คัดลอกลิงก์เเล้ว

Shot Fiction Yaoi One Piece : เข้าใจผิด

โดย dekdojin

"ช็อกโกแลต" กับข้อความว่า "คบกับฉันได้มั้ย" เจ้าของหรือว่าจะเป็น "ลูฟี่"? ไม่สิ แต่คนที่เอามาให้คือ "เจ้ากุ๊ก" นะ

ยอดวิวรวม

3,522

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


3,522

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


47
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 เม.ย. 58 / 21:06 น.
นิยาย Shot Fiction Yaoi One Piece : 㨼Դ Shot Fiction Yaoi One Piece : เข้าใจผิด | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


:]

สวัสดีค่ะ เด็กโดจิน เจ้าเดิมจ้า

เรื่องสั้น ช่วงวาเลนไทน์และไวท์เดย์

มาผิดช่วงไปหน่อย แต่คิดเนื้อเรื่องได้พอดี

เอามาลงซะเลย จะรอปีหน้าก็นานไปค่ะ รอไม่ไหวๆ

ขอให้อ่านสนุกนะค้า ขอบคุณเจ้าค่ะ ^^



 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 เม.ย. 58 / 21:06








One Shot : เข้าใจผิด

 

 

14 กุมภาพันธ์ (Valentine’s Day)

 

 

“อันนี้ของแก เจ้าหัวเขียว”

“หา? อะไรฟะ” โซโลเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน หลังจากที่เมื่อครู่ตนเองพึ่งโดนกล่องของขวัญปาใส่หัว

“รับๆไปเถอะ อย่าถามมากเรื่องน่า” คนถูกถามว่าเสียงห้วน ก่อนจะหันหลังแล้วรีบเดินออกไปจากหอสังเกตการณ์ของซันนี่

“อะไรของมันวะ?” ร่างสูงละมือจากดัมเบล สายตาชำเลืองมองกล่องสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีชมพูลายหัวใจ

“.....” เมื่อความสงสัยมีเพิ่มมากขึ้น จึงตัดสินใจลุกขึ้นไปหยิบกล่องของขวัญที่กระเด็นไปอีกทาง ก่อนจะฉีกกระดาษห่อของขวัญแสนแอ๊บแบ๊วออก โดยไม่ทันสังเกตุว่าตัวเองฉีกการ์ดที่ติดมาด้วยออกไปหน่อยนึง...

“นี่มัน...ช็อกโกแลต แล้วทำไมต้องห่อมาด้วย?” ดวงตาคมชำเลืองไปที่ปฏิทินตรงข้างฝา ...วันที่14กุมภาพันธ์ แถมยังมีรอยปากการูปหัวใจอีกต่างหาก ...แล้วช็อกโกแลตนี่มัน...ของเจ้าคิ้วม้วนงั้นเหรอ?

 

 

 

 

14 มีนาคม (White’s Day)

 

 

“รับซะ เจ้าคิ้วม้วน”

“ห้ะ...เห้ย!” คนถูกเรียกหันขวับตามเสียงที่ได้ยิน ก่อนจะรีบเอื้อมมือรับของบางอย่างที่ถูกโยนเข้ามาในครัวอย่างไม่ทันตั้งตัว

“วันนี้วันไวท์เดย์ใช่มะ ชั้นพึ่งไปซื้อช็อกโกแลตในเมืองมา”

“เอ๊ะ ...ช็อกโกแลตเหรอ?” ซันจิว่า พลางก้มมองของในมือตนเอง “...นาย...รู้ความหมายของวันไวท์เดย์ใช่มั้ย เจ้ามาริโม”

“เออ ก็ให้ของตอบแทนที่ได้รับช็อกโกแลตไง แล้วก็คำถามในการ์ดนั่นน่ะ...ชั้นตกลง”

 

 

.

.

.

 

“ทุกคน..อาหารว่างเสร็จแล้วนะ” ซันจิตะโกนบอกพวกพ้อง ขณะที่บนหัวและแขนทั้งสองข้างนั้นเต็มไปด้วยจานไดฟุกุสีสดใส

“ขอบใจนะ ซันจิ เดี๋ยวฉันหยิบไปเผื่อลูฟี่แล้วก็ช็อปเปอร์เอง” อุซปเอ่ย พร้อมกับหยิบจานขนมไปเผื่ออีกสองจาน

“นามิซัง โรบินจัง ขนมได้แล้วครับ” ต่อมาคือจานขนมของสองสาวบนเรือ กุ๊กหนุ่มจึงเดินขึ้นไปหายังสวนเล็กๆที่อยู่กลางไร่ส้มขนาดย่อมบนเรือ  

“ซันจิคุง วันนี้ดูอารมณ์ดีจังเลยนะ” ต้นหนเรือเอ่ยทัก เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนหน้าของกุ๊กหนุ่ม

“สงสัยว่าฝ่ายนู้นคงจะตอบตกลงแล้วสินะ” นักโบราณคดีสาวรีบสันนิษฐานทันที

“เพราะคำแนะนำจากนามิซัง โรบินจังแหละครับ ไม่งั้นจนถึงตอนนี้หมอนั่นคงยังไม่รู้ความรู้สึกของผม”

“เธอมีความสุขก็ดีแล้วล่ะนะ”

“จานใบสุดท้ายนั่นของแฟนเธอสินะ รีบเอาไปให้เขาซะสิ” โรบินเอ่ยแซว

“พูดว่าแฟนแบบนี้ ผมยังคิดว่ามันเหลือเชื่ออยู่เลยนะครับเนี่ย” ซันจิเกาคอแก้เขิน ก่อนจะยิ้มแก้มปริเอ่ยลาสองสาวเพื่อไปหาใครอีกคน

.

.

.

“...หลับอีกแล้ว เจ้ามาริโม” ร่างบางพูดกับตัวเอง พลางทิ้งตัวลงนอนข้างๆโซโลที่กำลังงีบอยู่บนหอสังเกตการณ์ ดวงตากลมจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างพินิจอีกครั้ง ...ไม่น่าเชื่อว่าคนตรงหน้าเขาจะตอบตกลง ทั้งๆที่ปกติเราก็ทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่คิดเลยว่าหมอนี่จะไม่ถือสาและยอมตกลงคบกับเขาจนได้ ซันจิเขยิบตัวเข้าใกล้ร่างสูง ก่อนจะยกหัวขึ้นทับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของคนข้างๆจนผลอยหลับไปเช่นเดียวกัน

.

.

.

พลั่ก!’

“โอ้ย! ...แกทำบ้าอะไรเนี่ย เจ้าหัวสาหร่าย!” ซันจิสบถขึ้นทันที เมื่อตนถูกปลุกจากฝันหวานด้วยการถีบจากใครบางคนที่เขาพึ่งจะเอาเป็นหมอน

“แล้วแกจะมานอนทับฉันทำไมละฟะ!?

“แล้วทำไมถึงนอนทับไม่ได้เล่า!?” คนถูกถีบยังคงเถียงต่อ มือข้างหนึ่งก็ลูบหัวป้อยๆเพราะรู้สึกเจ็บอยู่หน่อยๆ

“หา? ก็แล้วแกจะมานอนทับฉันทำไมล่ะ!?

“โอ้ย! คุยกันไม่รู้เรื่องพอดีถ้าแกตอบเป็นคำถามแบบนี้ ...ฉันไม่อยากทะเลาะด้วย ไปเตรียมอาหารเย็นก่อนล่ะ” ซันจิตัดจบปัญหาด้วยการไม่เถียงกลับ พลางกระทืบเท้าออกไปเพราะอารมณ์เสียที่ถูกถีบ ...ถ้าเป็นเมื่อก่อนละก็ คงได้เข้าไปซัดกันแล้วแน่ๆ กะอีแค่เอาหัวหนุนนิดๆหน่อยๆทำไมจะทำไม่ได้ฟะ!? …หรือเจ้ามาริโมมันจะเขิน? …ไม่ม้างงง?

.

.

.

“นี่ๆ บนเรือเรามีคู่รักคู่ใหม่แล้วน้า” นามิแกล้งพูดขึ้นมาลอยๆขณะที่ทุกคนกำลังอยู่พร้อมหน้าบนโต๊ะเพื่อทานอาหารเย็น แต่แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนอยากรู้ต่างหาก

“นะ..นามิซัง” ซันจิที่กำลังผัดข้าวอยู่ก็หันมาหานามิด้วยความแปลกใจ ...ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปิดบังเรื่องคบกันอยู่หรอกนะ แต่เขาอยากให้โซโลเป็นฝ่ายบอกทุกคนมากกว่า

“จริงเหรอ!!? ใครกันๆ!” ช็อปเปอร์ตะโกนขึ้นมากลางโต๊ะพร้อมส่งสายตาวิ้งๆด้วยความอยากรุ้อยากเห็น

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนะ” ตามด้วยอุซป

“นี่มันซุปเปร้อออออ!ข่าวดีจริงๆ” และแฟรงกี้ที่อยู่ๆก็หยิบพลุขนาดจิ๋วขึ้นมาจุดกลางโต๊ะอาหาร ...นี่พกติดตัวเอาไว้รึไงเนี่ย?

“อี่อันอุดออดไอเอยยย”

“นายพูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่องเลย ลูฟี่!

“พวกเขาอยากรู้กันจะตายอยู่แล้วนะ คุณต้นหน” โรบินหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นว่าคำพูด(ที่แกล้ง)ลอยๆของนามิได้ผล

“ก็น้า...เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา พ่อหนุ่มเสน่ห์แรงของเราได้รับช็อกโกแลตมากล่องนึง พร้อมกับการ์ดคำถามว่า คบกับฉันได้มั้ย?

“ทำไมถึงรู้ดีจังฟะ ยัยนามิ” โซโลหันมาจ้องเขม็ง แต่ต้นหนสาวก็ไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไรสักนิด เธอกลับรู้สึกสนุกมากกว่า

“นายร้อนตัวแบบนี้ สงสัยพ่อหนุ่มเสน่ห์แรงคนนั้นจะใช่นายแหงๆเลย” อุซปช่วยเสริม ทำเอาทั้งวงหันไปจ้องร่างสูงเป็นตาเดียว

“....”

“ถ้างั้นฉันเล่าต่อละนะ ...และในวันนี้เอง ที่เจ้าหนุ่มผมเขียว เอ้ย พ่อหนุ่มเสน่ห์แรงคนนั้นก็ได้ตอบตกลงข้อความในการ์ดนั้นเป็นที่เรียบร้อย!

“แล้วใครเป็นคนส่งช็อกโกแลตให้โซโลอ่ะ?” ช็อปเปอร์ถามต่อ

“เรื่องนี้ฉันว่า คนๆนั้น คงอยากให้โซโลเป็นคนพูดมากกว่านะ” โรบินว่าเสียงเรียบ ก่อนจะชำเลืองไปทางกุ๊กหนุ่มเล็กน้อยโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ...ก็นะ หน้าคุณเธอเขาก็ยิ้มตลอดเวลาอยู่แล้ว

“ใครอ่ะ โซโลๆ” ได้ยินดังนั้น คุณหมอจึงหันไปเขย่าแขนโซโลด้วยความสนอกสนใจ

“รีบๆพูดมาเซ่ นายเป็นลูกผู้ชายไม่ใช่รึไง ซุปเปร้ออออ”

“เฮ้อ จำเอาไว้เลยนะ ยัยนามิ” โซโลที่นั่งกอดอกอยู่ก็หันไปคาดโทษนามิเป็นครั้งที่สอง

“ถ้านายพูดภายในสิบวินี้ละก็ ฉันจะลดดอกเบี้ยให้นายหนึ่งเปอร์เซ็น”

“เหอะ พูดเหมือนลดเยอะมากนะ ยัยปีศาจ”

“โฮะๆๆ”

“...เมื่อเดือนที่แล้วฉันได้ช็อกโกแลตมาจริงๆ และวันนี้ฉันก็ตอบตกลงเขาไปแล้ว คนๆนั้นก็คือ...”

“คือออออ......???

“...ลูฟี่”

“เอ๊ะ!?” มีด้วยกันอยู่ 4 คนที่ร้องออกมาด้วยความตกใจ ...ลูฟี่??

“ไม่คิดว่าคนแบบนายจะหวานขนาดนี้นะเนี่ย ลูฟี่!

“ในการ์ดนายเขียนว่าอะไรมั่งอ่ะ ลูฟี่”

“กัปตัน นายนี่ซุปเปร้อออจริงๆเลย!

“....ลูฟี่...งั้นเหรอ” ท่ามกลางเสียงเอ่ยแซวและกัปตันที่ทำหน้างงๆ มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ตลกด้วยเป็นที่สุด มือกร้านจากการจับกระทะยกขึ้นเทกับข้าวทั้งหมดที่พึ่งทำเสร็จลงจานเสิร์ฟเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินเอื่อยออกไปจากครัว ทิ้งให้ทุกคนสงสัยอยู่เพียงไม่กี่นาที

 

“นายจะบ้ารึไงฮะ โซโล!!” นามิตะโกนใส่ พร้อมกับโขกหัวเขียวๆนั่นสุดแรงจนปูดโนเห็นได้ชัด

“หา?

“คนที่ส่งช็อกโกแลตให้นายคือ ซันจิคุง ต่างหากเล่า!!

“....เอ๋!!!!!????” ตกใจอยู่เพียงไม่นาน ทุกคนบนโต๊ะก็พร้อมกันตะโกนขึ้นมาเสียงหลง

“แล้วทำไมโซโลถึงพูดว่าเป็นลูฟี่ล่ะ!?

“คนที่ส่งช็อกโกแลตคือเจ้ากุ๊กจริงๆ แต่คนที่เป็นเจ้าของการ์ดนั่นคือลูฟี่ไม่ใช่เหรอ?” โซโลเองก็ตกใจ รีบหันไปถามกัปตันข้างตัว

“ฉันไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” ลูฟี่รีบตอบกลับ พร้อมสะบัดมือไปมาเชิงปฏิเสธ

“...เป็นไปไม่ได้ เจ้ากุ๊กนั่นจะมาชอบฉันได้ยังไง”

“มันเป็นไปแล้วย่ะ! ในการ์ดก็เขียนชัดเจนนะว่า SANJI ทำไมนายถึงคิดว่าเป็นลูฟี่ไปได้ยะ!!

“.....” เมื่อได้ยินดังนั้น มือหนาจึงรีบหยิบการ์ดใบนั้นออกมาดูอีกครั้ง ...ไม่มีคำว่า SANJI จริงๆ “มันมีแค่ตัว L ตัวเดียวนี่”

“เอามาดูหน่อย!” นามิคว้าหมับจากมือร่างสูง ก่อนจะหันไปเขกมือเขียวๆอีกรอบนึงสุดแรงเกิด!

“โอ้ย ทำบ้าอะไรของเธออีก!

“โอ้ยยยย นายนี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าตัวเองฉีกการ์ดหายไปส่วนนึงน่ะ! น่าจะสังเกตหน่อยนะว่าตรงมุมการ์ดน่ะมันแหว่งไปตั้งขนาดนี้!

“หะ? ฉันก็นึกว่ามันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”

“นายนี่มันบื้อจริงๆ!” นามิว่าเสียงหลง “ตรงมุมนี้น่ะ ซันจิคุงเขาเขียนว่า LOVE ZORO …SANJI ต่างหากเล่า!!

“...เรื่องจริงเหรอเนี่ย..” โซโลนิ่งเงียบ ไม่ต่างจากลูกเรือคนอื่นที่นั่งฟังเหตุการณ์ ...เจ้าหมอนี่มันบื้อจริงๆ เมื่อเห็นหน้าตาสำนึกผิดได้บ้างของโซโล นามิจึงยอมนั่งลงและข่มอารมณ์ของตนเองเอาไว้

“ยังไม่รีบไปง้ออีกรึไงยะ!

“....ขอบใจ นามิ” ดูเหมือนเจ้าหัวเขียวจะคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกพรวดออกไปอย่างรีบร้อน

“เฮ้อ ฉันนึกว่าจะแฮปปี้เอนดิ้งแล้วซะอีก”

“ฉันล่ะตกใจหมดเลย” ทันทีที่เรื่องทั้งหมดได้ข้อสรุป ลูฟี่ก็เป็นคนเปิดฉากกินข้าวเย็นต่อทันที...

.

.

.

“...เพราะแบบนั้น เมื่อตอนกลางวันนายถึงได้ถีบฉันออกสินะ”

“คิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้ ...น่าสมเพชชะมัด”

“ไอ้บ้าหัวเขียว...”

 

ก๊อก ก๊อก..

 

“เฮ้ เจ้ากุ๊ก แกอยู่ในนั้นใช่รึเปล่า”

“....” ...แกจะมาทำไม เจ้ามาริโม

“เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ”

“....” ...จะมาเยาะเย้ยฉันรึไง

“...ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะพังประตูเข้าไปละนะ”

“มีอะไร ไอ้หัวสาหร่าย” ในที่สุดซันจิก็ตอบกลับโซโล แต่ทว่าประตูก็ยังไม่ถูกเปิดออก

“...ฉันจะมาขอโทษแก ที่เข้าใจผิดนึกว่าลูฟี่เป็นคนเขียนการ์ดนั่น”

“ถ้าจะมาเพราะเรื่องนี้ล่ะก็ ฉันไม่ว่าอะไรแกหรอก” ...แกตัดสินใจไปแล้วนี่ ว่าคนที่จะคบก็คือลูฟี่น่ะ

“...แกชอบฉันใช่มั้ย?” เสียงจากข้างนอกเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยคำถามออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงที่ซันจิไม่เคยได้ยินมาก่อน

“รู้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อแกคิดจะคบกับลูฟี่ไปแล้ว”

“นั่นเพราะฉันเข้าใจผิด”

“เข้าใจผิดถึงขนาดคบกันได้เนี่ยนะ นายเอาอะไรมาพูดกัน” เสียงร่างบางอ่อนลงเรื่อยๆ เมื่อได้ยินเสียงอ่อนโยนจากอีกฟากของประตู น้ำเสียงที่เหมือนกำลังเป็นห่วงเค้าอยู่ ...ทำไมถึงใช้เสียงแบบนี้กับฉันล่ะ ทำไมต้องมาสนใจกันด้วย ปล่อยฉันอยู่คนเดียวก็จบเรื่องไปแล้วแท้ๆ

“...นั่นเพราะนายเป็นคนเอาช็อกโกแลตให้ฉันต่างหาก”

“.....”

“ฉันนึกว่าลูฟี่ฝากให้นายเอาช็อกโกแลตมาให้ฉัน ถ้านายเอาช็อกโกแลตของคนอื่นมาให้ฉันจริงๆล่ะก็ นั่นคงหมายความว่า...นายไม่ได้คิดอะไรกับฉัน”

“...นายหมายความว่ายังไง” เมื่อได้ยินคำพูดจากคนที่เขาชอบ ร่างบางจึงยอมเปิดประตูออกมาเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ คำพูดที่นายบอกฉันเมื่อกี้มันแปลว่าอะไรกันแน่ ...อธิบายมาสิ ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว

“ในการ์ดนั่นถามฉันว่า คบกันได้มั้ย? ถ้าหากนายรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ยังเอาช็อกโกแลตนั่นมาให้ฉันอีกล่ะก็ คงแปลว่านายไม่ได้คิดอะไรกับฉันและยอมให้ฉันคบกับคนๆนั้นแน่ ฉันรู้สึกเหมือนกับถูกนายผลักไสให้ไปคบกับคนอื่น ...เพราะแบบนั้นฉันถึงได้ยอมตกลง ฉันกะว่าจะไปบอกตกลงกับลูฟี่ด้วยตนเอง แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ...ฉันแสร้งทำเป็นหลอกตัวเอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปตอบตกลงกับนาย ราวกับว่านายเป็นคนถามคำถามนั้น” โซโลอ่านความหมายในตาของซันจิออก พลางเอื้อมมือคว้าแขนคนตรงหน้าเอาไว้แล้วค่อยพูด กลัวว่าร่างบางตรงหน้านี้จะหนีหายไปไหนอีก

“ฉันขอโทษจริงๆที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นท่าทีของนายที่มีต่อฉันตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่นายรอคอยคำตอบ ฉันเอาแต่คิดย้อนไปย้อนมาถึงคำถามนั่น เฝ้าถามตัวเองว่าควรจะตัดใจและหันไปคบกับลูฟี่ดีกว่ารึเปล่า เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาทั้งแกกับฉันก็ไม่เคยพูดดีใส่กัน ตอนที่ให้ของขวัญก็ยังปาใส่หัวฉันอีก แต่ตอนนี้...ในที่สุดฉันก็เข้าใจทุกอย่าง เจ้ากุ๊ก แกจะให้โอกาสฉันได้รึเปล่า? ...คบกับฉันได้มั้ย?

“อื้อ”

“นายมีความสุขรึเปล่า เจ้ากุ๊ก” ร่างสูงยิ้มบาง พลางยกมือขึ้นลูบแก้มบางอย่างถะนุถนอม

“อืม” ซันจิพยักหน้า

“แล้วจะร้องไห้ทำไมกันล่ะ?

“..ฮึก...มันเป็นความผิดของแกนั่นแหละ” ซันจิยกมือขึ้นทุบอกหนาเบาๆเชิงตำหนิ แต่สิ่งที่โซโลรู้สึกกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันด้วยนะ ซันจิ”

“...โซโล” และแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดก็ถูกคลี่คลาย ทั้งสองโอบกอดกันอยู่เนิ่นนาน รอให้น้ำตาที่ไหลอยู่นี้แห้งหายไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ในที่สุด เรือซันนี่ของพวกเราก็มีคู่รักคู่กัดกำเนิดขึ้นมาแล้ว :)

 

 

 

เรื่องเก่ายังไม่จบ วันช็อตมาแล้วจ้า  (-__-)"

 

ผลงานอื่นๆ ของ dekdojin

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 16:14
    โอ๊ยยยยยย มีภาคพิเศษไหมค่ะ ๕๕๕๕๕ ชอบอ้ะ โซโลนี้มันโซโลจริงๆเลย
    #3
    0
  2. วันที่ 7 เมษายน 2558 / 14:07
    แอดคร้าาาาา!!! หายไปนานกลับมาซักที!!! ฮื่อออ~
    #2
    0
  3. #1 อม(ยิ้ม)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 13:29
    น่ารัก มุ้งมิ้งที่สุด



    ชอบมากเลยค่ะ



    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ
    #1
    0