นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Shortfic : Kimetsu no Yaiba] Perfect (Zenitsu x Nezuko)

แอบรักมาเป็นปี แล้วเมื่อไหร่เสาหลักอัสนีคนนี้จะขอเธอแต่งงานสักทีนะ...

ยอดวิวรวม

1,197

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


1,197

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


39
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ธ.ค. 62 / 17:25 น.
นิยาย [Shortfic : Kimetsu no Yaiba] Perfect (Zenitsu x Nezuko)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีค่านักอ่านทุกคนน~

หากใครกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ไรต์ขอขอบคุณมากๆๆ เลยนะคะ!

เพราะนั่นหมายความว่าพวกเรากำลังลงเรือเดียวกันยังไงล่ะ~!


 


เย้!!! ยินดีต้อนรับรีดเดอร์เข้าสู่ฟิคสั้นคู่น้องเซนกับน้องเนของไรต์ค่า~

ส่วนตัวแล้วชอบคู่นี้มากแบบมากๆ เลยค่ะ เพราะเป็นคู่แรกที่ไรต์ชิปในคิเมทสึเลย

อย่างแรกเลยเพราะคู่นี้นี่เรียกได้ว่า Pure Love มากๆ เลยค่ะ

การที่น้องเซนชอบน้องเนเนี่ย พอลองมาคิดดูดีๆ แล้ว รู้สึกว่าเจ้าตัวเขาแทบไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ ขอแค่ให้ได้ชอบ ให้ได้เจอ ได้ให้ดอกไม้ก็พอ >_<

มันเป็นความรักที่มุ้งมิ้งเด็กน้อยมากๆ เรย ฮือลูกของแม่ 5555+

 

เอาล่ะ โอเคหวีดมาเยอะแล้ว

เนื้อเรื่องในฟิคสั้นนี้อยู่ในช่วงที่น้องเซนได้ขึ้นเป็นเสาหลักอัสนีเช่นเดียวกับคนอื่นๆ แล้วนะคะ

และอุปสรรคทุกอย่างในเรื่องนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ก็คือใจของน้องเซนเองค่ะ

 

เอาเลยๆ!!! ต่อจากนี้ขอให้อ่านฟิคสั้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนานนะคะ

มีอะไรอยากคอมเม้นก็พิมพ์ไปโลดเลยนะคะ ไรต์อยากอ่าน กร๊าก~


ชุดนอนสีหวาน

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ธ.ค. 62 / 17:25


TB


Kimetsu no Yaiba Fanfiction : Zenitsu × Nezuko

‘Perfect

 

 

          “หา! อะไรกัน จะไปวันนี้ ตอนนี้งั้นเหรอ!!

          เสียงที่คุ้นหูทุกคนในคฤหาสน์ผีเสื้อดังโพล่งขึ้นมาเหมือนทุกวัน เรียกได้ว่าหากวันไหนขาดเสียงดังโหวกเหวกนี้ไป คฤหาสน์ผีเสื้อแห่งนี้ก็คงเงียบเหงาเป็นแน่แท้ กระนั้นมันก็อาจทำลายบรรยากาศแสนสงบและอาจทำให้นกกาทั้งหลายรำคาญได้เช่นกัน เด็กหนุ่มเจ้าของต่างหูใบไพ่ตระหนักได้ถึงผลเสียเหล่านั้น ก่อนจะยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญญาณเตือนให้เพื่อนของตนเบาเสียงลง

เซนอิทสึ เบาเสียงลงหน่อย ถ้าคุณอาโออิโกรธขึ้นมาจะเป็นเรื่องนะ อีกอย่างฉันก็แค่ไปเยี่ยมคุณอุโรโกะดาคิเท่านั้นเอง”

เท่านั้นเอง? นายพูดว่า เท่านั้นเอง เหรอทันจิโร่! ถ้าระหว่างที่นายไม่อยู่เกิดมีภารกิจขึ้นมาฉันจะทำยังไง!?”  เซนอิทสึไม่มีท่าทีจะเชื่อสัญญาณเตือนของทันจิโร่เลยแม้แต่น้อย กลับกันเขายิ่งเปล่งเสียงให้ดังลั่นสวนหน้าคฤหาสน์ที่พวกเขายืนสนทนากันอยู่กว่าเดิมเสียอีก

ทันจิโร่เผยสีหน้าฉงนในคำพูดของคนตรงหน้าพลางตอบอย่างตรงไปตรงมา  “ถ้าเกิดมีภารกิจนายก็ออกไปทำไง”

“หา! นายนี่มันไม่เข้าใจอะไรเลยรึไง!!

“นายเป็นเสาหลักอัสนีนะ ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย”  ทันจิโร่กล่าวพลางเผยรอยยิ้มจริงใจออกมา

          คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักอัสนีแห่งหน่วยพิฆาตอสูรแทบจะทึ้งศีรษะตัวเองตายอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยพิฆาตอสูรมานานจนกระทั่งได้ขึ้นเป็นเสาหลักอัสนี แถมตอนนี้ก็ยังเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วด้วยนั้น แต่ความขลาดที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาก็ยังคงอยู่

          “อีกเรื่องก็คือ  ทันจิโร่เอ่ยต่อ  ฉันจะพาคานาโอะไปด้วยนะ อยากจะให้เธอได้รู้จักกับคุณอุโรโกะดาคิ แล้วก็ออกไปพักผ่อนสักหน่อยน่ะ”

          สิ้นเสียงของทันจิโร่ อดีตผู้สืบทอดของเสาหลักแมลงก็เดินมาหาพวกเขาทั้งคู่ราวกับวางบทเอาไว้ ในมือของคานาโอะมีสัมภาระเล็กน้อย ทันจิโร่เห็นดังนั้นจึงอาสารับมาถือแทนตามนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นของเจ้าตัว

          “นายล้อฉันเล่นใช่ไหม”  น้ำเสียงอิดโรยถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ

          เซนอิทสึไม่ชอบการออกไปทำภารกิจล่าอสูรคนเดียว ยิ่งหลังจากนี้เสาหลักตะวันกับเสาหลักบุปผาจะไม่อยู่สักสองสามวันประกอบกับเสาหลักสัตว์ป่าที่ออกไปทำภารกิจตั้งแต่เมื่อวาน เขาก็ยิ่งภาวนาอย่างแรงกล้าว่าขออย่าให้ช่วงเวลาระหว่างนี้มีภารกิจล่าอสูรเข้ามาเลย

          “พี่ คานาโอะจังจะไปแล้วเหรอคะ”

เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับร่างบางในชุดกิโมโนสีชมพูตัวเก่งคาดผ้าโอบิลายตารางหมากรุกเดินออกมาจากมุมหนึ่งของคฤหาสน์ เธอหยุดยืนเคียงข้างเสาหลักอัสนี ดวงตาที่สดใสยังคงทอประกายแสงเสมอมาตั้งแต่ที่ยังเป็นอสูรจนกระทั่งกลับเป็นมนุษย์

          “อื้ม! พี่กับคานาโอะไปสักสองสามวันแล้วจะรีบกลับมานะ”  ทันจิโร่ยิ้มกว้าง

          “ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

          “เอาเป็นว่า พวกฉันไปก่อนนะเซนอิทสึ ฝากดูแลที่นี่ด้วยล่ะ”  ทันจิโร่หันมาสนทนากับเพื่อนของตนด้วยน้ำเสียงเริงร่าและก็ยังมิวายทิ้งท้ายเอาไว้  ฝากดูแลเนซึโกะระหว่างที่ฉันไม่อยู่ด้วยนะ”

          “เอ๊ะอืม”

          เมื่อได้ยินเสียงตอบรับแล้ว เสาหลักตะวันก็จบบทสนทนาไว้ตรงนั้นก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์ไปกับเสาหลักบุปผา ปล่อยหนุ่มสาวทั้งสองไว้ในสวนตามลำพัง

          ช่วงหลังตั้งแต่ก่อนที่เนซึโกะจะกลับมาเป็นมนุษย์ ทันจิโร่ก็มีท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่หวงน้องสาวตนเช่นเมื่อก่อน และก็ดูท่าทางไว้ใจที่จะให้เซนอิทสึดูแลเนซึโกะในระหว่างที่เขาไม่อยู่ แน่นอนว่าเซนอิทสึรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้แต่ก็ยังแคลงใจไม่หายว่าเป็นเพราะเหตุใดทันจิโร่ถึงได้โอนอ่อนผิดจากเมื่อก่อนสิ้นเชิง ทว่ามันก็ทำให้เขาดีใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

          หนุ่มสาวทั้งสองเงียบ ยังไม่มีใครเปิดบทสนทนาใดขึ้นมา เนซึโกะก้มมองนิ้วมือตนเองพยายามคิดหาเรื่องในหัวเพื่อเปิดสนทนากับคนข้างๆ เต็มที่ แต่มิทันไรเสียงนุ่มทุ้มของคนข้างกายก็เอ่ยเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน

          “เนซึโกะจัง ทำไมถึงไม่ไปกับทันจิโร่เหรอ?”

          หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กสาวกระตุกวูบ ทั้งดีใจทั้งประหม่าที่จะได้พูดคุยกับคนข้างกาย ดวงตากลมโตช้อนสบนัยน์ตาที่อ่อนโยนของเสาหลักอัสนี ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็เผยรอยยิ้มบางรอฟังคำตอบจากเด็กสาวไปด้วย

          “เพราะว่านักล่าอสูรที่เพิ่งบาดเจ็บจากภารกิจครั้งล่าสุดมีเยอะก็เลยอยากช่วยอาโออิจังดูแลพวกเขาที่นี่ค่ะ”

          “เนซึโกะจังใจดีจังเลย เหนื่อยรึเปล่า?”

          “ไม่เลยค่ะ อีกอย่างพวกเขาต่างหากที่เหนื่อย เพราะงั้นก็เลยอยากดูแลรักษาพวกเขาให้เต็มที่”

          “งั้นเหรอ ถ้าพวกเขาได้ยินเนซึโกะจังพูดแบบนี้คงจะต้องมีกำลังใจสู้ต่อไปแน่ๆ เลย”

          เนซึโกะได้ยินดังนั้นก็อดเผยรอยยิ้มน่ารักตามแบบฉบับของเธอออกมาไม่ได้ สำหรับเซนอิทสึแล้วทุกครั้งที่ได้คุยกับเนซึโกะ ความสุขเล็กๆ ในใจของเขาจะผลิบานดังเช่นดอกไม้ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเสมอ ร่างสูงละสายตาจากความสดใสตรงหน้าพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยชักชวน

          “เนซึโกะจัง เราออกไปเดินเล่นกันหน่อยไหม?”

          ร่างบางยิ้มรับ  “ค่ะ”

 


          นอกจากความสวยงามของต้นไม้กับกลิ่นหอมของดอกฟูจิระหว่างทาง ก็มีเสียงนุ่มละมุนหูที่ลอยไปตามสายลมของคนสองคนนี่แหละที่ทำให้บรรยากาศในฤดูใบไม้ผลิงดงามและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิมเซนอิทสึชวนเนซึโกะพูดคุยเรื่องราวต่างๆ สารพัด ขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ฟังที่ดีที่ตั้งใจฟังเรื่องราวมากมายจากเธอเช่นกัน เนซึโกะเหลือบมองดวงตาสีน้ำตาลประกายทองแสนอ่อนโยนของคนตัวสูงน้อยๆ ก่อนจะหลบสายตาเกือบจะทันทีราวกับว่ากำลังซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้

          “จนถึงตอนนี้เนซึโกะจังยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ยังเป็นอสูรได้อยู่ไหม?”

          เนซึโกะกะพริบช้าๆ เธอยิ้มขณะที่ในหัวก็ประมวลภาพเหตุการณ์สำคัญๆ ที่ยังคงตราตรึงใจไม่มีวันลืม

          “จำได้สิคะ จำได้ทุกอย่าง  ร่างบางสบนัยน์ตาคนข้างกายพลางกล่าวต่อ  แม้กระทั่งครั้งแรกที่ได้เจอคุณ”

          พอได้ยินแบบนั้นเสาหลักอัสนีก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะอย่างกระดากอายออกมาแทน  “ฮะๆๆ~ ตอนนั้นผมทำบ้าอะไรไปก็ไม่รู้ ทั้งเอะอะโวยวายแถมยังวิ่งไล่จับเนซึโกะจังอีก นั่นมันแย่สุดๆ เลย ตอนนั้นกลัวผมรึเปล่า?”

          เนซึโกะขำคิกคักกับตนเองเมื่อได้ยินร่างสูงถามด้วยใบหน้าละเหี่ยใจ  “ก็แอบกลัวนะคะ ทั้งกลัวทั้งตกใจ”

          “หา! ทั้งกลัวทั้งตกใจเลยเหรอ! ผมขอโทษนะเนซึโกะจัง”  เซนอิทสึทำสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ เด็กสาวเห็นดังนั้นก็ยิ่งอดหัวเราะไม่ได้

          “แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่กลัวนะคะ”

          “เอ๊ะ

          “ไม่กลัวอีกแล้ว”

เนซึโกะย้ำ แววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจส่งไปถึงหัวใจของอีกฝ่าย ทำเอาใบหน้าของเซนอิทสึร้อนผ่าวขึ้นมาจนแม้แต่จุนทาโร่นกกระจอกของเขาที่บินรอบๆ ทั้งสองคนมาสักพักหนึ่งแล้วยังสังเกตได้

“อ..อ่าใช่! ผมเกือบลืมไปเลยแฮะ  เสาหลักอัสนีเปล่งเสียงตะกุกกักเล็กน้อยพลางเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อปิดบังความขวยเขินเอาไว้  ผมเพิ่งไปเจอทุ่งดอกไม้ที่อยู่บนเนินเขาไม่ไกลมากด้านหลังคฤหาสน์มา ที่นั่นสวยมากเลยนะ ไม่เหมือนกับที่อื่นที่ผมเคยพาเนซึโกะจังไปเลยยังไงไว้ผมจะพาไปนะ”

เนซึโกะอมยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น  “ฉันจะรอนะคะ”

หนุ่มสาวทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาเรื่อยๆ จนถึงพุ่มไม้ดอกพุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากเหล่าต้นฟูจิ ลมโชยเบาๆ พัดกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์และกลีบดอกไม้ให้ร่วงโรย บรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบไม่มีใครนอกจากเขากับเธอทำให้เสาหลักอัสนีกังวลอยู่นิดๆ กังวลว่าเสียงหัวใจของเขาจะส่งเสียงโครมครามเกินไปจนเด็กสาวข้างๆ อาจได้ยิน นัยน์ตาประกายทองจ้องมองเด็กสาวข้างกายไม่ว่ายามใด เธอก็ยังคงงดงามที่สุดสำหรับเขา

“ดอกไม้นี่ชื่ออะไรเหรอคะ?”  เสียงหวานเอ่ยถาม นิ้วก็ชี้ไปที่พุ่มไม้ดอกที่อยู่ข้างๆ

เซนอิทสึเปลี่ยนมาแลดูดอกไม้ตรงหน้า มันมีสีเหลืองทองแถมยังส่งกลิ่นหอมบริสุทธิ์ เด็กหนุ่มเงียบก่อนอย่างใช้ความคิด  “นั่นสินะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ”

ดวงตากลมโตของสาวเจ้าละสายตาจากดอกไม้สีสวยมายังร่างสูง เนซึโกะมองเส้นผมของเขาขณะเดียวกันนัยน์ตาคู่สวยก็สะท้อนภาพที่มองอยู่เอาไว้ด้วย เธอเผยรอยยิ้มบางพลางกล่าวกับอีกฝ่าย  “สีเหมือนผมของเซนอิทสึเลยนะคะ”

“เอ๊ะ? อย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ค่ะ สวยมากเลย”

ร่างสูงเบิกดวงตาน้อยๆ รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นจึงหรี่ดวงตาคู่เดิมลง มือหนาเอื้อมไปเด็ดดอกไม้ที่เธอบอกว่าสีเหมือนเส้นผมของเขาก่อนจะบรรจงทัดหูให้ร่างบางอย่างนุ่มนวล เนซึโกะเบิกดวงตากว้างพลางมองอีกฝ่ายค้างอยู่เช่นนั้น เซนอิทสึเผยรอยยิ้มแสนอ่อนโยนและเอ่ยด้วยเสียงละมุนหู

“สวยจริงๆ ด้วย”

บรรยากาศรอบข้างปกคลุมด้วยความเงียบหากไม่นับเสียงลมโชยเบาๆ ที่พัดไปมาตลอดเวลา ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานกระทั่งพรสวรรค์ในการได้ยินของเซนอิทสึเริ่มทำงาน เขาได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงที่ไม่ได้มาจากในตัวเขา เสียงที่คล้ายกับเสียงเต้นของหัวใจทว่ายังไม่ทันที่เสาหลักอัสนีจะเอ่ยอะไรออกไปก็มีใครบางคนเข้ามาแทรกเสียก่อน

“เฮ้ย~ ทำอะไรกันน่ะ?”  ผู้มาเยือนที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้นั้นถามเสียงเรียบ ทว่าทำเอาเซนอิทสึกับเนซึโกะสะดุ้งตกใจไปตามๆ กัน

“คุณอุซุย!  เสาหลักอัสนีร้อง

“ใช่ฉันเอง ตกใจอะไรกันพวกนาย”

“มาได้ยังไง? ตอนไหน? แล้วไอ้คำถามบ้าๆ นั่นมันอะไร!  เซนอิทสึลืมเรื่องเสียงที่ตนได้ยินเมื่อครู่ไปหมดสิ้นก่อนจะหันมาขู่ฟ่อๆ ใส่อดีตเสาหลักเสียง

“อ้าว! ก็เห็นยืนนิ่งๆ มองตากันอยู่นั่นแหละก็นึกว่าเป็นอะไร หรือว่าเล่นจ้องตากันอยู่?”

“ไม่ใช่โว้ย!  เด็กหนุ่มร้องลั่นอย่างต้องการกลบเกลื่อนความเขิน  ว่าแต่คุณเถอะ มาทำอะไรแถวนี้?”

“มาตรวจร่างกายที่คฤหาสน์ผีเสื้อไง”

“อ๊ะ! จริงด้วย!  เนซึโกะที่ยืนเงียบอยู่นานโพล่งขึ้นมา  ฉันเกือบลืมไปเลย งั้นพวกเรากลับไปที่คฤหาสน์กันเถอะค่ะ”

อุซุยมองดอกไม้สีสวยบนใบหูเนซึโกะสลับกับใบหน้าของเธอพร้อมกับกล่าวอย่างตรงไปตรงมา  “เฮ้! น่ารักดีนี่”

“เฮ้ย!  เสาหลักอัสนีร้องแทรก

“อะไรของนาย ถ้าผู้หญิงน่ารักฉันก็บอกว่าน่ารักสิ”  อุซุยบอกกับคนที่เริ่มทำหน้ายักษ์ขึ้นไปทุกทีก่อนจะหันมาสนใจเด็กสาวตรงหน้าแทน  นี่แม่หนูคามาโดะ เธอสนใจมาเป็นเมียคนที่สี่ของฉันไหม?”

“เฮ้ยๆๆ!! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณ!  เซนอิทสึส่งเสียงลั่นพร้อมกันนั้นจึงเดินเข้าไปขวางหน้าอดีตเสาหลักเสียง

“นายอีกแล้วเหรอ”  อุซุยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

“แล้วมันยังไง จู่ๆ เป็นบ้าอะไรขึ้นมา มีเมียตั้งสามคนอยู่แล้วก็ควรพอไหม!

อุซุยเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็นึกสนุกและจงใจแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงยียวนต่อ  “ก็แม่หนูคามาโดะน่ารักนี่นา”

“ไม่ให้โว้ย!

“เฮ้ๆ~ ฉันล้อเล่นไหมล่ะ จริงจังทำไม ยังไงฉันก็รักเมียทั้งสามของฉันที่สุดแบบไม่มีใครมาแทนที่ได้อยู่แล้ว ส่วนนายน่ะจะพูดอะไรก็ระวังนิดนึงนะ เห็นไหมว่าสาวเจ้าเขาเขินหมดแล้ว”

เซนอิทสึเหมือนเพิ่งได้สติว่าเมื่อครู่ตนเผลอแสดงอาการหึงหวงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแท้ๆเขาค่อยๆ หันชำเลืองมองเนซึโกะที่อยู่ด้านหลังก่อนจะพบว่าบนใบหน้านวลมีสีระเรื่อเล็กน้อย ก้อนเนื้อในอกกลับมาเต้นโครมครามอีกครั้งพร้อมกันนั้นเขาจึงหันกลับไปโวยวายใส่คนตรงหน้า  “เลิกพูดไร้สาระสักที จะไปไหมคฤหาสน์เนี่ย!

 


          ทั้งสามกลับมายังคฤหาสน์ผีเสื้อแล้ว อุซุยไปตรวจร่างกาย ส่วนเนซึโกะไปช่วยดูแลผู้ป่วยเหมือนเคย ฝ่ายเสาหลักอัสนีนั้นก็ไปนั่งเล่นตรงบริเวณทางเดินหลังตัวคฤหาสน์ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเป็นที่ประจำของคานาโอะทว่าตอนนี้เธอไม่อยู่เขาจึงไปนั่งเล่นนอนเล่นแถวนั้นแทน

          จิ๊บๆ~

          เสียงนกกระจอกที่คุ้นเคยดังเข้าไปในโสตประสาท เซนอิทสึหันไปทางต้นเสียงก็พบเจ้านกกระจอกตัวน้อยบินเข้ามาเกาะอยู่บนตักเขา

          “จุนทาโร่ นายหายไปไหนมา?”

          จิ๊บ~ จิ๊บๆๆ~

นกตัวน้อยส่งเสียงร้องพลางบินตีลังกาไปมาราวกับว่ากำลังพูดอะไรสักอย่างและดูเหมือนว่ามันจะมีความสุขมากด้วย

          “เอาเถอะ ฉันฟังนายไม่รู้เรื่องหรอก”  เซนอิทสึกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ

          “อยู่นี่นี่เอง”

เสาหลักอัสนีหันไปตามเสียงที่ลอยมาก็พบว่าเป็นอุซุย  “คุณตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้วเหรอ?”

“ใช่ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วแต่นึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับนายหน่อย”

“เรื่องอะไร?”

อดีตเสาหลักเสียงยังไม่ตอบคำถามทันที เขานั่งลงข้างเด็กหนุ่มก่อนจากนั้นจึงตอบคำถาม  “เรื่องแม่หนูคามาโดะ”

“หา! คุณยังไม่เลิกมีความคิดบ้าๆ นั่นอีกเหรอ!

“จะบ้ารึเปล่าไม่ใช่อย่างนั้น!”  อุซุยถอนหายใจ  “ฉันหมายถึงเรื่องนายกับแม่หนูคามาโดะต่างหาก”

เซนอิทสึชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น  “ท..ทำไม?”

“ยังไม่ได้ขอเธอแต่งงานอีกเหรอ?”

“หา! คุณจะบ้ารึไง!  เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง

“บ้าอะไร ถ้ารักกันก็แต่งงานกันสิ”

“ขืนทำแบบนั้นเนซึโกะจังได้เกลียดผมแย่เลยสิไม่ว่า”

“เกลียดทำไม?”  อุซุยขมวดคิ้วเล็กน้อยมองคนข้างๆ ด้วยความงุนงง

“ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าเนซึโกะจังคิดยังไงกับผม ขืนทำอะไรบุ่มบ่ามไปเนซึโกะจังต้องเกลียดผมแน่ๆ”

อุซุยกลอกตาพลางมองเสาหลักอัสนีด้วยใบหน้าละเหี่ยใจ  “นี่นายจะหูดีอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องมีสมองดีด้วย แค่นี้ก็ไม่รู้รึไงว่าเธอคิดยังไงกับนายน่ะหา!?”

…..

“เอาเถอะ ถึงสมองไม่ดีก็ไม่เป็นไรแต่นายไม่เคยสังเกตท่าทีของเธอเวลาที่อยู่กับนายกับเวลาที่เธออยู่กับคนอื่นเลยรึไง ขนาดฉันยังดูออกเลยและฉันก็เชื่อว่าแม้แต่จุนทาโร่ของนายก็คงจะดูออกด้วย ใช่ไหม?”  อุซุยหันไปถามนกกระจอกที่เกาะบนตักคนข้างๆ

จิ๊บๆๆ~

“หา? คุณฟังมันออกด้วยเหรอ?”  เซนอิทสึมองหน้าอุซุยสลับกับจุนทาโร่ไปมา

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ถ้ารักเธอก็ขอเธอแต่งงานซะสิ นายรักเธอตั้งแต่เธอยังเป็นอสูรเชียวนะ ถึงตอนนั้นนายจะชอบทำตัวบุ่มบ่ามเข้าไปถือวิสาสะจับมือเธอบ่อยๆ ก็เถอะ”

“ผ..ผมรู้แล้วน่า ไม่ต้องย้ำเรื่องแบบนั้นได้ไหม”  เด็กหนุ่มพึมพำ เมื่อโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วความคิดความอ่านหลายๆ อย่างของเซนอิทสึก็เปลี่ยนไป เขาเริ่มมารู้สึกได้ว่าการที่เขามักจะถือวิสาสะจับมือหรือวิ่งไล่เนซึโกะตลอดเวลานั่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเท่าไหร่ เพราะงั้นช่วงหลังที่ผ่านมานี้เขาจึงเลี่ยงที่จะแตะต้องตัวเธอให้มากที่สุด นอกจากนั้นก็ยังมีความสุขุมขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยความจริงแล้วการถือวิสาสะจับมือหรือวิ่งไล่เธออาจจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไรขนาดนั้น ทว่าตอนนี้เขากลับคิดว่าเขาอยากจะให้เกียรติเธอมากที่สุดทดแทนที่ก่อนหน้านี้อาจจะทำอะไรบุ่มบ่ามไปบ้างไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทันจิโร่ไม่หวงเนซึโกะเหมือนเมื่อก่อนก็ได้

“แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยทำท่าทีว่ารังเกียจนายเลยนะ แถมตอนนี้เธอก็คงรู้สึกไม่ต่างไปจากนายหรอก เพราะฉะนั้นทำตามที่เสียงหัวใจเรียกร้องซะ!”  อุซุยเน้นเสียงพร้อมกับตบหลังเด็กหนุ่ม เขายืนขึ้นก่อนจะบ่นทิ้งท้าย  “ฉันไปล่ะ นายเก็บไปพิจารณาเองก็แล้วกันนะ เฮ้อ~ พวกหนุ่มสาวนี่มันเข้าใจยากจริงๆ”  อดีตเสาหลักเสียงว่าจบก็เดินโบกมือจากไป ทิ้งเซนอิทสึไว้กับนกกระจอกของเขาตามลำพัง

เซนอิทสึมองไล่แผ่นหลังของอุซุยจนลับสายตาไป เขาหันกลับมามองสวนตรงหน้าที่ซึ่งหลังรั้วไปจะมองเห็นดอกฟูจิพัดไปมาตามสายลมขณะเดียวกันในหัวก็นึกถึงใบหน้าของเนซึโกะ ใบหน้าที่งดงามที่สุดสำหรับเขา มือหนาค่อยๆ ทาบลงบนอกข้างซ้ายของตน เขารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะราวกับว่ามันกำลังเรียกร้องให้เขาฟังเสียงของมันและทำตามสิ่งที่ปรารถนา รอยยิ้มซึ่งเปี่ยมไปด้วยความสุขเผยออกมา เขาตัดสินใจได้แล้ว

จิ๊บ~

เด็กหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ด้วยเสียงของจุนทาโร่ เขามองนกน้อยที่เกาะอยู่บนตักพร้อมกันนั้นจึงใช้นิ้วชี้ลูบมันอย่างเบามือ

“นายต้องให้กำลังใจฉันด้วยนะ”

ดวงตาดำสนิทคู่เล็กลุกวาวเป็นประกาย จุนทาโร่บินตีลังกาส่งเสียงร้องอย่างเริงร่า เห็นแบบนั้นแล้วเซนอิทสึก็อดขำเมื่อเห็นท่าทางของเจ้านกตัวน้อยไม่ได้

 


          ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกบ่งบอกเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว เสาหลักอัสนีตื่นแต่เช้าดังเช่นทุกวันทว่าวันนี้กลับแตกต่างออกไปเล็กน้อยเขาหยิบเสื้อฮาโอริสีเหลืองมาใส่ก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์ผีเสื้อไปโดยไม่ลืมที่จะนำดาบคู่กายติดตัวไปด้วย เขาไม่ได้บอกใครว่าจะไปไหน ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นนอกจากตัวเขาเองกับจุนทาโร่น้อย

          จิ๊บ~

          จุนทาโร่ส่งเสียงร้องพลางบินมาเกาะไหล่เด็กหนุ่ม

          “จะมาด้วยกันเหรอ?”  เซนอิทสึถามพลางเหลือบมองเจ้าตัวน้อยบนไหล่แม้ว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจคำตอบของมันก็ตาม

          จิ๊บๆๆ~

          เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ เขาตีความด้วยตัวเองเสร็จสรรพก่อนจะกล่าวกับนกกระจอก  “ขอบใจนะ”

 


          เสาหลักอัสนีเดินมาถึงบริเวณชุมชนแล้ว แม้จะยังเป็นเวลาเช้าอยู่แต่ก็เป็นเรื่องปกติของชาวบ้านในย่านนี้ที่มักจะตื่นแต่เช้ามาทำมาหากินจึงทำให้มีคนเดินพลุกพล่านอยู่พอสมควร

          เซนอิทสึเดินพลางมองซ้ายมองขวาหาร้านๆ หนึ่ง เพราะไม่ได้เดินเข้ามาในย่านชุมชนบ่อยๆ เขาจึงไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก และด้วยเหตุนั้นเขาจึงไม่ทันสังเกตเลยว่ามีหญิงสาวมากหน้าหลายตาหลากวัยกำลังรวมสายตาเปล่งประกายมาที่เขาอยู่ ทว่ามีเพียงจุนทาโร่เท่านั้นที่รู้สึกได้

          จิ๊บๆ~ จิ๊บๆๆ~

          “อะไรเหรอจุนทาโร่?”  เสาหลักอัสนีถามนกกระจอกบนไหล่ที่อยู่ๆ ก็ส่งเสียงออกมา จุนทาโร่เริ่มขยับปีกอีกครั้ง มันบินไปยังหน้าร้านๆ หนึ่งพลางบินวนไปมาตีลังกาอยู่อย่างนั้น เซนอิทสึเดินตามนกของตนไปและในที่สุดเขาก็พบร้านที่ตามหา  “ร้านเครื่องประดับนี่ ขอบใจมากนะ”

          จิ๊บ~!

          จุนทาโร่ร้องพลางพองขนอย่างพึงพอใจ

          เมื่อชายวัยผู้ใหญ่คนหนึ่งเห็นเซนอิทสึเดินเข้ามาในร้านแล้วก็เอ่ยต้อนรับลูกค้ารายแรกของวันทันที  “สวัสดีครับ มองหาเครื่องประดับชิ้นไหนอยู่เหรอครับ?”

          หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นเร็วด้วยความตื่นเต้น เขาเดินตรงไปหาชายที่ยืนหลังตู้กระจกซึ่งภายในมีเครื่องประดับมากมายจัดแสดงอยู่ก่อนจะตอบอย่างขัดๆ เขินๆ  “ว..แหวนครับ”

          “ฮ่าๆๆ~ จริงๆ แล้วเห็นท่าทีของคุณตั้งแต่ที่เข้ามาผมก็พอจะเดาได้แล้วล่ะนะ” 

          “เอ๊ะเอ่อ

          “แหวนสำหรับคนรักใช่ไหมครับ?”  คนขายเครื่องประดับถามอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาใบหน้าของเสาหลักอัสนีร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

          “ใช่ครับ”

          “ฮ่าๆ~ ไม่ต้องเขินไปหรอกครับ ถ้างั้นเชิญเลือกแหวนตรงนี้ได้เลยครับ”  พูดจบชายขายเครื่องประดับก็ผายมือไปทางตู้กระจกข้างๆ

          เซนอิทสึเดินไปยังตู้กระจกดังกล่าวพลางก้มมองแหวนที่แข่งกันส่องแสงระยิบระยับราวกับว่าพวกมันกำลังพยายามพิชิตใจเขาอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลประกายทองของเด็กหนุ่มสะท้อนแสงแวววาวเอาไว้ขณะกวาดสายตาไปเรื่อยๆ เพื่อมองหาแหวนที่สวยที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เขารักที่สุด

          “ไม่ทราบว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญคนรักรึเปล่าครับ?”

          เซนอิทสึเงยหน้า เปล่งเสียงหัวเราะน้อยๆ  “เปล่าครับ ผมแค่...จะขอเธอแต่งงานน่ะครับ”

          “ว้าว! ถ้าอย่างนั้นต้องตั้งใจเลือกเลยนะครับ ยังไงก็ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยละกันนะครับ”

          “เอ๊ะ..ขอบคุณครับ ฮะๆๆ~”  เสาหลักอัสนีขำแก้เขินพลางใช้มือลูบท้ายทอย จากนั้นเขาจึงกลับมาสนใจแหวนมากมายตรงหน้าอีกครั้ง

          เซนอิทสึกวาดสายตาอยู่สักพักจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับแหวนวงหนึ่ง แหวนลายดอกซากุระสีชมพูเขาจ้องมองแหวนวงนั้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกล่าวกับชายตรงหน้า

          “ผมขอดูวงนี้ได้ไหมครับ?”

          “แน่นอนครับ”  ชายขายเครื่องประดับรับคำพร้อมกันนั้นจึงหยิบแหวนวงดังกล่าวให้เสาหลักอัสนีรับไปพินิจพิจารณาเมื่อเซนอิทสึได้เห็นแหวนวงนี้ชัดๆ แล้ว ใบหน้าหวานๆ ของเนซึโกะก็ลอยขึ้นมาทันที ในความคิดของเขาสีชมพูกับดอกซากุระช่างเหมาะกับเนซึโกะเหลือเกิน เพราะเธอทั้งอ่อนหวานเหมือนสีชมพูทั้งงดงามเหมือนดอกซากุระรอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่ม ขณะที่หัวใจในอกซ้ายก็เริ่มกลับมาเต้นเร็วอีกครั้งอย่างต้องการให้เขาเชื่อในเสียงของมัน

          “ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณเห็นเงาของคนรักในแหวนวงไหน ผมว่าแหวนวงนั้นก็เหมาะกับคนรักของคุณที่สุดนะครับตอนที่ผมเลือกแหวนให้ภรรยาก็ใช้ความรู้สึกนี้ช่วยเหมือนกันครับ”  ชายขายเครื่องประดับแนะนำพลางยิ้มให้อีกฝ่าย

          “ขอบคุณนะครับ”  เซนอิทสึกล่าวเสียงนุ่ม  “ผมเลือกวงนี้ครับ”

 

          “เรียบร้อยแล้วครับ”  ชายขายเครื่องประดับเอ่ยพร้อมกับยื่นกล่องแหวนเล็กๆ ที่ทำจากไม้ให้  “คนรักของคุณจะต้องดีใจมากแน่ๆ เลยครับ หลังจากนี้ก็ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะครับ”  พูดจบชายวัยผู้ใหญ่ก็โค้งให้เช่นเดียวกันกับเสาหลักอัสนี ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะหันกลับไปทางประตูก็มีเสียงโหวกเหวกดังมาจากตรงนั้นเสียก่อน

          “เฮ้ย! เปิดร้านแต่เช้าเลยนี่หว่า งั้นก็ดีเลย! รีบจ่ายหนี้ที่พ่อแกไปก่อไว้ได้แล้ว!

          เซนอิทสึหันไปยังต้นเสียงก็พบชายสามคนยืนเก้งก้างอยู่หน้าประตู ชายทั้งสามไม่มีท่าทีจะสนใจเซนอิทสึเลยแม้แต่น้อยเพราะเป้าหมายของพวกเขามีเพียงชายขายเครื่องประดับคนเดียวเท่านั้น

          “อะไรกัน! ผมจ่ายหนี้ของพ่อให้พวกคุณไปหมดแล้วนี่!

          “หา? นี่แกไม่รู้รึไงว่าพ่อแกไปสร้างหนี้ก้อนใหม่ไว้อีกแล้วน่ะ”

          ชายขายเครื่องประดับชะงักลง เขากลืนน้ำลายก่อนจะขอร้องเสียงสั่น  “ผ..ผมยังไม่มีเงินให้ ผัดไปก่อนเถอะนะ”

“เปิดร้านขายเครื่องประดับทั้งที ราคาก็ไม่ได้ถูกๆ ก็น่าจะมีเงินให้พวกฉันสิ! หรือจะให้เครื่องประดับพวกนั้นแทนเงินกันล่ะ!

          “ไม่ได้นะ!

          “อ้าว! งั้นก็เอาเงินมา!”  ชายตรงกลางกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ทว่าคนที่ได้ชื่อเป็นเสาหลักอัสนีก็มาขวางหน้าเอาไว้ก่อน ดวงตาประกายทองหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคนใช้ความคิด เขารู้สึกคุ้นหน้าชายผู้นี้มากเหมือนกับเคยเจอที่ไหนมาก่อน  “อะไรเนี่ย!

          “คุณคนนี้เพิ่งจะรู้เรื่องหนี้ก็ตอนที่คุณเข้ามาบอกนี่แหละ ให้เวลาเขาหน่อยเถอะครับ”

          “หา! มันไม่เกี่ยวกับแกสักนิด”  เจ้าหนี้ชะงักลงเมื่อได้เห็นคนตรงหน้าชัดๆ เขาเงียบไปชั่วครู่จากนั้นจึงเปล่งเสียงหัวเราะออกมา  “เฮ้ๆๆ~ ฉันจำแกได้นะเจ้าหนู ถึงตอนนั้นแกจะผมสีดำก็เถอะ”

          “อย่างที่ผมพูดเมื่อกี้ ช่วยให้เวลาคุณคนนี้หน่อยนะครับ”  เซนอิทสึกล่าวเสียงเรียบ

          “ไม่ให้โว้ย! ไอ้คนที่เคยติดหนี้ฉันเพราะโดนผู้หญิงหลอกน่ะหุบปากไปซะ! หึ! ถึงมันจะนานมาแล้วแต่ฉันก็ไม่ลืมหรอกนะ ถ้าวันนั้นแกไม่ได้ตาแก่นั่นช่วยไว้ก็คงโดนกระทืบตายไปแล้ว!  เด็กหนุ่มพยายามควบคุมสติ คิดได้ว่าถ้ามีเรื่องขึ้นมาก็จะมีแต่เสียกับเสียเท่านั้น  “แต่ตอนนี้แกก็ดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วนี่ หน้าตาก็หล่อขึ้นสดใสขึ้น คงจะมีงานมีธุรกิจดีๆ ทำจนรวยล่ะสิ!

          “คนๆ นี้เป็นเสาหลักแห่งหน่วยพิฆาตอสูร แค่นี้ก็ดูไม่ออกรึไง!”  ชายขายเครื่องประดับตะโกนแทรก

          “หา? จริงจัง?”  เจ้าหนี้ถามด้วยสีหน้าตกตะลึงพลางมองเซนอิทสึตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอีกครั้ง  “ฮ่าๆๆ~ คนอย่างแกเนี่ยนะฆ่าอสูร แถมเป็นเสาหลักด้วย? ฮ่าๆๆ~ ฉันว่ากระจอกอย่างแกถ้าเป็นเสาหลักจริงๆ ก็คงเป็นได้แค่เสาหลักที่ฝีมือห่วยสุดนั่นแหละ มีแต่จะรอเวลาโดนอสูรจับกินก็เท่านั้น!  สิ้นเสียงเจ้าหนี้ ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ลั่นเสียงหัวเราะออกมาบ้าง

          แม้จะอยากระเบิดอารมณ์ออกมามากแค่ไหนแต่เด็กหนุ่มก็ยังคงสะกดกลั้นมันเอาไว้ เขาคิดว่าแค่ตัวเองรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่อย่างที่อีกฝ่ายพูดก็คงเพียงพอ อีกอย่างก่อนหน้านี้เขาก็เคยโดนดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ประจำ เพราะฉะนั้น..ไม่เป็นไรหรอก

          “เห็นไหม! ฉันพูดขนาดนี้มันยังไม่คิดจะโต้ตอบอะไรกลับมาเลย! ก็คนมันกระจอกนี่นะ จะทำอะไรได้ ฮ่าๆๆ~ เอ๊ะ”  เจ้าหนี้หยุดพูดกลางคันพลางชี้ไปที่กล่องไม้เล็กๆ ในมือเซนอิทสึ  “นั่นมันกล่องแหวนนี่! อย่าบอกนะว่าอย่างแกจะไปขอผู้หญิงแต่งงานน่ะหา!? ฮ่าๆๆ~!!

          “มันมีอะไรน่าขำกันหา!!”  อีกครั้งที่ชายขายเครื่องประดับตะโกนต่อว่าอีกฝ่าย

          “แกจริงจังรึเปล่า! กระจอกอย่างแกเนี่ยนะจะไปขอผู้หญิงแต่งงาน คนที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่งอย่างแกเนี่ยนะ!! นี่มันเรื่องตลกที่สุดที่ฉันเคยเจอเลยว่ะ!!

          มือหนาข้างที่ว่างอยู่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดทว่าเซนอิทสึยังคงนิ่งเงียบ มันไม่คุ้มเลยที่จะต้องมาเลือดตกยางออกให้กับมนุษย์ด้วยกัน แค่กับอสูรก็มากพอแล้ว

          “ฉันถามจริงเถอะนะ แกมั่นใจได้ยังไงว่าไม่ได้โดนผู้หญิงหลอกอีกน่ะ”

          “หา?”  เพียงประโยคนั้นประโยคเดียวก็ทำให้เสาหลักอัสนีมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย นัยน์ตาประกายทองแทบจะเปลี่ยนเป็นสีเปลวเพลิงด้วยความโกรธที่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ

          “แกลองนึกย้อนดูสิ แกโดนผู้หญิงหลอกมากี่คนกันล่ะ แล้วตอนนี้แกมั่นใจได้ยังไงว่ายัยผู้หญิงที่แกกำลังจะไปขอแต่งงานเนี่ยไม่ได้จะมาหลอกแกอีกคน”

          “เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! คุณเสาหลักอย่าไปฟังเขานะครับ!”  ชายขายเครื่องประดับพยายามเตือนสติ

          “อ้าว! นี่ฉันหวังดีนะเนี่ย แกน่ะ–”

          “เนซึโกะจังไม่ใช่คนแบบนั้น”  เซนอิทสึเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบทว่ามันกลับแฝงความน่ากลัวเอาไว้จนแม้แต่ชายขายเครื่องประดับกับลูกน้องทั้งสองของเจ้าหนี้ยังรู้สึกได้ใบหน้าน่ารักของเด็กสาวกลับเข้ามาในหัวเด็กหนุ่มอีกครั้ง ทั้งรอยยิ้ม แววตา และน้ำเสียงของเนซึโกะ ทั้งหมดล้วนเป็นของจริงของจริงที่ออกมาจากใจของเธอ เขารู้สึกได้ และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามเธอเด็ดขาด  ผมจะให้โอกาสคุณขอโทษมาซะ”

          “หา! แกกล้าดียังไงมาสั่งฉัน!!  ชายตรงหน้าตะโกนลั่น

          “ขอโทษมาซะ”  น้ำเสียงที่เคยนุ่มทุ้มบัดนี้กลับถูกกดให้ต่ำลง มือข้างที่ถือกล่องแหวนมีกระแสไฟฟ้าออกมาในระดับที่คนตรงหน้าเห็นได้

“ฉันไม่ขอโทษใครทั้งนั้นโว้ย!!  เจ้าหนี้กัดฟันกรอดพร้อมกันนั้นจึงพุ่งหมัดเข้าไปหาเด็กหนุ่ม แต่หมัดนั้นก็หาได้อัดเข้าไปยังใบหน้าเสาหลักอัสนีไม่ กลับกัน มือข้างที่ว่างอยู่คว้าหมัดนั้นเอาไว้ได้

“ก็บอกว่าให้ขอโทษมาซะมันยากมากรึไง?”  น้ำเสียงของเซนอิทสึยังคงนิ่งและน่ากลัวขณะเดียวกันเขาก็ออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายมากขึ้นจนได้ยินเสียงกระดูกเล็ดลอดออกมา

“โอ๊ย!!..พอได้แล้ว ฉันขอโทษ แล้วก็ขอโทษผู้หญิงคนนั้นด้วย!!!

เซนอิทสึหรี่ดวงตาลงก่อนจะปล่อยมือออก เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงของคนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตำรวจดังเข้ามาถึงข้างในร้านพอดี

“เฮ้ย! ตรงนั้นมุงอะไร มีเรื่องอะไรกัน!

ชายทั้งสามรีบเผ่นออกจากร้านไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น เช่นเดียวกัน ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่มุงดูอยู่หน้าร้านเมื่อครู่ต่างก็แยกย้ายหนีหายกันไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ขัดแย้งเมื่อครู่ราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ชายขายเครื่องประดับนิ่งไปสักพักพร้อมกับเอ่ยถาม  “คุณเสาหลักเป็นอะไรไหมครับ!?”

เด็กหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินออกจากร้านไปเงียบๆ

 


เซนอิทสึรู้ตัวดีมาตลอด เขารู้ตัวดีว่ารักเนซึโกะมากขนาดไหนจนถึงกับสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะต้องทำให้เธอมีความสุขให้ได้ กระทั่งคำพูดของชายคนนั้นได้สะกิดอะไรบางอย่างในใจเขาเขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนมีความสามารถเลิศเลออะไรแม้จะมีพรสวรรค์เรื่องการได้ยินก็ตาม สิ่งที่เขาคิดมาตลอดคือถึงเขาจะเป็นเสาหลักแต่ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นเสาหลักที่อ่อนแอที่สุดเหมือนที่ชายผู้นั้นกล่าวก็ได้ และไม่แน่ว่าการที่ได้มาเป็นเสาหลักนี้ก็อาจจะเป็นเพราะโชคช่วยก็ได้ใครจะไปรู้อีกอย่าง ก็จริงอย่างที่คนๆ นั้นพูด เขาไม่มีทางรู้เลยว่าตนจะตายวันไหน เผลอๆ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ วันนี้ หรือไม่ก็เดี๋ยวนี้เลยก็ได้

เสาหลักอัสนีคิดเรื่องเหล่านี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาขณะกลับมานั่งอยู่บริเวณทางเดินหลังตัวคฤหาสน์ผีเสื้อแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลประกายทองจ้องมองกล่องแหวนในมือไม่กะพริบพร้อมกับปล่อยให้ความคิดในหัวโลดแล่นต่อไป

เขาไม่ใช่คนเก่งอะไร ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหมนะถ้าเขาจะปล่อยเนซึโกะไปปล่อยให้เธอไปเจอชายที่ดีกว่า เก่งกว่า มีเวลาให้เธอมากกว่า ไม่ต้องมาเสี่ยงตายตลอดเวลาอย่างเขาถ้าเนซึโกะได้รักกับผู้ชายที่เก่งและมีความสามารถมากกว่า สิ่งนั้นก็จะช่วยเป็นหน้าเป็นตาให้กับเธอได้แล้วเธอก็จะมีความสุขถ้าเนซึโกะได้รักกับผู้ชายที่มีเวลาให้และไม่ต้องเสี่ยงตายตลอดเวลา เธอก็จะไม่ต้องเป็นทุกข์ เธอก็จะได้สร้างครอบครัวในแบบที่เธอปรารถนาและในที่สุดเธอก็จะมีความสุขมันคงจะดีกว่าใช่ไหมถ้าเขาปล่อยเธอไป?

จิ๊บ~

เซนอิทสึหลุดจากภวังค์ด้วยเสียงของจุนทาโร่ นกน้อยตีลังกาไปมาอย่างมีความสุขราวกับว่ามันจะเป็นฝ่ายโดนขอแต่งงานเสียเองเด็กหนุ่มหรี่ดวงตาประกายทองคู่สวยลงเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าอย่างต้องการความกล้า จากนั้นจึงเอ่ยกับนกกระจอก  “ผม..จะไม่ขอเนซึโกะจังแต่งงานแล้วขอโทษทีนะ”

 จุนทาโร่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะบินเข้าจิกแก้มของเสาหลักอย่างไม่สบอารมณ์พลางส่งเสียงร้องรัวด้วยความโมโห

“นี่! อย่าจิกกันได้ไหม ทำไมนายจะต้องมาอารมณ์เสียด้วยล่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับนายสักหน่อย!

จิ๊บๆ~!! จิ๊บๆๆ~!!!

“ผมฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ! พอได้แล้ว!

จิ๊บ~!!!

“มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ?”  เสียงหวานอันคุ้นเคยลอยเข้ามาในโสตประสาท เซนอิทสึหันไปทางที่มาของเสียงทันทีก่อนจะพบร่างของผู้หญิงที่เขารักที่สุดยืนยิ้มอยู่ตรงมุมทางเดิน

“เอ่อ”  เด็กหนุ่มอ้ำอึ้งพลางซ่อนกล่องแหวนไว้ข้างในเสื้อฮาโอริ ฝ่ายเนซึโกะเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับนั่งลงข้างกายเขา ทันใดนั้นจุนทาโร่น้อยก็บินไปเกาะไหล่เธอทันทีเหมือนเด็กน้อยกำลังจะฟ้องแม่

จิ๊บๆๆ~!!!

“ทะเลาะอะไรกันอีกคะเนี่ย?”  ร่างบางถามพลางหัวเราะคิกคัก

“ม..ไม่มีอะไรหรอกเนซึโกะจัง”

“จะไม่มีอะไรได้ยังไงกันคะ? ดูจุนทาโร่สิ ท่าทางเหมือนกำลังโกรธอะไรอยู่เลย”

จิ๊บๆๆ~!!!

“เซนอิทสึแกล้งจุนทาโร่อีกแล้วใช่ไหมคะ?”

“เอ๊ะ? ผมเปล่า–”

จิ๊บ~!!!

“แกล้งจริงๆ ด้วย ทำแบบนี้ไม่ดีเลย ทีหลังอย่าแกล้งจุนทาโร่อีกนะคะ นกน้อยตัวแค่นี้เอง”  พูดจบเนซึโกะก็หลับตาพริ้มพลางใช้แก้มคลอเคลียจุนทาโร่ที่ยังคงเกาะบนไหล่ไม่ปล่อยด้วยความเอ็นดู

เซนอิทสึมองเด็กสาวตรงหน้าดวงตาไม่กะพริบ หัวใจในอกซ้ายกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งจนรู้สึกได้ ราวกับว่ามันกลับมาเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของมัน

เนซึโกะเปลี่ยนสายตามายังใบหน้าของเสาหลักอัสนีพร้อมกันนั้นเธอจึงสังเกตเห็นรอยแผลเล็กๆ บนแก้มของเขา เธอรู้ได้ทันทีว่ารอยนั่นเกิดจากอะไรก่อนจะหันไปกล่าวกับจุนทาโร่  “จุนทาโร่ก็เหมือนกัน ไปจิกแก้มเซนอิทสึแบบนั้นไม่ได้นะ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะคะรู้ไหม”

จิ๊บ~

ร่างบางยิ้มออกมาอย่างพอใจที่นกน้อยเหมือนจะเข้าใจคำของเธอ เนซึโกะกลับมาให้ความสนใจกับรอยแผลเล็กๆ อีกครั้ง เธอค่อยๆ ยกมือบางขึ้นรองแก้มอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอมพลางใช้นิ้วโป้งลูบรอบๆ รอยแผลเบาๆเซนอิทสึเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสแสนอ่อนโยนนั้น พอยิ่งได้อยู่ใกล้ๆ เธอเช่นนี้อีก เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขารักเธอ รักจนหมดหัวใจ และเขาจะทำทุกทางเพื่อช่วยให้เธอมีชีวิตที่สมบูรณ์เปี่ยมด้วยความสุข

คนที่มีข้อบกพร่องอย่างเขาไม่คู่ควรกับคนที่ดีเลิศอย่างเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

เขารักเธอเพราะฉะนั้น เขาจะปล่อยเธอไป

เซนอิทสึตัดสินใจได้เช่นนั้น

มือหนาข้างหนึ่งค่อยๆ ยกขึ้นประคองแก้มขาวของเด็กสาวเอาไว้บ้าง เนซึโกะชะงักลงทันที เธอมองใบหน้าของเด็กหนุ่มก็ได้พบกับรอยยิ้มบางๆ ของเขาซึ่งเธอตีความไม่ได้ว่านั่นเป็นรอยยิ้มแห่งความสุขหรือความเศร้ากันแน่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เนซึโกะจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่างออกไปนั้น เสียงนุ่มทุ้มของอีกฝ่ายก็กลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดเสียก่อน

          “ผมรักเนซึโกะจังนะ”

          “เอ๊ะ!...”  ใบหน้าหวานๆ แดงก่ำเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวออกมาเช่นนั้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หัวใจดวงน้อยๆ ก็เต้นรัวและดังจนอยู่ในระดับที่คนหูดีอย่างเซนอิทสึสามารถได้ยิน...แต่ทว่าเขาในตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย  “..ฉันก็–”

          “ขอโทษนะ ก่อนหน้านี้ผมเกือบทำเรื่องเห็นแก่ตัวไปซะแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงแล้วนะ”

          เนซึโกะที่ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างหยุดกลางคันเพราะเซนอิทสึที่แทรกขึ้นมาเสียก่อน เด็กสาวสับสน ตามอารมณ์อีกฝ่ายไม่ถูก เสาหลักอัสนีผละมือออกจากแก้มขาวพร้อมกับลุกขึ้น ตั้งใจจะเดินจากไปเงียบๆ ทว่า

          “ซ..เซนอิทสึ! เมื่อกี้หมายความว่าอะไรเหรอคะ?

          ร่างสูงหันมองร่างบางน้อยๆ เขายิ้มอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถตีความได้  “ไม่มีอะไรทั้งนั้น เนซึโกะจังอย่าใส่ใจเลยนะ”

 

          ตั้งแต่ที่เซนอิทสึตัดสินใจได้เช่นนั้น เขาก็เพิ่มระยะห่างจากเนซึโกะมากขึ้น เขาเพิ่มระยะห่างเพื่อจะได้ให้ตัวเองทำใจได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งเร็วยิ่งดี ดีทั้งต่อตัวเขาและเขาก็คิดเองเออเองว่ามันจะดีต่อตัวเนซึโกะด้วย

          เขาไม่ถามความเห็นเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

เนซึโกะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนั่นซึ่งทำเอาเธอใจเสียอยู่ไม่น้อยเสาหลักอัสนีไม่ได้พูดคุยอย่างสนิทสนมกับเธอเหมือนก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่เขาก็ยังคงเสวนากับใครต่อใครไปทั่วเป็นปกติแท้ๆ แต่เมื่อเธอจะเข้าไปคุย เขากลับมีท่าทางสงบ ไม่ได้เย็นชาแต่ก็ไม่ได้เริงร่า พอจะถามถึงสิ่งที่เขากล่าวเอาไว้เมื่อวานเจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยงเสียอย่างนั้น แม้รอยยิ้มกับแววตาจะยังเปี่ยมไปด้วยความจริงใจแต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติเนซึโกะไม่เข้าใจ หัวใจดวงน้อยๆ แสนเปราะบางนั่นเจ็บปวดเหลือเกินไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปอีกครั้งและเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดใส ทว่ากลิ่นอายความเศร้าของใครบางคนในคฤหาสน์ผีเสื้อยังคงหลงเหลืออยู่ นี่เป็นวันที่สี่ตั้งแต่ที่ทันจิโร่กับคานาโอะออกไปเยี่ยมอุโรโกะดาคิเซนอิทสึนอนหลับตาอยู่ตรงทางเดินหลังตัวคฤหาสน์ผีเสื้อ เนื่องด้วยบริเวณนี้นอกจากจะสงบเงียบแล้วยังมีลมเย็นๆ โชยอีก ประกอบกับกลิ่นบริสุทธิ์ของต้นไม้ใบหญ้าในสวนก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสาหลักบุปผาจึงชอบที่ตรงนี้เป็นพิเศษ

พรสวรรค์ในการได้ยินของเสาหลักอัสนียังคงทำงานเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ เมื่อรับรู้ได้เช่นนั้นเปลือกตาก็ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ สบกับนัยน์ตาสีชมพูคู่สวยพอดิบพอดี ไม่คิดเลยว่าเนซึโกะจะเข้ามาใกล้ขนาดนี้แล้วฝ่ายเนซึโกะพอเห็นเด็กหนุ่มลืมตาก็สะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกันนั้นจึงขยับห่างทันที

“ข..ขอโทษค่ะ ทำให้ตื่นรึเปล่า?”

เซนอิทสึลุกขึ้นนั่งจากนั้นจึงหันไปยิ้มให้  “ไม่เลย ผมไม่ได้หลับหรอก”

บทสนทนาหยุดอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างถูกกลบด้วยเสียงของความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเป็นเนซึโกะนั่นเองที่เอ่ยขึ้นก่อน

“เซนอิทสึจำวันนั้นที่สัญญาเอาไว้ได้ไหมคะ?”

“อะไรเหรอ?”

“ว่าจะพาไปดูทุ่งดอกไม้บนเนินเขาหลังคฤหาสน์

“อ๋อ จำได้สิ”  เด็กหนุ่มคลี่ยิ้ม

“ฉ..ฉันอยากไปแล้วน่ะค่ะ”

“งั้นเหรองั้นวันพรุ่งนี้–”

“ข..ขอเป็นวันนี้ได้ไหมคะ!? คืนนี้น่ะค่ะ ถ้าให้รอพรุ่งนี้คงไม่ไหว

ดวงตาประกายทองของเซนอิทสึมองเด็กสาวที่ไม่ได้สบตากับเขาเลยตลอดบทสนทนา ก่อนจะตอบเพียงประโยคสั้นๆ  “ได้สิ ผมจะพาไปนะ”

หลังจากสิ้นเสียงตอบรับแล้วก็มีเสียงของใครอีกคนดังขึ้นมา  “คุณเซนอิทสึ!

เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก  “คุณอาโออิ? มีอะไรรึเปล่าครับ?”

อาโออิหอบเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งมา ดวงตาสีไพลินเป็นประกายด้วยความตื้นตัน  “ค..คุณอิโนสุเกะกลับมาแล้วนะคะ!

“เอ๊ะ! งั้นเหรอ!”  เสาหลักอัสนียืนขึ้น  “แล้วอิโนสุเกะบาดเจ็บมากไหม?”

“ไม่ค่ะ แค่แขนหักเท่านั้น”  อาโออิกล่าวอย่างโล่งอก

“จริงเหรอ! งั้นเดี๋ยวผมจะไปดู ขอบคุณคุณอาโออิมากนะ”  ว่าจบเด็กหนุ่มก็รีบร้อนเดินออกไปจากตรงนั้นทันที อาโออิที่กำลังจะเดินตามไปนั้นสังเกตเห็นเนซึโกะนั่งนิ่งก็เรียกชื่อดึงสติของเธอกลับมา

“คุณเนซึโกะ ไปหาคุณอิโนสุเกะกันเถอะค่ะ”

เนซึโกะสะดุ้งเหมือนกับเพิ่งหลุดจากห้วงภวังค์  “ค่ะ”

เด็กสาวทั้งสองเดินตามกันไปทว่าเนซึโกะกลับทิ้งระยะห่างมากขึ้นกระทั่งอาโออิเดินหายลับไปก่อน เนซึโกะเดินช้าๆ ไปยังหน้าคฤหาสน์ ปล่อยให้เรื่องวุ่นวายในหัวตีกันจนสับสนอยู่อย่างนั้นเงียบๆ

“เนซึโกะ!

เด็กสาวเงยหน้าทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูนั่นเรียกชื่อของเธอ  “พี่! กลับมาแล้วเหรอคะ”

ทันจิโร่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เห็นแบบนั้นแล้วรอยยิ้มของน้องสาวก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง  “อื้ม! เพิ่งเข้าประตูมาเมื่อกี้นี้เลย”

“แล้วคานาโอะจังล่ะคะ?”

“เข้าไปข้างในแล้วล่ะ”  พี่ชายว่าจบก็เดินเข้าไปหาน้องสาวด้วยท่าทางเบิกบาน เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ว่าก็ต้องชะงักไปก่อน  “เนซึโกะ..มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

คนเป็นน้องสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนโดนจับได้ก่อนจะพยายามพูดกลบเกลื่อน  “หืม? ก็ไม่มีอะไรนี่คะ

“ทำไมขอบตาน้องแดงแบบนั้นล่ะ?”

“เอ๊ะ”  นิ้วเรียวแตะขอบตาตัวเองเบาๆ จากนั้นจึงเอ่ยต่อ  “ไม่หรอก พี่คิดไปเองแล้ว”

ทันจิโร่เงียบพลางเหลือบมองมือทั้งสองข้างของน้องสาวและเงยมองใบหน้าหวานๆ เปื้อนด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ นั่นอีกครั้ง เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเนซึโกะ แน่นอนว่าเป็นพี่น้องกันไม่ว่าอย่างไรก็ต้องดูออก แต่สุดท้ายคนเป็นพี่ก็ตัดสินใจเลี่ยงถามเรื่องที่สงสัยไป

 


พระจันทร์เต็มดวงลอยเดียวดายอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน เพราะแสงของมันดวงดาวอื่นๆ จึงถูกบดบังไปหมด เซนอิทสึกับเนซึโกะเดินเคียงคู่กันไปเงียบๆ มีเพียงเสียงลมและต้นไม้เท่านั้นที่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบจนเกินไป กระทั่งเดินไปได้ระยะหนึ่งเด็กหนุ่มก็หันมากล่าวกับคนข้างๆ

“ถึงแล้วล่ะ”

เนซึโกะมองซ้ายแลขวาก็พบว่ารอบข้างยังคงเป็นต้นไม้สูงตระหง่านอยู่

เซนอิทสึเห็นดังนั้นก็ยิ้มบาง  “ข้างหลังเนซึโกะจังยังไงล่ะ”

เด็กสาวฟังจบก็หันไปมองทุ่งดอกไม้กว้างที่อยู่ข้างหลัง...ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างชื่นชมในความงามของเหล่าดอกไม้ตรงหน้า เท้าเล็กๆ ก้าวมุ่งหน้าไปหาทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์อย่างไม่รีรอ สีสันของมันทำเอานัยน์ตาสีชมพูคู่สวยเป็นประกาย ยิ่งมีแสงนวลจากพระจันทร์เต็มดวงก็ยิ่งทำให้ภาพทุ่งดอกไม้ตรงหน้าชัดเจนและงดงามมากกว่าเดิม พลันสายลมอ่อนๆ ก็พัดกลิ่นหอมและกลีบดอกไม้เอาไว้ราวกับกำลังต้อนรับการมาเยือนของเนซึโกะในค่ำคืนนี้

เสาหลักอัสนียืนมองแผ่นหลังของร่างบางท่ามกลางทุ่งดอกไม้ภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาประกายทองหรี่ลงเล็กน้อยถ้าเขาเกิดมาเป็นคนที่ดีเลิศเพียบพร้อมคู่ควรกับเนซึโกะก็คงจะดี ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เก็บแหวนที่ตั้งใจเลือกมาเพื่อเธอโดยเฉพาะเอาไว้บนหลังตู้และก็คงจะขอเธอแต่งงานตั้งแต่วันนั้นแล้วทว่าถึงอย่างนั้น เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วสำหรับเขา เพียงได้เป็นผู้เฝ้ามองดูเธอมีความสุขกับสิ่งที่รักหรือชายดีๆ ที่รัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วจริงๆ

เนซึโกะหันหน้ากลับไปหาเซนอิทสึที่ยืนห่างออกไป เธอเม้มริมฝีปากก่อนจะส่งเสียงออกไปเพื่อให้เขาหลุดออกจากภวังค์

“เซนอิทสึคะ”

“เอ๊ะว่าไงเหรอเนซึโกะ..จัง”

เซนอิทสึเห็นแววตาของเนซึโกะ แววตาที่แสนเศร้านั้นทำเอาเขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น เธอไม่มีความสุขงั้นเหรอ?

เด็กสาวเม้มริมฝีปากอีกครั้ง มือบางๆ ก็ยกขึ้นกำกิโมโนตนเองเอาไว้ จากนั้นน้ำเสียงแสนเศร้าจึงถูกกลั่นกรองออกมาพร้อมๆ กับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นจากขอบตาร้อน


“ฉันรักคุณ”


“เอ๊ะ”  ดวงตาประกายทองของเสาหลักอัสนีเบิกกว้าง ทั้งตกใจในคำพูดของร่างบางทั้งตกใจที่เห็นเธอร้องไห้จนทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนอึ้งอยู่เช่นนั้น

“ฉันรักคุณ เพราะฉะนั้น”  เนซึโกะค้างประโยคที่ยังไม่สมบูรณ์ไว้พร้อมกันนั้นจึงโค้งให้ร่างสูง  “แต่งงานกับฉันได้ไหมคะ?”

เซนอิทสึพูดไม่ออก ความคิดและความรู้สึกทั้งหมดตีกันจนสับสนวุ่นวายไปหมด เขารีบเดินเข้าไปหาเด็กสาวก่อนจะจับไหล่เล็กๆ เอาไว้  “เนซึโกะจังเป็นอะไรไป? ทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นเนซึโกะจังเลยนะ เงยขึ้น–”

“ไม่!

“เนซึโกะจัง–”

“ตอนนี้คุณก็ทำตัวไม่สมกับเป็นคุณเหมือนกัน!”  น้ำเสียงสั่นเทาตะโกน

“เนซึโกะจัง”  เซนอิทสึหน้าเสีย ทุกอย่างที่เขาคิดเอาไว้ผิดหมด สิ่งที่เขาทำเพราะหวังจะให้เนซึโกะมีความสุขนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดทั้งหมด

“อยู่ๆ เซนอิทสึก็เปลี่ยนไป ฉันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นฉันกลับไปคิดทุกอย่างว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดรึเปล่า แต่ฉันไม่รู้เพราะฉะนั้น บอกฉันได้ไหมเซนอิทสึคิดอะไรอยู่เหรอคะ?”  เนซึโกะค่อยๆ เงยหน้าสบตาร่างสูง สายน้ำตาที่ไหลอย่างต่อเนื่องทำให้หัวใจของเสาหลักอัสนีเจ็บแปล๊บขึ้นมา นิ้วหยาบๆ ยกขึ้นปาดน้ำตาให้ร่างบางอย่างทะนุถนอมแม้ว่ามันจะไม่ช่วยเท่าไหร่ก็ตาม

“ผมไม่คู่ควรไม่คู่ควรกับเนซึโกะจังเลย”

“ทำไม?”  เด็กสาวสะอื้น น้ำตาพรั่งพรูออกมามากมาย

“ผมมีข้อบกพร่องไม่คู่ควรกับคนที่ไร้ที่ติอย่างเนซึโกะจัง ผมไม่เก่งแถมยังขี้ขลาด ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งถ้าเนซึโกะจังได้เจอคนที่ดีกว่า เก่งกว่า ไม่ต้องมาเสี่ยงตาย เนซึโกะจังก็จะมีความสุข”

“เซนอิทสึยังไม่ได้ถามความเห็นของฉันเลย”  เด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งราวกับเพิ่งกระจ่างใช่ ตลอดที่ผ่านมาเขาคิดเองทั้งหมด เขาเอาแต่คิดว่าหากทำแบบนั้นแล้วเนซึโกะจะมีความสุขทว่าเขาไม่เคยรู้ความรู้สึกที่แท้จริงในใจลึกๆ ของเธอเลย  “ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายที่ดีเลิศ เก่งหรือเพียบพร้อม ฉันแค่อยากอยู่กับคนที่ทำให้ฉันมีความสุขและเซนอิทสึก็คือคนที่ทำให้ฉันมีความสุข แล้วทำไมจะต้องไล่ให้ฉันไปรักคนอื่นด้วย

เนซึโกะสะอื้น ขอบตาทั้งร้อนและแดง น้ำเสียงสั่นพร่าเหมือนจะขาดใจ  “ตอนแรก..ฉันนึกว่าเซนอิทสึไปรักคนอื่นแล้ว

เสาหลักอัสนีส่ายหน้าจากนั้นจึงดึงร่างบางเข้าไปกอดแน่น  “ผมขอโทษนะ ขอโทษที่ไม่ฟังเนซึโกะจังเลย ขอโทษที่ทำให้เสียใจ”  เนซึโกะหลับตาพริ้มพลางยกแขนบางๆ ขึ้นสวมกอดอีกฝ่ายตอบด้วยความโหยหานานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเขาขนาดนี้ ถึงเขาจะทำให้เธอเสียใจแต่ขณะเดียวกันเขาก็ทำให้หัวใจของเธอพองโตอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้เหมือนกัน

ผมรักเนซึโกะจังคนเดียวรักมาตลอด

“อื้ม”

“และจะรักตลอดไป”

“อื้ม”

“เชื่อใจผมนะ”

“อื้ม!”  รอยยิ้มของผู้หญิงในอ้อมกอดปรากฏออกมาแม้เสาหลักอัสนีจะไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้

จิ๊บๆๆ~!!!

เสียงนกน้อยที่คุ้นเคยดังเข้ามาในโสตประสาท ดวงตาประกายทองกวาดมองหาเจ้าของเสียงขณะที่ยังกอดเด็กสาวไว้ในอ้อมแขน เซนอิทสึเห็นจุนทาโร่ที่กำลังรีบบินเข้ามาหาเขาอย่างสุดกำลังพลางคาบแหวนลายดอกซากุระเอาไว้

“จุนทาโร่”  นกกระจอกบินมาถึงตัวเจ้าของแล้วพร้อมกับวางแหวนลายดอกซากุระไว้บนมือที่เด็กหนุ่มแบรอไว้เมื่อครู่

จิ๊บ~!!!

“ขอบคุณ..ขอบคุณนะ”  เซนอิทสึยิ้มกว้าง

จิ๊บ~!!!

เสาหลักอัสนีหันมาแลเด็กสาวและคลายอ้อมกอด  “เนซึโกะจังขอโทษนะที่ทำให้เนซึโกะจังต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน

เนซึโกะหยุดร้องไห้แล้ว เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหม่าเนื่องจากเมื่อกี้เผลอแสดงความรู้สึกออกมามากชนิดที่ห้ามไม่อยู่ มิหนำซ้ำยังกอดอีกฝ่ายไม่ปล่อยอีกต่างหาก เซนอิทสึอมยิ้ม เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ เด็กหนุ่มกุมมือเรียวบางข้างหนึ่งเอาไว้อย่างทะนุถนอมจากนั้นจึงกล่าวเสียงนุ่มทุ้มละมุนหู

“ได้โปรด แต่งงานกับผมนะครับ”

ดวงตาสีชมพูเบิกกว้างอีกครั้ง พอเห็นแหวนลายดอกซากุระนั่นก็กระจ่างแก่ใจ เธอไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเลยใบหน้าหวานๆ เผยรอยยิ้มน่ารักออกมาประจักษ์แก่สายตาอีกฝ่ายหลังจากที่เขาไม่ได้เห็นมานาน เนซึโกะใช้มือเรียวทั้งสองประคองแก้มเซนอิทสึเอาไว้พลางก้มลงช้าๆ จุมพิตหน้าผากเสาหลักอัสนีอย่างแผ่วเบา

“แน่นอนค่ะ”

ใบหน้าเซนอิทสึแดงระเรื่อ หัวใจก็เต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมาข้างนอก เขายิ้มตาหยีเมื่อได้ยินเนซึโกะกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนจะอุ้มร่างเบาดั่งขนนกนั่นและหมุนไปมาอย่างมีความสุข ทำเอาเนซึโกะอดหัวเราะร่าออกมาไม่ได้

“ผม! รัก! เนซึโกะจัง! ที่สุดเลย!!

“ฉัน! ก็! รัก! เซนอิทสึ! ที่สุดเลย!!

จุนทาโร่บินรอบๆ เหนือหนุ่มสาวทั้งสองพลางส่งเสียงร้องอย่างยินดีปรีดา เหล่านกกาทั้งหลายที่แอบดูแอบลุ้นตัวโก่งตามต้นไม้ไปกับพวกเขามาได้สักพักแล้วก็พากันบินออกมาปรากฏตัวและส่งเสียงร้องด้วยความครื้นเครงเช่นกัน

“ก๊า~! เสาหลัก! เสาหลักอัสนีกับเนซึโกะ! จะแต่งงาน! ก๊า~! แต่งงาน!

“กระจายข่าว! กระจายข่าว! ก๊า~!

“ฟ้อง! ก๊า~! ฟ้องทันจิโร่! ก๊า~!

“ก๊า~! ยินดี! ยินดีด้วย!

 


- THE END -




ยะฮู้ว~ Misson Complete แล้วค่า!!!

เป็นยังไงบ้าง รู้สึกยังไงก็อย่าลืมคอมเม้นบอกไรต์เอาไว้ด้วยนะคะ~

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณรีดเดอร์ที่อ่านจนจบและชอบฟิคสั้นของไรต์ด้วยค่ะ!

 

 

ขอขอบคุณเจ้าของภาพน่ารักๆ

ภาพปกและภาพประกอบข้อมูลเบื้องต้น : ぽん (pixiv)

ขอขอบคุณธีมสวยๆ จาก

themy butter

ผลงานอื่นๆ ของ ชุดนอนสีหวาน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 bibidibobbidiboo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 02:51
    แง น่ารักมากๆเลยค่า ;-;
    ปล.ชอบอีกาที่จะไปฟ้องทันจิโร่จังค่ะ555555555 หลุดขำเลย
    #7
    0
  2. #6 Peachy-Chan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 19:07
    มีการฟ้องทันจิโรด้วยๆๆ น่ารักจัง
    #6
    0
  3. #5 Jeejam
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:09

    ชอบมากๆเลยค่ะ ตอนที่เขาขอแต่งงานกันเกือบร้องไห้;///;) ยินดีแทนทั้งสองคนเลยค่ะ-!! ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้ให้มาอ่านนะคะ♡♡♡♡

    #5
    1
    • 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:15
      แงดีใจที่ชอบนะคะ ยูอาร์มายกำลังใจ ขอบคุณมากค่าา
      #5-1
  4. #4 รักน้องรี่นะจ๊ะ
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 22:09

    แง แม่คะ ฮือออออ เรือหนูเอง;;

    #4
    1
    • 13 มกราคม 2563 / 23:00
      เย้เราลงเรือลำเดียวแล้วว
      #4-1
  5. #3 Hyperion-kub (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 11:41

    ละมุนมากค่าาา สนุกกกก
    #3
    1
    • #3-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 1)
      29 ธันวาคม 2562 / 21:24
      ขอบคุณมากค่า ดีใจที่ชอบน้าา
      #3-1
  6. #2 chion_nai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 00:00
    รู้สึกขำตรงที่ฟ้องทันจิโร่ 555
    #2
    1
    • #2-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 1)
      29 ธันวาคม 2562 / 21:24
      เรื่องต้องถึงหูพี่ทัน5555
      #2-1
  7. #1 thanakit089 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 18:41

    ชอบมากๆอยากให้ทำของทันจิโร่xคานาโอะ,อิโนะอาโออิ
    #1
    1
    • #1-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 1)
      29 ธันวาคม 2562 / 21:25
      เย้ดีใจที่ชอบนะคะะ กำลังใจชั้นดีเลยย
      #1-1