นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fanfic Captain America : Civil war](Stony) Feeling(Steve)

โดย MissMich

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเรา มันควรยากที่จะสานกลับมาให้เป็นเหมือนเดิม แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะเลือกทางนี้ -Steve Rogers-

ยอดวิวรวม

1,618

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,618

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


65
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 พ.ค. 59 / 11:06 น.
นิยาย [Fanfic Captain America : Civil war](Stony) Feeling(Steve)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ความขัดแย้งมักเริ่มมาจากเรื่องเล็กๆ

ผมไม่ต้องการให้ใครถูกจำกัดอิสระ

ผมไม่ยอมรับสัญญาที่ว่านี้

ทำให้ผมยืนอยู่คนละฝั่งกับเขา

คนละฝั่งกับโทนี่ สตาร์ค...

-Steve Rogers-







*คำเตือน ใครเป็นแม่ยกสตีฟบัคกี้ถอยออกไป อย่าเกรียนในฟิคนี้ ถ้าไม่ชอบ [x]อยู่ด้านขวามือ กดออกไปเลย และเรื่องนี้มีการสปอยCivil War เราเตือนท่านแล้วนะคะ*


ขอให้สนุกกับการอ่าน ^^
T
H
E
M
Y
B

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 พ.ค. 59 / 11:06


[Fanfic Captain America : Civil war](Stony) Feeling(Steve)

 

*[คำเตือน มีการสปอยเนื้อเรื่องและ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาจากในภาพยนต์หรือดัดแปลงคำพูดเล็กน้อยเนื่องจากจำไม่ได้หมด]*

 

สงคราม...เกิดมาจากความขัดแย้ง


สงคราม...เกิดมาจากความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน


สงคราม...อาจเกิดขึ้นได้จากเรื่องเพียงเล็กน้อย

ของกลุ่มคนมีอำนาจ


.

.

.

.

ทุกอย่างมันเริ่มมาจาก...ข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับรัฐบาล


ข้อตกลงโซโคเวีย


ข้อตกลงระหว่างเหล่าอเวนเจนส์กับรัฐบาล เพื่อให้พวกเราปฏิบัติภารกิจต่างๆในความดูแลของรัฐบาล และจำกัดอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ใต้กฎหมาย ลดอิสระในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้มีความสูญเสียน้อยที่สุด


นั่นคือ...ข้อตกลง


ข้อตกลง...ที่ผมปฏิเสธมันทันทีที่ได้ยิน ไม่ยอมรับมันเด็ดขาด


และนั่น...ทำให้ผมกับโทนี่ สตาร์คยืนอยู่คนละฝั่งกันอีกครั้ง และนั่นทำให้ผมรู้สึกแย่ที่ต้องยืนอยู่คนละข้างกับเขาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เปลี่ยนใจที่เลือกไม่เซ็นข้อตกลงที่ว่านั้น ผมไม่อยากให้ทีมอเวนเจอร์ต้องถูกจำกัดอิสระในการปฏิบัติงาน ผมต้องการให้ทีมมีอิสระในการออกปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากกว่าที่ต้องนั่งรอคำสั่งจากรัฐบาลให้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ผมคงเห็นแก่ตัวมากสินะที่คิดถึงแต่ความคิดข้อนี้ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยืนยันที่จะไม่เซ็นข้อตกลงนั่น


และทุกอย่างมันยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อผู้คนกล่าวหาว่าบัคกี้ เพื่อนของผมเป็นคนวางระเบิดที่เวียนนา เขาถูกตามล่า ผมไม่ยอมให้เขาต้องเผชิญกับสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อหรอก ผมจึงตามไปช่วยเขาก่อนที่รัฐบาลจะส่งกองกำลังมาจับตัวเขาที่ไร้ซึ่งความคิดในคดีนี้


สำหรับผม บัคกี้คือเพื่อนคนเดียวที่เขารู้จักเป็นอย่างดี เพื่อนที่ค่อยอยู่เคียงข้างกันตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ดังนั้นผมจึงไม่อยากจะเสียบัคกี้ไป


แต่ในที่สุด ผมก็ทำพลาด บัคกี้ถูกจับไป...และสตาร์ค...เขาให้ความร่วมมือในการตามจับบัคกี้ด้วย แต่เขาก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น


แต่ผมรู้...เขาไม่ค่อยอยากจะทำตามสักเท่าไหร่เลย ผมรู้นิสัยของสตาร์คดี เขารักอิสระ มากกว่าใครทั้งนั้น ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ ผมเลยรู้สึกประหลาดใจที่เขาเลือกที่จะอยู่ในกฎที่กักขังอิสระของเขา ยอมที่จะสร้างข้อตกลงที่จำกัดพื้นที่ของเขา เขามีเหตุผลอะไร เขามีเหตุผลของเขาแน่ๆเพียงแต่พวกเราเดาไม่ออกก็เท่านั้นเอง


สตาร์คพยายามเกลี่ยกล่อมผมให้เซ็นข้อตกลงนั่นอีกครั้ง เขาเกือบจะโน้มน้าวผมสำเร็จอยู่แล้วถ้าผมไม่เอ๊ะใจว่าทำไมแวนด้าถึงไม่อยู่ที่นี่ สตาร์คกักบริเวณเธอให้อยู่ในฐานโดยมีวิชชั่นเป็นผู้คุม...เขาอ้างถึงความปลอดภัยของเธอ แต่ผมคิดว่าเขาต้องการที่จะกักขังเธอไม่ให้ไปก่อความวุ่นวายที่ไหน นั่นทำให้ผมโหโมมากและเดินหนีสตาร์คไป


ผมยอมรับว่าผมโหโมสตาร์คมาก เขาเห็นแก่ภาพลักษณ์ของทีมอเวนเจอร์มากกว่าคนในทีมว่าจะรู้สึกยังไง เขาทำข้อตกลงโดยที่ไม่ปรึกษาใครเลยสักคน ผมไม่ชอบที่เขาคิดเองคนเดียวโดยไม่ปรึกษาใคร ทำไมเขาถึงไม่ไว้ใจพวกเราสักที ไม่ไว้ใจผมสักที เมื่อไหร่นิสัยที่คิดแค่ตัวเองคนเดียวของเขาจะหายสักที พวกเราจะมีทีมไปเพื่ออะไรถ้าเขาไม่ยอมพูดให้พวกเราฟัง


แต่ความคิดของผมก็ดึงกลับมาสนใจบัคกี้อีกครั้ง เมื่อนักประเมินจิตที่ถูกเชิญมาประเมินบัคกี้ได้เข้ามาคุยกับเขา ผมดีใจนะที่บัคกี้บอกว่าตัวเขาชื่อบัคกี้ ชื่อที่ผมใช้เรียกเขา เขาดูเหมือนว่าจะจำผมได้ นั่นทำให้ผมมีความสุขมากที่จะได้เห็นเพื่อนกลับมาอีกครั้ง กลับมาอยู่ข้างๆผมอีกครั้ง


แต่แล้วชารอน หลานของเพ็กกี้อดีตคนรักของผมก็เริ่มเอ๊ะใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นแผนล่อให้บัคกี้ออกมาจากที่ซ่อนของเขาและมาอยู่ในที่ที่ยากต่อการหนี


แล้วไฟฟ้าก็ดับลง


ด้วยความหวั่นใจที่มีทำให้ผมรีบวิ่งลงไปชั้นที่ชารอนได้บอกว่าบัคกี้อยู่ที่ไหนในตึกนี้ หวังให้บัคกี้ปลอดภัย


แต่ผมก็ต้องตกใจ...นักประเมินจิตคนนั้น เขาควบคุมบัคกี้ได้!


ผมรู้สึกปวดใจที่ต้องเห็นเพื่อนของผมทำร้ายคนอื่น ทั้งที่จริงๆแล้วบัคกี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำด้วยซ้ำ นั่นทำให้เขารู้สึกโกรธที่คนคนนั้นทำให้บัคกี้ต้องเป็นแบบนี้ เขาก็วิลสันจึงต้องพาบัคกี้หนีก่อนที่องค์กรจะมาจับบัคกี้ไปรับโทษที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น


บัคกี้ยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่เขาโดนควบคุมจากประโยคคีย์เวิร์ดและเรื่องที่มีวินเทอร์โซเยอร์อีก5คนรอการปลุกในฟื้นจากการหลับใหลโดยผู้คนได้ควบคุมบัคกี้ นักประเมินจิตตัวปลอมคนนั้น พวกเขาต้องเดินทางไปไซบีเรีย ฐานลับที่สร้างวินเทอร์โซเยอร์ขึ้น แต่ด้วยกำลังคนแค่นี้ ผมไม่คิดว่าเราจะไปถึงไซบีเรียได้แน่ๆ พวกเราต้องการทีม


แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ง่าย มันไม่ง่ายเลยที่ต้องมาอยู่อยู่คนละฝั่ง...กับคนในทีม คนที่เป็นพวกพ้อง ผมกับสตาร์คยืนจ้องหน้ากัน เขาพยายามบอก บอกให้ผมหยุด ผมก็พยายามที่จะบอกเขาว่า บัคกี้ไม่ใช่คนร้าย มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่เขาก็ไม่ฟังผมเช่นเดียวกับที่ผมไม่ฟังเขา เราสองคนต่างไม่ฟังกัน สงครามเล็กๆระหว่างพวกเราจึงได้เริ่มต้นขึ้น


พวกเราต่อสู้กัน...เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ยังดีที่สนามบินตอนนี้ไม่มีคนอยู่ พวกเราจึงต่อสู้กันได้สะดวก แต่ก็ไม่มีใครคิดจะเอาชีวิตกันจริงๆ พวกเราสู้กันเหมือนว่าแค่ต้องการจะหยุดฝ่ายตรงข้าม และผมกับบัคกี้ที่ต้องการจะหนีไปที่ไซบีเรียก่อนที่คนร้ายตัวจริงจะทำในสิ่งที่ต้องการสำเร็จ


“คุณทำให้ทีมเราแตก แคป!


“ทีมแตกตั้งแต่คุณเซ็นสัญญานั่น สตาร์ค”


ผมรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น สตาร์คชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะซัดผมเข้าที่ใบหน้า ผมพูดจาทำร้ายจิตใจเขา ผมแค่ต้องการจะตอกหน้าเขากลับด้วยคำพูดเท่านั้น แต่แทนที่จะรู้สึกดีนั่นกลับทำให้ผมรู้สึกแย่มากกว่าเดิม แต่ผมหยุดไม่ได้...


ในที่สุดผมกับบัคกี้ก็หนีออกมาได้...โดยการทิ้งทีมไว้ข้างหลัง...และผู้พันโร้ด ผมไม่ได้หันกลับไปมองเลย แต่ผมรู้...รู้สึกแย่ รู้สึกแย่ไปหมด บัคกี้บีบไหล่ผมเบาๆ ผมโชคดีที่ยังมีบัคกี้อยู่ข้างๆ แต่ผู้พันโร้ด...เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของสตาร์คแบบเดียวกันกับผมและบัคกี้ ผมรู้สึกเสียใจแทนเขาที่ทำให้เขาเกือบจะเสียเพื่อนไป

 แต่ยังไง...ผมก็ต้องไปต่อ


หลายชั่วโมงต่อมา ผมกับบัคกี้ก็ถึงฐานลับของโซเวียตที่ไซบีเรีย ประตูที่เปิดค้างไว้ทำให้รู้ว่า...ฝ่ายนั้นมาถึงแล้ว ผมกับบัคกี้จึงเข้าไปอย่างระมัดระวัง นั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนสมัยก่อน ในเวลาที่เราทำงานกันเป็นทีม ผมรู้สึก...มีความสุข


และยิ่งมีความสุขเข้าไปอีกเมื่อสตาร์คโผล่มา เขาเข้าใจผมแล้วว่าทำไมผมถึงได้พาบัคกี้หนี แต่ใบหน้าของสตาร์ค เขาดูเหนื่อยๆยังไงไม่รู้ หรือผมจะคิดไปเองเมื่อเขาลดหน้ากากลงมาปิดบังใบหน้าของเขา


บารอน ซีโม่..คนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น เขาอยู่ตรงนั้น...ข้างหลังกำแพงนั่น แต่น่าเจ็บใจที่พวกเราเข้าไปจับเขาไม่ได้ แต่แผนของเขาไม่ใช่การปลุกวินเทอร์โซเยอร์ที่หลับใหลอยู่ แต่เขากลับฆ่าพวกนั่นหมดแทน นั่นทำให้ผมสับสนว่าตกลงเขาต้องการอะไรกันแน่


ซีโม่เปิดวิดีโอบางอย่างขึ้น สตาร์คเริ่มให้ความสนใจกับมัน...ผมเบือนหน้าหนีวิดีโอนั่น ผมรู้...มันคืออะไรเมื่อภาพเล่นไปได้สักพัก ผมมองบัคกี้ เขายืนนิ่งพร้อมจ้องมองวิดีโอนั่นด้วยเช่นกัน


มองตัวของเขาเอง...ฆ่าฮาเวิร์ดและภรรยา หรือ...คุณพ่อคุณแม่ของสตาร์คนั่นเอง


ผมนึกอยากให้...สตาร์คพูดอะไรสักคำ จะด่าบัคกี้ก็ได้...แต่เขากลับนิ่งจนผมใจไม่ดี


ผมจับแขนเขาไว้ก่อนที่เขาจะชกบัคกี้ สตาร์คหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความแค้นที่มีต่อบัคกี้


“นายรู้รึเปล่า...” เขาเอ่ยถามเสียงเบา ผมนิ่งเงียบไปตอบเขา “ตอบมา!!!


“ใช่”


เพียงแค่ผมพูดคำนั้น เขาก็ตรงเข้าซัดบัคกี้ทันที


แน่นอนว่า...ผมก็ขัดขวางไม่ให้สตาร์คทำร้ายบัคกี้ จนกลายเป็นว่าผมกับบัคกี้รุมทำร้ายเขา สตาร์คสติแตกไปแล้ว เขาต้องการที่จะระบายอารมณ์ทั้งหมดที่มีที่บัคกี้ที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา ผมไม่ยอมให้เขาทำร้ายบัคกี้ แต่ผมก็ไม่ต้องการที่จะสู้กับเขาเช่นกัน ผมพยายามที่จะเรียกสติเขา พยายามจะไม่ต่อสู้กับเขา แต่สตาร์คไปฟังคำของผมอีกต่อไปแล้ว เมื่อเขารู้ว่าผมปิดบังเรื่องนี้เอาไว้


ผมเหมือนคนที่ทรยศต่อความไว้ใจของเขา ทั้งๆที่เขามาที่นี่เพื่อช่วยผม เข้าข้างผม แต่ผมกลับปิดบังเรื่องนี้ไว้ให้เขามารับรู้ในตอนที่ทุกอย่างมันเลวร้าย สตาร์คไม่ไว้ใจผมอีกต่อไปแล้ว


“เขาเป็นเพื่อนของผม”


“ผม...ก็เคยเป็นเพื่อนของคุณเหมือนกัน...แคป”


คำนั้นทำให้ผมชะงักไป ทำให้ผมนึกย้อนถึงคำว่าเพื่อนไปสักพักก่อนจะที่ตัดสินใจ...หยุดการเคลื่อนไหวของสตาร์ค


ผมมองสตาร์คด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย มองแววตาเขาที่มองผมด้วยความเสียใจและเจ็บปวด มองผมด้วยแววตาที่เหมือนจะร้องไห้ให้ได้จนผมอยากจะกอดเขาแน่นๆและบอกเขาว่าผมขอโทษ ผมเสียใจ ผมจะไม่ไปไหน แต่ว่า...ผมทำไม่ได้...เพราะไม่อย่างนั้นบัคกี้อาจจะเป็นอันตรายได้ ถ้าสตาร์คเกิดสติแตกขึ้นมาและทำร้ายบัคกี้อีก ผมจึงตัดใจก่อนจะกระชากโล่ออกจากอกของชุดเกราะ สตาร์คยื้อโล่ไว้


“โล่นั้น...พ่อฉันเป็นคนทำให้นาย...นายไม่มีสิทธิ์ใช้มันอีกต่อไป” ผมชะงักกับคำพูดนั่น คำพูดที่บ่งบอกให้ผมรู้ว่า...สตาร์คไม่คิดว่าผมเป็นเพื่อนอีกต่อไปแล้วจริงๆ แต่น้ำเสียงของเขาก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าและพยายามยื้อผมไว้ ผมอยากจะกลับไปหาเขาจริงๆ แต่ก็ได้แค่คิด...


ผมทิ้งโล่ไว้ตรงหน้าเขา ก่อนจะพยุงบัคกี้แล้วหันหลังเดินจากเขาไป...


ผมได้ยิน...เสียงของเขา...เสียงร้องไห้ของเขาแว่วเข้ามา ผมขบริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บปวด ใจอยากจะกลับไปหาเขาจะแย่ แต่ว่า...ผมก็ทำได้แค่เดินออกมาแล้วทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเขา...โทนี่


สิ่งที่ผมทำมาหลายวันนี้คือการนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างหลังจากที่ผมกลับไปช่วยพวกบาร์ตันออกมาจากคุกกลางทะเลนั่นโดยความช่วยเหลือของนาตาชาและราชาทีชัลล่า กษัตริย์องค์ปัจจุบันของวาคานด้าหรือแบล็คแพนเตอร์ที่ให้ที่หลบซ่อนจากการตามจับของรัฐบาลทั้ง117ประเทศ


ผมนั่งเหม่อมองออกไปไกล ในใจคิดถึงคนที่ตอนนี้...แทบจะเหลือตัวคนเดียว แต่ยังดีที่วิชชั่นกับผู้พันโร้ดยังอยู่กับเขา ผมส่งจดหมายไปหาโทนี่แล้ว...ผมขอโทษเขาผ่านจดหมาย แต่ผมรู้สึกว่า...ผมต้องไปขอโทษเขาด้วยตัวของผมเองมากกว่า


แล้วผมก็รู้สึกตัวเมื่อมีใครบางคนเดินมานั่งอยู่ข้างตัวผม บัคกี้ส่งยิ้มให้ผม เขาตัดสินใจที่จะแช่แข็งตัวเองจนกว่าบางอย่างที่โซเวียตฝังเข้ามาในสมองของเขาจะหายไป ผมเคารพในการตัดสินใจของเพื่อน


“คิดถึงคนคนนั้นใช่มั้ยล่ะ” อยู่ๆบัคกี้ก็พูดขึ้น ผมหันไปมองเขาอย่างสงสัย “คนนั้นไง...คนที่...ใส่ชุดเกราะ” บัคกี้พยายามไม่พูดเรื่องที่เขาฆ่าพ่อแม่ของโทนี่ด้วยความรู้สึกผิด ผมไม่ว่าเขาหรอกก็เขาทำไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ไม่ใช่ใจจริงของเขาเองนี่นา


ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ใช่ ผมคิดถึงโทนี่มากๆเลย


บัคกี้ยิ้ม “สตีฟ ฉันเห็นนะว่านายทำสายตาแบบไหนเวลาที่มองคนคนนั้น” ผมหันมองเขาอีกครั้ง สายตางั้นหรือ?


“นายมองเขา เหมือนกับที่เคยมองเพ็กกี้”


ยอมรับว่านั้น...ทำให้ผมตกใจมาก ผมมองโทนี่ด้วยสายตาแบบนั้นจริงๆน่ะหรือ


“ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ว่านะ...” บัคกี้ลุกขึ้นยืน และมองผมด้วยแววตาที่แน่วแน่  “ทำตามที่ใจอยากจะทำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป” ว่าจบเขาก็เดินจากผมไป ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ตรงนั้น ให้ผมขบคิดกับคำพูดของบัคกี้


“กัปตัน...” เสียงทุ้มกับสำเนียงอังกฤษแปลกๆของกษัตริย์ดังขึ้น ทำให้ผมหันไปมองเขา “คุณควรมาดูอะไรตรงนี้หน่อย”


โทนี่...หวังว่าผมจะได้เจอคุณ และบอกคุณในสิ่งที่ผมคิดเอาไว้


.

.

.

.

To be continued (?)




Talk with Writer

สวัสดีค่าาาา ไรท์กลับมาหย่อนฟิคไว้อีกเรื่องอย่างรวดเร็วค่ะ!! เพิ่งแต่งจบเมื่อกี้นี้เลย//ฮา พาทย์แคปมาแล้วจ้าาาา เห็นเม้นไว้หลายคนว่าสงสารป๋า ใช่เลย สงสารป๋ามาก แต่ลองอ่านความรู้สึกของแคปสักหน่อย(ที่มโนเอง---) แคปมันหลายใจจจจจจ!!! เอาล่ะๆ เข้าเรื่องๆ

พาทย์แคปจบไปแล้ว ตอนไปเป็นเรื่องยาว----//ตายแปป เราอาจจะหายไปยาวหน่อยนะคะ เพราะเนื่องด้วยติดการบ้านที่ต้องส่งปลายภาค แะติดพันอีกฟิคหนึ่งค่ะ จึงแจ้งเพื่อทราบว่าฟิคยาวอาจจะไม่มีกำหนด แต่ว่าแต่งแน่นอนค่ะ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่าน สนุกสนานและต้องไม่มีการอวยคู่บัคกี้แคปเกิดขึ้นในคอมเม้น =) เพราะถ้าเม้นมา ไรท์ก็ด่ากลับและแบน จบบบบบ =) 

บะบายน้าาาา เจอกันฟิคหน้านะ จุ๊บๆ ^^

ผลงานอื่นๆ ของ MissMich

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 junenior03 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:13
    ต่อเถอะะะะะ ค้างมากกกกกก ไรท์~~~~ ทำร้ายยยยอ้ะ มาต่อ เดียวนี้
    #14
    0
  2. #13 tekiraii
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 16:34
    ฝ่าบาทจะพาสตีฟไปดูอะไรรรรร
    #13
    0
  3. #12 aomsinseft (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 17:01
    ต่อเถอะค่ะ พลีสสสสสสส
    #12
    0
  4. #11 `SaDiz
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 19:24
    ตอนดูฉากที่แคปเอาโล่แทงอกโทนี่ สาบานว่าน้ำตาคลอด้วยความสงสารโทนี่//ปาดน้ำตา
    ไปเลยนังแคป!! ฉันเกลียดเธอแล้ว
    #11
    0
  5. #10 แม็กนัส
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 14:21
    รอนะคะ สนุกดี ดูหนังจบนี่ต้องรีบหาฟิคอ่านเลย สงสารโทนี่
    #10
    0
  6. #9 piepp2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 16:29
    ไรต์มาต่อน้าาาาา
    #9
    0
  7. #8 Momo
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 17:43
    ดีมากบัคกี้ นายพูดได้ดี แคปรู้ใจตัวซะที สงสารป๋า ทำอย่างนี้กับป๋าได้ไง //ยิ่งดูในหนัง ตอนที่ป๋าสู้กับแคปกะบัคกี้นะ อยากจะเอาตัวไปกันมาก แล้วตะโกนใส่หน้าแคปว่า อย่าทำป๋าช้านนนนนนน
    #8
    0
  8. #7 DEVANA IN'JL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 22:37
    งื้ออออออ เจ็บ! ปู่บ้า! T T'
    #7
    0
  9. #6 piuploy
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 21:11
    สนุกมากเลยชอบบบ ยังคงแอนตี้แคป หลายใจขนาดดมาต่อพาร์ทต่อไปด้วยน้าาา รออยู่ๆ
    #6
    0
  10. วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 15:03
    รอพาร์ทยาวค่า ><
    #5
    0
  11. วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:09
    บอกเลยว่าดูรอบแรกแล้วหมั่นใส้แคปมาก แบบ จ้าาเชิญไปอยู่กินอย่างสามีภรรยากัยตามสบายเลยจ้าาา 5555
    พอมานั่งๆคิดดูก็ พอเข้าใจแหละ ระดับนึง เพราะสงสารโทนี่มาก เกือบไม่เหลือใครเลยให้ตายสิ
    ชอบที่แต่งแยกกันค่ เห็นความต่างและเหมือนกันชัดๆไปเลย  continueเถอะ พลีสสสสส
    #4
    0
  12. คือลองอ่านพาร์ทเเคปก็ยังคงไม่ยอมรับแคป
     
    ถามใจนางดูนะ นางบอกนางรักโทนี่เเต่นางก็เลือกบัคกี้
    ฉันรู้สึกว่าไม่เคยเห็นใครโง่ขนาดนี้มาก่อนอะ (....)
     
    ฉันถามจากใจนะแคป (บับบ่าเเน่น---) แกบอกว่าป๋าไม่เข้าใจแกชะ
    แล้วแกอะเข้าใจป๋ายัง แกยังไม่เข้าใจเลยอะ เเล้วแกพูดแบบนี้
     
    ถามใจแกเองนะว่าแกคิดยังไง ..
     
    คือแบบฉันรับไม่ได้รุนแรงนะ (...) (ตบหน้าซ้ายขวา)
    โอ๊ย คือนางหล่อกล้ามบึ้ก แค่ก #เบลอออออออออออออออ มันเกี่ยวมั้ยยยย
    คือนางหล่อจนใครก็หลง ฉันเข้าใจว่าแม้เเต่บัคก็หลง--- 5555555
    เเต่แบบว่ายอมรับไม่ได้กับความหลายใจนางอะ นางบอกได้ยินเสียงป๋าร้องไห้ เเล้วนางก็เมิน
    ว้าย (...) ดูปากนะคะแคป ว้าย.. ได้ยินเสียงป๋าร้องไห้ เเล้วก็พยุงบัคเดินหนี ว้ายยยยย ว้ายยยย
    (.....) ต้องการอะไรจากสังคม (ซบหน้าลงกับแผงอก ไม่ใช่เเล้วค่ะ---!!!!)
     
    คืออ่านพาร์ทนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจแคปอยู่ดี 55555 เหมือนสุดท้ายอะ
    เคะต้องเจ็บเพื่อเมะที่ไม่เเน่ใจกับหัวใจตัวเองตัลลอด
     
    #บีบบ่าบัคกี้ทิ้งท้าย-- งานนี้นายทำดีมาก----

    #3
    0
  13. #2 Stony ship
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 12:59
    แง~ อย่าตัดไปแบบนี้สิค้าาา รีบเลยกัปตัน ไปง้อโทนี่เลยนะคะ!
    #2
    0
  14. วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 11:48
    ฟิคยาวเเต่งเเน่สินะคะ จะรออ่านค่ะ  ปู่ต้องไปง้อป๋านะ ไม่งั้นปู่โดนอัดเละเเน่ ช้ำใจค่ะ วันนี้จะไปดูอีก เอาให้ช้ำใจอีกหลายๆรอบเลย ฮือT^T
    #1
    0