คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS:TWICE] TIME for US (MINA X JIHYO ft. CHAEYOUNG)

โดย kwaRI-n

เมียวอิ มินะเคยมั่นใจแล้วว่าความรักของเธอหยุดอยู่ที่ลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว แต่พอพบกับคุณครูคนนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกว่าความรักที่ว่าเริ่มเเบ่งตัวทีละนิดแล้ว

ยอดวิวรวม

177

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


177

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ม.ค. 63 / 23:57 น.
นิยาย [OS:TWICE] TIME for US (MINA X JIHYO ft. CHAEYOUNG) [OS:TWICE] TIME for US (MINA X JIHYO ft. CHAEYOUNG) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้










บางสิ่งบางอย่างต้องใช้เวลา
ความรักเองก็เช่นกัน





J_ust - Let's Hear It



MINA  X  CHAEYOUNG  X JIHYO

    


 




สวัสดีทุกคนที่ตั้งใจหรือหลงเข้ามานะคะ
นี่เป็นฟิคคู่มินะxจีฮโยเรื่องแรกที่แต่งเลย
ด้วยความที่ชอบความสัมพันธ์ของมินะxจีฮโย กับ มินะxแชยอง
จึงเกิดเป็นฟิคสั้นเรื่องนี้ออกมา

ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีกเรื่องนะคะ :)
tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ม.ค. 63 / 23:57



เมียวอิ มินะดูนาฬิกาข้อมือสลับประตูโรงเรียนอนุบาล ประตูบานใหญ่หลากสีสันนั่นยังไม่เปิดออก

เธอถอนหายใจ พลางเดินไปเดินมาเหมือนร้อนรนใจ

 

 

กริ๊งงงงงงงงงง!!!!!!!!

 

 

“!!!”

 

มินะหันขวับกลับมามองที่ประตูอีกครั้ง คราวนี้มันเปิดออกมาพร้อมเด็กๆตัวเล็กวิ่งออกมาหาผู้ปกครองกันเต็มไปหมด ดูคล้ายๆเหมือนมดแตกรังเลยทีเดียว

 

หญิงสาวไม่รอช้า รีบสาวเท้าก้าวไปหน้าประตูรั้วทันที

เพราะเขาเห็นเป้าหมายของตัวเองแล้ว

 

เธอคนนั้นเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูสว่างไสวกว่าพระอาทิตย์ยามเย็นนี้ มือทั้งสองข้างจูงเด็กๆออกมาส่ง พลางโบกมือลาอย่างเป็นมิตร

 

แล้วจู่ๆก็เงยหน้ามาสบตามินะโดยพลัน

 

 

 

หม่าม๊าาา!!!!!!!”

 

 

 

โลกที่เหมือนว่าจะหยุดหมุนกลับเดินต่ออย่างรวดเร็วทันทีที่ได้ยินเสียงลูกสาวของตน มินะมองเด็กตัวเล็ก(ที่อาจจะเล็กที่สุดในชั้น)วิ่งมาหาแล้วกระโดดกอดผู้เป็นแม่

 

 

ม๊ามาเร็วมากๆ คิดถึงหม่าม๊าม้ากกกกกกก มินะยืนประคองเด็กตัวเท่าเอวเธอไม่ให้ล้มไป พลางส่งยิ้มแห้งๆให้ใครอีกคนที่มองทั้งคู่ด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ

สัญญากับแชงแชงแล้วใช่มั้ยคะว่าวันนี้จะพาไปกินข้าวที่ร้านน้าซาน แชงแชงอยากไปแล้ว อยากไปๆๆ

แชจังต้องบอกลาคุณครูจีก่อนนะคะ

ไม่ลืมหรอกค่ะ!!” พูดจบ เมียวอิ แชยองหันไปกอดพัคจีฮโย ครูประจำชั้นแน่น

แชงแชงต้องกลับแล้วนะคะ

กินข้าวเสร็จแล้วต้องทำการบ้านด้วยนะคะ

รับทราบค่ะ!! หม่าม๊าป่ะเร็วค่ะๆๆๆ พูดจบ เด็กน้อยก็หันมาลากแขนผู้เป็นแม่ให้ไปที่รถ ทำเอามินะจะพูดอะไรก็ไม่ทัน ขนาดจะบอกคุณครูว่า ไปก่อนนะคะ ยังไม่ทันเลย

 

รถมินิคูเปอร์สีเขียวเข้มแล่นออกจากที่จอดรถหน้าโรงเรียนช้าๆ ตามอารมณ์ของคนขับที่ยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่ ดวงตาเล็กเหล่มองลูกสาวที่กำลังพึมพำว่ากินข้าวๆ พลางมองยืดตัวมองข้างทางด้วยความตื่นเต้น

 

ยังเคืองอยู่นะ แต่ช่างเถอะ

 

โตเกียวในเวลาหลังเลิกงาน ซึ่งเป็นเวลาที่คนพลุ่กพล่านเป็นพิเศษ

วันศุกร์อาจจะดีกับใครหลายๆคน

แต่มินะไม่รู้สึกแบบนั้นแฮะ

 

แชงแชงคะ มินะเรียกลูกสาว แชยองเองก็หันมาหาด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า

วันนี้เรียนอะไรบ้างเอ่ย?

งืมมมม พอได้ยินคำถาม แชยองก็นิ่วหน้าขึ้นมาทันที

บวกลบเลขอ่า ไม่สนุกเลย คำตอบนั้นทำเอามินะหลุดหัวเราะเล็กน้อย นึกถึงตัวเองตอนเด็กที่เกลียดวิชาเลขเข้าไส้เหมือนกัน

แต่ที่ครูจีมาสอนหนูแบบสองต่อสองเลยเข้าใจ เอ็นดูเด็กวัยห้าขวบที่ใช้คำว่า สองต่อสองแทนคำว่า ตัวต่อตัว แต่พอได้ยินคำว่าครูจี ทำเอาใจกระตุกอีกรอบ

ครูจีใจดีที่สุดเลยค่ะ! หนูไม่เคยชอบครูคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลยย เด็กหญิงกล่าวด้วยท่าทางสดใส ซึ่งน้อยคนนักที่ทำให้แชยองเป็นอย่างนี้ได้

ม๊าล่ะคะ...ชอบครูจีมั้ย?เธอนิ่งไปสักพัก ดวงตาจ้องมองผู้คนเดินข้ามทางม้าลายอย่างขวักไขว่

 

ค่ะ ม๊าก็ชอบเค้าเหมือนกัน

 

เป็นคำตอบที่มินะใช้เวลาคิดไม่นานที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 


ตั้งแต่เกิดมา เมียวอิ มินะคือความสมบูรณ์แบบทุกอย่างของมนุษย์นึง

 เรียนดี กีฬาดี ฐานะดี กิริยาท่าทาง รูปลักษณ์ก็ไม่เป็นรองใคร

 สิ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของมินะมีเพียงเรื่องเดียว คือ ความรัก

 ฉันชอบรุ่นพี่ค่ะ! ได้โปรดคบกับฉันเถอะนะคะ

เอ่อ...ขอบคุณนะ แต่ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวน่ะ

 

มอต้นก็อกหักจากรุ่นพี่พิทเชอร์ในทีมเบสบอลประจำโรงเรียน

มอปลายก็ไปหักอกเค้า....ก็นะ เริ่มเข้าใจมุมมองของคนไม่รู้สึกบ้างละ

 

มินะเข้าใจว่าอะไรๆก็ไม่ยั่งยืน แม้ว่าเธอเพอร์เฟคขนาดนี้ กลับไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน

ขณะที่คนรอบตัวต่างมีคนรู้ใจอยู่เคียงข้าง มินะก็เจอแต่ คนคุย

ในที่สุดก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่ต้องการจึงห่างเหินจนเลิกคุยกันไป

 

เมียวอิ มินะน่ะ ไม่รู้แม้แต่สเปคของคนในอุดมคติแม้แต่น้อย

 


พอเข้าสู่วัยทำงาน มินะก็เจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งลูกค้าของบริษัทเธอ

เธอชอบเขา เขาเองก็ชอบเธอ ด้วยนิสัยใจคอและอะไรหลายๆอย่าง

เราทั้งคู่เข้ากันได้ดี ไม่นานก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ และมีพยานรักตัวน้อย

เมียวอิ มินะไม่คิดว่าคนล้มเหลวด้านความรักจะมาถึงจุดสูงสุดได้ขนาดนี้

 

ทว่า มันก็ไม่สวยงามตลอดไป

 

หนึ่งปีผ่านไป เพราะอีกฝ่ายต้องการไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศซึ่งมินะเองไม่เห็นด้วย มุมมองที่ไม่ลงรอยกันจึงตกลงแยกทาง ไม่นานนักฝ่ายชายก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ

 

นับแต่นั้นมา เมียวอิ มินะก็ไม่เปิดใจให้ใครอีก แม้ว่าอีกฝ่ายจะทำดีแค่ไหนก็ตาม

ขอแค่มีเมียวอิ แชยอง มินะก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

 

จนได้มาเจอกับคุณครูสาวชาวเกาหลีแท้ๆคนนั้น

 

 


 

ให้แก้วเดียวนะ
            อื้อ มินะถือแก้วรับเบียร์ที่เพื่อนสนิทกำลังรินให้ มินาโตะซากิ ซานะขุ่นเคืองนิดหน่อยที่อีกฝ่ายขอดื่มทั้งที่ต้องขับรถกลับบ้านน่ะ
            เป็นไงมั่ง ร้านอาหารปิดแล้ว ตอนนี้มีแต่เจ้าของร้านกับเพื่อนสนิท ส่วนหลานไปเล่นของเล่นกับแฟนเธอในห้องพักหลังร้าน
            ไม่ได้คุยเลย
            โถ ฮ่าๆๆๆๆ
            ขำไรยัยชิบะ มินะฉุนอย่างไม่จริงจังนัก ต้องเรียกว่าเขินอายมากกว่าจึงต้องกระดกเบียร์กลบเกลื่อน
            โอ๋ๆ เมียวอิจัง~” ซานะยกมือลูบศีรษะอีกฝ่าย โดยความที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มหาลัย เวลามินะมีความรักมักจะมาปรึกษาเธอเสมอ ซานะจึงรู้ความเป็นไปหลายอย่าง แน่นอนว่ามินะจริงจังกับทุกคน แต่ผลลัพธ์ออกมามักจะแห้วตลอด

 

พูดตามตรงว่าคราวนี้เหนือความคาดหมายหน่อยๆ เพราะหลังจากหย่ากับสามี อีกฝ่ายเล่นประกาศกร้าวเลยว่าจะอยู่กับแชยองแค่สองคน แต่จู่ๆ วันนึงก็มาสารภาพแอบชอบคนๆนึงอยู่ ซานะก็ไม่คิดขัดใจถ้าเพื่อนชอบคนนี้แสดงว่าเป็นคนนิสัยดีพอตัวอยู่


            เดี๋ยวแชจังจะขึ้นประถมแล้วนะ ถึงตอนนี้อยู่อนุบาลสองก็เถอะ แต่เวลามันเดินเร็วจะตายไป
            ก็จริง มินะเองก็เห็นด้วยและเข้าใจความหมายที่ซานะจะสื่อดีว่ารีบสารภาพกับเขาเร็วๆซะสิ

 

แต่มันง่ายที่ไหนซะล่ะ

 

การเป็นฝ่ายสารภาพรักแต่ละครั้งทำเอาความมั่นใจของมินะถดถอยจนแทบเหลือเป็นศูนย์


            หรือฉันควรปลงและหันกลับมาดูแลแชจังเฉยๆดี เธอโอดครวญพร้อมฟุบโต๊ะเหมือนหมดแรง
            เอ้า แล้วปกติเธอละเลยลูกเหรอ? ก็ไม่นี่ ซานะแย้งพลางหยิบหนังไก่ทอดเข้าปาก
            ฉันถึงอยากให้เธอสารภาพรักเร็วๆไง ถ้าคิดไม่ตรงกัน เฮิร์ตก็แค่แปบเดียวเดี๋ยวก็หาย ก็จริง มินะเห็นด้วยอีกครั้ง กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็อกหักมานับครั้งไม่ถ้วนละ แค่บอกๆไปก็จบ

 

จบจริงรึเปล่าไม่รู้


            แต่ฉันก็ยังกลัวคำตอบอยู่ดี
            ฉันเข้าใจเธอดีเลยล่ะ นกจนเป็นพญานกละ
            ........ มินะเหล่มองด้วยหางตา ใช่ซิ ตัวเองแค่สารภาพแค่ครั้งเดียวก็ได้แฟนมาแล้วนี่นา
            อ่ะ หมดแก้วแล้ว รีบกลับไปเลยนะ พอเห็นว่าแก้วมัคทรงสูงกลายเป็นแก้วเปล่าแล้วก็ออกปากไล่ทันที
            อีกแก้วนึงไม่ได้เหรอ
            ไม่ได้ย่ะ ถ้าจะต่อ ฉันจะให้จื่อวี่ไปส่งเธอจริงๆด้วย ได้ยินเพื่อนสนิทยื่นคำขาดแบบนั้นทำเอามินะย่นจมูกอย่างยอมจำนน ไม่ได้คออ่อนขนาดนั้นสักหน่อยนี่นา
            ก็ได้ๆแน่นอนว่าเธอไม่โกรธที่หรอกโดนไล่กลับบ้าน เราเจอกันได้ตลอดเพราะซานะน่ะว่างเสมอเมื่อเพื่อนรักจะมาหากัน
            จื่อวี่จัง มินะจะกลับแล้วนะ ซานะเรียกแฟนของเธอ ไม่นานนัก โจวจื่อวี่ก็ออกมาพร้อมเด็กตัวเล็กที่กำลังขี่คอเขาอยู่
            แชจังคะ ตัวหนักแล้วนะ อย่าไปขี่คออาเขาสิ
            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โชคดีจริงๆที่แฟนของยัยซานะคนนี้รักเด็ก เวลาเธอมาปรึกษาเรื่องจริงๆจังๆ จะมีสาวร่างสูงชาวไต้หวันคนนี้แหละที่ดูแลลูกสาวให้เสมอ
            ง่า แชงแชงเล่นกับอาจื่อแปบเดียวเองนะ
            ไว้วันหลังมาเล่นใหม่นะคะ น้าซานะต้องนอนแล้ว เด็กหญิงทำปากงุ้ยๆ ก่อนวิ่งไปกอดอาตัวสูง
            งั้นหนูจะมาหาใหม่นะคะอาจื่อ
            ฮึ
            ยิ้มอะไรเหรอ? ซานะแปลกใจที่จู่ๆมินะยิ้มออกมา ภาพลูกสาวมากอดร่ำลาเธอเห็นตั้งบ่อยแล้วนี่นา
            แชจังน่ะ ติดคนๆนั้นเหมือนกับแฟนเธอเลย
            ก็ดีเลยล่ะ เธอน่ะไม่ต้องห่วงเรื่องลูกแล้ว ลุยเต็มที่เลย

 

 

จอทีวีฉายละครภาคค่ำที่เป็นแนวรักโรแมนติกทั่วๆไป มินะไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไหร่ถ้าเทียบกับละครแนวสืบสวนหรือไขคดีปริศนา แค่อยากรู้ว่าคนมีความรักเค้าทำยังไงกัน ดวงตากลมเหม่อมองฉากพระนางกำลังออกเดทอย่างหวานซึ้ง ทว่าอารมณ์อินเลิฟนั้นกลับถูกตัดฉับด้วยเสียงกรนเบาๆของสมาชิกตัวเล็ก

 

มินะก้มมองเมียวอิ แชยองด้วยรอยยิ้ม เด็กน้อยหลับปุ๋ยโดยใช้ตักเธอเป็นหมอน หลังจากที่ทำการบ้านและเล่นเกมด้วยกันเสร็จแล้ว แชยองก็หาวหวอดแต่ไม่ยอมไปนอนในห้อง เลยหนุนตักผู้เป็นแม่นอนที่ห้องนั่งเล่นซะเลย มินะเองก็เข้าใจลูกสาวว่าเด็กเกินที่จะกล้าไปนอนคนเดียว

 

ม๊าไปนอนกับแชจังในห้องก็ได้ค่ะ

ไม่อาววว ม๊าจะดูละครไม่ใช่เหรอคะ แชงแชงจะนอนตรงนี้แหละ ม๊าจะได้ไม่ต้องอดดูละครอีก

 

นึกถึงประโยคตะกี้ก็นึกขำ ตัวเเค่เนี้ยแต่คำพูดคำจาเหมือนผู้ใหญ่จริงเชียว

 

มือบางเกลี่ยผมสีน้ำตาลอ่อนที่ได้ยีนมาจากพ่อเขา ชื่อลูกสาวเขาก็เป็นคนตั้งให้เพราะตัวสามีเป็นลูกครึ่งเกาหลี เขาจากไปตั้งแต่แชยองหนึ่งขวบ เนื่องจากไม่มีญาติพี่น้อง แม้หย่าร้างกันแล้ว สมบัติทั้งหมดก็ตกเป็นของมินะตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ ถึงฐานะทางบ้านของมินะและสมบัติจากสามีทำให้ไม่ได้ขัดสนแม้แต่น้อย แต่มินะตั้งใจทำงานหนักเพื่อดูแลลูกสาวเพียงหนึ่งเดียว ความรักของมินะไม่มอบให้ใครอีกเลยนอกจากเมียวอิ แชยอง

 

“......”

 

มินะหยิบสมุดพกขึ้นมา ไล่อ่านพฤติกรรมของลูกสาววันนี้ตามที่เขียนรายงานซึ่งไม่มีอะไรน่าห่วง ก่อนหยุดที่ชื่อของคุณครูคนนั้น

 

เหมือนความรักในใจเริ่มจะแบ่งตัวทีละนิดแล้วล่ะ

 

 






 

ยามบ่ายของวันเสาร์ พัคจีฮโยหยิบเสื้อโค้ทสีอ่อนที่แขวนไว้มาสวมก่อนนั่งลงเพื่อสวมรองเท้าผ้าใบ พยากรณ์อากาศวันนี้บอกว่ามีฝนตกช่วงเย็นก็คงต้องเตรียมร่มไปด้วย เมื่อตรวจความเรียบร้อยเสร็จ จีฮโยก็ออกตัวเดินไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆผบ้าน

ครูอนุบาลสาววัย 31 ปี เดินไปตามถนนหนทาง แม้ท้องฟ้าจะไม่มีแดดก็จริงแต่อากาศก็ร้อนอบอ้าวใช้ได้จึงไม่ค่อยมีคนออกจากบ้านกัน จีฮโยเองก็ทำอยากอย่างนั้นทว่าของกินในตู้ก็เริ่มไม่พอแล้วนี่สิแถมอยู่คนเดียวอีก พลางนึกเสียดายชีวิตสะดวกสบายตอนอยู่อีกประเทศนึง ดวงตากลมเหม่อมองตึกรามบ้านช่องที่ค่อนข้างแออัดก็นึกถึงบ้านเกิดขึ้นมา

 

จีตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะมาเป็นครูที่ญี่ปุ่น


            พลอยนึกถึงประโยคที่บอกกับครอบครัวตัวเอง โชคดีที่ทุกคนเข้าใจและอนุญาต แม้ว่ามันไม่ได้ง่ายนักทั้งภาษาและวัฒนธรรม แต่จีฮโยสามารถฝ่าฟันทุกอย่างจนได้เป็นครูอนุบาลของโรงเรียนเอกชนชื่อดังในโตเกียวแห่งนี้

 

อยู่ที่นี่สามปีแล้ว จีฮโยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้วจริงๆ

 

 




ผู้คนในห้างสรรพสินค้าก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้บางตาจนรู้สึกโหวงเหวง จีฮโยเดินดูบรรดาเนื้อสัตว์ในโซนอาหารพลางว่าจะซื้ออะไรดี

ม๊าา~า เอาน่องไก่ด้วยยย เธอได้ยินเสียงอ้อนๆที่คุ้นหูจึงหันไปหาต้นเสียงนั่น ทว่า มีเด็กตัวเล็กก็จริง แต่ไม่ใช่เด็กคนนั้นเลย สงสัยได้ยินบ่อยไปเลยหูแว่วล่ะมั้ง  จีฮโยคิด

 

พอนึกถึงเมียวอิ แชยอง แล้วทำไมเธอต้องนึกถึงเมียวอิ มินะ ด้วยนะ

 

จีฮโยอ่านประวัติส่วนตัวของแชยอง เธอมีผู้ปกครองคนเดียวคือคุณแม่ ซึ่งมีสถานะหย่าร้างกับสามี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาตัวเธอเองก็อดชื่นชมความเป็นซิงเกิ้ลมัมของคุณเมียวอิไม่ได้ เพราะเธอคลุกคลีกับแชยองทุกวันเลยรู้ว่ามินะเลี้ยงเด็กคนนี้มาดีแค่ไหน แชยองเป็นเด็กน่ารักมากๆ ข้อเสียน่ะแทบไม่มีเลยล่ะ

 

จะว่าไป ทำไมเธอต้องยิ้มตามไปด้วยนะเวลานึกถึงเรื่องของแม่ลูกคู่นี้

 

เธอมักเจอคุณเมียวอิหลังเลิกเรียนทุกครั้งเพราะต้องรอส่งเด็กๆ เราทั้งคู่พูดด้วยกันไม่กี่คำ ขอบคุณค่ะและ ไปก่อนนะคะแค่สองคำนี้ ไม่มากไปกว่านั้น ขนาดประชุมผู้ปกครองยังไม่ได้คุยกันเลย

 

แต่คุณมินะน่ะ มองเธอบ่อยมากๆ และหลบตาเร็วมากเช่นกัน

 

ทว่า จีฮโยไม่ได้รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย กลับรู้สึกขวยเขินต่างหาก

 

ความหมายของสายตาที่คุณเมียวอิคนนั้นน่ะ

ใช่ว่าจีฮโยจะไม่รับรู้สักหน่อย

 

 

 

 

 

 

 

ม๊าาาา!!!!! อันนี้ๆ แชยองหยิบซีเรียลคอร์นเฟลกส์ชูขึ้นมา
            เอ๋? อันนี้แชจังยังกินไม่หมดนี่คะ
            แต่มันเหลือน้อยแล้วนะคะ กินแค่คำเดียวก็จะหมดแล้ว เด็กตัวเล็กพยายามเกลี้ยกล่อมดูโอเว่อร์จนน่าหมั่นไส้นิดๆ
            งั้นก็ได้ค่ะ แต่ให้อันเดียวนะ แต่มินะก็ใจดีที่ยอมอนุญาต แชยองร้อง เย้!’ ก่อนนำมันใส่รถเข็น
            ม๊าา~า อันนี้ด้วยค่ะ เธอหยิบนมข้นหวานขึ้นมา ผู้เป็นแม่นึกสักพักก็จำได้ว่ามันหมดตอนกินกับขนมปังเมื่อเช้าพอดี
            เอาสิคะขณะที่กระปุกนมข้นกำลังหย่อนลงรถเข็น สายตาของเธอดันเห็นอะไรบางอย่างซะก่อน
            แชยองคะ เมียวอิ มินะเรียกชื่อลูกสาวเต็มยศ เมื่อเห็นว่าในมือทั้งสองมีทั้งนมข้นหวานปกติและรสช็อกโกแลต เด็กตัวเล็กยิ้มแหะๆที่มารดารู้ทัน อุตส่าห์เนียนแล้วนะ
            ม๊าให้เลือกแค่อันเดียวนะ
            ง่าา~า ม๊าาา~~ แชยองส่งเสียงออดอ้อนพลางเอาคางวางบนแขนผู้เป็นแม่แล้วส่งสายตาปิ๊งๆให้
            ว่าไงคะ จะเอาอันธรรมดาหรือช็อกโกแลต
            สองอันเลย
            ง่า~ อันนี้ก็อร่อยนะคะ แต่รสช็อกโกแลตแชงแชงยังไม่เคยกินเลย
            งั้นเอารสช็อกโกแลตนะคะ / ม่ายยยยย!!!” แชยองดึงกระปุกนมข้นทั้งสองรสชาติไปกอดอย่างหวงแหน
            ม๊าให้แชจังเลือกอันใดอันหนึ่งไม่ใช่เหรอคะ
            มัน... ถ้าแชงแชงของเธอป็นแมวล่ะก็ คงหางตกหูลู่ดูน่าสงสารมากแน่ๆ
            พรุ่งนี้เช้า แชงแชงจะกินที่ทั้งสองอันเลยค่ะ!! ขอสาบานด้วยเกียรติของห้องยีราฟ
            คิก~” ในที่สุดมินะก็หลุดหัวเราะจนได้

ได้ค่ะ แชจังต้องทำตามที่สาบานไว้นะคะ ไม่งั้นปีศาจหิมะจะลงโทษนะ
            ค่ะ! แชงแชงจะกินค่ะ! ไม่ยอมให้ถูกลงโทษหรอก!!” แชยองยืนยันพร้อมส่งยิ้มแป้นให้ มินะอดหยิกแก้มลูกสาวด้วยมันเขี้ยวไม่ได้ ก่อนเข็นรถเข็นมาที่โซนอาหารต่างประเทศต่อ
            เอ๊ะ ครูจีนี่นา
            “!!?” มินะที่กำลังเลือกยี่ห้อเส้นพาสต้าก็ชะงักเมื่อได้ยินคำว่า ครูจี
            หม่าม๊าคะ แชงแชงเห็นครูจีด้วย” เด็กหญิงบอกพร้อมเขย่ามือมารดาอย่างตื่นเต้น
            อ่ะ เอ่อ... มินะทำตัวไม่ถูกเมื่อลูกสาวยืนยันแบบนั้น
            แชจังตาฝาดรึเปล่าคะ ครูจีจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่ใช่หลอกแชยองหรอกนะ หลอกตัวเองนี่แหละ ปะ..เป็นไปไม่ได้หรอกน่า
            แชงแชงมองไม่ผิดแน่นอนค่ะ!” พูดจบแล้วก็วิ่งไปหาทันที ทิ้งให้ผู้เป็นแม่มองตามอย่างตกใจ
            ชะ แชยอง!”

 

 

จีฮโยคีบสันคอหมูใส่ถุงพลางฮัมเพลงที่เปิดในห้างอย่างอารมณ์ดี ทว่าเสียงของหนูแชงเรียก ครูจี ครูจี แว่วมาให้ได้ยินอีกแล้ว จึงสะบัดหัวเพื่อไล่เสียงเจื้อยแจ้วออกไป
            แย่จริง สงสัยพักผ่อนน้อยไปละมั้ง เธอบ่นพึมพำ ช่วงนี้เธอติดนิยายในเว็บเลยอ่านจนดึกดื่นมาหลายคืนแล้ว

 

หมับ!


            อ๊ะ!?” ครูสาวตกใจเผลอปล่อยเนื้อหมูร่วงเพราะจู่ๆมีคนตัวเล็กกว่าเอวปรี่เข้ามากอด
            ครูจีจริงๆด้วย เห็นมั้ย แชงแชงบอกแล้วว่าแชงจำได้!!”
            หนูแชง!” สาวตากลมตาโต เพราะคนในความคิดจู่ๆปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าโดยบังเอิญ

แชจังคะ ปล่อยครูเค้าได้แล้ว เค้าหนักนะแล้วคนในความคิดอีกคนก็เข็นรถวิ่งตามมา
            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ จีฮโยบอก แต่อีกฝ่ายก็ยอมปล่อยเธอ
            ขะ ขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจ คุณเมียวอิโค้งขอโทษอย่างล่กๆ 
            ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ทำเอาจีฮโยทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
            หม่าม๊าทำไรผิดเหรอคะ เด็กน้อยมองผู้ใหญ่ทั้งคู่สลับไปมา จีฮโยยิ้มก่อนย่อตัวนั่งคุยด้วย
            หม่าม๊าไม่ผิดหรอกค่ะ คราวหน้าหนูแชงไปไหนต้องบอกหม่าม๊านะคะ แบบนี้หม่าม๊าตกใจนะ
            ง่า แชงแชงขอโทษนะคะหม่าม๊า แชยองหน้าเสียขึ้นมาก่อนกอดหันไปกอดมารดา
            ไม่เป็นไรหรอกค่ะแชจัง คราวหลังต้องทำตามที่ครูจีบอกนะคะ” 
            รับทราบค่ะ!”


            ........

........

 

พอเรื่องที่ต้องคุยจบแล้วก็ไม่รู้จะชวนคุยอะไรต่อ

ทว่ามินะและจีฮโยสบตากันโดยบังเอิญ เพียงแค่สองวิ ทั้งคู่ก็หันหน้าหนีไปแอบยิ้มกับตัวเองโดยไม่ให้อีกฝ่ายเห็น

 

คุณ...ว่าแต่บ้านคุณอยู่แถวนี้เหรอคะ เป็นจีฮโยเองที่เริ่มชวนคุยก่อน
            อ่า...ค่ะ บะ บ้านฉันอยู่แถวๆนี้แหละ”
            บังเอิญจังนะคะ ฉันเองก็อยู่แถวนี้เหมือนกัน
            ค่ะ

 


            ........

........

 

 

เดดแอร์อีกรอบ

 


            คุณ... คราวนี้เป็นมินะที่เป็นคนเอ่ยคนแรก
            ?? แน่นอนว่าจีฮโยคาดหวังมากๆว่าเธอจะพูดอะไรออกมา
            คุณ..คุณ มะ มาคนเดียวเหรอคะ” ครูสาวหลุดยิ้มขำเพราะอีกฝ่ายพูดตะกุกตะกักแบบนั้น
            ค่ะ ปกติฉันอยู่คนเดียว
            งั้น... / งั้นครูจีมาซื้อของกับพวกเราสิคะ หม่าม๊าน่ะ เก่งเรื่องช้อปปิ้งมากๆเลย
            “!!!!!” มินะตาโตไปเมื่อได้ยินประโยคเชิญชวนของลูกสาว แชยองคงสงสัยว่าทำไมผู้ใหญ่สองคนนี้ดูเขินอายกันแปลกๆ
            เอ่อ จีฮโยลำบากใจ ไม่ใช่ว่าอึดอัดหรอกนะ แต่อีกฝ่ายนี่สิ จะอึดอัดมั้ย
            ฉะ ฉันแนะนำให้คุณได้นะคะ ถะ ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดละกัน จีฮโยฉีกยิ้มอีกครั้งก่อนกล่าวว่า
            งั้นรบกวนด้วยนะคะ

 

 


พัคจีฮโยยอมรับเลยล่ะว่ามินะช้อปปิ้งเก่งมากๆ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร
            คนที่พูดน้อย ขี้อายตอนเจอกันที่โรงเรียนกลับแนะนำเรื่องเครื่องปรุงหรือวัตถุดิบได้อย่างคล่องแคล่ว
            แถมอธิบายได้อย่างดีเยี่ยมจนเธอเข้าใจทุกอย่าง
            ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมียวอิ แชยองถึงเป็นเด็กที่เรียนเก่งและรอบรู้เอามากๆ


            หนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยเยนค่ะ พนักงานแคชเชียร์บอกราคาทั้งหมด จีฮโยจ่ายเงินแล้วเข็นรถเข็นสองมาหาแม่ลูกที่ยืนคุยเล่นกันอยู่
            แชงแชงจะไปร้านขายเกมต่อค่ะ ครูจีไปด้วยกันมั้ยคะ? พอเห็นว่าครูจีเดินมาหา แชยองก็ออกปากชวนอีกรอบทันที
            ได้ค่ะ จีฮโยตอบเด็กหญิงแล้วสบตามินะ ฉันไม่รีบร้อนหรอกค่ะ

 


มินะรู้สึกว่าหน้าตัวเองเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ

 




            หม่าม๊า ภาคนี้ๆ
            หืม? จะเอาภาคจูราสิคเหรอคะ แชจังยังเล่นภาคแฮร์รี่ พอตเตอร์ยังไม่จบเลยนี่นา
            ภาคนี้หายากอ่า ถึงไม่เล่นก็เก็บไว้ก่อนก็ได้นี่เนอะ มินะส่ายหน้าเบาๆพร้อมพ่นลมอย่างเหนื่อยใจ แถมลูกสาวตัวแสบยิ้มแป้นดวงตาเป็นประกายแบบนี้ น่าดึงแก้มซะจริง
            ก็ได้ค่ะ แต่แชจังต้องเล่นนะคะ ไม่งั้นหม่าม๊าจะเอาไปขายต่อ
            ง่าาา เล่นๆๆๆ จะเล่นคืนนี้เลย แชยองวิ่งไปวางบนเคาน์เตอร์กระจกอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านก็สนิทมักคุ้นกันดีเพราะมาอุดหนุนบ่อยๆ นอกจากเกมมายคราฟที่เล่นด้วยกันแล้ว เกมส่วนตัวของแต่ละคนก็บ่งบอกสไตล์อย่างดี แชยองชอบเกมเลโก้(แต่ไม่ชอบบล็อกตัวต่อ) ส่วนมินะจะชอบแนวไซไฟแถมตอนนี้เกมที่เล่นอยู่ก็ออกภาคใหม่มาอีก ไม่รอช้า นำไปวางบนเคาน์เตอร์อีกคน

 



เยอะไปละมั้ง...

 

จีฮโยคิดขณะนั่งรอที่เก้าอี้ตัวยาวหน้าร้าน

บางที จีฮโยก็อยากศึกษากิจกรรมของแม่ลูกคู่นี้บ้าง ตอนนี้ก็พอรู้ขึ้นมาเยอะแล้ว

คุณเมียวอิน่ะตามใจแชยองเอามากๆ โดยเฉพาะของที่ลูกสาวอยากได้ก็ไม่ลังเลที่จะซื้อให้

 

ถ้าเหมาทั้งร้านให้ได้ก็คงทำ


            ทั้งหมดหนึ่งหมื่นแปดพันเยนครับ

 


            เล่นเกม! เล่นเกม!” แชยองพูดเจื้อยแจ้วกอดถุงที่ใส่แผ่นเกมและจอยสติ๊กอันใหม่ด้วยความดีอกดีใจพร้อมเดินมาหาคุณครู
            ครูจีรอนานมั้ยคะ?
            ไม่นานหรอกค่ะ จีฮโยพูดความจริง คงเป็นเพราะครูสาวมัวแต่มองทั้งสองคนคุยเรื่องเกมแถมเดินวนไปมาในร้านอย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้เลยว่าเวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร
            นี่ ครูจีดูสิคะ แชงแชงได้เกมกับจอยใหม่มาด้วย
            เล่นเกมได้แบบนี้ การบ้านเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ?
            ทำเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ไม่งั้นม๊าจะไม่พามาเที่ยว ปากงุ้ยๆกล่าวกับคุณครูพลางหันไปหาแม่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
            เราจะกลับกันแล้วค่ะ ครูจีมายังไงเหรอคะ? มินะเอ่ยถาม
            เดินมาน่ะค่ะ บ้านอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่
            งั้น... มินะหยุดคำพูดไว้ราวกับลังเล เธอรวบรวมความกล้าฮึบนึงก่อนพูดออกมา ให้ฉันไปส่งนะคะ
            ........ จีฮโยรู้สึกทึ่งที่คุณเมียวอิเอ่ยปากชวนเธอครั้งแรกแถมไม่มีการตะกุกตะกักเหมือนก่อนหน้า
            งั้นรบกวนด้วยนะคะ เธอยิ้มออกมาก่อนตอบตกลง


            รถยนต์คันใหญ่วันนี้ไม่ได้มีแค่เสียงเพลงจากวิทยุหรือบทสนทนาระหว่างแม่กับลูกเฉกเช่นทุกวัน เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวดังตลอดทางด้วยความสนุกสนานที่มีผู้โดยสารเพิ่มนั่นคือคุณครูประจำชั้นที่เธอชอบที่สุดนั่นเอง แม้หัวใจจะเต้นเบาลงกว่าก่อนหน้านั้นแล้ว แต่มินะก็ยังเกร็งอยู่ดี เธอรู้สึกว่าตัวเองนั่งหลังตรง เหยียดแขนจับพวงมาลัยแน่น มันดูน่าตลกแน่ๆ แต่ทำไงได้ เธอห้ามตัวเองไม่ได้นี่นา

อ๊ะ บ้านหลังนั้นแหละค่ะ จีฮโยผายมือบอก มินะจึงตบไฟเลี้ยวและชะลอรถจอดตรงประตูรั้วหน้าบ้านพอดี ไม่ไกลจากห้างเท่าไหร่จริงๆด้วย
            แชงแชงรอบนรถนะคะ เธอกล่าวกับลูกสาวก่อนลงรถแล้วเปิดท้ายรถเพื่อเอาของที่จีฮโยซื้อออกมา
            ฉันช่วยนะคะ
            ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แค่นี้คุณก็ช่วยเยอะแล้ว จีฮโยปฏิเสธอย่างเกรงใจ แค่นี้มินะก็ช่วยเหลือเธอมากพอแล้ว
            ฉันเต็มใจค่ะ เห็นสายตาจริงจังแบบนั้นทำเอาใจจีฮโยอ่อนยวบ ก่อนปล่อยถุงข้างนึงให้คุณเมียวอิช่วยถือ เรานำมันวางบนที่นั่งหน้าประตูบ้าน
            ขอบคุณนะคะ จีฮโยพูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายถือของมาวางให้จนครบเลย
            ไม่เป็นไรค่ะ มินะยิ้มเล็กน้อย แล้วเดินออกมาพร้อมจีฮโยที่เดินมาส่งเธอ
            .....!!” จู่ๆ มินะก็หันหลังกลับมาเหมือนอยากพูดอะไรกับเธอสักอย่าง ทว่า

 

แปะ


            “!!!!” น้ำฝนหยดลงบนกลางกระหม่อมพอดี ด้วยความตกใจ มินะเผลอเดินเข้ามาชิดประตูเพราะมีซุ้มเถาวัลย์อยู่เหนือศีรษะ กลายเป็นว่าเธออยู่ใกล้อีกฝ่ายมาก มากชนิดที่ว่าปลายจมูกห่างกันไม่เท่าไหร่เอง เราทั้งคู่เผลอจ้องตากันโดยไม่รู้ตัว

 

และรู้สึกว่าโลกนี้หยุดหมุนไปดื้อๆ


            เอ่อเมียวอิก้าวถอยออกมา แม้จะโดนฝนไปบ้างแต่ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่สภาพอากาศหรอก
            ฉันต้องไปแล้วค่ะ
            ขะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง
            คะคะค่ะ!” เธอรีบก้าวขึ้นรถอย่างรวดเร็วและเตรียมออกรถทันที
            บ้านครูจีเล็กจังเนอะ เล็กกว่าบ้านเราอีก แชยองพึมพำพลางโบกมือให้คุณครู แต่มินะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

เสียงงึมงำๆของลูกสาวยังดังน้อยกว่าเสียงหัวใจเต้นของเธอเสียอีก

 

 

วันจันทร์

 

“!!!!”

 

เมียวอิ มินะสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก อันที่จริงเธอตื่นก่อนเวลาเสียอีก ตอนตีห้านี่ช่างมืดซะจริง ปกติแล้วพอปิดนาฬิกาปลุกมินะจะลุกออกจากเตียงและพับผ้าห่มอย่างทันทีทันใด แต่วันนี้ไม่เป็นเหมือนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเรื่องงานที่เข้ามาถาโถมในวันแรกของสัปดาห์แบบนี้ แต่เป็นเพราะคุณครูคนนั้นต่างหาก

 

หลังจากเรื่องในวันเสาร์นั้น

ทำเอามินะแทบเป็นบ้า

 

เธอเล่นเกมแพ้ลูกสาวเกือบทุกตา แถมจะเกือบทำไข่เจียวไหม้อีก

 

ถ้าสมมติว่าครูจีรู้ขึ้นมาล่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับหล่อน

ทำไงดีๆๆๆ มีแต่คำว่า ทำไงดี!?

 

 

เพี๊ยะ!

 

จู่ๆหลังฝ่ามือเล็กๆก็ฟาดเข้าที่แก้มนวลเต็มๆจนมินะสะดุ้งอีกครั้ง แชงแชงของเธอยังหลับอยู่แถมไม่รู้สึกตัวด้วยว่าเพิ่งฟาดหน้าผู้เป็นแม่ไป นี่แหละข้อเสียของแชยองอย่างนึง เป็นคนนอนดิ้นเอามากๆ ไม่รู้ว่าทำไมที่โรงเรียนถึงได้นอนเรียบร้อยนัก

แต่ช่างเถอะ โดนตบเรียกสติไป มินะก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาบ้าง เธอขยี้ศีรษะจนผมฟูก่อนยกขาของลูกสาวที่วางพาดบนหน้าท้องเธอแล้วจัดท่านอนให้สบายๆแล้วลุกขึ้นนั่งพลางคิดว่าเช้านี้ต้องทำออมเล็ต พอนึกถึงออมเล็ตก็นึกถึงเพื่อนรักเจ้าของร้านอาหารที่ให้สูตรมา


            แชยองน่ะ ติดคนๆนั้นเหมือนกับแฟนเธอเลย
            ก็ดีเลยล่ะ เธอน่ะไม่ต้องห่วงเรื่องลูกแล้ว ลุยเต็มที่เลย

 

เฮ้อ~~~อ ก็ไม่รู้สินะ
           

 

 





อร่อย!!!!”

 

ซานะและจื่อวี่กล่าวพร้อมกัน แน่นอนว่าแม่ครัวยิ้มหน้าบานด้วยความภูมิใจ


            “ไก่ผัดเผ็ดซอสนี่เผ็ดสะใจสมชื่อเลยนะ แกงเต้าหู้ก็อร่อยมากๆ เพื่อนสนิทชมโดยมีแฟนสาวพยักหน้าเป็นลูกคู่
            “อันที่จริงอาหารญี่ปุ่นกับเกาหลีก็ไม่ต่างกันอะไรมากมายนะ อย่างคิมบับก็ข้าวห่อสาหร่ายบ้านเรานั่นแหละ
            “เกาหลีน่ะเหรอ อยากลองไปบ้างเหมือนกัน ขึ้นชื่อเรื่องไก่ทอดกับหมูย่างนี่ เจ้าของร้านอาหารกล่าวอย่างหน้าตาชื่นบานเมื่อนึกถึงรสชาติอาหารขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ
            “ว่าแต่จู่ๆเมียวอิหันมาทำอาหารต่างชาติเฉยนี่ มีจุดประสงค์อะไรรึเปล่าน้า มินะที่กำลังจะคีบไข่ม้วนต้องหยุดตะเกียบแล้วมองหน้าเพื่อนสาว
            “ฉันอยากทำบ้างมันแปลกตรงไหนกัน ฮึ?
            “จริงรึเปล่าจ๊ะ? ซานะเท้าคางพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มให้
            “ทีฉันทำขนมฝรั่งเธอยังไม่ล้อเลย
            “นั่นปกติของเธอป่ะ ถึงนานๆทำทีเถอะ
            “ไม่เอาน่าเมียวอิ บอกฉันเถอะ
            “คนๆนั้นเป็นคนเกาหลี สุดท้ายก็ทนลูกตื๊อไม่ไหว แถมคนตื๊อก็เล่นใหญ่ด้วยการยกมือปิดปากทำตาโตราวกับตกใจ น่าหมั่นไส้มากๆ
            “ได้ข่าวว่าแฟนคนก่อนเธอยังไม่ได้ทำอาหารเกาหลีเลย
            “ก็แทบดูไม่ออกนี่นาเขาเป็นลูกครึ่ง อีกอย่างเขาไม่เคยขอให้ทำด้วย
            แต่คนๆนี้ก็ไม่ได้ขอนี่นา
            “กินมั้ยเบียร์ มินะชูคราฟท์เบียร์ยี่ห้อหายากขึ้นมาโชว์ ไม่สนใจหรอกว่ามีเด็กอยู่เพราะแชยองกำลังออดอ้อนอาจื่อให้ป้อนข้าวอยู่
            “กินจ้า~” แน่นอนว่าซานะไม่มีทางพลาด เธอยื่นแก้วให้เทอย่างไม่รอช้า
            “แต่ฟังจากที่เธอเล่า ฉันว่าเป็นสัญญาณที่ดีเลยนะ หลังชนแก้วและจิบกันคนละคำ ซานะก็เริ่มพูดอีกครั้งพร้อมคีบต็อกโบกีเข้าปาก
            คิดงั้นเหรอ?
            คนๆนั้นก็ไม่ได้หลบหน้าหรือหลบตาเธอนี่ เดาเลยว่าเธอต่างหากที่หลบตาเขา
            ........ มินะยกเบียร์ดื่มอีกอึกนึง
            ถึงบอกไงว่าเป็นสัญญาณที่ดี แล้วคิดว่าจะได้คุยกันอีกมั้ย
            ไม่รู้สิ นอกจากที่โรงเรียนก็ไม่ได้เจอกันที่ไหนอีกแล้ว
            เธอเคยบอกว่าบ้านเขากับเธออยู่ห่างกันแค่คนละฝั่งของห้างใช่มั้ย? คนร่างบางพยักหน้า
            ก็ชวนให้เค้ามากินข้าวที่บ้านสิ ไหนๆเธอก็ทำเป็นแล้ว 
            บ้า! จะไปทำแบบนั้นได้ไง
            เอ้า ถ้าไม่ทำแบบนั้น ความสัมพันธ์จะคืบหน้าได้ยังไงกันล่ะ
            ก็..... มินะนิ่งไป ไม่เอาอ่ะ  เพราะที่ผ่านมา จะไปเดทหรือกินข้าวด้วยกันสักครั้งมักเป็นอีกฝ่ายเสมอที่เป็นคนเริ่มชวน พอต้องมาเป็นฝ่ายชวนเองมันก็... ขนาดตอนนั้นที่ไปส่งบ้านยังเกร็งจะแย่
            ใจเย็นจ้า ค่อยๆคิด ซานะปลอบประโลมเมื่อเห็นเพื่อนรักเริ่มคิดฟุ้งซ่าน
            บางอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปนะ รีบร้อนมากก็ไม่ดีหรอก
            ฮื่อ จะพยายามนะมินะยิ้มออกมา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆที่มีซานะเป็นเพื่อน


         

ทว่า หลังจากนั้น เราก็ไม่มีโอกาสได้คุยกันอีก เนื่องจากงานที่บริษัทของมินะยุ่งขึ้น ด้วยความเป็นหัวหน้า ความรับผิดชอบจึงต้องมากมายกว่าปกติ ขนาดมารับลูกสาวยังมารอที่หน้าประตูเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ได้


            เสียงกดแป้นคีย์บอร์ดยังคงดังต่อเนื่องแม้ใกล้เวลาเลิกงาน พนักงานบางคนเริ่มทยอยเก็บของกันแล้ว มีแค่สองสามคนที่ต้องทำโอทีเย็นนี้ หัวหน้าเมียวอิก็เช่นกัน
            “คุณเมียวอิ ผู้จัดการวัยกลางคนเรียกเธอ
            คะ?มินะรับแฟ้มข้อมูลมา เป็นเวลาเดียวกับมีอีเมลใหม่เข้ามาพอดี
            สาขาที่โอซาก้าเมลมาบอกว่าส่งข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนสินค้าทั้งหมดมาให้แล้ว ผมต้องการให้คุณรวบรวมให้เสร็จวันนี้เลยเพราะผู้ใหญ่เขาต้องการพรุ่งนี้เช้าน่ะ
            อะ เอ๊ะ?
            ผมจะช่วยกรองอีกที เรื่องนี้ด่วนเลยนะ พอสั่งเสร็จก็เดินกลับเข้าห้องทำงานตัวเองไป ทิ้งให้มินะนั่งเคว้งกับงานกองเก่าที่ยังเคลียร์ไม่เสร็จและกองใหม่ที่ผุดขึ้นมาดื้อๆ เธอดูนาฬิกาข้อมือ บอกเวลาว่าอีกห้านาทีจะถึงเวลาเลิกเรียนของแชยอง ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

 

 

คุณเมียวอิบอกว่าจะต้องมารับช้าหน่อยค่ะเพราะติดงานด่วน ครูรัน ครูประจำชั้นอีกคนบอกหลังจากวางสายไป จีฮโยได้ยินแบบนั้นจึงผินหน้าไปมองเด็กหญิงที่กำลังจัดกระเป๋าอย่างเซื่องซึม ช่วงนี้แชยองไม่ค่อยร่าเริงเอาซะเลย แน่นอนว่าเธอรับรู้ความผิดปกติดี แม้ก่อนหน้านี้มินะจะมารับตรงเวลาแต่เธอมีสีหน้าอิดโรยมากๆ เดาได้เลยว่าคงเหนื่อยกับเรื่องงานอยู่
            คงต้องพาหนูแชยองขึ้นรถโรงเรียนไปส่งที่บ้านซะแล้วล่ะมั้ง ครูจีนิ่งไป แม้รถโรงเรียนจะถึงส่งจุดหมายอย่างปลอดภัยก็จริง แต่แชยองต้องอยู่บ้านคนเดียว ช่วงเย็นแบบนี้อีกไม่นานก็มืดแล้วแถมคุณเมียวอิจะกลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้ จู่ๆจีฮโยก็พลันนึกถึงใบหน้าอ่อนแรงของมินะ หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกขึ้นมาดื้อๆ

 

รู้สึกปวดใจชะมัดที่เห็นเธอเหนื่อยแบบนั้น

 

ครูรันคะ
            ?? เจ้าของชื่อหันมาด้วยความสงสัย
            ฉันจะดูแลหนูแชงที่นี่เองค่ะ

 

 

 

 

 “...... แชยองนั่งเท้าคางมองคุณครูที่กำลังตรวจงานวันนี้ให้เพื่อนๆอยู่ การบ้านน่ะทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงนั่งว่างแบบนี้ไง ไม่มีกะจิตกะใจวาดรูปหรือเล่นของเล่นสักอย่างเลย
            น่าเบื่อมั้ยคะหนูแชง
            ก็.... เด็กตัวเล็กเว้นคำพูดราวกับลังเลว่าควรจะพูดดีมั้ย ค่ะ สุดท้ายก็ยอมรับ
            อดทนอีกแปบนึงนะคะ เดี๋ยวหม่าม๊าก็มาแล้ว
            ......... แชยองไม่พูดอะไร ทำแค่นอนเอาแก้มแนบกับแขนแล้วเขี่ยโต๊ะไปมา 
            ......... จีฮโยเองก็ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยเจอเด็กหงอยแบบนี้ แถมเด็กคนนั้นคือเมียวอิ แชยองจอมบ้าพลังด้วย
            มีอะไรก็พูดกับคุณครูก็ได้นะคะ
            ......... เด็กตัวเล็กค่อยๆลุกขึ้นนั่งตัวตรง คิดสักพักก่อนเอ่ยออกมา
            ช่วงนี้หม่าม๊างานยุ่งค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาให้แชงแชงเลย
            .........
            แชงแชงรู้ว่าหม่าม๊าทำงานหนักเพื่อแชงแชง พยายามจะไม่น้อยใจแล้วค่ะ อันที่จริงก็สงสารหม่าม๊ามากกว่าที่ต้องเหนื่อยแบบนี้ แถมเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้พักผ่อนเพราะม๊ายังเคลียร์งานไม่เสร็จ” 
            แชงแชงไม่อยากให้หม่าม๊าเหนื่อยเลยค่ะ” 
            ......... ครูสาวมองอีกฝ่ายที่กล่าวถึงแม่ตัวเอง สัมผัสได้ว่าแชยองน่ะรักมินะสุดหัวใจไม่แพ้กัน
            หนูแชงคะจีฮโยจับต้นแขนพลางส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน
            แล้วหม่าม๊าทำงานหนักแบบนี้บ่อยมั้ยคะ?” 
            ไม่บ่อยค่ะ นานๆๆๆๆที
            งั้นแสดงว่าหม่าม๊าต้องมีเวลาให้หนูแชงอีกเยอะเลยค่ะ
            เอ๋?
            ปีนึงมี 365 วันใช่มั้ยคะ? เด็กตัวเล็กพยักหน้า
            สมมติว่าหม่าม๊าทำงานหนักแค่หนึ่งหรือสองเดือน ก็เป็น 30 หรือ 60 วัน แล้วหลังจากนั้นหม่าม๊าก็ไม่มีงานยุ่งอีกเลย มีเวลาให้หนูแชงตั้ง 305 วันแหนะ เยอะกว่าเห็นๆเลย
            อะ เอ๋? จริงเหรอคะ!?” แชยองตะลึงกับจำนวนวันที่คุณครูบอก
            จริงสิคะ ถ้าเป็นแบบนั้น หนูแชงต้องอดทนนะคะ จะผ่านไปกี่เดือนหรือกี่วัน หม่าม๊าต้องมีเวลามาเล่นกับหนูแน่ๆค่ะ
            รับทราบค่ะ! แชงแชงจะอดทนค่ะ
            ดีมากค่ะคนเก่ง จีฮโยอดลูบศีรษะเด็กตัวเล็กด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ทันใดนั้นก็มีเสียงจากทางเดินข้างนอกและหยุดที่หน้าห้องพักครู บานประตูเปิดออกปรากฎเป็นคุณเมียวอินั่นเอง

หม่าม๊าาาา!!!!!” พอแชยองเห็นว่าเป็นใครก็วิ่งเข้าไปกอดทันที
            ขอบคุณนะคะที่ดูแลแชยอง ลำบากคุณแย่ มินะคุยกับครูรันทางโทรศัพท์ ได้ความว่าครูจีจะอยู่ดูแลลูกสาวที่โรงเรียนให้ ถ้าเธอเลิกงานแล้วให้แวะมารับเหมือนเดิม แน่นอนว่าหัวหน้าเมียวอิรีบปั่นงานสุดชีวิต แต่กว่าจะเสร็จและขับรถออกจากบริษัทมาได้ก็ปาไปสองทุ่มกว่าแล้ว
            ไม่เป็นไรค่ะ อยู่กับเด็กดีอย่างหนูแชงทั้งวันฉันก็อยู่ได้ จีฮโยส่งยิ้มกว้างให้เด็กน้อย
            เอ่อ...คุณจะกลับรึยังคะ
            ค่ะ
            งั้นฉันไปส่งนะคะ
            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว
            ถ้าจะช่วยคุณ ฉันไม่ลำบากเลยค่ะ เพราะไม่มีคุณ...ฉันเองก็แย่เหมือนกัน เราสบตากัน ความรู้สึกในใจไม่เหมือนคราวก่อน เราทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้นแล้ว

 

ครูจีจะอยู่ดูแลหนูแชยองให้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ

 

พอได้ยินประโยคนี้ จู่ๆจิตใจว้าวุ่นก็โล่งหายไปในพริบตา

มินะเข้าใจคำว่ายกภูเขาออกจากอกแล้วว่ามันเป็นยังไง

 

ทั้งที่เราไม่ได้สนิทกันมากมายนัก แต่ครูจีกลับเป็นธุระให้

แค่คำว่าขอบคุณมันยังไม่พอด้วยซ้ำ

 

เราแวะไปกินร้านราเม็งเจ้าประจำของครูจีแล้วส่งเธอกลับบ้าน พวกเราร่ำลากันเล็กน้อยก่อนแยกย้าย พอถึงบ้านเมียวอิ เด็กตัวเล็กวิ่งแจ้นไปอาบน้ำเพราะใกล้ถึงเวลานอนแล้ว มินะเองก็ต้องเตรียมชุดทำงานและชุดนักเรียนสำหรับใส่วันพรุ่งนี้ ก่อนหน้านั้นเธอต้องส่งข้อความบอกคุณครูสาวว่าถึงที่หมายแล้ว ไม่นานนัก ข้อความก็ตอบ ค่ะ สั้นๆ มินะทำได้แค่ยิ้มและพับฝาโทรศัพท์ลง ทว่าผ่านไปแค่หนึ่งนาทีเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้งจึงหยิบมาเปิดดู ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจีฮโยจะส่งข้อความมาหาเธออีกครั้ง

 

พักผ่อนเยอะๆนะคะ

 

เมียวอิ มินะยกยิ้มก่อนพิมพ์ตอบไป

 

คุณเองก็เช่นกันนะคะ

 

 

••••••••••••••••••••••

 

 

ผ่านไป 30 วัน หลังจากแชยองนับปฏิทินมา


            หม่าม๊ามีงานน้อยลงแล้ว สามารถมารับแชยองหลังเลิกเรียนเหมือนเดิมได้ตามปกติ แต่เพราะด้วยความที่ปั่นงานจนหามรุ่งหามค่ำ ไหนจะต้องดูแลลูกสาวอีก พอถึงคืนวันศุกร์ที่ไม่ต้องไปทำงานในวันหยุดเหมือนสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว มินะก็เข้าสู่ห้วงนิทราชนิดที่ว่าโดนแชยองนอนดิ้นใส่เท่าไหร่ก็ยังไม่ตื่น

 

แถมเช้าวันเสาร์นี้ เป็นครั้งแรกที่แชยองตื่นก่อน


            หม่าม๊าตื่นสายจัง เด็กตัวเล็กบ่นแต่ไม่คิดจะปลุกผู้เป็นแม่ ก่อนปีนลงเตียงเพื่อไปอาบน้ำอาบท่า ทว่าโทรศัพท์ฝาพับของหม่าม๊าก็มีเสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้าดังขึ้น ด้วยความที่มินะมักให้แชยองฝึกอ่านข้อความในชีวิตประจำวันทั่วไปจึงพออ่านออก ด้วยความหวังดี เด็กตัวเล็กจึงเปิดอ่าน แม้อ่านออกได้ไม่มากนักแต่พอรู้ชื่อคนส่งซึ่งสร้างความแปลกใจให้เธอนิดๆ
            ครูจีงั้นเหรอ?

 

 

จีฮโยลงจากจักรยานเมื่อถึงบ้านหลังที่มีลักษณะเหมือนแชยองบอกผ่านข้อความ(ซึ่งเป็นอีเมลมินะนั่นแหละ) ซึ่งไกลกว่าบ้านเธอเล็กน้อย  ชนิดที่ว่าจีฮโยปั่นจักรยานมาพอเรียกเหงื่อได้บ้าง

ครูจีค้าา~ เด็กหญิงวิ่งออกมาพร้อมชุดนอนเต็มยศ
            อรุณสวัสดิ์ค่ะหนูแชง
            อรุณสวัสดิ์ค้า ครูจีมาเร็วมากๆเลยค่ะ แชยองกล่าวพร้อมเขย่งเกาะรั้วไม้
            มาออกกำลังกายน่ะค่ะ เป็นข้ออ้างแหละ พอเห็นข้อความที่เด็กตัวเล็กบอกว่าหิวข้าวมากๆแถมทำอาหารไม่เป็นก็รีบคว้าเสื้อโค้ทพร้อมปั่นจักรยานมาหาทันที
            หนูแชงยังไม่ได้ทานอะไรเลยใช่มั้ยคะ พอเห็นแชยองส่ายหน้า จีฮโยจึงยื่นแกงจืดน่องไก่ตุ๋นที่ใส่กล่องอาหารใบใหญ่ให้
            นี่ค่ะ หวังว่ารสชาติจะถูกปากนะ
            ขอบคุณค่ะแชยองรับมา ครูจีเข้ามากินด้วยกันนะคะ
            เอ๊ะ? เอ่อ... แม้คุณเมียวอิกับเธอจะสนิทกันมากขึ้นแล้วก็เถอะ ทว่าก็ต้องมีระยะห่างกันอยู่ อีกอย่างเธอมาที่นี่เพื่อเอากับข้าวมาให้แค่นั้น ถึงไม่รู้ว่าคุณแม่ของเด็กตัวเล็กอยู่ที่ไหน แต่มินะไม่ทิ้งลูกสาวไว้คนเดียวแน่นอน
            อยู่เป็นเพื่อนแชงแชงหน่อยนะคะ แชงแชงเหง๊าาาามากๆๆ เด็กตัวเล็กจับมือเขย่าพลางทำสีหน้าอ้อนเหมือนลูกเสืออ้อนขอเล่นด้วย จีฮโยถึงกับแบลงค์ไป พอรู้สาเหตุละว่าทำไมคุณเมียวอิถึงตามใจแชยองขนาดนี้
            เอ๋? หม่าม๊าก็อยู่ในบ้านไม่ใช่เหรอคะ
            หม่าม๊ายังไม่ตื่นเลยค่ะ แชงแชงไม่อยากปลุกด้วย อยากให้หม่าม๊านอนหลับเยอะๆ เด็กดีจังเลยนะ ครูสาวนึกชมในใจ
            งั้นน้า จะอยู่กับหนูแชงสักพักนะคะ
            เย้ๆๆๆแชยองกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจก่อนรู้สึกตัวว่าได้ยินสรรพนามแปลกๆไป เอ๊ะ? น้า?
            อยู่ข้างนอกโรงเรียนให้เรียกว่าน้าจีนะคะ
            รับทราบค่ะ!”

 

 

มินะตื่นมาก็เกือบบ่าย แถมตื่นเพราะรู้สึกร้อนเหมือนโดนเผา แหงล่ะ แสงอาทิตย์เวลานี้มันธรรมดาซะที่ไหน เธอขยับตัวอิดออดสักพักราวกับไม่อยากตื่น ทว่าหูได้ยินเจื้อยแจ้วข้างนอกห้องนอน แค่นั้นแหละ มินะเด้งตัวลุกออกจากที่นอนทันที
            แย่แล้วๆ ป่านนี้คงหิวแย่เลย เธอกระวีกระวาดม้วนผ้าห่มกองๆไว้ก่อนโดดลงเตียงเพื่อจะทำกับข้าวให้ลูกสาวกิน

 

ทว่าที่ห้องนั่งเล่นนั้น ลูกสาวเธอกำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนาน แต่ที่มินะนิ่งไปเพราะผู้หญิงที่นั่งข้างๆแชยอง ทรงผมสั้นๆแบบนั้นดูคุ้นตา หรือว่า...


            คะ ครูจีเหรอ?
            หม่าม๊าตื่นแล้วววว!!!!” เด็กตัวเล็กเห็นดังนั้นจึงวิ่งมากอดผู้เป็นแม่เต็มอ้อมแขน
            ครูจีมาอยู่ที่นี่ได้ไงกันมินะที่ยังไม่ตื่นดีเลยยังประมวลผลไม่ทัน ตอนนี้ยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง
            แชงแชงให้น้าจีเข้ามาเองค่ะ
            น้าจี?
            ครูจีบอกว่าถ้าอยู่ข้างนอกโรงเรียนให้เรียกว่าน้าจีค่ะ
            อ่า...
            ขอโทษนะคะที่เข้ามาโดยพลการ ฉันอยู่เป็นเพื่อนหนูแชงน่ะค่ะ จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ จีฮโยเองก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจที่เข้ามาในที่ส่วนตัวเลยตั้งใจว่าถ้ามินะตื่นแล้ว เธอจะกลับบ้านไป
            เดี๋ยวก่อนค่ะ ทว่าเมียวอิเรียกเธอ
            ช่วยรอฉันแปบนึงนะคะ คิดดูว่าคนที่แอบชอบเห็นเธอในสภาพชุดนอนเปื่อยๆ ผมเผ้ารุงรัง หน้าสดยิ่งกว่าปลาในตลาด

 

แย่มาก แย่มากๆ

ฮือ....


            ขอโทษอีกครั้งนะคะ
            ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ไม่งั้นตัวแสบคงหิวแย่แน่ๆ พอได้อาบน้ำเย็นๆ มินะก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา แถมได้กินข้าวมื้อแรกของวันด้วยเมนูฝีมือครูจียิ่งสดชื่นเข้าไปใหญ่ จีฮโยเองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกินอาหารของเธออย่างเอร็ดอร่อยก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ตอนนี้เราทั้งคู่นั่งสนทนากันที่โต๊ะอาหาร ส่วนแชจังหลับอยู่ที่โซฟาเพราะหมดเรี่ยวแรงจากการเล่นเกมกับครูจี
            พวกเราไปกวนวันพักผ่อนของคุณรึเปล่าคะ?
            วันนี้ฉันว่างแหละค่ะ ไม่ได้มีแพลนทำอะไรเลย
            ดีจังเลยนะคะ ได้พักผ่อนเต็มที่
            งานคุณเป็นยังไงบ้างคะ?
            ก็เบาขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังไม่เหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่ เมื่อวานก็หนักไปหน่อยเลยตื่นสายเอามากๆ

คิดซะว่าใช้เวลาไปกับการพักผ่อนนะคะ
            ค่ะ แต่ตัวแสบจะแย่เอา ถ้าไม่มีคุณช่วยก็แย่จริงๆนะคะ
            ฉันเต็มใจเสมอค่ะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกฉันได้เลย
            แต่ฉัน...รู้สึกเกรงใจคุณจริงๆค่ะ คุณน่ะดีกับครอบครัวเราเกินไปแล้ว
            คุณเองก็ดีกับฉันไม่ใช่เหรอคะ?

......... ได้ยินประโยคนั้น มินะถึงกับกำตะเกียบแน่น

 

ไม่ ไม่รู้หรอกมั้ง...


            ก็ ก็..ก็แชจังพูดถึงคุณบ่อยๆ พอฉันเจอมาคุณตัวจริงก็..ก็ดีอย่างที่แชจังวะว่าเลยค่ะ
            จริงเหรอคะ? จีฮโยถามพลางกลั้นขำไปด้วย ยิ่งเห็นอีกคนพยักหน้าขึ้นลงอย่างเลิ่กลั่กยิ่งกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ เจ้าของบ้านเองก็แทบเอาหน้ามุดถ้วยข้าวแล้ว
            อันที่จริงเรารุ่นเดียวกันแท้ๆ พออยู่ข้างนอกโรงเรียนแบบนี้ เรียกว่า จี เฉยๆดีกว่าค่ะ
            ค่ะ คุณจี

จี เฉยๆสิคะ
            ...........
            ...........

เรียกคุณจีก็ได้ค่ะ ฉันแค่ล้อเล่นคุณเฉยๆ ^^ ”

 

ขี้แกล้งที่สุดเลยอ่ะ TT
           

ฉันคงต้องขอตัวกลับแล้วล่ะค่ะ เพิ่งนึกได้ว่าต้องไปแวะเอาต้นไม้ที่สั่งไว้

ฉันไปส่งนะคะ
            วันนี้ฉันเอารถมาเองค่ะ อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ด้วย
            ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วยนะคะ แม้จะเป็นห่วง แต่มินะก็ไม่ขัดความต้องการของอีกคน
            ค่ะ ไม่ต้องปลุกหนูแชงนะคะ ให้เธอนอนไปแบบนั้นเถอะ
            ค่ะ เราทั้งคู่มายืนอยู่ตรงหน้าบ้านเมียวอิ มินะส่งกล่องใส่อาหารที่ล้างสะอาดคืนไปพร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
            ขับรถดีนะคะ ถึงแล้วอย่าลืมส่งข้อความมาด้วยนะคะ
            เข้าใจแล้วค่ะ จีฮโยส่งยิ้มให้ รู้สึกดีมากๆที่มินะเป็นห่วงเธอขนาดนี้ ก่อนนั่งบนเบาะเตรียมออกตัวปั่น


            คุณจีคะ
            ?? จีฮโยหันกลับมาหาคนที่เรียกเธอ
            คราวหน้าถ้ามาที่นี่ เข้ามาได้เลยนะคะ ยินดีต้อนรับเสมอ

 

 

ความรู้สึกว่าหัวใจกำลังฟูฟ่องแบบนี้

พัคจีฮโยจำไม่ได้ว่ามีอาการนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

เธอจำได้แค่เพียงตอนนี้...เดี๋ยวนี้

เธอกำลังมีความสุข กับคนที่ยืนตรงหน้าเธอ

 

เมียวอิ มินะ คุณน่ะ...ทำให้ฉันมีความสุขทุกครั้งที่เราได้เจอกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 


            จะกินแล้วนะค้าาา/คร้าบบบบ วันนี้ในช่วงพักกลางวัน หัวหน้าเมียวอิเลี้ยงข้าวกับลูกน้องจำนวนหนึ่งที่ร้านอาหารจีนใกล้บริษัท หลังจากตรากตรำทำงานมาจนหัวยุ่งเหยิงจึงต้องปลอบขวัญกันบ้าง
            พวกเราดีใจนะคะที่หัวหน้าดูสดใสขึ้น ก่อนหน้านี้พวกเราน่ะเป็นห่วงแทบแย่ที่เห็นหัวหน้าทำงานหนักขนาดนั้น มินะเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยพลางส่งยิ้มตาปิดให้คนพูดไปด้วย เชื่อแหละว่าลูกน้องเป็นห่วงเธอจริงๆ คนที่พอว่างอยู่ก็ซื้อข้าวซื้อกาแฟมาให้ตลอดเวลาจนโต๊ะทำงานนอกจากเอกสารก็ขนมนี่แหละที่เยอะพอๆกัน
            ใช่ครับ! ยิ่งเห็นหน้าตาเหนื่อยๆของหัวหน้า พวกผมก็ใจแป้วกันทุกคน แต่ก็ทำไรไม่ได้นอกจากรีบๆๆปั่นงานให้เสร็จไวๆ
            แหม หน้าปกตินายยังดูดีไม่เท่าตอนหัวหน้าโทรมๆหรอกนะ
            เฮ้! อย่ามาบูลลี่หน้าตาฉันนะ เสียงหัวเราะครื้นเครงกันพาหายเครียด มินะเองก็คิดแหละว่าโชคดีจริงๆที่ได้คนพวกนี้เป็นลูกน้อง
            เอ๋? เสียงร้องของลูกน้องที่อยู่ท้ายโต๊ะ สายตาเหม่อมองไปที่จอทีวีติดผนังข้างหลัง ทำเอาทุกคนสงสัยก่อนหันไปดูข่าวพยากรณ์อากาศที่กำลังรายงานโดยพิธีกรหญิงชื่อดัง
            หูย ตั้งแต่พรุ่งนี้จะมีฝนตกหนักหลายที่แถมตกติดต่อกันทุกวันเลย

แขวงมินาโตะ ชินางาว่า และโคโตต้องระวังเรื่องน้ำท่วม

 

คุณจีฮโยอยู่ที่โคโตนี่นา
           

มินะคิดในใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอโชว์รูปลูกสาวใส่หมวกไหมพรมรูปสตอว์เบอร์รี่แต่หัวเธอว่างเปล่าราวกับคิดอะไรไม่ออก ก่อนพับฝาลงก่อนใส่กระเป๋าเสื้อไป

บ้านเธออยู่ชินางาว่าไม่ใช่เหรอ
            ฉันย้ายมาอยู่คอนโดแถวนี้แล้วย่ะ ปีที่แล้วฉันประมาทไปหน่อย รู้แหละว่าแถวนั้นเป็นย่านคนใหญ่คนโตอยู่แต่ก็ท่วมจนได้แถมท่วมสูงด้วย ทำเอาลำบากไปหลายเดือนเลยล่ะ
            ........ หัวหน้าเมียวอิได้ยินแบบนั้นจึงนิ่งไป โชคดีที่ไม่มีใครสังเกต เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนชั่งใจอยู่นานว่าจะพิมพ์อะไรดีมั้ย

 

 

ผ่านไปหลายสัปดาห์ ความสัมพันธ์ของเราก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่หวือหวา ไม่รีบร้อน เราเจอกันต่อหน้าที่โรงเรียนเวลามารับแชยอง ทักทายกันในประโยคสั้นๆ ไม่กี่คำ พอถึงเวลาเข้านอน เราคุยผ่านข้อความทางโทรศัพท์เล็กๆน้อยๆ ก่อนบอกฝันดีและเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน

 

 

จะบอกไปดีมั้ยนะ? แต่ลองดูก่อนก็ไม่เสียหาย

 

 

นิ้วเรียวกดปุ่มโทรศัพท์อย่างคล่องแคล่ว พอเสร็จแล้วก็กดส่งข้อความทันทีโดยไม่สนใจจะทวนคำผิดหรือแก้ประโยคใหม่
           

......... เพิ่งรู้สึกตัวตอนที่หน้าจอเด้งมาว่า ส่งข้อความสำเร็จ

 

เมียวอิ มินะ! เธอทำอะไรลงไปเนี่ย!!

 

มินะแทบอยากโยนโทรศัพท์ใส่หม้อไฟกลางโต๊ะมากๆ มัวแต่คิดไปเองเรื่อยเปื่อยแล้วทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว

หัวหน้าคะ

ฮะ? หา?

น้ำหมดแก้วแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันเติมให้นะคะ
            อะ อื้อ ขะขอบใจนะ

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงเวลานอนกลางวันของเด็กๆหลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ จีฮโยลอบมองหนูแชงที่กำลังช่วยเพื่อนๆปูที่นอนแล้วดันไปนึกถึงใครบางคนก็เผลอยิ้มออกมา

ครูจีคะ

อ๊ะ ครูรัน

ช่วงนี้มีเรื่องดีๆเหรอคะ เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว
            มั้งคะ จีฮโยยิ้มกว้าง แต่ เรื่องดีๆที่ว่า เธอก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเป็นเรื่องอะไร
            ดีจังเลยนะคะที่เห็นคุณมีความรักแบบนี้
            อะเอ๋!?!”
            ฉะ ฉันไม่ได้มีความรักอะไรเลยนะคะ!!!” ครูจีปฏิเสธเลิ่กลั่กโดยไม่รู้ตัว ทำเอาครูรันหลุดหัวเราะ
            ไม่เอาน่า ใครๆก็ดูออกทั้งนั้นแหละค่ะ
            “…...…”

 

นี่ฉันออกอาการขนาดนี้เลยเหรอ!?

 

ปะ เปล่าเลยะนะคะ

ไม่ต้องรีบยอมรับหรอกค่ะ เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เอง

 

เชื่อฉันเถอะค่ะ~~~~~  TT
           

หืม? ที่โคโตจะมีน้ำท่วมเหรอเนี่ย จู่ๆครูรันก็ดันเปลี่ยนเรื่องซะงั้นเพราะเธอกำลังอ่านข่าวในโทรศัพท์
            เอ๊ะ ว่าแต่แถวบ้านครูจีเลยนี่คะ
            อ่า ใช่ค่ะ คงต้องเตรียมตัวย้ายของแล้วล่ะ จีฮโยก็เพิ่งรู้ไม่นานเช่นกัน เธอเองก็กังวลเพราะบ้านเธออยู่ในที่ราบลุ่มต่ำซะด้วย
            ยังไม่มีที่พักใช่มั้ยคะ บ้านพักที่บ้านฉันสิคะ
            แต่บ้านครูรันมีน้องชายกับคุณพ่ออยู่นี่คะ
            ไม่เป็นไรเลยค่ะ มากันเยอะๆสนุกดีออก ถึงครูรันจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ แต่จีฮโยก็เกรงใจอยู่ดี บ้านครูรันก็ไม่ใช่ว่าจะกว้างมากด้วย

ทว่า จีฮโยก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ในมือสั่นเล็กน้อย จึงเปิดดูปรากฎมาจากคุณเมียวอิ จู่ๆ หัวใจก็เต้นระรัวขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งอ่านข้อความก็เต้นแรงกว่าเดิม

 

ฉันเพิ่งเห็นข่าว เขาบอกว่าแขวงโคโตจะมีน้ำท่วม

ถ้าคุณไม่มีที่พักสำรองและไม่อึดอัดใจล่ะก็ มาพักที่บ้านฉันมั้ยคะ?


            เพียงแค่สองประโยคสองบรรทัดที่เธอซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากทำตัวไม่ถูก เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองร้อนรนราวกับถูกต้อนให้จนมุม อีกด้านหัวใจก็พองโตจนแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่

ครูจีคะ
            คะ!?” จีฮโยเผลอตอบเสียงดัง โชคดีที่ไม่ดังมากจนรบกวนเด็กนักเรียนที่กำลังหลับกัน
            ไม่ได้เร่งรัดอะไรหรอกนะคะ แค่อยากถามว่าคุณจะมาพักบ้านฉันมั้ย จะได้เตรียมตัวน่ะค่ะ

เอ่อ... ครูจีก้มอ่านข้อความอีกครั้งก่อนเงยหน้ามาบอกว่า
            ฉันมีที่พักแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ

 

 




            แชงแชงไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยคะ!? ครูจี เอ๊ย! น้าจีจะมานอนบ้านเรา อ๊าาา! ม๊าาา!! เจ็บ!”
            ก็ไม่ได้ฝันไปนี่คะ มินะหันไปสนใจถนนข้างหน้าต่อหลังจากหยิกแก้มลูกสาวด้วยความหมั่นไส้ที่เจ้าตัวมาวอแวครูสาวที่เบาะนั่งข้างคนขับ ชนิดนั่งตักแถมซบไหล่ออดอ้อนอีก

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน จีฮโยก็เริ่มเก็บของไปไว้ห้องใต้หลังคาพร้อมๆกับจัดเสื้อผ้าเพื่อไปพักอยู่ที่บ้านเมียวอิ วันนี้มินะมารับเธอแล้วพร้อมสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เจ้าของรถก็ค่อนข้างเก่งเรื่องขับฝ่าฝนฝ่าหิมะเลยไม่เป็นปัญหา


            หม่าม๊ารังแกแชงแชงอ่า เนี่ย~ เจ็บมากเลยค่ะ
            ไหนคะ ขอน้าดูหน่อย จีฮโยกล่าว เด็กน้อยเอียงศีรษะให้ดูชัดๆ
            เนี่ย แดงเลยๆ แชยองย้ำพร้อมจิ้มๆส่วนที่โดนหยิกไป ครูสาวเพ่งมองพลางลูบๆอย่างเบามือ
            เพี้ยงงง!!! หายรึยังคะ จีฮโยทำเป็นท่องคาถาและเป่าลมไปที่แก้มกลม
            หายแล้วค่า ปกติ เมียวอิ แชยองเป็นเด็กแสบอยู่แล้ว พอมีคนโอ๋ก็เพิ่มความแสบเข้าไปใหญ่

 

น่าหมั่นไส้จริงๆเลย

 

งือ~ ครูจีอ่า~” สงสัยจีฮโยคงได้ยินเสียงบ่นในใจของคนขับจึงหยิกแก้มอีกข้างของเด็กตัวเล็กด้วยความันเขี้ยว
            นั่งนิ่งๆจนกว่าจะถึงบ้านนะคะ ไม่งั้นหม่าม๊าไม่มีสมาธิขับรถนะ
            รับทราบค่ะ!” ไม่นานนัก เราทั้งสามคนก็ถึงจุดหมาย ดวงไฟในบ้านค่อยๆสว่างขึ้นตามสวิตช์ที่เปิด นาฬิกาแขวนบอกว่าเป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งแล้ว โชคดีที่แวะกินข้าวกันมาก่อนไม่งั้นคงเสียเวลามากแน่ๆ
            อาบน้ำ อาบน้ามมม~” แชยองวางกระเป๋านักเรียนไว้บนโซฟาแล้วไปคว้าเช็ดตัวอย่างร่าเริง เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่มินะเห็นลูกสาวบ้าพลังยันฟ้ามืดขนาดนี้  
            น้าจีคะ มาอาบน้ำกับแชง— / หยูดดดด โตแล้วไปอาบเองนะคะ ผู้เป็นแม่ดันร่างเด็กตัวเล็กให้ถอยห่าง
            ง่าา~า ม๊าอ่า แชงแชงก็อยากแช่น้ำร้อนกับครูจีน้า
            ไม่ต้องห่วงนะคะ น้าจะไปอาบน้ำกับหนูแชงเอง
            เย้!!~~” แชยองกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจก่อนวิ่งไปเตรียมชุดนอนคืนนี้ ทิ้งให้ผู้ใหญ่สองคนยืนมองตาจนลับตา
            อย่าตามใจแชยองมากเลยนะคะ เดี๋ยวเคยตัว มินะปรามอีกฝ่าย
            คงไม่ได้ครึ่งของคุณหรอกค่ะ
            เอ๋? มินะนึกย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นที่ไปซื้อเกมด้วยกัน
            นะ นั่นนานๆทีค่ะ! ต้องมีบ้างแหละ
            อ่อ ไม่นับของกินด้วยนี่คะ
            นะ นั่นก็ไม่บ่อยนะคะ นานๆทีเหมือนกัน
            โอเคค่ะ เชื่อก็ได้ จีฮโยยิ้มหยอกเหมือนสงบศึก แหงล่ะ เธอต้องเตรียมของอาบน้ำเหมือนกันนี่นา
            คุณนอนห้องแชยองนะคะ ฉันทำห้องไว้ให้เผื่อเธอตอนโตน่ะ
            ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาหรอก ครูสาวบอกพร้อมยกกระเป๋าไปไว้ห้องนอนเล็กๆ มีเตียงเดี่ยวตั้งติดหน้าต่าง โต๊ะเขียนหนังสือวางข้างเตียง ถัดมาเป็นตู้ใส่หนังสือซึ่งมีหนังสือเด็กไม่กี่เล่ม แต่ดูๆแล้ว เจ้าของห้องคงไม่ได้ใช้งานเท่าไหร่นัก


            คุณอาบน้ำกับแชจังไปก่อนนะคะ ฉันจะไปเตรียมผ้าห่มให้คุณเพิ่ม คืนนี้ต้องหนาวขึ้นอีกแน่ๆ
            แล้วคุณล่ะคะ?
            ฉันอาบทีหลังอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก
            น่าเสียดายจังค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะชวนมาแช่น้ำร้อนด้วยกัน
            “!!!!!” วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นอ่ะนะ ตั้งแต่เด็กจนโต มินะก็แช่น้ำร้อนกับคนไม่รู้จักตั้งหลายครั้งแล้ว กับลูกสาวก็ยังเคยเลย แต่ๆๆๆๆๆๆครั้งนี้
            สงสัยไม่ต้องแช่แล้วมั้งคะ หน้าคุณแดงขนาดนี้แล้วคงร้อนน่าดูครูสาวยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมือนจงใจแกล้งกันเลย

 

เป็นคนที่ขี้แกล้งมากกว่าที่คิดซะอีกนะเนี่ย

 

 


            แล้วก็ไม่ได้แช่ด้วยกันจริงๆ


            มินะนั่งขัดสมาธิกอดหมอนอิงที่โซฟาพร้อมฟังเสียงพิธีกรรายงานข่าวภาคค่ำในทีวี เผื่อว่ามันจะระบายความร้อนรุ่มในใจได้บ้าง แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลยแฮะ


            เสียงไดรฟ์เป่าผมดังอยู่หน้าห้องน้ำ มินะแอบชะโงกดูโดยไม่ให้ทั้งคู่รู้ตัว จีฮโยกำลังเป่าผมเด็กตัวเล็กพลางคุยเล่นกับแชยองเองอย่างสนุกสนาน ภาพตรงหน้าทำให้มินะรู้สึกอบอุ่นใจอย่างไม่บอกไม่ถูก

 

ถ้าคุณอยู่ที่นี่ตลอดไปก็คงดีสินะ

 

เสร็จแล้ว
            เย้!” เสียงเจื้อยแจ้วทำเอามินะหลุดจากภวังค์ก่อนรีบกลับไปนั่งเดินพร้อมทำตัวเป็นปกติ
            ม๊าอาบน้ำดึกอ่ะ แชยองทำเป็นบ่น(ซึ่งร้อยวันพันปีไม่เคยทำ) พร้อมจูงมือ

แต่ม๊าเช็ดเครื่องสำอางออกแล้วนะคะ
            แต่ม๊าไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ดีเลยเนอะน้าจีเนอะ
            ใช่ค่ะ มินะยู่ปากอย่างงอนๆ คู่นี้ชักจะเข้ากันได้ดีเกินไปแล้วนะ!
            อ๊า!” เด็กตัวเล็กร้องออกมาเมื่อดูนาฬิกา ได้เวลานอนแล้ว ครูจีมานอนกับแชงแชงนะคะ!”
            เดี๋ยวน้า~า ปกติแชจังนอนกับหม่าม๊าไม่ใช่เหรอคะ
            วันนี้น้าจีมาอยู่ ถ้าให้น้าจีนอนคนเดียวต้องเหงาแน่ๆ ผู้เป็นแม่พยักหน้าเห็นด้วยกับลูกสาวแบบกวนๆ ส่วนน้าจีก็หัวเราะเบาๆ เพราะเอ็นดูกับความคิดของเด็กน้อย
            แล้วแชจังจะนอนห้องไหนนะ
            ห้องหม่าม๊าไงคะ!!”
            ได้ไง ตัวเองมีห้องนอนอยู่แล้วนี่
            ปกติแชงแชงนอนห้องหม่าม๊าตลอดนี่นา
            แต่น้าจีมานอนด้วยนี่คะ เตียงม๊านอนได้แค่สองคนนะ
            งั้นม๊าไปนอนเตียงแชงแชง ส่วนแชงแชงจะนอนกับครูจีที่เตียงหม่าม๊า
            อะ เอ๋!?”
            ไปนอนกันเถอะค่ะ แชงแชงง่วงแล้ว อ้อนคุณครูพร้อมลากแขนให้ไปนอน ทิ้งให้ผู้เป็นแม่ยืนอ้าปากหวออยู่กลางห้องนั่งเล่นแบบนั้น

 

กลายเป็นหมาหัวเน่าซะงั้น....

 

ถึงมินะคิดแบบนี้ก็จริงแต่กลับดีใจมากกว่าที่แชยองชอบจีฮโยขนาดนี้

นั่นสินะ ทุกอย่างเป็นใจให้หมดแล้ว เหลือแต่ตัว เรา นี่แหละที่ต้องเดินหน้าต่อ

 

 

••••••••••••••••••••••

 

 

ฝนเพิ่งหยุดตกไม่นานนัก มินะจึงออกมานั่งอ่านสคริปงานที่คั่งค้างที่เฉลียงระแนงไม้หน้าบ้านรับกลิ่นไอดิน เวลาสี่ทุ่มครึ่งแล้วแต่เธอไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลย คงเพราะมีสมาธิกับงานเกินไป จนลืมไปจริงๆที่ว่าบ้านเธอ ณ ขณะนี้ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน
            ..... จีฮโยเปิดประตูห้องนอนออกมา แล้วกวาดตามมองหาอีกคนนึง เหลือบไปเห็นร่างเล็กๆที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่ข้างนอก
            อ๊ะ คุณจี ได้ยินเสียงเปิดประตูบานเฟี้ยมจึงเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฎเป็นแขกคนสวยนี่เอง
            ตัวแสบยอมให้ออกมาเหรอคะ
            แชจังหลับแล้วล่ะค่ะ เธอบอกก่อนนั่งลงข้างๆกัน ดวงตากลมมองดูกระดาษเอกสารต่างๆที่อีกคนวางสะเปะสะปะโดยไม่แตะต้องอะไร
            คุณต้องเอางานมาทำที่บ้านทุกวันเลยเหรอคะ?
            ไม่หรอกค่ะ นานๆทีน่ะ ตอนนี้ก็เบาขึ้นแล้วด้วย
            ดูเคร่งเครียดนะคะ คุณเคยทำแบบนี้บ้างมั้ยคะ
            ไม่เคยหรอกค่ะ ครูอนุบาลน่ะใช้พลังงานมากกว่าสมองอีก พอหัวถึงหมอนก็หลับไม่รู้เรื่องเลย
            ฮึ มินะหลุดหัวเราะ แล้วทำไมครูจีถึงยังไม่หลับคะ?
            เพราะเจ้าของบ้านยังไม่หลับน่ะสิคะ
            .......

 

รู้สึกว่าไม่มีสมาธิทำงานแล้วล่ะสิ


            นานแล้วนะคะที่ฉันไม่ได้ออกมานั่งมองท้องฟ้าตอนกลางคืนแบบนี้
            ........ เมียวอิมองอีกฝ่ายนั่งกอดเข่าเงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนหันไปมองตาม แสงของฟ้าแล่บแทรกตามเมฆเป็นระยะแต่กระนั้นก็ไม่มีเสียงฟ้าร้องให้ตกใจ
            ชีวิตฉันมีวนลูปอยู่ตื่น ไปทำงานเจอเด็กๆ กลับมาบ้าน กินข้าว เข้านอน เป็นแบบนี้จนบางครั้งเคยรู้สึกเป็นแดจาวูเลย บางวันมีฝนดาวตกก็เหนื่อยจนลืมออกมาดูซะงั้นมินะนิ่งเงียบไป จริงอยู่ที่ชีวิตเธอเองก็วนลูปไม่ต่างกับอีกฝ่าย แต่เพราะเมียวอิ แชยอง ลูกสาวของเธอเพิ่มสีสันในแต่ละวันทำให้ทุกวันนี้ไม่เคยน่าเบื่อเลย
            คุณจีมีคนรักมาก่อนมั้ยคะ?” จู่ๆ ก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา จีฮโยเองก็ไม่อึดอัดที่จะตอบ
            มีค่ะ
            เค้าอายุน้อยกว่าสองสามปี กลายเป็นว่าฉันจู้จี้จุกจิกกับเค้าจนทนไม่ไหวเลยต้องขอเลิก
            “........”
            ฉันเลยหันมาทุ่มกับการสอนและดูแลเด็กๆมากกว่า ถึงวุ่นวาย แต่ก็มีความสุข...ใช่มั้ยคะ?”
            นั่นสิคะ
            ฉันเองก็...เรื่องความรัก ฉันไม่ค่อยไปรอดสักเท่าไหร่ พอแต่งงานแล้วก็ยังไม่รอดเลย มินะเล่าเรื่องด้วยยิ้มแสนบางเบา จีฮโยเอนซบต้นแขนตนเองพร้อมจ้องหน้าตั้งใจเรื่องเล่าของอีกฝ่าย
            เขาเป็นทั้งแฟนคนแรก และสามีคนเดียวในชีวิต เขาน่ะแสนดีมากๆ แต่ด้วยความคิดความอ่านในบางเรื่องไปด้วยกันไม่ได้เลยต้องแยกทางกัน แล้วเขาก็จากไปโดยที่แชยองเองยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อเค้าเลย
            ........
            พอเวลาผ่านไป ฉันก็ย้อนกลับไปคิดว่าการตัดสินใจของเรานั้นเร็วไปรึเปล่า เราอาจจะเด็กไปสำหรับความคิดความอ่านเมื่อตอนนั้น
            ........
            แต่ถ้าย้อนกลับไป ฉันก็จะแต่งงานกับเขา เพราะเขาทำให้ฉันเจอแชยอง พอเหลือแค่แชยองฉันก็ไม่มองใครอีกนอกจากมองดูการเติบโตของเค้า

 

 

แล้วฉันก็ได้เจอคุณ

 

คราวนี้มินะหันมาสบตากับจีฮโย

 


            ฉันไม่รู้ตัวเลยค่ะว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เป็นครั้งแรกที่สบตากับคุณหรือครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของคุณรึเปล่า รู้ตัวอีกทีฉันก็คิดถึงคุณแล้วล่ะค่ะ

........ ใบหน้าของจีฮโยไม่เปลี่ยนแปลง เธอยังจ้องหน้ามินะอยู่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไร แต่เขินจนพูดไม่ออกแล้วต่างหาก
            ขอโทษนะคะ คุณอาจจะตกใจที่ฉันคิดแบบนั้นกับคุณ แต่ที่ชวนคุณมาพักที่นี่ฉันเจตนาดีจริงๆนะคะ
            ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันไม่เคยถือโทษโกรธคุณ และไม่เคยอึดอัดแม้แต่นิดเดียวเลยค่ะ
            .........
            แล้วที่ฉันตกลงมาพักที่นี่ คุณรู้มั้ยคะว่าทำไม มินะส่ายหน้าช้าๆ
            ฉันคิดว่าฉันมาพักที่บ้านคุณตามที่คุณชวนมา ฉันต้องได้ฟังความรู้สึกของคุณแน่ๆ ซึ่งมันก็จริง
            ......... เจ้าของบ้านนิ่งเงียบเพราะกำลังประมวลผลอยู่ ซึ่งคำตอบมันก็คือ
            ระ หรือว่า... / ค่ะ ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้ว
           

ตอนนี้มินะรู้สึกอยากวิ่งไปให้ฟ้าผ่าใส่มาก

 

ละแล้วคุณ...มาที่นี่เพราะ เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวเหรอคะ?
            เขาว่าคนเก่งเรื่องการใช้ชีวิตหรือความรัก มักจะไม่เก่งเรื่องความรัก
            เอ๋?
            ถ้าฉันไม่รู้สึกแบบเดียวกับคุณ ฉันจะมาที่นี่ทำไมล่ะคะ
            ........

 

ทั้งคู่เราต่างนิ่งเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เราทำแค่จ้องตากัน


            เอ่อ...แหะ สุดท้ายก็เป็นมินะเองที่เริ่มพูดก่อน
            ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ เหมือนสมองปิดระบบยังไงก็ไม่รู้
            ฮ่าๆๆ จีฮโยหัวเราะกับความแบลงค์ของอีกคน
            แต่เราก็รู้คำตอบของกันและกันแล้วนี่คะ
            นั่นสิคะ ฝนเริ่มหยดลงเม็ดอีกครั้ง

 

เหมือนวันนั้น วันที่เราคุยกันครั้งแรก

 


มินะเก็บรวบรวมงานไว้ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วแบมือยื่นออกมาหาจีฮโยที่ยังนั่งอยู่


            ฉันดีใจจังค่ะที่มีคุณอยู่ข้างๆ

 

จีฮโยจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืนเช่นกัน

 

ฉันก็เหมือนกันค่ะ

 

 

 

 


 

มนุษย์มักจะไขว่คว้าหาความรักที่มองไม่เห็นเสมอ

มินะคิดว่าจริงที่อย่างที่ได้ยินมา

เธอคิดมาตลอดว่าหลังจากนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่คงมอบให้กับลูกสาวหมด

 พอแบ่งให้ใครอีกคนนึง มันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย

 อนาคตจะเป็นอย่างไร เมียวอิ มินะกับพัคจีฮโยก็ไม่ทราบหรอก

 แต่เราทั้งคู่มีกันและกันอยู่แบบนี้ จะเป็นยังไงก็ช่าง เราไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว

 

 




 

สองปีต่อมา

 

มินะรดน้ำต้นไม้ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆในตอนเช้า ต้นชาฮกเกี้ยนที่ปลูกไว้ริมรั้วโตขึ้นเร็วกว่าที่คิดและเธอคงมาต้องตัดแต่งพุ่มมันให้สวยงามเรียบร้อยทีหลัง ดวงตากลมเหลือบมองดอกคุณนายตื่นสายที่เริ่มผลิบานรับแสง ก่อนหลุดยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงคนปลูกมัน

 

แชงแชงปลูกเพราะสีดอกไม้มันสวยนะคะ! ไม่ใช่เพราะแชงแชงชอบตื่นสาย!

 

ม๊าาาา!!!!!!

 

เสียงเล็กๆแผดลั่นเหมือนลูกสิงโตหัดคำรามดังทั่วบ้าน ก่อนประตูกระจกบานเฟี้ยมเปิดออกมาโดยเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

 

กับข้าวเสร็จแล้ว! ม๊า บอกว่าถ้ามาช้าจะให้กินข้าวน้อย!แชยองบอกพลางแยกเขี้ยวจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ กางเกงขาสามส่วนโชว์เรียวขาที่ดูเหมือนยืดขึ้นมาบ้างแล้ว
            แย่จัง สงสัยต้องรีบไปซะแล้วมินะได้ยินแบบนั้นจึงเก็บสายยางและปิดก๊อกน้ำ ก่อนเดินเข้าบ้านทันที ก็ไม่อยากกินข้าวน้อยๆอ่ะนะ

 

มินะย่างสุขุมไปตามทางเดินอย่างเชื่องช้า เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆทำให้เธอก็ต้องละสายตาจากพื้นไม้เงยหน้ามอง ภาพตรงหน้าเธอคือ พัคจีฮโยกำลังตักข้าวใส่ถ้วยและวางตรงหน้าลูกสาวของเราพร้อมรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน

คุณ จ้องอะไรกันคะจีฮโยรู้สึกว่ามีสายตาคู่นึงกำลังจ้องเธออยู่ ปรากฏเป็นคนรักของเธอนี่เอง

อ๊ะ เปล่า

ม๊าาา!!! มาเร็วๆๆ เด็กปอหนึ่งจูงมือหม่าม๊าคนที่หนึ่ง มานั่งเก้าอี้เพราะไม่ทันใจเลย ข้าวหุงในชามที่อยู่ตรงหน้ากำลังส่งกลิ่นหอมพร้อมควันลอยฟุ้ง เมื่อหม่าม๊าคนที่สอง ตักข้าวให้ทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆมินะ เมื่อเรียบร้อยก็
            จะกินแล้วนะค้าา~ เมื่อกล่าวเสร็จทุกคนก็จัดการมื้อเช้าทันทีโดยเฉพาะเด็กตัวเล็กที่หิวโหยกว่าใคร

 

มินะแอบมองคนข้างๆ พัคจีฮโยอยู่ในฐานะภรรยาเต็มตัวแล้ว ไม่ใช่แขกประจำของที่นี่ดังเช่นแต่ก่อน

พวกเราน่ะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน แชยองโตเป็นเด็กชั้นประถม เรียนต่อที่เดิมนั่นแหละ

จีฮโยเองก็เป็นครูอนุบาลเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเธอไม่โสดแล้ว (แน่นอนว่าครูรันแซวยับเลย)

 

นี่ๆๆ ผัดเต้าหู้หมูสับ แชงแชงทำเองเลยนะคะ ไม่เชื่อถามหม่าม๊าได้เลย” แชยองเสนอเมนูขณะเคี้ยวข้าวเต็มปาก มินะจึงคีบเต้าหู้เข้าปากไปหนึ่งชิ้น

อร่อยมากเลยค่ะ
            เย้! แชงแชงจะเอาไปอวดเพื่อนๆว่าแชงแชงทำอาหารอร่อยด้วย!” มินะยิ้มอย่างภูมิใจ มีอะไรบ้างที่แชยองไม่เก่งน่ะ ก่อนก้มมองไข่ข้นปูที่ถูกตักมาใส่ถ้วยโดยคนรักที่นั่งข้างเธอนั่นเอง
            กินเยอะๆนะคะ เมื่อวานคุณกลับมาซะดึกเลยนี่นา จีฮโยบอกด้วยความห่วงใย หัวหน้าเมียวอิที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเดือนหน้านี้แล้ว แต่ยังทำงานหนักไม่หยุดหย่อนจนโดนภรรยาดุบ่อยๆ
            ขอบคุณนะคะ มินะตักไข่ข้นเข้าปาก อันนี้ก็อร่อยไม่แพ้กัน คิดๆดูแล้ว กางเกงตัวเก่งที่ชอบใส่ตลอดรู้สึกมันคับๆขึ้นมาซะแล้วสิ
            ม๊าขา เพื่อนแชงแชงอยากได้มงกุฏดอกไม้อ่ะค่ะ แชงแชงกะว่าจะทำเป็นของขวัญวันเกิดให้เค้าวันจันทร์นี้ เด็กตัวเล็กคุยกับผู้เป็นแม่อีกคนนึงซึ่งงานอดิเรกของจีฮโยก็คือการจัดดอกไม้นั่นเอง

เป็นความคิดที่ดีนะคะ ม๊าจะสอนแชงแชงเองนะ
            เย้! แชงแชงจะรีบกินข้าวให้อิ่มไวๆเลยค่ะ!” จีฮโยยิ้มกว้างอีกครั้งแล้วกลับไปสนใจอาหาร ทว่ามีบางอย่างจ้องมองเธออีกแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

ยิ้มอะไรกันคะคุณ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ

เปล่าหรอกค่ะ...ก็แค่...มินะหยุดพูดขณะนึงเพื่อตั้งใจจะบอกคำต่อไปนี้กับจีฮโยไป

 

มีความสุขน่ะค่ะ

 

 

เรายกยิ้มให้กันเพราะเราทั้งคู่รู้ว่า ความสุข ที่ว่า อยู่ตรงหน้าตัวเรานี่เอง






ผลงานอื่นๆ ของ kwaRI-n

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 peanutjang (@peanutjang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:35
    พอเห็นมิจีรีบพุ่งตัวมาเลย555 อ่านแล้วชอบจังค่ะไรท์ ._. ขอบคุณสำหรับฟิคนะค้าา
    #3
    2
    • #3-1 kwaRI-n (@new-lovekz1101) (จากตอนที่ 1)
      26 มกราคม 2563 / 15:52
      ขอบคุณทีชอบฟิคนะคะ
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นด้วยค่ะ ><
      #3-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:55
    แชจังน่ารักมากกกกกก เอนดู;-; มิจีก็น่ารักงุ้งงิ้ง ชอบเรื่องราวที่ค่อยๆไป ไม่รีบร้อน ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณคุณไรท์นะคะสำหรับฟิคมิจี
    #2
    1
    • 19 มกราคม 2563 / 14:15
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นมากๆเลยนะค้า ^^
      #2-1
  3. วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:17

    เป็นแฟนฟิคที่อ่านแล้วอมยิ้มตามตลอดทั้งเรื่องเลยจริงๆค่ะ ชอบการดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆของคุณไรท์


    ชอบความสัมพันธ์ของคุณแม่กับคุณครู เป็นความสัมพันธ์ที่ดูพร้อมซัพพอร์ตกันอยู่เสมอ รวมๆแล้วดูอบอุ่นหัวใจและน่ารักมาก


    ตกหลุมรักและมันเขี้ยวไปร้อยครั้งกับเจ้าก้อนเด่กแห่งบ้านเมียวอิ ก็ดีใจแทนเจ้าเด่กที่สุดท้ายแล้วก็ได้มีคุมแม่ที่แสนน่ารักเพิ่มมาอีกตั้งหนึ่งคน



    งื้อทุกอย่างมันน่ารักไปหมดจริงๆค่ะ




    ขอบคุณคุนไร้เต้อที่ผลิตผลงานสนุกๆแบบนี้มาให้รีดเดอร์ได้อ่านนะคะ


    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ในทุกเรื่องเลย สู้ๆค่ะ^^

    #1
    1