[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 11 : [Shortfic AU Outertale] Colour Like that star

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    15 ส.ค. 60

[Shortfic AU Outertale] Colour Like that star

*AUนี้เป็นAUที่ถูกแต่งขึ้นโดย2mi127 เนื้อเรื่องหลักอยู่ในTumblr ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลาง*





อวกาศที่แต่งแต้มไปด้วยดวงดาวนับหมื่อนับล้านหาที่สิ้นสุดของสายตาไม่ได้ มันสวยกว่าบนโลกจริงๆด้วยล่ะนะ


ร่างเล็กในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าส้ำเงินลายขวางสีเหลืองกับกางเกงเอี้ยมขาสั้นสีเหลืองสายคาดสีดำนั่งอยู่ริมขอบหน้าผาทางตอนเหนือของStardin ที่ที่สามารถมองเห็นดวงดาวในอวกาศแห่งนี้ได้อย่างชัดเจนมากที่สุดในStardin ขาเรียวเล็กสวมรองเท้าบูธสีน้ำเงินขอบสีเหลืองแกว่งไปมาเบาๆอย่างเพลิดเพลินขณะที่กำลังนั่งชมดวงดาวบนอวกาศอยู่


ใช่แล้ว...ที่นี่ไม่ใช่บนโลก แต่ที่นี่คือบนดวงจันทร์ที่ห่างไกลจากดาวโลกนัก ที่นี่ถูกเรียกว่า...เขตEbott ยานที่เธอแอบ(?)ขึ้นมาดันมาตกลงที่นี่โดยบังเอิญ...สถานที่ที่ไม่เคยถูกค้นพบและที่นี่ก็เต็มไปด้วยเหล่ามอนสเตอร์มากมายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมนุษย์เนรเทศขึ้นมาอยู่บนนี้นับพันกว่าปี...


ทางเดียวที่จะสามารถกลับไปบนโลกได้...คือการไปหาราชาแอสกอร์ ราชาแห่งเหล่ามอนสเตอร์


เด็กสาวถอนหายใจแผ่วเบาก่อนที่จะเงยหน้ามองดวงดาวมากมายที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่บนห้วงอวกาศ แต่ว่า...ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดไว้


ที่นี่มีแต่คนใจดี! พวกเขาเป็นมิตรกับเธอมาก แม้บางครั้งก็โจมตีเธอ แต่ก็เพราะพวกเขากลัวและไม่แน่ใจเท่านั่น มันทำให้เธอรู้สึกสบายใจท่จะอยู่ที่นี่มากกว่าที่โลกเสียอีก...


ใบหน้าเล็กน่ารักตามวัยของเด็กสาววัย8ปีฉายแววเศร้าสร้อยเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าเรียบเฉยของเธอ


“เฮ้ เจ้าหนู”


“อ๊ะ!


สัมผัสบนบ่าทำให้ฟริกส์สะดุ้งหลุดจากภวังค์ด้วยความตกใจก่อนที่จะเงยหน้ามองคนที่ทักเธอไม่ให้สุ่มให้เสียง เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากคนที่ยืนค้ำศีรษะของเธอ


“อะไรกัน ฉันทำเธอตกใจขนาดนั่นเลยหรอฟริกส์” มอนสเตอร์โครงกระดูกในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าสีน้ำเงินเข้มมีประกายของดวงดาวดวงเล็กๆบนเสื้อของเขา อีกฝ่ายสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดขนปุยสีน้ำเงินลายขวางสีเหลืองและแขนเสื้อสีเหลืองเช่นกัน สีแจ็คเก็ตสีเดียวกับสีเสื้อของเด็กสาวไม่มีผิด


เด็กสาวมุ่ยหน้าใส่โครงกระดูกหนุ่มเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับมามองดวงดาวเบื้องบนต่อโดยไม่พูดอะไรกับอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...ต้องเรียกว่าเธอไม่ค่อยจะพูดเท่าไหร่ซะมากกว่านะ


แซนส์ก้มลงมองเด็กสาวที่หันหน้ากลับไปไม่มองหน้าเขาอีกนิดๆก่อนที่จะนั่งลงข้างๆกับร่างเล็ก


“โกรธฉันหรอ เด็กน้อย? ไม่เอาน่า ฟริกส์ ฉันก็แค่ข้ามช่องว่างระหว่างเราเข้าหาเธอเร็วไปหน่อยก็แค่นั่นเอง ไม่นึกว่าเธอจะตกใจขนาดนี้นะเด็กน้อย ฮะๆๆ” โครงกระดูกหนุ่มหัวเราะเบาๆพลางพูดหยอกล้อเด็กสาวเชิงติดตลกนิดๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ตลกไปด้วย


ฟริกส์หันหน้ามามองแซนส์ด้วยใบหน้าที่ไม่เคยแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างงอนๆที่เขาทำเธอตกใจเมื่อครู่นี้ แถมยังมีหน้ามาเล่นมุขกับเธอด้วยนะ!


“ไม่เอาน่าฟริกส์ ฉันขอโทษที่ทำให้เธอตกใจนะเด็กน้อย” คราวนี้แซนส์เริ่มพูดด้วยเสียงที่อ่อนลงแต่ดูเหมือนฟริกส์ก็ยังไม่หันมามองเขาอยู่ นั่นทให้เขาถอนหายใจเบาๆ มือกระดูกเอื้อมไปแตะหลังมือของเด็กสาวเบาๆ “ ฟริกส์ ฉันขอโทษ...”


“คิกๆ”


เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากร่างเล็กข้างกายที่ไม่ยอมหันหน้ามาทางเขา นั่นทำให้ร่างที่สูงกว่าเพียงไม่กี่เซนเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว ตัวของฟริกส์กำลังสั่น...เนื่องจากการกลั้นขำ


“คิกๆ...ฮะๆๆ” ชัดเจน...ฟริกส์หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ขอบตาของเธอมีน้ำใสๆเอ่อคลอเนื่องจากการหัวเราะที่มากเกินไป


เบ้าตาของแซนส์มืดไปเล็กน้อยพลางมองเด็กสาวที่กำลังขำอย่างหนักและไม่มีท่าทีว่าจะหยุด


ฟริกส์แกล้งโกรธแกล้งงอนเขา!!


“นี่มันตลกมากเลยสินะเด็กน้อย”


นั่นทำให้ฟริกส์หยุดหัวเราะไป มือเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาเล็กน้อยก่อนที่จะมองแซนส์ที่เหมือนจะ...น่ากลัวขึ้น??


!!!” เด็กสาวหน้าซีดลงก่อนที่จะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ไปแกล้งอีกฝ่าย ใบหน้าน่ารักซีดลงนิดๆ เธอก้มลงจนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มสลวยยาวประบ่าปรกลงมาปิดหน้า


หมับ!!


“หวา!” ร่างเล็กถูกดึงไปจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนของโครงกระดูกที่ตัวใหญ่กว่าเธอเพียงเล็กน้อย เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองแซนส์อย่างหวาดๆ


“เธอ...อยากจะมีช่วงเวลาที่...” เขาเอ่ยอย่างช้าๆ เด็กสาวนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนอ้อมแขนของเขาไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือหนีไปไหนทั้งนั่น ทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะดวงตาข้างซ้ายของเขาที่เริ่มเรืองแสนสีฟ้าน่ากลัวนั่นอีก


tick time!!


“อ๊ะ! ฮะๆๆๆ!!” เด็กสาวหัวเราะลั่นเมื่อแซนส์เริ่มลงมือจั๊กจี้บริเวณเอวของเธออย่างเมามันส์ เด็กสาวพยายามดิ้นหนีจากมือของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่สามรถทได้เพราะอีกฝ่ายล็อคตัวเธอไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีช่องทางให้เธอดิ้นหลุดจากการลงโทษนี้ไปได้เลย


“ในวันที่ดวงดาวกำลังส่องแสงทอประกายงดงามแบบนี้ เด็กอย่างเธอสมควรที่จะถูกลงโทษแบบนี้แล้ว ฮะฮ่า!” โครงกระดูกหนุ่มหัวเราะร่า มือของเขายังไม่หยุดจั๊กจี้เอวของร่างเล็กที่ถูกดึงรั้งขึ้นมาบนตักของเขาอย่างมันส์มือ


“อ๊ะ...ฮะๆๆ ยะ...หยุดนะ...อื้อ! ฮ่าๆๆ มะ...ไม่ไหวแล้ว...แซนส์ ฮะๆๆๆ!” เสียงเล็กๆใสๆที่แซนส์ไม่เคยได้ยินเป็นคำพูดมาก่อนดังขึ้นมาจากร่างเล็กที่หายใจติดๆขัดๆเนื่องจากการไม่สามารถหยุดหัวเราะได้ ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาใสๆของเด็กสาวปรือเปิดขึ้นเผยจนแซนส์ชะงักมือที่กำลังจั๊กจี้เอวของร่างเล็กบนตักอยู่


ดวงตากลมโตที่ปรือเปิดขึ้นมาให้เห็นสีทองประกาย สีสันต์ที่ราวกับดวงดาวที่ประกายระยิบระยับอยู่บนห้วงอวกาศไม่มีผิด


สีสันที่ทำให้เขาชะงักและมองมันอย่างนิ่งงันราวกับถูกสะกด


“ซะ...แซนส์...?” ฟริกส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเนื่องจากไม่ค่อยได้พูดนัก ดวงตากลมโตสีทองสว่างช้อนขึ้นจับจ้องใบหน้าของแซนส์ด้วยความสงสัย เด็กสาวหอบหายใจเบาๆอย่างเหนื่อยอ่อนจนโครงกระดูกหนุ่มลอบกลืนน้ำลายนิดๆ


เจ้าโครงกระดูกงี่เง่า! อีกฝ่ายเป็นเด็กนะ!!


“เอ่อ...” โครงกระดูกหนุ่มปล่อยตัวฟริกส์ลงข้างๆตัวก่อนที่จะผุดลุกขึ้นยืนจนเด็กสาวเงยหน้ามองอย่างมึนงง ถ้าเธอมองไม่ผิด ใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าระเรื่อจางๆจนน่าแปลกใจ “ฉะ...ฉัน...ฉันจะไปที่กิลบี้...แล้วเจอกันเจ้าหนู”


ก่อนที่ร่างของโครงกระดูกในชุดเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีน้ำเงินลายขวางสีเหลืองจะเดินหายไปในความมืด


เด็กสาวมองตามอีกฝ่ายไปก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบดวงตาของเธอเองอย่างเบามือ...ก่อนที่เธอจะหลับตาลงไปอีกครั้ง


มันคงน่าเกลียดมากสินะ...ดวงตาของฉันน่ะ...

.

.

.

.

“แซนส์...ฉันว่านายดื่มเยอะไปแล้วนะ” เสียงทุ้มของชายผู้ที่ตัวเขานั่นเป็นเปลวไฟหากแต่สีของเปลวไฟเป็นสีฟ้าปนๆกับสีม่วงเป็นประกายราวกับสีของห้วงอวกาศ สีไฟที่ร้อนที่สุดผิดกับบุคลิกของเขาโดยสิ้นเชิง


 เสียงของเจ้าของบาร์กิลบี้เอ่ยเรียกโครงกระดูกหนุ่มซึ่งฟุบหน้าอยู่บนเคาท์เตอร์บาร์สีน้ำเงินเข้มเย็นเฉียบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างให้กับเพื่อนสนิทของเขา หากจะสังเกตดูดีๆ บริเวณที่แซนส์ฟุบอยู่มีขวดแก้วสีม่วงประมาณ5-6ขวดได้เกลื่อนเต็มไปหมด และ...ขวดที่7ที่อยู่ภายในมือของเขา


กิลบี้ถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะหยิบขวดที่ว่าออกจากมือของแซนส์


“กิล จะเอาไปไหนน่ะ เอามาน้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมามายดังเบาๆมาจากคนที่ฟุบหน้าอยู่กับเคาท์เตอร์ มือของเขาพยายามคว้าขวดที่ว่ากลับคืนมา แต่กิลบี้รู้ทันเอาขวดนั่นไปวางไว้ให้ห่างไกลจากคนเมามากที่สุดเท่าที่แซนส์จะไม่มีทางหยิบได้


“วันนี้ดื่มมากไปแล้วนะแซนส์ มีเรื่องอะไรอย่างนั่นหรอ” ร่างสูงเดินอ้อมออกจากเคาท์เตอร์บาร์มานั่งบนเก้าอี้ข้างๆตัวคนเมา


“คือว่า...วันนี้น่ะน้า ได้เจอสิ่งที่มีสีสันสวยงามเหมือกับสีของดวงดาวด้วยล่ะ มันสวยมากเลยนะ...สวยจริงๆเลยน้า” แซนส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยานคาง ดวงตาของเขาเป็นประกายรูปดาวเมื่อเล่าถึงสิ่งที่เขาได้พบเจอวันนี้ “ดวงตากลมโตสีทองประกาย...สวยเหมือนกับดวงดาวเลยล่ะกิล”


กิลบี้เท้าคางมองคนที่กำลังเพ้อถึงดวงตากลมโตสีทองสว่างงดงามเหมือนกับสีของดวงดาวอย่างเงียบๆ เขาไม่เคยเห็นแซนส์เป็นแบบนี้มาก่อนเลย เพื่อนของเขา...เพ้อเหมือนกับคนที่กำลังมีความรักยังไงอย่างนั่นไม่มีผิด...


“แซนส์ ใครคือเจ้าของดวงตากลมโตสีทองนั้นอย่างนั่นหรอ” ร่างสูงเอ่ยถามออกไป นั่นทำให้แซนส์ชะงักไปเล็กน้อย


“เด็กน้อย...ฟริกส์น่ะ...” อยู่ๆเสียงของแซนส์ก็เบาลงอย่างไม่ทราบสาเหตุจนกิลบี้แปลกใจ “ฟริกส์น่ะเพิ่งเคยลืมตาขึ้นให้เห็นดวงตาสีทองเป็นประกายราวกับสีของดวงดาวครั้งแรก ได้ยินเสียงเล็กใสนั่นพูดเป็นครั้งแรก น่ารักมากๆเลยล่ะ รู้มั้ยกิล” น้ำเสียงของแซนส์ดูมีความสุขขึ้นมาเมื่อพูดถึงเด็กสาวชาวมนุษย์ที่พลัดหลงมาอยู่บนดาวของพวกเขา ใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าระเรื่อขึ้นจางๆเมื่อนึกถึงเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่าคนนั่น


“นิสัยก็ดี อ่อนโยน เป็นมิตร ถึงจะไม่ค่อยพูดก็เถอะ แต่พอพูดออกมาแล้วเสียงน่ารักมากจนฉนไม่อยากให้ใครได้ยินเลย...บ้าจริง แซนส์! อีกฝ่ายเป็นเด็กนะ!” ตอนนี้เขาดูเหมือนจะกำลังทะเลาะกับตัวเองเลย


“แซนส์ นี่นายชอบฟริกส์อย่างนั่นหรอ?” ในที่สุดกิลบี้ก็เอ่ยถามออกไป นั่นทำให้แซนส์นิ่งค้างไป


“ฮะๆ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะกิล! นั่นเด็กนะ!!


เอาล่ะ...เขาพอจะรู้ปัญหาที่ทำให้อีกฝ่ายมาดื่มแบบนี้แล้วล่ะ...


“แซนส์ ถึงเด็กคนนั่นจะเป็นเด็ก แต่สำหรับนาย...คงจะไม่ได้มองฟริกส์เป็นแค่เด็กแล้วล่ะ นายชอบเธอใช่มั้ย” มอนสเตอร์ไฟสีฟ้าอมม่วงประกายราวกับห้วงอวกาศเอ่ยถามแซนส์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายแค่เอาเหตุผลที่ว่าเธอเป็นเด็กมาปฏิเสธตัวเอง แต่จริงๆแล้วนายชอบเธอมากไม่ใช่หรอ”


“เฮ้ๆ กิล นายจะให้ฉันติดคุกคดีพรากผู้เยาว์หรือยังไง” แซนส์เอ่ยอย่างติดตลกแต่กิลบี้ส่ายหน้าเบาๆ


“นายก็รู้ บนนี้ไม่มีอะไรแบบนั่นสักหน่อย”


“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงน่ะกิล! ฟริกส์ไม่มีทางมาชอบฉันหรอกน่า...” ในที่สุดแซนส์ก็ยอมแพ้ เขาซบหน้าลงบนเคาท์เตอร์อย่างหมดแรง รู้ตัวว่ามักจะคอยเป็นห่วงฟริกส์เสมอ ชอบที่จะเข้าไปหาเด็กคนนั่น ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆกับฟริกส์ อยากจะมองดวงตากลมโตสีทองประกายเหมือนกับดวงดาวของฟริกส์ อยากได้ยินเสียงของเธอเมื่อเวลาพูดคุยหรือหัวเราะ...


เฮ้อ...ท่าจะเป็นบ้าแล้วแซนส์


“นายก็...ลองชวนเธอออกไปเที่ยวสิ นายรู้...ว่าอะไรที่ฟริกส์ชอบและทำให้เธอมีความสุข ใช่มั้ย”


แน่นอนว่าเขารู้...


“ก็ได้ ลองดูสักตั้ง ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะกิลบี้” แซนส์ยิ้มให้กับเพื่อนสนิทก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้ เขาเซนิดๆแต่ก็ยังทรงตัวอยู่ได้ “แล้วเจอนะกิล รอฟังข่าวดีได้เลยเพื่อน”


“แน่นอนอยู่แล้วแซนส์” กิลบี้ยิ้มนิดๆก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อเก็บร้าน


ขอให้ไปได้สวยแล้วกันนะแซนส์

.

.

.

.

“เจ้ามนุษย์! พาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลได้ทำอาหารเช้าเสร็จแล้วนะ! รีบมาทานเร็วเข้า” เสียงที่ดังมาจากทางห้องครัวเรียกให้ฟริกส์ขยับตัวลุกจากโซฟาอย่างงัวเงีย เมื่อคืนเธอแทบจะนอนไม่หลับเลย เมื่อคืนแซนส์กลับมาบ้านช้ามากๆจนเด็กสาวเป็นกังวล หรือเพราะเขาไม่ชอบเธอ ดวงตาของเธอเป็นสีทองประกายประหลาดจนทุกคนมักจะหวาดกลัวเมื่อต้องสบตากับเธอ พวกเขาบอกว่าเหมือนถูกเธอควบคุมทางสายตา แต่ดวงตาของเธอมันก็แค่มีสีทองประกายเท่านั่นเอง...


แต่เพราะหลายคนหวาดกลัว...เธอจึงเลือกที่จะลืมตาเพื่อซ่อนดวงตาของเธอไว้ไม่ให้ใครเห็น...


“แล้วแซนส์ยังไม่ตื่นอีกหรอ เชื่อเลยจริงๆ!” โครงกระดูกร่างสูงในชุดเสื้อเกราะสีน้ำเงินขอบเกราะเป็นสีเหลือง ตราข้างซ้ายเป็นรูปดวงดาวและแน่นอนว่าเขาต้อพันผ้าพันคอสีน้ำเงินลายละอองดาวสีเหลืองประกายผืนโปรดของเจ้าตัว มือใต้ถุงมือใหญ่สีน้ำเงินขอบรูปดาวสีเหลืองยกจานสปาเก็ตตี้วางลงบนโต๊ะขณะที่ตัวเขาก็บ่นพี่ชายแสนขี้เกียจของเขาไปด้วย


ร่างเล็กขยับตัวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ เด็กสาวเองก็ยังไม่เจอแซนส์เช่นเดียวกัน แต่พวกเขาทั้งคู่ก็คงคิดว่า อีกนานกว่าแซนส์จะตื่นนั่นแหละ...


แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!


“อรุณสวัสดิ์นะพัพพ์ เด็กน้อย” เสียงของบุคคลที่ไม่คิดว่าจะตื่นตอนนี้ดังขึ้นพร้อมกับร่างสันทันที่ก้าวลงมาจากชั้นบน ทำเอาพาไพรัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พี่ชายของเขาตื่นเช้า!!


“โอ้พระเจ้า! แซนส์ พี่ตื่นเองได้โดยที่ไม่ต้องให้ปลุก!!


“บังเอิญว่าวันนี้ฉัน ปลุกตัวเองได้ยังไงล่ะพัพพ์ ง่ายๆเองก็แค่ต้องบอกตัวเองในความฝัน” ว่าแล้วเขาก็ขยับตาซ้ายแถมท้าย


“แซนส์!!


โครงกระดูกในชุดเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดขนปุกปุยสีน้ำเงินลายขวางสีเหลืองก้าวเข้ามาภายในห้องครัวก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอ้ข้างตัวของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่า แซนส์ลอบมองเด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยทักทายเด็กสาวข้างตัว


“ไงฟริกส์”


ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นอย่างไม่มั่นใจก่อนที่จะยิ้มเล็กๆทักทายแซนส์แล้วหันกลับไปทานอาหารเช้าต่อ นั่นทำให้แซนส์ค่อนข้างไม่มั่นใจ


“เอ่อ...ฟริกส์ คือว่า...” เขาเริ่มเอ่ยปากอีกครั้ง “วันนี้...ไปเที่ยวกับฉันมั้ยเด็กน้อย”


เด็กสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกหนุ่มข้างตัวอีกครั้ง มือกระดูกยกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองเบาๆอย่างประหม่า


“ถ้าเธอไม่ไปก็ไม่เป็นไรหรอกนะเด็กน้อย...” แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบก็ต้องชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแขนเสื้อแจ็คเก็ตที่ถูกกระตุกเบาๆโดยเด็กสาวข้างตัว


“ปะ...ไป...” เสียงเล็กๆเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบาเป็นการตอบรับคำชวนของแซนส์ และนั่นทำให้เขายิ้มกว้างอย่างร่าเริงก่อนที่จะขยิบตาข้างซ้ายให้เด็กสาวเชิงหยอกล้อจนใบหน้าขาวแดงระเรื่อขึ้นจางๆ


“บอกเลยว่าที่ที่ฉันจะพาเธอไปน่ะเป็นที่ที่ พิเศษมากๆสำหรับฉัน”

.

.

.

.

“ฟริกส์ สวมเจ็ทแพ็คเรียบร้อยนะ”


มือกระดูกจัดการสวมสายคาดเจ็ทแพ็คให้กับเด็กสาวอย่างรัดกุมเพียงพอ ฟริกส์ยิ้มก่อนที่จะพยักหน้าเชิงบอกว่าเรียบร้อยดีแล้ว


ตอนนี้พวกเขาอยู่กับที่ตอนเหนือของStardinอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขากระโดดข้ามเศษดาวที่ล่องลอยเป็นทางต่อไป ระหว่างทางมีโคมไฟเปล่งแสงสีเหลืองอ่อนๆเป็นแสงสว่างนำทาง มันเป็นทางที่ฟริกส์ไม่เคยลองไปเลยสักครั้ง เพราะตัวเธอไม่มั่นใจนักว่าจะสามารถกระโดดข้ามหินพวกนี้ไปจนถึงสุดทางได้รึเปล่า


“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” เสียงของแซนส์เรียกให้เธอหลุดออกจากภวังค์ มือของเขายื่นมาตรงหน้าเธอ เด็กสาวมองมือของเขาเล็กน้อยก่อนที่จะวางมือลงบนมือของอีกฝ่าย “ไม่ต้องกลัวนะฟริกส์ ฉันไม่มีทางทำให้เธอหลุดออกนอกเส้นทางหรอก เดี๋ยวเธอจะหลุดลอยหายไปไกลจากฉันมากกว่านี้” ว่าแล้วก็ขยิบตาไปอีกครั้ง


ฟริกส์หัวเราะเสียงแผ่วก่อนที่จะก้าวตามอีกฝ่ายไป


แค่อยู่กับแซนส์เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไปแล้วล่ะ



 

 

ที่สุดปลายทางของทางนี้ห่างไกลจากเมืองStardinพอสมควร แต่นั่นก็ทำให้ที่นี่ราวกับถูกดวงดาวน้อยใหญ่ที่ทอประกายแสงอยู่ในห้วงอวกาศล้อมรอบ เหมือนกับได้ล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวมากมายจนฟริกส์อดไม่ได้ที่จะร้องว้าวออกมาเสียงแผ่ว แซนส์ยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นว่าเด็กสาวค่อนข้างจะถูกใจกับสถานที่แห่งนี้


“ตรงนี้ยังไม่ดีที่สุดนะฟริกส์”โครงกระดูกหนุ่มเอ่ย นั่นทำให้ร่างเล็กหันไปมองอีกฝ่าย นี่ยังไม่ใช่ที่ที่ดีที่สุดสำหรับเขาอีกหรอ? แซนส์หัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของเด็กสาวตรงหน้าก่อนที่เขาจะดีดนิ้วเบาๆ พลัน ร่างของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นหินซึ่งปกคลุมไปด้วยสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับหิมะนี้


!


มือทั้งสองข้างของเขาซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ตัวของเขาลอยอยู่ในห้วงอวกาศจริงๆด้วย!


“มาสิฟริกส์ เปิดเจ็ทแพ็คบินขึ้นมาสิ ฉันรู้ว่าเธอใช้มันเป็นนะ” แซนส์เอ่ยชักชวนให้เด็กสาวขึ้นมาบนนี้ด้วยกัน ตัวเขาตีลังกาเล็กน้อยก่อนที่จะกวักมือเรียกให้ฟริกส์มาด้วยกัน “มาเร็วฟริกส์ จะชวนไปดูอะไรดีๆนะ เร็วๆเข้าสิเด็กน้อย”


มือเล็กกำสายคาดเจ็ทแพ็คแน่นด้วยความไม่มั่นใจแต่ไม่นานนักสีหน้าของเธอก็มุ่งมั่นขึ้นก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดเจ็ทแพ็ค เสียงไอพ่นดังขึ้นก่อนที่ร่างล็กจะลอยขึ้นจากพื้นบินขึ้นมาหาแซนส์ โครงกระดูกหนุ่มยิ้มกว้างก่อนที่จะหยิบหน้ากากอ็อกซิเจนสวมคาดปิดปากของจมูกของเด็กสาว


“ไปกันเถอะ จวนจะได้เวลาแล้วล่ะเด็กน้อย” มือกระดูกเอื้อมไปจับมือเล็กของฟริกส์ก่อนที่จะพาลอยไปด้วยกันในห้วงอวกาศแสนงดงามแห่งนี้


แสงจากหมู่ดาวที่ส่องประกายอยู่ในห้วงอวกาศที่ดำมืดทำให้พวกมันดูงดงามราวกับความฝัน ฟริกส์จับมือแซนส์แน่นขณะที่ลอยตัวไปบนอวกาศที่ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วงแห่งนี้ แซนส์ดึงมือของเด็กสาวรั้งร่างของเธอให้ลอยขนาบข้างตัวของเขา ฟริกส์หัวเราะด้วยความสนุกสนานก่อนที่จะดึงรั้งมือของเธอออกจากมือของแซนส์เพื่อบังคับให้ตัวเองลอยตัวอย่างอิสระ


พวกเขาหยอกล้อเล่นกันอยู่ท่ามกลางห้วงอวกาศที่โอบล้อมไปด้วยหมู่ดาวนับล้านที่ทอแสงเป็นประกายในห้วงอวกาศแสนงดงามก่อนที่แซนส์จะหยุดตัวลง เขาดึงมือฟริกส์ให้หยุดตามด้วย เด็กสาวมองเขาอย่างงงๆเล็กน้อย


“ดูดีๆนะฟริกส์ ถึงเวลาแล้วล่ะ”


สิ้นคำพูด ดาวดวงที่เคยประดับอยู่บนห้วงอวกาศมากมายก็พากับส่อประกายแสงเจิดจ้าเสียจนเห็นเป็นแสงระยิบระยับสวยงาม ไม่นานนัก พวกมันก็พากันเคลื่อนที่จากจุดที่เคยอยู่ด้วยความเร็วจนเห็นป็นเส้นสายราวกับกำลังมองดูฝนที่ตกลงมาภายในดาวโลก


“ว้าว...” ฟริกส์อุทานออกมาเบาๆ ตอนนั่นเอง...ดวงตาที่มักจะหลับอยู่ตลอดเวลาก็ค่อยๆปรือเปิดขึ้นเผยให้คนที่กำลังมองอยู่เห็นสีสันของดวงตากลมโตสีทองสว่างเป็นประกายราวกับสีของดวงดาวที่กำลังพากันตกอยู่ในตอนนี้ สำหรับเขา...ดวงตากลมโตของเด็กสาวที่กำลังตื่นเต้นกับปรากฏการณ์ฝนดาวตกบนห้วงอวกาศครั้งแรกงดงามยิ่งกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เสียอีก...


สวย...สวยมากจริงๆ...


“สวยจังเลยนะ...แซนส์...?” ฟริกส์เมื่อเห็นว่าแซนส์เงียบไปก็หันมาทางโครงกระดูกหนุ่มก่อนที่จะพบว่าเขากำลังมองใบหน้าของเธออยู่...มองดวงตาของเธออยู่ นั่นทำให้เธอรีบหลับตาลงไปอย่างหวาดระแวง


“ดะ...เดี๋ยวสิฟริกส์” โครงกระดูกหนุ่มรีบจับมือของร่างเล็กไว้ เขายกมือขึ้นแตะที่แก้ม แตะที่เปลือกตาของเด็กสาวที่แสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด “ลืมตาหน่อยสิ...ฉันอยากเห็นดวงตาของเธอนะเด็กน้อย”


แต่เด็กสาวส่ายหน้าแรงๆเป็นเชิงปฏิเสธ


“มะ...มัน...มันน่าเกลียด...”


นั่นทำให้แซนส์ชะงักก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ


“ลืมตาสิฟริกส์ ให้ฉันเห็นดวงตาสีทองแสนสวยของเธอเถอะนะ...นะ ฟริกส์” น้ำเสียงทุ้มติดจะอ้อนๆดังขึ้น ฟริกส์แสดงสีหน้าไม่มั่นใจแต่ก็ค่อยๆปรือเปิดดวงตาของเธอขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตสีทองสว่างปรากฏให้แซนส์เห็นอีกครั้ง เขายิ้ม


“ดวงตาของเธอสวยจังเลยนะฟริกส์...สีทองประกายเหมือนกับสีของดวงดาวเลย”


คำชมที่เธอเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก นั่นทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำขึ้นอย่างเขินอาย เธอหลับตาลงเล็กน้อยเมื่อมือของเขาลูบใบหน้าของเธอเบาๆ แซนส์ก้มลงมองดวงตากลมโตสีทองสว่างประกายงดงามบนใบหน้านั่กของเด็กสาวอย่างรักใคร่


ให้ตายสิ...เขารักเด็กคนนี้จริงๆด้วย...


“ฟริกส์...ฉันชอบเธอนะ”


เด็กสาวนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีทองสว่างจ้องมองแซนส์อย่างไม่วางตา


“ชอบเหมือนกัน...”


ท่มกลางอวกาศอันงดงาม ที่ที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้านที่โอบล้อมพวกเขา


แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะสวยงามมากไปกว่าเด็กสาวตรงหน้าเขาแล้วล่ะ

.

.

.

.

END




-Talk with Writer-

               สวัสดีค่าาาาา กลับมาพบกันอีกครั้ง ฟิคสั้นOutertaleตามรีเควสค่ะ! อยากจะบอกว่าเป็นAUที่แต่งแล้วติดลมมากค่ะ(และแต่งไปรู้สึกเหมือนน้ำตาลจะขึ้น---) AUนี้สวยมากจริงๆค่ะ ขนาดError sansยังละเว้น ไม่ทำลายAUนี้เลย 5555555 สมกับเป็นAUแห่งอวกาศจริงๆ แต่ข้อมูลมันมีไม่ค่อยเยอะเลยได้แค่นี้แหละค่ะ(ถึงขนาดไปนั่งอ่านข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ---)

                ตอนนี้เอาเป็นว่าเราจะแต่งฟิคสั้นตามรีเควสสลับกับเนื้อเรื่องหลักเป็นแบบตอนเว้นตอน(จริงๆก็ทำแบบนี้มาสักพักแล้วล่ะนะ) ตกลงตามนี้นะคะ ตอนหน้าเป็นเนื้อเรื่องหลัก อ้อ แล้วมีคนรีเควสUnderfellมา(หรือว่าFlowerfellก็ไม่รู้ เพราะแซนส์มีมีฟันซี่หนึ่งเป็นสีทองมี 2 AUค่ะ) เอาเป็นUnderfellแล้วกันนะคะ ยังไงก็ตาม หลังจากนี้เราอาจจะอัพช้านะคะ เพราะไรท์เปิดเทอมแล้ว!!(จะร้องไห้---) อาจจะไม่มีเวลามาแต่งแล้วล่ะคะ แต่ก็จะพยายามนะคะ...

                 เอาเป็นว่าวันนี้ก็ขอลากันไปก่อน หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องนะคะ ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ รักนักอ่านทุกๆท่านและขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ บะบายยยยยยย



STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #181 Hiromi_zan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 02:35

    หวานมากแม่! ค..ใครก็ได้! เอาเลือดมาให้ฉันที! ฟ..ฟริกส์น่ารักเกินไปแล้ววว...

    #181
    0
  2. #163 shimon yong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 22:02
    โอ๊ยยย ถึงจะมาอ่านช้าไปหน่อยแต่ก็ชอบมากเลยค่ะ ดีงามทั้งเรื่องสั้นกับเรื่องหลักเลย ยิ่งเรื่องสั้นนี่อ่านแล้วแบบใจเต้นจริงจังมากค่ะ ;/////////////;
    #163
    0
  3. #95 luffysan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 00:50
    เอาerrorด้วยยยย><มีความอยากอ่าน ficไทยerrorแทบจะไม่มีเลย--//ลงไปกองกับพื้นแล้วดิ้น อยากอ่านง่าาา
    #95
    0
  4. #39 GPKUPP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 22:27
    ต่อจากunderfellเปนmafaitaleได้ไหมค่ะ//ไรท์เเต่งสนึกมากเลยค่ะ
    #39
    1
    • #39-1 MissAtherMiris(จากตอนที่ 11)
      17 สิงหาคม 2560 / 22:48
      ได้ค่ะ คุณขอมาเราจัดให้ได้ค่ะ//รวมเข้าโปรเจ็คยาวๆไปจนกว่าจะมีโอกาสแต่ง
      #39-1
  5. #38 rename-re (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 07:25
    โอ้ น่ารักมากเลยตอนนี้ ฟินมากก!! #อ้ากก อมก. น่ารักไปไหนนนเนี้ยย สนุกๆสนานบรรเทิงและดีต่อจิตมากเลยค่ะ!1
    #38
    0
  6. #37 Pookie_Sama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 18:18
    ชอบมากๆเลยค่าาา~
    ขอบคุณที่แต่งนะคะ!
    ????
    #37
    0