นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Fic Naruto Different path เส้นทางรักสู่ความฝัน

โดย moriko!!~

ใครจะไปคิดว่าลูกคุณหนูผู้รักบ้านเกิดเยี่ยงชีพจะต้องถูกส่งไปอยู่ต่างแดน ทว่าความเป๋อในวันแรกดันเป็นเหตุให้เธอได้พบหนุ่มหล่อสุดขรึม ทั้งต้องตามใช้หนี้ที่ไปทำเขาแขนหัก ชั่วชีวิตนี้ไม่อาจซวยไปกว่านี้แล้ว!

ยอดวิวรวม

4,036

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


4,036

ความคิดเห็น


38

คนติดตาม


60
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ก.ย. 59 / 00:41 น.
นิยาย Fic Naruto Different path 鹷ҧѡѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 

Fic Naruto Different path เส้นทางรักสู่ความฝัน

มันเป็นอะไรที่ทำใจยากเมื่อลูกคุณหนูผู้รักชาติเยี่ยงชีพถูกบังคับให้มาอยู่อังกฤษโดยที่ภาษาเจ้าหล่อนก็สิ้นหวังถึงขั้นคุณแอนดรูว์ยังต้องบินหนีกลับประเทศ แถมหัวใจยังต้องมาเจอปัญหาหนักเมื่อมีเหตุทำให้เธอต้องมาอาศัยอยู่กับหนุ่มฮอตที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่อริเธอไม่เว้นแต่ละวัน!

 

 
 
 
 
 
 

เนื่องจากว่าช่วงนี้เรารักษาสัญญาที่จะมาอัพบ่อยๆให้รีดเดอร์ทั้งหลายไม่ได้จึงถือโอกาสนี้เขียนฟิคสั้นขึ้นมาเอาใจแฟนคลับคู่ SasuSaku โดยเฉพาะและหวังว่าทุกคนคงจะชอบกันนะคะ J  

 

ขอบคุณธีมจาก: O W E N TM.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ก.ย. 59 / 00:41







นิยายที่มีนางเอกคือฮารูโนะ ซากุระควรจะเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยชีวิตอันน่าตื่นเต้นและเร้าใจของหญิงสาววัย 19 ปีในรั้วมหาลัยท่ามกลางเพื่อนฝูงมากมายทว่าชีวิตของเธอกลับต้องพลิกฝันเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างแรงและพาให้เธอได้พบกับ...เป็ดบริเทน :x

       สองอาทิตย์ก่อน

            แม่เป็นคนญี่ปุ่นประสาอะไรเอาแต่ยัดเยียดวัฒนธรรมต่างชาติปลวกๆ พวกนั้นใส่หัวหนูอยู่ได้ ไม่ค่ะ ยังไงหนูก็ยืนยันว่าจะไม่ไปเรียนต่อที่อังกฤษเด็ดขาด!

          “ประเทศที่ลูกบอกว่าวัฒนธรรมปลวกๆ นี่ทั่วโลกเขาเรียกว่าประเทศมหาอำนาจนะจ้ะ -_-;

          “จะมหาราดหน้าอะไรหนูไม่สน แม่ก็รู้ว่าหนูเกลียดพวกนั้นที่ชอบดูถูกคนเอเชีย เกลียดภาษาอังกฤษ เกลียดวัฒนธรรมน่ารังเกียจเปิดเผยของคนพวกนั้น เกลียดๆๆๆ L

          “นั่นเพราะลูกปิดกั้นตัวเองต่างหาก พวกเขาไม่ได้แย่อย่างที่ลูกคิดสักหน่อย แม่ทำงานกับพวกเขามาเป็นสิบๆปีแล้วทุกคนเป็นคนเปิดเผยก็จริงแต่เขาก็ไม่ได้ดูถูกเราเลยเชื่อแม่สิ

       งั้นก็เชิญแม่ทำงานกับพวกเขาให้สนุกละกัน หนูจะอยู่ที่ญี่ปุ่นและแม่ก็อย่าหวังเลยว่าจะลากหนูออกจากประเทศนี้ได้! -*-

          “เฮ้อ ลูกทำให้แม่ไม่มีทางเลือกนะซากุระ                             

 ทายสิว่าคำว่าไม่มีทางเลือกของแม่หมายถึงอะไร....อ่ะ แน่นอนจ้า ฉันถูกเนรเทศออกจากคฤหาสน์สุดที่รักพร้อมกระเป๋าเดินทางสองใบที่ยัดอะไรมาไม่รู้ (แม่เป็นคนจัดให้โดยไม่รู้ตัว) จากนั้นแม่ก็ออกคำสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนโป๊ะยาสลบจับฉันยัดขึ้นเครื่องบิน มารู้ตัวอีกทีเครื่องก็ลงจอดที่ท่าอากาศยานฮีทโธรว์เสียแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นแม่รู้ดีว่าภาษาอังกฤษฉันห่วยขั้นโลกาวินาทสันตะโรไม่มีทางที่ฉันจะบากหน้าไปซื้อตั๋วขึ้นบินกลับญี่ปุ่นได้เองเด็ดขาดหรือต่อให้ทำได้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ญี่ปุ่นก็คงไม่ให้ฉันเข้าประเทศอยู่ดี ความผิดพลาดมันเริ่มตั้งแต่ที่ฉันดันมีแม่เป็นท่านทูตญี่ปุ่นประจำอังกฤษซึ่งถ้าลูกสาวท่านทูตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยสักคำมันก็คงดูน่าขายหน้าแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ ด้วยเหตุนี้แม่เลยจัดการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการไล่ลูกสาวเพียงคนเดียวผู้แบกรับอนาคตออกมาใช้ชีวิตที่อังกฤษโดยมีข้อตกลงว่าฉันจะกลับบ้านได้ก็ต่อเมื่อภาษาของฉันดีขึ้นถึงขั้นสื่อสารได้เท่านั้น....แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่แม่แค่ปล่อยฉันผิดที่ผิดเวลาเท่านั้นเอง! เท่านั้นเองจริงๆนะ!! TOT

 เอาเถอะ ฉันจะมานั่งโวยวายให้มันได้อะไร...ในเมื่อแม่ลงทุนทำถึงขนาดนี้แล้วฉันก็จะกลับญี่ปุ่นเองให้ได้เลยคอยดู!

 ฉันลากกระเป๋าออกมาหยุดที่หน้าทางออกของสนามบินก่อนจะหยิบแผนที่ขนาดจิ๋วของประเทศปลวกนี่ขึ้นมากางดูอย่างจำใจ ได้ข่าวว่าที่นี่อากาศแปรปรวนบ่อยมากแม่คงเตรียมสัพเพเหระอุปกรณ์ยังชีพให้ฉันแล้วมั้ง อืม...ว่าแต่ที่อยู่ที่แม่ให้มาฉันจะไปยังไงน้า ระหว่างที่ฉันกำลังจะควักไอโฟนคู่กายขึ้นมากดดูกูเกิ้ลแมพ มือข้างนั้นเป็นอันต้องชะงักเมื่อพบเพียงแค่ความว่างเปล่า

ไอโฟนฉันหายอ่ะTOT!!

Excuse me, I think that’s my suitcase

 เอาแล้วไง...สำเนียงอังกฤษทุ้มๆของใครบางคนจากด้านหลังเล่นเอาฉันไม่กล้าหันกลับไปมอง ภาษาอังกฤษฉันเข้าขั้นต่ำเตี้ยเรี่ยรังปลวกบวกกับอีโก้ความเป็นพลเมืองที่รักภาษาบ้านเกิดเข้าสายเลือดทำให้ฉันแกล้งตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้จากนั้นก็พยามเดินเลี่ยงไปทางอื่น

Hey! I’m talking to you -__-

เขาเดินตามมาติดๆ แต่คิดเรอะว่าฉันจะหันไปมอง แค่คำง่ายๆฉันยังงงเลยแล้วถ้าเกิดเขาพ่นใส่ฉันมาอีกเป็นชุดสาบานเลยว่าฉันจะกรี๊ดใส่เขาเป็นภาษาญี่ปุ่นแน่ เผลอๆ หมอนี่อาจจะเป็นแค่พวกมาขอเศษตังค์ก็ได้ (แม่คุณคิดได้แค่นี้จริงๆ)

 “.....(‘___’  ;;)แอบเหลือบมองแต่ยังคงเมินต่อไปแม้ว่าเสียงเขาจะดูหล่อมากก็ตาม

Miss pink hair you wasting my time!  

ลัลล้า -0-

หมับ!

ไอด้อนแฮฟเอนี่มันนี่ เฮล์ปปปป ฮีอิสอะสตอล์กเกอร์!! (I don’t have any money help! He is a stalker!)

ในทีสุดเขาก็ทำฉันสติแตกด้วยการเอามือมาแตะไหล่ ฉันเลยจัดการแว้ดความรู้ทางภาษาที่มีอยู่ทั้งหมดใส่เขาเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง ส่วนสีหน้าไอ้ขอทานนี่น่ะเหรอ.....

กะ...ก็หล่อลากเลยน่ะสิ! นี่มันดาราชัดๆ *0*

ฉันสติหลุดไปชั่วขณะนึกด่าตัวเองในใจที่ดันไปว่าเขาเป็นขอทาน เขาเป็นคนเอเชียตัวสูง โครงหน้าคมเข้มองค์ประกอบทุกอย่างลงตัวตามฉบับอิเคเมน (หนุ่มหล่อ) เรือนผมสีดำสนิทถูกปัดไปด้านข้างดูทันสมัย ดวงตาสีนิลเย็นชาไร้ความเป็นมิตรที่ดึงดูดผู้คนได้อย่างง่ายดายรับกับคิ้วเข้มที่เริ่มขมวดเป็นปมแล้วยังริมฝีปากอมชมพูน่าจูบนั่นอีก

What?? I’m not a stalker and don’t need your money. I - just – want - my - suitcaseเขาเน้นแต่ละคำพร้อมกับชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางของฉัน

จะถามอะไรนักหนาเนี่ย พูดอยู่ได้คิดว่าฉันฟังออกรึไงฉันแอบบ่นคนเดียวเบาๆ แต่นึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะตอบกลับมาเป็นภาษาที่ฉันคุ้นเคยสุดๆ

คิดว่าฉันอยากคุยกับเธอมากนักรึไงถ้าเธอไม่ได้กำลังถือกระเป๋าฉันอยู่ -__-*

อ้าว! เป็นคนญี่ปุ่นแล้วก็ไม่พูดแต่แรกฉันกอดอกมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความชื่นชมที่มีอยู่ในตอนแรกลดฮวบเกือบครึ่ง ฉันล่ะเกลียดที่สุดเวลาคนญี่ปุ่นชอบดัดสำเนียงฝรั่งจ๋ากัน มันน่าหมั่นไส้ชะมัด

แล้วจู่ๆนายมากล่าวหาอะไรกัน เห็นอยู่ชัดๆนี่มันกระเป๋าของฉัน แล้วก็โทษทีนะฉันกำลังยุ่งอยู่ ถ้ากระเป๋าหายคราวหน้าก็ไปถามประชาสัมพันธ์สิยะมาโทษฉันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา

ฉันจะไปถามให้เสียเวลาทำไมในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ากระเป๋าของเธอกับฉันมันสลับกันฉันมองเลยไปด้านหลังก็เห็นว่าเขาถือกระเป๋าที่ยี้ห้อ ลาย ขนาดเหมือนของฉันเด๊ะจนฉันเกือบหลงเชื่อไปแล้ว

ไหนล่ะหลักฐาน เกิดนายเอากระเป๋าที่มีระเบิดปรมณูไม่ก็ยาบ้ามาให้ฉันก็ซวยสิ -^-

หน้าฉันเหมือนลูกชายอัล คาโปนขนาดนั้นเลยรึไง =_=;^

หมอนี่ว่าใครตาโปนนะ-0-;?

ถ้าเธอไม่ปล่อยฉันจะเรียกตำรวจมาเคลียร์

“จะให้พูดอีกกี่รอบก็เห็นอยู่นี่มัน.....ฉันอ้าปากพะงาบเมื่อชี้ป้ายชื่อที่ถูกคล้องเอาไว้กับกระเป๋าควรจะเป็นฮารูโนะ ซากุระ....แต่กลับกลายเป็นรูปเป็ดสีดำเขียนชื่อซาสึเกะแทน T0T

            “ทีนี้เชื่อยัง เอามานี่!เขาแย่งกระเป๋าตัวเองกลับไปด้วยสีหน้าที่บอกว่าหงุดหงิดสุดๆ แล้วผลักกระเป๋าของฉันกลับคืนมา

            “แฮะๆ สายตาฉันไม่ค่อยดีน่ะ^0^;;;

ให้ตายสิ ตอนโดนสุ่มตรวจกระเป๋านี่ฉันอายแค่ไหนรู้ไหม พอเปิดมาก็ดันเจอเสื้อในกับกางเกงในลายฟักทองสีชมพูหวานแหวกองพะเนินแถมไอ้คนตรวจยังมองฉันด้วยสายตาชวนขนลุกแบบนั้นอีก

เฮอะไร้รสนิยมสิ้นดี กล้าดียังไงมาดูถูกกางเกงลิงน้อยรุ่นลิมิเต็ดของฉันแบบนั้น L แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ถือว่าฉันผิดเองยอมก็ได้

            “อย่ามองฉันแบบนั้นน่า ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย โทษทีละกันฉันตบไหล่เขาสองสามทีแต่กลับโดนเขาตวัดสายตาเย็นชาใส่จนแทบเอามือออกไม่ทัน ไหนๆ นายก็พูดภาษาอังกฤษได้ช่วยอะไรฉันหน่อยดิ  ถือว่าช่วยเพื่อนร่วมชาติละกัน

            “ฉันไม่เคยนับเธอเป็นเพื่อน - -

เอาเป็นว่านายรู้จักที่อยู่นี่ไหมฉันเมินสีหน้าไม่เป็นมิตรของคนตรงหน้าแล้วโชว์กระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แม่ย้ำนักหนาว่าห้ามทำหายให้อีตานี่ดู เขาชำเลืองดูก่อนจะมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่เพียงแค่แวบเดียวเขาก็กลับมาเก๊กตามเดิม ว่าไงตกลงว่ารู้จักไหม ถ้าไม่ฉันจะได้ไปถามคนอื่น

“......”

            ฉันเห็นเขาไม่ตอบเลยพับกระดาษใส่กระเป๋าเปลี่ยนใจจะเดินไปถามคนอื่นที่ดูเป็นมิตรกว่าหมอนี่ แต่จู่ๆ กระเป๋าเดินทางของฉันก็ถูกใครบางคนดึงไปจากมือก่อนที่ใครคนนั้นจะพูดเสียงเย็นโดยไม่หันกลับมามอง

ตามมา

ถ้ารู้จักก็บอกว่ารู้จักสิ นายมันเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงรึไง

       ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ไม่ชอบก็ไม่ต้องตามมา ถ้าจะมาก็เตรียมค่ารถไว้หกปอนด์ด้วย

            ซาสึเกะ (ไหนๆก็รู้จักชื่อแล้วขอเรียกแบบนี้ไปเลยแล้วกัน) พาฉันเดินนำมาต่อคิวรสบัสจนกระทั่งคนขับจัดการยัดกระเป๋าไว้ใต้ท้องรถเสร็จสรรพฉันก็เดินตามหมอนี่ขึ้นรถก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ซาสึเกะหันกลับมาเมื่อรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วก็พบว่าฉันยังยืนสลอนอยู่ตรงหน้าคนขับ ฉันเลยยิ้มแห้งๆ และแบมือทั้งสองข้างให้เขาดู

            “ยังจะมายิ้มอีก คนอื่นเขาคอยอยู่เร็วๆเข้า!ง่ะ ทำไมต้องดุกันด้วยอ่ะTOT

            “คือ....ฉันไม่มีเงินอ่ะ ขอยืมนายก่อนได้ไหม ไว้จะใช้คืนให้ทีหลัง T_T

นี่อย่าบอกนะว่าเธอมาอังกฤษโดยไม่ได้เตรียมอะไรสักอย่างเลย

       อ้อ ก็เตรียมนะแต่มันดันอยู่ในกระเป๋าเดินทางน่ะ (.___.  )” 

ซาสึเกะดูจะเอือมระอากับความทึ่มทื่อของฉันแต่จะปล่อยให้ฉันเสียเวลาไปเอากระเป๋าเงินที่โหลดใต้รถบัสไปแล้วก็ดูออกจะเกินไปหน่อยในเมื่อมีอีกหลายชีวิตที่ยืนต่อคิวรอฉันอยู่ เขาควักเงินเป็นจำนวนพอดีกับค่ารถให้คนขับก่อนจะเดินลิ่วเข้าไปนั่งที่ตัวเองโดยไม่รอฉันสักนิด

อีตาเป็ดบ้าเอ๊ยเสียดายที่เกิดมาเป็นคนญี่ปุ่นจะช่วยกันหน่อยก็ไม่ได้

บรื้นๆ

ฉันเหลือบมองคนข้างตัวที่นั่งเสียบหูฟังอยู่ในโลกส่วนตัวหลังจากรถเริ่มออกตัวมาสักพัก หมอนี่เอาแต่นั่งเท้าแขนมองออกไปนอกหน้าต่าง ขนาดมองจากด้านข้างฉันยังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากขนาดว่าล้มวัวล้มคว... หมายถึงล้มหัวใจสาวๆได้สบาย นี่ถ้าไม่ติดว่าปากหมามาราธอนไปหน่อยล่ะก็ฉันอาจจะจีบเขาไปแล้วก็ได้

            “หน้าฉันไม่มีสิว ไม่ต้องตั้งใจหาขนาดนั้นก็ได้

            “ฉันไม่ได้สำรวจหนังหน้านายสักหน่อยแค่จะถามว่าขอฟังเพลงด้วยได้รึเปล่า -^-ฉันขี้เกียจยืนให้เป็นเป้าสายตาแล้วหยิบไอพอดจากกระเป๋าสะพายติดตัวที่วางไว้บนที่เก็บเหนือหัว

            “เรื่องดิ เกิดหูเธออักเสบแล้วเชื้อโรคแพร่เข้าหูฉันใครจะรับผิดชอบ

            “สบายใจได้ร่างกายฉันสมบูรณ์ครบทุกประการ ตกลงให้ฉันฟังด้วยนะพอดีมือถือฉันหายน่ะ

            ฉันทำท่าจะดึงหูฟังออกจากหูเขาแต่อีตานี่มือไวยิ่งกว่ารีบตะครุบมันไว้แถมยังส่งสายตาราชสีห์หวงเนื้อมาให้ฉันอีก เออก็ได้ไอ้ขี้งก ฉันใช้ไอพอดของตัวเองก็ได้ L

       ฉันผละออกจากเขาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเอื้อมไปเปิดกระเป๋าบนชั้นวางของในขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ ซาสึเกะก็ขยับปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ทันไรคนขับรถก็ตะโกนลั่นเป็นภาษาอังกฤษที่ฉันฟังไม่ออกแล้วร่างของฉันก็เหมือนจะทิ่มไปด้านหน้าถ้าไม่ติดว่าถูกใครดึงแขนกลับไปนั่งอย่างรวดเร็วแต่มันต่างออกไปตรงที่ฉันล้มลงบนตัวซาสึเกะพร้อมๆกับแรงกระแทกและเสียงเศษเหล็กกระทบกันจะดังขึ้น

 

            17.00 น.

        วี้หว่อๆๆ

            “ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ฮือๆๆ TOT

            “หยุดร้องไห้ได้แล้ว บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ความผิดเธอ หมอนั่นต่างหากที่ขับปาดหน้า โอ๊ย!

ซาสึเกะลองขยับแขนข้างขวาที่ใส่เฝือกอยู่ก่อนจะย่นหน้าด้วยความเจ็บระหว่างเราเดินออกมาจากโรงพยาบาล จังหวะที่คนขับเหยียบเบรกกะทันหันก็มีกล่องใบใหญ่หล่นลงมาเกือบกระแทกหัวฉัน ต้องขอบคุณหมอนี่ที่ช่วยดึงฉันไว้ได้ทันเวลาแล้วใช้ร่างกายตัวเองบังเอาไว้ไม่งั้นแม่ฉันคงได้ของที่ระลึกเป็นร่างไร้วิญญาณบดของลูกสาวไปแล้ว

ฉันว่าจะไม่รบกวนนายแล้วล่ะ เอาเป็นว่าฉันจะหาทางไปเองส่วนนายก็รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ

คนตัวสูงเพียงปรายตามองฉันแล้วเดินไปเรียกแท็กซี่ด้านหน้าโรงพยาบาล เอาเถอะ...เขาจะโกรธฉันก็ไม่แปลกในเมื่อเจอกันแป๊ปเดียวฉันก็นำความซวยมาเยือนเขาติดๆกันถึงสองครั้ง (u_u) ฉันก้มหน้าทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปแต่แล้วกลับถูกเจ้าของเสียงเข้มหยุดไว้ก่อน

นั่นเธอจะไปไหน!

ก็ไปที่ๆ ฉันควรไปล่ะมั้ง

ทำฉันแขนเดี้ยงแล้วคิดจะชิ่งเลย ใจร้ายว่ะ”        

       ฉันเถียงไม่ออกนอกจากก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่ตัวเองเป็นคนก่อไว้ T_T

ฉันก็จ่ายค่ารักษาให้นายไปแล้วไงตะกี้ฉันแอบไปรื้อกระเป๋าตังค์มาแล้วเกือบเป็นลมตอนเห็นค่ารักษาพยาบาล

       แค่นั้นเขาไม่เรียกรับผิดชอบหรอก ฉันช่วยชีวิตเธอไว้เชียวนะ

            “จะเอาไงก็ว่ามาเลยค่ะคุณชาย

            เขาทำให้ฉันมึนหนักกว่าเดิมด้วยการเดินไปเปิดประตูรถแท็กซี่แล้วขึ้นไปนั่งเรียบร้อย ตกลงเขายังจะให้ฉันรับผิดชอบอยู่ไหมเนี่ย?

เอ้า มัวยืนเซ่ออยู่นั่นแหละ กลับบ้านไงแล้วก็จะไปส่งเธอด้วย เร็วเข้าพรุ่งนี้ฉันมีเรียนอีกซาสึเกะจิปากรำคาญเหมือนฉันเข้าใจอะไรยากเย็นนักเขาเลยจัดการก้าวลงมาคว้าแขนฉันด้วยมือข้างที่ไม่บาดเจ็บไปขึ้นรถ ไม่ต้องทำหน้างงแล้ว รับรองน่าฉันพาเธอไปส่งถึงบ้านแน่นอน J

 

ฉันกลืนน้ำลายพลางกวาดตาสำรวจสภาพด้านในแฟลตอย่างไม่เชื่อสายตา มันดูดีจนฉันนึกว่าตัวเองหลงมาอยู่ในบ้านดารา (บ้านของฉันที่ญี่ปุ่นก็ใหญ่นะแต่แค่ไม่หรูเท่าที่นี่) คือฉันก็ไม่นึกว่าคนอย่างแม่จะปล่อยให้ฉันต้องอยู่ที่โทรมๆอะไรแบบนั้นหรอนะเพียงแต่นี่มันต่างจากที่ฉันคิดไว้มาก ถึงฉันจะโง่เรื่องภาษาอังกฤษแต่ฉันก็พอจะรู้มาบ้างว่าค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างจะสูงแถมยังอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้อีก ฉันแอบนึกขอบคุณแม่ในใจที่อย่างน้อยท่านก็ไม่ได้คิดจะลอยแพฉันจริงๆ TwT

            “ถ้าอยากยืนอ้าปากงับแมลงวันเป็นแท่นอนุสาวรีย์ก็เชิญแต่กรุณาช่วยหลีกทางให้ฉันเข้าห้องด้วย...เหนื่อยจะตายแล้วเนี่ย ซาสึเกะแทรกตัวเข้ามาใน ‘ห้องของฉันทั้งยังมีหน้ามาบ่นตามหลังอีก

       เฮ้ นายอยู่อังกฤษนานจนลืมมารยาทแบบคนญี่ปุ่นไปแล้วเหรอ มาเข้าห้องคนอื่นซี้ซั้วแบบนี้ได้ไงฉันรีบเดินตามเข้าไปขวางไม่ให้เขาเดินลึกเข้าไปมากกว่านี้ ถ้าไม่ติดว่าเขาแขนหักอยู่ล่ะก็ฉันคงถีบเขากลิ้งออกไปนอกห้องแล้ว

            “บ้านเธอก็คือบ้านฉันนั่นแหละฮารูโนะ ซากุระ ทีนี้หลีกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อนนอกจากจะเมินสีหน้าดุดันของฉันที่ดูยังไงก็เป็นแค่ชิวาว่าแยกเขี้ยว เขายังใช้มือผลักหัวฉันออกหน้าตาเฉยจากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาเหมือนคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เฮ้ย มากไปแล้วนะ!

            “อย่ามาตู่รีบออกไปก่อนที่....เอ๋ เมื่อกี้นายเรียกชื่อฉัน!? 0_0

            “เปล่า ฉันเรียกชื่อหมาจรจัด....ก็ชื่อเธอนั่นแหละ มีอยู่กันสองคนจะให้เรียกใครวะ - -

            ดูปากไอ้หล่อปากแกว่งบาทานี่ดิ มันน่าถอดรองเท้ามาปาใส่มั้ย!!

       อย่าบอกนะว่านายคือลูกของน้ามิโกโตะ!? ฉันพอรู้มาบ้างว่าแม่จะส่งใครบางคนมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน ไม่สิ...ต้องพูดว่าฉันถูกส่งมานอนร่วมชายคาเดียวกับเขาถึงจะถูก

            “เออ ฉันเองหมอนี่เริ่มทำหน้าสะลึมสะลือราวกับพร้อมจะชัตดาวน์ตัวเองได้ทุกเมื่อ อันที่จริงเวลาที่นี่ช้ากว่าญี่ปุ่นแปดชั่วโมงถ้านับตามเวลาที่ญี่ปุ่นก็ปาไปตีสองแล้วไม่แปลกที่เขาจะเจ็ทแล็ค 

            แต่ตาฉันสิสว่างโล่ยิ่งกว่าสปอร์ตไลท์ซะอีกไม่เห็นมีใครบอกฉันเลยว่าน้ามิโกโตะมีลูกชายและที่สำคัญฉันยังต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับหนุ่มหล่อน่าล้วงตับกินแบบไม่มีกำหนดแม่ไม่รู้รึไงว่ามันอันตรายต่อหัวใจสาวน้อยมากแค่ไหน

            “นายรู้จากแม่นายแล้วใช่ไหมว่าฉันจะมาอยู่ด้วย ทำไมนายไม่บอกฉันตั้งแต่ที่สนามบินล่ะ

            “ขี้เกียจถ้านั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดอ่ะนะ =__= “ฉันนึกว่าเธอรู้แล้วว่าฉันคือใครตอนเห็นป้ายชื่อบนกระเป๋าเดินทาง แม่ไม่ได้บอกเหรอว่าให้โทรหาฉันตอนที่เธอถึงแล้ว

            “ก็บอกนะ แต่ฉันหามือถือไม่เจอ (   .__.)ต่อให้เจอฉันก็กะว่าจะใช้ความฉลาดอันน้อยนิดหาด้วยตัวเอง จะว่าไงดีล่ะ...ฉันไม่ค่อยถูกโรคกับพวกเด็กญี่ปุ่นที่เรียนนอกแล้วทำตัวอวดรวยดัดจริตเหมือนฝรั่งจนลืมวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปจนหมด

       ดูจากหน้าก็สมกับเป็นเธอดีนะ

            “นายพูดเหมือนเราสนิทกันมานานเนอะฉันหรี่ตาเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว

            “ฮารูโนะ ซากุระ อายุ 19 เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านทูตประจำอังกฤษฮารูโนะ เมบุกิ เคยเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมปลายโคโนฮะ หน้าตาสวยแต่นิสัยโก๊ะ ร้องเพลงเก่งแต่ท่าเต้นอย่าได้เอ่ยถึง เป็นพวกหัวกะทิแต่ซื่อบื้อเรื่องภาษาอังกฤษ เป็นพวกประเภทกลัวอ้วนแต่ชอบกินแบบจัดหนัก....บลาๆๆฉันอ้าปากพะงาบๆ ตะลึงกับข้อมูลถูกต้องครบถ้วนลึกซึ้งลงรายละเอียดทั้งๆที่เจ้าตัวยังหลับตาอยู่ ให้ตายเถอะ ต้องเป็นแม่แน่เลย! ทำไมถึงเอาลูกตัวเองมาแฉแบบนี้ล่ะ ที่ฉันพูดมาถือว่าสนิทพอยัง

            “ที่สาธยามามันเข้าข่ายสตอร์กเกอร์ชัดๆ = =; แล้วนาย...

            “อุจิวะ ซาสึเกะ อายุ 19 อยู่มหาวิทยาลัย KH ปีหนึ่ง รูปหล่อพ่อรวยจบนะซาสึเกะชิงตอบก่อนที่ฉันจะทันได้จบประโยค พอเห็นว่าฉันตั้งท่าจะยิงคำถามรัวใส่อีกเขาก็ตัดบทง่ายๆ ด้วยการหนีขึ้นห้องไปซะเลย พอ ฉันจะขึ้นไปนอนละ ถ้ายังอยากรู้อะไรอีกไว้ถามพรุ่งนี้แล้วกัน

       ฉันอ้าปากค้างกับความตรงไปตรงมาและชิวเกินเหตุของเขา ซาสึเกะก้าวขึ้นบันไดท่าทางโซเซดวงตาเย่อหยิ่งแทบจะปิดสนิทจนฉันกลัวว่าจะได้แบกเขากลับไปโรงพยาบาลอีกรอบ ยังดีที่เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้เลยหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง

            “ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียวตั้งใจฟังด้วย แฟลตนี่มีสองชั้น ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นจะอยู่ด้านล่างส่วนห้องนอนมีสองห้องด้านบน ประตูสีดำด้านซ้ายคือห้องฉัน ส่วนอีกห้องที่จริงมันเคยเป็นของพี่ชายฉันแต่ตอนนี้เขาเรียนจบไปแล้วเธอก็ใช้ห้องนั้นไปก่อนแล้วกัน ถ้าหิวก็เชิญหยิบของในตู้เย็นกินได้ตามสบายหรือถ้าอยากโทรสั่งเมนูแปะไว้อยู่บนตู้เย็นหมดแล้ว กระเป๋าเงินก็วางอยู่บนโต๊ะจัดการเองไปนะ ราตรีสวัสดิ์

        ปัง!

        หลังจากอธิบายคร่าวๆพอจำเป็นซาสึเกะก็ตรงดิ่งเข้าห้องนอนแบบไม่ใยดีแขกในความดูแลอีก  T_T แม่นะแม่ให้ฉันมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกับอีตาเป็ดบ้าเข้าไปได้ ฉันจัดการย้ายสัมภาระตัวเองเข้าไปในห้องนอนจากนั้นก็ใช้เวลาอาบน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง เชื่อไหมว่าฉันไม่มีอาการง่วงเหมือนซาสึเกะเลยสักนิด คงเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องเผชิญกับหลายอย่างที่ไม่ชินมาก่อนแถมอยู่ที่นี่ฉันเองก็ไม่ต่างกับตัวคนเดียว ไม่มีใครให้พึ่งเหมือนตอนอยู่ญี่ปุ่นเป็นลูกคุณหนูที่จะกระดิกไปไหนก็มีแต่คนคอยบริการ ฉันสะกดกลั้นอารมณ์โฮมซิกลงไปทำเป็นจินตนาการว่าที่นี่คือห้องนอนลายคิตตี้ของตัวเองโดยมีพ่อกับแม่นอนกรนอยู่ห้องถัดไป แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งคิดน้ำมูกน้ำตาก็ยิ่งแย่งกันไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตกจนกระทั่งฉันผล็อยหลับไป

 

            7.00 น.

            เช้าวันต่อมาฉันตื่นมาในสภาพเหมือนมีใครเอาลูกมะนาวมาฝังไว้ใต้ตาเกือบปรือแทบไม่ขึ้น 3__3 จริงสิ เมื่อคืนฉันเพิ่งฝันอะไรเลวร้ายที่สุดในโลกว่าตัวเองโดนแม่บังเกิดเกล้าจับโยนมาอังกฤษแถมต้องมาอยู่กับผู้ชายหน้าตาดีแต่นิสัยเสียอย่างกับอาหารหมกมาเป็นสิบๆชาติ....

            ผลัวะ!

       ฉันเผลอหลุดกรี๊ดออกมาเมื่อจู่ๆประตูถูกเปิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือน ร่างสูงในเสวตเตอร์แขนยาวลายตารางหมากรุกทับด้วยผ้าพันคอสีเทา ต่อให้เขามีเฝือกพันอยู่ตรงแขนแต่ก็ไม่สามารถกลบรัศมีความหล่อของเขาให้พุ่งกระจายได้

เอ๋ เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าหมอนี่อยู่ตรงหน้าก็แสดงว่าเรื่องเมื่อคืน....

เป็นความจริงงั้นเหรอ!! T0T

นัยน์ตาสีนิลเลิกคิ้วมองฉันที่นั่งซื่อบื้ออยู่บนเตียงอย่างอึ้งๆ จนกระทั่งหมอนี่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมท่าทางแปลกๆ ฉันเองก็โง่ยังไปกระพริบตางงใส่อีกสองสามครั้งจนซาสึเกะทนไม่ไหวโยนหมอนใส่ฉันพลางใช้สายตาบอกทางอ้อม ฉันถึงนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพล่อแหลมมากแค่ไหน ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกฉันก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงจนมิดหัว ฮือๆ หมดกันตั้งแต่หน้าอกจนถึงขาอ่อน ฉันยิ่งเป็นพวกชอบใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นนอนซะด้วย

            “ไม่ต้องปิดหรอก มองยังไงก็แค่ไส้กรอกขึ้นอืด

            “ที่บ้านนายมีหุ้นกับฟาร์มสุนัขเหรอ เห่าได้เห่าดีจังเลยนะ ไม่เอากระดูกมาเคี้ยวเล่นซะเลยล่ะ ปากจะได้ไม่ว่าง”  

ฉันเริ่มสับสนแล้วว่าที่ตัวเองรู้สึกหงุดหงิดเพราะเขามองสาวฮอตอย่างฉันด้วยสายตาพิศวาสติดลบศูนย์หรือเพราะเขาไม่ยอมเคาะประตูแถมยังหาเรื่องฉันแต่เช้ากันแน่

ฮ่าๆ ตลกมาก -__- ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาทีรีบอาบน้ำแต่งตัวด่วน

 “สวัสดีลาก่อน ฝันไปเหอะว่านายจะลากฉันลงเตียงได้ว่าแล้วฉันก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงถ้าไม่ติดว่าซาสึเกะไวกว่าเข้ามาจับขาฉันพร้อมกับออกแรงดึงเบาๆ ฉันสะดุ้งจนลืมตัวถีบใส่เต็มแรง...โชคร้ายที่เขาหลบทัน

            “บ้าอ่อทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!!!

            “เธอท้าฉันเองนะว่าลากลงจากเตียงให้ได้ยังมีหน้ามายักคิ้วกวนอีก พอฉันจะถีบเขาอีกรอบมือหนาถึงได้ยอมปล่อยพร้อมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู พอๆ หมดเวลาเล่นแล้ว ฉันต้องรีบไปมหาลัย

            “ซาสึเกะมันเกี่ยวกับฉันไหมเนี่ยตาบ้า นายจะไปเรียนก็ไปสิยะมาลากฉันไปด้วยทำไม

            “อ้อเหรอ ไม่เกี่ยวเล้ยยยซาสึเกะไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่ชี้ไปบนเฝือกที่อยู่บนแขนขวาก็เล่นฉันหน้าจ๋อยสนิท เขายิ้มมุมปากเมื่อรู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า “เนื่องจากเธอเป็นคนทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้ดังนั้นเธอมีหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าฉันจะหาย เริ่มจากวันนี้เธอหน้าที่เธอคือแบกกระเป๋าไปมหาลัยให้ฉัน”

เอ่อ ไว้ฉันค่อยทำอย่างอื่นให้ได้ไหมอ่ะ เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ปาไปตีหนึ่งกว่าๆ ขอฉันพักบ้างเหอะ นายเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายถือก็ได้นิ

มันไม่ถนัด

เชื่อก็ควายสถิตแล้วจ้า!

ลุกๆ ให้ไวเลย อย่าเอานิสัยหมูขึ้นอืดมาใช้ที่บ้านนี้ถ้าจะอยู่ด้วยกันฉันอยากจะด่าว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องแต่เฝือกบนแขนขวามันค้ำคอฉันอยู่ ฉันฮึดฮัดสะบัดผ้าห่มออกแต่ก็ยอมเดินไปแต่งตัวระหว่างนั้นคุณชายเป็ดก็ทิ้งท้ายประโยคได้แสบมากจนฉันต้องหันไปคว้าหมอนมาปาใส่หน้าเขา

อ้อ ตอนล้างหน้าหัดส่องกระจกบ้างนะ หน้าสดเธออย่างกับหลุดออกมาจากหนังเรื่อง Walking dead เห็นแล้วฉันขนลุกหมด~

กรี๊ดดดดดด ตาเป็ดบ้าปากเสียอีตามดลูกสาวเมินมันเป็นเวรกรรมอะไรของฉันเนี่ยที่ต้องมาพบเจอมนุษย์เป็ดมารยาททราม!!

             

ฉันเพิ่งเข้าใจคำว่าบุญคุณเพียงครั้งทดแทนนับสิบก็ยังไม่พออย่างถ่องแท้ก็วันนี้เอง ฉันกลอกตามองไอ้คนขี้สำออยจากด้านหลังห้องเล็กเชอร์ด้วยอารมณ์เซ็งสุดๆ ฉันภาวนาให้คลาสเริ่มไวๆเพื่อที่ฉันจะได้เอาเวลาไปแอบหลับสักที งงล่ะสิว่าทำไมฉันถึงเสนอหน้ามานั่งเรียนกับพวกหัวทองได้ หึ ก็นอกจากนายหัวเป็ดจะทำตัวเป็นคุณชายให้ฉันแบกกระเป๋ามาส่งถึงห้องแล้วเขายังบังคับให้ฉันนั่งรอกลับพร้อมกัน โอ๊ะ ลืมไปได้เลยไอ้ความคิดที่ว่าเขาเป็นห่วงกลัวว่าฉันจะหลง นางก็แค่ต้องการเบ๊ถือกระเป๋ากลับบ้านเท่านั้นแหละ โชคดีที่มหาลัยนี้ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากและปล่อยให้คนนอกเข้ามานั่งด้วยได้เพียงแต่ต้องนั่งหลังห้องและห้ามรบกวนการสอนเด็ดขาด 

ตายแล้ว! แขนไปโดนอะไรมาซาสึเกะ

อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว

นิดหน่อยอะไรกัน พันเป็นแขนมัมมี่ขนาดนี้นายอย่าทำให้พวกเราเป็นห่วงสิ นายน่าจะนอนพักอยู่บ้านด้วยซ้ำ

อันที่จริงฉันก็ฟังไม่ค่อยออกหรอกเพราะพวกเขาพูดกันเร็วมากแต่ดูจากสีหน้าห่วงใยของสาวๆที่เดินเข้ามาทักซาสึเกะเกือบทั้งคลาส ฉันก็พอเดาออกว่าพวกเขาพูดถึงอะไรกันอยู่

 “ของแบบนี้ฆ่ามันไม่ได้หรอกน่าคาริน หยุดร้องเหมือนมันใกล้ตายได้สักทีได้ป่ะ -3-คำพูดของชายหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจละเลงสีลงบนเฝือกซาสึเกะอย่างเมามัน (ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะไม่ว่าอะไร) โดนสาวผมแดงแพ่นฝ่ามือลงกลางกบาลดังพลั่ก

“ไอ้คนไม่สำคัญอย่างนายหุบปากไปเลย ถ้าซาสึเกะของฉันเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบยะ” เธอเบ้หน้าใส่เพื่อนชายก่อนประโยคหลังจะหันไปพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกับซาสึเกะ “ที่จริงนายไม่ต้องมาโรงเรียนก็ได้ เดี๋ยวฉันบอกอาจารย์ให้เองว่านายป่วย”

“ถึงจะไม่อยากยอมรับ ที่ยัยคารินพูดก็ถูกนะ นายควรจะพักฟื้นให้หายดีกลับไปนอนเอาแรงดีกว่า

            “จะให้ฉันนอนลงได้ไง มีวิญญาณนอนละเมอร้องไห้ในบ้านฉันเกือบทั้งคืนใครหลับลงก็แย่ละ

            “กรี๊ดดด บ้านนายมีคนตายด้วยอ่อ >_<

            “คิดว่าน่าจะมีเร็วๆนี้แหละ

เอ๊ะ ทำไมตอนพูดเขาต้องปรายสายตามาทางฉันด้วย!

นายหลอกด่าอะไรฉัน -_-^’ ฉันถลึงตาใส่นึกว่าฉันฟังไม่ออกแล้วจะนินทาลับหลังรึไง

ไม่รู้สิ คิดเอาเอง

ซาสึเกะนั่งอยู่ตรงกลางห้องยักคิ้วกวนประสาทและสีหน้าแบบนั้นแหละทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที คนหน้าหล่อทำอะไรก็หล่อไปหมด หมั่นไส้จริงๆ รอบตัวตาเป็ดดันมีแต่นักเรียนต่างชาติที่รัวอังกฤษคล่องปรื๋อกันทั้งนั้นจะให้ฉันโพล่งด่าขึ้นมาเป็นภาษาญี่ปุ่นมันก็กระไรอยู่

ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยเห็นคุณในคลาสมาก่อนเลย เพิ่งเข้ามาใหม่เหรอ?

ฉันหยุดสงครามประสาทกับซาสึเกะชั่วคราวแล้วหันมาตอบเจ้าของเสียงทุ้ม เขาเป็นคนเอเชียตัวสูงไฮท์ไลท์ผมสีแดง ที่สำคัญเขาหล่อมากกกกกก

มากับเพื่อนน่ะ ^^ฉันตอบสั้นๆ นึกขอบคุณซาสึเกะในใจที่เมื่อเช้าเขาสอนคำง่ายๆให้ฉันเอาไว้ใช้ เผื่อมีใครถามว่ามากับใครจะได้ไม่อายเขา (หมอนั่นเป็นพวกห่วงภาพลักษณ์ตัวเอง)

ไม่แปลกที่เขาจะถามแบบนี้ ที่นี่มีนักเรียนเป็นพัน แล้วในห้องนึงมีแค่เจ็ดสิบคนจำหน้ากันได้ก็หรูแล้ว

อ้าว คุณเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ” ดูเหมือนเขาจะจับสำเนียงฉันได้เลยเปลี่ยนมาคุยเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน พอฉันพยักหน้ารับหมอนี่ก็ตะโกนทำบ้าอะไรไม่รู้เล่นเอาคนทั้งห้องหันมามองเลย - - “ว้าว เจ๋งไปเลย! ผมก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นไทย ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมซาบาคุโนะ กาอาระครับ

ฉันฮารูโนะ ซากุระค่ะ ฉันไม่ค่อยคล่องภาษาอังกฤษเท่าไหร่คงไม่ถือนะคะ u_u;

ไม่เลยๆ! ผมดีใจมากนะที่ได้รู้จักกับผู้หญิงสวยๆแบบคุณกาอาระฉีกยิ้มกว้างและฉันแอบสังเกตว่าใบหน้าเขาขึ้นสีเล็กน้อย ดีที่ฉันไม่ใช่คนขี้อายอยู่แล้วเลยชวนเขาคุยต่อแบบไม่คิดอะไร

ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ว่าแต่คุณเป็นลูกครึ่งก็น่าจะพูดภาษาไทยได้สิคะ ฉันชอบทะเลที่ประเทศไทยมากเลยแต่เคยเห็นแค่ในรูป

ก็นิดหน่อยครับ ฮ่าๆ ไว้คุณมาไทยผมจะพาเที่ยวดีไหม ไกด์หล่อทัวร์ฟรีรับประกันคุณภาพแบบนี้โอกาสหาไม่ได้ง่ายๆนะครับ ถ้าคุณสนใจผมขอเบอร์กับอีเมลหน่อยสิเผื่อว่าผมจะได้ส่งข้อมูลไปให้

ฉันเห็นว่าไม่เสียหายอะไรเลยเตรียมจะเมมใส่ไอโฟนที่เขายื่นให้แต่กลับมีคนแทรกเข้ามาระหว่างฉันกับกาอาระพร้อมกับที่เอวของฉันถูกรวบเข้าไปกอดแน่น ฉันว่าจะหันไปด่าเจ้าของวงแขนสักยกแต่พอเห็นสีหน้าโกรธขึ้งของเขาแล้วปากฉันมันก็หยุดทำงานลงดื้อๆ

จะหลีสาวก็ไปทางอื่น คนนี้อย่ายุ่ง!

อ้าว แฟนนายเองเหรอซาสึเกะ โทษทีว่ะ

กาอาระหลุดหัวเราะออกมาแล้วยกมือขึ้นยอมแพ้ก่อนเขาจะกลับที่นั่งตัวเองยังมีหน้ามาขยิบตาอีกเล่นเอาซาสึเกะมองตามตาขวางและดูเหมือนเขาจะยังหงุดหงิดไม่หายเพราะหลังจากนั้นอีตาเป็ดก็หันมาจ้องจะเล่นงานฉันต่อ

ต้องให้ฉันต้องทวนหน้าที่อันทรงเกียรติ์ของเธอไหมฮารูโนะ ฉันให้เธอมาดูแลไม่ใช่ไปส่องหนุ่ม

เอ้า ก็นายย้ำนักย้ำหนาเองว่าให้ฝึกภาษาอังกฤษ ฉันเห็นว่าเขามาดีก็เลยคุยด้วยเท่านั้นจะหงุดหงิดทำไมเนี่ย =3=

ผู้ชายที่นี่ไม่ได้เหมือนที่ญี่ปุ่นหรอกนะ เธอไม่ควรจะไว้ใจใครง่ายๆโดยเฉพาะไอ้หมอนั่น เหอะ หัวงี้โผล่เป็นดงงูเห่ามาแต่ไกล - -^

นายนี่ก็เปรียบเทียบเห็นภาพดีเนอะ -0-ซาสึเกะอ้าปากเหมือนจะเทศน์ต่อเป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์เดินเข้ามา ฉันเลยรอดตัวไปหวุดหวิดเลยแกล้งยักคิ้วกวนๆใส่ พลางโบกมือไล่เขากลับไปที่นั่ง

จะไปไหนยัยตัวแสบมานี่เลยซาสึเกะไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆ เขากึ่งโอบกึ่งลากฉันไปนั่งข้างที่เดิมของตัวเองซึ่งอยู่เกือบหน้าสุดจนอาจารย์กับนักศึกษาทั้งชั้นต่างมองเป็นตาเดียวเหมือนสงสัยในความสัมพันธ์ของเรา โดยเฉพาะสาวผมแดงที่คุยกับซาสึเกะก่อนหน้านี้ตาเป็นประกายไฟขึ้นมาจนน่ากลัว

ว้าว วันนี้พาแฟนมาเปิดตัวเหรอครับซาสึเกะหืม ตะกี้อาจารย์เหม่งบอกว่าใครเป็นแฟนใครนะ แล้วทำไมชะนีแหม่มทั้งหลายต้องทำหน้าเหมือนโลกสลายไปกับผืนน้ำแบบนั้นด้วย =0=;;

ผมขออนุญาตให้เธอนั่งข้างหน้าสักวันนะครับ รับรองว่ายัยนี่ไม่ทำตัววุ่นวายแน่นอน

ได้สิ ผมโอเคเลยเพียงแต่คลาสของผมอาจจะเบื่อหน่อยนะ จะกลัวก็แต่ว่าคุณจะหลับไปซะก่อนฉันฟังไม่ค่อยออกเลยยิ้มพอเป็นพิธี จากนั้นเมื่อคลาสดำเนินไปได้ไม่ถึงสิบนาทีสมองฉันพลันเริ่มเบลอจนเห็นหัวอาจารย์เหม่งสะท้อนเป็นตัวอักษรยึกยือลอยอยู่เต็มไป พอเหลือบมองอีตาเป็ดบ้างเห็นว่าเขาตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์พูดราวกับเข้าใจทุกประโยค ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ว่าระบบการเรียนของคนอังกฤษกับเอเชียมันต่างกันลิบลับแบบนี้นี่เองคนทั่วโลกถึงได้ยกย่องให้การศึกษาที่นี่เป็นอันดับหนึ่ง

 

2:15 น.

ไง มึนตึ้บเลยอ่ะดิคนข้างตัวถามยิ้มๆ ด้วยแววตาเห็นใจ (?) ระหว่างรอฉันเก็บกระเป๋าให้

ก็รู้ๆ อยู่ยังจะมาถามอีกฉันเหล่ตาเขียวจนซาสึเกะหลุดขำพรืดออกมา

เอาน่าๆ เป็นความรู้รอบตัวไง เผื่อว่าเม็ดถั่วในสมองเธอมันจะได้เติบโตขึ้นบ้างฉันปัดมือที่เอื้อมมายีหัวฉันออกอย่างเคืองๆ ซาสึเกะสนุกกับแกล้งฉันอยู่แบบนั้นโดยไม่สังเกตเลยว่ามีใครเดินมาขนาบข้างจนกระทั่งเธอส่งเสียงกระแอมเบาๆ

อ้าว จะกลับแล้วเหรอคารินคนชื่อคารินดูอึ้งไปเล็กน้อยที่จู่ๆ ซาสึเกะเปลี่ยนมาพูดภาษาญี่ปุ่นแทน ฉันเดาว่าเขาคงไม่อยากให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินแต่คารินคงไม่ได้คิดแบบนั้น เธอปรายตามาทางฉันเล็กน้อยก่อนตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อ

            “ฉันจะมาชวนนายไปปาร์ตี้ที่บ้านแอนดี้น่ะ ไปด้วยกันไหม

            ซาสึเกะเหลือบมองฉันเพียงแวบเดียวเขาก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ ไม่ล่ะวันนี้ขี้เกียจ ไว้รอแขนฉันหายก่อนละกัน

            “อ้อ....งั้นไม่เป็นไรจ้ะ ฉันแค่ไม่อยากไปคนเดียวแต่ถ้านายไม่ว่างจริงๆก็ช่างเถอะสีหน้าของหล่อนดูจ๋อยลงถนัดตาเมื่อเจอซาสึเกะปฏิเสธเข้าไป หลังบอกลากันไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเธอตวัดสายตาไม่พอใจมาทางฉัน

            “เพื่อนมาชวนไปปาร์ตี้เหรอ

อือ ฉันปฏิเสธไปแล้วล่ะ ป่ะ กลับบ้านดีกว่า

อ้าว เดี๋ยวสิเธออุตส่าห์มาชวนนายให้ไปทั้งทีนะไปสนุกให้เต็มเถอะ ไม่ต้องห่วงที่บ้านฉันจะเฝ้าให้อย่างดีแล้วก็... โอ๊ย! ฉันทำอะไรผิดอีกเนี่ยฉันลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เมื่อซาสึเกะเจอดีดหน้าผากชนิดไม่ออมแรงจนระบมไปหมด ฉันกะว่าจะวางแผนยึดครองบ้านคนเดียวซะหน่อยดันทำลายความฝันฉันซะได้

            “แค่หาทางกลับบ้านยังทำไม่ได้ ยังจะทำปากเก่งอีก -__-!

            “ชิ ไว้รอกลับไปญี่ปุ่นก่อนเถอะ กูเกิ้ลแมพยังสู้ฉันไม่ได้เลย L

            “เฮอะ กลับไปเดินรอบบ้านให้จำได้ก่อนเถอะ หยุดๆ ไม่ต้องเถียงแล้วประเด็นนี้มหากาพชัวร์เถียงไปก็ไม่มีวันจบ ไปเร็วฉันมีที่หนึ่งที่อยากพาเธอไปว่าแล้วเขาก็เดินนำลิ่วๆ ออกไปโดยปล่อยให้ฉันแบกสัมภาระของคุณชายท่านตามหลังไป  

 

             “-__-;;

       เฟรนช์ฟรายที่หนึ่งนะครับ^^ ซากุระโต๊ะหกยังไม่ได้อาหารเลย!

            “-__- ^^;;

            “เอาอะไรอีกนะครับ อ้อ ไดเอทโค๊กอีกหนึ่ง โอเค ซากุระลูกค้าขอเพิ่มโค๊กอีกที่ขอแบบไดเอทนะ

            สงสัยล่ะสิว่าทำไมหน้าฉันถึงกลายเป็นแบบนี้ อีตาซาสึเกะคงเห็นว่าการรับหน้าที่เบ๊ยังไม่สาแก่ใจหลังเลิกเรียนถึงได้พาฉันตรงดิ่งมาที่ร้าน Burger Queen ไม่ใช่ว่าเขาจะพาฉันมากินหรอก....แต่พามาช่วยทำงานพาร์ตไทม์ต่างหาก! -*- แล้วรู้ไหมว่าทำไมลูกคุณหนูอย่างฉันถึงยอมมา

 

            ให้ช่วยถือของฉันพอไหวแต่ให้มาเสิร์ฟอาหาร...ฉันขอบาย =*=’

เฮ้อ...แย่จังเลย ค่าเรียนกับค่าคอนโดฉันก็ต้องทำงานหาเงินมาจ่ายเอง ปกติก็พออยู่พอกินหรอกแต่ดูเหมือนคราวนี้ฉันจะต้องพักงานอีกยาว เงินก็ไม่รู้จะมีพอรึเปล่า...

มุกนี้ไม่เวิร์ค อย่าคิดจะมา...

ใครก็ไม่รู้ทำให้เครื่องมือทำมาหากิน (แขน) ฉันเป็นแบบนี้....แถมยังใจร้ายปัดความรับผิดชอบอีก ชีวิตฉัน....จบกัน

‘-__-;;’

 

            ฉันถอนหายใจดังเฮือกตั้งใจให้ซาสึเกะรู้เลยว่าฉันโคตรเซ็งที่ถูกบังให้มาทำอะไรน่ารำคาญแบบนี้! คุณหนูอย่างฉันแปรสภาพมาเป็นพนักงานเสิร์ฟขณะที่คุณชายเป็ดซาสึเกะคอยรับออเดอร์ เขาบอกว่าจริงๆ ชอบเสิร์ฟมากกว่าเพราะจะได้คุยเล่นกับลูกค้าแต่ผู้จัดการเห็นว่าแขนเขายังไม่หายดีเลยให้สลับหน้าที่กับคนอื่นแทน

      รับทราบค่ะเจ้านาย!ฉันกระแทกเสียงแต่ก็ยอมยกถาดอาหารไปส่งตามโต๊ะต่างๆ ทันใดนั้นเองความซวยก็มาเยือนเมื่อเด็กชายคนหนึ่งถือโค๊กแก้วใหญ่วิ่งสวนเข้ากระแทกกับร่างฉันเต็มๆ จนเสื้อสีขาวถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลเหนียวเหนอะหนะไปหมด

            ซ่า!

       เย้ย ขอโทษนะฮะ ผะ..ผมไม่ได้ตั้งใจT0T

            “อ่า...ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง ด้อนวอรี่ๆ ^^ฉันพยามบังคับตัวเองให้ยิ้มแค่นั้นเจ้าเด็กซนก็ตีหน้าเบะพร้อมร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด ที่น่าภูมิใจมากกว่าคือภาษาฉันพัฒนาเพราะเด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเข้าใจพร้อมขอโทษฉันอีกครั้งก่อนจะวิ่งจู๊ดไปเลย

            ฉันเดินกลับไปเอาไม้ถูพื้นในครัวจะเอามาเช็ด แต่ระหว่างนั้นเองกลับมีลูกค้าที่เผลอถอยหลังมากระแทกฉันจนเสียการทรงตัวแล้วเผลอเหยียบพื้นที่ยังเจิ่งนองด้วยโค๊กเต็มๆ ฉันหลับตาปี๋รู้รอรับแรงกระแทกเมื่อรู้ตัวกำลังหงายหลัง         

หมับ!

          “ไม่หาเรื่องให้ฉันลำบากสักวันจะตายไหมฉันกระพริบตาปริบๆ ซบอยู่บนเจ้าของร่างที่ช่วยดึงฉันไว้เมื่อกี้ ฟังแค่เสียงก็รู้แล้วว่าใครเพียงแต่...กลิ่นตัวหอมจังเลย กรี๊ด มันใช่เวลาไหมเนี่ยยัยซากุระ >_<

            “เอ่อ ขอบใจนะ

            “เออ ขอบใจก็ลุก ถ้าไม่อยากทำงานแทนฉันไปอีกนาน

กว่าจะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรสีหน้าของหมอนี่ก็ซีดลงเล็กน้อยฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองกระแทกถูกแขนขวาเขาเต็มๆ เดี๋ยวฉันทำที่เหลือต่อเองเธอรีบไป...อึก

 พอเห็นซาสึเกะพยามฝืนเก็บสีหน้าเจ็บปวดไม่รู้ทำไมความโกรธมันถึงพุ่งขึ้นมาแบบนี้ ซาสึเกะ! ถามจริงนายโง่ป่ะเนี่ย

            “เข้าใจอะไรผิดป่ะ ฉันเพิ่งช่วยเธอไว้นะ จะด่ากันทำไมเนี่ย -_-!?

            “เพราะงั้นแหละถึงต้องด่า เอามานี่!ฉันแย่งไม้ถูพื้นมาจากซาสึเกะแล้วโยนไปตรงมุมร้านจากนั้นก็จับมือเขาตรงไปหาผู้จัดการ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังยอมพูดภาษาอังกฤษเพียงเพราะอยากช่วยซาสึเกะ ขนาดตอนอยู่ในสนามบินมือถือตัวเองหายฉันยังยึดทิฐิไม่ยอมไปถามประชาสัมพันธ์เลย

            “พวกเราขอลาครึ่งวันนะคะ ซาสึเกะบาดเจ็บ

            “พระเจ้า! 0_0 รีบพาแฟนเธอกลับไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้พนักงานเรามีเหลือเฟือ

            จะเพื่อนจะแฟนไม่สนแล้ว วินาทีนี้ฉันสนแค่ต้องพาเด็กตัวโตกลับบ้านเท่านั้น ฉันเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาเขาดิ่งกลับบ้านทันที ตลอดเวลาบนรถบัสฉันเห็นจากเงากระจกว่าซาสึเกะคอยมองฉันอยู่ตลอดเวลา จะรอให้ฉันท้องก่อนไหมถึงจะเลิกจ้องได้ มันเกร็งนะยะ

            “เดี๋ยวนี้หน้าฉันสวยกว่าวิวแล้วรึไง มองไม่เลิกเลยนะ

            “อืม

            “......”

       ฉันหันขวับเพราะคำตอบผิดคาดนั้น ทว่าสิ่งที่แย่กว่าคือการต้องปะทะกับสายตาอ่อนโยนที่มองมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

            “สวย...สวยกว่าเยอะเลย

            “.......”

            “อย่างน้อยก็สวยกว่าลิงชิมแปนซีนะ...เฮ้ย หน้าแดงใหญ่เลย! เขินอ่ะเด้ ฮ่าๆๆ

       ไปตายซะตาบ้า -*-!

            “โอ๊ยๆๆ เบามือหน่อยยัยถึก ฉันเป็นคนป่วยนะ!

            ฉันนึกภาพตัวเองออกเลย เหมือนตัวเองเป็นของเหลวในปรอทที่กำลังพุ่งถึงขีดสุดแล้วถูกจุ่มลงไปในน้ำเย็นจนอุณหภูมิลดฮวบ ฉันฟาดมือใส่คนขี้แกล้งไม่ยั้งแต่ตัวเองดันขำตามซะงั้น จริงๆ มีเขาอยู่ด้วยก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

 

เชื่อไหมว่าเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้วตั้งแต่ฉันมาที่นี่ ซาสึเกะบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องแม่เพราะเขาคอยรายงานให้ท่านฟังอยู่เรื่อยๆ ส่วนสาเหตุที่ท่านไม่ยอมคุยด้วยก็เพราะกลัวฉันจะงอแงอยากกลับบ้าน แต่...อันที่จริงชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกนะ ทุกวันหลังเลิกเรียนซาสึเกะมักพาฉันไปเปิดหูเปิดตาตามสถานที่ต่างๆ แลกกับฉันแวะไปช่วยงานเขาหลังเลิกเรียนทุกเย็นจนถึงห้าทุ่ม อ้อ ตาเป็ดบ้าสารภาพแล้วล่ะว่าวันแรกเขาแค่อยากพาเห็นสภาพยัยคุณหนูจอมหยิ่งทำงานเป็นเด็กเสริฟ ที่ไหนได้ฉันดันติดใจซะงั้น แต่หลังจากนั้นเขากลับทำตัวหวงยิ่งกว่าพ่ออีก ถึงขนาดอนุญาตให้รออยู่บ้านไม่ก็ออกไปเที่ยวห้างสบายๆ ซึ่งฉันฟังซะที่ไหนล่ะ ตามเขาไปแบบนี้สนุกกว่าเยอะ ส่วนเรื่อง...ความสัมพันธ์ระหว่างเราก็เปลี่ยนไปมากจนฉันเริ่มสับสนว่าตัวเองคิดยังไงกับเขา

            “กินเยอะแบบนี้ระวังจะขายไม่ออกนะ =_=;;

            “ไม่ออกแล้วไง มีมือมีเท้าเลี้ยงตัวเองได้ย่ะฉันเคี้ยวเฟรนช์ฟรายส์ที่ได้ฟรีจากร้านอย่างเอร็ดอร่อยจนคนข้างตัวเบ้หน้า ด้วยความหมั่นไส้ฉันเลยจัดการยัดเฟรนช์ฟรายส์กำใหญ่ใส่ปากเขาบ้าง อื้อหือ ไหนบอกไม่กินไง หยิบซะกำใหญ่เลยน้า ฮ่าๆ ^0^”

            “อ๋อยยย อัยอ้า!” (หน็อย ยัยบ้า!)

พวกเราหยอกล้อกันไปตลอดทาง ระหว่างกลับบ้านเราจะต้องเดินผ่านส่วนที่เปลี่ยวมาก ฉันเคยเตือนซาสึเกะไปหลายทีแล้วว่าต่อให้เป็นอังกฤษก็ไม่ควรประมาทเรื่องความปลอดภัย เชื่อไหมว่าเขาตอบกลับมาว่ามันเป็นทางที่ใกล้บ้านสุดแล้ว

       กร็อบแกร็บๆ

เสียงดังมาจากเงามืดใต้ต้นไม้จู่ๆ ข้างหน้าก็มีชายร่างบึกสองคนหนวดเครารุงรังกลิ่นตัวนี่ยิ่งกว่ากิมจิหมักสามสิบปีขวางหน้าเราสองคนไว้ สงสัยตะกี้ฉันคิดดังเกินไปพระเจ้าถึงได้ส่งของจริงมาให้ลองถึงที่ T0T

            “วิ้ดวิ้วว ดึกดื่นแบบนี้พาแฟนมาที่เปลี่ยวๆ ไม่กลัวบ้างเหรอไอ้หนุ่ม

            “ฮั่นแน่ มองพวกพี่แบบนั้นหลงเสน่ห์แล้วล่ะเซ่” หลงบ้าแกดิไอ้กิมจิหมัก! ฉันอยากจะด่าแต่กลัวมันจะพุ่งเข้ามาต่อยเลยต้องยั้งปากไว้ก่อน

ทำไงกันดี ดูท่าพวกเขาจะเมาซะด้วย เราเดินกลับกันก่อนดีไหม

            ซาสึเกะจ้องสองคนนั้นอย่างครุ่นคิดก่อนจะใช้มือข้างซ้ายคว้ามือฉันไปจับไว้แน่นพลางกระซิบเสียงเครียด เธอรีบกลับบ้านไปก่อนเข้าใจไหม

        เดี๋ยวๆ แล้วนายล่ะอย่าเพิ่งมาบ้าเลือดตอนนี้นะ จะให้ฉันทิ้งนายแล้วหนีไปคนเดียวได้ไงฉันรีบกำแขนเสื้อซาสึเกะแน่น เชื่อเขาเลยยังจะมีหน้ามาห่วงฉันทั้งๆที่แขนตัวเองยังไม่หายดี

            “อย่าดื้อน่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาสภาพแบบนี้ฉันไม่สามารถช่วยตัวเองแล้วก็ปกป้องเธอไปพร้อมๆกันได้หรอกนะ

            “ก็เพราะแบบนั้นไงฉันถึงต้องอยู่ช่วยนาย!

            “เฮ้ยกระซิบกระซาบอะไรกันวะ!!

            “พวกนายต้องการอะไร

            “ฮ่าๆ ถามตรงใจดีเว้ย ส่งเงินมาให้หมดถ้าไม่อยากโดนตื้บ แล้ว...น้องสาวสวยคนนั้นตกลงสนใจมากับพี่ป่าวฉันขนลุกพรึบเมื่อเห็นแววหื่นกามในดวงตาพวกมัน ซาสึเกะรีบใช้แขนกันใช้ไปหลบข้างหลังพร้อมเตรียมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้น

            “เราไม่ได้อยากมีเรื่องกับพวกนาย ฉันว่าทางที่ดีพวกนายหลีกไปจะดีกว่า

            “พูดงี้วอนกินตี_นี่หว่า! พูดดีๆแล้วไม่ฟังคงต้องมีเรื่องกันหน่อยแล้ว

            “ลูกเพ่จัดการเลยครับ!!

เออ กินหมัดไอ้โย่งหน่อยเป็นไง!!

            “ไป ซากุระ!ซาสึเกะไม่ปล่อยให้ฉันได้เถียงอะไรอีก เขาผลักฉันหลบให้พ้นทางก่อนจะใช้มือข้างเดียวรับหมัดไอ้โย่งไว้ ฉันลังเลอยู่ชั่วขณะแต่ก็ได้สติอีกครั้งเมื่อซาสึเกะตะโกนขึ้นมาว่าให้รีบไป สิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้คือรีบไปขอความช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่ไม่มีคนผ่านมาเลยสักคน ฉันวิ่งไปได้สักพักก็อดเป็นห่วงซาสึเกะไม่ได้จึงตัดสินใจวิ่งกลับไปแอบดูสถานการณ์อยู่หลังพุ่มไม้ ดูเหมือนทุกครั้งที่ไอ้โย่งปล่อยหมัดซาสึเกะจะไม่ตอบโต้แล้วใช้วิธีหลบหลีกแทน ค่อยยังชั่วที่ร่างกายเขายังไม่มีแผลฟกช้ำเพิ่มขึ้น กลับเป็นไอ้โย่งมากกว่าที่ถูกถีบสองครั้งทีเผลอ ซาสึเกะมัวแต่โฟกัสไปทางไอ้โย่งเขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นลูกกระจ๊อกอีกคนที่พุ่งเข้ามา

       ฟุ่บอ๊อก!

       ซากุระ!!?

วินาทีที่มันเงื้อหมัดพุ่งเข้าหาซาสึเกะร่างกายของฉันมันขยับไปเองโดยอัตโนมัติก่อนจะรู้สึกจุกบริเวณท้องน้อยจนพูดไม่ออก ทันเวลาพอดีสินะ...

เอาอีกแล้ว...ทำอะไรโง่ๆแบบนี้อีกแล้ว ไม่ได้ยินที่ฉันบอกให้หนีไปรึไง!ซาสึเกะตะคอกเสียงดังพร้อมกับเข้ามารับร่างอันไร้เรี่ยวแรงของฉันไว้ทันเวลาพลางใช้ขาเตะหมอนั่นเต็มแรง ฉันนึกว่าเขาจะดุฉันเมื่อฟังจากเสียงตะคอกแต่พอลืมตาขึ้นมาหัวใจก็แทบหยุดเต้น ซาสึเกะแสดงทุกอย่างออกมาทางสีหน้าชัดเจนว่าเขารู้สึกแย่มากที่ปกป้องฉันไม่ได้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ฉันฝืนได้ไม่นานก็รู้สึกหน้าซีดจะเป็นลมจึงทิ้งน้ำหนักไปบนตัวซาสึเกะทั้งหมด เห็นแบบนั้นแขนที่พยุงฉันอยู่ก็รัดตัวฉันเข้าไปกอดแน่น อย่าว่าแต่เรี่ยวแรงจะยืนเลยแค่หายใจฉันก็เจ็บระบมไปถึงลิ้นปี่แล้วT_T

นาย...โอเคนะ

ยังจะมาถามอีก! อดทนก่อนไว้นะ ฉันจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล

หึๆ ถือว่าแฟนแกรับเคราะห์ไปเองนะ ไอ้โย่งเตรียมบุกต่อโว้ย

ปี๊นๆ!

ทำอะไรกันวะ!! ตำรวจครับทางนี้ๆ มีคนบาดเจ็บด้วย

เสียงคนกลุ่มใหญ่วิ่งเข้ามาและฉันก็เห็นซาสึเกะตะโกนชี้ไปทางไอ้ขี้เมาสองคนนั้น ภาพสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาฉันจะปิดลงคือริมฝีปากของคนร่างสูงแตะเบาๆ บนหน้าผากฉันราวกับจะปลอบประโลม น่าแปลกที่มันได้ผล ความเจ็บปวดในร่างกายหายไปช้าๆ แต่ฉันก็ไม่อาจฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งได้อีกต่อไป

ไม่เป็นไรแล้วนะ....ซากุระ

ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าสีหน้าเย็นชาของเขาอ่อนโยนลงผิดสังเกตรวมถึงสายตาที่เขามองมาก็เปลี่ยนไปจากเดิม 

 


 

มารู้สึกตัวอีกทีฉันก็มานอนอยู่ในห้องเย็น...หมายถึงห้องตัวเองแล้ว อาการจุกหายไปเหลือแค่ยังมึนๆอยู่บ้าง นาฬิกาบนผนังชี้ที่เลขสองงั้นฉันก็น่าจะสลบไปประมานสามชั่วโมงสินะ จะว่าไปซาสึเกะ....หวังว่าหมอนั่นคงไม่ได้ไปทำอะไรให้ตัวเองบาดเจ็บอีกนะ ฉันตั้งใจจะเดินไปดูสักหน่อยแต่ติดที่ว่ามีวัตถุประหลาดนอนขวางทางเดิน ฉันเกือบกรี๊ดออกมาแล้วถ้าไม่เห็นใบหน้าอันคุ้นเคยซะก่อน พอก้มลงไปดูใบหน้าเด็กขี้เซาใกล้ๆแล้วก็อดขำไม่ได้

อายไหมเนี่ย อายุจะยี่สิบแล้วยังนอนน้ำลายยืดอีก

ฉันสังเกตเห็นผ้าห่มถูกเต็มกระจุยกระจาย พอจะหยิบมาห่มให้ใหม่เขากลับถีบมันออกเฉยเลย ภาพพจน์หนุ่มฮอตจะพังก็คราวนี้แหละ =__=; ซาสึเกะคงรำคาญผ้าห่มที่ฉันพยามจะคลุมให้เลยปรือตาขึ้นมามอง ทันทีที่เห็นหน้าฉันร่างสูงก็รีบเด้งขึ้นมาคว้าฉันไปรัดแน่นเหมือนกลัวจะสูญเสียฉันไป เขาไม่รู้เลยใช่ไหมว่าการที่เขามาแสดงว่าเป็นห่วงแบบนี้มันทำให้ฉันหวั่นไหวรุนแรงแค่ไหน

ซากุระเธอตื่นแล้ว ขอบคุณพระเจ้ายังเจ็บตรงไหนอยู่ไหมมือหนาสำรวจตั้งแต่ใบหน้าและตามแขนฉันไปทั่ว แง ฉันก็ดีใจอยู่หรอกที่เขาเป็นห่วงแต่ใช้มือลูบตัวฉันแบบนี้มัน....T///T

ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ ขอบใจนายมากนะพอเห็นว่าฉันไม่เป็นอะไรจริงๆเขาถึงยอมปล่อยมือแล้วเปลี่ยนมาถอนหายใจหนักๆ แทน

ให้ตายเถอะ คิดบ้าอะไรอยู่ถึงเอาตัวเข้ามารับแทนฉัน

ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าไม่อยากเห็นนายเจ็บตัวอีกแล้ว

“.....”

ไง ฉันดูเท่มากใช่ป่ะ ^^

ทำเป็นเล่นไปได้ยัยบ้า ฉันเป็นห่วงแทบแย่ตอนเห็นเธอสลบไป

เขาหยุดพูดไปดื้อๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะมีหน้ากระอักกระอ่วน ขอโทษนะที่มานอนห้องเธอโดยไม่บอก ฉันแค่...ไม่อยากให้เธอตื่นมาแล้วไม่เจอใคร เดี๋ยวฉันจะกลับไปนอนที่ห้องละกัน

บางอย่างในร่างกายสั่งให้ฉันคว้าแขนเขาไว้แล้วพูดประโยคน่าอายออกมาโดยไม่หลบสายตาประหลาดใจเลยสักนิด ไม่ต้อง...นายนอนที่นี่เถอะ

มาแปลกแฮะ ถ้าฉันละเมอทำอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอย่ามาโวยทีหลังแล้วกันซาสึเกะเอ่ยเตือนแต่ตัวกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงหน้าแป้นแล้นเป็นอันเรียบร้อย ตกลงนี่เขาคิดอกุศลกับฉันจริงดิ!=[]=///  

แขนเดี้ยงแบบนั้นมีปัญญาทำได้ก็เอาสิ

ระวังเจอของจริงแล้วจะขำไม่ออกนะครับ บอกไว้ก่อนว่าสำหรับฉันมือเดียวก็เหลือเฟือแล้ว

เอ่อ...=__=;;เห็นแววตาเจ้าเล่ห์แบบนั้น ฉันชักไม่ไว้ใจแล้วสิ พอฉันเตรียมจะชิ่งออกจากห้องซาสึเกะก็หยุดฉันด้วยประกาศิตเหมือนรู้ทัน

จะมาไม่มาอย่าให้ฉันต้องตามไปวิ่งไล่จับเธอนะ ไม่งั้นเรื่องยาวแน่ -__-+ทำไมต้องทำเสียงโหดด้วยอ่า ได้ข่าวว่าฉันเป็นคนชวนไม่ใช่เหรอ T_T

ฟุ่บ!

มานอนใกล้ๆ เดี๋ยวก็ได้ตกเตียงหรอกคำพูดเหมือนจะหวังดีนะแต่การกระทำสวนทางกันลิบลับ ฉันหย่อนตูดลงบนเตียงได้ไม่ถึงสามวิซาสึเกะก็ตวัดแขนมาเกี่ยวเอวฉันเข้าไปแนบชิดแผ่นอกกว้างก่อนจะใช้ท่อนแขนเพียงข้างเดียวอย่างที่คุยโวล็อคไว้ด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ใจสุดๆ (หรา) แต่ที่หน้าแปลกไปกว่านั้นคือร่างกายฉันไม่ยักขัดขืนเลยด้วยซ้ำทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ มีแค่ฉันหรือเปล่าที่รู้สึกว่าในห้องมันร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ ไหนจะแก้มร้อนผ่าวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองว่าซาสึเกะมีสีหน้าแบบไหนอยู่

ตึกตักๆ

ฉันรีบตะปบมือไว้บนอกกลัวว่าหัวใจจะเต้นดังเกินไปจนเขาได้ยิน ไม่คิดเลยว่าการได้ใกล้ชิดกับคนที่เราชอบ....มันจะเขินได้ขนาดนี้

ตื่นเต้นเหรอซาสึเกะหัวเราะในลำคอเบาๆ

ฉันไม่ได้แรดเหมือนนายนี่ ฉันไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายมาก่อนมันก็ต้องมีบ้างป่ะ

ฉันชักเริ่มสงสัยขึ้นมาว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนมันเกินเลยคำว่าเพื่อนไปมากแค่ไหนแล้ว และการที่เขามาทำดีกับจนเหมือนฉันเป็นคนสำคัญเป็นเพราะเขาติดนิสัยเปิดเผยไม่คิดไรมากเหมือนคนที่นี่ หรือเพราะฉันมีความสำคัญกับเขากันแน่

ไม่ต้องเกร็ง สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรถ้าเธอไม่อยากให้ทำน่ะนะ

ไม่มีทางย่ะ!

เราต่างคนต่างเงียบ ภายใต้แสงจันทร์สอดส่องเข้ามาบรรยากาศเป็นใจซะขนาดนี้ ความหวั่นไหวที่ฉันมีต่อเขาเหมือนจะเอ่อล้นขึ้นมา

ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นพาให้ใบหน้าเราเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ สองสายตาประสานเป็นหนึ่งเดียวลึกซึ้งจนกระทั่งเรียวปากร้อนจัดสัมผัสบนปากฉันอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ซาสึเกะค่อยๆ ชิมริมฝีปากฉันอย่างนิ่มนวลไม่รีบร้อน สาบานเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจูบแบบจริงจังกับใครสักคน แน่นอนผู้เชี่ยวชาญอย่างซาสึเกะต้องรู้เขาถึงได้ขำในลำคอเบาๆ พลางสอนฉันผ่านกลีบปากที่แนบชิดกันอยู่

อืม...เรียนรู้ได้ไวนิ

ถึงเราจะไม่ได้พูดมันออกมาแต่ตลอดหลายอาทิตย์ที่เราอยู่ด้วยกันฉันสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่เขามีต่อฉัน เมื่อเห็นว่าฉันไม่คิดจะปฏิเสธหรือผลักไสซาสึเกะจึงเริ่มจูบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับมือหนาทั้งสองที่ยึดร่างฉันไว้ไม่ให้ละลายไปกับเตียง เขาค่อยๆ ล้วงมือเข้ามาจะปลดตะคอบราของฉัน สิ่งนั้นทำให้ฉันได้สติก่อนจะคว้ามือเขาไว้หมับ

ฉันให้นายละเมอแค่นี้พอ นอกจากนั้นฉันให้ไม่ได้นะฉันรีบดักคอซาสึเกะพลางบอกเขาจริงจัง ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้น ครั้งนี้ฉันไม่ใจอ่อนง่ายๆแน่

โธ่ รู้ทันหมดเลยเขาบ่นแบบไม่จริงจังอะไรมากแต่ก็ยอมเปลี่ยนมานอนกอดฉันดีๆ สัญญาว่าวันนี้ผมจะเป็นเด็กดีครับ ฝันดีนะซากุระ 

 

 

ตกดึกฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกกระหายน้ำเลยตั้งใจจะเดินลงไปหาอะไรดื่มในครัว ฉันดันตัวลุกจากที่นอนอย่างเงียบเชียบกลัวว่าไปปลุกคนข้างกายแต่พอหันไปมองกลับพบเพียงความว่างเปล่า จะว่าไปมันก็ตีสี่แล้ว...หายไปไหนของเขากัน

ฉันเดินลงมาด้านล่างเห็นเงาคนกำลังคุยโทรศัพท์ในครัว เสียงที่ลอดออกมาเป็นซาสึเกะไม่ผิดเลยตั้งใจจะเดินเข้าไปหา ทว่าชื่อคนปลายสายหยุดฉันไว้ก่อน ทำตัวลับๆล่อๆแบบนี้ชักอยากรู้แล้วสิว่าเขาจะรายงานเรื่องฉันให้แม่ฟังยังไง >_<

น้าเมบุคิฮะแผนของเราได้ผลจริงๆด้วยฮะ ผมคิดว่าซากุระน่าจะเปลี่ยนใจเร็วๆนี้ เธอดูคุ้นกับที่นี่มากขึ้นแถมภาษาก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ผมมั่นใจว่าผมสามารถทำให้ซากุระเรียนต่อที่นี่ได้...น้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ยังไงซากุระจะต้องสานต่อความฝันของน้าได้แน่นอน แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอร้องน้า...

พวกเขาพูดถึงเรื่องอะไรกันฉันไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยินจึงพยามเงี่ยหูฟังต่อไป ทว่าประโยคถัดมาเล่นเอาฉันแทบล้มทั้งยืน

ผมคิดอยู่ว่าน้าน่าจะย้ายซากุระมาเรียนที่นี่ซะเลย ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก...น้าเป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพเหมือนแม่อีกคน ส่วนแผนที่ผมแกล้งแขนหักให้ซากุระรู้สึกผิดช่วยได้เยอะเลยฮะ ซากุระยอมทำตามทุกอย่างที่ผมขอ...

            ฉันยันมือกับผนังไม่ให้ตัวเองทรุดลงไปกองตรงพื้น สายตาเหม่อลอยนึกย้อนไปถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันเป็นเพียงภาพลวงตา ฉันรอให้ซาสึเกะคุยโทรศัพท์จนเสร็จแล้วค่อยเดินออกมาซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงหันมาทางฉันพอดี ดูเหมือนเขาจะไม่แน่ใจว่าฉันได้ยินอะไรไปบ้างจึงรีบกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มจอมปลอม

            “ซากุระ ธะ...เธอลงมาทำไม มันดึกแล้วรีบไปนอนเถอะซาสึเกะยื่นมือจะลูบหัวฉันเหมือนเช่นเคย ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงยิ้มหน้าบานไปแล้วแต่ครั้งนี้ฉันกลับปัดมันออกอย่างแรง

            “นายกับแม่วางแผนอะไรกัน....

       เพ้อเจ้ออะไรอีกยัยบ้า ไปนอนได้แล้ว....

       พลั๊ก!

       ฉันแกล้งทุบลงบนแขนข้างที่ใส่เฝือกโดยใช้แรงปานกลาง เขาไม่โอดครวญเหมือนคนเจ็บเลยสักนิดแต่กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ซาสึเกะไม่เข้าใจการกระทำของฉันในทีแรกแต่แล้วเขาก็มีสีหน้าแตกตื่นชัดเจน

            “เลิกโกหกสักที ฉันได้ยินหมดแล้ว!

เธอ...ได้ยินหมดแล้ว

           “นายมันสารเลวที่สุด นายทำแบบนี้กับฉันได้ไง!        

ซากุระฉันอธิบายได้นะใจเย็นก่อนสิเขาเลื่อนมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างพยามกล่อมให้ฉันเย็นลง ฉันยอมสงบสติชั่วคราว ได้ ในเมื่อเขาบอกว่าจะอธิบายฉันก็จะให้โอกาส

ซาสึเกะรู้ดีว่าถ้าเขาไม่อธิบายตอนนี้ เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้พูดมันอีกตลอดชีวิต

น้าเมบุคิ....แม่เธอมาขอให้ฉันช่วยทำยังไงก็ได้ให้เธอเปลี่ยนใจมาเรียนต่อที่นี่ ท่านอยากให้เธอลองมาใช้ชีวิตอยู่สักระยะโดยให้ฉันคอยดูแลเธอ สำหรับแม่เธอแล้วถึงท่านจะเห็นด้วยในตอนแรกแต่พอเอาจริงท่านก็ทนใจแข็งได้ไม่นาน ยิ่งมารู้ว่ารสบัสที่เรานั่งมาประสบอุบัติเหตุทั้งยังไอ้ขี้เมาที่ทำร้ายเธอ น้าเมบุคิก็แทบจะบินมารับด้วยตัวเองด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าฉันห้ามไว้ก่อน

แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วย...ชีวิตฉันจะดีจะแย่แล้วนายมาวุ่นวายกับฉันทำไม

ฉันขอโทษ...แม่เธอเป็นผู้มีพระคุณกับฉัน ไม่ว่าน้าเมบุคิจะขอร้องอะไรฉันก็จะทำทุกอย่าง ท่านเพียงแค่อยากให้เธอเจริญรอยตามเท่านั้นเอง

ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว ความจริงจากปากซาสึเกะเปรียบเสมือนหินขนาดใหญ่หล่นมาทับหัวฉันจนยกไม่ขึ้น ทุกอย่างในหัวหนักอึ้งไปหมด...ที่แท้ทุกอย่างก็เป็นแผนของแม่ ที่เขามาทำดีด้วย...คือการจัดฉากทั้งหมด แม่วางแผนไว้แต่แรกแล้วว่าต้องส่งฉันเรียนมหาลัยที่นี่ให้ได้เพื่อเตรียมให้ฉันพร้อมสำหรับการเป็นนักการทูตเมื่อโตขึ้น

ทำทุกอย่างงั้นเหรอ....รวมถึงการหลอกฉันด้วยว่างั้น

ซากุระฟังนะซาสึเกะรวบมือฉันไว้พร้อมรีบอธิบายด้วยสายตาอ้อนวอนเท่าที่จะทำได้ แต่ที่ฉันทำไปก็เพราะอยากให้เธอเปิดใจบ้าง อีกอย่างฉันก็ผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วฉันก็เลยคิดว่าแรงกดดันจะเป็นตัวผลักให้เธอพยามมากขึ้น ฉันหวังดีกับเธอจริงๆนะ

ฉันมือไม้สั่นระริกไม่รับรู้อะไรอีกราวกับม่านละครกำลังเปลี่ยนเป็นฉากที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่เจ็บกว่าการได้รู้ว่าแม่ผิดสัญญาที่ให้ฉันเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง คือความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับซาสึเกะมันเป็นเพียงเรื่องลวงโลก

ฉันไม่ใช่นายซาสึเกะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้วิธีนี้แล้วได้ผล

แต่เธอก็ผ่านมันมาได้

เอามือถือมา

            “...ซากุระ

            “ฉันบอกให้เอามือถือมาไง!!ฉันตะคอกเสียงสั่นไม่สนใจว่าเขาจะคิดอีก....ฉันจะกลับบ้าน น้ำตาที่กลั้นไว้เพราะความเสียใจไหลออกมาเป็นทาง ซาสึเกะคงนึกไม่ถึงว่าฉันจะโกรธขนาดนี้จึงยอมส่งมันให้โดยดี สีหน้าเขาดูเสียใจไม่แพ้กันจนฉันแอบรู้สึกผิด แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ที่แท้จริงหรือหลอกลวงฉันจะไม่สนอีกแล้ว

            “ฮัลโหลแม่คะ...หนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ช่วยส่งตั๋วเครื่องบินมาให้หนูเร็วที่สุดด้วยนะคะ...ฉันร้องไห้สะอื้นออกมาจนพูดไม่เป็นภาษา หนู...ฮึก อยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว

           

 

เช้าวันต่อมา

แม่ส่งเลขาส่วนตัวมารับฉันถึงที่อังกฤษ ใช้เวลาไม่นานเก็บของฉันก็เตรียมจะลากกระเป๋าไปขึ้นรถโดยมีซาสึเกะยืนส่งฉันจากหน้าแฟลตอย่างเศร้าๆ คิดว่าเขาคงไม่มีหน้ามาขอให้ฉันอยู่ต่อหลังจากร่วมมือกับแม่โกหกซะขนาดนั้นจึงทำได้แค่บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย

เธอ....จะไปจริงๆเหรอ

อืม

ยังไงก็...ดูแลตัวเองด้วยละกัน

นายก็เหมือนกันเกิดความเงียบระหว่างเราจนน่าอึดอัด ขอบใจนะที่ดูแลฉันมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเพราะคำขอร้องแม่หรือ...ตัวนายเอง

บอกแล้วไงว่าฉันยินดี....เขาฝืนยิ้มให้ฉันแม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะเจอกัน ทั้งๆที่รู้แต่ซาสึเกะก็ยังพูดมันออกมา “...เราจะได้เจอกันอีกไหม

......

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ในใจอยากจะตะโกนว่าฉันอยากอยู่ที่นี่กับเขาเลยด้วยซ้ำแต่ความจริงก็คือความจริง เขาหลอกฉัน....เพราะงั้นขอโทษนะซาสึเกะ มันคงไม่มีวันนั้นอีก เปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งในรถบอกตัวเองว่าจะไม่หันไปมองแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าทรมานของซาสึเกะคำถามที่ค้างคาใจมาตลอดผลักดันให้ฉันต้องลดกระจกลงเพื่อทวงคำตอบจากเขา

ตอบฉันมาตามความจริง....ฉันสูดหายใจลึกหวังจะได้ยินสิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดในเป็นครั้งสุดท้าย นายเคยชอบฉันบ้างหรือเปล่า

“.......”

คนตรงหน้าเงียบไปหลายนาทีสุดท้ายกระทั่งเขาเป็นฝ่ายหลบสายตาฉันโดยไม่พูดอะไรสักคำ ฉันพยักหน้าเงียบๆ ไม่ยอมให้ตัวเองร้องไห้ต่อหน้าเขาเด็ดขาดพลางก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังไหลออกมาและแค่นเสียงบอกลาเท่าที่จะทำได้

ฉันเข้าใจแล้ว ลาก่อนซาสึเกะ

 

 

ปีต่อมา

ฉันยิ้มให้กับตากล้องที่คุณแม่จ้างมาสำหรับงานรับปริญญาของฉัน คนในครอบครัวรวมถึงเพื่อนสนิทต่างมาแสดงความยินดีที่ฉันได้เกียรติ์นิยมอันดับหนึ่งสาขาแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดังในญี่ปุ่น

ยินดีด้วยนะลูกแม่ ในที่สุดลูกก็ทำได้แล้วฉันพึมพำขอบคุณเบาๆ พลางกอดแม่ตอบ หลังจากที่ฉันกลับมาที่ญี่ปุ่นเมื่อสี่ปีก่อน ในที่สุดแม่ก็ยินดีปล่อยให้ฉันเดินตามความฝันของตัวเองจนฉันมีวันนี้ แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ ถ้าซาสึเกะอยู่ที่นี่เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างจากแม่

เขาคงไม่มาหรอกค่ะฉันบอกแม่ยิ้มๆ มันคงเป็นรอยยิ้มที่ฝืนมากจนแม่ต้องเอื้อมมาจับมือฉันไว้ หนูใจร้ายกับเขามาก...ต่อให้เขาจะร่วมมือกับแม่หลอกหนูแต่ซาสึเกะก็คอยดูแลหนูมาตลอด หนู...

เอาล่ะจ้ะ เรื่องอะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปนะซากุระ ถ้าลูกกับเขามีวาสนาต่อกันจริงลูกคงได้พบเขาอีก

“......”

ปล่อยให้โชคชะตาเป็นตัวตัดสินและถ้าเวลานั้นมาถึงจริงๆ บอกความรู้สึกของลูกให้เขารู้ซะ

เรื่องของซาสึเกะยังคงวนเวียนอยู่ในหัวฉันมาตลอดสี่ปี ใช่ ฉันเคยเกลียดเขา...แต่เขาเป็นเพียงผู้ชายคนเดียวที่ยังอยู่ในความทรงจำฉันตลอดมา ต่อให้คิดถึงแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะกลับไปคุยกับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หรอก

ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆออกไปถึงเวลาเข้าหอประชุมแล้ว ฉันโบกมือลาทุกคนเพื่อเดินตามเพื่อนๆในคณะไป ระหว่างนั้นเองกลับมีชายชุดดำห้าคนเดินเข้ามาล้อมฉันไว้เหมือนกันไม่ให้ไปไหน ทีแรกฉันนึกว่าพวกเขาเป็นบอดี้การ์ดของที่บ้านแต่พอเห็นสีหน้างุนงงของแม่ทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมา

อันที่จริงฉันไม่ได้อยากใช้มุกนี้หรอกนะ แต่กลัวว่าคนที่ฉันมาตามหาจะโกรธจนหนีไปซะก่อนเลยต้องเตรียมพร้อมไว้เสียงราบเรียบแฝงแววเด็จการดังมาจากด้านหลังสั่นคลอนหัวใจที่ถูกแช่แข็งมานานจนละลายในพริบตา เป็นเขาจริงๆ....ซาสึเกะสวมชุดสูทสีดำในมาดนักธุรกิจหนุ่มไฮโซ ผมสีรัตติกาลเซ็ททรงปัดข้างทำให้เขาดูโตขึ้นมารวมถึงความหล่อของเขาก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่นิดมีแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เขาก้าวมาหาฉันอย่างไม่รีบร้อน ออร่าไม่ธรรมดาที่แผ่ออกมาทำให้ฝูงชนที่เคยล้อมฉันอยู่แถวนั้นทยอยแหวกทางให้เขาอย่างเป็นใจ  

ซาสึเกะ

เฮอะ ยังจำชื่อฉันได้อีกเหรอ เธอ...

หมับ!

ฉันกระโดดกอดคนตัวสูงทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้พอ ซึมซับไออุ่นจากร่างตรงหน้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้จนซาสึเกะที่ปั้นหน้าขรึมมาในทีแรกทำตัวไม่ถูก

บ้าชะมัด...เล่นขี้โกงก่อนแบบนี้ฉันจะแกล้งโกรธต่อได้ไงซาสึเกะสบถเบาๆ ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างรวบฉันเข้าไปรัดแน่น “...นึกว่าเธอไม่อยากเห็นหน้าฉันซะอีก

อืม...แต่ตอนนี้ไม่แล้วฉันดันตัวออกเล็กน้อยเพื่อที่จะได้มองหน้าเขาถนัด นายมาที่นี่ทำไม

            “จำที่เธอถามฉันเมื่อสี่ปีก่อนได้ไหม ฉันพร้อมที่จะให้คำตอบเธอแล้ว

       นายตอบฉันแล้ว...ฉันบอกด้วยสีหน้าจ๋อยๆ ต่อให้ฉันคิดถึงเขามากแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์บังคับหัวใจใครทั้งนั้น

            “พูดอะไรของเธอ ฉันยังไม่ได้ตอบเลยด้วยซ้ำ - -^

            “ก็ตอนนั้นนายเงียบไป ฉันเลยคิดว่า....

            “เธอเล่นถามคำถามน่าอายแบบนั้นแล้วจะให้ฉันตอบต่อหน้าเลขาแม่เธองั้นเหรอ อีกอย่างฉันยังไม่ทันตอบเธอก็ปิดหน้าต่างชิ่งออกรถไปเลย ปล่อยให้ฉันวิ่งตามเป็นไอ้บ้าอยู่ตั้งนาน โทรไปก็ไม่ติด =_=

            ว่าไงนะฉันจ้องหน้าเขาอึ้งสนิทสมองประเมินข้อมูลใหม่แทบไม่ทัน นี่แสดงว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมาฉันเข้าใจผิดมาตลอดเลยงั้นเหรอ!?

ตลอดสี่ปีฉันพยามติดต่อเธออยู่หลายครั้ง ทั้งขอร้องผ่านทางน้าเมบุคิแต่ท่านก็บอกว่าเธอไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกและถ้าหากฉันจริงจังกับเธอจริงๆ ค่อยกลับมาพิสูจน์ต่อหน้าเธอด้วยตัวเอง เพราะงั้นฉันคิดว่าตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว...ฉันเรียนจบแล้ว มีรถขับ มีการงานมั่นคง แต่ขาดก็เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...ฮารูโนะ ซากุระ ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า...." 

"......"

"ฉันไม่ได้ชอบเธอเลยสักนิดเดียว

ฉันมีอาการพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ถ้าจะมาบอกกันแค่นี้อย่ามาเลยดีกว่าไหม!

ฉันไม่เคยชอบเธอ..เพราะฉันรักเธอต่างหากซากุระซาสึเกะกลั้นขำก่อนจะรีบเฉลยเมื่อเห็นฉันเหวอไปนาน

ตาเป็ดงี่เง่าจะพูดอะไรก็พูดให้จบสิ ฉันปรับอารมณ์ไม่ทันนะเว้ย

ซาสึเกะถอนหายใจดังเฮือกยกมือเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าฉัน เออๆ งั้นไม่พูดแล้ว...จูบเลยดีกว่า

แน่นอนเขาเป็นคนพูดจริงทำจริงและไม่เคยรอช้า ซาสึเกะไม่ปล่อยให้ฉันหมนุนตัวหนีพลางรัดเอวฉันแน่นด้วยรอยยิ้มน่าหมั่นไส้สุดๆ ไม่ทันอ้าปากห้ามริมฝีปากบางเฉียบก็ทาบลงมาครอบครองเรียวปากฉันอย่างดูดดื่มพรากสติฉันไปหมด ต่อหน้าต่อตาแม่ฉันกับผู้คนที่มองเราอีกร้อยกว่าชีวิต!

ขอโทษสำหรับทุกอย่าง...ฉันรักเธอนะซาสึเกะกระซิบติดริมฝีปากและทำท่าจะมอบจุมพิตอันแสนหวานอีกครั้ง

 “พอแล้ว ซาสึเกะ...อย่างน้อยไม่ใช่ที่นี่ฉันดันปลายคางคนตัวสูงให้หยุดกลางคันก่อนจะใช้สายตาเขินอายกึ่งปรามให้เขาหัดดูเวลาสถานที่ซะบ้าง 

หึ ไว้หลังไมค์เธอไม่รอดแน่ สี่ปีที่ผ่านมาเธอทำฉันทรมานมากนะซากุระ

โทษฐานที่ฉันทำนายเจ็บ อยากให้รับผิดชอบยังไงว่ามาเลย

ซาสึเกะคลี่ยิ้มแปลกๆ ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งจนฉันตกใจ เขาล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นมันมาตรงหน้าฉัน สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหยุดลมหายใจฉันไปชั่วขณะเกิดความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องเหมือนจะเป็นลม...แหวนเพชรรูปดอกซากุระ แค่นี้ก็เดาได้ไม่ยากแล้วว่าเขาคิดจะให้ฉันชดใช้ยังไง

 “ฮารูโนะ ซากุระ เธอจะยินดีรับผิดชอบด้วยการมาเป็นภรรยาฉันไปตลอดชีวิตได้ไหม

ตกลงค่ะ!!ซาสึเกะจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก เมื่อเจ้าของเสียงกลายเป็นแม่ที่วิ่งเข้ามาเกาะแขนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

แม่คะ อย่าตอบตกลงแทนหนูสิ =0=;;

จะชักช้าอะไรล่ะลูก! แม่อยากได้ซาสึเกะมาเป็นลูกเขยนานแล้ว รีบแต่งเข้าบ้าน รีบฮันนีมูนจากนั้นก็มีหลานให้แม่อุ้มไวๆ แผนแม่เริ่ดมากใช่ไหมคะลูกซาสึเกะ

ครับน้าเมบุคิ...ผมหมายถึงคุณแม่เลิกห่วงได้เลยฮะ เรื่องความไวในการผลิตหลานผมถนัดสุดๆ โอ๊ย! เธอมาตีสามีตัวเองทำไมเนี่ย-*-

“พูดจาไม่อายปาก ฉันไปเป็นเมียนายตั้งแต่เมื่อไหร่หา ///”

“ก็จะทำให้เป็นอยู่นี่ไงครับ ^^

ซาสึเกะแม่มีอะไรจะบอกล่ะ ดูว่าที่ภรรยาลูกสิตอนกลับมาญี่ปุ่นทำเป็นงอนบอกไม่อยากเจอ พอแม่แอบเข้าไปดูก็เห็นเอารูปซาสึเกะมาดูทุกวัน

แม่พอแล้วค่ะ! เขาไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้ฉันแทบกระโจนเข้าไปห้ามแม่ไม่ทัน ฉันยังไม่ทันตอบตกลงแม่จะรับเขาเป็นลูกแล้วเหรอ ไวไปไหม ที่แย่กว่าฉันตาบ้านี่ยังมีมีหน้ามายิ้มล้อเลียนฉันอีก ตกลงหนูหรือเขากันแน่ที่เป็นลูกแม่เนี่ย

ทั้งคู่นั่นแหละ ถ้าลูกไม่ตอบตกลงแม่ก็จะแฉไปเรื่อยๆ อ้อ แล้วก็ตอนนั้นที่ซากุระละเมอเรียก...

โอ๊ยยย ตกลงค่ะฉันพร้อมกายพร้อมใจจะแต่งงานกับอุจิวะ ซาสึเกะด้วยความยินดีอย่างยิ่ง....เอาแหวนมานี่!ฉันไม่รอให้ซาสึเกะสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง จัดการคว้ามันมาใส่เองอย่างหงุดหงิด พอใจแล้วใช่ไหมคะ คุณว่าที่คู่หมั้นกับคุณแม่ L

เธอนี่มันไร้ความโรแมนติกจริงๆซาสึเกะส่ายหน้าขำๆ จากนั้นก็เข้ามากอดฉันด้วยสีหน้าเปี่ยมรักลึกซึ้ง แต่รักไปแล้วทำไงได้เนอะ

"นายมันบ้า...."

ฮารูโนะ ซากุระ เชิญเข้าหอประชุมได้แล้วครับ! ถ้าคุณยังไม่ไปเกรงว่าไอ้พวกนักศึกษากว่าสามร้อยชีวิตที่ยืนดูละครน้ำเน่าของคุณคงไม่ได้รับปริญญากันพอดี”

ฉันก้มหน้าซ่อนใบหน้าแดงก่ำเมื่อโดนอาจารย์ตามมาแซวถึงที่ ซาสึเกะเกาหัวเขินแก้เขินก่อนจะปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ฉันเดินตามอาจารย์ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักก่อนจะวิ่งกลับมาหอมแก้มซาสึเกะฟอดใหญ่

ฉันก็รักนายเหมือนกัน ไว้ฉันออกมาแล้วค่อยคุยกันนะ

เฮ้อ ในที่สุดความยุ่งยากในชีวิตฉันก็จบลงด้วยดี ชีวิตการเรียนราบรื่นจนได้เกียรติ์นิยมอันดับหนึ่ง แถมยังประสบการณ์ชีวิตอันน่าตื่นเต้นเมื่อสี่ปีก่อนจะทำให้ฉันได้เจอกับคนรักอย่างซาสึเกะ อันที่จริงต้องขอบคุณแม่ที่ส่งฉันไปอังกฤษ ได้พบเจออุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างและทำให้ฉันเติบโตมาเป็นฉันในวันนี้ เส้นทางในอนาคตจะเป็นเช่นไรฉันไม่รู้ แต่ฉันสัญญาว่าจะทำทุกวันของตัวเองให้ดีที่สุด และต่อให้มีอุปสรรคมากมายรออยู่ อย่างน้อยฉันก็รู้ว่ายังมีใครบางคนที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันต้องเผชิญสิ่งเหล่านั้นคนเดียวอีก :)

 



_______________________________________________________________________________

เย้ เป็นฟิคเรื่องแรกที่ไรต์แต่งจบเลยนะเนี่ย จบ 100%

ต้องขออภัยรีดเดอร์ทุกท่านด้วยนะถ้าฟิคนี้ไม่เป็นที่ถูกใจ นี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ไรต์เขียน จริงๆถนัดเรื่องยาวมากกว่า555 เวลาจำกัดหน้าแล้วมันบรรยายไม่ถึงใจอ่ะ

ปล.นิยายทุกเรื่องของไรต์ใช้เวลานานไปบ้างเพราะอยากได้นิยายที่มีคุณภาพให้นักอ่านได้สนุกไปกับมัน อบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่อดทนรอและติดตามมาตลอดนะคะ จะพยามปั่นเรื่องที่เหลือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้น

ผลงานอื่นๆ ของ moriko!!~

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

38 ความคิดเห็น

  1. #38 namhomlovenamyen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 15:59
    โอ้ยยยยย ฟินอย่างยิ่งงโว้ยยย เขินหนักมากก ละมุนนนนน โอ้ยยยเลี่ยน สุดดดดดเ ชอบๆๆๆๆ ชอบมากๆๆๆๆ รีบๆมาอัพนะ สู้ๆไรท์
    #38
    0
  2. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 19:52
    FvF ทั้งเกะและแม่ของหนูกุ 
    นี่กะจะจับคู่ตั้งนานแล้วสินะ ><
    หนูกุเรามีละเมอด้วย 555+ 
    สนุกมากค่ะ อย่าลืมตอนพิเศษนะค่ะ 
    รออยู่
    #37
    0
  3. #36 VKNN SSS
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 22:38
    มีอันอื่นมั้ย แต่งต่อไปนะ ติดตาม
    #36
    0
  4. #35 sasusaku
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 01:00
    สนุกมากกกกกก อ่านไปยิ้มไป ตอนพิเศษ รออยู่คะ
    #35
    0
  5. #34 oil1175
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 10:06
    อ่านแล้วยิ้มตลอดเวลาน่ารักมากๆอย่าลืมตอนพิเศษนะค่า
    #34
    0
  6. #33 oil1175
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 10:01
    อ่านแล้วยิ้มตลอดเวลาน่ารักมากๆอย่าลืมตอนพิเศษนะค่า
    #33
    0
  7. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 23:36
    ฟินนนมากก
    #32
    0
  8. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 20:13
    อย่าลืมตอนพิเศษนร๊าาาาาา

    #31
    0
  9. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 20:12
    จุดพลุๆๆๆ >_< ในที่สุดก็จบสักที ฮูเร่
    ฟีนในฉากจูบกระหนุงกระหนิงกันมากๆ(-..-) อ่านแล้วฟีนนาเร่เลยค่า อิอิ
    ถ้าจะมีตอนพิเศษอย่างที่ไรท์ว่าก็ดีนะค่ะ

    #30
    0
  10. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 20:12
    จุดพลุๆๆๆ >_< ในที่สุดก็จบสักที ฮูเร่
    ฟีนในฉากจูบกระหนุงกระหนิงกันมากๆ(-..-) อ่านแล้วฟีนนาเร่เลยค่า อิอิ
    ถ้าจะมีตอนพิเศษอย่างที่ไรท์ว่าก็ดีนะค่ะ

    #29
    0
  11. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 18:24
    กรี๊สสสส จบสักที สนุกค่ะ เอาตอนพิเศษด้วยเน้อ
    #28
    0
  12. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 20:52
    ฟินนนน >/////< 

    มีห่วงกันด้วย อร๊ายยยย~
    #27
    0
  13. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 18:45


    สนุกมากเลยค่ะะะ

    #26
    0
  14. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 20:03
    มาต่อให้จบเร็วๆด้วยนร๊าา มันค้างงงงงงงงง
    #25
    0
  15. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 20:02
    มาต่อให้จบเร็วๆด้วยนร๊าาา มันค้างงงงงงงงงงง

    #24
    0
  16. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 19:59
    ฟีนนนนนน ฮ่ะๆๆ ซาสึเกะ เรารู้หรอกว่านายเก่งนะ มือเดียวก็เหลือเฟือ(-.,-)
    อิอิ หนูกุเขินขนตัวจะระเบิดแร้วววว
    ปล. เรื่องสั้นแต่เนื้อหาระเอียดแบบนี้ชอบนะค่ะ อ่านแล้วเพลินดี

    #23
    0
  17. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 18:40
    อัพต่อค่ะอีก30%เอง(:
    #22
    0
  18. #21 CC_S&S
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 23:37
    มาต่อเถอะนะคะ มันค้าง กำลังสนุก
    #21
    0
  19. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 19:45
    เมื่อไหร่จะมาต่อนร๊าาาาาา TwT
    #20
    0
  20. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 19:32
    มาต่อด่วนๆเลยค่ะ
    #19
    0
  21. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 13:49
    กาอาระนี่แบบ... หล่อ ม่อสาว 555+

    ลุคใหม่ของกาก้าคุง หล่อมากกก

    เกะขี้แกล้งอะ หนูกุเรากำลังได้หนุ่มควง 555+
    #18
    0
  22. #17 ned1991
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 10:56
    เกะ... นั้นปากเหรออออ ฮ่ะๆๆๆ แล้วมาทำตาขงตาขวางอะไรใส่ลูกสาวฉันย่ะ แกคิดอะไรกับหนูกุใช่ป่ะ ฮิ้วๆๆๆ

    กาอาระเปลี่ยนลุค์มากๆ หน้าม่อ หลีสาว(เก่ง) แรกพบสบตาก็จีบหนูกุชะแล้ว ทำเอาอิเป็ดแทบจะกลายร่างเข้าไปทุกๆ

    สนุกมากๆเลยค่ะ ^^ มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #17
    0
  23. #16 ned1991
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 10:55
    เกะ... นั้นปากเหรออออ ฮ่ะๆๆๆ แล้วมาทำตาขงตาขวางอะไรใส่ลูกสาวฉันย่ะ แกคิดอะไรกับหนูกุใช่ป่ะ ฮิ้วๆๆๆ

    กาอาระเปลี่ยนลุค์มากๆ หน้าม่อ หลีสาว(เก่ง) แรกพบสบตาก็จีบหนูกุชะแล้ว ทำเอาอิเป็ดแทบจะกลายร่างเข้าไปทุกๆ

    สนุกมากๆเลยค่ะ ^^ มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #16
    0
  24. #15 ned1991
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 10:55
    เกะ... นั้นปากเหรออออ ฮ่ะๆๆๆ แล้วมาทำตาขงตาขวางอะไรใส่ลูกสาวฉันย่ะ แกคิดอะไรกับหนูกุใช่ป่ะ ฮิ้วๆๆๆ

    กาอาระเปลี่ยนลุค์มากๆ หน้าม่อ หลีสาว(เก่ง) แรกพบสบตาก็จีบหนูกุชะแล้ว ทำเอาอิเป็ดแทบจะกลายร่างเข้าไปทุกๆ

    สนุกมากๆเลยค่ะ ^^ มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #15
    0
  25. #14 ned1991
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 10:55
    เกะ... นั้นปากเหรออออ ฮ่ะๆๆๆ แล้วมาทำตาขงตาขวางอะไรใส่ลูกสาวฉันย่ะ แกคิดอะไรกับหนูกุใช่ป่ะ ฮิ้วๆๆๆ

    กาอาระเปลี่ยนลุค์มากๆ หน้าม่อ หลีสาว(เก่ง) แรกพบสบตาก็จีบหนูกุชะแล้ว ทำเอาอิเป็ดแทบจะกลายร่างเข้าไปทุกๆ

    สนุกมากๆเลยค่ะ ^^ มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #14
    0