คัดลอกลิงก์เเล้ว

Where are You, I Missing You คนอยู่ไกลแต่ใจใกล้กัน

โดย Joebond

ความคิดถึงมันบอกเป็นคำพูดยาก... ฝากคำบ่นบวกความคนึงเฝ้าหา... เมื่อไหร่หนอ ...เธอจะกลับมา ผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรกของผมพร้อมจะเปิดบริการความเหงาให้ท่านแล้วครับ

ยอดวิวรวม

12

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


12

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ก.ค. 58 / 18:48 น.
นิยาย Where are You, I Missing You ѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
...หากคนเราบ่นถึงคนรัก รำพึงพึมพัมสักหน่อย มันคงจะดีไม่น้อย เมื่อคนรักอยู่ไกล อะไรๆ ก็ขวางกั้นกันไม่ได้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ก.ค. 58 / 18:48


สร้างมาจากมันสมองความเพ้อฝันและถวิลหาจากไอ้หนุ่มที่ชื่อนายธนูทวย

 

 

...ผมกลับบ้านมา หลังจากไปสนามบิน ผมไม่ได้กลับมาจากทิปเที่ยวที่ไหนหรอก แต่ผมเพิ่งไปส่งใครบางคนมา เธอคนนั้นอายุมากกว่าผม 9 ปี ...รุ่นพี่คนนึงที่ผมนับถือ และแอบหื่นมานาน

...เธอบอกผมว่าไปต่างประเทศครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ ไอ้ผมก็แอบหวั่นใจว่าเธอจะไม่กลับมาอีก ในใจผมนั้นคิดกังวลแต่เพียงว่า คงจะไม่ได้อึ๊บเธอซะแล้ว และผมเองก็คงต้องกลับไปสนามหลวงอีกครั้ง 

...ผมกลับบ้านมาผมก็รีบอาบน้ำทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ถูสบู่ไปทั่วๆ ร่างกาย สระหัว แปรงฟัน นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย

...อาบน้ำเสร็จ ผมก็เปิดโทรศัพท์เช็คเฟซบุคของผม ผมแอบเข้าไปในเฟซของเธอ เช็คดูโน่นนี้นั้น

...ว่ากันตรงๆ ร้อยทั้งร้อยของผู้ชายเวลาเห็นแฟนตัวเองคุยหรือคอมเม้นท์โพสต์กับคนอื่น ก็รู้สึกหึงหวงเฉยเลยนะ แต่ผมกับเธอ ไม่เคยประกาศกับใครเลยว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน แต่ความสัมพันธ์โดยส่วนตัว ผมชอบเรียกเธอว่า ที่รักและเธอเองก็คงชอบที่ผมเรียกเธอแบบนั้น ...เมื่อเรากับเธอไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นแฟนกัน แต่ทำไมผมรู้สึกหึงหวงเธอเมื่อเธอคอมเม้นท์ใต้เฟซคนอื่น ผู้หญิงไม่ว่าอะไรหรอก เพราะอาจเป็นเพื่อนของเธอก็ได้ แต่โพสต์ของผู้ชายนี้สิว่ะ เธอไปคอมเม้นท์ซะสนุกยิ่งกว่าโพสต์ของเราอีก ผมรู้สึก หึงขึ้นมาและอยากจะบอกกับผู้ชายคนนั้นเหลือเกินว่า... นี่ เมียกู มึงกรุณาอย่าแตะแต่ก็ไม่กล้าบอกพอเพราะกลัวไอ้นั้นมันตามมากระทืบถึงบ้าน

...ทำได้ก็แค่เฉยๆ เงียบๆ ไว้ ไม่กดไลค์โพสต์ของไอ้เปรตชาติชั่วนั้นหรอก จะบอกเธอตรงๆ ว่าหึงก็กลัวว่าเธอจะว่าเราฟุ้งซ่าน คิดมากจนมันกลายเป็นจุดด่างพล่อยของสองเรา อย่างที่บอกผมทำได้ก็แค่อยู่เงียบๆ ตัวคนเดียว หึงเอง งอนเอง โดยไม่มีใครรู้ ไอ้การงอนโดยที่ไม่มีคนง้อเนี้ย มันช่างว้าเหว่จริงๆ ผมเด็กผู้ชาย (หวานฉ่ำนิดนึง) ก็ขี้งอนเป็นนะเว้ย ...เวลาผมงอนเธอ เธอไม่เคยรับรู้เลยว่าผมงอน เฮ้อ ชีวิตบัดซบ

...ผมยังคงเช็คเฟซบุ๊คของเธอไปเรื่อยๆ ผมจึงลองโพสต์สเตตัสของผมบ้าง...

เหนื่อยจัง คิดถึงใครบางคนแถวนี้...

....ผมโพสต์เสร็จผมก็วางโทรศัพท์ลง ออกไปหาอะไรกินข้างนอก

...คนคิดถึงกันนี่ ทำส้นตีนอะไรมันก็มีแต่เขาเนาะ ผมแค่เดินออกมาผมก็คิดถึงหน้าเธอแระ เดินๆ ไปเผลอพูดเองคนเดียวก็มี ไอ้สิ่งที่พูดก็คงเป็นพวกประโยคที่ไม่กล้าบอกกับเขาตรงๆ

พี่ ผมนี่เลิฟพี่ที่สุด

พูดคนเดียว ยิ้มคนเดียว ไม่มีใครู้ อืม ขอบใจ ชีวิตบัดซบ

....ผมหยิบน้ำชามะนาวออกจากตู้เย็นในเซเว่น อีเลเว่น ผมก็หยิบเลย์และขนมช็อกโกแลตรสหวานไปด้วย แล้วก็ไปคิดเงินที่เคาท์เตอร์ อ้อ ผมลืม ลืมไปอย่างสิ แม่ผมฝากซื้อผ้าอนามัยมาด้วย ผมจึงรีบไปหยิบโซฟี่แบบมีปีกมาหนึ่งห่อ

ซื้อเอาไปใช้เองหรอพนักงานเซเว่นผู้หญิงคนหนึ่งถามผม ไอ้ผมก็ตอบแบบติดตลกบวกขำๆ ว่า "...อ้อ ป่าวครับ ให้แม่ครับ..." ทั้งที่ในใจก็คิดนะว่า ถุ้ย!! ก็คิดเงินอะไรแล้วเสร็จ ผมก็กลับบ้านมา...

...อันดับแรกที่ผมทำเมื่อเข้าบ้านผมคือ เปิดเฟซบุคเช็คสเตตัสของผม ผมหวังว่าเธอคงจะคอมเม้นท์ใต้สเตตัสผมแระ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ ว่างเปล่า มีแต่คนอื่นกดไลค์ให้ แต่ไลค์ของเธอหามีวี่แวว ผมงอนเธออีกแล้ว และเธอก็ไม่รู้ เฮ้อ ชีวิตบัดซบ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเลย อีดอก

...เขาว่ากันว่า คนเรามาพบกันมารักกันได้เพราะคนเบื้องบนกำหนดมา หรือ บุพเพสันนิวาส ผมเกลียดคำๆ นี้นะ แต่ก็ต้องยอมรับตามสภาพเพราะผมพบเธอได้ก็เพราะคนเบื้องบนอย่าง มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กกำหนดมา

...ผมยังเคยคิดนะว่า หากมันไม่มีสิ่งนำพาให้เรามาพบกัน ป่านนี้ทาร์มไลน์ชีวิตของเราสองคนจะเป็นยังไง ตอนนี้ผมอาจนั่งดูหนังนอนสบายๆ ไม่ต้องเหนื่อย เธอก็อาจขึ้นเครื่องบินไปโดยไม่ต้องมีอะไรมาเป็นบ่วง ไม่เป็นห่วง ให้เธอต้องคอยพะวงหา

จงกล้าที่จะมองความจริง แม้ความจริงจะเป็นสิ่งที่เจ็บปวด

คำคมชาวจีนที่ผมเห็นหลังจากที่ละครเรื่อง เสือ สิงห์ กระทิง แรด ช่อง 3 จบลง... มันช่างดูเข้ากับชีวิตผมเหลือเกิน

...ผมอยากรู้จังว่าตอนนี้เธอจะคิดถึงผมมั้ย แต่ผมคิดถึงเธอใจจะขาดแล้ว

ก่อนไป ผมได้ให้ช็อตโกแลตเธอไปหนึ่งกล่อง ผมให้เธอเนื่องในโอกาสวันเกิดของเธอ ผมบอกกับเธอว่า... อย่าแกะช็อตโกแลตนี้กินนะ อีก 5 ปีค่อยเอามาคืนผม แต่เธอบอกคงต้องเปิดกินเพราะเดี๋ยวมันหมดอายุ ...ผมก็รอกินช็อตโกแลตกับเธอ ผมได้แต่หวังว่า... เธอคงจะเอาช็อตโกแลตมาป้อนให้ผมบ้าง... จากนั้นผมก็คงรอสบโอกาสดีๆ อึ๊บเธอซะให้รู้แล้วรู้รอด

...ผมไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ผมจะได้จูงมือเธอเดินแบบคู่รักคนอื่นๆ สักที เพราะผมรอที่จะได้ใช้นามสกุลจีน หวังฟันเจ้ากับเธอ

...ถามผมว่าแอบคิดอะไรกับเธอมั้ย ผมไม่รู้หรอกว่าเธอคิดแบบผมรึเปล่า หรือว่านี่อาจเป็นการคิดข้างเดียว แน่นอน ผมคิดอะไรกับเธอ ตามประสาคนแอบชอบ

    การพบกันครั้งแรกของเรา ผมยังคงไม่คิดอะไรกับเธอ ผมยังจำได้ ผมยกมือสวัสดีเธอ เธอก็ไหว้ตอบกลับ การพบกันครั้งแรก ผมยังได้จับมือนุ่มๆ ของเธอ ผมกลับบ้านมาไม่ได้คิดอะไรมาก จนนานๆ เข้า จากที่เราคุยกันตลอดทางเฟซบุค มันแปรเปลี่ยนและให้ผลลัพธ์เป็นความห่วงหาต่อกันและกัน จนผมเริ่มคิดเลยเถิดเกินกว่าพี่น้องแล้ว ...ผมบอกกับเธอว่า ผมอยากอึ๊บเธอ ผมอยากไซร้นม ผมอยาก......... เธอกลับห้ามปรามด้วยว่า คิดอะไรป่ะเนี้ย ผมก็อยากจะบอกหรอกว่าไม่ได้คิดอะไรจริงจังหรอก แต่ก็หวังฟันเจ้าอยู่ดี

...ครั้งหนึ่ง ผมเคยทำให้เธอเสียใจอย่างร้ายแรง ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ผมอยากกลับไปแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้น

...วันนั้นผมคงโมโหหรือหงุดหงิดอะไรมา เธอทักผมทางเฟซบุค ผมกลับตอบกลับไปทำนองว่า... รำคาญที่เธอทักมา เธอไม่ได้คุยกับผมตั้งเป็นอาทิตย์ ...ผมพยายามถามเธอไปตั้งหลายรอบ จนผมโมโห เธอก็บอกเลิกกับผม ผมแทบทรุดกับแผ่นดิน สิ่งรอบๆ ตัว พลันเป็นฝุ่นตะกอนสีดำ หายลับไปกับตา ผมจำได้ว่า ผมได้ซื้อเวลามา ครึ่งชั่วโมง เพื่อมาร้องไห้กับเรื่องบัดซบที่ตัวเองทำลงไป ผมก็ไม่กล้าไปหน้าด้านง้อเธอ ทั้งที่ใจสั่งมาแต่ก็ไม่กล้าอยู่ดี ผมจึงยอมรับชะตากรรมอันบัดซบนี้ไปพร้อมกับการโดนหักอก นี่ ผมคิดไปเองรึเปล่า ผมบ้าเอง เออเองรึเปล่า ทำไม ทำไมผมต้องมารักเธอและต้องมาเสียใจกับเธอด้วย ...เธอจากผมไปอย่างไม่ใยดี ...ปล่อยให้ผมนั่งหมอยเหงาและเสียใจอยู่คนเดียวมุมห้อง

...วันนั้นวันที่ผมได้รับคำตอบมาจากพี่เขา แม่ผมสังเกตอาการซึมเศร้าของผมอย่างผิดสงสัย กินข้าวก็นั่งเงียบ ขึ้นรถก็เงียบ ไม่หือไม่อือ อะไรทั้งนั้น

...ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังว่าเธอคงจะให้อภัยผมกลับมาคืนดี ทั้งทีไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนกัน แต่ผมกลับอยากยื้อเธอกลับมาอีกครั้ง

...ผมปิดหน้าจอโน้ตบุคลง หลังจากพบแต่ความว่างเปล่าบนหน้าวอลล์เฟซบุ๊คของผมและเธอ

...ผมก้มลงนอน พาลไปคิดถึงเธอ

...เธออยู่อีกโลกฟากหนึ่ง ห่างไกลกันหลายหมื่นไมล์ เธอจะรู้บ้างไหม ว่ามีใครห่วงหาเธออยู่ ...อยากให้เธอลองย้อนกลับมาดู ว่ามีผู้ชายตัวเล็กๆ หน้าโหลๆ หล่อไม่ค่อยเยอะคนนี้ คิดถึงเธออยู่……

...ขอให้เธอโชคดี ราตรีสวัสดิ์

...รักนะ เยิ้บ เยิ้บ


...วันนี้ผมตื่นมาเพราะฝนตกอย่างพิลึกพิลือ ขอบใจที่ตกมา เพราะประเทศไทยร้อนบรรลัยเหลือเกิน และวันนี้ก็เป็นวันที่ค่าเน็ทโทรศัพท์ผมหมดพอดี และตังค์ก็หมดแล้วด้วย ผมจึงขาดติดต่อกับเธอไปโดยปริยาย เฮ้อ... เธอไปคุยกับใครบ้างนะ ประเทศไทยตอนเช้า ที่โน่นเธออาจเข้านอนแล้วก็ได้มั้ง ...พิกัดหลายไมล์มันยิ่งส่งกระแสจิตให้คนคิดถึงกัน ว่าเข้านั้น 
    
    4 วันต่อมา............
    
    "ทวย จะไปไหนอ่ะลูก ?" แม่ถามผมขณะที่ผมกำลังเดินออกจากประตูห้อง
    "คือทวยจะไปดูหนังที่ซีคอนอ่ะ คงสัก 6 โมงเย็นแหละมั้งที่กลับ" ผมตอบแม่ไป แม่ผมไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าตอบตกลงก่อนที่ผมจะปิดประตูแล้วออกเดินทางไปดูหนังทันที
     อย่าผมยังงั้นยังงี้เลยนะครับ ผมนะมันเป็นพวกคอหนังตัวจริงเสียงจริง ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจเลย ผมติดพันเธอก็ด้วยเพราะเหตุนี้แหละครับ เราทั้งสองคนชอบดูหนังเหมือนกัน อะไรๆ มันก็เลยจูนติดกันเร็ว ...ซึ่งถ้าหากพูดถึงค่าตั๋วหนังในเมืองไทยเราปัจจุบันแม่งแพงระยำเป็นว่าเล่น Movie Day เท่านั้นที่เหมาะกับคนฐานะปานกลางอย่างผม

วันนั้นผมดูหนังเรื่อง Mad Max: Fury Road ไปซึ่งต้องบอกว่าหนังแอ๊คชั่นมันส์ๆ ที่ทำให้เลือดวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายเเบบนี้หายากแล้วนะในปัจจุบันผมว่า ...ผมดูหนังเสร็จก็เดินออกมาากโรงหาอะไรกินต่อในห้าง เดินกินแมคโนนัลด์ ไอติมโคนอะไรก็ว่ากันไป ชิลล์ๆ เพลิดเพลินอารมณ์ดี ระหว่างที่ผมกำลังเดินกินไอติมไปอยู่นั่น.....
 
    "ช่วยด้วย ! มันวิ่งไปทางนั้นแล้ว"
    หืม! ใครว่ะร้องขอความช่วยเหลือ ผมคิดในใจพลางมองซ้ายมองขวา เห็นคนในห้างมีปฏิกิริยาเดียวกันแบบผมคือ.... ใครร้องว่ะ ?
หันไปหันมาสังเกตดีๆ ก็เพิ่งเห็น ป้ารุ่นเจ๊ดูดีมีฐานะวิ่งแบบคนไม่มีแรงและกำลังวังชาที่โรยรา วิ่งมาทางผมแล้วตะโกนคำเดิมไม่หยุด ผมก็พยายามมองไปมองมาว่าคนร้ายแม่งอยู่ไหนว่ะ  
     อ้อ ! โน่นไงป้า มันวิ่งลงบันไดเลื่อนแบบไม่คิดชีวิตแล้วโน่น โอ้โห้ จา พนมมาเอง รปภ. ตามมา 3-4 คนยังไล่มันไม่ทันเลย ดูท่าไอ้โจรคนนั้นคงไปไม่รอดจากห้างนี้หรอก 
     "หนู เห็นไอ้โจรที่กระชากกระเป๋าป้ามั้ย" ป้าคนนั้นถามเมื่อวิ่งมาถึงผมก่อนจะหยุดวิ่งเพราะหอบรับประทาน
     "คือ ไอ้โจรที่ป้าว่ามันวิ่งไปข้างล่างแล้วครับ" ผมตอบป้าแกไป
     "โหย เราะ เอ่อๆ เดี๋ยวป๋าไปหามันก่อน ป่านนี้คงโดนรปภ. ลากคอแล้วมั้ง ไอ้นี้ อาชีพในเมืองไทยตั้งเยอะแยะเสือกไม่ทำ"  ป้าแกบ่นก่อนจะเดินลงไปข้างล่างของห้างเพื่อไปหาว่าไอ้โจรคนนั้นมันโดนจับยัง ...ผมหมดธุระตรงนี้แล้วก็จะเดินต่อไปเรื่อยๆ สักพัก

      ....แวบแรกที่ผมเห็น ผมไม่เชื่อสายตาว่า มันใช่นะ พอเห็นแค่นั้นใจผมมันเต้นตุบตับ ตุบตับเลย 
      ....วินาทีนั้น ผมเห็นใครบางคนที่ทำให้ผมมีอาการใจสั่น
    
    "พี่พพพพพพพพพพพพพพพพพพ !!!!!!!!!!....................."
 
       ...คนๆ นั้นหันกลับมา พร้อมมองด้วยสายตาเล่งพินิจว่า ใช่แบบที่กูคิดมั้ย ? ผมว่าพี่เขาคิดถูกเพราะส่งกระแสกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ชื่นมื่นของเขา ผมไม่รีรอมัวคิดรีบเดินเข้าไปหาพี่เขา พร้อมยกมือหวัดดี
      "โห้ พี่ พี่มาได้ไงเนี้ย" ผมถามพี่เขาด้วยความตื่นเต้น
      "อ้อ คือพี่มาซื้อของกับแม่อ่ะ ไม่รู้ตอนนี้แม่พี่ไปไหนแระเห็นแกวิ่งผ่านมาทางนี้" พี่คนนั้นตอบกลับ ผมดีใจมากๆ ไม่รู้ว่าจะได้เจอพี่เขาเร็วขนาดนี้ 
       "ทำไมพี่กลับมาจากที่โน่นเร็วจังอ่า" ผมถามพี่เขาต่อ
       "อ้อ พี่เสร็จธุระจากที่โน่นแล้วอ่ะ เลยกลับมา แล้วเราอ่ะ.... ไม่เปิดเฟซคุยกับพี่เลยตั้ง 3-4 วัน รู้มั้ยคิดถึงนะเนี้ย" คำตอบพี่เขาที่ร่ายมาเล่นเอาผมแอบยิ้มอยู่ในรูตูด คิกๆๆ เขินอ่ะตัวเอง
        "คือเน็ตโทรศัพท์ผมหมดพอดีอ่ะ พอดีช่วงนี้เงินไม่ค่อยมีด้วยเลยไม่ได้เติม"
        "ไม่มีเงิน แล้วมาเดินห้างได้ไงเนี้ย"
        "อันนี้ผมขอเงินแม่มาดูหนัง แฮะๆ"
        "อืมม เดี๋ยวพี่ต้องขอตัวไปตามหาแม่ก่อนนะ ไม่รู้ว่าเขาเดินไปไหนแล้วนะสิ" พี่เขาขอตัดบท
        "อ้อ โอเคพี่ เอ๋.... ถ้าหาไม่เจอทำไมพี่ไม่โทรหาแม่ซะเลยล่ะ" ผมส่งคำแนะนำไป
        "เอ่อ นี่แหละที่พี่จะทำ" พี่ตอบมาพร้อมทำท่าจะเดินจากผมไป .....ก่อนที่พี่เขาจะหยุดเดินแล้วหันกลับมาพูดกับผม "อย่าลืมเติมเงินโทรศัพท์ด้วยนะ เดี๋ยวพี่ทักเฟซไป ออนด้วยล่ะ ไม่งั้นงอนจริงด้วย" พูดเสร็จพี่เค้ายิ้มให้ผม โอ้! ผมนี่ละลายเลยครับท่านผู้ชม ผมก็พยักหน้างึกๆ แล้วก็ส่งยิ้มให้พี่เขาก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป เดินตามหาแม่ต่อ
   
          ....เฮ่อ ผมกลับมาเดินต่อไปเรื่อยๆ ด้วยอารมณ์ที่ร่าเริงแจ่มใสกว่าเดิม ฮ่าๆ มีความสุขจริงๆ
          ....ความเหงาของผมคงจบลงเพียงเท่านี้...

          


เอวัง
บอนด์ เนติพงษ์

ผลงานอื่นๆ ของ Joebond

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น