[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 27 : [Shortfic AU Quantumtale] Only kid can DO!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

[Shortfic AU Quantumtale] Only kid can DO!

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค*





ครั้งหนึ่ง ช่วงชีวิตหนึ่งเราทุกคนต้องเคยเป็นเด็ก คงไม่มีใครเกิดขึ้นมาแล้วกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแน่ๆล่ะ เพราะถ้าเป็นแบบนั่นมันก็คงไม่ใช่ชีวิตแล้วล่ะ นั่นน่ะคงจะน่ากลัวมากถ้าเราไม่มีความทรงจำของชีวิตในวัยเด็ก


การเป็นเด็กทำให้เราไม่ต้องคิดมากกับอะไร ทั้งงาน เงิน ตราบใดที่ยังมีพ่อแม่อยู่ เราก็แค่เล่นสนุกกับเพื่อนๆไปวันๆหนึ่ง ไม่มีเรื่องเครียดหรือต้องคิดมากกับเรื่องน่าปวดหัวอย่างที่พวกผู้ใหญ่เป็นกัน การเป็นเด็กทำให้เรามีอิสระ จะทำอะไรก็ได้! (ยกเว้นก็แต่เด็กอย่างเจ้าชายล่ะนะ...)


ไม่ว่าจะแกล้งคนอื่น วิ่งไปป่วนใครหรือทำผิดก็ยังได้รับการให้อภัย


แต่ช่วงเวลาแบบนั่นของเขาก็หายไปเมื่อเขามีอะไรบางอย่างที่พิเศษ ภาระที่หนักหนาเกินกว่าที่เขาจะคิด


เขา...มีพลังในการควบคุมกาลเวลาและเปิดมิติวิ่งข้ามไปจักรวาลอื่นได้


มันคงจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับใครหลายๆคน ตอนแรกแซนส์เองก็สนุกกับการได้พลังนี้มาเหมือนกัน! ใครล่ะที่ได้พลังพิเศษขนาดนี้มาจะไม่ใช่มันในการเล่นสนุกบ้างล่ะ! แบบนั่นคงน่าเบื่อจะตายไป หากแต่นานวันเข้า เมื่อเขาเริ่มรับรู้ถึงความสามารถและขีดจำกัดของพลังมากขึ้นเท่าไหร่ ความรับผิดชอบต่อพลังนั่นก็ยิ่งมีมากขึ้น


การเปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์ การฝืนทำลายเหตุการณ์Genocide นั่นทำให้ไทม์ไลน์ของเขาพังพินาศ! เขาทำให้ทุกคนติดอยู่ในช่วงเวลาวัยเด็ก ไม่มีได้โตขึ้น ถึงจะไม่มีเหตุการณ์Genocideอีกต่อไป แต่เหตุการณ์ที่เป็นความสุขก็ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน


ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง


โดยทั้งหมดคือความผิดของเขาเอง...

.

.

.

.

“เฮ้! แซนส์ มาเล่นกับพวกเราสิ!!” น้ำเสียงเล็กที่พยายามทำเป็นห้าวเอ่ยตะโกนเรียกโครงกระดูกร่างเล็กในเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าสดใสที่วิ่งไปตามถนนราวกับมีเรื่องที่ต้องให้เร่งรีบ นั่นทำให้รองเท้าผ้าใบสีฟ้าที่เชือกรองเท้าห้อยรุ่งริ่งไม่ได้ผูกไว้เบรกเอี๊ยดจนได้ยินเสียง


“โทษทีนะอันไดน์!! แต่ไว้วันหลังแล้วกันนะ!!” ร่างเล็กยิ้มกว้างพลางเอ่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับโบกมือลากลุ่มเพื่อนที่เอ่ยชวนเขาไปเล่นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะออกตัวตั้งหน้าตั้งตาวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว


“เฮ้ย!! เดี๋ยวก่อนสิแซนส์!! จะรีบไปไหนของเขานะนั่น”


อันไดน์ขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของแซนส์ที่วิ่งจากไปไม่แม้แต่จะหันกลับมามองพวกเธอเลยสักนิดเดียวอย่างมึนงง


“นี่ ฉันว่าแซนส์แปลกๆไปนะ” ร่างเล็กสีฟ้าหันกลับมาทางอัลฟี่และฟริกส์ที่มองตามเธออยู่เหมือนกัน


“ฉะ...ฉันว่า...เขาก็คงมี...ธุระละมั้งอันไดน์...” มอนสเตอร์ร่างเล็กกว่าสีเหลืองเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แต่เธอเองก็นึกสงสัยกับท่าทีแปลกๆของแซนส์เหมือนกัน ทุกครั้งที่พยายามเข้าหาแซนส์ มันเหมือนกับมีกำแพงบางอย่างขวางกั้นระหว่างพวกเธอกับแซนส์เสมอ


เหมือนกับเขามีภาระบางอย่างที่หนักอยู่บนหลัง


“แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะฟริกส์?”


เด็กมนุษย์ร่างเล็กในชุดเสื้อไหมพรมสีม่วงอ่อนลายขวางสีม่วงเข้มมองตามแผ่นหลังของแซนส์นิ่ง ใบหน้าที่แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงคล้ายกับไม่แสดงอารมณ์ออกมาชัดเจน แต่ก็บอกได้เลยว่ากำลังแสดงความเป็นกังวลออกมาอยู่อย่างปิดไม่มิด


แซนส์ตัวจิ๋วคนนี้ไม่เหมือนกับแซนส์ที่ตัวสูงกว่านี้ที่เธอเคยรู้จัก


การที่เธอและฟลาววี่รีเซ็ตครั้งล่าสุดมันทำให้ไทม์ไลน์ปั่นป่วนไปหมด ทั้งการรีเซ็ตที่ย้อนกลับมาผิดที่ผิดเวลา หรือการที่ทุกคนกลับไปเป็นเด็ก และการที่แซนส์มีพลังที่เกินกว่าจะมีไว้ในครอบครองก็ด้วย ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด กระทั่งการที่แซนส์ทำลายช่วงเวลาทั้งหมดก็เช่นกัน


“ฟริกส์!!!


“ห๊ะๆ!” ร่างเล็กสะดุ้งพร้อมกับเงยหน้ามองร่างที่สูงกว่าด้วยท่าทีมึนงง อันไดน์และอัลฟี่มองหน้ากันพร้อมกับถามว่า เป็นอะไรรึเปล่า?


ฟริกส์ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้กับทั้งคู่เพื่อให้พวกเธอสบายใจ


“ไม่เป็นไรหรอก”


 

 

 

“เธอทำตัวประหลาดขึ้นทุกวันแล้วนะฟริกส์” เสียงแหลมของเจ้าดอกไม้สีฟ้าผิดจากที่เคยเป็นดอกไม้สีทองเอ่ยอย่างเซ็งๆในขณะที่มองร่างเล็กของ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลสั้นประบ่าที่แอบซุ่มอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกโครงกระดูก


แต่ว่า แต่ไหนแต่ไรมา ยัยเด็กนี่ก็ไม่เคยปกติอยู่แล้วนี่นา


“ชู่ว์ เงียบน่าฟลาววี่” นิ้วเล็กยกขึ้นจรดริมฝีปากพร้อมกับเอ่ยเสียงเบาราวกับจะบอกให้เขาเงียบ ฟลาววี่ส่ายหน้าเบาๆพลางมองพฤติกรรมประหลาดๆของฟริกส์ที่แอบซุ่มส่องบ้านของพวกโครงกระดูกมาตั้งนานสองนานแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะไปเสียที


ใบหน้าเล็กที่ดวงตาไม่เคยที่จะปรือเปิดขึ้นจับจ้องไปยังประตูบ้านของครอบครัวโครงกระดูก เธอเป็นห่วงเรื่องของแซนส์มากเกินจนไม่อาจจะปล่อยเรื่องของเขาให้หายไปจากความคิดของเธอได้


เธอยอมรับว่าเป็นห่วงแซนส์ เธอรู้ว่าเขามีพลังอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้ ไทม์ไลน์นี้มันประหลาดมากเกินไปจนเธอคาดเดาอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันระหว่างแซนส์ที่เธอรู้จักกับแซนส์จิ๋วของที่นี่คือ


เวลาที่พวกเขามีเรื่องที่ลำบากใจหรือไม่สบายใจอะไรก็มักจะเก็บไว้คนเดียวหรือจัดการเรื่องนี้คนเดียว


เธอไม่ชอบให้เขาทำแบบนั่นเลย...


แกร็ก


ประตูหน้าบ้านเปิดออกพร้อมกับที่ฟริกส์หลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองพอดี


“ผมไปก่อนนะครับ ไปล่ะนะพัพพ์!” โครงกระดูกร่างเล็กยิ้มกว้างโบกมือลาคนในบ้านของตัวเองพลางขยับแว่นกันลมสีเทาที่คาดศีรษะอยู่ในขยับลงครอบดวงตาของเขาแล้วเริ่มออกวิ่ง


ตอนนั่นเอง ฟริกส์ก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวเช่นกัน


“เฮ้! ฟริกส์ เธอจะไปไหน!?!” ฟลาววี่ร้องเรียก แต่เธอก็ไม่ฟังแล้ว


เด็กสาวออกวิ่งตามหลังแซนส์ไปโดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร


ตอนนั่นเอง เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อโครงกระดูกร่างเล็กสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้ายกมือขึ้นไปด้านหน้า ดวงตาข้างซ้านของเขาเรืองแสงสีฟ้าประกาย แสงสว่างจ้าทำให้เด็กสาวตาพร่า


วงแหวนคล้ายกับรูปนาฬิกาสีฟ้าสว่างปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ


นี่มันอะไรกันเนี่ย!!


“ยะฮู้!!” เสียงสดใสของแซนส์ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่วิ่งหายเข้าไปในวงแหวนนั่นอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กมองอย่างตกใจ


แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหลับหูหลับตารีบวิ่งตามแซนส์หายเข้าไปในวงแหวนสีฟ้านั่นด้วยเช่นกัน!


เป็นไงเป็นกันล่ะทีนี่!

.

.

.

.

“ฮะ...เฮ้เจ้านะ...หนู!! ใช่ว่ากะ...แกอยากจะมาที่นี่ มะ...เมื่อไหร่ก็มาได้นะ!!!” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวที่เสียงฟังดูเหมือนจะติดบัคดังมาจากโครงกระดูกร่างสูงสีดำสวมเสื้อแจ็ตเก็ตสีดำและเสื้อไหมพรมคอเต่าสีแดงสดข้างในพร้อมกับเส้นด้ายสีน้ำเงินที่พุ่งเข้ามาหาโครงกระดูกร่างเล็กหวังจะพันธนาการตัวของเจ้าเด็กแสบที่ชอบวิ่งเข้ามาป่วนบ้านของเขาให้ยุ่งเหยิงทุกที!


“โอ๊ะโอ เหมือนจะมาผิดที่นะเนี่ย” แต่แทนที่ร่างเล็กเจ้าของเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าสดใสจะหวาดกลัวต่อความโกรธของเออร์เรอแซนส์ เขากลับกระโดดหลบเส้นด้ายสีน้ำเงินแบบหน้าตาเฉยแถมยังไม่สนใจคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายจักรวาลอีกด้วย


“เจ้าดะ...เด็กนี่!!!


“อะไรกันลุง แค่แวะเข้ามานิดเดียวเองงงง” คนเด็กกว่าเอ่ยลากเสียงยาวเหมือนตั้งใจจะกวนคนขี้หงุดหงิด “อย่าทำมาเป็นไล่หน่อยเลยน่า รู้ว่าเหงา ไม่มีใครมาเยี่ยม” Time kid sans เอ่ยคล้ายกับกำลังล้อเลียนโครงกระดูกสีดำร่างสูงที่ตอนนี้จ้องจะลบตัวเขาให้หายไปท่าเดียวเลย


“โอ๊ะ!” เส้นด้ายสีน้ำเงินตวัดหมายจะพุ่งเข้ามามัดตัวของร่างเล็กในเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าแต่ก็พลาดเพราะคนตัวเล็กไวกว่าหลบเส้นด้ายสีน้ำเงินหน้าตาธรรมดาๆแต่จริงๆแล้วอนุภาพทำลายล้างรุนแรง ร่างเล็กยิ้มกว้างอย่างกวนๆส่งให้กับเออร์เรอแซนส์ที่กำลังหงุดหงิดที่จับตัวเขาไม่ได้เสียที “แก่แล้วหรอเออร์เรอ หรือว่าไล่ความเร็วเด็กไม่ทันกันล่ะ”


น้ำเสียงระรื่นของโครงกระดูกร่างเล็กที่คล้ายกับยังไม่รู้อะไร ร่างสูงกว่ายิ้มกว้าง


“หวา!!” เสียงเล็กที่เหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนดังขึ้น ทำให้TK แซนส์เบิกตากว้างพร้อมกับหันไปมองทางต้นเสียง


ร่างเล็กของเด็กชาวมนุษย์เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าที่คุ้นเคยพยายามดิ้นให้หลุดจากเส้นด้ายสีน้ำเงินของเออร์เรอ เบ้าตาของร่างเล็กเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจปนๆกับตกใจไปพร้อมๆกัน


“ฟริกส์!!


“วะ...ว้าว! เพิ่งคะ...เคยเห็นแกตกใจคะ...ครั้งแรกนะเนี่ย” มือกระดูกสีแดงปลายข้อนิ้วสีเหลืองขยับดึงเส้นด้ายสีน้ำเงินเข้าหาตัว ร่างเล็กของฟริกส์ที่ถูกมัดอยู่ก็ลอยเข้าไปหาเออร์เรออย่างง่ายดาย ร่างเล็กพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่เหยื่อเมื่อติดกับในเส้นด้ายของเออร์เรอแล้วก็ยากที่จะหลุดไปไหน “ปะ...ปะ...ปณิธานแรงกะ...กล้าซะด้วยสิ”


พลัน วิญญาณสีแดงสดรูปหัวใจก็ปรากฏขึ้นกลางหน้าอกของฟริกส์ มันถูกเส้นด้ายสีน้ำเงินพันไว้อย่างแน่นหนาเลยทีเดียว


“ขยี้ครั้งดะ...เดียว...ยัยดะ...เด็กนี่หายปะ...ไปแน่เลย หึๆ” รอยยิ้มกว้างของเออร์เรอทำให้ทีเคหวั่นใจ อีกฝ่ายไม่เคยที่จะคิดปรานีใครอยู่แล้ว เขาต้องช่วยฟริกส์...


“ปล่อยฟริกส์ซะเออร์เรอ แล้วฉันจะออกไปจากบ้านนายให้เร็วที่สุดเลย” ทีเคแซนส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็น ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังฟริกส์ที่แสดงสีหน้าเป็นกังวลปนๆกับขอโทษเขาอยู่ข้างหลังโครงกระดูกสีดำ


“เหอะ...คะ...คิดหรอวะ...ว่าฉันจะปล่อยไปง่ายๆนะ...น่ะเจ้าหนู” เออร์เรอแซนส์หัวเราะเสียงดังพร้อมกับยกมือขึ้นปิดใบหน้าซีกหนึ่งเขา เสียงที่คล้ายกับติดบัคของเขาดังก้องไปทั่วAnti-void เด็กมนุษย์ที่ถูกพันธนาการอยู่ข้างหลังเจ้าของสีหัวเราะสีหน้าแย่ลงเรื่อยๆ เส้นด้ายสีน้ำเงินมัดดวงวิญญาณของเธอแน่นขึ้นราวกับกำลังบีบให้แตกสลาย


“อึก...” เสียงเล็กที่ทีเคแซนส์ไม่คุ้นเคยดังแผ่วออกมาจากริมฝีปากเล็ก ใบหน้าเล็กซีดลง


นั่นเองที่ทำให้ดวงตาข้างซ้ายของโครงกระดูกร่างเล็กปรากฏวงแหวนรูปนาฬิกาสีฟ้าเรืองรองก่อนที่มือกระดูกข้างซ้ายใต้ถุงมือสีดำครึ่งมือจะสะบัดไปทางเออร์เรอแซนส์อย่างรวดเร็ว


ฟึ่บ!


ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เส้นด้ายสีน้ำเงินที่มัดร่างและวิญญาณของฟริกส์อยู่ก็ถูกสลายไปด้วยพลังแห่งกาลเวลาของทีเคแซนส์ และร่างเล็กที่ควรจะยืนอยู่ข้างหน้าของเออร์เรอแซนส์จะหายไป


“วะ...อีกละ...แล้วหรอ!!!” ร่างสูงสถบอย่างหัวเสียพร้อมกับตวัดเส้นด้ายสีน้ำเงินไปทางเส้นพลังสีฟ้าสดที่กำลังเคลื่อนที่เข้าไปใกล้กับเด็กชาวมนุษย์ที่กำลังกระโดดหลบเส้นด้ายสีน้ำเงินของเขาด้วยเช่นกัน “หนอย ยะ...ยัยเด็กนี่!!” โครงกระดูกร่างสีดำเอ่ยอย่างหัวเสียพร้อมกับดีดนิ้วเสกกระดูกสีแดงสดให้พุ่งเข้าใส่ร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มอย่างเหลืออด


!!” ดวงตากลมโตสีทองที่ไม่เคยปรือเปิดขึ้นแต่ตอนนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างเล็กมองโครงกระดูกร่างเล็กที่คุ้นเคยตรงหน้าด้วยแววตาเป็นกังวลจนทีเคแซนส์ต้องขยับยิ้มขี้เล่นให้กับร่างตรงหน้าเขา


“เหมือนว่าจะทัน เวลา นะ heh” น้ำเสียงขี้เล่นของแซนส์ดังขึ้นแต่ฟริกส์นั่นไม่ได้มองที่ใบหน้าของเขาเลยแต่กลับมองไปที่บริเวณช่วงไหล่ของเขาที่มีกระดูกสีแดงเสียบทะลุอยู่แทน มือเล็กที่สั่นเทาของเด็กสาวยกขึ้นจะแตะลงที่บริเวณนั่นแต่ก็ไม่กล้า ร่างของทีเคแซนส์ล้มลงทับตัวของฟริกส์อย่างอ่อนแรง


“มะ...เหมือนว่าTime Bugจะ...จะติดกับซะแล้วนะ...นะ” น้ำเสียงติดบัคดังขึ้นคล้ายกับกำลังเยาะเย้ยโครงกระดูกร่างเล็กที่เสียท่าเพราะเด็กมนุษย์เพียงคนเดียว “ได้เวลากะ...กำจัดขะ...ข้อผิดพะ...พลาดสักที”


“เขาไม่ใช่ข้อผิดพลาดนะ!!” เสียงเล็กตะโกนพร้อมกับดวงวิญญาณสีแดงสดที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด ดวงวิญญาณแห่งความยุติธรรม พลัน กระสุนสีเหลืองทองก็ยิงเข้าใสร่างของเออร์เรอแซนส์อย่างต่อเนื่อง


“วะ...โว้ย! อะไรกันเนี่ย!!” เขายกมือขึ้นปัดป้องกระสุนสีเหลืองทองอย่างทะลักทะเล ถึงมันจะไม่ทำอันตรายเขาเท่าไหร่ แต่มันก็สร้างความลำบากให้เขาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน “พอที!!!” เส้นด้ายสีน้ำเงินสะบัดดีดเข้าใส่ร่างเล็กของฟริกส์


!!” วงแหวนรูปนาฬิกาสีฟ้าสดปรากฏขึ้นกันเส้นด้ายสีน้ำเงินนั่นก่อนที่มันจะถูกตัวของฟริกส์ แขนเล็กของทีเคแซนส์คกลงข้างตัวคล้ายกับเพิ่งใช้แรงไปจนหมด


“แซนส์...แซนส์!!” เด็กสาวพยายามเขย่าตัวของทีเคแซนส์ ดวงตากลมโตสีทองรื้นน้ำตาขึ้นมาเล็กน้อยอย่างตื่นตระหนก เธอไม่กล้าดึกกระดูกสีแดงที่ปักคาบ่าของทีเคแซนส์ออก เธอไม่รู้สึกถึงปณิธานของเธอแล้ว


“ยะ...ยังเหลือฤทธิ์ยะ...อยู่อีกหรอ” เสียงของเออร์เรอแซนส์แทบดังไม่เข้าหูเธอ ร่างเล็กกอดร่างของโครงกระดูกร่างเล็กไว้ราวกับกำลังสิ้นหวัง เด็กสาวที่เคยเต็มไปด้วยปณิธานตอนนี้กลับอ่อนแอลงเหลือเกิน


“ฟริกส์...” มือกระดูกใต้ถุงมือสีดำครึ่งมือยกขึ้นแตะลงบนแก้มของฟริกส์ก่อนที่จะปาดน้ำตาออกอย่างเบามือ “เฮ้ ไม่ร้องไห้สิ ปกติเธอไม่เคยจะร้องไห้นี่นา ตลอดเวลาเต็มไปด้วยความสดใส แค่ก”


“มะ...ไม่ต้องพูด...อะไรแล้ว” ร่างเล็กสะอื้นพร้อมกับจรดหน้าผากแนบกับกระโหลกหนาๆของทีเคแซนส์


“ฟริกส์...เธอเข้มแข็ง ฉันรู้...และรู้อะไรมั้ย” มือกระดูกแตะลงกลางหน้าอกของฟริกส์ ตรงดวงวิญญาณสีแดงที่เลือนลาง “ถึงเวลาแสดงปณิธานของเธอให้เห็นแล้วนะฟริกส์”


*คุณได้ยินคำพูดให้กำลังใจของแซนส์ คำพูดที่จริงใจของเขา

มันทำให้คุณถูกเติมเต็มไปด้วยปณิธาน*


“เฮ้ยๆ ละ...เลิกคุยกันไม่หะ...เห็นฉันสักที!!


แวบ


แสงสว่างเจิดจ้าสว่างไปทั่วทั้งAnti-voidจนเจ้าของบ้านต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้แถมยังโวยวายอะไรก็ไม่รู้ต่ออีกยาวเป็นพรืด


“หมดเวลาสนุกแล้วนะลุง” น้ำเสียงระรื่นของเด็กที่ควรจะนอนหมดสภาพอยู่บนตักของเด็กชาวมนุษย์เอ่ยก่อนที่แสงสว่างจะจางหายไป โครงกระดูกร่างเล็กซุกมือเข้าในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้ายืนอยู่ด้านหน้าของฟริกส์ด้วยท่าทางสบายๆ หากสังเกตดูดีๆ ดวงตาข้างซ้ายของเขาเรืองแสงสีม่วงอย่างน่าประหลาด


นั่นทำให้เออร์เรอแซนส์ชะงักกับสัมผัสพลังที่แปลกๆจากตัวของเด็กตรงหน้า


“ดูเหมือนว่าจะTime Upซะแล้วนะ ช่วยไม่ได้ ทำให้จบๆล่ะกันนะ” สิ้นคำพูด วงแหวนรูปนาฬิกาที่ปกติจะเป็นสีฟ้าแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสีม่วงก็ขยับวงทั่วทั้งAnti-voidจนโครงกระดูกร่างสีดำชักจะระแวง


“จะ...จะทำอะ...อะไรน่ะ!?!


“กำลังจะ ขอเวลาให้เราออกไปจากที่นี่ก่อนที่จะพังลงยังไงล่ะ”


“อะไรนะ!!!


ครืน


เสียงดังประหลาดดังขึ้นพร้อมกับAnti-voidที่เริ่มสั่นไหวคล้ายกับกำลังจะพังลงมาจริง ฟริกส์มองรอบข้างอย่างตื่นตระหนกก่อนที่ไหล่เล็กจะถูกทีเคแซนส์แตะไว้แล้วดึงเข้าใกล้ตัว ดวงตากลมโตสีทองเลื่อนขึ้นสบตากับแซนส์ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว


ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ให้เธอเป็นอะไรไปอยู่แล้ว


นั่นทำให้ฟริกส์ยิ้มกว้าง เธอเชื่อมั่นในตัวของอีกฝ่าย มันทำให้เธอถูกเติมเต็มไปด้วยปณิธาน


โดยไม่ได้สังเกต ดวงวิญญาณสีแดงสดของเด็กสาวยิ่งส่องประกายมากขึ้นจนทีเคแซนส์ยิ้ม เขาไม่อยากให้ฟริกส์ร้องไห้อีกและแน่นอนว่าเขาไม่อยากเห็นน้ำตาของอีกฝ่ายอีกเช่นกัน


“ดะ...เดี๋ยวก่อนๆ!” เออร์เรอร้องอย่างตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเร่งเวลาเพื่อทำลายบ้านของเขาอยู่!


“จะปล่อยให้พวกเราไปมั้ยเออร์เรอ หรือว่าอยากจะต่อ เวลาอีกนิด ใกล้จะพังแล้วล่ะน้า” โครงกระดูกร่างเล็กแกล้งเอ่ยเร่งอีกฝ่ายอีกนิดหน่อย


“เวลาไม่เคยค่อยใคร”


“ก็ได้ ฉะ...ฉันปล่อยให้พวกนะ...นายไป!


“ก็แค่นั่น” ว่าจบ วงแหวนรูปนาฬิกาสีม่วงก็หายไปพร้อมกับดวงตาข้างซ้ายของทีเคแซนส์ที่แปรเปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าอีกครั้งเมื่อพลังปณิธานที่ฟริกส์มอบให้ได้หมดลงก่อนที่โครงกระดูกร่างเล็กจะหันกลับไปทางเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างหลังเขา “กลับบ้านกันเถอะฟริกส์!


!!” ร่างเล็กกว่าตกใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พูดเปล่ากลับย่อตัวลงช้อนตัวของเธอขึ้นอุ้มด้วยซะแบบนั่น!


ใบหน้าเล็กที่ดวงตากลับไปปิดสนิทอีกครั้งเงยหน้าขึ้นมองทีเคแซนส์ด้วยความตกใจปนสงสัย ซึ่งโครงกระดูกร่างเล็กที่อุ้มเธออยู่ก็หันหน้าไปอีกทาง ถ้าเธอมองไม่ผิด ใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าจางๆราวกับกำลังเขินอายอยู่ด้วยล่ะนะ


“ถะ...ถือซะว่าตอบแทนที่ช่วยรักษาแผลให้ฉันแล้วกันนะ!


ฟริกส์ได้ยินแบบนั่นก็หัวเราะคิกคักเบาๆ เรียกให้ใบหน้าของทีเคแซนส์ขึ้นสีฟ้าเข้มขึ้นไปอีก


“จะปะ...ไปก็รีบไป! ยะ...อย่ามาจีบกันถะ...แถวนี้!” เสียงตะโกนเอ่ยเชิงไล่ของเออร์เรอแซนส์ดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ไม่ยอมไปกันเสียทีแถมยังมาทำบรรยากาศสีชมพู(?)แถวนี้อีก


“ลุงเขาไล่แล้ว รีบไปกันเถอะ” มือกระดูกยื่นไปด้านหน้าพร้อมกับวงแหวนรูปนาฬิกาสีฟ้าจะปรากฏตรงหน้า เขากระชับอ้อมแขนอุ้มฟริกส์พร้อมกับก้าวเข้าไปในวงแหวนนั่นเพื่อกลับไปยังจักรวาลของตัวเอง


โดยไม่ลืมทิ้งท้าย


“ไว้วันหลังจะมาป่วนบ้านอีกนะเออร์เรอ!!


“ไอ้เด็ก –ตื๊ด- !!!

.

.

.

.

“นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วนะเนี่ย ไม่นึกว่าเออร์เรอจะปล่อยเรามาจริงๆซะแล้ว” โครงกระดูกร่างเล็กเจ้าของเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าก้าวออกมาจากวงแหวนรูปนาฬิกาสีฟ้าสดพร้อมกับอุ้มร่างของฟริกส์ออกมาจากวงแหวนด้วย


แรงกระตุกเสื้อแจ็คเก็ตทำให้เขาก้มลงไปมอง ใบหน้าเล็กแสดงสีหน้าคล้ายกับกำลังขอโทษเขาอยู่


“ขอโทษที่แอบตามไปนะแซนส์...ทำให้ลำบากไปด้วยเลย” เด็กสาวเสียงเบาด้วยความรู้สึกผิด ถ้าเธอไม่แอบตามเขาไปก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก...


แต่ทีเคแซนส์กลับยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของร่างในอ้อมแขนแรงๆไปทีอย่างหมั่นเขี้ยว


“ขอโทษอะไรกันล่ะ ถ้าไม่มีเธอฉันก็อาจจะถึง เวลาเข้าโรงพยาบาลแล้วก็ได้!” เขายิ้มกว้างพลางขยิบตาซ้ายให้กับร่างเล็กที่เขาอุ้มอยู่ แต่สีหน้าของฟริกส์ก็ยังไม่ดีขึ้นเลยสักนิด


“แต่ว่า...”


“พอๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า” โครงกระดูกร่างเล็กวางตัวของฟริกส์ลงก่อนที่จะหันไปถามด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “ทำไมถึงตามฉันเข้าไปในTime Portalล่ะฟริกส์”


“เรื่องนั่นก็แน่นอนอยู่แล้ว ฉันป็นห่วงนายน่ะสิ!”  ร่างเล็กเอ่ยตอบแทบจะในทันทีจนแซนส์ชะงักไป โครงกระดูกร่างเล็กมองเด็กสาวตรงหน้าที่ยิ้มบางๆส่งให้เขาอยู่ “ทุกคนเขาเป็นห่วงแซนส์นะ แซนส์ทำตัวแปลกๆ ใครชวนไปเล่นด้วยก็ไม่ไป เอาแต่หนีไปอยู่เรื่อย ฉันก็เลยตามนายไปเพราะเป็นห่วงยังไงล่ะ”


“อย่างนั่นหรอ...” มือกระดูกซุกลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าพร้อมกับก้มหน้าลง นี่เขาทำให้คนอื่นเป็นห่วงกันขนาดนี้เลยหรอ เขากังวลเกี่ยวกับเรื่องพลังและความรับผิดชอบของตัวเองต่อพลังที่มีมากเกินไปจนลืมที่จะหันมองคนรอบข้างไปเลยอย่างนั่นหรอ


มือเล็กแตะลงบนแก้มของแซนส์ให้เขาเงยหน้าขึ้น เด็กสาวยิ้มบางๆให้


“เป็นเด็กก็ทำอย่างที่เด็กควรจะทำสิ อย่าเพิ่งรีบเป็นผู้ใหญ่ไปเลยนะแซนส์” ฟริกส์เท้าเอวพลางยิ้มกว้างอย่างสดใสให้กับแซนส์จนเขารู้สึกว่ารอยยิ้มของเด็กตรงหน้าช่างเจิดจ้ายังไงก็ไม่รู้


ใบหน้าของแซนส์ขึ้นสีฟ้าจางๆขณะที่มองรอยยิ้มของเด็กสาวตรงหน้าที่หลายๆคนมักจะมองว่าเป็นเด็กผู้ชาย


ไม่รู้ทำไม อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าฟริกส์น่ารักขึ้นมาก็ไม่รู้


แต่ก็อย่างที่ฟริกส์ว่า...


เป็นเด็กอยู่จะทำอะไรก็ทำได้


“ขอบคุณนะฟริกส์”


!


เด็กสาวสะดุ้งเมื่อหลังจากที่แซนส์เอ่ยจบเขาก็โน้มตัวเข้ามาหอมแก้มเธอเร็วๆพร้อมกับผละออกมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีฟ้าจัด ฟริกส์มองแซนส์นิ่งราวกับกำลังช็อก ใบหน้าของเด็กสาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ามอง


“ฮะๆ นิ่งไปเลยหรอ ก็หอมแก้มขอบคุณไง...” แซนส์หยุดพูดไปพร้อมกับรูดซิบเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นจนสุดพร้อมกับซุกใบหน้าลงใต้ฮูดด้วยความเขินอายที่หอมแก้มอีกฝ่ายไป


ไม่น่าเลย!!! ไม่น่าเลยแซนส์!!!


แต่ในระหว่างที่แซนส์กำลังไปทัวร์อยู่ในแจ็คเก็ตทาวน์(??)อยู่ มือเล็กก็จัดการดึงฮูดของคนที่กำลังทัวร์แจ็คเก็ตทาวน์อยู่ลงแล้วดึงใบหน้าของแซนส์เข้ามาใกล้ๆก่อนที่ริมฝีปากเล็กจะประทับลงบนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่ง เธอถึงจะผละออกไปพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย


คำพูดของฟริกส์ทำให้ใบหน้าที่ขึ้นสีฟ้าจัดอยู่แล้วยิ่งเข้มเข้าไปอีก


“หอมแก้มขอบคุณเหมือนกันนะ”


ให้ตายสิ! ยัยนี่น่ารักเกินไปแล้ว!!


ทีเคแซนส์เหลือบมองใบหน้าที่เขารู้สึกว่าน่ารักขึ้นมาของเด็กสาวที่กำลังแลบลิ้นใส่เขาราวกับเมื่อครู่คือการเอาคืน ซึ่งเขาแพ้ ฟริกส์หัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเขินอายของเขา ไม่นานนัก เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะตามอีกฝ่ายไปด้วย


นี่สินะ เรื่องที่เด็กสามารถที่จะทำได้ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่พวกเขาคือเด็ก


เป็นเด็กอยู่ก็ต้องใช้เวลานี้ให้คุ้มค่า


“งั้นเราไปหาอะไรกินกันเถอะ เริ่มหิวแล้วล่ะ!” ฟริกส์เอ่ยชักชวนคนที่ยังไม่เลิกเขินพร้อมกับยื่นมือส่งไปทางแซนส์


“อือ เอาสิ ไปกิลบี้กัน ฉันรู้ทางลัดนะ” โครงกระดูกร่างเล็กเลิกที่จะเลิกเขินพร้อมกบเอื้อมมือไปจับกับมือเล็กของเด็กสาวตรงหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินไปพร้อมกัน


ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าล่ะนะ

.

.

.

.

END




-Talk with Writer-

               สวัสดีค่าาาา แฮร่ ไรท์หายไปนานอีกแล้วนะคะ แต่ข่าวดีก็คือ เราปิดเทอมแล้ว!!//จุดพลุ รู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้ง ว่างปุ๊บเราก็มาแต่งQuantumtaleเลยล่ะคะ แต่งนานอยู่เหมือนกันนะคะ เนื้อเรื่องไม่ค่อยลงตัวด้วยความที่เรื่องนี้พวกเขาเป็นเด็กกัน ไม่เหมือนกับแซนส์คนอื่นๆที่ค่อนข้างจะแก่---(//หลบแกสเตอร์บาสเตอร์หวุดหวิด) แต่งไปก็มึนๆตัวเองหน่อย แต่รวมๆแล้วTKก็น่ารักกกกกกก เห็นในคอมมิคแล้วชอบ เขินทีซุกหน้าลงในแจ็คเก็ตทาวน์ 5555555 ส่วนฟริกส์ในAUนี้ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่เลยเมกเอาหน่อย 

                ยังไงก็ตามขอบคุณหลายๆคนที่ติดตามนะคะ ส่วนรีเควสทั้งหลาย เราจะลิสส์ไว้นะคะ พีคสุดก็คงไม่พ้นแต่งFlowerfellยังไงไม่ให้ดราม่านี่แหละค่ะ แต่จะพยายามนะคะ! เราก็อยากแต่งFlowerfellแบบไม่ดราม่าเหมือนกัน(AUนี้บางทีก็ดราม่ามากเกินไป---) ตอนต่อไปก็คงกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักแล้วล่ะคะน้องเอียร์อยู่กับครอสแล้ว เย้ๆ ต่อไปจะเป็นยังไงติดตามตอนค่อไปนะคะ วันนี้ลากันไปก่อนนะคะ ขอให้สนุกกับการอ่าน บะบาบบบบบ

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #199 Sans (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 19:58

    ที่จริงแซนชื่อคอนปั่มปซนไม่ไช่หรอ

    #199
    0
  2. #195 Hiromi_zan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 10:44

    เด็กนี่ดีเนอะ...อยากให้เป็นเด็กตลอดไปมากเลยอ่ะ

    #195
    0
  3. #154 Mirror_Dear (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 23:13
    สงสารลุงจัง 5555
    #154
    0
  4. #144 rename-re (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 19:56
    ฮา แจ็กเก็ตทาวน์ 555 ////-\\\\

    โอย น่ารักมาก สงสารลุงเออเรอร์ 555+ เง้อว โดนเด็กแกล้ง แน่ะมีไล่ให้ไปจีบที่อื่นด้วย ////

    ชอบจริงคู่นี้ น่ารักสมวัยเด็ก♡

    ว่าแต่ทีเคแซนส์ตอนแรกตั้งใจจะไปไหนน่ะ(?) เห็นบอกมาผิดที 55

    สุขสันต์ปีใหม่นะคะ!
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุกแบบนี้้!! จะตามติดต่อค่ะ แอรยย
    #144
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(