[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 10 : -6- Feeling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    13 ส.ค. 60

-6- Feeling




ทีมเฉพาะกิจได้ถูกตั้งขึ้น!


และแล้วภารกิจครั้งสำคัญก็ได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีหัวหน้าภารกิจที่รู้เรื่องดีที่สุดก็คือแซนส์และคาร่า ส่วนอัลฟี่กับแอสเรียลนั่นไม่ค่อยจะรู้เรื่องเสียเท่าไหร่ แต่เพราะแซนส์กับคาร่านั่นต้องการผู้ช่วยในภารกิจครั้งสำคัญนี้ อัลฟี่สามารถช่วยเขาปรับปรุงเครื่องจักรเครื่องนี้ได้ ส่วนแอสเรียล คาร่าเห็นว่าอีกฝ่ายเองคุ้นเคยกับวิญญาณของมนุษย์มากถึงแม้เจ้าตัวจะจำอะไรไม่ได้ ทั้งตอนเป็นฟราววี่หรือแม้แต่เรื่องของฟริกส์เองก็ด้วย


แต่ส่วนหนึ่ง...คาร่าต้องการให้แอสเรียลมีส่วนร่วมในการช่วยฟริกส์ออกจากSave screen ด้วยเนื่องจากเหตุผลที่ว่าครึ่งหนึ่งของวิญญาณที่อยู่กับแอสเรียลนั่นเป็นของฟริกส์...


“เอาล่ะ คงต้องแบ่งงานกันตามนี้ล่ะนะ”


“เจ้าถุงขยะหน้ายิ้ม! นายคิดว่าวิญญาณมนุษย์ที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งพลังใดใดน่ะหาง่ายนักหรือไง!? แล้วมันเป็นวิญญาณดวงใหม่สำหรับฟริกส์เชียวนะ!!


heh ฉันว่าสำหรับเธอคงไม่ยากไปนักหรอก”


“จะให้ฉันเอาดวงวิญญาณของนายมามั้ยล่ะ หืม... =)


“อยากจะมีช่วงเวลาที่เลวร้ายอย่างนั่นหรอ เจ้าหนู...”


ดวงตาข้างซ้ายของแซนส์เรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองขึ้นพลางจับจ้องไปที่ร่างของเด็กสาวเจ้าของรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างมีดสีแดงสดขึ้นมาจากปณิธานอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน


แต่ก่อนที่Genocide(?)จะได้เกิดขึ้นนั่น...


“ดะ...เดี๋ยวก่อน หยุดทะเลาะกันนะทั้งสองคน!


“คาร่า! ใจเย็นๆก่อนนะ!


เสียงสองเสียงประสานกันเอ่ยห้ามทั้งคู่ที่ต่างฝ่ายต่างคว้าอาวุธของตัวเองออกมาอย่างลนลาน แพะหนุ่มวิ่งเข้าไปกอดคาร่าจากด้านหลังเป็นการรั้งห้ามเด็กสาวให้หยุดแสดงความรุนแรงซะ ในขณะที่อัลฟี่ดึงแขนแซนส์ให้ห่างจากตัวของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงสลวยยาวประบ่าอย่างกล้าๆกลัวๆ


แค่เริ่มต้นก็แทบจะฆ่ากันอยู่แล้ว...จะไปรอดหรอ...


“กะ...ก็ได้...ถ้าแอสเรียลพูดแบบนั่นล่ะก็...” ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำขึ้นนิดๆเมื่อถูกเพื่อนสนิท(หรือที่คนภายนอกมองว่าเป็นพี่ชายต่างสายเลือด)กอดจากด้านหลัง แอสเรียลที่ไม่เห็นใบหน้าแดงๆของคาร่าถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะยิ้มออกมา นั่นทำให้เด็กสาวยิ่งหน้าแดงจัดขึ้นยิ่งกว่าเดิม


“ดีแล้วล่ะ” แพะหนุ่มปล่อยตัวของน้องสาวต่างสายเลือด แม้คาร่าจะเสียดายนิดๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เจ้าชายแห่งเหล่ามอนสเตอร์หันไปมองทางแซนส์ที่ดูเหมือนจะสงบจิตสงบใจได้แล้ว อัลฟี่ก็พลอยโล่งใจไปด้วย "แซนส์ คุณจะให้ผมกับคาร่าไปตามหาดวงวิญญาณที่ว่างเปล่าของมนุษย์อย่างนั่นหรอครับ? มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับเรื่องแบบนั่นน่ะ"


จริงๆตัวเขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ ทำไปเพื่ออะไร เขาถามคาร่าแล้ว เธอก็ตอบเพียงว่า...


เพื่อช่วยเพื่อนของฉันยังไงล่ะ อย่าถามมากน่าแอสเรียล! อีกไม่นานนายก็จะรู้เองแหละน่า!’


คำตอบก็เป็นแบบนี้...มันไม่ได้ช่วยให้เขาหายข้องใจขึ้นเลย


ส่วนทางอัลฟี่นั่น เธอเองก็สงสัยเกี่ยวกับภารกิจสำคัญของแซนส์กับคาร่าในครั้งนี้เช่นเดียวกับแอสเรียลที่ไม่รู้ว่าเด็กมนุษย์ที่ชื่อว่า ฟริกส์คือใคร แถมเพื่อนโครงกระดูกกับเจ้าหญิงแห่งครอบครัวดรีมเมอร์ยังไม่พูดอะไรมากไปกว่าการที่บอกว่าเด็กคนนั่นคือเพื่อนคนสำคัญของพวกเขา...


ไหนจะเครื่องจักรนั่นอีก...


โครงกระดูกในชุดเสื้อไหมคอเต่าสีขาวสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีฟ้าตัวโปรดหลับตาลงสักพักก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้งมองไปที่คาร่ากับแอสเรียลด้วยท่าทางจริงจัง


“ฉันรู้นะเด็กน้อย ถึงเธอจะบอกว่ามันยาก แต่ฉันรู้ด้วยพลังปณิธานของเธอในตัวเธอนั่นมีสูงมาก ถ้าเธอคิดจะทำ เธอก็สามารถทำได้สำเร็จ ความตั้งใจที่จะช่วยฟริกส์ของเธอคงไม่ใช่ของปลอมหรอกนะ ฉันว่า” ดวงตาข้างขวาของเขาหลับลงในขณะนั่น แซนส์ใช้ดวงตาข้างซ้ายจ้องมองไปที่คาร่าอย่างนิ่งๆ


เด็กสาวถอนหายใจพลางสลายมีดสีแดงไปก่อนที่จะยกมือขึ้นกอดอก ไม่นานนัก ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคย


“แน่นอน ฉันอยากช่วยฟริกส์ นั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วล่ะ”


“งั้น เรื่องวิญญาณคงต้องฝากเธอกับองค์ชายแล้วล่ะ เธอเชี่ยวชาญเรื่องนี้ยิ่งกว่าฉันซะอีกและ...” เขาเว้นไปเล็กน้อยพลางมองไปที่แพะหนุ่มที่ยืนมึนอยู่ข้างๆตัวเด็กสาวเล็กน้อย “ฉันคิดว่าเธอคงมีตัวช่วยที่ดี”


แอสเรียลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดอกไม้สีทองนามฟราววี่ต้องคุ้นเคยกับวิญญาณของมนุษย์เช่นกัน...


คาร่าก้มหน้าลงเล็กน้อยคล้ายกับรู้ว่าแซนส์ต้องการที่จะสื่ออะไร ฟราววี่...เจ้าดอกไม้สีทองพูดได้ที่ครั้งหนึ่งเคยขโมยดวงวิญญาณของมนุษย์ไปและซึมซับวิญญาณเหล่านั่นต้องคุ้นเคยกับพลังในวิญญาณแต่ละแบบดีอยู่แล้ว ถึงแม้เจ้าตัวจะจำไม่ได้ก็ตาม...


“ส่วนฉันกับอัลฟี่จะซ่อมและปรับปรุงเจ้าเครื่องนั่นเท่าที่จะทำได้ ยังไงก็ตาม เจ้าเครื่องนั่นมันก็เคยทำหน้าที่อะไรแบบนี้มาก่อนอยู่แล้วล่ะถึงตอนนั้นจะทำพลาดก็เถอะ แต่ครั้งนี้มีอัลฟี่มาช่วย เพราะงั้น...ครั้งนี้มันต้องสำเร็จแน่นอน” เขาเอ่ยต่อไปก่อนที่จะมองไปทางนักวิทยาศาสตร์สาวซึ่งเธอสะดุ้งนิดๆ “เธอช่วยฉันได้ใช่มั้ยอัล”


“อะ...เอ่อ...ดะ...ได้สิ!” ถึงจะไม่รู้ว่าแซนส์กำลังจะตั้งใจใช้เครื่องจักรนั่นเชื่อมต่อไปที่ไหนก็ตาม แต่เธอก็เชื่อในตัวแซนส์ว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่นำอันตรายมาถึงที่นี่อย่างแน่นอน


โครงกระดูกร่างเตี้ยในชุดเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีฟ้ากวาดสายตามองทุกคนในทีมถึงจะมีอีกสองคนที่ไม่เข้าใจเป้าหมายของภารกิจในครั้งนี้ แต่ทั้งอัลฟี่และแอสเรียลก็ยอมช่วยพวกเขาอยู่ดี ต้องขอบคุณสำหรับมิตรภาพระหว่างพวกเขาล่ะมั้ง


“ถ้าอย่างนั่น...ก็เริ่มกันเลยเถอะ”

.

.

.

.

ฉัน...จะตายแล้วสินะ...


ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นจากการซบใบหน้าลงบนหัวเข่าทั้งสองข้าง ดวงตาที่ไม่ค่อยจะลืมเปิดขึ้นมาปรือขึ้นเล็กน้อยเผยดวงตากลมโตสีทองงดงามกวาดมองไปรอบๆบริเวณ


พื้นที่สีดำที่ค่อยๆถูกแต้มด้วยสีขาวของกรอบสีเหลี่ยม พื้นที่แห่งนี้กำลังถูกลบไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ


ฟริกส์หลับตาลงอีกครั้ง เธอรู้ตัวเองว่าตัวเธอนั่นไม่จำเป็นต่อโลกเบื้องบนอีกต่อไปแล้ว สถานที่นี้ก็เช่นกัน หน้าจอSave screenเองก็ไม่จำเป็นต่อเนื้อเรื่องนี้อีกต่อไป มันจะไม่มีการเซฟ การโหลดและการรีเซ็ตอีก โลกเบื้องบนจะสามารถดำเนินไปต่อได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดหากไม่มีที่นี่


ตัวเธอ...เด็กสาวที่ถูกสร้างมาเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องเองก็เป็นส่วนเกินของโลกเบื้องบนนั่น หายไป...ก็ดีแล้ว


ร่างเล็กของเด็กสาววัย8ปีกอดเข่าพิงหน้าจอโหลดและรีเซ็ตพลางนึกถึงความทรงจำเก่าๆที่เหมือนจะผ่านมานานแล้ว แต่สำหรับเธอ...มันราวกับเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง ความทรงจำตั้งแต่เธอถูกส่งลงไปในอันเดอร์กราวด์ครั้งแรกตลอดจนกลับมารีเซ็ตอีกครั้งเพื่อชดใช้ความผิดที่เคยทำร้ายพวกเขาไว้


ขอบคุณ...สำหรับการสอนให้เธอรู้ถึงความรู้สึกมากมาย ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆเท่าที่ตัวตนที่ว่างเปล่าของเธอจะมีได้ ขอบคุณที่สอนให้เธอรู้สึกความอ่อนโยนของคนทั่วๆไป...


และขอโทษ...สำหรับการที่เธอเคยมอบความทรงจำอันเลวร้ายให้นะ...แซนส์ คาร่า...


กรอบเล็กๆสีขาวค่อยๆกลืนกินพื้นที่สีดำของSave screen ลบพื้นที่นี้ให้หายไป


น้ำตาสีใสค่อยๆไหลเอ่อคลอบริเวณขอบตาของฟริกส์


“อะไรกัน...นี่ฉัน...กลัวที่จะถูกลบอย่างนั่นหรอ...” มือเล็กแตะที่บริเวณดวงตาของเธอและปาดน้ำตาออกไป แต่มันกลับไม่ยอมที่จะหยุดไหลเลย “ฮึก...มากลัว...อะไรตอนนี้นะฟริกส์...”


ฉันยังไม่อยากตาย...


นั่นคือความจริงภายในใจของเด็กสาว


ฉันยังอยากทำอะไรอีกมากมาย อยากแก้ปริศนากับพาไพรัส อยากทำอาหารกับอันไดน์ อยากดูอนิเมะกับอัลฟี่ อยากกอดคุณแม่ทอเรียล อยากจิบชากับคุณพ่อแอสกอร์ อยากแสดงละครกับเมตตาตอน อยากวิ่งเล่นกับมอนสเตอร์คิด อยาก...อยาก...


น้ำตาสีใสไหลหยดลงบนพื้นที่ดำก่อนที่จะเลือนหายไป...


อยากจะบอกความในใจกับแซนส์...


อยากทำจังเลยนะ...อยากมีชีวิตอีกครั้งจังเลย...

.

.

.

.

ตอนนั่นเอง...ที่พุ่มดอกไม้สีทองสวยงามซึ่งเติบโตอยู่ที่ก้นเหว จุดเริ่มต้นของการผจญภัยต่างๆของเด็กสาวคนหนึ่ง


หัวใจว่างเปล่าดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอยู่ท่ามกลางพุ่มดอกไม้สวยงามนั่นอย่างโดดเดี่ยว

.

.

.

.

เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นในความมืด อะไรบางอย่างทำให้เธอตื่นขึ้นอย่างกระทันหัน คาร่าลุกขึ้นจากเตียงอย่างไม่เข้าใจตัวเอง อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างที่เคยหายไป แต่ตอนนี้กลับมารู้สึกอีกครั้งยังไงอย่างนั่น


ความรู้สึกอย่างนี้...ฟริกส์หรอ...??


เด็กสาวได้แต่คิดอย่างมึนงงก่อนที่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง ทิศทางนั่น...ทางภูเขาEbott


นั่นเธอหรอ ฟริกส์ ความรู้สึกแบบนั่นคือวิญญาณของเธอใช่มั้ย


มือเรียวเล็กทาบลงบนหน้าอกของตัวเอง หัวใจสีแดงสด วิญญาณที่เต็มไปด้วยปณิธานเพียงครึ่งเดียวกำลังสั่นไหว



 

 

 

อีกด้านหนึ่งก็มีอีกคนที่สะดุ้งตัวนิดๆขณะที่กำลังซ่อมเครื่องจักรอยู่ ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเงยหน้ามองเพดานอย่างเหม่อลอย เมื่ออยู่ๆใบหน้าของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำเข้มยาวประบ่าในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าสีฟ้าลายขวางสีม่วงก็ปรากฏขึ้นในความคิด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาใสจนน่าสงสารจนตัวเขาอยากที่จะดึงเธอมาเข้ากอดปลอบให้หยุดร้องไห้


เมื่อกี้...ทำไมอยู่ๆเขาก็นึกถึงใบหน้าของฟริกส์ขึ้นมากันนะ...ท่าจะเพ้อมากล่ะฉัน


“ไม่ต้องห่วงนะฟริกส์...ฉันต้องช่วยเธอกลับมาได้อย่างแน่นอน” แซนส์พึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนที่จะลงมือใช้ประแจขันน็อตที่ท่อเชื่อมระหว่างตัวเครื่องกับโหลแก้วต่อ ไม่ไกลจากเขานั่น อัลฟี่ก็ยุ่งอยู่กับการปรับโปรแกรมและแก้โค้ดให้เสถียรมากขึ้น


“ซะ...แซนส์ นี่มัน...จะไหวหรอ...” อัลฟี่เอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจเมื่อเห็นได้เห็นโค้ดต่างๆจากโปรแกรมที่เธอกำลังปรับแก้ให้มันเสถียรขึ้น ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงสามารถปรับแก้มันได้โดยที่ไม่ต้องถามแซนส์ล่ะก็...นั่นเพราะเจ้าโปรแกรมนี้เธอเคยได้ช่วยคนคนหนึ่งสร้างมันมาก่อน...


คนที่เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์หลวงก่อนหน้าเธอ


“ฉันเชื่อว่าเธอทำได้อัล” โครงกระดูกหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนักวิทยาศาสตร์สาวอย่างมั่นคงและจริงจังที่เป็นบุคลิกที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย “ถ้าให้ฉันทำนะ ฉันคง ตันแน่ๆเลย” รอยยิ้มบนใบหน้าของแซนส์เริ่มขี้เล่นมากขึ้น อัลฟี่ทำหน้าเอือมๆเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร


“เพราะฉันเป็นสเกล ตันยังไงล่ะ!


นั่นไงว่าแล้ว...


มอนสเตอร์สาวคิดอย่างหน่ายๆนิดๆ


“ไม่เอาน่า อัล อย่าเครียดไปหน่อยเลย ชิลๆน่า” แซนส์หัวเราะให้กับมุขตัวเองที่ไม่มีใครขำไปด้วยสักคนก่อนที่จะเคาะลงบนเครื่องจักรที่กำลังซ่อมอยู่เบาๆ “เจ้านี่ต้องได้ผลสิน่า”


ใช่ มันต้องได้ผล...เพราะมันเป็นเครื่องจักรเพื่อการถ่ายโอนวิญญาณและตัวตนจากมิติอื่น ฟริกส์ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งได้อย่างแน่นอน

.

.

.

.

TO BE CONTINUES






-Talk with Writer-

          แฮร่! สวัสดีค่าาาาา วันนี้โผล่มาลงตอนใหม่แล้วค่ะ! เป็นไงค่ะ ตอนนี้กำลังคิดว่าคาร่านี้หล่อกว่าแซนส์อีก----//กรี๊ด! แกสเตอร์บลาสเตอร์มาจากไหน!! แซนส์ก็หล่อนะคะ แต่ว่าสำหรับเรา คาร่าน่าจะเป็นที่เข้าถึงตัวตนของฟริกส์ได้มากกว่าแซนส์ เพราะเคยติดอยู่กับปณิธานของฟริกส์มาก่อน ดังนั่น ก็น่าจะเข้าถึงและรู้สึกถึงวิญญาณของฟริกส์มากกว่าใครทั้งนั่น---- (หลายครั้งเลยรู้สึกว่าแซนส์เป็นพระรอง -0-)

ยังไงก็ตาม ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านและคอมเม้นนะคะ ส่วนฟิคสั้นเรื่องต่อไปเป็นOutertaleตามรีเควสค่ะ! AUแห่งดวงดาวเลย เราชอบนะคะ สถานที่และช่วงเวลาแหวกแนวจากAUอื่นดี(ถ้าไม่นับUnderpray อันนั่นแหวกเนื้อเรื่องจริง...) ถ้าอย่างนั่น วันนี้ก็ลากันไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า บะบายยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #180 Hiromi_zan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 02:27

    ขอให้สำเร็จทีเถอะ!

    #180
    0
  2. #36 _BENZTO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 21:36
    ฟริกส์ต้องกลับมาให้ได้เน้อ อย่าหายไปเลยยย~ T?T
    #36
    0
  3. #35 suthida3944 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 08:45
    อัพต่อเบย
    #35
    0
  4. #33 AmpanChongwarin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 18:21
    รอจ้าาา
    #33
    0