Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 2 : Episode 2 : A simple touch

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    21 ก.ย. 60



Episode 2 : A simple touch

 




                “วันพรุ่งนี้ทางช่างจะเข้ามาปูพื้นปาเก้ให้นะคะ ส่วนเรื่องเวทีที่จะเสริม ไว้ค่อยดีลกันอีกทีตอนที่แบบร่างสมบูรณ์”

                “ได้ครับ”

                บีละสายตาจากผู้เป็นพ่อและมองลูกสาวของเขาอย่างลิลลี่ที่กำลังเดินสำรวจบริเวณฟลอเต้นรำด้วยท่าทางจริงจัง ราวกับหัวหน้ากำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน หล่อนเดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้น จนบีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหา

                “ขอโทษนะที่เข้าใจผิดว่าเป็นแค่พนักงานมาตั้งนาน”

                “อ๋อ” ลิลลี่หันมายิ้มให้ “ไม่เป็นไร ลี่เป็นได้ทุกตำแหน่งแหละ เด็กเช็ดโต๊ะ เด็กล้างแก้ว แม้แต่เด็กเช็ดอ้วกก็เป็นมาหมดแล้ว”

                “พ่อลี่บอกว่าไอเดียของร้านส่วนนึงมาจากไอเดียของลี่เหรอ? เก่งเหมือนกันนะ”

                “ยังไม่เก่งหรอก ต้องฝึกอีกเยอะ ถ้าได้พี่บีช่วยติวก็น่าจะดี”

                “ติวเหรอ?” บียิ้ม “พี่ไม่เก่งขนาดนั้นหรอก” 

                 “เถอะน้า~” หล่อนทำเสียงอ้อน “ถ้าได้พี่บีช่วยติวให้คงจะดีมากเลยอ่ะ”

                “อืม” บีพยักหน้า “ตามนั้นก็ได้”

                ลิลลี่ส่งยิ้มให้บีอีกครั้ง ยิ้มที่บ่งบอกว่าหล่อนกำลังดีใจมากกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องนี้

                “พี่บีคิดว่าพี่คริสจะชอบพื้นปาเก้ลายนี้รึเปล่า?” จู่ๆ ลิลลี่ก็เอ่ยชื่อของผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นขึ้นมา

                “ไม่รู้อ่ะ ไว้ลองถามเขาดูสิ” บีตอบ “แต่ลี่เป็นคนคิดหนิ ยังไงเขาก็น่าจะชอบแหละ”

                “จริงๆ แล้วไอเดียรีโนเวทฟลอใหม่ไม่ใช่ของลี่คนเดียวหรอก ลี่ถามความเห็นมาจากพี่คริสอีกที เรื่องเปลี่ยนพื้น เรื่องเสริมเวที ขยายพื้นที่ก็เป็นความคิดของพี่คริสหมดเลย”

                บีรู้สึกประหลาดใจขึ้นมานิดหน่อยที่ผู้หญิงแปลกหน้าซึ่งเป็นแค่นักเต้นในบาร์สามารถออกความคิดเห็นกับลูกสาวเจ้าของร้านอย่างลิลลี่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะสนิทกันมากหรือไว้ใจกันมากก็คงทำไม่ได้แน่

                “ลี่อยากให้พี่คริสแฮปปี้เวลาอยู่บนเวทีอ่ะ”

                ทำไมลิลลี่ถึงต้องแคร์ความรู้สึกของคริสขนาดนั้นบีคิดถึงภาพที่คริสนั่งดื่มเหล้าราวกับดื่มน้ำหวาน นัวเนียผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ตัดกับสีหน้าราบเรียบตอนคริสเดินออกไปจากห้องในตอนเช้าภาพที่คริสนอนละเมอร้องไห้ตัดกับภาพที่คริสออกสเต๊ปเต้นบนเวที ราวกับเป็นคนละคน ตัวตนของคริสเป็นอย่างไรกันแน่ นี่คือสิ่งที่บีสงสัยมาตลอดหลังจากวันนั้นที่ไม่ได้เจอคริสอีก

                “ถามอะไรหน่อยสิ” บีตัดสินใจเอ่ยออกไป “ผู้หญิงที่ชื่อคริส เขาเป็นคนยังไง?”

                “พี่คริสเหรอ...” ลิลลี่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “พี่คริสเป็นคนประเภทที่...ถ้าโลกหมุนไปทางไหนเขาจะสวนทางเสมอ”

                “เป็นคนขวางโลกงี้เหรอ?”

                “ก็ไม่เชิงนะ แค่พี่คริสไม่ชอบทำอะไรเหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน--แต่ก็ไม่มีใครเคยนิยามได้ว่าพี่คริสเป็นคนยังไง แม้แต่ลี่เองก็ไม่รู้”

                “ทำไมล่ะ?” บีแปลกใจกับคำตอบ ทั้งๆ ที่คิดว่าลิลลี่น่าจะรู้จักคริสดีแท้ๆ แต่กลับตรงกันข้าม

                “พี่คริสเคยบอกว่าไม่อยากจะรู้จักใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมารู้จักด้วย” ลิลลี่ตอบ

                “แต่พี่เห็นว่าคริสดูสนิทกับลี่นะ แถมดูท่าทางเขาอยากรู้จักคนไปทั่ว โดยเฉพาะลูกค้าผู้ชาย”

                “ผู้ชายพวกนั้นคงเหมือนตัวประกอบในละครของพี่คริสน่ะ เข้ามาแค่ฉากเดียวแล้วก็ผ่านออกไป” ลิลลี่เปรียบเทียบจนบีเห็นภาพชัดเจน “อะไรที่มันจริงมันจะไม่มีคำนิยามให้วุ่นวายหรอก ตัวตนของคนก็เหมือนกัน ลี่อธิบายว่าใครเป็นคนยังไงไม่ได้หรอก นอกจากถ้าได้รู้จักจริงๆ จะรับรู้ได้เองเหมือนตอนนี้ที่ลี่กำลังได้รู้จักพี่บีนี่แหละมั้ง เราต้องค่อยๆ ทำความรู้จักกันถึงจะรู้ จริงไหม?”

                “อืม” บีพยักหน้าเห็นด้วย บีรู้สึกว่าลิลลี่เป็นคนที่อ่านง่าย มองแป๊บเดียวก็พอรู้ว่าหล่อนเป็นเด็กน่ารัก สดใสและเรื่องเซอร์ไพรซ์ที่บีได้รู้จากวันนี้คือหล่อนมีความคิดโตเกินวัย มองอะไรตามความเป็นจริง แถมไม่ตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นคล้ายกับบี

                “พี่บีดูสนใจพี่คริสนะ” คำพูดของลิลลี่สะกิดใจบีเข้าเต็มๆ

                “อ๋อ” บีแสร้งหัวเราะเบาๆ “ก็เปล่าหรอก แค่สงสัยอ่ะ”

                “พี่บีไม่เห็นสนใจลี่เลย หรือว่าคนแบบลี่อ่านออกง่ายไป”

                ราวกับลิลลี่อ่านความคิดของบีออก บีได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป “ใครว่าไม่สนใจ นี่ก็สนใจอยู่”

                “จริงเหร๊อ” หล่อนทำเสียงสูง ก่อนจะหลบตาก้มลงมองพื้นบนฟลอเต้นรำราวกับมันน่าสนใจขึ้นมาดื้อๆ

                “พรุ่งนี้วันเสาร์ ถ้าว่างไปหอศิลป์กับพี่ไหม? พอดีมันมีงานอินทิเรียจัดแสดงอยู่”

                “ไปๆ” ลิลลี่ตอบโดยไม่ต้องคิด “ห้ามเบี้ยวนะ”

                “ไม่เบี้ยวดิ เรานั่นแหละ ห้ามเบี้ยวพี่” บีหัวเราะก่อนจะยื่นนิ้วก้อยออกมา “เนี่ย สัญญาเลยว่าจะพาไป”

                “โธ่...คนโตๆ เขาจับมือกันแล่ว” ลิลลี่ปฏิเสธที่จะเกี่ยวก้อยกับบีด้วยการเปลี่ยนมาจับมือเธอแทน บีมองมือของตัวเองที่ถูกลิลลี่จับ สลับกับมองรอยยิ้มสดใสที่ถูกส่งมาให้

                                 ตั้งแต่ได้มาที่บาร์แห่งนี้ บีรู้สึกว่าชีวิตของบีเริ่มเปลี่ยนไป ตั้งแต่ได้เจอลิลลี่และได้เจอคริส จากปกติที่มีแต่เรื่องงานบวกกับความเหงาเพราะไร้เพื่อน ตอนนี้มันเริ่มมีความบังเอิญและไม่สมเหตุสมผลเข้ามา อย่างเช่น การพาคริสซึ่งเป็นผู้หญิงแปลกหน้ากลับไปนอนที่ห้อง ความรู้สึกสงสัยในตัวตนของหล่อน หรือการได้พบกับรอยยิ้มสดใสของลิลลี่และสัมผัสที่นุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยได้จากใครมาก่อนเพราะคืนนั้นแท้ๆ คืนที่เต็มไปด้วยความสับสน คืนที่ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลสักอย่าง คืนที่ทำให้คริสกับลิลลี่เข้ามาอยู่ในความคิดของบีแทบตลอดเวลา

                 ไม่รู้ว่าใช่เรื่องที่น่ายินดีหรือไม่ แต่หลังจากคืนนั้นบีไม่รู้สึกเหงาอีกเลย

                หอศิลป์ในเวลาหกโมงเย็นของวันเสาร์ไม่หนาแน่นไปด้วยผู้คนมากนัก บีพาลิลลี่เดินดูภาพวาดบริเวณชั้นสามไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน เธอมองและเดินตามอยู่ด้านหลัง สังเกตทีท่าของเด็กสาวที่มีต่องานศิลปะ หล่อนอ่านงานทุกชิ้น มองภาพทุกภาพไปต่ำกว่าห้านาที หากสนใจแนวคิดของภาพใดก็จะถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือเก็บไว้ บีชอบที่เห็นลิลลี่ชอบงานศิลปะเหมือนกัน ชอบที่ได้มองแผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่าเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ชอบที่ลิลลี่มีอะไรคล้ายๆ กับบีและตอนนี้บีรู้สึกเหมือนได้น้องสาวเพิ่มมาหนึ่งคน

                “พี่บี” เสียงลิลลี่เอ่ยเรียก ทำให้บีหลุดออกจากภวังค์ “เดินช้าจัง”

                ลิลลี่ส่งมือมาให้บีจับเพื่อจะได้เดินไปพร้อมๆ กัน บีมองรอยยิ้มของลิลลี่สลับกับมือของหล่อน และมันโคตรไม่สมเหตุสมผลที่จู่ๆ บีก็คิดถึงสัมผัสอันนุ่มนวลในคืนนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บาร์ทึบแสงสลัว สว่างสดใสขึ้นมาทันตา

                “พี่บี”

                เสียงลิลลี่เอ่ยเรียกอีกครั้ง พร้อมกับเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ๆ หล่อนเงยหน้ามองบีและส่งยิ้มเป็นยิ้มที่ใกล้ ราวกับเหตุการณ์ในคืนอันสับสนได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง โคตรสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งที่รู้สึกกับเด็กคนนี้คืออะไรกันแน่ มันคือความเอ็นดูที่ผสมกับความรู้สึกอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ลิลลี่สอดมือเข้ามาในมือของบีโดยไม่รอให้บียื่นไปจับ หล่อนไม่พูดอะไรนอกจากส่งยิ้ม บีก็เช่นกัน แหงล่ะเธอพูดอะไรไม่ออก เมื่อจู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกอะไรอะไรก็ไม่รู้ ที่ทำให้มองลิลลี่เปลี่ยนไป แค่เพราะสัมผัสจากหล่อนน่ะเหรอ? หรือรอยยิ้ม? ความชอบอะไรที่คล้ายกัน? หรือจะเป็นความคิดของหล่อน?

                ถ้าเปรียบลิลลี่เป็นอะไรสักอย่าง คงเป็นเหมือนท้องฟ้ายามเช้าที่สดใสโดยไม่ต้องเติมแต่งสีสันใดๆ มองแล้วรู้สึกดี อยากมองไปเรื่อยๆ และอยากมองไปนานๆ  ลิลลี่เองก็ไม่ได้อ่านง่ายขนาดนั้น หล่อนมีอะไรให้บีรอค้นหา โดยเฉพาะสายตาคู่นั้นที่มองมาสายตาของลิลลี่มันเริ่มเปลี่ยนไป พร้อมความรู้สึกของบีที่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

                “ไปกันเถอะ” เสียงใสเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม บีมองมือตัวเองที่ค่อยๆ กระชับจับมือของลิลลี่ให้แน่นขึ้น ราวกับเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติของความรู้สึกเมื่อได้รับสัมผัสจากหล่อน

                ไม่รู้ว่ารอยยิ้มและแววตาของลิลลี่สื่อถึงอะไร ไม่รู้ว่าสัมผัสอันเรียบง่ายนี้จะนำพาความรู้สึกของบีไปในทิศทางไหน แต่ที่รู้สึกได้ ณ ตอนนี้ คือบีรู้สึกดี จริงอย่างที่ลิลลี่บอก อะไรที่มันจริง มันจะไม่มีคำนิยามให้วุ่นวาย

                ใช่บีรู้สึกดี เธอรู้แค่นี้จริงๆ

 

                เพราะความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไปต่อเด็กสาวผู้มีรอยยิ้มสดใส คราฟเบียร์ที่วางอยู่ตรงหน้าคงไม่ช่วยให้บีหายสับสน เพลง Heartbeat จากวง The knife ที่คลอมายิ่งทำให้บีสับสนเข้าไปใหญ่ สัมผัสอันเรียบง่ายแม้ไม่ทำให้ใจเต้นแรง แต่มันมีอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด ชัดจนบีแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเอง บีมองลิลลี่กำลังพูดคุยกับบาเทนเนอร์หน้าบาร์ สลับกับมองนักดนตรีบนเวทีกำลังซาวน์เช็คเครื่องดนตรี และมองไปเจอใครบางคนที่เริ่มเข้ามาทำให้บีสับสนอีกรอบ

                คริส

              ผู้หญิงแปลกหน้าผู้ชอบเดินสวนทางกับโลก อย่างที่ลิลลี่บอก ไม่มีใครนิยามได้ว่าหล่อนเป็นคนแบบไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ดั่งเช่นตอนนี้ บีก็ไม่เข้าใจว่าหล่อนต้องการอะไรถึงได้เดินตรงเข้ามา วางแก้วแชมเปญลงข้างๆ ขวดคราฟเบียร์ของบี เสยผมทัดหูและไม่พูดอะไรเธอไม่พูดอะไรเลยแม้แต่ประโยคเดียว และบีก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปเช่นกัน รออยู่นานพอสมควรกว่าที่จะเอ่ยปากพูดได้ บีอยากทักทายเธอ ถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้างหลังจากไม่ได้เจอกันตั้งแต่เช้าวันนั้น--แต่เมื่อจะเอ่ย คริสก็หันไปให้ความสนใจกับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามา ชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานและน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับบี เขาเข้ามากอดคริส จูบลงไปที่แก้วข้างขวาของหล่อน จูบต่อหน้าต่อตาบี 

                “สวยจัง” เขาเอ่ย และมองคริสอย่างหลงใหล “เดี๋ยวเจอกันนะ ผมไปหาเพื่อนก่อน”

                “ค่ะ” คริสส่งยิ้ม ก่อนที่เขาจะจูบลาที่แก้มข้างขวาของหล่อนอีกครั้งและเดินจากไป คริสหันกลับมาหาบีตามเดิมและยกแชมเปญขึ้นมาดื่ม ไร้รอยยิ้มและการพูดคุยใดๆ อีกครั้ง

                “วันนั้นไม่ใช่คนนี้นี่” บีตัดสินใจเอ่ยออกไป

                “ก็ไม่ใช่คนเดิมสักคืนนั่นแหละ”

                “แล้วนี่ไม่มีแฟนเหรอถึงทำแบบนี้ได้”

                “ไม่มีอ่ะ” หล่อนส่ายหน้า “ไม่อยากมีด้วย”

                “ทำไมอ่ะ?”

                “โตจนป่านนี้แล้ว ไม่อยากเสียเวลาคบกับใครเหมือนตอนเด็กๆ แล้ว” คริสเอ่ย ก่อนจะกระดกแชมเปญรวดเดียวหมดแก้ว หล่อนยกมือขึ้นเช็ดปากก่อนจะพูดต่อ “คิดดูนะถ้าเริ่มคบกับใครตอนนี้ ก็ต้องเริ่มใหม่หมด ต้องเริ่มทำความรู้จักเธอชอบอะไร ทำงานอะไร ชอบไปเที่ยวที่ไหน กว่าจะรู้จักกันหมดเปลือกก็ตีไปปีกว่า แล้วถ้าหลังจากนั้นไปกันไม่รอด ก็ต้องไปเริ่มใหม่กับคนอื่นในแบบเดียวกัน แล้วถ้าแม่งไปกันไม่รอดอีกล่ะจะทำยังไง? เราไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก”

                “แล้วอะไรที่มีสาระ? ออกไปเต้น นั่งกินเหล้าเมาอยู่ทุกวันน่ะเหรอ?”
       
         “มันคนละเรื่องกันป่ะ นั่นมันเรื่องของชีวิต นี่มันเรื่องของความสัมพัน ถ้าเราไม่โฟกัสเรื่องความสัมพันเราก็จะมีเวลาใช้ชีวิตที่เราอยากใช้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งกั๊กหรือต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองเพื่อความสัมพันที่ไม่รู้ว่าจะจบลงตอนไหน”

                “นี่คือกะจะไม่คบใคร ใช้ชีวิตไปวันๆ กับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแบบนี้เหรอ?”

                “ผิดกฎหมายป่ะล่ะ?” คริสสวนกลับจนบีแทบไปไม่เป็น เออ ก็ถูกของหล่อน มันไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่มันผิดไปจากวิถีชีวิตปกติของมนุษย์น่ะสิบีได้แต่คิดในใจ ไม่ได้เอ่ยออกไป “เธอกำลังคิดว่าเราสำส่อน นอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเหรอ?”

                “ก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” บีเม้มปาก “แต่ว่า มันใช่ไหมล่ะ?”

                “ผู้ชายไม่ซ้ำหน้าที่เธอว่าคือผู้ชายที่เราพอใจจะนอนด้วย เราไม่ได้นอนกับผู้ชายทุกคนที่เข้ามาสักหน่อย”

                “พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติดีอ่ะ”

                “เออ” หล่อนกระแทกเสียง “ขอโทษด้วยที่ชีวิตเรามันผิดปกติสำหรับเธออ่ะ”

                “ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”

                “เธอแม่งพูดคำนี้โคตรบ่อยเลย คืนนั้นเธอก็เอาแต่พูดประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ไม่ได้คิดแบบนั้นแล้วสรุปว่าคิดแบบไหนกันแน่วะ?” คริสเริ่มใส่อารมณ์ในบทสนทนา หล่อนถือวิสาสะหยิบขวดคราฟเบียร์ของบีไปกระดกจนหมดขวด ดวงตาคู่เล็กจ้องเขม็งอย่างไม่สบอารมณ์ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาดื้อๆ “ไหนพูดมาสิว่าความคิดของเธอที่มีต่อเรามันเป็นแบบไหน?”

                บีเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เครื่องสำอางบนใบหน้าและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของคริสกำลังดึงดูดบีมากกว่าคำถามมากกว่าเพลงของ Norah Jones เพลงโปรดของเธอที่กำลังดังขึ้นมาซะอีก คริสมองบีเพื่อรอฟังคำตอบ แต่บีมองคริสเพราะหาเหตุผลที่จะละสายตาไปจากของหล่อนไม่ได้เลย

                “ลี่บอกเราว่าเธอไม่อยากรู้จักใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมารู้จักเธอ” บีเอ่ย “และตอนนี้เรายังไม่รู้จักเธอดีพอ เราตัดสินเธอไม่ได้”

                “เธออยากรู้จักเราไหมล่ะ?” คริสถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม

                “ก็อยาก...” บีตอบแทบจะทันทีที่สิ้นคำถาม เป็นคำตอบที่รวดเร็วราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวบีมาตลอดบีอยากรู้จักคริสตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันและตั้งแต่ค่ำคืนอันน่าสับสนคืนนั้น ตั้งแต่ตอนนั้น คริสแอบชะงักไปกับคำตอบของบีเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยการหัวเราะออกมาราวกับคำตอบของบีเป็นเรื่องน่าขำ

                “เธอแม่งตลก”

                “ตลกอะไร?”

                “เธอไม่คิดให้ดีก่อนตอบอ่ะ” หรือจะเป็นอย่างที่คริสพูด บีอาจไม่ได้คิดให้ดีก่อนตอบจริงๆ ก็ได้ ใครจะอยากรู้จักผู้หญิงแบบนี้ผู้หญิงขี้เหล้า หยาบคาย ปล่อยเนื้อปล่อยตัวและชอบยั่วผู้ชาย ไม่มีความน่ารู้จักด้วยเลยสักนิด แล้วเพราะอะไรทำไมบีถึงตอบไปว่าอยากรู้จัก
                ใช่ หล่อนดูหยาบคาย กร้านโลก ราวกับผ่านอะไรมาเยอะ ไม่รู้ว่าเพราะนิสัยส่วนตัวหรือประสบการณ์หล่อหลอมให้หล่อนเป็น และไม่รู้ว่าทำไมบีถึงสนใจในตัวหล่อนนัก ไม่รู้เลยสักนิดว่าคนตรงหน้าเป็นคนอย่างไร เครื่องสำอาง กลิ่นน้ำหอมจางๆ เป็นตัวคั่นกลางระหว่างบีกับคริส มันอาจทำให้บีคิดไปเองก็ได้ว่าอยากรู้จักคริสจริงๆ
                แต่บียังมั่นใจ ว่าคริสที่บีเห็นตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คริสเป็น

                “ก็อยากรู้จักไง” บีย้ำคำตอบ

                “ไม่ใช่แค่อยากรู้จักเพราะอยากนอนกับเราใช่ไหม?”

                “ไม่ใช่” บีปฏิเสธทันที “เราคงมีอะไรกับคนที่เราไม่ได้รักไม่ได้”

                “ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเธอเป็นคนน่าเบื่อ”

                “แล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอที่ทำแบบนั้น?”

                “ก็เพราะไม่รู้สึกไง ถึงทำได้”

                ต้องเป็นคนแบบไหนถึงมีความคิดร้ายๆ แบบนี้ได้บีรู้สึกว่าคริสร้าย ไม่ใช่ร้ายด้วยนิสัย แต่ร้ายด้วยความคิด หล่อนทำเหมือนการหลับนอนกับคนอื่นเป็นเรื่องปกติ ไม่สนใจ ไม่แคร์โลก ไม่คิดด้วยซ้ำว่าบีจะรู้สึกอย่างไรกับตัวตนของหล่อน    

                 “ไม่อยากลองดูจริงๆ เหรอ?”

                “ลองอะไร?”

                “ลองมีอะไรกันไง”

                “เป็นอะไร ทำไมชอบพูดแต่เรื่องพวกนี้?”

                 “เซ็กส์กับความรักมันไม่ใช่ของคู่กันนะเธอ ถึงเราไม่ได้รักเธอ เธอไม่ได้รักเราเราก็มีเซ็กส์กันได้ ถ้ามันเป็นความต้องการของเรากับเธอไง”

                “ตอนนี้เราดูต้องการเธอขนาดนั้นเลยรึไง?” นั่นสิสีหน้ากับแววตาของบีมันบ่งบอกให้คริสรู้ตัวขนาดนั้นเชียวเหรอ? ไม่ใช่ว่าบีต้องการทำเรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคืนนี้หล่อนสวยมากแค่ไหน แก้มข้างขวาที่ถูกชายหนุ่มคนนั้นประทับฝีปากลงไปมันจะหอมและนุ่มละมุนแค่ไหน บีก็แอบอยากรู้

                คริสไม่ได้พูดอะไรต่อ หล่อนคิดจะจบบทสนทนาหรือคิดจะเดินจากไปก็ทำได้ทันที โดยไม่สนใจว่าใครจะอยากให้อยู่คริสไม่เคยสนใจว่าบีอยากให้คริสอยู่ ไม่เคยรับรู้

                 “ถ้าเริ่มต้นด้วยเซ็กส์ มันจะจบลงด้วยรักได้เหรอ?”  บีตัดสินใจเอ่ยถาม ก่อนที่คริสจะเดินจากไป

                 “ก็อย่ารักดิมันไม่มีทางที่เธอจะตกหลุมรักใครแค่ครั้งแรกที่เห็นแล้วจะรักต่อไปได้ตลอดด้วยความรู้สึกเดิมหรอก เพราะมันเป็นแค่ความประทับใจ ไม่ใช่ความรัก”

                             คริสเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแก้วแชมเปญที่ว่างเปล่าและประโยคสุดท้ายที่ชวนให้คิดตามเดินจากไปแบบไม่คิดถึงความรู้สึกของคู่สนทนา ปล่อยให้บทสนทนาค้างคาราวกับนิยายที่ไม่มีตอนจบ ที่คริสพูดหมายความว่ายังไง? การที่เดินมานั่งและพูดเรื่องพวกนี้มันเพื่ออะไร? เพื่อแกล้งให้บีสับสนเล่นหรือหล่อนคิดอะไรอยู่ในใจ

                อีกนานไหมที่จะต้องสับสนกับผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้

                      

                   “ชอบพื้นฟลอเต้นรำ สวยดี” คริสเอ่ยกับลิลลี่ ทันทีที่นั่งลงที่เก้าอี้หน้าบาร์

                “ดีใจที่ชอบ” ลิลลี่ยิ้มบางๆ พลางยืนจัดขวดเครื่องดื่มไปด้วย “คนออกแบบให้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล”

                “ใคร?”

                “นั่นไง” ลิลลี่พยักหน้าไปหาคนที่คริสเพิ่งเดินจากมา หล่อนมองตามไปเจอบี และหันกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบ 

               “นั่นน่ะเหรอ คนออกแบบ ดูหน้าซื่อๆ ไม่น่าจะออกแบบอะไรได้”

                “เขาเก่งออก” ลิลลี่พูดพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าพอใจในตัวบีมากขนาดไหน “รู้จักเขารึไง ไปตัดสินเขาแบบนั้น”

                คริสหยิบบุหรี่ขึ้นมาจากกระเป๋าสะพาย จุดไฟสูบ พ่นควันออกมาก่อนจะตอบ “ไม่รู้จักหรอก ชื่อยังไม่รู้เลย”

                “เขาชื่อบี”

                “อืม เหรอ?” คริสพยักหน้ารับรู้ ชื่อของบีไม่ได้เป็นที่น่าสนใจของหล่อนแม้แต่น้อย “พี่เคยไปนอนห้องเขาอยู่ครั้งนึง”

                สองมือที่กำลังจัดเครื่องดื่มหยุดชะงัก สีหน้าของลิลลี่เปลี่ยนไปทันทีที่ได้ฟัง เงียบไปครู่หนึ่งก็เอ่ยถามต่อด้วยท่าทีปกติ “ทำไมไปนอนกับเขาได้อ่ะ?”

                “เรื่องเข้าใจผิดอ่ะ” คริสตอบพร้อมกับพ่นควันสีเทาออกมา

                “แต่เขาดูสนใจพี่คริสนะ” ลิลลี่เอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ “เขาถามถึงพี่คริส ตอนอยู่กับลี่”

                “ถามว่าอะไร?”

                “เขาถามว่าพี่คริสเป็นคนยังไง”

                “ท่าทางจะอยากรู้จักพี่จริงจัง” คริสหัวเราะออกมา “ดูสนิทกับเขาดีนี่”

                “ลี่อยากเรียนอินทิเรีย แล้วเขาก็ทำงานเป็นอินทิเรีย เราสองคนเลยคุยกันได้”

                คริสหันไปมองบีอย่างพิจารณาอีกครั้ง “เชื่อพี่ไหม ว่าเขาเป็นพวกเซ่อซ่าอ่ะ พวกที่ไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรเลย”

                “คิดแบบนี้ตั้งแต่ไปนอนกับเขาครั้งนั้นเหรอ?”  ลิลลี่ถามพลางหันไปมองบีเช่นกัน ทั้งคริสและลิลลี่ทั้งสองต่างมองไปที่บี เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกผู้หญิงสองคนนี้มองอยู่นี่อาจเป็นการไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรเลยเรื่องแรกของบี “นอนที่ว่า คือนอนเฉยๆ ใช่ไหม หรือว่านอนทำเรื่องอย่างว่า”

                “คิดว่าพวกไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรเลยจะเป็นแบบไหนล่ะ?” คริสหัวเราะเบาๆ ลิลลี่มองอย่างเข้าใจว่าค่ำคืนนั้นจบลงอย่างไร

                “แล้วไม่ดีเหรอ ที่เขาไม่ได้หวังอะไรในตัวพี่คริสเหมือนคนอื่นๆ”

                คริสไม่ตอบอะไร หล่อนสูบบุหรี่จนใกล้หมดมวนและทิ้งมันลงไปในที่เขี่ย ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนคิดอะไรอยู่ แม้แต่ลิลลี่ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นนอกจากตัวคริสเอง

                “ไปก่อนนะ มีนัด”

                “ไม่ลองแดนซ์เปิดฟลอใหม่หน่อยเหรอ?”

                “มันใหม่และสวยเกินไป ยังไม่กล้าไปโดนมันหรอก” คริสถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อพูดจบ คริสเดินจากไปพร้อมกับชายหนุ่มคนนั้นที่ได้จูบแก้มข้างขวาของหล่อน ทั้งสองเดินโอบกอดกันออกไปด้วยท่าทางสนิทสนม หล่อนดูมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาและทุกอย่างอยู่ในสายตาของบี

                ลิลลี่วางขวดเบียร์ให้บีและนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองแก้วแชมเปญที่วางอยู่ใกล้ๆ ก็พอรู้ว่าคริสแวะมาเยี่ยมเยียนที่โต๊ะนี้ ลิลลี่พออ่านสถานการณ์ออกว่าทั้งบีและคริสเคยเจอและเคยพูดคุยกันแล้ว แค่ไม่รู้ว่ามันมากถึงระดับไหนเท่านั้น

                “พี่คริสชมว่าฟลอใหม่สวยดีนะ” ลิลลี่เอ่ย

                “เหรอ?” บีพยักหน้ารับรู้ “เขาไปแล้วสิ?”

                “อื้ม เห็นบอกว่ามีนัด”

                “คริสประหลาดดี” บีเอ่ยโดยไม่ได้มองหน้าลิลลี่ “รู้ไหมวันนั้นคริสเมาหลับอยู่หน้าบาร์ จนพี่ต้องพากลับห้องด้วย”

                บีพูด โดยไม่รู้ว่าจะทำให้ลิลลี่รู้สึกอย่างไร สีหน้าของหล่อนก็ยังเรียบเฉยปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดแปลกหรือเป็นเรื่องใหญ่ หล่อนนั่งฟังโดยไม่คิดถามอะไรต่อจนบีแปลกใจ

                “ไม่ถามอะไรหน่อยเหรอ?”

                “พี่บียังสนใจพี่คริสมากกว่าลี่อยู่ดี” หล่อนยิ้ม เป็นยิ้มปนความผิดหวัง

                บีหลุบตามองขวดคราฟเบียร์เพราะไม่กล้าสู้สายตาของหล่อน บีนิ่งไป ไม่ใช่เพราะปฏิเสธไม่ได้ แต่เพราะบีไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มันคืออะไรกันแน่

                “รู้งี้น่าจะทำตัวอ่านออกยากแบบพี่คริสบ้าง เผื่อพี่บีจะได้สนใจอยากรู้จักลี่มากกว่านี้” น้ำเสียงเชิงออดอ้อน เชิงน้อยใจ บีไม่รู้ว่าลิลลี่แกล้งทำหรือมันมาจากความรู้สึกของหล่อนจริงๆ

                “เป็นตัวของตัวเองแบบนี้น่ะดีแล้ว” บีส่งยิ้มออกไปเพื่อหวังว่าจะเยียวยาสถานการณ์ครุมเครือนี้ได้บ้าง “จริงๆ แล้วพี่ก็ไม่รู้หรอกว่าพี่สนใจหรือไม่สนใจใคร แต่ที่รู้ตอนนี้คือพี่ไม่เคยรู้จักใครที่น่ารักเท่าลี่มาก่อน พี่ดีใจนะที่ได้รู้จักลี่โดยไม่ต้องมานั่งคิดว่าลี่เป็นคนยังไง ต้องเข้าหาแบบไหน แบบนี้สบายใจจะตาย”

                ลิลลี่ฟังบีพูดอย่างตั้งใจ

                “บางทีที่พี่มองลี่ พี่ยังคิดเลยว่า จะไปหาเด็กน่ารักที่มียิ้มสดใสแบบนี้ได้อีกที่ไหน พี่ชอบมองลี่ยิ้มนะ มันธรรมชาติดี" ลิลลี่ยังจ้องมองบีอย่างไม่วางตา "นี่พี่คงเริ่มเมาแล้วถึงได้พูดมาก ลี่พูดอะไรบ้างสิ นั่งจ้องแบบนี้พี่ก็ทำตัวไม่ถูกนะ" 

               "ลี่ไม่มีอะไรจะพูดหรอก ลี่รู้ว่าพี่บีเป็นคนพูดน้อย พอพี่บีพูดเยอะแบบนี้ ลี่อยากเป็นคนฟังมากกว่า"

               "ลี่ก็อ่านคนเก่งเหมือนกันนะ หรือว่าพี่ก็เป็นคนอ่านง่ายเหมือนกัน ใช่ไหม?" บีหัวเราะออกมา พลางกระดกเบียร์ดื่ม 

               "เพราะตอนที่พี่บีพูด พี่บีน่ารักต่างหาก" 

               "อย่ามาแกล้งชมเลยน่า"

               ทันทีที่วางขวดเบียร์ลง บีรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของลิลลี่ รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลทันทีที่ริมฝีปากบางของหล่อนประทับลงบนริมฝีปากของเธอ หล่อนจูบเธอโดยไม่เหลือจังหวะให้ตั้งตัว และสำหรับลิลลี่ หล่อนคงรับรู้ได้ถึงรสจูบที่เคล้าด้วยกลิ่นเบียร์ จากริมฝีปากของบีราวกับเสียงเพลงในบาร์เงียบลง ราวกับแสงไฟสลัวได้ดับมืด ณ ที่นี้ ราวกับเหลือเพียงบีกับลิลลี่เพียงสองคนแต่เมื่อทันทีที่หล่อนถอนจูบ บรรยากาศทุกอย่างก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บีรู้สึกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว

                บีมองตาลิลลี่ สลับกับริมฝีปากของหล่อน อยากถามออกไปว่าเพราะอะไรจึงจูบเธอ แต่ดูเหมือนสมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ ก่อนที่ลิลลี่จะลุกเดินจากไป เมื่อรู้สึกตัวว่าควรออกมาจากภวังค์ บีหันไปมองลิลลี่ที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้แต่ไกล รอยยิ้มที่มองทีไรก็สดใส จริงใจที่สุดเท่าที่บีเคยเห็น

                คงจริงอย่างที่หล่อนว่า อะไรที่มันจริง มันจะไม่มีคำนิยามให้วุ่นวาย คงเหมือนดั่งเช่นความรู้สึกที่หล่อนมีต่อบี ณ ตอนนี้ ทีเหลือก็ขึ้นอยู่กับบีว่าจะรู้อย่างไรกับหล่อนหรือแม้แต่กับผู้หญิงแปลกหน้ากร้านโลกคนนั้นที่ทำให้บีคิดไม่ตกว่าควรจะรู้สึกอย่างไรด้วยดี 

               แต่หากถามบีตอนนี้ว่ารู้สึกอย่างไร บีคงตอบได้แค่ว่าไม่รู้--บีไม่รู้จริงๆ ว่าต้องรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์อันน่าสบสนนี้ 

                บีไม่รู้--บีไม่รู้อะไรเลย

                

               ค่ำคืนอันน่าสับสนวกกลับมาอีกครั้งค่ำคืนที่เรื่องราวทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วราวกับโดนเวทมนตร์สะกด แม้ไม่มีคำพูดใดๆ ช่วยทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกระจ่างมากขึ้นก็ตาม แต่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกได้ว่ามันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว รวมทั้งความรู้สึกของทั้งสองที่มีต่อกัน

 

                นาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง เพราะสิ่งที่เจอมาทำให้บียังหลับไม่ลง หากคืนนั้นเป็นคืนอันน่าสับสน คืนนี้มันคงยิ่งกว่าจูบจากเด็กสาวที่มีรอยยิ้มสดใส จูบที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นและจากไปอย่างรวดเร็ว บีนั่งคิดถึงแต่รอยยิ้มสดใสและดวงตากลมโตที่ไม่มองไปที่ใดนอกจากดวงตาของบี  

                เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความคิด บีลุกไปเปิดประตูโดยที่ในหัวยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของลิลลี่

                ผู้หญิงแปลกหน้าที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกันที่นี่ ที่ห้องของบีหล่อนหมดสภาพ กลิ่นหอมจางๆ ถูกกลบด้วยกลิ่นเหล้า แววตาเลื่อนลอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ดั่งเช่นคืนนั้นที่เจอกันไร้คำพูดใดจากหล่อนนอกจากแววตาที่จ้องมองมา บีกำลังถามตัวเองว่าควรรู้สึกอย่างไรดี ควรสับสนกับเรื่องวันนี้ หรือควรดีใจที่ได้เจอคริสที่นี่อีกครั้ง

                “ทำไมมาที่นี่?”

                “เพราะเธอเคยบอกว่า เธอไม่เหมือนคนอื่นที่เราเคยเจอ” นั่นคือเหตุผลของคริสกับการปรากฏตัวครั้งนี้เหรอ? หรือเพราะคริสแค่เมา และกำลังเมามาก “ขอเข้าไปได้ไหม?”

                บีชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ แต่ร่างกายสั่งการอัตโนมัติอีกครั้งด้วยการเปิดประตูให้คริสเข้ามา

                คริสเข้ามาในห้อง และกำลังเข้ามาในโลกของบีโลกของบี ที่คริสคงไม่รู้ว่ามีเด็กสาวรอยยิ้มสดใสคนนั้นเข้ามาครอบครองเอาไว้ครึ่งหนึ่งแล้ว

 

 

 



-----------------------------------------------------------------------------

ใช่ค่ะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วตั้งแต่คิดจะแต่งเรื่องนี้แล้ว

สับส๊นนนนนนนนนนน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #606 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:10
    โอ้ยยยยยยยยย ผิดจังหวะไปหมดดดด บีเอ่ยยยยยย ทำไมมันไม่รู้อัไรขนาดนี้เลยหรอ ห้ะบี๊
    #606
    0
  2. #548 ไรท์หมี@Dogmouthbear (@thefluffygang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 15:13
    อห... แต่การเปนคนไม่รู้ห่าเหวอะไรที่มี ผญ. ดีย์ๆ สองคนแบบนี้มารุมล้อมมันก็โอเคน๊ะะะะ 5555 อยากไม่รู้ห่าเหวอะไรบ้างจัง ฮ่าๆๆ 
    #548
    0
  3. #215 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:56
    กิ๊ดดด ทีมคริสแต่ลี่ก็น่ารักช้าไปแค่เสี่ยวเดียวเองนะคริสสส
    #215
    0
  4. #72 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 18:04
    พี่บีผู้ไม่รู้อัไรเลย555
    #72
    0
  5. #38 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 21:26
    ทีแรกก็ทีมคริส ไปมาลิลลี่หนูแบบน่ารักมากก คือไม่ใช่การอ่อยอ่ะ แต่แสดงออกมาว่าชอบจริงๆไรงี้ ฮือถ้าพี่บีเลือกพี่คริสแล้วจะต้องสงสารลิลลี่มากแน่เลย

    พี่คริสนี่เป็นอารมณ์แบบผู้หญิงน่าค้นหาอ่ะ ผู้หญิงแบบนี้มีเสน่ห์นะ เป็นพี่บีก็หลงง
    #38
    0
  6. #33 ijaowhann (@ijaowhann) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 17:44
    ทีมบีคริสนะ พี่บีอย่ากินเด็กขนาดนั้นนะ 555555555
    #33
    0
  7. #28 Fai-Emm (@faifem_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:13
    ทีมพี่คริส แต่ลิลลี่ก็น่ารักค่ะ โอ้ยยย พี่บีหนักใจเหมือนๆกับเราไหมคะ555555
    #28
    0
  8. #26 Delight (@delight25) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 13:35
    สับสนได้ค่ะพี่บี แต่อย่าทำสาวๆเสียใจนะ
    #26
    0
  9. #23 wellingfresh (@justmeandyou) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 01:34
    แบ่งคนละครึ่งละกันนะคะถึงจะทีมบีคริสแต่ลิลลี่ก็ทำให้สับสนได้เหมือนกัน
    #23
    0
  10. #22 หมอกแสนเบาบาง (@njpm4ever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 11:42
    Team Cris ค่ะ //ชอบเรื่องนี้นะคะ
    #22
    0
  11. #21 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 23:56
    โหย ลินลี่ก็น่ารัก แต่เราก็บีคริส กลัวลินลี่จะเสียใจจัง
    #21
    0
  12. #20 chukichi (@chukichi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 23:49
    ลิลลี่ ทำไมยูได้จูบพิบีก่อนพิคริสส 5555 อิพี่บีดูเซ่อๆเนอะ ต้องให้พี่คริสสอนซะหน่อยแล้ว // เรื่องน่าสนใจอะ ชอบมากกเลยย ชอบแบบนี้ ><
    #20
    0
  13. #19 AeAnne_Saii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 22:56
    เอาใจช่วยนะพี่บี แต่เราทีมพี่คริสนะ 😆
    #19
    0
  14. #17 บีคริส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 22:04
    ชอบทั้งสองทั้งคนเลยแต่รักในตัวพี่คริสขออยู่ทีมพี่คริสแล้วกันดูมีปมดี แต่ดูเหมือนพี่คริสจะช้ากว่าลิลลี่นะ เด็กมันรุกแล้ว
    #17
    0
  15. #16 ShaLam (@Ratmanee_kiekie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 21:44
    สับสนแทนเลย คนละขั้วเลยทั้งสองคน เอาใจช่วยทั้งสองคนแล้วกัน คนนึงก็แสนดี คนนึงก็ดูน่าค้นหา ไม่ว่าจะลงเอยยังไงก็น่าจะhappy ending(?)แหละน่า 555555
    #16
    0
  16. #15 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:52
    เลือกยากจัง แต่ชอบคาเลคเตอร์พี่คริสมากกว่า ดูมีอะไรในใจ
    #15
    0
  17. #14 Mayyblack (@Mayyblack) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:25
    ขออยู่ทีมพี่คริสก็แล้วกันค่ะ หาค้นหาดี
    #14
    0
  18. #13 Minasorn_ (@nasorn-22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 19:53
    เลือกไม่ถูกเลยทีนี้ คนหนึ่งก็สดใสน่ามอง อีกคนก็น่าค้นหา โอ้โห ._.
    #13
    0
  19. #12 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 19:42
    โอ้ยยยยยย พี่บีโว้ยยยยย ซึนขั้นสุด
    #12
    0