Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 1 : Episode 0 : Intro of the secret

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61


    "สัญญาก่อนสิว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร"

 

     ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ โปรดกดปิดเรื่องนี้ แต่ถ้าคิดว่าทำได้ล่ะก็มาช่วยกันกุมความลับของเรื่องนี้กันเถอะ

 

      น่าสนใจไหมล่ะ?

 

      ก็แน่สิ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม พอขึ้นชื่อว่าเป็นความลับมันมักจะถูกให้ความสนใจมากกว่าเรื่องอื่นเสมอ ถ้ารู้แล้วก็เหยียบไว้ให้มิดล่ะ อย่าให้เรื่องลับที่ถูกซ่อนไว้เปิดเผยง่ายๆ ช่วยทำให้คำว่า ความลับก็มีในโลก เกิดขึ้นจริงสักครั้ง          

 

    

 

       ได้โปรด อย่าปล่อยให้ใครรู้

 


 

Episode 0 :

 

Intro of the secret

 

 

         “หลากหลายเรื่องลับที่คุณยังไม่รู้ ร่วมพิสูจน์ความลับของ secret weapon ในงานแฟชั่นวีคที่จะถึงนี้—”

 

           เสียงอ่านดังมาจากหัวโต๊ะ ท่ามกลางบรรยากาศของห้องประชุมที่ตึงเครียดและเงียบเชียบ แฟ้มโปรเจกต์ถูกปิดวางลงที่เดิมพร้อมสีหน้าราบเรียบของคริส คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเพียงคนเดียว ณ ที่นี้ เพราะเธอคือคนที่สร้างแบรนด์ secret weapon มากับมือของเธอเองสิ้นเสียงอ่าน เธอส่ายหน้าเบาๆ ยกแขนขึ้นกอดอก นั่นทำให้ทุกคนในห้องประชุมรู้ชะตากรรมว่าต้องเตรียมหาคำตอบมารับมือกับคำถาม

 

           “ต้องการให้แก้ตรงไหนไหมคะคุณคริส?”

 

           “นี่คืออะไร?” คริสชี้ไปที่จอโปรเจคเตอร์ ซึ่งกำลังเด่นหราไปด้วยแพลนเนอร์กิจกรรมต่างๆ แต่ข้อที่สะดุดตาที่สุดคงเป็นแค่ข้อนี้ข้อเดียว เธอมองคำๆ นั้นให้ชัดอีกครั้งคำว่าความลับ ก่อนจะอ่านเสียงเบา บอกความลับของคุณมาหนึ่ง ข้อ แลกกับการซื้อความลับของ secret weapon พร้อมเป็นลูกค้าวีไอพี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

            “เป็นแคมเปญใหม่ที่พวกเราคิดว่าคนจะให้ความสนใจกันเยอะน่ะค่ะ

 

            “แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับความลับ คนจะไม่สนใจงั้นเหรอ?” ทุกคนในห้องประชุมมองหน้ากันไปมาเมื่อฟังคำถาม

 

            “แต่ความ secret คือจุดขายของแบรนด์เรานี่คะอีกอย่าง เราไม่จำเป็นต้องบอกความลับจริงๆ ก็ได้ เราแค่ทำแคมเปญที่สร้างจุดสนใจให้ลูกค้า ถ้าลูกค้าอยากได้สิทธิพิเศษ ก็ต้องจ่ายเงินซื้อความลับของเราไป

 

             “ทำไมเราต้องเรียกเรื่องที่บอกใครไม่ได้ว่าความลับด้วย?”

 

             “คะ?” สีหน้าฉงนเกิดขึ้นทันทีเมื่อได้ฟังคำถามอีกครั้ง ราวกับเรื่องที่ติดขัดไม่ใช่รายละเอียดของแคมเปญ แต่เป็นคำจำกัดความเจ้าปัญหาที่เจ้านายของพวกหล่อนอยากจะไขข้อข้องใจ

 

             “มีคำอื่นที่ไม่ใช่คำว่าความลับบ้างไหม?”

 

             “เอ่อ...แต่ secret ก็คือความลับนี่คะ ถ้าใช้คำอื่นก็อาจจะไม่ตรงคอนเซ็ปต์

 

             “นั่นสินะ ยังไงก็ต้องเรียกว่าความลับอยู่ดีคริสพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เธอคิดอยู่ในหัวนั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานแม้แต่น้อย

 

              จริงอยู่ความลับคือสิ่งที่คนสนใจอยากรู้ให้ได้เสมอแม้ต้องแลกกับการเสียผลประโยชน์บางอย่าง แต่มันคงเป็นแบบนั้นแค่เฉพาะกับความลับของคนอื่น ไม่ใช่ความลับของตัวเอง

 

               คริสกวาดสายตามองลูกทีมเรียงคน และไม่มีคนไหนเลยที่สบตาเธอพิรุธนี่แหละคือจุดบอดของคนมีความลับ ดูอย่างคนแรก เคยเอาแบบเสื้อของแบรนด์ไปเปิดเผยให้แบรนด์คู่แข่งดู คนที่สองเคยเอาเรื่องวงในไปบอกคู่แข่ง และอีกหลากหลายความผิดยิบย่อยที่เธอรู้ดีทุกอย่าง คริสรู้ความลับของทุกคนตรงนี้เพราะเธอมีอำนาจพอที่จะรู้เธอไม่อยากเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าความลับ เพราะมันไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนหนังฆาตกรรมอำพราง ทุกคนทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบและความต้องการให้ได้มาซึ่งอะไรบางอย่าง 

 

 

 

                ความลับมันก็เท่านี้ มันไม่ยากที่จะล่วงรู้เมื่อถูกเรียกว่าความลับ คริสรู้สึกว่า หากไม่ต้องการให้ใครรู้ ความลับที่แท้จริงนั้นไม่สมควรถูกเรียกว่าอะไรเลย

 

 

 

               “งั้นก็ตามนี้ทุกคนในห้องประชุมยิ้มออกมาอย่างโล่งใจทันทีเมื่อโปรเจกต์ถูกอนุมัติ

 

               “ว่าแต่ คุณคริสตัดสินใจเลือกนางแบบที่จะเดินชุดฟินาเล่คอลเลคชั่นใหม่ได้รึยังคะ?”

 

               “อืม มีใครบ้าง?” คริสรับแฟ้มรูปภาพและประวัติของนางแบบแต่ละคนมาเปิดอ่านพลางๆ สลับกับมองจอโปรเจคเตอร์กำลังฉายผลงานของพวกหล่อน

 

               “ถ้าคนที่น่าสนใจก็จะมี จีน่าดารัณสกาย แล้วก็...

 

               “ไม่น่าสนใจบทสนทนาถูกตัดจบทันทีเมื่อสิ้นเสียง ไม่อยากได้นางแบบที่เคยเดินมาเกลื่อนแคทวอล์ค อีกอย่างผู้หญิงพวกนี้ไม่เหมาะกับชุดของฉันสักคน

 

               "งั้นเป็นคนนี้ดีไหมคะ?” ลูกทีมรีบเร่งนำเสนอใครบางคนที่คิดว่าเข้าตาคริสแน่ๆ จอกำลังฉายภาพนางแบบหน้าไทยร่างสูงคนหนึ่งในชุดเสื้อไหมพรมสีขาว ที่แค่มองคริสก็รู้ว่าทันทีว่านั่นคือชุดของแบรนด์คู่แข่งอย่างวทานิกา เธอกำลังจะต่อว่าลูกทีม ถ้าหล่อนไม่เอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมาซะก่อน  เห็นว่าเธอเพิ่งออกมาจากสังกัดเดิม แถมกำลังจะโกอินเตอร์ด้วย สื่อน่าจะให้ความสนใจแบรนด์เรามากขึ้นก็ได้นะคะ

 

               “โกอินเตอร์?” คริสถามย้ำ

 

               “ค่ะเธอเพิ่งออกมาจากสังกัดของวาทานิกาเพราะมีโมเดลลิ่งที่นิวยอร์กจีบให้ไปร่วมงานด้วย ตอนนี้เลยยังรับงานอิสระอยู่

 

               “ไม่เห็นเคยบอกเลย

 

               “คุณคริสรู้จักเธอเหรอคะ?”

 

               “เปล่าคริสส่ายหน้า วางแฟ้มรูปภาพลงและเงยหน้ามองคนในจอภาพอย่างสนใจ แค่เคยเห็นผ่านๆ

 

               “เธอชื่อ บี ค่ะ เคยถ่ายแบบลงปกนิตยสารต่างประเทศด้วย โปรไฟล์ดี สไตล์ก็น่าจับตามอง คงไม่เลวนะคะถ้าได้คนนี้มาเดินชุดฟินาเล่ให้

 

               “บอกหน่อยสิ ว่าเธอเข้ากับคอนเซ็ปต์ของเรายังไง?” คริสเอ่ยถาม นิ่งรอฟังคำตอบเพียงไม่กี่วินาที คำตอบที่ฟังดูเข้าหูก็ถูกเอ่ยออกมา

 

               “เธอดูน่าค้นหา ทั้งแววตา ท่วงท่าการเดิน เข้ากับความ secret ของแบรนด์มากๆ เลยค่ะหล่อนเอ่ยติดตลก ดูเป็นคนมีความลับเยอะน่ะค่ะ ไม่เกลื่อนแคทวอล์คเหมือนคนอื่นๆ

 


               คริสมองเข้าไปในแววตาของคนในจอภาพอีกครั้ง

 

               มองด้วยแววตาของคนที่มีความลับบางอย่างเหมือนๆ กัน

 

 

  

               พีท คือชื่อของช่างภาพชื่อดังในวงการแฟชั่น ณ เวลานี้ไม่มีใครในวงการไม่รู้จักเขา ไม่มีใครลอกเลียนแบบงานและความสามารถของเขาได้และไม่มีใครไม่รู้ว่าเขากับคริสเป็นอะไรกัน

 

               เขาลั่นชัตเตอร์อย่างมืออาชีพ เพียงไม่กี่นาทีรูปสวยตรงตามคอนเซ็ปต์ที่คริสต้องการก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ คริสนั่งมองรูปเหล่านั้นด้วยสีหน้าราบเรียบและไม่มีใครคาดเดาออกนอกจากพีท คริสมองรูปบนจอและมองไปยังนางแบบคนนั้นที่กำลังสวมชุดฟินาเล่ที่เธอเป็นคนออกแบบและตัดมันเองกับมือ

 

                พีทลดกล้องลงมองนางแบบตรงหน้าหยิบน้ำขึ้นมาดื่มขณะพักเบรก เขาส่งยิ้มให้หล่อนหนึ่งที และแน่นอน หล่อนก็ส่งยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน ปกติไม่เคยทำงานกับแบรนด์อื่นนอกจากวทานิกานี่ครับ

 

               “ฉันฟรีแล้วค่ะ จะทำงานกับใครก็ได้ทั้งนั้นเสียงนุ่มทุ้มกว่าที่พีทคิดเอ่ยตอบ แม้เป็นการทักทายที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่หล่อนรู้สึกได้ถึงความจริงใจบางอย่างผ่านความไร้มารยาทนั้น

 

               “วทานิกาคือคู่แข่งของ secret weapon เลยนะ ไม่รู้คริสนึกยังไงถึงเอาเด็กเก่าของแบรนด์นั้นมาร่วมงาน ทุกวันนี้ก็มองจิกกัน เหมือนจะเปิดศึกทุกที

 

              “ท้าทายดีมั้งคะ แฟนของคุณคงชอบเรื่องแบบนั้น

 

              “คุณรู้ได้ยังไง?” จู่ๆ ตากล้องสุดหล่อก็ร้อนใจขึ้นมาดื้อๆ

 

              “ก็เธอดูกล้าเสี่ยง แถมเด็ดเดี่ยวขนาดนั้น ใครๆ ในวงการก็รู้"

 

             “ผมหมายถึงเรื่องที่คริสเป็นแฟนผม

 

              หล่อนอดหัวเราะไม่ได้เมื่อฟังคำถามงี่เง่า ราวกับหล่อนเป็นคนโง่หรือไม่บางทีพีทอาจกวนส้นเท้าอดีตนางแบบของคู่แข่งแฟนเล่นๆ ล่าสุดก็คงเรื่องแหวนนิ้วนางข้างซ้ายในเว็บข่าวบันเทิงมั้งคะ ฉันถึงรู้

 

              “ชักจะชอบคุณแล้วสิเขายิ้มเมื่อรู้สึกถูกกวนส้นเท้ากลับและเตรียมตัวกดชัตเตอร์ เมื่อฉากและพร็อพถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อยไปพร้อมๆ กับบทสนทนาของคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน

 

               “ชอบเหรอคะ?” หล่อนเอ่ยถาม ขณะจ้องมองเข้าไปในเลนส์

 

               “ใช่เขาลดกล้องลง โดยเฉพาะตอนคุณมองตาผม

 

               “ฉันแค่มองกล้องค่ะ

 

               ทุกการกระทำของช่างภาพและนางแบบคนนั้นอยู่ในสายตาของคริสทั้งหมด คริสเห็นทุกอย่าง ทั้งรอยยิ้มและแววตาที่ทั้งสองมีต่อกัน มันพัฒนาไปในทางที่ดีแม้เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่ถึงครึ่งวัน ยิ่งตอนที่พีทปัดผมที่ปรกหน้าให้นางแบบคนนั้นทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่แล้วด้วย คริสเห็นมันทุกอย่าง เห็นแม้กระทั่งสายตาของนางแบบคนนั้นที่มองจ้องมาหาเธอ เมื่อสบโอกาสได้มอง มองโดยที่ไม่มีใครรู้ความหมายของสายตาคู่นั้น

 

                "ผมว่า คุณเหมาะกับชุดนี้" พีทเอ่ย

 

                หล่อนก้มมองชุดเดรสยาวสีเทาที่ตนกำลังสวมพลางยิ้มออกมา แววตาเป็นประกายจ้องมองเข้าไปในแววตาของคนตรงหน้าและเอ่ยต่อ "และฉันชอบมากๆ เลยด้วย"

 

               มันอาจเป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างเวลาที่ทั้งสองมองตากัน จะมองผ่านเลนส์หรือมองกันโดยตรงก็เถอะ มันไม่แตกต่างกันนัก เพราะความน่าค้นหาในตัวของหล่อนกำลังเริ่มทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจ เหมือนความลับบางเรื่องที่ทำให้อยากค้นหาความจริง

 

               แต่สายตาสองคู่ต้องละออกจากกันเมื่อคริสเดินเข้ามา จัดแจงจัดปกเสื้อและตรวจความเรียบร้อยของชุด พีทได้แต่ทำทีเป็นหันไปสั่งงานผู้ช่วย และก้มลงมองรูปในกล้องแก้ขัด

 

              "เดี๋ยวถ่ายอีกเซ็ตก็กลับได้เลย" คริสเอ่ยคำพูดห้วนๆ ใส่นางแบบตรงหน้า เป็นธรรมดาของเธอซึ่งพีทเข้าใจดี แต่น่าแปลกที่ดูเหมือนนางแบบคนนี้ก็เข้าใจเช่นกัน

 

              "เธอบอกว่าชอบชุดของคุณมาก" พีทเอ่ยทำลายความเงียบ แต่ก็ยิ่งเงียบเมื่อคริสไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรนอกจากสนใจชุดฟินาเล่ที่หวงแหน นางแบบคนนี้คงกำลังอึดอัด เขาเข้าใจได้ "จริงไหมครับ คุณชอบมันมาก คุณบอกผมเมื่อกี้นี้"

 

              "ใช่ค่ะ" คริสชะงักมือเล็กน้อยเมื่อหล่อนหันหน้ามาเอ่ยให้เธอฟัง เพราะระยะห่างมันกลายเป็นใกล้อย่างที่เธอไม่ได้คาดไว้ "ชุดสวยๆ ใครๆ ก็อยากใส่ หายากนะคะ ชุดที่เรามองแล้วอยากเป็นเจ้าของมันทันที ไม่บ่อยหรอกค่ะที่จะเจอ ชุดที่ฉันอยากได้แบบนี้"

 

              ถ้าไม่ได้คิดไปเอง คริสรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ ที่นางแบบคนนี้จ้องมองคนรักของเธอ ราวกับออดอ้อนขอชุดนี้จากเขาผ่านตัวเขาเอง คริสไม่พูดอะไรต่อนอกจากรักษาระยะห่างออกมาตามเดิม และกำลังใช้ความคิดกับงานโดยไม่สนใจเพื่อนร่วมงานทั้งสองที่กำลังพูดสร้างบรรยากาศอันดี

 

              "คริส หน้าคุณเครียดจัง ไม่เอาน่า ยิ้มหน่อยเถอะ" พีทพยายามทำลายบรรยากาศอึมครึมระหว่างนางแบบแปลกหน้าและดีไซน์เนอร์จอมซีเรียสที่กำลังเริ่มเขม่นกันทางสายตา ในความคิดของเขา

 

              "คริสแค่ตั้งใจทำงานค่ะ"

 

              "ดุเชียว"

 

              "เรื่องส่วนตัวเอาไว้ทีหลังค่ะ" คริสตัดบทแค่นั้น พลางหันมาสบตานางแบบตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย แช่สายตาเอาไว้นานกว่าทุกครั้งขณะจัดปกเสื้อให้หล่อนอีกรอบก่อนจะเดินกลับไปคุมงานที่เดิม

 

              "คุณบีเหมาะกับชุดนี้มากเลยนะคะ แฟชั่นโชว์ต้องออกมาดีแน่ๆ" ลูกทีมต่างเอ่ยปากชมและภูมิใจในความตาถึงของการเลือกนางแบบมาเสนอให้คริส

 

              "อืม" น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พลางมองนางแบบคนนั้นกำลังโพสท่าใส่กล้องด้วยความพอใจ "เหมาะกว่าที่คิด"

 

 

 

 

              น่าเบื่อบีรู้สึกได้หลังจากต้องซ้อมเปลี่ยนชุดไปมา ซ้อมเดินตามจุดมาร์คบนเวที จำลำดับคิวในการเดิน ฟังเสียงดนตรีและก้าวไปให้เข้ากับจังหวะไม่เร็วและไม่ช้าจนเกินไป ต้องจ้องมองแสงไฟที่สาดเข้ามา ปรับอารมณ์ไปตามคอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้าที่บีไม่ใช่คนคิด บีไม่ชอบแฟชั่นวีค แต่พอเปิดประตูห้องเข้ามาเจอกับชุดฟินาเล่ที่เอ่ยปากว่าชอบและอยากได้แขวนอยู่ในห้องอย่างปริศนา บีก็ลืมทันทีว่าเคยไม่ชอบแฟชั่นวีคมากแค่ไหน


              บีหยิบชุดมาดูอย่างแปลกใจ มองกระดาษโน้ตใบเล็กเสียบอยู่ด้านใน

  

             ให้ ตามที่อยากได้


              บียิ้มให้ชุด และยิ้มให้คนที่ส่งมันมา

 

              คนที่บีรู้ดีว่าเป็นใคร รู้ดีกว่าใครทุกคนบนโลกใบนี้

 

             

              อย่าเพิ่งรีบร้อน ไม่ต้องแลกผลประโยชน์บางอย่างเพื่อความลับนี้ เพราะความลับกำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่นาน Shhhh! ปิดปากของคุณให้สนิท หลังจากรู้ความลับเรื่องแรกก็พอ

 

 

 

______________

 

 

 

 

 

คัมแบคแล้วเด้อ หาเรื่องอีกแล้วเด้อ 5555

ฝากนะ #ฟิคShhhh (H 4 ตัวนะจ๊ะ)

ขอบคุณสำหรับวิวต่างๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้อัพ /กราบ


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #86 Leslabel Kanna (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 17:09
    ไรท์ท่านนี้มาเปิดฟิคทีไร รีดอย่างเราต้องได้เสียเงินซื้อเล่มทุกทีสินะ เหมือนยาเสพติด ... ดีใจจัง
    #86
    0
  2. #79 2mate (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 01:34
    ชอบมากเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย รู้สึกกำลังค้นหาความลับไปพร้อมกับตัวละคร
    ภาษาไรท์ดีมากๆๆๆอีกแล้ว เป็นฟิครักที่แต่งออกมาให้ลึกลับน่าค้นหาขนาดนี้ได้ไงคะยอมมม
    #79
    0
  3. #25 PUIFAY_NATNICHA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 22:26
    ชอบมากกก ตื่นเต้นจินตนาการไปเองแทบทุกฉากเลย
    #25
    0
  4. #8 ijaowhann (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 10:40
    ชอบมากกก
    #8
    0
  5. #7 0880279420 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 15:26
    น่าสนใจมากกกกกก แซ่บบบ
    #7
    0
  6. #6 jiitae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 18:40
    ชอบภาษาไรท์มากเลยค่ะ อ่านแล้วดึงดูดมาก ติดตามทุกเรื่องเลย ฮื่ออออชอบมาก
    #6
    0
  7. #5 อะไรเข้ๆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 11:37
    ชอบผลงานไรท์ทุกเรื่องเลยยย
    #5
    0
  8. #4 Mayyblack (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:52
    โอ้ยยยยชอบมากกกก โคตรชอบ
    #4
    0
  9. #3 Delight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:38
    เรื่องใหม่ เปิดมาก็ต่าสนใจแล้ว
    #3
    0
  10. #2 magicoficetea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:22
    หูยยยย แซ่บบ
    #2
    0