คัดลอกลิงก์เเล้ว

ความรักของชาร์ลอตต์

โดย namgynamgo

ยอดวิวรวม

778

ยอดวิวเดือนนี้

22

ยอดวิวรวม


778

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 เม.ย. 62 / 12:50 น.
นิยาย ѡͧ͵ ความรักของชาร์ลอตต์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น ตอนเดียวจบ ที่อยากจะนำเสนอ 
อยากให้ทุกท่านได้ติดตามรับชมกัน
เราค่อนข้างขี้เหงานะ เม้นต์ติชมได้555555555


สำหรับเรื่องนี้มีภาพประกอบเล็กน้อย 
เป็นภาพที่วาดเอาไว้แล้วนานทีเดียว 
เพราะว่าเรื่องนี้ได้แต่งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน 
ซึ่งดองมันไว้ทั้งๆที่มันจบไปนานแล้ว
อารมณ์แบบจบพีคจนไม่อยากแก้ไข 
ครบอกพีค เราบอกเอง5555555


สำหรับเราเราคิดว่าเรื่องนี้ในมุมมองของนักอ่าน
เราว่าดีกว่าเรื่อง "KOON" ที่เราได้แต่ง
แต่ถ้ามุมมองของนักเขียนซึ่งเป็นตัวเรา
เราค่อนข้างจะชอบเรื่องคูนมากกว่า
เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะว่ามันตื่นเต้นยังไงล่ะ


"คูน ฉันไม่เชื่อว่าคนที่มีจิตใจดีจะเขียนเรื่องราวอะไรแบบนี้ได้หรอกนะ"
งื้ออออ คำพูดของพี่แรมกระทบเราแรง555555555

เอาเป็นว่า ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยขอรับ หุๆ



t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 เม.ย. 62 / 12:50


ความรักของชาร์ลอตต์


คนทุกคนย่อมมีความรัก รักของทุกคนย่อมแตกต่างกันออกไป เรื่องราวต่อจากนี้เป็นเรื่องราวของความรักในอีกแง่มุม เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นมานานแล้ว หรืออาจเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต บางทีอาจเป็นเรื่องที่คุณเคยพบผ่านมา หรือบางทีอาจเป็นเรื่องที่ไม่มีวันจะเกิดขึ้นในโลกของคุณเลย และเรื่องราวนี้จะนำพาคุณไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

          ณ เมืองเล็กๆ ในรัฐฟลอริดา  ชาร์ลอตต์   โจนส์(Charlotte Jones) เธอเป็นหญิงสาววัยรุ่นอายุราวๆ 17 ผมตรงยาวสลวยสีดำ ตาสีดำผิวขาวนวล รูปร่างงดงามบอบบางราวกับงานศิลปะ ฐานะทางบ้านปานกลาง เธออาศัยอยู่กับแม่ของเธอ เฮย์เดน   โจนส์  (  Hayden  Jones) แม่ของเธอทำงานที่บาร์แห่งหนึ่ง และมักจะมีนิสัยสำมะเลเทเมา ไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว เงินที่ได้มาจากการทำงานก็ใช้ละลายกับการเที่ยวเตร่ และน้ำเมา กับเพื่อนฝูง

          ชาร์ลอตต์จึงไปพึ่งใบบุญของป้าเธอที่เมืองข้างๆ ป้าของเธอเปิดร้านตัดเสื้อ เธอจึงชำนาญเรื่องเย็บปักทักร้อย บางครั้งเธอก็เก็บเศษผ้าที่เหลือของป้าเธอกลับไปบ้านเพื่อตัดเสื้อผ้ามาใส่เอง เธอเลี้ยงตัวเองมาตลอดด้วยเงินเดือนที่ได้จากป้าของเธอ ส่วนเฮย์เดนแม่ของเธอก็มักจะมาตบตีดุด่าเธอ สงสัยว่าเธอไปขโมยเงินใครมา เอาตัวไปแลกมารึเปล่า สารพัดคำเสียดสีที่ไม่ควรออกจากปากผู้เป็นแม่ที่เข้ามาสู่หูเธอ ทำให้เธอได้แต่คร่ำครวญ แม้ป้าของเธอจะบอกให้เธอมาอยู่ด้วยกัน แต่เธอนั้นก็ยังกังวลถึงยามแม่ของเธอเจ็บป่วยไม่สบาย เธอจึงไม่ยอมจากบ้านหลังนั้นไปไหน

          วันแล้ววันเล่าเสื้อที่ตัดโดยฝีมือเธอก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอไม่มีเงินจะเรียนหนังสือ สิ่งที่เธอทำได้ก็มีแต่เรื่องเย็บปักถักร้อยเท่านั้น 

          

     วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังจัดเรียงชุดสูทอยู่ที่ร้านของป้าเธอ เธอก็ได้เห็นชายผิวขาว ผมหยักศกสีน้ำตาลทอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม อายุราวๆสามสิบต้นๆกำลังเลือกเสื้อสูท ซึ่งเขาดูค่อนข้างลังเล และครุ่นคิดจนคิ้วชนกัน เธอแอบหัวเราะเขาจนเขาหันมามองเธอ

     “คุณผู้ชาย ให้ฉันช่วยเลือกไหมคะ” เธอพูดออกไป

     เขาพยักหน้าช้าๆ มองเธอด้วยความเขินอาย

     “จะใส่เนื่องในโอกาสอะไรคะ ทำงาน หรือว่าใส่ไปงานมงคลคะ” เธอถามเขา

     “เอ่อ...” เขาถอนหายใจ “งานแต่งงานครับ มงคลสำหรับเพื่อนผม น่าเสียดายที่ไม่ได้มงคลกับผม”

     เธอหัวเราะออกมาเบาๆอย่างเป็นธรรมชาติ เขาจ้องมองเธอที่สดใสและเปล่งประกาย

 

          หลังจากวันนั้น เขาคนนั้นก็ได้มาที่ร้านแห่งนั้นบ่อยขึ้น เพื่อจะมาคุยกับเธอ เขามีชื่อว่า อาเชอร์  เทรย์เวอร์ (  Asher  Trevor) อายุ 34 ปี ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่เคมบริดจ์ อังกฤษ เขามาที่นี่เพื่อจะมางานแต่งของเพื่อนเขา และยังรับงานจากทางบริษัทเพื่อจะได้อยู่ต่อที่รัฐฟลอริดา หลายต่อหลายวันที่ทั้งสองด้วยคุยกัน เขาก็ชวนเธอไปดื่มชาบ่อยๆ ทั้งสองเริ่มมีใจให้แก่กัน ดั่งโชคชะตาชักพาพวกเขาให้มาได้พบกัน แม้อายุจะห่างกันสักเพียงใด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ใจของทั้งสองห่างกันแม้สักเพียงนิดเลย วันนั้นเองเขาได้มอบของขวัญให้แก่เธอ เป็นสร้อยคอที่มีจี้เพชรรูปดอกกุหลาบอยู่ด้วย หญิงสาวร้อนรนกับการกระทำของเขา อาเชอร์จึงกุมมือของเธอไว้แล้วปลอบปะโลมเธอด้วยคำพูด

     “ทุกสิ่งในโลกล้วนไร้ค่า เพราะผมมีคุณอยู่ตรงหน้าแล้ว ชาร์ลอตต์”

     ชาร์ลอตต์มีคำวามสุขที่ได้พูดคุยกับอาเชอร์

 

และในคืนนั้นเฮย์เดนแม่ของเธอได้เห็นเธอสดใสร่าเริงผิดธรรมดาที่ได้แต่อมทุกข์จึงเข้าไปหา และได้สังเกตเห็นเธอนั่งยิ้มพลางมองสร้อยที่มีจี้สีเพชรรูปดอกกุหลาบอยู่

     “ใครให้แกมา” หล่อนถาม

     เธอตกใจจนตกเก้าอี้ไป เนื้อตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และไม่กล้าสบตากับเฮย์เดน

     “ชาร์ลอตต์!!” หล่อนขึ้นเสียง

     “อาเชอร์”

     “ใครนะ!?”

     “อาเชอร์  เทรย์เวอร์” หญิงสาวตอบด้วยเสียงสั่นกลัว

     “แกรู้จักมันอย่างนั้นน่ะหรอ นานแค่ไหนแล้ว เล่ามาให้หมด” หล่อนเข้าไปใกล้เธอด้วยสีหน้าขุ่นเคือง

เธอจำใจเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่อาเชอร์มาที่ร้านให้กับแม่ของเธอฟังทั้งหมด หน้าของเฮย์เดนตอนฟังเรื่องราวราวกับปลาตายไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

     “สร้อยคอก็คือโซ่ตรวน รีบๆทิ้งมันไปสะ ชาร์ลอตต์”

     เธอส่ายหน้าทั้งน้ำตา พลางกอดสร้อยนั้นไว้

     “รู้รึเปล่า ทำไมผู้ชายบางคนถึงไม่มอบจี้รูปหัวใจให้” เฮย์เดนแสยะยิ้มพลางมองลูกของเธอ “เพราะว่าเขายังไม่มั่นใจกับฝ่ายตรงข้าม หรือก็คือไม่ซื่อสัตย์”

     “อาเชอร์ไม่ใช่คนแบบนั้น อาเชอร์เป็นคนดี คุณแม่จะไม่ให้หนูยุ่งกับเขาอีกก็ได้ แต่อย่าบอกให้หนูลืมเขา หรือให้ทิ้งสร้อยเส้นนี้เลย ได้โปรด” หล่อนอ้อนวอนทั้งน้ำตา

     เฮย์เดนยืนครุ่นคิดสักพักหนึ่งแล้วค่อยๆยิ้มออกมา “จี้ดอกไม้ ความหมายคือ เธอทำให้ชีวิตฉันสดใส นั่นสินะ”

     “คุณแม่..” ชาร์ลอตต์เริ่มยิ้มนิดๆ

     “ชาร์ลอตต์ ต้องเป็นเขาเท่านั้นนะ” เฮย์เดนยิ้มอย่างสดใส “เขาต้องรักลูกอย่างหมดหัวใจ ถ้าลูกรักเขาแล้วก็อย่าปล่อยเขาไป ต้องเป็นเขาเท่านั้น ต้องเป็น เทรย์เวอร์ อาเชอร์” เธอเข้าไปสวมกอดลูกของตนอย่างอ่อนโยน

     “ขอบคุณนะคะ คุณแม่...”

     “ทำไมไม่ลองชวนเขามาที่บ้านล่ะ เดี๋ยวแม่จะทำมื้อเย็นให้เอง ถ้าเขาเป็นคนดีจริงๆ ต้องไม่มีทางรังเกียจลูกรักของแม่แน่” หล่อนหัวเราะเบาๆ

     “ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะลองชวนเขาดู” หล่อนยิ้มออกมาอย่างสดใส


                    วันรุ่งขึ้นชาร์ลอตต์ไปทำงานปกติ และอาเชอร์ก็มาหาหล่อนอย่างเป็นปกติเช่นเคย เขาบอกกับหล่อนว่าอีกไม่นานก็คงต้องกลับอังกฤษแล้วอยากจะพาหล่อนไปด้วย แต่เจ้าหล่อนกับส่งสีหน้าเป็นกังวลตอบกลับเขา ว่าเป็นห่วงแม่ และชวนเขาไปพบแม่ของหล่อนที่บ้านในเย็นวันนี้ เขาตอบตกลงทันที

          เมื่อไปถึงบ้านของชาร์ลอตต์ เขามีท่าทีที่ปกติ ณ บ้านแห่งนั้น ไม่มีใครอยู่ เฮย์เดนทิ้งจดหมายบอกว่าจะไปเข้ากะแทนเพื่อน ส่วนอาหารเย็นทำไว้ให้แล้ว อาเชอร์เดินสำรวจรอบๆห้องนั่งเล่น

     “ไม่มีภาพถ่ายบ้างเลยนะครับ”

     “คุณแม่ไม่ค่อยชอบน่ะค่ะ แต่จำได้ว่าตั้งอยู่แถวโคมไฟนี่นา”

     “ไม่เป็นไรครับ แต่แย่หน่อยนะครับที่คุณแม่คุณไม่อยู่ ถ้าท่านอายุมากผมคงคุยยากแน่ๆเลย เพราะตัวผมเองก็อายุไม่ใช้น้อยๆแล้ว” เขาพูดอย่างถ่อมตน

     “ไม่หรอกค่ะ อายุยังไม่ 40 น่าจะประมาณ 37-38 น่ะค่ะ”

     “แหม ถ้าทางจะคุยกันเหมือนพี่น้องเลยนะครับ” เขาหัวเราะออกมา

     เธอหัวเราะอย่างนุ่มนวล “แล้วกับฉันจะไม่คุยเหมือนลูกเหมือนหลานเลยหรอคะ”

     เขากุมมือเธอขึ้นมา “ไม่ว่าจะเป็นลูกหรือหลาน ถ้าเป็นชาร์ลอตต์ผมก็คงจะรักหมดหัวใจ”

     เธอยิ้มแก้มปริ และเขินอาย

          จากนั้นคู่รักทั้งสองก็ได้ดื่มด่ำอาหารค่ำใต้แสงเทียน และมีแสงจันทร์สีเทาจากนอกหน้าต่างสาดส่องทอดลงมา พวกเขาคุยกันไปจนถึงเรื่องอนาคตที่จะอยู่ด้วยกัน อาเชอร์บอกกับเธอว่าจะให้แม่ของเธอไปอยู่ด้วยกันก็ได้ แค่มีเธออยู่ข้างๆก็พอแล้ว ผ่านไปไม่นานนักพวกเขาทั้งสองก็เริ่มมีอารมณ์ต่อกัน เธอมอบจูบแรกแด่ชายอันเป็นที่รัก หลังจากนั้นทั้งสองก็ร่วมรักกันอย่างเร้าร้อนในคืนที่สายลมวุ่นวาย ฟ้าเปิดใส ดั่งใจเปิดกว้าง ราวกับเชื้อเชิญให้หมู่ดาวเริงระบำรอบจันทร์ฉาย

     ชายหนุ่มพูดขึ้นมาว่า “หากมีสิ่งใดจะพรากเราจากสิ่งนั้นคงเป็นความตาย”

     หญิงสาวหัวเราะแล้วตอบกลับไปว่า “ไม่ใช่เลย ความตายไม่อาจพรากสายสัมพันธ์ของเราได้ เพราะทั้งหมดของฉันเป็นของคุณตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า รักของเราจะไม่มีวันเสื่อมสลาย จะคงอยู่ชั่วนิรันด์”

     “ชาร์ลอตต์ ความจริงแล้วผมเคยแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งมาก่อน เมื่อครั้งผมยังเด็กอยู่ แต่เธอทอดทิ้งผมไปในวันที่ฝนพรำ พร้อมกับรีสลูกสาวที่พึ่งหนึ่งขวบเท่านั้น ผมพยายามจะบอกเรื่องนี้กับคุณมาตลอด แต่ก็ได้แต่หวาดหวั่นว่าคุณจะรังเกียจผม โอ้ ผมช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ” เขากุมมือหล่อนน้ำตาไหล

     “คุณแต่งงานกับเธอเพราะคุณรักเธอใช่ไหม” หล่อนปาดน้ำตาที่ไหลมาของเขา

     “ผม... เคยรักเธอ เพราะเจิดจรัส และพ่อแม่ผมก็ชอบเธอเพราะเธอมีฐานะดี ส่วนตัวเธอคงจะชอบผม ผมคิดแบบนั้นแม้ในใจจะคืบแคลงก็ตาม ผมแต่งงานกับเธอแล้วเราก็มีลูกด้วยกัน

ระหว่างนั้นเธอมักทำตัวก้าวร้าวจนมีปากเสียงกับพ่อแม่ผมเสมอ อาจเพราะเธอตัวคนเดียวมาตลอด ผมเองรับมือเธอไม่ไหวจึงปล่อยเธอเป็นแบบนั้นไป

จนวันหนึ่งหลังจากที่ผมกลับจากงาน ก็ได้พบจดหมายที่เธอทิ้งไว้ เธอไม่มีความเชื่อมั่นในความรักเลยแม้แต่น้อย เธอยังบอกอีกว่าที่ผมแต่งงานกับเธอก็เพื่อเงิน ดังนั้นรักจึงเป็นเพียงคำนิยามที่ปรุงแต่งขึ้นเท่านั้น  รักไม่มีอยู่จริง”

     “คุณเชื่อแบบนั้นรึเปล่าล่ะ” หล่อนสัมผัสใบหน้าของเขาเบาๆ มองด้วยสายตาที่อ่อนโยน

      “มีหลายคนตักเตือนผมว่า ให้ระวังความรักจากหญิงสาว เพราะเราอายุมากแล้ว” เขาหัวเราะเบาๆพลางจับมือหล่อนที่สัมผัสใบหน้าของเขา “ครั้งที่แล้วผมขอผู้หญิงที่อายุมากกว่าแต่งงานเพราะคิดว่าอยู่ด้วยกันได้ แต่ครั้งนี้ผมของคุณแต่งงานเพราะว่าผม ขาดคุณไม่ได้ ราวกับสิ่งสำคัญที่ออกตามหามาทั้งชีวิต ไม่มีใครสำคัญนอกจากคุณแล้วครับ ชาร์ลอตต์”

     “ดีใจจัง” หล่อนยิ้มแก้มปริออกมา น้ำตาเล็ด ด้วยความปลื้มปิติ


          หลังจากนั้นเขาก็ได้บอกกับหล่อนว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์จะเป็นวันไปอังกฤษ ขอให้เธอและแม่ของเธอเตรียมตัวให้พร้อม และเย็นนี้เขาได้เชิญเธอไปดินเนอร์ที่ภัตตาคารชื่อดัง เธอออกไปทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มร่าเริงเปล่งประกายจนทุกคนสัมผัสได้ถึงแสงแห่งความสุขของเธอ


          ระหว่างวันอาเชอร์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งมีข้อความเชิญเขาไปที่คาเฟ่ใกล้ๆที่ทำงานของเขา เมื่อไปถึงคาเฟ่ เขาก็ถูกผู้หญิงแปลกหน้าใส่โค้ทคลุมกาย หมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดดปกปิดใบหน้าดึงตัวเขาไปที่ตรอกเล็กๆซึ่งปลอดคน เขาแปลกใจในการกระทำของผู้หญิงคนนั้น หล่อนค่อยๆถอดหมวกและแว่นกันแดดออก ใบหน้าที่คุ้นเคยได้เผยออกมาให้อาเชอร์เห็น

     “เฮย์เดน?!” เขามีสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก

     ผู้หญิงคนนั้นคือ เฮย์เดน  โจนส์  แม่ของชาร์ลอตต์นั่นเอง

     “แปลกใจอะไรกันล่ะ อาเชอร์” หล่อนยิ้มเย้ยหยัน และมองเขาด้วยแววตาชั่วร้าย

     “รีสอยู่ไหน สบายดีใช่ไหม” เขาถามด้วยสีหน้าจริงจัง

     “ทำไมถามแบบนั้นล่ะ อาเชอร์” หล่อนแสยะยิ้ม “ทั้งๆที่นอนด้วยกันมาทั้งคืนแล้วไม่ใช่รึไง”

     “หมายความว่าไง!?” อาเชอร์จ้องหล่อน

     “รีส  เทรย์เวอร์ ก็คือ ชาร์ลอตต์   โจนส์ ยังไงล่ะ” หล่อนหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ด้วยความสะใจอย่างสุดแสน

     อาเชอร์หน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน “ไม่จริง! อย่ามาหลอกกันเลย นามสกุลเดิมเธอคือสมิธ (Smith) ไม่ใช่โจนส์”

     “ก่อนที่จะมาแต่งงานกับเธอ ฉันได้แต่งงานกับตาแก่ไร้ญาติใกล้ลงโรงคนหนึ่ง แน่นอนว่าเพื่อหวังสมบัติ แต่สมบัติก็น้อยกกว่าที่คิด ฉันก็เลยหิ้วหอบย้ายถิ่นฐานแล้วกลับไปใช้นามสกุลเดิมคือ สมิธ พอฉันแต่งงานกับเธอก็เปลี่ยนเป็น เทรย์เวอร์ พอทิ้งเธอฉันก็กลับไปใช้นามสกุลของตาแก่นั่น ก็แค่นั้น”

     “เธอรู้อยู่แล้ว ว่าฉันคบหากับรีส” เขามองหน้าหล่อนด้วยความเคืองแค้น เจ็บใจอย่างหาอะไรเปรียบ

     “แน่นอนสิ ทุเรศจริงๆ สมสู่กับลูกตัวเองแท้ๆยังไม่รู้อีกอย่างนั้นน่ะหรอ” หล่อนหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “แหม ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปแฉจะเป็นยังไงกันนะ รีสคงอับอายแย่แน่เลย ไม่สิ ก่อนหน้านั้นถ้ารีสรู้คงจะช็อค หรืออาจจะเป็นบ้าไปเลยก็ได้ ที่จู่ๆก็ถูกพ่อแท้ๆล่อลวงแบบนี้น่ะ”

     “เฮย์เดน เธอมันนางมารร้ายจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ” เขากุมขมับน้ำตาไหลออกมา “เธอทำแบบนี้ทำไม”

     “แก้แค้นคนที่ทำให้ชีวิตฉันพังยังไงล่ะ!

     หล่อนมีสีหน้าเคืองแค้น ซึ่งไม่ต่างอะไรจากอาเชอร์ตอนนี้ เขามีสีหน้าเคืองแค้น และน้ำตาไหลริน ผลักหล่อนชนกับผนังตึก 

     “เราไม่ควรพบกันตั้งแต่แรกเลย เฮย์เดน” เขาใช้สองมือบีบคอหล่อน

     หล่อนพยายามดิ้นจนหลุด แล้ววิ่งออกไปนอกตรอกนั้น อาเชอร์ตามหล่อนไปอย่างติด ตูม!!!!!! รถบรรทุกพุ่งเข้าชนทั้งสองกระเด็นเกลือกกลิ้งอยู่บนถนน


          ข่าวร้ายที่ฝากมากับโทรศัพท์ได้กระซิบข้างๆหูชาร์ลอตต์ หล่อนไม่เป็นอะไรทำอะไร รีบบึ่งไปที่โรงพยาบาล แต่ก็สายเกินไปแม่ของหล่อนได้จากไปแล้ว ส่วนชายอันเป็นที่รักของหล่อนอาการสาหัส อวัยวะหลายส่วนฉีกขาด กระดูกหลายท่อนหักไป แพทย์ไม่สามารถช่วยเขาได้ ชาร์ลอตต์จึงเข้ามาอยู่ข้างๆเขาในวินาทีสุดท้าย

     “โอ้ อาเชอร์ คุณอย่าพึ่งจากฉันไปเลย ได้โปรดอย่าจากฉันไปเลย ที่รัก”

     “ชาร์ลอตต์...ผมขอโทษ” เขาพูดด้วยเสียงแผ่วปลายน้ำตาไหลออกมา

     “ไม่เอาน่ะ ที่รัก” หล่อนสะอื้น น้ำตาไหลริน

     “คุณหมอ... ช่วยเป็นพยาน..” เขาจ้องไปที่หมอที่คอยดูอาการเขาอยู่ เมื่อหมอพยักหน้าเขาก็พูดต่อ “ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของผม ขอมอบให้ ชาร์ลอตต์   โจนส์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของผม”

     ชาร์ลอตต์หน้าถอดสี “อาเชอร์ คุณพูดอะไรน่ะ อาเชอร์?!

     “ขอโทษนะ...ที่ชาตินี้เรารักกันไม่ได้”

     เธอกุมมือเขาพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ไม่จริงเลย ในเมื่อ... เราได้รักกันไปแล้ว ไม่มีอะไรที่ผิดเลยที่รัก อาเชอร์ ฉันรักคุณ”

     อาเชอร์ยิ้มออกมา “ชาร์ลอตต์ ถ้าชาติหน้ามีจริง ได้โปรด... แต่งงานกับผมด้วยนะ ผมรักคุณ...”

     “ฉันจะรอ อาเชอร์ ฉันจะรอ” หล่อนเร่งพูดออกมา

     “ขอบคุณ” อาเชอร์ยิ้มจนวินาทีสุดท้ายจนเขาสิ้นใจ

     “จะรอตลอดไป...”


          หลังจากนั้นชาร์ลอตต์ก็ได้ทรัพย์สมบัติของอาเชอร์ด้วยความเป็นทายาทโดยธรรม จากการตรวจ DNA ของอาเชอร์และชาร์ลอตต์หลังจากเขาสิ้น ชาร์ลอตต์ได้ยินเรื่องของอาเชอร์จากเพื่อนๆของเขาว่า อาเชอร์ไม่เคยไว้ใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย หลังจากที่เฮย์เดนหนีจากไปพร้อมกับลูกสาว เขาเอาแต่บ่นถึงรีส ลูกสาวอันเป็นที่รักของเขาที่พึ่งพบกันได้แค่ปีเดียวก็ต้องพลัดพรากจากกัน


          ส่วนทางฝั่งป้าของชาร์ลอตต์ก็ได้เล่าเรื่องเฮย์เดนให้กับเธอฟัง พร้อมกับเอาสร้อยคอที่มีจี้เพชรรูปดอกกุหลาบที่มีลักษณะคล้ายกับสร้อยที่อาเชอร์ให้กับชาร์ลอตต์ ป้าของเธอเล่าว่าตั้งแต่เฮย์เดนกลับมาอเมริกาพร้อมกับหอบลูกสาวกับเงินจำนวนหนึ่งมา ก็เอาแต่เมาแล้วพูดถึงผู้ชายคนหนึ่ง ปากพูดเสมอว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดี แม้จะเด็ก แต่ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็คงยังจะเป็นผู้ชายที่ดี ทั้งๆที่คิดว่าเป็นผู้ชายที่ดี แต่ทางบ้านของเขากดดันและขูดรีดเธอ เธอจึงหนีออกมา และคิดไปว่าพ่อแม่เป็นยังไงลูกก็คงเป็นอย่างนั้น เช่นว่าพ่อแม่ของเธอที่ให้เธอแต่งงานกับชายชราที่เธอไม่ได้รัก และเมื่อเธอพบผู้ชายที่เธอรักแล้ว แต่ทางบ้านกลับทำกับเธอเช่นนั้น เธอจึงไม่ศรัทธาในความรัก และคิดว่ารักแท้ไม่มีอยู่จริง ความรักคือการหาผลประโยชน์ใส่ตนเอง ไม่ว่าจะสนองกามอารมณ์ หรือเพื่อความสะดวกสบายก็ตาม


          ชาร์ลอตต์รับสร้อยเส้นนั้นมา แล้วเดินทางไปเคมบริดจ์ ไม่นานนักเธอตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือของเธอเพื่อเป็นซิสเตอร์ และบริจาคเงินให้กับโบสถ์ที่เธอบวช เธอให้อภัยเฮย์เดนแม่ของเธอ เธอไม่เคยโกธร เกลียด แม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสงสาร ที่แม่ของเธอถูกโซ่ตรวนรั้งไว้ ทำให้ไม่มีความสุขมาตลอดชีวิตของเธอ และยังคงเชื่อมั่นในรักที่มีต่ออาเชอร์คนรักของเธอ


          วันหนึ่งป้าและลุงของเธอได้มาเยี่ยมเยือนเธอที่โบสถ์ เธอยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนวันที่ผ่านๆมา แม้จะผ่านมานานแต่ทั้งสองก็ยังคงแคลงใจว่าทำไม มีเงินตั้งมากมายถึงยังมาบวช เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วตอบกลับไปว่า

     “ถ้าหากรักคือชีวิต เช่นนั้นฉันก็ขออุทิศให้แก่พระผู้เจ้า แม้ชีวิตจะสำคัญ แต่ชีวิตนั้นแสนสั้นเป็นเพียงสิ่งที่ชั่วคราว

แต่ถ้าหากรักคือนิรันด์ ฉันนั้นได้มอบมันให้แก่อาเชอร์ผู้เป็นที่รักไปนานแล้ว จะคงอยู่ ไม่เสื่อมสลาย ตลอดกาล”


          เรื่องราวในครั้งนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ถ้าหากคุณเข้าใจความรักที่ไร้พรหมแดน คุณก็จะเข้าใจความรักของชาร์ลอตต์ เพราะความรักของคนทั่วไปอาจคงอยู่ตลอดชีวิต แต่ความรักของชาร์ลอตต์และอาเชอร์จะคงอยู่ตลอดกาล  

 

 

 

-         Shinijo Jin Zigmao  -



NamGy NamGo

ผลงานอื่นๆ ของ namgynamgo

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น