HIDE AND SEEK ( haeeun )

ตอนที่ 4 : CHAPTER 3 (45%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 พ.ค. 59

#3

 

 

 

            มือเรียวเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดเข้าห้องก่อนจะพบคนที่โทรเร่งเขาเมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้วกำลังนอนกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาโดยที่มือซ้ายกำลังถือรีโมทกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ส่วนมือขวาก็หยิบขนมที่วางอยู่บนตัวกินไปพลางโดยที่บนโต๊ะมีหนังสือเรียนกองอยู่มากมาย

            “กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ?”

            “จะเอาอะไร?” ฮยอกแจเอ่ยตอบเสียงเรียบไม่มีอารมณ์ดี๊ด๊าตามทำเอาทงเฮต้องหุบยิ้มลงก่อนจะขมุบขมิบปากด่าเพื่อนเบาๆ

            “เอางานอาจารย์คิมมาดูหน่อย”

            “ดูหรือลอก?”

            “สัส พูดจา... เขาเรียกว่าเอาเป็นแรงบันดาลใจเฉยๆ” ทงเฮรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอ่ยแย้งด้วยสีหน้าจริงจังจนคนมองต้องหลุดหัวเราะออกมากับภาพแบบนั้น

            ดูท่าว่ามันคงจะจนมุมจริงๆ แหละถึงได้มาขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะดูจากสภาพโต๊ะที่มีหนังสือวางอยู่เรียงรายพร้อมโน้ตบุคที่ปิดอยู่บวกกับสภาพเจ้าของผลงานก็ดูหมดท่าอยู่เหมือนกัน

            “เออๆ นอนรอสักครู่นะครับคุณชาย” ร่างบางทำเป็นเอ่ยอย่างนอบน้อมประชดประชันก่อนจะเดินผ่านโซฟาตรงเข้าไปยังห้องของตัวเอง ทงเฮหันไปมองอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นแต่ห้องที่ปิดไฟอยู่มืดทึบจึงไม่ได้นึกสนใจอะไรอีก

            ประตูห้องนอนถูกปิดล็อคลงก่อนที่มือจะเลื่อนไปเปิดไฟห้องให้สว่าง ร่างบางวางกระเป๋าไว้ที่ปลายเตียงชั่วคราวก่อนจะเดินไปทางโต๊ะทำงานที่ซึ่งมีโน้ตบุควางอยู่ มือเรียวเปิดมันขึ้นก่อนจะใช้เวลาสักพักแล้วกดหางานของตัวเอง

 

            ‘งานคิมบิน’

 

            กวาดสายตาอยู่นานในที่สุดก็เจอไฟล์ที่เขาไม่รู้จะตั้งชื่อว่าอะไรจึงใช้ชื่อนี้ไปก่อน ฮยอกแจเปิดกล่องอีเมลก่อนจะส่งทั้งไฟล์ไปให้เพื่อนสนิทดูแล้วพับหน้าจอลงจึงเปิดประตูเดินออกมาบอก

            “ส่งไปให้แล้ว”

            “ส่ง? ส่งไปไหน?” คำพูดของคนที่เพิ่งเปิดประตูออกมาทำเอาคนที่ล้มตัวลงนอนติดโซฟาได้ไม่นานต้องขมวดคิ้วมุ่นพลางเด้งขึ้นนั่งอีกครั้ง

            “ส่งเข้าเมลมึงไง”

            “ส่งเพื่อ? หยิบโน้ตบุคออกมาเปิดให้กูดูง่ายกว่าปะ?”

             “ก็กูขี้เกียจถือออกมานี่” ฮยอกแจเอ่ยตอบก่อนจะทำเป็นสนใจรายการโทรทัศน์ตรงหน้าเพื่อไม่ให้อีกคนสงสัย ก็จริงอย่างที่ทงเฮว่าถือโน้ตบุคออกมาน่าจะง่ายกว่า แต่มันคงไม่ง่ายในการปกปิดความลับที่มีอยู่มากมายในนั้น

            “วุ่นวายจริงนะมึง” ทงเฮบ่นออกมาอย่างใจคิดก่อนจะกวาดหนังสือบนโต๊ะกองไว้ทางหนึ่งแล้วเปิดโน้ตบุคที่ทำงานค้างเอาไว้ขึ้นมา

 

            ‘อ๊าา...’

 

            “………………….”

            เสียงครางอย่างเสียวซ่านดังขึ้นในจังหวะที่เจ้าของเปิดโน้ตบุคขึ้นทำเอามือใหญ่ถึงกับชะงัก เช่นเดียวกับคนที่กำลังหันมามองก็ต้องตาลุกวาวไปตามกัน

            “มึงทำเชี่ยอะไรเนี่ย...” ฮยอกแจเอ่ยออกมาเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อก่อนที่สายตาจะตวัดไปมองที่ถังขยะใกล้โซฟาทันทีก็พบกับซากทิชชู่มากมายที่กองอยู่ในนั้นเหมือนจะแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี

            “ก็กูคิดงานไม่ออกนี่หว่า...”

            “…”

            ทำหน้าอย่างกับกูดูหนังผีไปได้” ทงเฮว่าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรพลางกดปิดหนังอย่างว่าที่ดูค้างไว้ก่อนหน้านี้แล้วกดเข้าอีเมลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นท่ามกลางความอึ้งตะลึงของฮยอกแจไม่หาย

            ก็หนังที่เปิดดูมันยิ่งกว่าหนังผีไหมล่ะ!

            เลิกอึ้งได้ละเพื่อน” เมื่อเห็นว่าร่างบางยังเอ๋อไม่หายจึงจัดการดีดหน้าผากเพื่อนรักไปหนึ่งทีให้ตื่นจากภวังค์ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะฮยอกแจถึงกับสะดุ้งโหยงแทบจะในทันที

            หิวละ ไปหาไรให้กินหน่อยดิ”

            “กูเป็นรูมเมทมึงนะไม่ใช่คนใช้”

            “เอาหน่า ที่รัก” คำพูดเล่นๆ ของทงเฮทำเอาคนที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยต้องใจกระตุกด้วยความตื่นเต้นพลางหันกลับไปมองคนข้างกายก็ต้องหมดอารมณ์เมื่อมันเอาแต่โบกมือไล่โดยไม่สนใจความรู้สึกเขาเลยสักนิด

            ตลกมากสิ...

            แม้นึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองไปก็เท่านั้นจึงยอมลุกเดินออกมาจากที่ตรงนั้นก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ไม่มีได้เถียงหรือเอ่ยปากอะไรอีก

 

Anonymous: ทำไรครับ

 

            แรงสั่นพร้อมเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังเดินเหม่อลอยเผลอสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาดูก็พบว่าเป็นคนเดิมที่ช่วงนี้เขาคุยกันบ่อยมากขึ้น

 

AllRise

ออกไปหาไรกินอะ

เบื่อ

Anonymous

เป็นไร

AllRise

เหงา

Anonymous

นัดเจอได้นะ

 

            คำตอบของอีกฝ่ายทำเอาคนอ่านต้องกลั้นหัวเราะเพราะคนนี้ก็ดูจะไม่ต่างอะไรจากพวกผู้ชายคนอื่นที่เอะอะอะไรก็จะนัดเจออย่างเดียวเพียงเพื่อหวังจะเคลมเขาเนี่ยแหละ

 

AllRise

คิดดูก่อน

ว่างอ่อ

Anonymous

ถ้าเป็นคุณผมว่างเสมอ

 

            “เออ คงจะว่างมากจริงๆ แหละ” ร่างบางกดอ่านแล้วก็อดจะเบ้ปากไม่ได้ก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิมเมื่อเดินมาถึงหน้าลิฟต์พลางจินตนาการภาพของไอ้ Anonymous ที่คงจะเป็นพวกแก่ๆ พุงย้อยตัณหากลับอะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง

            RrrrrRrrr

            ฮัลโหล”

            ( คืนนี้ว่างปะวะ? ) คำถามที่เอ่ยสวนมาแทบจะในทันทีทำเอาฮยอกแจเผลอขมวดคิ้วไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าคยูฮยอนไปอารมณ์ดีอะไรมาถึงได้มาชวนกันแบบนี้

            “เลี้ยงว่างั้น?”

            ( สัส กับเพื่อนกับฝูงหารได้ก็หาร ออกมา )

            “ไอ้ทงเฮมันติดทำงานอาจารย์คิมอะดิ” ร่างบางว่าพลางเดินวกกลับมาทางเดียวกับที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องเพราะรู้ว่ายังไงคยูฮยอนก็คงบังคับให้เขาพาทงเฮออกไปอยู่ดี ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเป็นเบ๊ไปซื้อข้าวให้มันกิน

            ( วุ่นวายว่ะ เอามาทำที่ร้านก็ได้ )

            “เออเดี๋ยวไปชวนมันก่อน แค่นี้แหละ” มือเรียวกดตัดสายทิ้งไปพร้อมกับขาที่ก้าวกลับมาถึงหน้าห้องพอดี

            “ทำไมกลับมาเร็วจังวะ?”

            “ไอ้คยูฮยอนชวนปะ...” ยังไม่ทันพูดจบคนที่นั่งอยู่กลางห้องก็จัดการพับโน้ตบุคปิดลงทันทีราวกับรู้กันตามประสาเพื่อนสนิทประหนึ่งมองตาก็รู้ใจ

            “ไปวัด”

            “พ่อง อย่ามาตอ ไปล้างหน้าแปบ” ทงเฮรีบเดินก้าวผ่านกองหนังสือก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปเพื่อแต่งองค์เสริมหล่อขจัดความโทรมออก ส่วนร่างบางก็ได้แต่นั่งรออยู่เงียบเพราะแค่นัดเจอกับเพื่อนคงไม่ต้องแต่งหล่ออะไรมากมาย

            ทั้งสองตรงไปยังร้านประจำโดยขาไปมีทงเฮที่เป็นคนขับรถของตัวเองไป แต่ขากลับดูแววแล้วว่าฮยอกแจจะได้ขับกลับไปให้เหมือนอย่างเคยในเมื่อหน้าตามันพร้อมจะเมาเสียขนาดนี้ ไม่นานนักทั้งคู่ก็ถึงจุดหมายก่อนจะเดินตรงเข้าไปด้านใน

            “อ้าว มาแล้วเหรอพวกมึง นั่งๆ”

            สองคนที่เพิ่งมาถึงนั่งลงที่โต๊ะด้วยใบหน้าที่งุนงงกันทั้งคู่ จะไม่ให้งงได้ไงเมื่อบนโต๊ะนอกจากจะมีน้ำเมาแล้วยังมีโน้ตบุคและชีทการเรียนสองสามชุดวางอยู่ข้างกัน

            “ทำเชี่ยไรของมึงเนี่ย?”

            “งานอาจารย์คิมไง”

            “แล้วเอามาทำบ้าอะไรที่นี่ตอนนี้?” ฮยอกแจเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจกับคุณเพื่อนทันตะติสท์แตกคนนี้ที่ทำอะไรได้ไม่เข้ากับบรรยากาศร้านเอาเสียเลย ไม่คิดเลยว่ามันจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

            “มึงก็รู้ว่ากูรับติวเด็ก เวลาว่างก็ไม่ค่อยจะมี เผื่อมานั่งกินเหล้ากับเพื่อนละงานจะแล่นบ้างอะไรบ้าง” คยูฮยอนว่าเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรพลางกระดกแก้วขึ้นอีกช็อตซึ่งคำพูดเหล่านั้นก็ยังทำให้คนฟังอดอึ้งไม่ได้อยู่ดี   

            เออๆ มองหน้ากูไว้บ้างละกันเผื่อจะมองเห็นความรู้” ทงเฮพูดอย่างขำๆ ก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งอะไรเพิ่มเติม

            “ว่าแต่ที่มึงบอกกูว่าอารมณ์ดี เรื่องอะไรวะ?” ฮยอกแจเอ่ยถามขณะหยิบน้ำแข็งใส่แก้วพร้อมรินน้ำสีอำพันให้ทงเฮด้วยเช่นกันก่อนจะเงยขึ้นมองคนที่เอาแต่จ้องหน้าจอ

            “ไม่มีอะไร๊”

            “เพื่อนปะ?” คำพูดเดิมที่ชอบเอาไว้ใช้กดดันเพื่อนถูกเอ่ยขึ้นจากปากทงเฮด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนฮยอกแจต้องแอบส่ายหัว และแน่นอนว่าคนถูกต้อนก็ต้องจนมุมไปตามระเบียบ

            “ไม่ต้องบอกละ กูว่า...”

            “…?”

            มีคนคุยชัวร์ หน้าตาสีชมพูแบบนี้”

            “รู้อีก” คยูฮยอนพูดเหมือนจะยอมรับกับการฟันธงของทงเฮจนฮยอกแจต้องขมวดคิ้วมุ่นพลางจ้องหน้าคยูฮยอนตาไม่กระพริบเพื่อมองหารังสีสีชมพูตามที่มันว่า

            เพี๊ยะ!

            มึงจะไปเห็นอะไร นี่มันเรื่องของผู้ชายสายรุกครับ” ร่างบางมองค้อนตาเขียวปั้ดกับคนที่ใช้มือแพ่นกบาลเขาเมื่อครู่ก่อนที่ทงเฮจะไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำหน้าตามีเลศนัยกับคยูฮยอนอยู่สองคน

            “ลืมไป กูมันพวกผู้หญิงมาประเคนถึงที่”

            “กูจะถือซะว่าซอจินตาบอดแล้วกัน”

            และแล้วผลสุดท้ายของบทสนทนาก็ลงล็อคอีหรอบเดิมด้วยความปากไวของทงเฮที่ชนะก่อนที่ทั้งสองจะนั่งเถียงกันปาวๆ แถมยังมีการท้าดวลเหล้ากันยกใหญ่จนคยูฮยอนที่ขนงานมาทำต้องคอยห้าม

            “พวกมึงอย่าเยอะ คนนึงต้องมีสติ” คยูฮยอนชี้หน้าสั่งเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กซึ่งทั้งสองก็ได้แต่ตีหน้ามุ่ยหันหน้าหนีไปคนละทาง อย่างที่รู้กันว่าเขาเป็นรูมเมทกันซึ่งถ้าคนหนึ่งเมาอีกคนก็ต้องรับหน้าที่พากลับกันเอาเอง

            “กู”

            “มึงมีสติ?”

            “กูจะไปแล้ววว” พูดไปแก้วในมือก็เริ่มสั่นคลอนเพราะที่ยกกระดกไปก็ไม่ใช่น้อยๆ จนฮยอกแจต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ส่วนคยูฮยอนนั้นก็ได้แต่ขำกับท่าทางของมันก่อนจะอัดคลิปไว้แบล็คเมล์ทีหลังเหมือนอย่างเคย

            “กูนะ ก็ยังม่ายยยยเข้าใจ”

            “เรื่อง?”

            “ก็น้องซอจินอ้ะ...”

            เมื่อน้ำเมาเริ่มออกฤทธิ์ ปากที่ได้ชื่อว่าหมาเป็นที่หนึ่งก็เริ่มพูดจ้ออย่างได้ที่เหมือนถึงจุดไคลแม็กซ์ซึ่งคนฟังอย่างฮยอกแจก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับเรื่องเดิมๆ ที่ทงเฮพร้อมจะเหน็บแนมเขาอยู่เสมอ

            “คนควงก็ตั้งเยอแยะ มึงยังไม่เลิกเพ้อเจ้ออีกเหรอวะ?” คยูฮยอนเอ่ยถามอย่างรำคาญ ช่างเป็นเรื่องเก่าที่เอามาเล่าใหม่ได้ตลอดจริงๆ

            “แล้วพวกมึงคิดว่ากูจะเดินเข้าไปจีบใครบ่อยๆ เหรอวะ ห้ะ?”

            ทงเฮตัดพ้อออกมาซึ่งคำนั้นก็ทำให้คนฟังนึกเห็นด้วยเพราะน้อยมากที่ทงเฮจะลุยเข้าไปก่อนแบบนั้นก็คงจะถือว่าอยากจะจริงจังอยู่นั่นแหละ แต่เขาไม่เล่นด้วยนี่หว่า จะมัวแต่แขวะเพื่อนให้ได้อะไรขึ้นมา

            “มึงพามันกลับไปปะแป้งนอนเหอะว่ะ กูรำคาญ” สุดท้ายคยูฮยอนก็เอ่ยบ่นกับฮยอกแจด้วยความสุดจะทน ลำพังทีแรกก็ไม่เท่าไหร่เพราะมันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ยิ่งดึกยิ่งเรื้อนจนเริ่มข้ามมาวุ่นวาย

            “มึงอะ... กูเพิ่งจะกึ่มๆ เอง”

            “กึ่มก็ห้าม มึงขับรถ”

            “ไม่คุ้มเลยว่ะ” ร่างบางเอ่ยบ่นอย่างเซ็งๆ ก่อนจะจัดการน้ำเมาอีกแก้วเป็นการส่งท้าย มือเรียวหยิบเงินออกมาจำนวนหนึ่งแล้ววางไว้บนโต๊ะก่อนจะลุกไปล้วงกระเป๋าสตางค์ทงเฮที่กำลังจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่

            “ไปละ กลับดีๆ นะเว้ย แต่ถ้าจะให้ดีกูว่าเอางานกลับไปทำที่บ้านเหอะว่ะ”

            ฮยอกแจเอ่ยบอกขณะที่กำลังยกแขนทงเฮขึ้นพาดบ่าเพื่อประคองกลับพลางเปรยตาไปรอบกายที่ชอบมีคนมองมาทางโต๊ะเขาเป็นระยะๆ แต่คยูฮยอนก็ไม่ได้สนใจอะไรทำเพียงแต่พยักหน้าขอไปทีแล้วโบกมือลาเท่านั้น

            เชี่ย หนักอย่างควาย” ร่างบางกัดฟันบ่นด้วยความทรหดเมื่อคนเมาแทบจะเทตัวมาทางเขาเสียหมดก่อนจะรีบล้วงหยิบกุญแจรถขึ้นมากดปลดล็อคแล้วเปิดประตูดันร่างทงเฮเข้าไปด้านใน

            ฮยอกแจที่เดินกลับมานั่งในฝั่งของคนขับหันมองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกถึงบรรยากาศและบทสนทนาตอนอยู่ในร้าน

            “เลิกพูดถึงซอจินสักทีดิ้ไอ้เหี้ย”

            เขาต้องทนฟังเรื่องราวแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน

            ร่างบางเอ่ยด่าออกมาด้วยความสุดจะทน มือเรียวทุบพวงมาลัยอย่างนึกโมโหกับเรื่องราวเดิมๆ ที่ต้องคอยแสร้งทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรทุกครั้งที่ได้ยิน ฮยอกแจนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนขับรถออกไปจากสถานบันเทิง

            “อือออ”

            คนเมาขยับตัวเล็กน้อยอย่างนึกรำคาญจนฮยอกแจที่กำลังนั่งรอสัญญาณไฟต้องหันไปมองและจู่ๆ ก็มีความคิดที่คงจะไม่ดีเท่าไหร่แล่นเข้ามาในหัวจนเขาต้องรีบสะบัดทิ้งไป

            “ทงเฮกูหนัก”

            “อุ้มกูดิ อุ้มเล้ย!”

            “อุ้มเหี้ยอะไรเนี่ยยย”

  กว่าจะถึงห้องกระทั่งโยนลงเตียงได้สำเร็จก็ถือว่าหนักหนาอยู่พอตัวเพราะนอกจากทงเฮจะเทน้ำหนักมาแล้วมันยังโวยวายทำงอแงเหมือนตัวเองตัวเล็กมาก ตอนนี้คนเมาที่พ้นจุดไคลแม็กซ์ของตัวเองไปแล้วก็หลับคอพับไปเป็นที่เรียบร้อย

            “ทงเฮ”

            “…”

            ไอ้ทงเฮ”

            “…”

            หลับสนิทเลยเหรอเนี่ย” ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะขนาดตบหน้าก็แล้วเขย่าก็แล้วอีกฝ่ายก็ยังนิ่งสนิทจนความคิดพิเรนทร์ตอนขับรถแล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง

            ฮยอกแจหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงข้างคนที่นอนส่งกลิ่นเหล้าหึ่ง สายตาจ้องมองใบหน้าของคนที่นอนหลับสนิทด้วยความหลงไหลอย่างที่ชอบแอบมองอยู่เป็นประจำก่อนจะลากต่ำลงมาเรื่อยๆ

            “เลิกพูดว่ารังเกียจกันสักที ...กูขอร้อง”

            เสียงเรียบเอ่ยบอกด้วยความน้อยใจ ทุกครั้งที่ทงเฮบ่นหรือก่นด่าว่าเกลียดเกย์อย่างนั้นอย่างนี้ถ้าไม่เป็นคยูฮยอนก็มีแต่เขานี่แหละที่ได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ

            ฟังว่าเขาเกลียดเราขนาดไหน

            เรียวนิ้วไล้ไปตามโครงหน้าที่ได้รูปอย่างดูดี ดวงตาคมที่ทำให้เขาตกหลุมพรางอยู่บ่อยครั้ง สันจมูกโด่งที่เด่นชัด และริมฝีปากเรียวเล็กนั่นที่เขาอยากจะลิ้มลองดูสักครั้ง มือเรียวลากมาจนถึงแผงอกกว้างก็ต้องใจสั่นระรัว

            อยากสัมผัส...

            ร่างบางเหม่อลอยราวกับต้องมนต์สะกด สองมือยกขึ้นวางบนอกแกร่งก่อนจะเริ่มแกะกระดุมเม็ดบนออกอย่างเชื่องช้าด้วยมือที่สั่นด้วยความตื่นเต้นแล้วแหวกมันออกเล็กน้อยโดยใช้มือนั้นสัมผัสเนื้อหนังโดยตรง

            ฮยอกแจขยับตัวเข้าไปให้มากขึ้นกระทั่งรับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ราวกับไปนอนอาบมาทั้งคืนก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง

            “อืมมม”

            !!

            เสียงร้องในลำคอพร้อมกับร่างหนาบนเตียงที่กำลังขยับเปลี่ยนท่าทำเอาคนที่กำลังละเมอไปไกลต้องเบิกตากว้างก่อนจะผละออกจากใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบเสียด้วยซ้ำ มือเรียวที่วางอยู่บนอกเปลือยต้องชักออกอย่างเสียดายก่อนจะลุกขึ้นยืน

            ฮยอกแจยืนสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดใจเดินไปปิดสวิตช์ไฟแล้วปิดประตูห้องนอนของทงเฮทันที ร่างบางรีบเดินดุ่มๆ มานั่งบนโซฟาเพื่อระลึกถึงอารมณ์ชั่ววูบที่เขาเกือบทำลงไปเมื่อครู่

            ถ้าเมื่อกี้ทงเฮรู้สึกตัว...

            ถ้าเมื่อกี้ทงเฮตื่นขึ้นมา...

            ถ้า...

            “คงได้เกลียดกูจริงๆ แน่” ร่างบางเอ่ยอย่างตัดพ้อและเป็นการตัดความคิดทุกอย่างที่กำลังฟุ้งซ่านอยู่ในหัวตอนนี้ซึ่งสงสัยน้ำเมาจะเริ่มออกเล่นงานบ้างแล้วจึงลุกไปอาบน้ำขจัดความคิดทุกอย่างทิ้งไป

 

 

 

 

45%

TBC.

 


 

 

___________________

เรื่องนี้แต่งยากอะ เพิ่งสำเหนียก ฮือ

อารมณ์มายากสุดไรสุด เพราะงั้นเลยนานน๊านนนนนนนมาทีเน้อ

(ด่าได้แต่อย่าแรง)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #78 lalame (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:01
    เดือนหน้าก็ครบรอบ 1 ปี 45% แล้วนาจาาาา 5555 ยังรอนะคะไรท์ อีกไกลแค่ไหนก็ยังรอ 45อีกกี่ปีก็ยังรอ~

    ฉันมารอไรท์ที่หน้าหลักของนิยายทุกวันเลยนะ ฮรึกๆ // ปาดน้ำตาน้อยๆ
    #78
    0
  2. #77 eunning (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 19:05
    ทงเฮรู้สึกตัวมั้ยเนี่ยระแวงเลยอ่ะ

    ถ้ารู้นี้คงได้เกียดกันจริงๆละคราวนี้
    #77
    0
  3. #76 150486 (@leeeunice) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 22:37
    ทงเฮรู้สึกตัวรึป่าว....... ระแวง คนทักมานี่ใครแน่นะ ........ คิมหรืออี เริ่มลังเล แต่น่าจะคิมมากกว่ารึป่าว55555555555555 ดีใจที่มาอัพฮือออ รอนะคะ
    #76
    0
  4. #75 papoy papoy (@mundookunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 01:29
    ดีใจที่ไรต์มาอัพ ฮืออ เดาเรื่องบ่ออกเลย จริงๆที่ทักมานี่ทงเฮป่ะนี่ 5555555555
    #75
    0
  5. #74 won_hyuk0704 (@won_hyuk0704) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 10:48
    สงสารฮยอกอ่าา อิทงน่าตีมากก
    #74
    0
  6. #73 nuiibyul (@nuiibyul) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:29
    ทงเฮจะรู้ตัวรึป่าวนะ ? งือออออออ ~~~~~
    #73
    0
  7. #72 Nightmare (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 17:22
    สงสารฮยอกแจมาก กดดันกันเกิน ทงเฮดูหนังหรือดูคลิปของใคร😏
    #72
    0
  8. #71 pandavvip (@yuivvip) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 10:53
    สงสารฮยอก ถ้าไม่เก็บกดคงไม่ทำไรแบบนั้น ทงเฮก็นะเปิดใจซักทีเถอะ
    #71
    0
  9. #70 Pinoczkio (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 08:37
    โอ้ย อึดอัดแทนฮยอกแจ

    อยากปล้ำเค้าก็ปล้ำไม่ได้ TT คนที่ชอบอยู่ตรงหน้าแค่นี้เอง ฮื้อออ

    ช่วยเชียร์นะ แต่อูบินก็น่าสนนะ อิ___อิ อาจจะเป็นคนทักแชทมาบ่อยๆ
    #70
    0
  10. #69 parkkhuan (@parkkhuan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 07:12
    ดีใจอ่ะ ไรท์มาอัพเรื่องนี้ ฮือออออ เราเข้าใจค่ะ ถ้าแต่งยากก็ค่อยๆแต่งเนาะ ถึงจะนานเราก็รอได้นะ ทำไมอ่านไปแล้วลุ้นจนเกร็ง แบบไม่อยากให้จบตอนเลยยยย สงสารฮยอกแจอ่ะ เข้าใจเลยถ้าทงเฮคิดแบบนี้ เกลียดเกย์มากมายขนาดนี้ คงจะเข้าใจกันยาก เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆเลย
    #69
    0
  11. #68 Hyuk.ning (@ning_sj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 02:39
    เดาไม่ออกเลยเรื่องจะดำเนินต่อไปยังไงน้อออ ทงเฮเกลียดเกย์ขนาดนั้นเลยอ่อ ฮืออสงฮยอก
    #68
    0
  12. #67 himsentiny (@iloveboyband) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 02:20
    ทงเฮอ่ะ เยอะ!!!!! จารย์คิมคือคุณคนโรคจิตสินะ พูดสองแง่สามง่ามขนาดน้าน นี่คิดไปไกลว่าคุณฮยอกแจอีก 55555555555555555
    #67
    0