่อ!?” ปาร์คจีฮโยร้องเหอะออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วใส่เป็นคำตอบ

“จะจีบน้องสาวฉันทำไมไม่ลงมือเองล่ะ” ถึงนางจะจีบเองก็เถอะ แต่ใครจะให้คนแบบนี้มาเป็นแฟนน้องสาวตัวเองล่ะยะ ฝันไปเถอะ!

“ถ้าให้ฉันทำ ฉันก็ทำเองได้สบายแหละ แต่ต้องกำจัดมารไปก่อน” โมโมะเน้นประโยคสุดท้ายพร้อมจ้องหน้าคนนั่งตรงข้าม นั่นทำให้จีฮโยปรี๊ดแตกจนต้องบีบแก้วเครื่องดื่มระบายอารมณ์




 

เกิดมาไม่เคยเห็นใครกวนบาทาเท่ายัยนี่มาก่อน

แล้วทำไมกรรมต้องมาลงที่ฉันด้วยนะ

 

“เอาเบอร์เธอมา”

“อะไร!? จะจีบน้องฉันไม่ใช่เหรอ”

“ฉันอยากให้เธอติดต่อกับฉันต่างหากล่ะ เอามาเร็วๆ”

“นี่! ฉันบอกตอนไหนว่าตกลงน่ะฮะ!?”

“ไม่ตกลงเหรอ? ได้” โมโมะพยักหน้าพร้อมตอกรูปถ่ายในมือกับโต๊ะดังตึกๆ จีฮโยกัดปากตัวเองอย่างเจ็บใจที่หมดทางสู้

 

เพราะปาร์คจีฮโยเป็นแฟนคลับรุ่นพี่นิชคุณ ซึ่งเป็นนักกีฬาเบอร์หนึ่งของชมรมมวยสากลสมัครเล่น ด้วยความที่หน้าตาหล่อเหลาและมีฝืมือดีรวมทั้งนิสัยใจคอที่เป็นมิตร ทำให้ผู้หญิงเกือบครึ่งโรงเรียนปลื้มเขา เวลามีการแข่งหรือซ้อมวิ่งที่สนาม มักจะมีแฟนคลับมาถ่ายรูปบ่อยๆ แน่นอนว่าจีฮโยเองก็ไม่พลาด(แต่ไม่ตามเหมือนสตอล์กเกอร์นะ) เธอเก็บรูปที่ดีที่สุดไว้เพื่อทำเป็นอัลบั้มและมอบให้รุ่นพี่เขาตอนงานปัจฉิมนิเทศ ทว่า วันนึงอัลบั้มรูปถ่ายหายไปตอนไหนไม่รู้ แล้วคนที่เก็บได้คือฮิราอิ โมโมะ ซึ่งอยู่ชมรมเดียวกับรุ่นพี่คนนั้นแถมสนิทกันราวกับเป็นพี่น้องแท้ๆอีก

 

คิดดู ถ้าสมมติโมโมะบอกเรื่องนี้ให้รุ่นพี่รู้ ของขวัญที่อุตส่าห์เตรียมไว้ก็พังหมดสิ!

 

แล้วเธอต้องกลายเป็นกามเทพสื่อรักให้น้องสาวกับยัยคนนี้อีก!

อยากจะบ้าตาย

 

‘น้องฉันเล่นเกมอยู่’

‘เกมไรอ่ะ’

“เดี๋ยวดาฮยอน” น้องสาวที่กำลังปิดประตูก็ชะงักอีกครั้ง

“เกมอะไรเหรอ?”

“ROV ไงพี่ ถามทำไมเนี่ย” ดาฮยอนเองก็งงเพราะปกติพี่สาวไม่เคยมาไถ่ถามเลย จีฮโยส่ายหน้าก่อนโบกมือไล่ให้กลับเข้าไป

 

‘รู้แล้วใช่มั้ย!? แค่นี้นะ ฉันจะทำการบ้าน’ ตอบข้อความไปเพื่อตัดบท นึกว่าจะจบแค่นั้น

‘ทำการบ้านวิชาไรอ่ะ’

 

ในที่สุดจีฮโยก็หมดความอดทนเลยตัดสินใจโทรไปด่า

“นี่! หยุดก่อกวนสักที! ฉันต้องใช้สมองทำการบ้านนะโว้ย”

(.............)

“เข้าใจแล้วใช่มั้ย ห้ามส่งข้อความมาอีก!”

(การบ้านวิชาอะไร?)

“ชีวะ! จบนะ แค่นี้!!” พูดจบจีฮโยก็วางโทรศัพท์บนหนังสืออย่างแรงดังตุ้บก่อนถอนหายใจออกมา

 

ตั้งแต่รู้จักยัยนั่น ชีวิตก็วุ่นวายขึ้นเยอะเลย

 

ติ้งต่อง!

 

โอ๊ยยยย อะไรนักหนาอีกเนี่ย!

 

จีฮโยหยิบสมาร์ทโฟนอีกครั้งหมายจะโทรไปด่าให้ยาวกว่านี้ ทว่าสิ่งโมโมะส่งมาคือรูปภาพ สร้างความสงสัยจนอารมณ์ร้อนดับมอดทันที จีฮโยเปิดอ่าน ปรากฎเป็นรูปถ่ายแลคเชอร์วิชาชีวะที่เรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน เขียนสูตรและวิธีทำชัดเจน วาดตัวเซลล์ได้สวยงามและเข้าใจกว่าหนังสือติวบ้างเล่มอีก

 

เก่งกีฬาไม่พอ เรื่องเรียนก็เก่งด้วย

มิน่า มีแต่คนปลื้ม

 

โมโมะส่งข้อความมาหาอีกครั้ง คราวนี้เป็นประโยคสั้นๆ

 

‘ช่วยทำ เอามะ?’

 

 

 

ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเพราะยัยจอมกวนนั่นทำให้การบ้านเสร็จเร็วขึ้น เอาเหอะ แลกกับเบอร์ดาฮยอนไปก็คุ้มอยู่

 

ไม่ได้ขายน้องนะ แต่มีตัวประกันอยู่

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ ปาร์คจีฮโยจึงมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะด้วยการถ่ายรูปและรับลมชมวิว จีฮโยพกกล้องฟิล์มตัวโปรดถ่ายทัศนียภาพตามความชอบ แต่จริงๆเธอไม่ได้มาคนเดียวหรอก

“รอนานมั้ย” คนตัวเล็กเหล่มองคนที่วิ่งมาหา โมโมะในชุดวิ่งออกกำลังกายยกน้ำขึ้นดื่ม แม้เหงื่อท่วมตัว แต่จีฮโยสังเกตว่าเขาดูไม่เหนื่อยเลย วิ่ง 3 กิโลจริงๆเหรอเนี่ย

“ทำไมฉันต้องมาเฝ้าเธอซ้อมวิ่งด้วยเนี่ย”

“ก็น้องเธอไม่ว่างนี่นา เธอเลยต้องเป็นตัวแทน” จีฮโยส่งเสียงชิเบาๆ เพราะเธอไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปชิลๆอย่างที่เคยทำ แต่ต้องเฝ้าของให้ยัยนี่ด้วยเนี่ย

“วิ่งเสร็จแล้วใช่มั้ย? ฉันกลับแล้วนะ”

“เดี๋ยวสิ” จีฮโยหันมามองเห็นอีกฝ่ายชูสองนิ้ว

“ไม่อ่ะ เปลืองฟิล์ม” เธอสะบัดหน้าหนีอย่างไม่ใยดี

“โห งกอ่ะ ฉันไม่เคยมีรูปฟิล์มเลยนะ”

“ในแอพมีตั้งเยอะแยะ”

“มันไม่เหมือนของจริงอ่ะดิ” ถึงอย่างนั้น ปาร์คจีฮโยก็ไม่สนใจ เดินดุ่มๆไปหมายจะกลับตามที่บอกจริงๆ

“อ้อ จะไม่ถ่ายใช่มั้ย—”

 

แชะ!

 

ไม่ทันที่โมโมะจะตั้งตัว พอเขาพูดจบ จีฮโยก็หันมากดชัตเตอร์ทันที 

 

“ฮ่าๆๆๆๆ โดนแล้วฮิราอิ โมโมะ” ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายแกล้งเขา ทำเอาคนตัวสูงเหวอกว่าเดิม

“นี่เธอแกล้งฉันเหรอ!? เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้เก๊กเลยนะ ถ่ายใหม่เดี๋ยวนี้เลย”

“เรื่องอะไรล่ะ เสร็จฉันแน่โมโมะ ฉันจะเอารูปไปติดบอร์ด ให้เห็นทั้งโรงเรียนเลย” จีฮโยวิ่งหนีอีกคนที่จะมาแย่งกล้อง แต่คนตัวเล็กอย่างเธอจะสู้คนที่ออกกำลังกายประจำอย่างโมโมะได้ไง เผลอแปบเดียว จีฮโยก็อยู่อ้อมกอดของโมโมะซะแล้ว

“เอามาให้ฉันนะ ถ่ายใหม่เดี๋ยวนี้เลย”

“ฟิล์มมันหมดแล้ว กรี๊ด! อย่าจับเอว” ด้วยความบ้าจี้ ร่างกายคนตัวเล็กอ่อนระทวยต้องไปนั่งแหมะอยู่กับพื้นสนามหญ้า กล้องก็ถูกแย่งไปสำเร็จ

“เปิดยังไงเนี่ย”

“ย๊า! อย่าเปิดนะ แสงมันเข้า ฟิล์มมันจะเสีย”

“เอ้าเหรอ” ถึงรู้ แต่มือก็ยังกดปุ่มนู้นปุ่มนี้ต่อไป

“อย่าจับนู่นจับนี่มั่วซั่วสิเดี๋ยวกล้องพังหรอก ตัวนี้พ่อแม่ฉันให้เป็นของขวัญวันเกิดนะ”

“เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่”

“อย่าเอาเงินแก้ปัญหานักจะได้มั้ย รู้แหละว่าบ้านรวย แต่นี่มันของทางใจนะ” ได้ยินเสียงขุ่นเคืองของอีกฝ่าย โมโมะรู้ว่าจีฮโยเริ่มไม่พอใจจึงคืนกล้องให้ แต่ถึงคืนแล้วเหมือนจะไม่หายงอน ยังทำหน้าบูดเป็นตูดลิงอยู่

“ไปกินข้าวกัน”

“ไม่ไป ฉันจะกลับแล้ว”

“เอาน่า ถือว่าง้อไง” โมโมะเอียงหัวแถมทำหน้าทำตาง้องอนเหมือนลูกหมาใส่อีกฝ่าย

“ไม่เอาย่ะ” ดูน่ารักก็จริง แต่คิดว่าเหรอจีฮโยจะยอม

“เฮ้อ~ ฉันไม่อยากบังคับเธอเลยนะ”

“พูดอะไร ที่ฉันมาเพราะเธอบั—ว้ายยยย!!!” จู่ๆเธอตัวลอยจากพื้นขึ้นมาดื้อๆ พอรู้ตัวถึงรู้ว่าเธอถูกโมโมะอุ้มในท่าเจ้าสาว แถมเธอเผลอรัดคออีกคนไปด้วยความตกใจ

“เธอนี่ตัวเบาดีนะ แบบนี้ฉันอุ้มได้ยาวๆ” 

“ปล่อยฉันลงนะ!! อย่าทำตัวเหมือนเต้าหมิงซื่อได้มั้ย”

“ฉันไม่นิสัยเสียเหมือนเจ้านั่นหรอก”

“เหรอ! แล้วทำแบบนี้มันนิสัยดีตรงไหนว้ายยย!!!!” จีฮโยกรี๊ดอีกครั้งเมื่อคนอุ้มเธอจะแกล้งปล่อยลงดื้อๆ

“ไปก็ได้ๆๆๆ ปล่อยฉันลงได้แล้ว”

“ไอ้บ้า! ฉันเกลียดเธอที่สุดเลย!!!”

“ขอบคุณจ้า”

“ไม่ได้ชมโว้ย!!!!”

 

 

 

 

 

“จะกินไร”

“ไม่รู้” ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานในการมาห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ที่สุด วันหยุดแบบนี้ ทว่า จ๊อกกก~~~ เสียงท้องร้องดังจนโมโมะหันมามอง คนตัวเล็กเผลอหน้าแดงด้วยความเขินอาย กระเพาะไม่รักดีนี่

“เลือกร้านเลย รอบนี้ฉันออกให้ ไม่ถือว่าเป็นบุญคุณหรอกนะ”

“อย่ามาทำดีกับฉันนะ คิดว่าจะซื้อใจฉันได้เหรอ”

“ใครว่าฉันจะซื้อใจเธอ ฉันจะซื้อใจน้องสาวเธอต่างหาก”

“เหอะๆๆๆ ฉันบอกแล้วนะว่าดาฮยอนจะตกลงมั้ยก็เรื่องของน้องฉัน ไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับได้” 

“ทำไมดาฮยอนจะไม่ตกลงล่ะ ก็ฉันฮอตขนาดนี้”

 

เตะก้นยัยนี่สักทีมันจะเป็นไรมั้ย หมั่นไส้ไม่ไหวแล้ว

 

“ร้านนี้ละกัน เธออยากกินไก่ทอดนี่” โมโมะชี้ไปที่ร้านไก่ทอดร้านหนึ่ง กลิ่นหอมๆโชยออกมาถึงทางเดินนอกร้านทีเดียว

“รู้ได้ไงอ่ะ!?”

“ก็จ้องตาเป็นมันขนาดนั้น ไปกัน เดี๋ยวคิวเต็ม” ไม่ทันจะตอบตกลง ร่างเล็กๆของจีฮโยก็โดนลากเข้าไปนั่งในร้านแล้ว

“หารนะ”

“บอกแล้วว่าจะเลี้ยง”

“ฉันหายงอนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเลี้ยง” จีฮโยยังคงหยิ่งในศักดิ์ศรีต่อไป แต่ยังไงโมโมะก็ยืนกรานจะเลี้ยงข้าวให้ได้

“ถ้าจะเลี้ยงก็แกะไก่ให้ฉันด้วยละกัน”

“เขามีแต่แกะกุ้งให้!!”

 

ถึงอย่างนั้น โมโมะก็ยอมแกะไก่ให้จีฮโยกินจริงๆ แต่แลกกับการเห็นสีหน้าระรื่นของอีกฝ่ายก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ

 

“คราวหน้าถ้าฉันทำเธองอนอีก ต้องง้อด้วยของกินสินะ”

“ใครงอน! อย่ามากล่าวหากันนะ”

“จ้าๆ ไม่งอนก็ไม่งอน”

“เธอชอบถ่ายรูปเหรอ?” เมื่อเห็นจีฮโยอิ่ม+หายงอนจริงๆแล้ว โมโมะก็เริ่มชวนคุย

“อื้อ ฉันชอบดูวิว พอเห็นวิวสวยก็อยากเก็บมันไว้ให้เห็นนานๆ”

“แล้วทำไมเธอถึงชอบต่อยมวยล่ะ”

“จริงๆไม่ได้ชอบมวยหรอก ฉันชอบออกกำลังกายหนักๆมากกว่า แล้วโรงเรียนก็มีแค่ชมรมมวยอ่ะนะที่ถูกโฉลกกับฉัน”

“แต่มันหนักมากๆเลยนะ ไม่ใช่แค่ต่อยกับกระสอบทรายอย่างเดียวนี่ เธอทนไหวเหรอ”

“ไหวสิ เพราะฉันเก่งไง” จีฮโยกลอกตาขึ้นบน ไม่เคยหยุดทำตัวน่าหมั่นไส้สักที

“เธอจะไปไหนต่อป่ะ”

“ไม่อ่ะ ต้องกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวแม่จะดุเอา”

“โอเค” โมโมะยักไหล่ 

“รูป” 

“หืม?” คนตัวสูงมองคนตัวเล็กที่กำลังแบมืออยู่

“ไม่ต้องทำเป็นลืม ‘ขอเบอร์ดาฮยอน แลกกับรูป’  ข้อแลกเปลี่ยนของเราที่คุยกันเมื่อคืน” 

“อ้อ ใช่” โมโมะเปิดกระเป๋าและหยิบให้โดยคว่ำหน้าไว้เพราะไม่ให้ใครเดินผ่านไปมาเห็น จีฮโยรับมาทันที

 

ทว่า

 

“ห้าใบ...ฉันถ่ายเป็นโหลนะว้อย”

“ก็ฉันหยิบติดมือมาแค่นี้”

“เฮ้ย! โกงกันนี่”

“โทษที คราวหน้าจะคืนให้ทั้งหมดเลย” โมโมะยกมือพนมขอโทษขอโพย แต่ยังไงก็ดูเชื่อใจไม่ได้อยู่ดี

“เออ!!!! ก็ได้” จีฮโยไม่อยากต่อล้อต่อเถียงต่อเพราะต้องรีบกลับบ้าน แต่ก็รู้สึกโกรธเพราะถูกหักหลัง

“แย่จัง เธอโกรธฉันแล้วสินะ”

“ก็เออนะสิ!!”

“งั้นฉันง้อด้วยการไปส่งนะ”

“???”

 

ห๊ะ?

 

 

••••••••••••••••••••

 

 

ไม่มีใครไม่รู้จัก ฮิราอิ โมโมะ ดาวเด่นของชมรมมวยสากลสมัครเล่น(เพราะเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในทีม) เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสองเหมือนกันแต่อยู่คนละห้อง เรารู้จักกันได้เพราะหล่อนเก็บอัลบั้มรูปที่จะให้รุ่นพี่ที่ปลื้มเป็นของขวัญ หล่อนบอกว่าจะไม่แบล็คเมลแลกกับการให้ปาร์คจีฮโยเป็นตัวช่วยในการจีบดาฮยอน น้องสาวของเธอ ถึงโมโมะบอกว่าจะจีบน้องสาวเธอและให้เธอช่วยก็เถอะ

 

“แล้วทำไมเธอต้องมาเฝ้าฉันทำเวรด้วยห๊าาา!!!?!!”

 

ปาร์คจีฮโยแว้ดใส่มนุษย์ต่างห้องที่นั่งโต๊ะเธอพร้อมเล่นเกมโทรศัพท์สบายใจเฉิบ

 

นี่ผ่านมาตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ทำไมหล่อนไม่หยุดวอแวเธอเลยนะ!

 

“คนโดดเวรก็ตั้งใจทำให้มันดีๆซะนะ”

“หุบปาก!” 

“อะไรกันคะคุณปาร์ค อุตส่าห์มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะเห็นว่ากลัวผีและต้องอยู่คนเดียวหรอกนะ” เพราะมีวันนึงที่จีฮโยโดดเวร ผลกรรมคือพอถึงเวรตัวเองก็ต้องมาทำคนเดียว ตึกเรียนในตอนเย็นก็ชวนวังเวงอยู่หรอกแต่ยอมเจอผีมากกว่าเจอยัยตัวป่วนนี่!

“ใครขอมิทราบยะ”

“ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจมา” ได้ยินประโยคแสนกวนประสาทนั่นแล้วทำเอาจีฮโยกำแปรงลบกระดานแน่น ใช่..พยายามจะไม่ร่อนใส่หัวคนพูด

“นี่ เธออยู่ชมรมมวยไม่ใช่เหรอ ไม่ไปซ้อมเหรอ”

“ขี้เกียจ” โมโมะตอบคำถามนั้นแทบจะทันที

“รุ่นพี่นิชคุณรู้มั้ยว่ามีผู้หญิงคนเดียวของชมรมขี้เกียจขนาดนี้”

“ถ้าฉันก็ไปซ้อมได้ตลอดเวลาแหละ เพราะมีฉันคนเดียวที่ใช้ยิมสำหรับผู้หญิง”

“ที่ว่าชมรมมวยมีแค่ผู้หญิงคนเดียวคือเรื่องจริงเหรอเนี่ย”

“เมื่อก่อนก็มีรุ่นพี่รุ่นน้องแหละ แต่มวยน่ะมันหนักผู้หญิง นานเข้า รุ่นน้องลาออก รุ่นพี่ก็เรียนจบ ตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียว พาลทำเอาฉันไม่อยากไปซ้อมเลย”

“ทำไมล่ะ?”

“ก็มันเหงา”

“แค่เนี้ย?”

“เธอไม่รู้อะไร มวยน่ะต้องซ้อมกันเยอะๆและมีหลายคนถึงจะสนุก พออยู่คนเดียวแล้วมันเงียบ เหงาจะตายชัก”

“อ้อ~” 

“จริงๆฉันก็อยากไปซ้อมนะ”

“ก็ไปสิ”

“มันเหงานี่ เธอก็รู้” จีฮโยได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนชวนจั๊กกะจี้หูจึงหันมามองหมายจะวีนใส่สักหน่อยว่าทำเสียงแบบนั้นทำไม ทว่าเธอเห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องเธอไม่วางตาแถมทำหน้าเหมือนลูกหมาอ้อนอีกแล้ว อย่าบอกนะว่า....

 

 

 

ไฟในห้องซ้อมสว่างจ้าพร้อมความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ จีฮโยได้กลิ่นน้ำมันบรรเทาปวดเมื่อยจางๆ กลางห้องมีสังเวียนมวย กระสอบทราบแขวนอยู่หนึ่งอัน ชั้นวางก็มีอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าเป็นนวมหรืออะไรก็ตามที่จีฮโยไม่รู้จัก ทุกอย่างยังคงสภาพดีและทันสมัย

 

โมโมะไม่ได้บังคับเธอมาหรอก แต่เห็นใจลูกหมาตาดำๆที่ต้องทนซ้อมคนเดียว

 

แล้วทำไมฉันต้องใจอ่อนกับยัยนี่ด้วยนะ!!  จีฮโยแย้งตนเองในใจ แต่ไหนๆก็มาแล้ว อยู่ต่อสักพักก็ไม่แย่เท่าไหร่

 

“เธอไปนั่งที่โซฟาตรงนั้นนะ”

“คนนอกอย่างฉันเข้าได้ด้วยเหรอ?”

“ถ้าคนในชมรมพาเข้าก็ได้แหละ พวกผู้ชายก็พาแฟนมาตั้งหลายครั้ง”

“ถ้าสนใจก็มาเป็นคู่ซ้อมให้ฉันได้นะ”

“ไม่ย่ะ!!!” จีฮโยไปนั่งที่ชุดโซฟารับแขกตามที่บอก พิมพ์แชทบอกน้องสาวว่าจะกลับเย็นกว่าปกติหน่อยๆแล้วไถโซเชียลต่อ

 

ปึก! ปึก!

เสียงนวมกระทบกระสอบทรายดังตลอดเวลา จีฮโยเงยหน้าจากโทรศัพท์มองคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจซ้อม ภาพตรงหน้าทำเอาเธอเผลอจ้องไปชั่วขณะ ร่างสูงในชุดฝึกซ้อมรัวหมัดใส่กระสอบทรายแขวนทรงกระบอกไม่ยั้งจนมันปลิวไปตามแรง เหงื่อไคลไหลตามกรอบใบหน้า ดวงตาคมจดจ้องสิ่งตรงหน้าราวกับมันเป็นคู่ชกของเขา ท่อนบนที่สวมเสื้อแขนกุดทำให้เห็นกล้ามเนื้อแขนชัดเจน เวลาโมโมะเอาจริงเอาจังก็ดูเท่เหมือนกัน 

 

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเรียกสติของทั้งคู่

“โมโมะ ขอคุยหน่อยได้มั้ย” บานประตูเปิดออก ปรากฎเป็นรุ่นพี่ที่คุ้นเคยกันดี

 

“!!!” ทำเอาจีฮโยช็อคจนตาเหลือกทันทีที่เห็นหน้า เพราะคนที่มานั้นคือรุ่นพี่นิชคุณที่เธอแอบปลื้มนั่นเอง

 

“อ้าว? มีแขกด้วยเหรอ” รุ่นพี่หนุ่มเพิ่งเห็นคนตัวเล็ก ก่อนส่งยิ้มให้ด้วยความเป็นมิตร

“อ๋อ ใช่ค่ะ นี่ปาร์คจีฮโย เพื่อนฉันเอง” โมโมะแนะนำพร้อมสะกิดจีฮโยให้รู้สึกตัว

“สะ สวัสดีค่ะ!” พอดึงสติกลับมา จีฮโยก็โค้งทักทายพี่เขาใหญ่

“ทำตัวตามสบายนะ ปกติโมโมะไม่เคยพาใครมาหรอก เธอเป็นคนแรกเลย”

“อ่า งั้นเหรอคะ” รุ่นพี่จะรู้มั้ยว่าฉันโดนบังคับมา คนตัวเล็กคิด

“รุ่นพี่มีอะไรเหรอคะ?”

“เห็นเธอยังไม่ได้อ่านกรุ๊ปไลน์เลยรีบมาบอกก่อน”

“งานเทศกาลที่จัดต้นเดือนหน้า มีโรงเรียนนึงสละสิทธิ์การแข่งรุ่นฟลายเวท ทางผู้จัดเขาให้โรงเรียนเราลงแข่งได้ แต่ก็อยู่ที่ความสมัครใจของเธอด้วย” เขาอธิบายเรื่องราวให้อีกฝ่ายฟังด้วยสีหน้ากังวล เพราะรุ่นน้องคนนี้ชวดการแข่งในงานเทศกาลตั้งหลายครั้ง สำหรับนักกีฬานั้น ถึงขยันหมั่นซ้อมแค่ไหนแต่ไม่ได้รับเลือกให้ลงแข่งก็เจ็บใจพอสมควร

“ฉันจะแข่งค่ะ”

“โอเค งั้นฝากด้วยนะ” นิชคุณยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่รุ่นน้องเขายังไม่หมดไฟ

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ เธอเพิ่งมาซ้อม อย่าหักโหมเลย” รุ่นพี่หนุ่มกล่าวก่อนออกจากยิมไป จีฮโยมองตามจนบานประตูปิดลง

 

“รุ่นพี่เขาไปแล้ว” โมโมะสะกิดคนตัวเล็กอีกรอบ “ชอบรุ่นพี่ขนาดนี้เลยเหรอ หน้าแดงมากเลยนะ”

“จะ จริงเหรอ!?!” คนตัวเล็กจับแก้มตัวเอง สัมผัสได้ว่าใบหน้าร้อนจริงแต่แดงขนาดไหนกันนะ

“จะกลับกันแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“ไม่ต้องหรอกน่า”

“มันจะมืดแล้ว ให้เธอกลับคนเดียวได้ไง”

“วันนี้ดาฮยอนไปทำรายงานบ้านเพื่อน ถึงไปก็ไม่เจอหรอก” เธอบอก คิดว่าที่โมโมะอยากไปบ้านเธอเพื่อเจอดาฮยอน คราวที่แล้วก็ไม่ได้เจอกันนี่นะ

“รู้อยู่แล้วน่า ก็คุยกันตลอด” จีฮโยกัดฟันกรอด ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคู่นี้จะไปได้ดีขนาดไหนนะ(เธอเองก็ไม่ได้ช่วยไรมากมายหรอก) แต่ขอบอกเลยว่า ถ้าดาฮยอนเกิดชอบโมโมะขึ้นมา เธอเองก็ห้ามไม่ได้หรอก (แต่จีฮโยก็ภาวนาตลอดว่าอย่าให้น้องสาวชอบคนพรรค์นี้เลย)

 

โมโมะใช้เวลาไม่นานนักในการเก็บข้าวของ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่หน้าโรงเรียน กำลังรอรถของบ้านโมโมะที่โชเฟอร์ขับมารับอยู่

“นี่ ชมรมมวยมีเรื่องอะไรกันน่ะ”

“หืม?”

“ก็ที่คุยกันเมื่อกี้ไง” โมโมะทำท่าเหมือนไม่อยากบอกเท่าไหร่

“เธอรู้เรื่องฉันตั้งเยอะแต่ฉันไม่รู้เรื่องของเธอเลยนะ อย่างบ้าน เธอไปบ้านฉันตั้งครั้งสองครั้งแล้วนะ”

“คือเธออยากไปบ้านฉัน?” / “ไม่ได้บอกว่าอยากไปสักหน่อย!” โมโมะได้ยินแบบนั้นจึงเงียบไปสักพักก่อนตอบคำถาม

“เพราะโรงเรียนเรามีผู้หญิงแค่คนเดียวและรุ่นเดียวจึงไม่ได้รับเลือกให้แข่งเพราะการจัดสรรไม่ลงตัว”

“รอบนี้เธอเลยตัดสินใจลงแข่งสินะ”

“อื้ม ปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกมั้ยเลยขอเอารอบนี้ให้เต็มที่ก่อน ถึงมันจะเป็นแค่ชมรมก็เถอะนะ”

“ทำดีแล้วล่ะ สู้ๆนะ” จีฮโยตบบ่าพร้อมส่งยิ้มให้ โมโมะยิ้มรับ

“เธอจะมาเชียร์ฉันมั้ย ฉันไม่บังคับหรอกนะ”

“เอ่อ....” คนตัวเล็กอึกอัก โมโมะเอียงคอด้วยความสงสัย

“จริงๆแล้ว... ฉันดูมวยไม่เป็น”

“อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆๆๆ”

“ขำไรยะ!?” จีฮโยแว้ดใส่พร้อมฟาดไหล่ดังป้าบไปหนึ่งที

“นี่เธอปลื้มนักมวยทั้งที่ดูมวยไม่เป็นเนี่ยนะ”

“ฉันไม่ได้ปลื้มเพราะเขาเป็นนักมวยสักหน่อย!”

“งั้นเหรอๆ แล้วปลื้มรุ่นพี่เพราะอะไรล่ะ” จีฮโยนึกถึงสมัยเรียนมอต้น

 

 

วันนั้นเธอกำลังหอบสมุดไปที่ห้องพักครู

ด้วยความที่กองหนังสือมันสูงและหนักเอาการจนไม่สามารถทรงตัวได้จึงล้มกองระเนระนาดกับพื้น แถวนั้นก็ไม่มีใครอยู่ด้วย ปาร์คจีฮโยจึงสาละวนเก็บสมุดอย่างเร่งรีบ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักซะก่อน

“ฉันช่วยนะ” จู่ๆ มีผู้ชายคนนึงเข้ามาช่วยเก็บ

“ขอบคุณค่ะ” 

“ไปห้องพักครูใช่มั้ย” เด็กสาวเพิ่งเห็นใบหน้าอีกฝ่าย หล่อเหลาเอาการอยู่แถมเธอรู้สึกว่าเหมือนมีแสงออร่าออกจากร่างกายเขาด้วย

“ค ค่ะ”

“งั้นฉันช่วยถือนะ” เขากล่าว พร้อมถือกองหนังสือที่เยอะกว่าของจีฮโยอีก ไม่นานก็มาถึงห้องพักครูโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันเลย

“อ้าว นิชคุณมาช่วยรุ่นน้องเหรอ ดีจังเลยนะ” พอได้ยินชื่อ จีฮโยจึงจำได้ว่าเขาเป็นคนดังของโรงเรียน แต่ด้วยความที่เธอไม่สนใจจึงจำไม่ได้

“ขอบคุณมากนะคะ” จนต่อมาเขาเข้าชมรมมวยสากลสมัครเล่น เพราะสัมผัสถึงความนิสัยดีและได้เห็นความเท่ของรุ่นพี่คนนี้ทำให้ความรู้สึกในใจของจีฮโยเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน แม้ไม่มากมายแต่นั่นทำให้จีฮโยกลายเป็นหนึ่งในแฟนคลับของพี่เขาซะแล้ว

 

 

“เหม่ออะไรอ่ะ” โมโมะพูดพร้อมโบกไม้โบกมือตรงหน้า

“ป เปล่านี่!” คนตัวเล็กได้สติ ตรงหน้าไม่มีรุ่นพี่นิชคุณที่เธอนึกถึง มีแต่จอมกวนประสาทที่แค่เห็นหน้าเธอก็หงุดหงิดแล้ว

“เธอยังไม่ได้เล่าเลยนะว่าปลื้มรุ่นพี่ได้ยังไงน่ะ”

“ไม่บอกหรอก เธอจะรู้ไปทำไม”

“อ้าว~~” โมโมะพึมพำด้วยความเสียดาย “แต่ฉันอยากรู้นี่นา”

“ช่างเถอะ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว รุ่นพี่จำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ”

“อ๋อ เธอเองก็เหมือนกัน”

“อะไรนะ” ประโยคที่โมโมะพูดนั้นเบาจนจีฮไยไม่ได้ยิน

“เปล่าสักหน่อย เฮ้อ~ ต่อไปนี้ฉันต้องขยันซ้อมสินะ” เธอรู้ว่าอีกฝ่ายเฉไฉไม่ยอมบอกแถมเปลี่ยนเรื่องอีกเลยยอมๆไป

“ฉันไม่มาเฝ้าเธอทุกวันหรอกนะ”

“อืม” เห็นท่าทางเหงาหงอยก็นึกเห็นใจ แต่จู่ๆ โมโมะก็ยิ้มแป้นออกมาพร้อมทำตาวิบวับเหมือนลูกหมาเห็นขนม

“แต่ถ้าฉันคืนรูปให้เธอทุกวัน เธอจะมาใช่มั้ย”

 

อืม ไม่น่าเห็นใจมันเล้ย

 

 

••••••••••••••••••••

 

 

การมาเฝ้าลูกหมา...โมโมะซ้อมมวยก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงของจีฮโยเท่าไหร่ จีฮโยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการพกการบ้านมาทำด้วย พอเลิกซ้อมแล้วโมโมะยอมคืนรูปก็จริง แต่บางครั้งก็เบี้ยว พออีกฝ่ายเห็นว่าเธอถามการบ้านจึงหยวนๆไป (อันนี้นับเป็นบุญคุณด้วยเหรอ(วะ?))

 

จริงๆแล้ว ความสัมพันธ์ของเราเหมือนการได้ประโยชน์ร่วมกัน จีฮโยมาเฝ้าโมโมะตอนซ้อมเพื่อให้อีกคนหายเหงาพร้อมกับโมโมะติววิชาคำนวณที่เธอไม่เก่งให้

 

งานเทศกาลโรงเรียนมัธยมปลายที่จัดขึ้นทุกปี คอนเซปงานก็คล้ายๆกีฬาสีเพราะจัดที่ศูนย์ฝึกกีฬาขนาดใหญ่ มีร้านของกินเล่นมากมาย ถึงไม่มาดูการแข่งแต่จีฮโยจึงไม่เคยพลาดงานนี้ทุกปี

“ว้าววว คนเยอะมากเลย” ดีที่เจ้าน้องสาวยอมมาด้วย เพราะปาร์คดาฮยอนเป็นมนุษย์อินโทรเวิร์ต วันๆมัวแต่เล่นเกมอยู่บ้าน ไม่ชอบไปที่ๆคนพลุกพล่าน แต่รอบนี้ยอมง่ายแฮะ

“ไหนว่าพี่ไม่ชอบดูมวยไง ทำไมถึงยอมมาดูล่ะ” ปกติเมื่อมีการถ่ายทอดสดงานมหกรรมกีฬาต่างๆ ดาฮยอนก็มักนั่งดูมวยสากลพร้อมพ่อเธอตลอด

“ก็...มันน่าสนุกดีนี่” ดาฮยอนหรี่ตามองพี่สาวตน ช่วงนี้จีฮโยกลับบ้านมืดค่ำกว่าปกตินิดหน่อย ถึงบ้านเธอไม่ดุด่าเรื่องนี้แต่มันก็ผิดปกติสำหรับคนตรงต่อเวลาอย่างพี่สาวเธอมากๆ

 

สองพี่น้องไปที่เต๊นท์นักกีฬาของโรงเรียนตน ส่วนมากมีแต่พวกผู้ชายแถมบางคนก็กำลังเสื้อเปลี่ยนชุดด้วยทำเอาจีฮโยและดาฮยอนอึดอัดจนวางตัวไม่ถูก

“รอนานมั้ย”

“นานสิ” จริงๆก็เพิ่งมาถึงแต่เจอภาพแบบนั้นก็แอบเคือง เหมือนโมโมะก็รู้เหตุผลว่าทำไม

“โทษที มาคุยกันตรงนี้เถอะ” เขาจับมือคนตัวเล็กแล้วพามาอีกฝั่งของเต๊นท์ซึ่งมีแต่สต๊าฟ

“ทำไมต้องให้ฉันมาด้วยนะ”

“ขอโทษ ถ้ารู้ว่าเธอมาแล้วเจอแบบนั้นก็ไม่อยากให้มาหรอก” โมโมะต้องง้อคนขี้งอนอีกแล้ว แต่เขาก็รู้นะว่าต้องทำยังไง จีฮโยถึงจะหาย

“เดี๋ยวเลี้ยงไอติมน้าา~า”

“เห็นฉันเป็นคนเห็นแก่กินรึไง” พูดแบบนั้นก็จริงแต่จีฮโยก็ใจอ่อนลงมาหน่อยแล้ว ทั้งคู่ง้องอนกันจนลืมไปว่าตรงนี้มีดาฮยอนอยู่ เหมือนน้องกลายเป็นธาตุอากาศไปแล้ว

“โมโมะ เดี๋ยวจะไปรายงานตัวกันแล้วนะ” รุ่นพี่นิชคุณมาเรียก 

“พี่พูดสิ” ดาฮยอนกระซิบเชียร์ แม้โมโมะสัญญาว่าจะพาเธอมาพบรุ่นพี่ที่ปลื้มแล้วก็เถอะ แต่การเจอกันกะทันหันทำเอาจีฮโยพูดไม่ออกอีกแล้ว

“ส สะ สู้ๆนะคะ” จีฮโยนึกอายที่อวยพรพี่เขาด้วยน้ำเสียงและเบาแบบนี้

“ขอบคุณนะ” รุ่นพี่ยิ้มรับ ก่อนขอตัวออกมาก่อนเพื่อไปเตรียมตัว

“สู้ๆนะคะรุ่นพี่” ดาฮยอนทำท่าไฟท์ติ้งส่งให้โมโมะ เมื่อได้รับคำอวยพรจากคนน้องแล้ว เขาจึงหันมาหาคนพี่บ้าง

“สู้ๆละกัน” จีฮโยบอกส่งๆฟีลลิ่งแตกต่างกับตอนอวยพรรุ่นพี่นิชคุณมาก แต่อีกฝ่ายไม่ถือสา โมโมะยิ้มแป้นก่อนวิ่งไปรวมตัวกับเพื่อนในชมรม

“พี่นี่ใจร้ายกับรุ่นพี่โมโมะจัง ฉันสังเกตนะว่าพี่เขาอยากฟังคำอวยพรจากพี่น่ะ” น้องสาวหันมาตำหนิ ทั้งคู่กำลังเดินไปที่สเตเดี้ยมเพื่อชมการแข่งขัน

“ไม่รู้ไม่สน ก็เขาใจร้ายกับพี่ก่อนนี่” จีฮโยยักไหล่ไม่สนใจ แต่ไม่รู้นะว่าทำไม ในใจเธอก็อยากให้โมโมะชนะเหมือนกัน

 

 

การแข่งขันเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีบางช่วงดุเดือดชวนบีบหัวใจบ้าง ในที่สุดโมโมะก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้

“สนุกเป็นบ้าเลย ทำไมรุ่นพี่โมโมะเก่งแบบนี้นะ ถ้าไปสมัครทีมชาติก็น่าจะเข้ารอบได้เลยนะเนี่ย” ปาร์คดาฮยอนยังนึกถึงเกมแมตช์เพิ่งดูจบไปหมาดๆ ก่อนเห็นสีหน้ากังวลใจของพี่สาว

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่เขาเป็นนักมวยนะ แค่นี้ไม่เจ็บหรอก” ดาฮยอนน่ะรับรู้ได้ ตอนพี่โมโมะโดนคู่ชกรุกหนัก โดนหมัดจากอีกฝ่ายใส่ไม่ยั้งจนพี่เขาต้องยกการ์ดขึ้นป้องกันตลอด มือเธอโดนพี่สาวบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ(ตอนนี้ยังไม่หายชาเลย) จีฮโยไม่รู้ตัวเลยสินะว่าตัวเองสนุกและลุ้นไปกับเกมขนาดไหนทั้งๆที่ดูมวยไม่เป็นเนี่ย

“เดี๋ยวฉันจะไปกับเพื่อนต่อนะ จะกลับแล้วไลน์บอกด้วย” น้องสาวบอกก่อนแยกตัวออกมา จีฮโยไม่รู้ว่าเธอจะไปไหนต่อ เพื่อนเธอก็ไปกับคู่เดตกันหมด ทิ้งคนโสดเคว้งกลางศูนย์ฝึกกีฬาแสนกว้างใหญ่แห่งนี้ จึงตัดสินใจไปเต๊นท์นักกีฬา ทว่ามาถึง เธอก็เจอรุ่นพี่นิชคุณอีกครั้ง

“อ้าว มาหาโมโมะเหรอ?” 

“ค ค่ะ” เพราะไม่รู้เหตุผลว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม จึงตอบไปแบบนี้

“เจ้าโมะอยู่ในห้องพักแหละเดี๋ยวฉันพาเข้าไปนะ”

“เจอกันตั้งบ่อย ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย” ขณะเดินไปที่ห้องพักของนักกีฬาหญิง นิชคุณก็ชวนคุย

“ฉ ฉันชื่อปาร์คจีฮโยค่ะ” แม้ตอนนี้ลดความเกร็งลงมาแล้ว แต่ยังไม่เลิกเขินพี่เขาเลย

“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันน่ะไม่เคยเห็นเจ้าโมะสนิทกับใครนานขนาดนี้หรอก ดีใจนะที่เธอเป็นเพื่อนของโมโมะน่ะ”

“แหะๆ” รุ่นพี่จะรู้มั้ยนะว่ากว่าจะเป็นเพื่อนกันได้ จีฮโยต้องรับมือความกวนประสาทของยัยคนนี้ขนาดไหน

“แต่ฉันว่า...ฉันคุ้นหน้าเธออยู่นะ เคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า?”

“จริงๆแล้ว เราเคยเจอกันตอนมอต้นค่ะ ที่รุ่นพี่ช่วยถือสมุดไปส่งที่ห้องพักครู”

“อ้า! จำได้แล้ว นั่นเธอเองเหรอเนี่ย โตขึ้นมากเลยนะ”

“ซี๊ดดด” ทว่าเสียงร้องโอดโอยของโมโมะดังขัดบทสนทนาของทั้งคู่ เพราะเดินไปคุยกันไปเรื่อยๆเลยเพิ่งรู้ตัวว่าถึงห้องพักของนักกีฬาหญิงแล้ว เมื่อมาถึงจุดหมาย นิชคุณจึงขอตัวไปเตรียมตัวแข่งแมตช์ต่อไป 

“อย่าเว่อร์น่า” ในห้องพักมีแค่โมโมะคนเดียว คนตัวเล็กจึงเดินเข้าไปหา เธอเห็นหน้าหงอยๆแถมกำลังประคบแก้มอยู่แบบนั้น จีฮโยก็ซ้ำเติมไม่ลง 

“เอามานี่ ฉันทำให้” เธอแย่งประคบจากมือไปแล้วประคบโหนกแก้มที่ช้ำนิดหน่อย แผลไม่ใหญ่มากหรอกแต่เห็นท่าทางหงอยๆของอีกคนแล้วทำไมใจถึงเป็นห่วงนักนะ

“อ๊ะ!” 

“โทษที มือหนักไปสินะ” จีฮโยประคองใบหน้าโมโมะให้อยู่นิ่งๆ และวางประคบบนแก้มอย่างเบามือ

 

โดยจีฮโยไม่รู้เลยว่าเธอทำแบบนี้แล้วทำให้หน้าของเราใกล้กันขนาดไหน

 

“เอ่อ...” คนตัวเล็กเพิ่งรู้สึกตัวตอนที่เห็นเงาตัวเองสะท้อนจากดวงตากลมของอีกฝ่ายชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ เธอผละออกด้วยความตกใจ กลายเป็นว่าตอนนี้เราทั้งคู่เขินจนทำตัวไม่ถูกกันแล้ว

“ม มะ ไม่เป็นไรหรอก ประคบเยอะแล้ว เดี๋ยวก็หายแล้วแหละ”

“อ อ่อ”

 

ไม่รู้ว่าตัวเองหน้าแดงขนาดไหน แต่หน้าของโมโมะน่ะ...แดงเป็นมะเขือเทศสุกเลย

 

“ธ เธอจะกลับบ้านเลยรึเปล่า”

“ไม่อ่ะ ดาฮยอนไปกับเพื่อนเลยต้องรอก่อน”

“งั้น...ไปเดินเที่ยวกันมั้ย”

 

 

 

 

 

“จะไม่ไปดูรุ่นพี่แข่งรอบชิงจริงดิ?”

“ไม่อ่ะ ฝั่งผู้ชายคนเยอะจะตาย อึดอัดจะแย่” ฝั่งผู้หญิงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นี่นา โมโมะคิด แต่เขาก็ตามใจจีฮโยอ่ะนะ ถึงผ่านเหตุการณ์ก่อนหน้ามาได้ แต่ลึกๆในใจของทั้งคู่ก็ยังมีบางสิ่งที่ค้างคาอยู่

 

ตอนนี้เรามาอยู่ที่ลานสนามหญ้ากว้างริมน้ำ ซึ่งอยู่อีกฝั่งของศูนย์ฝึกกีฬาจึงไร้เสียงการแข่งขันและกองเชียร์รบกวน ทำให้ตรงนี้มีนักเรียนทุกโรงเรียนพากันมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ

“ดูมวยไม่เป็นแต่ปาเป้าแม่นจริงนะ” พอจับจองที่ว่างแล้ว โมโมะที่หอบตุ๊กตายูนิคอร์นและตุ๊กตาซัลลีย์ตัวโตที่จีฮโยไปปาเป้าได้นั่งลงแหมะด้วยความเหนื่อยล้า แค่เจ้าก้อนสองตัวก็อุ้มเต็มวงแขนแล้ว ส่วนของกินนั้นจีฮโยเป็นคนดูแล หิ้วจนเต็มไม้เต็มมือไปหมด

“เออ ระวังหัวเธอไว้ให้ดีๆละกัน” จีฮโยลงนั่งข้างๆ ก่อนจิ้มลูกชิ้นทอดเข้าปาก

“ป้อนหน่อยสิ” โมโมะอ้อนพร้อมอ้าปากรอ

“กินเองสิ”

“อุ้มน้องอยู่”

“ก็วางลงสิ”

“เดี๋ยวก้นน้องติดเศษหญ้า”

“เฮ้อ~ เอ้า อ้าปาก” 

“เอาลูกชิ้นปลาด้วย” ถึงอย่างนั้นจีฮโยก็ยอมป้อน เห็นโมโมะเคี้ยวลูกชิ้นทอดหน้าตาชื่นบานแบบนี้ก็นึกหมั่นไส้ คนอะไรทำตัวน่าหมั่นไส้ตลอดเวลา

“โค้กด้วย”

“เยอะไปละ”

“น้า~า รอบเดียว” บทสนทนาของพวกเรามีเสียงหัวเราะเจือปนตลอด ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่เราอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกสนุกขนาดนี้

 

เมื่อไหร่กันนะที่เราอยู่ด้วยกันโดยลืมนึกเรื่องผลประโยชน์ไปแล้ว

 

 

“ฉันมีพี่สาวหนึ่งคน อยู่โรงเรียนประจำที่ญี่ปุ่นนู่น ส่วนฉันตามพ่อแม่มาทำงานที่นี่” พอกินขนมจนอิ่มแล้ว ทั้งคู่ก็นั่งคุยแบ่งปันเรื่องของกันและกัน 

“พ่อแม่ฉันก็ไม่ค่อยเคี่ยวเข็ญเท่าไหร่ตามประสาคนบ้างานแหละ”

“ไม่น้อยใจบ้างเหรอ?”

“ไม่เท่าไหร่หรอก แบบนี้ก็สบายใจดี” โมโมะตอบ “แล้วเธอล่ะ?”

“แม่ฉันเป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อทำงานนอกบ้าน แม่ขี้บ่นที่สุดแล้วแต่ฉันกับดาฮยอนก็ชอบไปคุยเล่นกับแม่บ่อยๆ เหมือนเพื่อนคนนึงเลย” เห็นอีกฝ่ายตั้งใจฟัง จีฮโยจึงเล่าต่อ

“ฉันกับดาฮยอน ห่างกันสองปี นิสัยไม่เหมือนกันเท่าไหร่ นางติดเกมน่ะ เคยบอกว่าอนาคตจะเป็นนักกีฬา e-sport”

“ฉันว่าดาฮยอนต้องเป็นได้แน่ๆ ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้” เห็นสีหน้าโมโมะเวลาพูดถึงน้องสาวตัวเองด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจ แล้วทำไมเธอถึงรู้สึกหน่วงใจแปลกๆนะ

“นี่เธอชอบดาฮยอนจริงๆเหรอ” จีฮโยเอ่ยถาม

“ถามทำไมล่ะ?”

“ตอบมาสิ”

“แล้วเธอชอบรุ่นพี่นิชคุณจริงๆเหรอ”

“ตอบฉันก่อนสิ”

“ฉันจะตอบถ้าเธอตอบก่อน” จีฮโยเริ่มไม่พอใจ นึกอยากลุกขึ้นหนี แต่เห็นแววตาจริงจังของโมโมะจึงทำแบบนั้นไม่ได้

“ฉันเห็นรุ่นพี่เหมือนเป็นไอดอลคนนึง เห็นแต่ตาและเอื้อมไม่ถึง...แค่นั้นแหละ”

“อืม...” โมโมะเผลอทำสีหน้าโล่งใจไปแวบนึงก่อนกลับมาทำตัวปกติ

“แล้วดาฮยอนล่ะ ไหนว่าจะจีบไง คงไม่ได้คิดเล่นๆกับน้องสาวฉันตั้งแต่แรกใช่มั้ย”

“.....ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้วล่ะ”

“หมายความไง?”

“ฉันไม่ได้เข้าหาเธอเพราะจีบดาฮยอนหรอก”

จีฮโยนิ่งไปเมื่อได้ยินประโยคนั้น

“นี่เธอ...คิดจะทำอะไรกันแน่” เห็นอีกคนเงียบจึงเขย่าตัวเค้นคำตอบ “โมโมะ ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ!”

“นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ?”

“พูดอะไร...ฉันไม่รู้เรื่อง” ยิ่งเธอเห็นแววตาเจ็บปวดของอีกฝ่ายจีฮโยยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่

“ตอนแรกฉันก็แค่จะเอาคืนเธอ ให้รู้สึกสะใจบ้าง”

“...............”

“แต่นานไปๆฉันก็ปลงเพราะอยู่กับเธอแล้วรู้สึกสนุก แต่ว่า...”

“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดขึ้นตอนไหน ก็แค่อยากแกล้งเธอ จู่ๆก็คิดถึงขึ้นมาเอง…

“เธอ....ตั้งใจจะบอกอะไรกันแน่” 

 

เป็นครั้งแรกที่โมโมะหลบตา เขาไม่กล้าพูดมันออกมา

และเป็นครั้งแรกที่จีฮโยไม่กล้าเค้นคำตอบ...เพราะกลัวเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ

 

“อ้าว พี่อยู่นี่เอง ฉันว่าจะกลับแล้วนะ”

“พี่จีฮโย...” ดาฮยอนกับเพื่อนสาวเห็นบรรยากาศคุกรุ่นแบบนั้นก็ทำเพียงมองซ้ายขวาสลับไปมา

“อือ ไปกันเถอะ” จีฮโยเดินจากมาด้วยใจเต้นที่โครมคราม แต่ใจของโมโมะนั้น...กลับเต้นช้าลงราวกับจะหยุดนิ่ง

 

 

••••••••••••••••••••

 

 

เราเจอกันอีกครั้งในเช้าวันจันทร์ที่โซนตู้ล็อกเกอร์ประจำชั้น โมโมะคืนรูปที่เหลือทั้งหมด แล้วพูดว่า “ขอโทษนะสำหรับที่ผ่านมา” 

“อ อืม” จีฮโยตอบไปแค่นั้น

 

บทสนทนาช่างอึดอัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเรื่องระหว่างเรายังคลุมเครือและค้างคา แต่เราทั้งคู่เลือกที่จะเดินหนีมัน แม้ได้รับของคืนทั้งหมดแล้วแต่ความรู้สึกของปาร์คจีฮโยกลับหนักอกหนักใจกว่าเดิม

 

หลังจากนั้นโมโมะไม่มาวอแวเธออีกเลย

 

 

หนึ่งอาทิตย์แล้ว ที่เราไม่ได้คุยกัน

ชีวิตของจีฮโยกลับมาสงบสุขดังเดิม ไม่ต้องวุ่นวายกับคนกวนประสาททั้งเช้าสายบ่ายเย็นอย่างเช่นที่ผ่านมา

 

“ช่วงนี้พี่ดูหงอยๆจังนะ” ปาร์คดาฮยอนเดินมาหาพี่สาวที่นั่งม้านั่งรับลมยามหัวค่ำในสวนหลังบ้าน

“ดูเป็นงั้นเหรอ?”

“ใช่สิ ใครๆก็ดูออก” น้องสาวกล่าว ถึงจีฮโยกับดาฮยอนอายุห่างกันสองปี แต่ดูเหมือนเป็นเพื่อนมากกว่าพี่น้อง แถมไลฟ์สไตล์ต่างกันอีก แม้พี่น้องคู่นี้ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันในทุกวัน แต่การที่ดาฮยอนมานั่งคุยกับเธอราวกับให้เป็นที่พึ่งพิง จีฮโยก็รู้สึกซึ้งใจพอสมควร

“ยังไม่คืนดีกันเหรอ”

“ให้คืนดีเรื่องไรล่ะ ไม่โกรธกันสักหน่อย”

“จ้าๆ พี่ใครเนี่ย หยิ่งเหลือเกิน”

“ว่าใครยะ!?”

“ว่าพี่นั่นแหละ” ดาฮยอนนั่งลงข้างๆเธอ “ทะเลาะเรื่องอะไรกัน”

“ก็แค่...มีเรื่องสับสนนิดหน่อยน่ะ” จีฮโยตอบ “ตอนนี้เธอยังคุยกับโมโมะอยู่มั้ย?”

“ไม่เลยนะ หลังจากงานเทศกาลก็ไม่ได้คุยกันเลย”

“งั้นเหรอ...”

“ทำไมอ่ะ รุ่นพี่โมโมะเขาสารภาพรักกับพี่เหรอ”

 

“ป ปะ เปล่าสักหน่อย!!!”

“เฮ้อ จะปฏิเสธก็ให้เนียนหน่อยสิ หน้าแดงไปหมดแล้วเนี่ย”

“นี่พี่ดูไม่ออกเหรอว่าพี่โมโมะชอบพี่น่ะ” ดาฮยอนขยับเข้าใกล้แล้วกระซิบ “แถมพี่ก็ชอบเขาเหมือนกัน”

“พ พะ พูดอะไรเนี่ย เพ้อเจ้อจริงๆ ไปเล่นเกมได้แล้ว”

“โห่ นี่น้องเห็นพี่กลุ้มเลยอุตส่าห์มาปลอบใจแต่กลับไล่น้อง... ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะปาร์คจีฮโย”

“ย๊า! เธอนี่ชักเหมือนโมโมะไปทุกทีแล้วนะ”

“แหนะ พูดถึงรุ่นพี่อีกละ” ดาฮยอนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นพี่สาวตนยกมือปิดปากด้วยท่าทางลนลาน

“พี่ไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ พี่โมโมะบอกว่าจะจีบฉันแต่กลับมาวอแวพี่มากกว่า”

“นั่นสิ” จีฮโยพึมพำ “ทำไมฉันไม่เอะใจเลย”

 

โมโมะชอบฉันจริงๆสินะ ไปไม่ถูกเลย

 

“ฉันไม่หวังให้พี่เล่าหรอกนะว่าเกิดไรขึ้น แต่ถ้าในใจมันอัดอั้นก็ไปคุยกับเขาเถอะ ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้งมันไม่แย่หรอก”

“จะให้คุยเรื่องไหนล่ะ มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจทั้งนั้น”

“ก็เรื่องที่ไม่เข้าใจนี่แหละที่ควรเคลียร์ เฮ้อ~ เลิกเถียงฉันแล้วทักไปคุยกับรุ่นพี่เถอะ”

“ก็ทักไปแล้วนางไม่ตอบไง!”

“ห้ะ??” ดาฮยอนไม่ได้อึ้งกับการที่โมโมะไม่ตอบแชทพี่สาวนะ แต่เขาอึ้งกับพี่สาวที่ยอมลดทิฐิทักไปหาโมโมะ คนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างปาร์คจีฮโยเนี่ยนะ!?

“พี่ชอบรุ่นพี่โมโมะแล้วล่ะ อย่าปฏิเสธหัวใจตัวเองเลย”

“ย๊า! เลิกพูดคำนี้สักทีเถอะ”

 

“สรุปโมโมะไม่ได้จีบเธอเหรอ?” คำถามนี้ทำเอาน้องสาวที่กำลังกินขนมอยู่ต้องชะงัก

“เอ่อ...จริงๆแล้ว ฉันคุยๆกับน้องรหัสของรุ่นพี่โมโมะอยู่น่ะเลยติดต่อกัน”

“อะไรนะ?”

“อย่าบอกแม่นะ คือ...ฉันจะจีบเขาแต่เขาไม่สนใจเลยขอให้รุ่นพี่ช่วย”

“ถ้าอย่างนั้น ที่โมโมะขอเบอร์เธอจากฉัน...”

“แหะๆ ฉันรู้อยู่แล้วจ้า” ดาฮยอนยิ้มแหยๆ กลัวพี่สาวจะฟาดให้จึงอธิบายเพิ่มเติม

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ...รุ่นพี่โมโมะบอกฉันว่ามีเรื่องที่จะแก้เผ็ดพี่เลยขอให้ฉันช่วยเออออตามหน่อย ฉันเองก็ไม่รู้ไรไปมากกว่านี้หรอก”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย??” จีฮโยไม่เข้าใจขึ้นไปอีก “แล้วโมโมะจะแก้เผ็ดฉันเรื่องอะไร ฉันเคยไปทำอะไรให้นะ”

“พี่กับรุ่นพี่โมโมะน่าจะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนนะ ตอนเด็กๆพี่เองก็แสบไม่ใช่เล่น ลองนึกย้อนดูๆสิ” เธอเองก็คิดเช่นนั้น แต่ยังไงก็ไม่คุ้นเลยว่าเจอฮิราอิ โมโมะที่ไหน แม้แต่ชื่อก็ยังไม่คุ้นเลย

“เธอจำวีรกรรมที่ฉันเคยทำตอนเด็กๆมั้ย”

“กับฉันหรือกับคนอื่น?”

“คนอื่น เช่นที่โรงเรียน”

“อืม~” ดาฮยอนนึก “อ้อ มีครั้งนึง พี่มาเล่าให้แม่ฟังว่าพี่ไปช่วยเด็กคนนึงที่ถูกคนรังแก จำได้ว่าคนที่รังแกเด็กคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมห้องพี่ด้วยมั้ง ยังจำตอนที่พี่โวยวายว่าเด็กคนนั้นน่าจะฟ้องครูอยู่เลย”

“!!!!!”

 

 

 

“ปาร์คจีฮโย”

“มาค่ะ”

“โมโมะจัง”

“มาค่า”

“เอาล่ะทุกคน มารวมกลุ่มกันจ้ะ”

สมัยประถม จีฮโยและโมโมะเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ความสัมพันธ์ของเราในขณะนั้นคือ รู้จักกันเพียงชื่อ ไม่เคยคุยกันและสนิทกันดั่งเช่นปัจจุบัน เราต่างคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนแสนดีและน่าคบ ทว่ามีวันหนึ่งที่ทำให้ความคิดของทั้งคู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” โมโมะตะโกนดังลั่นเมื่อเห็นคนวัยเดียวกันกำลังรังแกรุ่นน้องคนหนึ่งอยู่

“ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไปฟ้องครูเดี๋ยวนี้แหละ” แก๊งอันธพาลได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งออกมาด้วยความกลัว

“ไม่เป็นไรนะ เธอปลอดภัยแล้ว” เมื่อพวกนั้นไปแล้ว โมโมะจึงเข้าไปปลอบโยน คงเพราะเด็กตัวน้อยอัดอั้นกับการถูกรังแก พอโล่งใจแล้วจึงปล่อยโฮออกมายกใหญ่

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“!?” ปรากฎคือปาร์คจีฮโย เพื่อนร่วมห้องของเขานั่นเอง ภาพที่จีฮโยเห็นคือ โมโมะกำลังรังแกเด็กที่อ่อนแอกว่าจนร้องไห้โฮ

“ทำไมเธอถึงไปรังแกรุ่นน้องล่ะ!?”

“ปะ เปล่า ฉันไม่ได้—” / “ยังจะมาโกหกอีก” จีฮโยเถียงพร้อมจ้องมองคนตัวสูงด้วยสายตาเกลียดชัง 

 

สุดท้ายเรื่องก็ไม่ไปถึงครู เพราะรุ่นน้องคนนั้นอยู่ปอสาม เด็กเกินกว่ากล้าที่จะอธิบาย หลังจากเหตุการณ์นั้นจบลง โมโมะพยายามอธิบายให้จีฮโยฟังขนาดไหนก็ไม่เป็นผลจนตัวเขาท้อไปเอง นับแต่นั้นมา โมโมะก็เสียเพื่อนแสนดีและน่าคบที่ชื่อ ‘ปาร์คจีฮโย’ ไปแล้ว 

 

 

 

เหตุการณ์ตอนนั้นรวมทั้งสายตาแสนเกลียดชังยังฝังใจของฮิราอิ โมโมะแน่น หลังจากจบชั้นประถม เราทั้งคู่ก็แยกโรงเรียนกัน แม้ในใจร่ำร้องบอกว่าควรลืมเรื่องนี้ไปได้แล้ว แต่อีกด้าน เขายังคงเคืองว่าทำไมปาร์คจีฮโยถึงไม่ฟังเขาเลย จนมาเจอในโรงเรียนมอปลายแห่งนี้

เพราะวันนั้น โมโมะวิ่งรอบโรงเรียนเสร็จจึงมาหาพวกผู้ชายที่วิ่งในสนาม เขาเห็นจีฮโยก็จำได้ตั้งแต่แรกพบ แต่อีกฝ่ายคงไม่สังเกตเห็นเขา โมโมะคิดว่าจะไปทักทายสักหน่อยโดยไม่สนใจว่าอีกคนจะจำเขาได้มั้ย ทว่า พอจีฮโยลุกขึ้นเพื่อลงจากอัฒจันทร์ อัลบั้มใส่รูปก็ตกลงมาจากกระเป๋าโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต เพราะอัลบั้มกางเปิดพอดีทำให้โมโมะเห็นรูปที่จีฮโยถ่ายไว้และรู้ว่าเธอปลื้มนิชคุณ รุ่นพี่คนฮอตคนสนิทของเขา

 

ทันใดนั้นสมองก็คิดแผนการชั่วร้ายขึ้นมา

 

โมโมะจึงไปดักรอที่ล็อกเกอร์ประจำชั้นที่ตั้งอยู่ริมทางเดิน ไม่นานนัก จีฮโยเดินมาที่นี่พร้อมกับเพื่อนสนิท

“เธอเป็นใครน่ะ” คนตัวเล็กถามขึ้น แหงล่ะเพราะอีกคนยืนขวางตู้ล็อกเกอร์ของเธออยู่

“อะไรกัน~ นี่เธอไม่รู้จักฉันเหรอ” โมโมะหยอก จำเขาไม่ได้ก็เข้าใจได้อยู่ แต่นี่ไม่รู้จักสมาชิกหญิงคนเดียวในชมรมเดียวกับผู้ชายที่เธอปลื้มนี่ก็เกินไปหน่อยนะ

“นั่นน่ะโมโมะ เป็นนักมวยอยู่ชมรมเดียวกับรุ่นพี่นิชคุณไง” เพื่อนสาวกระซิบบอก

“ฉันขอคุยกับจีฮโยหน่อยได้มั้ย” แม้ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่เพื่อนจีฮโยเลี่ยงออกไปตามที่บอก

“มีอะไร?”

“เธอรู้ใช่มั้ยว่านี่คืออะไร” จีฮโยตาเบิกโพลงเมื่อเห็นคนตัวสูงชูอัลบั้มรูปที่เธอทำหาย

“ไปเอามาจากไหนน่ะ!?”

“พอดีมีคนสะเพร่าทำของหล่น แล้วดันเป็นสิ่งที่น่าสนใจน่ะสิ”

“เอาคืนมานะ อันนั้นเป็นของที่ฉันตั้งใจทำมาก”

“งั้นเย็นนี้มาเจอที่คาเฟ่หลังโรงเรียนหน่อยนะ แล้วฉันจะคิดอีกทีว่าจะคืนมั้ย”

 

 

 

แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรไปทำแบบนั้น เอาของขวัญที่เธออุตส่าห์ทำมาแบล็คเมลให้เธอทำตามที่สั่ง ถึงไม่ได้สั่งให้ทำเรื่องเลวร้ายแต่มันก็ใช้ไม่ได้ ทว่าสำนึกผิดตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว การกระทำที่ขาดความไตร่ตรองก็เหตุผลที่เพียงพอกับการอกหักแล้วล่ะ

 

แค่คิดว่าแกล้งเล่นๆพอประมาณ กลายเป็นใจดันถลำลึกไปเอง เสียฟอร์มแย่เลยนะฮิราอิ โมโมะ

 

 

ตอนนี้โมโมะกำลังจะกลับบ้าน เขาขอลากิจจึงไม่ได้เรียนในช่วงบ่าย ตอนที่ไปห้องพักครู โมโมะเจอนิชคุณพอดีจึงมีการพูดคุยกันนิดหน่อย

“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่?” ซนแชยองถาม น้องรหัสตัวเล็กมาส่งเขาถึงหน้าอาคารเรียน หล่อนมีนิสัยน่ารักและแคร์คนอื่น โมโมะจะไม่หวงได้ยังไงกัน ดาฮยอนจึงต้องเอาใจเขามากๆเพราะแบบนี้แหละ(แต่โมโมะก็ให้ดาฮยอนสามผ่านนะ)

“น่าจะอาทิตย์หน้าละมั้ง”

“อย่าลืมช็อกโกแลตนะ”

“ไม่ลืมหรอกน่า รีบกลับตึกได้แล้ว” โมโมะขยี้หัวอีกฝ่ายก่อนเดินออกมา เสียงกริ่งดังขึ้นบ่งบอกว่าถึงเวลาเรียนแล้ว เหล่านักเรียนก็ทยอยขึ้นตึกเรียนของตนไป

 

โรงเรียนในยามนี้ก็เงียบสงบดี คนตัวสูงเดินทอดน่องตามทางเดินอย่างไม่เร่งรีบแถมอากาศครึ้ม ไม่มีแดดร้อน ก็ถือโอกาสพักหายใจสักหน่อย ทว่าหูดันได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาแว่วๆ และกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“ฮิราอิ โมโมะ!!”

 

ปรากกฎเป็นปาร์คจีฮโย เธอวิ่งตามเขามา

 

“ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” โมโมะตกใจมาก ไม่นึกว่าจะเจอจีฮโยอีกครั้ง

“ฉันต้องถามเธอมากกว่า เธอจะไปไหน”

“ก็ฉันลาตอนบ่ายนี่...แล้วเธอวิ่งมาทำไม” คนตัวสูงบอก เห็นคนตัวเล็กแฮ่กๆก็นึกสงสารเพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยออกกำลังกาย

“ฉันกลัวมาไม่ทันเธอน่ะสิ”

“เอ๋?”

“ฉันขอโทษนะเรื่องตอนประถม”

“เธอจำได้แล้วสินะ” โมโมะได้ยินแบบนั้นจึงยิ้มออกมา 

“อืม” ยิ่งนึกย้อนไป จีฮโยยิ่งรู้สึกผิด “ตอนนั้นฉันควรจะฟังเธอ”

“ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว” คนตัวสูงกล่าว ตอนนี้เรื่องในอดีตที่คอยกวนใจมันมลายหายไปแล้ว

“ฉันเองก็ควรขอโทษให้มากกว่านี้ ที่ฉันขู่จะแบล็คเมลเธอ มันไม่ใช่สิ่งควรทำเลย”

“อืม ฉันไม่โกรธเธอแล้ว”

 

“แล้ว...มีอะไรอีกมั้ย”

“อย่าไปเลยนะ!”

“...ฉันแค่จะกลับบ้าน” โมโมะสงสัยที่จู่ๆ จีฮโยโพล่งคำนั้นออกมา

“เธอจะกลับไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ” 

“จีฮโย! เธอร้องไห้ทำไม” พอเห็นดวงตากลมโตของอีกฝ่ายเริ่มมีน้ำเอ่อล้น โมโมะถลาเข้ามาหาอย่างลนลาน เพราะไม่เคยเห็นจีฮโยร้องไห้ต่อหน้าเลย

“รุ่นพี่นิชคุณบอกฉันหมดแล้วว่าเธอจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเร็วๆนี้ ที่เธอไม่มาเรียนสิบวันเพราะเธอจัดการเรื่องเอกสารการเรียนต่ออยู่ เธอจะไปอยู่นู่นจริงๆใช่มั้ย!? ตอนนั้นก็แกล้งฉันนานาสารพัด แล้วคราวนี้จะไปไม่บอกไม่กล่าวเหรอ แชทก็ไม่ตอบ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ!” พอรัวทุบไหล่อีกคนพร้อมโวยวายใส่จนเหนื่อย จีฮโยก็ปล่อยโฮออกมา

“เอ่อ…ถ้าเป็นเรื่องโทรศัพท์ มันตกส้วมน่ะ ฉันเอาไปเล่นในห้องน้ำด้วย ส่วนเรื่องกำลังจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น อันนั้นไม่ใช่แล้วแหละ ฉันจะไปตอนเรียนจบมอปลายนู่น”

“แล้วที่รุ่นพี่พูด…”

“เพราะฉันบินไปกับที่บ้านบ่อยแถมขาดเรียนนานไง เลยต้องจัดการเรื่องเอกสารหลายๆอย่าง เธอน่ะโดนรุ่นพี่ต้มเต็มๆเลยนะ” คนตัวสูงคิดในใจว่ารุ่นพี่ของเขานี่แสบไม่ใช่เล่น ทำเอาคนที่ปลื้มเขาร้องไห้ได้เนี่ย

“ใจร้ายจัง มีเรื่องแบบนี้แต่ไม่บอกฉันสักคำ”

“ให้บอกในฐานะไรล่ะ?”

“!!!”

“เธอรู้สินะว่าฉันคิดกับเธอในฐานะอะไร” โมโมะย่างเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู เห็นอีกคนไม่ยอมสบตา แถมหน้าขึ้นสีด้วย นึกในใจว่าจีฮโยน่ารักเป็นบ้า แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบก็คงไม่ต้องหวังไรมากไปกว่านี้แล้ว

“ถ้าฉันได้โทรศัพท์ใหม่แล้วจะติดต่อมานะ” เมื่อเห็นว่าจีฮโยไม่มีอะไรจะพูดแล้วจึงขอตัว

“เดี๋ยวก่อน!” คนตัวสูงหันมาหาเพื่อฟังประโยคที่อีกฝ่ายจะพูดต่อไปนี้

“ช่วยรอฉันก่อนนะ”

“???”

 

 

 

“จะไปจริงๆเหรอ” คุณนายปาร์คกล่าว ตอนนี้ทุกคนอยู่ในสนามบินนานาชาติเพื่อมาส่งลูกสาวทั้งสองคนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น

“ต้องไปสิแม่ ลูกแม่อุตส่าห์ได้ทุนมานะ”

“ฝากหนูโมะดูแลเจ้าจีด้วยนะ ถ้าดื้อก็ดุได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” โมโมะรับคำพลางหัวเราะเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขาและซนแชยองเป็นลูกรักบ้านสกุลปาร์คไปแล้ว

“แม่~~ หนูยังเป็นลูกแม่อยู่มั้ยเนี่ย” จีฮโยทำเป็นบ่นปอดแปดแล้วเข้าไปกอดมารดา

“ส่งขนมมาให้กินด้วยน้า อย่าลืมเชียวล่ะ” ดาฮยอนพูดเย้าหยอกตามสไตค์ อีกไม่นานเธอจะจบมัธยมแล้ว เตรียมตัวฝึกเป็นนักกีฬา e-sport ตามความฝัน แถมสมหวังกับความรักแล้วด้วย

“จ้าๆ รู้แล้ว ดูแลตัวเองด้วย อย่าหักโหมมาก” 

“เข้าใจแล้วน่า พี่ก็เหมือนกันนะ” สองพี่น้องสวมกอดกัน เป็นภาพที่ไม่ค่อยเห็นมากนักและสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้างทุกครั้งที่มอง

 

 

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันสอบชิงทุนผ่านด้วย” คนตัวเล็กเอ่ยพร้อมรับกาแฟเย็นจากโมโมะ ตอนนี้เราทั้งคู่นั่งรอขึ้นเครื่องในเกทสนามบิน

“ก็เธอเก่งนี่”

“ใช่ไง ถึงตาม ‘แฟน’ มาเรียนต่อได้”

“จ้าๆ ขอบอกนะว่าภาษาญี่ปุ่นมันยากจะตาย เธอโดนติวหนักแน่ปาร์คจีฮโย” โมโมะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“คิดว่าฉันกลัวเหรอ” จีฮโยก็ยื่นหน้าเข้าใกล้สู้กลับ กลายเป็นว่าเธอโดนอีกคนฉวยโอกาสจุ๊บปากอย่างง่ายดาย

“ไอ้บ้า! คนตั้งเยอะแยะ”

“งั้นตอนอยู่สองคนทำได้สินะ”

“บ้า!! กินไปเลยป่ะ”

 

 

“รอเธอ...งั้นเหรอ?”

“อะ อืม”

“ที่จริงตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในช่วงตัดใจจากเธอน่ะ”

“............”

“แต่ถ้าเธอบอกให้ฉันรอ ฉันคงต้องพักเรื่องการตัดใจก่อน”

“อย่านานล่ะ เพราะเป็นเธอฉันเลยยอม ‘รอ’ อีก”

 

 

 

“อยากจะถามมานานละ” โมโมะเอ่ยหลังเห็นจีฮโยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“ว่าไร”

“เปลี่ยนรูปหน้าจอได้ยัง เลิกแกล้งฉันเถอะ” รูปฟิล์มที่บังเอิญถ่ายโมโมะคราวนั้นออกมาหน้าเหวอและตลกกว่าที่จีฮโยคิดไว้ จึงตั้งเป็นรูปหน้าจอโทรศัพท์ซะเลย

“ทำไมอ่ะ ฉันชอบมากเลยนะ” 

“ชอบฉันเหรอ?”

“ชอบรูปต่างหาก แบร่!”

“ย๊า! ปาร์คจีฮโย เอามานี่เลยนะ!”

 

 

FIN.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

×