นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Short Fic AU Undertale(Flowerfell)][SansxFrisk] Last Chapter…Maybe

โดย MissMich

นี่คือบทสรุปของการเดินทาง...แต่ว่า...มันคือตอนสุดท้ายอย่างนั้นหรือ

ยอดวิวรวม

2,132

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


2,132

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


40
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 พ.ค. 59 / 17:24 น.
นิยาย [Short Fic AU Undertale(Flowerfell)][SansxFrisk] Last Chapter…Maybe

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นี่คือจุดจบความการเดินทาง

นี่คือบทสรุปของเรื่อง

แต่ว่า...

ทุกอย่างจะจบเพียงแค่นี้จริงๆหรือ...




[BY PPnote]


*ฟิคนี้เป็นฟิคSansxFrisk ใครที่ไม่ชอบ ปุ่ม[x]อยู่ด้านขวามือค่ะ*


 
  CR.SQW
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 พ.ค. 59 / 17:24


[Short Fic AU Undertale(Flowerfell)][SansxFrisk] Last Chapter…Maybe

 

*[ฟิคนี้เป็นเนื้อหาของUnderfellที่เป็นAUของเกมUndertale เป็นการสมมุติเหตุการณ์ขึ้น ตัวละครจะมีนิสัยที่ต่างไปจากเรื่องธรรมดา]*

 

ทุกอย่างย่อมมีทางสิ้นสุด


บทสรุปสุดท้าย


มันเป็นบทสุดท้ายจริงๆน่ะหรือ...

.

.

.

.

ตอนนี้ตรงหน้าของพวกเขาคือสถานที่ที่เป็นจุดจบของการเดินทางของเด็กสาว


ที่ที่ทุกอย่างจะจบลง


แซนส์ยอมรับ เขาไม่อยากให้มันจบลง เพราะหากจบลง นั่นหมายความว่านั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับเด็กน้อยที่ขี่หลังเขาอยู่


ตอนนี้ทั่วทั้งใบหน้า ไม่สิ...ทั้งตัวของเด็กน้อยถูกปกคลุมไปด้วยดอกไม้สีทอง ฟลาววี่และแซนส์เชื่อว่าหากฟริกส์ถอดเสื้อออก ภายใต้เสื้อนั้นคงเต็มไปด้วยดอกไม้สีทองขึ้นอยู่เต็มไม่เหลือพื้นที่ให้เห็นสีเนื้อของฟริกส์แน่ๆ เขาไม่อยากจะคิดว่า ที่รักของเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดมากขนาดไหน


ฟริกส์มองไม่เห็นภาพใดๆแล้ว ขาของเธอก็เดินไม่ไหว แซนส์จึงแบกเด็กน้อยของเขาขึ้นหลังเพื่อเดินทางต่อ แม้ว่าเธอจะพยายามบอกให้เขาปล่อยเธอลงแค่ไหนก็ตาม


“แซนส์...” เสียงเล็กๆของเด็กสาวที่ขี่หลังเขาอยู่ดังขึ้นเบาๆ แซนสที่กำลังก้าวเท้าเดินตรงไปตามทางเพื่อมุ่งไปที่เมืองที่ชื่อว่าบ้านใหม่(New Home)อยู่ก็ชะงักนิดๆก่อนจะหันไปหาเด็กน้อยนิดๆ


“อะไรหรอที่รัก”


ฟริกส์เงียบไปนิดหน่อย ฟลาววี่ที่พันตัวเองอยู่ที่แขนซ้ายของฟริกส์มองเด็กน้อยที่เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็เงียบไปด้วยความสงสัย


“พวกเราจะผ่านไปได้มั้ย...” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคง เธอรู้สึกเป็นตัวถ่วงมากๆ ทั้งๆที่นี่คือการเดินทางของเธอแท้ๆ แต่เธอกลับให้คนที่ต้องรับมือกับทั้งมอนสเตอร์ต่างๆ อัลฟี่ นักวิทยาศาสตร์ที่บ้าคลั่ง หรือแม้กระทั่งต้องแข่งทำยอดวิว(?)กับเมตทาตอนกลับเป็นแซนส์ ทั้งๆที่นั่นควรจะเป็นเธอ แต่แซนส์กลับต้องรับมันไว้ทั้งหมดเพียงเพราะว่าฟริกส์เริ่มที่จะมองไม่เห็นและขยับตัวไม่ได้ มันทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมา


“เราต้องผ่านมันไปได้สิฟริกส์! เธออย่าเพิ่งท้อสิ เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้วนะ” ฟลาววี่เอ่ยให้กำลังใจฟริกส์อย่างเต็มที่ เขาไม่อยากให้ฟริกส์ท้อเลยทั้งๆที่เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมากกว่าพวกเขาซะอีก


แซนส์ยกมือขึ้นลูบผมเด็กน้อยเบาๆ ฟริกส์ซุกหน้ากับมือโครงกระดูกของแซนส์นิดๆ


“อย่าห่วงไปเลยที่รัก พวกเราต้องผ่านมันไปได้แน่ๆ ฉันสัญญา ฉันจะช่วยเธอให้ดีที่สุด”


หลังๆมานี้ แซนส์รู้สึกตัวว่าเขาอ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับฟริกส์ เขาเริ่มเรียนรู้การ่อสู้กับคนอื่นโดยที่ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ มันก็สามารถที่จะทำให้เขาผ่านมาได้โดยที่ไม่ต้องฆ่าใครทั้งนั้น


ที่เขาเป็นแบบนี้...นั่นก็เพราะฟริกส์


“เราใกล้ถึงปราสาทของแอสกอร์แล้วล่ะเด็กน้อย” แซนส์พูดขึ้น ฟริกส์พยักหน้ารับรู้


“เราจะผ่านไปด้วยกัน”


 

 

 

 

“ส่งดวงวิญญาณของเจ้ามาให้ข้า มนุษย์!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับสามง่ามสีแดงสดที่พุ่งเข้ามาหมายจะฆ่าทั้งปีศาจน่ารำคาญกับมนุษย์ตัวจ้อยที่อยู่บนหลังของปีศาจโครงกระดูกน่ารำคาญ


“คุณแอสกอร์! พวกเราไม่ได้อยากที่จะสู้กับคุณเลยนะคะ” เสียงเล็กๆของเด็กสาวดังขึ้น ใบหน้าของเธอเป็นแผลไหม้เล็กน้อยจากการโดนไฟของราชาโจมตีใส่


แซนส์พยายามที่จะหลบหลีกการโจมตีของราชาแอสกอร์อย่างสุดความสามารถ แต่ก็มีบางที่หลบไม่พ้น โดนสามง่ามแหลมคมแทงเข้ามาเฉียดเสื้อไหมพรมสีขาวตัวโปรดจนขาด


“พูดกันอย่างนี้ไม่ได้ผลแน่ที่รัก” แซนส์ว่าก่อนจะสะบัดมือเรียกกระดูกขึ้นมากันสามง่ามพยามกระโดดหลบลูกไฟของราชาที่ไม่ยอมฟังเสียงขอร้องของฟริกส์แม้แต่น้อย เด็กสาวเกาะหลังแซนส์แน่นเพื่อไม่ให้ตกจากหลังของแซนส์


แต่แล้ว...


“อ๊ะ!!


“ฟริกส์!!


แซนส์พยายามเอื้อมมือเพื่อที่จะจับตัวของเด็กน้อยที่ถูกลูกไฟสอยร่วงตกจากหลังของเขา


“เสร็จล่ะ!!” สามง่ามอันแหลมคมของราชาพุ่งตรงเขาที่เด็กน้อยที่ตอนนี้ล้มลงกับพื้นปราศจากการปกป้องของปีศาจโครงกระดูกแล้ว


“ไม่นะ ฟริกส์!!


วาบ!!


แสงสว่างปริศนาส่องสว่างไปทั่ว ทำให้ราชาแอสกอร์ชะงักการโจมตีไป


“พอได้แล้ว ท่านพ่อ” เสียงเล็กๆที่ยังไม่แตกดังขึ้น เสียงที่คุ้นเคยสำหรับราชาแอสกอร์...


แสงสว่างก่อนหน้านี้เลือนหายไป พร้อมกับปรากฏร่างของใครบางคนขึ้นมาแทน...


เคร้ง!


สามง่ามเลื่อนหลุดออกจากมือของราชาอย่างหมดแรงเมื่อเห็นหน้าที่ไม่ได้เห็นมานาน


“นั่น...ลูกหรือ...แอสเรียล...”


แอสเรียลก้าวเท้าไปหาบิดาของตน ราชามองด้วยความสับสน ลูกชายของเขาเสียไปแล้วมิใช่หรือ...


“ท่านพ่อ...ลูกยังไม่ตาย แต่ว่า...ลูกก็เหมือนกับตายไปแล้ว” แอสเรียลเอ่ยเบาๆก่อนจะหันไปมองพวกฟริกส์ที่ทำหน้าสงสัยกับสถานณการณ์ในตอนนี้อย่างมาก “ฮาวดี้ ฟริกส์ แซนส์”


“ฟลาววี่...?” แพะหนุ่มยิ้มรับคำเอ่ยเรียกของเด็กสาวนิดๆก่อนจะหันกลับไปหาพ่อของตน


“ท่านพ่อ...ได้โปรด ปล่อยเด็กสาวคนนั้นไปเถอะ ท่านไม่จำเป็นต้องฆ่าใครอีกแล้วท่านพ่อ”


“แต่ว่า...วิญญาณนั่นเป็นทางออกเดียวสำหรับพวกเราเหล่ามอนสเตอร์นะแอสเรียล!” ราชามองด้วยความไม่เข้าใจลูกชายของตัวเอง “พวกเราก็จะแก้แค้นที่มนุษย์พวกนั้น ฆ่าลูกได้!!


แอสเรียลส่ายหน้าเบาๆ


“ลูกไม่ได้ต้องการการแก้แค้นเลย ลูกไม่เคยแค้นมนุษย์เหล่านั้นที่ทำให้ลูกตาย พวกเขาแค่โจมตีเพราะความเข้าใจผิด เพราะความไม่รู้ และเพราะความหวาดกลัว”


“ดังนั้น ลูกขอให้หยุดเพียงแค่นี้เถอะท่านพ่อ...” ว่าจบ ร่างของแอสเรียลก็เปล่งแสงออกมาก่อนจะเริ่มเลือนหายไป “เวลาของลูก...คงหมดลงแล้ว...”


“เดี๋ยว แอสเรียล!” ยังไม่ทันที่ราชาจะเอื้อมไปกอดลูกชายของตน ร่างของแอสเรียลก็สลายไป เหลือเพียงแค่ดอกไม้สีทองดอกหนึ่งเท่านั้น ฟลาววี่ยิ้มให้ราชาก่อนที่วิญญาณของมนุษย์ทั้ง6 ที่ฟลาววี่แอบไปขโมยมาตอนที่ราชาไม่เห็นจะลอยวนไปรอบๆตัวของฟริกส์ด้วยความยินดี


วิญญาณมนุษย์ดวงที่7...


ฟิกส์ยิ้มออกมาบางๆด้วยรอยยิ้มที่แซนส์ไม่อาจจะเข้าใจ


“คุณแอสกอร์...” เสียงเล็กๆของฟริกส์เรียกความสนใจของทุกคนไปอีกครั้ง “อยากที่จะ...ปลดปล่อยมอนสเตอร์ทั้งหมดให้เป็นอิสระมั้ยคะ...”


นั่นทำให้ทั้งหมดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ


“แต่นั่นมัน...”


“อยากเป็นอิสระมั้ยคะ...?” ฟริกส์ถามย้ำอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่แซนส์ไม่เข้าใจ 


เธอจะทำอะไรที่รัก...


“อยากสิ แต่คงไม่แก้แค้นมนุษย์แล้วล่ะนะ...” ราชาตอบด้วยความสัตย์จริง เขาไม่มีความต้องการที่จะแก้แค้นมนุษย์อีกแล้ว เพราะแอสเรียลบอกเอง ว่าเขาไม่ได้ต้องการแบบนั้น


“ฉัน...จะทำลายบาเรีย...” คำพูดของฟริกส์ที่เปล่งออกมาจากความมุ่งมั่นของเธอ ทำให้ทั้งแซนส์และฟลาววี่คัดค้านทันที!


“ไม่ได้นะที่รัก ไม่งั้นเธอก็จะ...”


“ไม่มีทางเด็ดขาดฟริกส์!!


เด็กน้อยยิ้มให้ทั้งคู่


“นี่คือ...การเดินทางของฉัน” เด็กสาวเอ่ยเบาๆ “และตอนนี้...ร่างกายของฉัน...มันทนไม่ไหวอีกแล้ว”


เธอรู้ดี...ร่างกายของฟริกส์ตอนนี้มันทั้งล้า และรับดอกไม้สีทองที่อยู่บนร่างของเธอไม่ไหวอีกแล้ว ประสาทสัมผัสของเธอเริ่มพล่าเลือน และไม่รับรู้อะไรแล้ว...


“ที่รัก...เธอ...”


“แซนส์” เสียงใสของฟริกส์ดังขัดคำพูดของโครงกระดูกหนุ่ม “นี่เป็นสิ่งที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข”


แซนส์รู้ดี...เด็กน้อยของเขาได้เลือกไปแล้ว ตัวเธอ...เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะ...เสียสละ


ฟลาววี่ร้องไห้โฮออกมาทันที ไม่แพ้ราชาที่เริ่มจะนิ่งเงียบและโทษตัวเองถึงความผิดครั้งนี้ เขาเองที่ทำให้เด็กคนนี้ และก่อนหน้านี้ต้องพบเจอกับจุดจบแบบนี้


ความเย็นของหยดน้ำกระทบกับใบหน้าของฟริกส์ และหยดน้ำนั่นก็หยดลงมาอย่างต่อเนื่อง


เด็กสาวเม้มปากแน่น


“แซนส์....” เสียงที่เอ่ยออกมานั่นสั่นเครืออย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีหยาดน้ำใสไหลลงมาแม้แต่น้อย


“ช่วย...ยิ้มให้ดูหน่อยสิ...” คำเอ่ยขอที่ยากจะทำในเวลานี้ ถูกเอ่ยขอออกมาจากริมฝีปากเล็กในอ้อมกอด


“แต่...ที่รัก...” เสียงสั่นๆของแซนส์พูดเบาๆ เพราะตอนนี้ เขายิ้มอย่างทุกทีไม่ได้..


“ขอร้อง...แซนส์...แค่แปปเดียวเท่านั้น” รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟริกส์ พร้อมกับหยาดน้ำใสที่ไหลลงมาอาบแก้มของเด็กน้อย แซนส์กอดร่างในอ้อมกอดแน่นขึ้น


วิญญาณมนุษย์...ครบ7ดวง...เสียงเรียกของเหล่าวิญญาณมนุษย์ดังขึ้นแผ่วเบาๆ ย้ำเตือนว่าเวลาใกล้จะหมดแล้ว...


“ที่รัก...ฉัน...ยิ้มแล้ว...” แซนส์เอ่ยเบาๆ เขายิ้มทั้งๆที่น้ำตากำลังรินไหล “ยิ้ม...อยู่...ที่รัก”


เด็กสาวเอื้อมมือขึ้นไปแตะแก้มของแซนส์เบาๆก่อนจะเอ่ยพูดอะไรบางอย่าง


“ขอบ....ที่.....ใจ.....เสมอ....” คำพูดที่เริ่มแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินเป็นประโยคทำให้แซนส์ก้มลงไปใกล้ๆใบหน้าของฟริกส์


“ขอโทษนะที่รัก...ไม่ค่อย...ได้ยินเลย...”


“รั......”


มือของเด็กสาวหล่นลงข้างตัว...

.

.

.

.

มอนสเตอร์ได้รับอิสระ บาเรียที่กักขังพวกเขาอยู่พังลงแล้ว


ด้วยความเสียสละ...ของเด็กสาวชาวมนุษย์คนหนึ่ง


 

“วันนี้ก็อากาศดีเหมือนเคยล่ะนะ” เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาภายในสวนดอกไม้สีทอง แล้วคุกเข่าลงในดงดอกไม้นั่น


“ก็อกๆ” มุกเก่าๆที่เคยเล่นดังขึ้น


นั่นใครหรอ คิกๆ


“ดอกไม้...”


ดอกไม้ นั่นใครกัน คิก


Flower you today, Sweetheart” มือโครงกระดูกลูบแผ่นหินตรงหน้าเบาๆ


‘FRISK’

.

.

.

กลับมาเร็วๆนะ...ที่รัก

.

.

.

.

ขอบคุณ...ที่ใจดีมาเสมอนะ 

รักนะ แซนส์




Talk with Writer

สวัสดีจ้าาาา ไรท์กลับมาหย่อนฟิคกันอีกแล้ว คิดถึงไรท์มั้ยยยยย//โดยรองเท้าปาใส่หัว ขอโทษที่หายไปนานนะคะ พอดีว่าติดธุระหลายๆอย่าง และตอนแรกเกือบจะเลิกแต่งundertaleแล้วล่ะคะ แต่ด้วยความค้าง...ทำให้กลับมาแต่งต่ออีกครั้งค่ะ พล๊อตที่อุตสาคิดชื่อยังไม่หมดเลย เลยเขียนต่อดีกว่า รักผู้อ่านทุกคนเลยนะคะ 

แม้ว่า อาจจะหมดความนิยมUndertaleไปแล้ว(หรือเปล่านะ) แต่ไรท์ขอแต่งต่อไปจนกว่าจะหมดมุขจริงๆล่ะคะ ยังจะมีคนอ่านอยู่มั้ยเนี่ย ฮือออออ 

วันนี้ก็ลาไปก่อนนะคะ บะบายยยยย ^^

ผลงานอื่นๆ ของ MissMich

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 22:49

    เศร้าเลยย

    #8
    0
  2. #7 Crista
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 20:19
    ร้องไห้อะคะ เศร้าา
    #7
    0
  3. #6 Hikari-chan
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 16:09
    อ่านไปแล้วฟังเพลง Secret Garden ไป อี้อหือ รู้เรื่องเลย T^T
    #6
    0
  4. วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 10:32
    ฟริกส์..... *น้ำตาไหลพราก*
    ปล.ชอบมากค่ะ จากใจจริงเลย *ปาหัวใจให้ไรต์รัวๆ*
    #5
    0
  5. #4 Pranpreeya noja
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:19
    ไม่นะฟริค ทำไมมมม!
    #4
    0
  6. วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 22:09
    ที่ร้ากกกกกกก T^T
    ไม่นะฟริกส์
    #3
    0
  7. #2 macaronga10 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:23
    ม่ายยยยยT^T----
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย
    #2
    0
  8. วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 17:43
    ฟริกส์ใจดีเหลือเกิน เสียสละโครตต!!
    #1
    0