HIDE AND SEEK ( haeeun )

ตอนที่ 3 : CHAPTER 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ธ.ค. 58

     #2

 

 

 

 

“ไปกินข้าว!”

            คยูฮยอนประกาศกร้าวขึ้นทันทีหลังจากที่อาจารย์คิมเดินออกไปซึ่งฮยอกแจก็ได้แต่มองอย่างเอือมๆ ส่วนทงเฮนั้นยังคงไม่สร่างจากการสะลึมสะลือนี้เท่าไหร่นัก

            “กินอะไรวะ?”

            “เดินออกไปอยากกินไรก็เข้าร้านนั้น อย่าคิดมาก ชีวิตยังมีอะไรให้คิดอีกเยอะ” ร่างสูงว่าก่อนจะหันไปตบกบาลทงเฮสักทีให้มันตื่นเต็มตาก่อนจะเดินออกไปรอด้านนอกโดยที่ฮยอกแจยังคงขมวดคิ้วงงกับคำพูดของเพื่อนเมื่อครู่

            แค่ถามทั่วไป

            ทำไมมันจะต้องตอบซะมีหลักการขนาดนั้นเลยวะ

            “มึงๆ น้องซอจินอยู่ไหนอ่ะ?” ทงเฮขยับเข้ามาเดินใกล้ฮยอกแจพลางเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ทำเอาคนที่กำลังก้มหน้าตอบคนในโทรศัพท์ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมาเปรยตามอง

            “เสือกไร?”

            “เอ้า ถามแปลกๆ กูก็อยากรู้ความเคลื่อนไหวว่าที่แฟนกูไงครับ” อีกฝ่ายยังคงตอบหน้าระรื่นเหมือนลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเคยถูกน้องเขาปฏิเสธมาก่อนจนเพื่อนๆ ต้องส่ายหัวกันเป็นแถว

            “น้องเขาชอบไอ้ฮยอกแจ เผื่อมึงจะลืม” คยูฮยอนช่วยพูดเตือนสติอีกแรงจนทงเฮที่กำลังดี๊ด๊าต้องจิ๊ปากอย่างขัดใจ

            “แล้วไงวะ ชอบได้ก็เลิกชอบได้”

            “โอ้โห ไม่ได้สำนึก”

            “ตกลงน้องอยู่ไหน?” ทงเฮเลิกต่อปากต่อคำกับคยูฮยอนก่อนจะหันมาถามร่างบางข้างๆ นี่อีกครั้งหลังจากที่ถามครั้งแรกก็ไม่ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์

            “ร้านหน้ามหาลัย”

            “ไป! กูกินร้านนั้น” เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจแล้วทงเฮก็พูดเองตกลงเองเสร็จสรรพก่อนจะลากคอเพื่อนทั้งสองไปด้วยกันซึ่งทั้งคยูฮยอนและฮยอกแจก็ต้องตามไปแบบเลี่ยงไม่ได้

            ทั้งสามเดินเข้ามาในร้านอาหารเพียงร้านเดียวที่อยู่หน้ามหาลัยก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะโดยมีพนักงานนำไปพร้อมส่งเมนูให้ คยูฮยอนและฮยอกแจต่างก็สั่งที่ตัวเองต้องการกันจนเรียบร้อยก่อนจะหันมามองอีกตัวที่ตายังคงไม่สนใจเมนูแต่อย่างใด

            “สั่งให้ด้วย เดี๋ยวมา” ทงเฮว่าไว้แบบนั้นก่อนจะรีบลุกพรวดพราดออกไปซึ่งภาพที่ปรากฎให้เห็นคือการที่ทงเฮเดินเข้าไปทักซอจินที่ยืนตักน้ำบริการตนเองอยู่อย่างเนียนๆ

            “แล้วมันจะแดกเชี่ยไรวะเนี่ย มึงสั่งให้มันหน่อยแล้วกัน”

            “…”

            “ฮยอกแจ!”

            “ห้ะ?” ร่างบางสะดุ้งตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกคยูฮยอนโพล่งเรียกเสียงดังก่อนจะหันมองพนักงานที่ยืนรอรับเมนูอยู่

            “รีบสั่งดิวะ” คยูฮยอนพูดอย่างเร่งรีบซึ่งร่างบางก็ต้องรีบพยักหน้ารับก่อนจะกวาดสายตามองเมนูอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหาสิ่งที่ทงเฮน่าจะชอบก่อนจะสั่งไปเป็นอันเรียบร้อย

            “หวงขนาดนั้นไม่ลุกตามไปเลยล่ะมึง”

            “…”

            “ไอ้ห่านั่นของเพื่อนก็ไม่เว้น ประสาทแดก”

            “...ช่างมันเถอะ” ฮยอกแจตอบเหมือนจะไม่สนใจอะไรก่อนจะละสายตาออกมาจากสองคนนั้นเพื่อนไม่ให้คยูฮยอนต้องสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ ปล่อยให้เพื่อนคิดว่าเขาหวงซอจินต่อไปคงจะดีกว่า

            แม้ที่จริงแล้วเขามองอีกคนก็ตามทีเถอะ

            “พี่ฮยอกแจ” เสียงเรียกของบุคคลที่สามทำให้เจ้าของชื่อและเพื่อนอีกคนต้องหันไปมองก็พบซอจินที่เดินเข้ามาทักทายพร้อมกับทงเฮที่ยืนหน้าบูดอยู่ด้านหลัง

            “ว่าไงเรา กินข้าวหรือยัง?”

            “อิ่มแล้วล่ะค่ะ รอเพื่อนๆ อยู่” ซอจินว่าพลางชี้ไปทางโต๊ะกลุ่มเพื่อนของเธอที่กำลังมองมาทางนี้ทำให้ฮยอกแจต้องยิ้มให้อย่างเป็นกันเองก่อนจะมองหน้าทงเฮที่กำลังลงมานั่งเงียบๆ ที่โต๊ะเหมือนเดิม

            “อย่าลืมนัดอาทิตย์นี้นะคะ”

            “อ่า... ครับ” ฮยอกแจพยักหน้ารับขณะที่ทั้งทงเฮและคยูฮยอนกลับตาโตด้วยความสนใจกับสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งหมดรอจนกระทั่งซอจินเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนจะเริ่มเอ่ยปากถาม

            “จะไปไหนกัน?!” เป็นทงเฮที่เอ่ยขึ้นเป็นคนแรกด้วยความใคร่รู้โดยมีคยูฮยอนคอยเงียบฟังอยู่ไม่ห่าง

            “น้องเขานัดกูไปเที่ยว...”

            “เที่ยวที่ไหน ยังไง เชี่ย! มึงห้ามไปฟันน้องเขานะ”

            “ถ้ากูทำแล้วมึงจะเสือกอะไร?” ฮยอกแจเริ่มถามด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อทงเฮดูจะหวงซอจินเสียเหลือเกิน

            จะทำให้เขาเจ็บใจไปถึงไหนกัน...

            “มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบใช้ของต่อจากเพื่อน”

            “แต่น้องเขาไม่ได้ชอบมึง” ร่างบางได้แต่คิดข้ออ้างร้อยแปดหาเหตุผลให้ทงเฮตัดใจไปจากผู้หญิงคนนี้เสียที แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเลยสักครั้ง

            “เดี๋ยวก็ชอบเองแหละ” ทงเฮยังคงยืนยันในคำเดิมที่ชอบพูดอยู่บ่อยครั้งจนไม่มีใครอยากเถียงต่อต้องขอยอมแพ้ให้กับความดื้อ(หน้า)ด้านของมัน

            “พวกมึงนี่ว่างเป็นอันต้องทะเลาะกันทุกที อยู่ห้องเดียวกันได้ไงวะ?” คยูฮยอนที่นั่งเท้าคางมองอยู่เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก็บอกแล้วว่าชินมากกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ในคำว่าชินก็ยังมีความรำคาญอยู่เหมือนเดิม

            “ก็อยากจะย้ายออกอยู่”

            “กูอยากอยู่กับมึงตายล่ะ”

            สองรูมเมทเถียงกันคำไม่ตกฟากประหนึ่งเด็กประถมซึ่งนิสัยต่อปากต่อคำแบบนี้บอกเลยว่าฮยอกแจเรียนรู้มาจากทงเฮทั้งนั้น อยู่กับคนเลี้ยงหมาไว้ในปากแบบมันขืนไม่ปากไวคงโดนมันด่าอยู่ฝ่ายเดียวแน่

            แต่ก่อนจะได้เถียงกันจนน้ำลายฟูมปากก็เป็นอันว่าต้องยุติลงเมื่ออาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ คยูฮยอนลงมือจัดการกับอาหารด้วยความหิวโหยปล่อยให้ไอ้สองคนได้แต่แยกเขี้ยวใส่กันต่อไปจนกว่าจะพอใจ

            “คืนนี้ถ่ายที่ทวนมาให้ดูด้วยนะ ไปละ มีธุระ”

            หลังจบมื้ออาหารคยูฮยอนก็ขอตัวล่ำลาไปก่อนคนแรกเพราะมีตารางเวลาที่จะต้องไปสอนพิเศษเด็กนักเรียนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งฮยอกแจก็พยักหน้ารับก่อนจะแยกทางกันไป แต่ยังเหลืออีกคนที่ยืนทำหน้ายียวนอยู่ไม่ห่าง

            “โฟมล้างหน้าหมด”

            “แล้วไง?”

            “ก็ต้องไปซื้อดิ ควาย” ทงเฮโพล่งด่าออกมาหน้าตาเฉยก่อนจะล็อคคอคนข้างกายไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้แล้วพาลากเดินไปด้วยกันท่ามกลางเสียงโวยให้ปล่อยของฮยอกแจทั้งๆ ที่ใจกำลังเต้นแรงกับการกระทำแบบนี้

            แต่เขาควรจะทำใจให้ชินได้แล้ว

            แม้ทงเฮจะดูเหมือนพวกที่ชอบหลีหญิงไปวันๆ ซึ่งความจริงมันก็เป็นแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้วผู้ชายคนนี้กับติดเพื่อนเสียยิ่งกว่าอะไร และเพื่อนที่ติดมากจนพาลากไปด้วยทุกที่ก็คงหนีไม่พ้นฮยอกแจอยู่ดี

            จนสุดท้ายเขาก็ติดทงเฮ...

            ติด... แบบที่ไม่ใช่เพื่อนเขาคิดกัน

            และดูเหมือนจะไม่มีปาฏิหาริย์ใดสามารถทำให้เขาสมหวังกับความรักแบบนี้ได้เลยสักนิด ในเมื่อทงเฮพร่ำกรอกหูอยู่บ่อยครั้งว่ารังเกียจเพศที่สามเสียยิ่งกว่าอะไร

            อี ฮยอกแจต้องแพ้โดยที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น

            “อันนี้ดีจริง กูลองละ” โฟมยี่ห้อคุ้นตาถูกหยิบออกมาจากชั้นวางของนั่นทำให้ฮยอกแจต้องขมวดคิ้วมุ่นเพราะมันเป็นยี่ห้อเดียวกับที่เขาใช้ในตอนนี้

            “มึงลองเมื่อไหร่?”

            “ทุกวันอ่ะ” ทงเฮว่าอย่างไม่ยี่หระก่อนจะส่งรอยยิ้มทะลึ่งตึงตังให้คนที่ยังยืนบื้ออยู่ที่เดิมพลางนึกย้อนไปถึงโฟมล้างหน้าที่อยู่ในห้องน้ำซึ่งตอนนี้มันก็หมดพอดี

            “สัส มึงนี่เองที่ทำให้ของกูหมดเร็ว” ร่างบางว่าด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ดูเหมือนคนถูกกล่าวหาจะไม่ได้สะทกสะท้านอะไรทั้งนั้น ยังคงเดินหน้าระรื่นไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงินต่อ

            “ฮยอกแจ” เสียงเรียกจากคนข้างกายดังขึ้นทำให้คนที่กำลังกินไอศกรีมที่เพิ่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อเมื่อครู่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง

            “มึงรักกูป่ะ?”

            “…?!”

            “ตอบ” ทงเฮยังคงเอ่ยเสียงแข็งเพื่อเค้นคำตอบจากคนที่ตอนนี้กำลังชะงักงันปล่อยให้ไอศกรีมละลายคามือ ฮยอกแจทำท่าอึกอักก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมอง

            “ถ… ถามทำไม?”

            “ตอบกูก่อนดิ” คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทยังคงเร่งเร้าด้วยใบหน้าตึงเครียดจนฮยอกแจอดหวั่นไหวกับใบหน้าแบบนั้นไม่ได้

            “กู...”

            “ถ้ามึงรักกู ขอซอจินให้กูเหอะว่ะ”

            “….!”

            “กูว่ากูยังพอมีโอกาส ไหนๆ เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วกูเลยมาขอกับมึงตรงๆ”

            ท่ามกลางคำสารภาพอย่างจริงใจของคนตรงหน้า ฮยอกแจยังคงยืนนิ่งเงียบงันด้วยความพูดอะไรไม่ออก หัวใจที่กำลังพองโตตื่นเต้นกับคำถามเมื่อครู่กลับเหี่ยวเฉาลงในพริบตา ไอศกรีมในมือถูกโยนทิ้งถังขยะอย่างไม่ใยดีนั่นทำให้ทงเฮเริ่มจะใจไม่ดีด้วยอีกคน

            “มึงก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ชอบมึง จะไปตื้อทำไม?”

            “ไว้กูรู้สึกว่าไม่มีโอกาสเลยจริงๆ กูจะเลิกเลย”

            “…”

            “สาบาน” ทงเฮชูขึ้นสามนิ้วเป็นการสาบานแบบเด็กๆ นั่นทำให้คนมองต้องแค่นหัวเราะด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบๆ ในหัวใจแต่ก็ไม่ได้พูดระบายอะไรออกมา

            “เอาเลย เอาที่มึงสบายใจ กูคงเปลี่ยนใจอะไรมึงไม่ได้จริงๆ”

            กูไม่สามารถทำให้มึงมองกูได้เลยจริงๆ

           คำพูดร้อยแปดสุมอยู่เต็มอกพร้อมจะโพล่งออกมาให้รู้ว่าเสียใจมากแค่ไหนแต่ฮยอกแจก็ยังคงเลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อนจะหันหลังหนีเดินตรงไปทางอื่นแทน

            “เห้ย อย่าน้อยใจดิวะ” ทงเฮรีบเดินตามมาติดๆ ทั้งยังทำเหมือนจะมาง้อคนที่เดินหน้าบึ้งเป็นตูดนี่ด้วย

            “ยังไงมึงก็ยังเป็นเพื่อนรักกูอยู่ดีนะเว้ย”

            “…”

            “กูให้มึงเป็นที่หนึ่งเลยนะ สูงกว่าไอ้คยูฮยอนอีก อย่าไปบอกมันล่ะ” คนตัวโตกว่างัดคำพูดมากมายออกมาหว่านล้อมให้คนฟังใจอ่อนแต่หารู้ไม่ว่านั่นทำให้ฮยอกแจรู้สึกแย่กว่าเดิมกับการเน้นย้ำสถานะเดิมๆ ที่เขาไม่ต้องการ

            แต่ก็ต้องยอมรับ

            “อืม”

            “อืม? หายงอนกูแล้ว?”

            “กูไม่ได้งอน” ฮยอกแจเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่มีแม้แต่จะมองหน้าคู่สนทนาเลยสักนิดแต่ทงเฮกลับสัมผัสได้ว่าคนข้างๆ ดูอารมณ์เย็นกว่าเมื่อครู่เยอะ

            “เดินหนีกูตูดบิดเป็นตุ๊ดซะขนาดนั้น ไม่งอนเลยยยย”

            “ไอ้ทงเฮ!”

            “ไรตุ๊ด?”

            “สัส กูไม่ใช่...!” เมื่อรู้ว่าเถียงไปยังไงก็ไม่ชนะจึงได้แต่กัดปากเก็บคำด่าไว้เงียบๆ ทงเฮที่รู้ตัวว่าเป็นผู้ชนะในสงครามประสาทครั้งนี้จึงยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินตามเพื่อนสนิทที่สุดไปขึ้นรถประจำทางกลับหอด้วยกัน

            ครืดด

            แรงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้คนที่ยืนอยู่บนรถเมล์ต้องล้วงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะชะงักเล็กน้อยมองหน้าเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างกันสลับกับความสว่างในจอโทรศัพท์

            “น้องซอจิน?”

            “ป… เปล่า...”

            “มีไรวะ?” ทงเฮขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อดูว่าใครมันส่งอะไรมาเพราะฮยอกแจดูมีอาการตะกุกตะกักแปลกๆ แต่ร่างบางกลับเอี้ยวตัวหนีก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงไป

            “เอ้า”

            “เสือกเกินไปละมึง” ฮยอกแจสร้างทำเป็นด่ากลบเกลื่อนเพื่อให้ทงเฮเลิกสนใจหรือสงสัยข้อความเมื่อครู่ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่ออีกคนตีคิ้วยุ่งกลับมาทันที

            “ก็เห็นมึงทำท่าตกใจอ่ะ เจ้าหนี้?”

            “พ่อง พอๆ เลิกเสือก เลิกยืนเบียดกูด้วย” ร่างบางว่าพลางดันตัวเพื่อนรักให้ออกห่างเพราะเมื่อครู่ขยับมาแทบจะรวมร่างกันทั้งๆ ที่ผู้คนบนรถก็ไม่ได้เบียดเสียดขนาดนั้น

            ทงเฮแสร้งทำเป็นงอนที่ฮยอกแจมีลับลมคมในด้วยเมื่อครู่ซึ่งร่างบางก็ได้แต่ตบกบาลมันให้เลิกแสดงละครก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันจุกจิกเป็นเด็กๆ และดูเหมือนว่าทงเฮจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแล้ว จะมีก็แต่ฮยอกแจที่ยังคงสงสัยกับข้อความที่ส่งมาหาตัวตนลับๆ ของเขา

 

            ‘Anonymous: :-)’

 

 

:::::::::::::::::::::::::::::

 

 

 

- ตัด -

 

 

 

            ก๊อกๆ

            “ตื่นยังสัส เรียนสายหน่อยไม่ได้เลยนะ” เสียงเคาะประตูพร้อมตะโกนปลุกปนด่าดังขึ้นทำให้คนที่กำลังนอนหายใจรวยรินต้องเปรยตามองไปทางประตูห้องนอนของตัวเอง

            “เห้ย สิบโมงไม่ใช่บ่ายนะเว้ย”

            ปึงๆๆ

            “เออออ กูตื่นแล้ว” ฮยอกแจพยายามรวบรวมแรงที่มีตะโกนตอบกลับไปให้ไอ้เพื่อนบ้าพลังมันเลิกโหวกเหวกโวยวายเสียที ร่างบางนั่งพักอยู่พักหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นหยิบอุปกรณ์ที่สร้างความสุขให้เมื่อครู่ไปเก็บไว้ที่เดิม

            มือเรียวหยิบกางเกงนอนขึ้นมาใส่ตามเดิมก่อนจะหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบร่องรอยต่างๆ บนผ้าปูสีแดงก่อนจะดึงมันลงมาพับเก็บไว้ใต้เตียงจนเหลือเพียงเตียงนอนสีขาวสะอาดตาตามปกติเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

             เมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาภาพที่เห็นอย่างแรกคือคนที่สวมใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวกำลังเดินวนไปรอบห้องเพื่อหาอะไรบางอย่างจนเจอก่อนจะเอามาเปิดทีวีดูสบายใจเฉิบ

            “มึงอาบน้ำแล้วเหรอ?”

            “ยัง รอมึงอาบก่อน”

           คำตอบของมันทำเอาคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินออกไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากไว้แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ถ้าให้อาบก่อนทีไรนั่นแปลว่าต้องมาหาอะไรให้มันกินก่อนแน่ๆ

            ใช้เวลาไม่นานร่างบางก็เดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวที่นุ่งคาดเอวไว้ก่อนจะเขวี้ยงผ้าเช็ดหัวใส่คนบนโซฟารีบไล่ให้มันไปอาบน้ำต่อ ทงเฮหน้ามุ่ยขัดใจเล็กน้อยเมื่อการ์ตูนกำลังดำเนินมาถึงตอนสำคัญแต่ก็ต้องรีบไปอาบเพราะไม่งั้นไปเรียนไม่ทันแน่ๆ

            “มึงๆ”

            “ว่า”

            “ช่วงนี้มึงได้รีดน้ำบ้างปะวะ?”

            “แค่กๆ” คำถามของทงเฮที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทำเอาคนที่กำลังยืนกินขนมปังปิ้งต้องสำลักจนไอออกมายกใหญ่

            “กูไม่ค่อยเลยว่ะ สองวันละ” ทงเฮว่าเหมือนไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอะไรก่อนจะเปิดตู้เย็นโยนขวดน้ำให้คนที่กำลังไอค่อกแค่กจะเป็นจะตายซึ่งฮยอกแจก็รีบรับมาดื่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไอ้คนที่มันกล้าถาม

            “จะมาบอกกูทำไม ก็ไปเปิดหนังโป๊ดูดิวะ”

            “ก็เห็นเรียนเครียดๆ เหมือนกันเลยมาถามว่ามึงจะเป็นเหมือนกูหรือเปล่า แม่งเครียดจนไม่มีอารมณ์” คนหน้าด้านยังคงพูดมันออกมาเรื่อยๆ ก่อนจะหยิบขนมปังมาคาบไว้แล้วเดินไปใส่รองเท้าหยิบกระเป๋าเตรียมออกซึ่งคนฟังก็ต้องไปหยิบอุปกรณ์ตาม

            “ยิ่งเห็นหน้าอาจารย์คิมนะ โห กูเครียดหนัก แม่งโคตรไม่ถูกชะตา” ชื่อของบุคคลที่สามดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังเดินออกจากหอมาพร้อมกันต้องชะงักไปเล็กน้อยกับอาจารย์ที่ชอบมองเขาแปลกๆ คนนั้น

            “มึงไม่ชอบเขาเหรอ?”

            “ไม่รู้ว่ะ ขี้เก๊กอ่ะ” ทงเฮว่าพลางทำท่าทางล้อเลียนหลังจากที่ได้เรียนวิชาอาจารย์คิมมาบ้างซึ่งนั่นทำให้ฮยอกแจหลุดหัวเราะออกมากับการกระทำแบบนั้น

            “หรือมึงชอบ?”

            “สัส ไม่ตลกละ” ฮยอกแจหุบยิ้มลงแทบจะในทันควันก่อนจะวิ่งไล่เตะไอ้เพื่อนปากหมาที่ชอบวกเข้ามาเรื่องแบบนี้ทุกทีซึ่งนั่นทำให้ทงเฮขำก๊ากอย่างชอบใจ

            “แต่กูว่าเรื่องรีดน้ำมึงคงไม่เป็นเหมือนกูหรอกมั้ง เมื่อคืนกูถามไอ้คยูฮยอนมาก็ยังปกติ” ทงเฮวกกลับมาเรื่องที่คุยต่อจากตอนที่อยู่ในห้องก่อนจะเอ่ยถึงคยูฮยอนที่แอบถามอะไรลามกจกเปรตมาเมื่อคืน

            “งั้นมึงคงตายด้านแล้วล่ะพ่อหนุ่ม”

            “ลองไหมล่ะจ๊ะ?” คำพูดทีเล่นจริงของทงเฮทำเอาคนฟังถึงกับชะงักนิ่งพร้อมใจที่เต้นระรัวกับอะไรแบบนั้น

            “เห้ย เป็นไร แค่ให้รีดพร้อมกัน ไม่ได้ลองอย่างนั้น”

            “...”

            “เอากับมึงก็เหี้ยละ” ทงเฮพูดเรียกสติก่อนจะตีหน้าผากช่วยสมทบนั่นทำให้ฮยอกแจตื่นจากภวังค์ก่อนจะทำเป็นส่ายหัวปฏิเสธแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นรอให้รถเมล์มาแต่ในใจกลับนึกเจ็บปวดกับคำพูดแบบนั้นอยู่แปลบๆ

            กูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ

            ทงเฮดีดนิ้วเรียกสติเพื่อนสนิทอีกครั้งเมื่อรถเมล์มาพอดีซึ่งฮยอกแจก็เผลอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบตามขึ้นรถไปไม่งั้นเต็มแน่

            “ไงทงเฮ เมื่อคืนมึงได้สุขสมป่ะ?” คำเอ่ยทักแรกของคยูฮยอนที่พูดกับเพื่อนที่เพิ่งมาถึงทำเอาฮยอกแจต้องส่ายหัวอย่างหน่ายๆ และแน่นอนว่าทงเฮก็ส่ายหัวอย่างเซ็งๆ เช่นกัน

            “กูว่ามึงเป็นเอามากว่ะ ปลงๆ บ้างนะเพื่อน” คยูฮยอนตบบ่าเพื่อนรักอย่างเข้าใจก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินขึ้นตึกเพื่อไปเรียนต่อ ซึ่งวิชาที่นัดเรียนตอนสายวันนี้ก็คือของอาจารย์คิมเหมือนเดิม

            “โว้ยย เกลียดหน้า”

            เสียงบ่นเบาๆ ของทงเฮทำเอาเพื่อนๆ ต้องแอบหัวเราะขณะที่รออาจารย์คิมเช็คชื่อนักศึกษาในชั้นซึ่งวันนี้ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีอะไรติดขัด

            “วันนี้ทุกคนดูมีสติกันดีนะครับ ไม่มีใครลืมชื่อตัวเองเหมือนคราวก่อน” อาจารย์คิมเอ่ยขึ้นเหมือนจะชมแต่ทำเอาคนที่ลืมชื่อตัวเองเมื่อวานอย่างฮยอกแจต้องแอบเกาหัวเบาๆ กับการถากถางแบบนั้น

            “เชี่ยแม่งง่วงจริงว่ะ” คยูฮยอนเริ่มบ่นบ้างอีกคนก่อนจะเริ่มฟุบหน้าลงกับโต๊ะซึ่งทงเฮก็เห็นด้วยจึงค่อยๆ ก้มหน้าลงอีกคน จะเหลือก็แต่ฮยอกแจที่นั่งหัวโด่อยู่แถวนั้นคนเดียว

           หลายครั้งที่คนหน้าห้องส่งสายตามาทางนี้ซึ่งแน่นอนว่าเห็นแน่กับไอ้สองตัวที่ฟุบหลับไปแล้วและฮยอกแจก็นั่งตัวเกร็งแทบทุกครั้งที่ถูกมองเพราะต้องเผชิญกับสายตาแห่งแรงกดดันแปลกๆ แบบนั้นกระทั่งจบคาบซึ่งวันนี้ก็มีแค่วิชาเดียว

            “ไปละสัส น่าเบื่อ” ทันทีที่หมดคาบทงเฮก็รีบเอ่ยล่ำลาเพื่อนๆ ด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปซึ่งก็คงไปหาอะไรทำแก้เซ็งตามประสามัน ตอนนี้จึงเหลือแต่คยูฮยอนกับฮยอกแจสองคน

            “มึงไปไหนต่อ?”

            “ไม่รู้ว่ะ น้องซอจินนัดกูเจอใต้ตึกก่อน” ฮยอกแจว่าถึงบทสนทนาที่คุยกันในแชทเมื่อครึ่งช่วงโมงที่แล้ว เขาก็ไม่รู้หรอกว่ามีอะไรหรือจะไปไหน ค่อยไปคุยกันข้างล่างแล้วกัน

            “โหหห มีสาวมาหาาา ไม่เบาแล้ววว” คยูฮยอนเอ่ยแซวด้วยความอิจฉาซึ่งฮยอกแจก็แกล้งยักไหล่เบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินคุยหัวเราะกันลงมาด้านล่าง

            ครืดด

 

Seojin: พี่ฮยอกแจมีธุระต่อเหรอคะ

Seojin: งั้นไว้คราวหน้าแล้วกัน

Seojin: เสร็จละบอกด้วยน้าา

Seojin: ^^

 

            “ห้ะ?” ฮยอกแจได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความงงเมื่ออ่านข้อความที่ซอจินส่งมาบอกพลางสอดส่องสายตามองทั่วตึกก็ไม่พบร่างของหญิงสาวต่างคณะเลยสักนิด

            “ไหนวะน้อง?”

            “เขาไปเอามาจากไหนว่ากูมีธุระต่อวะ กูงง” ร่างบางว่าอย่างไม่เข้าใจพลางส่งโทรศัพท์ให้คยูฮยอนอ่านข้อความนั้นซึ่งร่างสูงก็มีอาการแบบเดียวกันเป๊ะ กระทั่งมีอีกข้อความหนึ่งส่งมา

 

DH: กูเห็นน้องเขาเหงา

DH: เดี๋ยวไปส่งให้

 

            “ไอ้เหี้ยนี่” คยูฮยอนโพล่งอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เมื่อทงเฮเล่นตัดหน้าเพื่อนกันเสียขนาดนี้ ร่างบางที่ได้อ่านข้อความถึงกับกำโทรศัพท์แน่นเพื่อข่มอารมณ์ และคงไม่ต้องไปหาตัวการที่ไหนไกล

            “ดูแม่งทำดิ เพื่อนปะวะ ไอ้ห่ากูหงุดหงิดแทน”

            “ช่างเหอะ เมื่อวานกูคุยกับมันละ มันอยากจีบก็ให้มันจีบไป” ฮยอกแจเอ่ยตอบเสียงเรียบก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงซึ่งนั่นทำให้คยูฮยอนมองว่าเขากำลังโกรธที่แย่งซอจินไป

            แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย...

            เขาโกรธที่ทงเฮไปต่างหาก

            “มึงจะไปยอมมันทำไมนักหนาวะ?”

            “บางทีน้องเขาอาจจะอยากตัดสินใจใหม่” ร่างบางยังคงมีสีหน้าเรียบตึงต่างกับคยูฮยอนที่กำลังขมวดคิ้วโกรธแทนอยู่ไม่ห่าง

            “วันนี้ไม่ไปสอนพิเศษเหรอ?”

            “ไปดิ”

            “งั้นแยกกันเลยแล้วกัน บาย” ฮยอกแจโบกมือลาก่อนจะเดินออกมาซึ่งคยูฮยอนก็ได้แต่พยักหน้ารับแล้วแยกกันไป ร่างบางเดินไปเรื่อยเปื่อยโดยที่ยังนึกเจ็บใจกับสิ่งที่ทงเฮทำจนตัดสินใจไปเดินเล่นที่ห้างเพื่อให้ใจเย็นลง

            ซอจินกับเขา

            หมอนั่นคงจะเลือกซอจินสินะ

            ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ใครมองคงจะคิดว่าเขาโกรธที่ทงเฮกล้าแย่งผู้หญิงของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทไป แต่ไม่มีใครอาจะล่วงรู้ความจริงได้เลยว่าฮยอกแจรู้สึกยังไง

            เกลียดแค่ไหนที่ทงเฮเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

            แต่มันก็เท่านั้น ไม่ว่าจะรู้สึกยังไงก็ต้องอึดอัดเก็บมันไว้คนเดียว เขามันโรคจิตเองที่ไปคิดมีใจจริงจังให้กับเพื่อนสนิทที่รังเกียจเพศที่สามเข้าไส้ เขาไม่ควรหวังอะไรตั้งแต่แรก

            “ชอบวันพีชเหรอ?” เสียงทักที่อยู่ใกล้ตัวดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองต้องสะดุ้งก่อนจะหันไปมองก็ต้องตกใจ

            “อ… อาจารย์คิม...”

            “หรือเกลียด?” คำถามต่อมาพร้อมสายตาที่จ้องมาทำให้ฮยอกแจต้องมองตามก่อนจะรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังกำตุ๊กตาไว้แน่นจนเละไม่เป็นทรงจึงรีบคลายมือออกก่อนจะวางมันไว้ที่ชั้นเดิม

            “ม… มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?”

            “เดินเล่นน่ะ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอนักศึกษาตอนกำลังอารมณ์ไม่ดี”

            อูบินว่าพร้อมรอยยิ้มเหมือนที่ชอบทำซึ่งฮยอกแจก็ได้แต่ยิ้มกลับอย่างฝืนๆ เพราะปั้นหน้าไม่ถูกเมื่อมีคนมาเจอตอนเขาอารมณ์เสียแบบนี้

            “แล้วนี่ ตกลงชอบเจ้าตัวนั้นหรือว่าเกลียด?”

            “เอ่อ... ชอบครับ” ฮยอกแจว่าอย่างตะกุกตะกัก เขารู้สึกว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีอิทธิพลมากเกินไป ทุกคำพูด ทุกการกระทำ สายตาพวกนั้นทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองได้ง่ายๆ

           เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อฮยอกแจจึงทำเป็นเดินไปหาของเล่นอย่างอื่นนอกจากตุ๊กตาบ้างพลางจับเล่นนู่นเล่นนี่ตามประสาเด็กผู้ชายที่อยากมีของสะสม

            “ชอบของเล่นเหรอ?”

            “ครับ มันน่าสนุกดี”

            “คงจะทำให้คุณเพลินไปเลยสิท่า” คำพูดของอาจารย์ทำให้ฮยอกแจรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังหมายถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังพยักหน้ารับกลับไป

            “แต่ผมว่าของจริงมันถึงใจมากกว่านะ”

            “…?”

            “ที่ญี่ปุ่นน่ะ เขามีพิพิธภัณฑ์เจ้าพวกนี้นี่นา ไม่อยากลองหน่อยเหรอ?” อูบินพูดออกมาหน้าตาเฉยแต่ด้วยคำแบบนั้นทำให้คนฟังเผลอชะงักเหมือนทุกอย่างกำลังจี้ไปถึงสิ่งที่เขาทำเมื่อเช้า

            ไม่หรอกน่า...

            “ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่ของจริงหรอกครับ แต่ถ้ามีโอกาสอยากจะลองไปดูบ้างเหมือนกัน”

            “นั่นสินะ...” อาจารย์หนุ่มว่าพร้อมรอยยิ้มที่ดูไม่มีพิษภัยแต่กลับทำให้ฮยอกแจรู้สึกเหมือนกำลังโดนต้อนให้จนมุมยังไงก็ไม่ทราบ

            “ช่วยผมเลือกของให้หลานหน่อยสิ วันนี้วันเกิดแกน่ะ” อูบินเปลี่ยนเรื่องคุยเหมือนดึงฮยอกแจให้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยังไงก็ไม่ปาน ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเหมือนถูกกดดันมานานแรมปี

            “อายุเท่าไหร่แล้วเหรอครับ?”

            “สิบสี่แล้วล่ะ”

            “โอเค” ฮยอกแจรับหน้าที่ช่วยอาสาหาของขวัญให้เด็กอย่างตั้งใจซึ่งทุกการกระทำอยู่ในสายตาร่างสูงอยู่ตลอด ไม่ว่าฮยอกแจจะหยิบอะไรอูบินก็เห็นดีเห็นงามทุกอย่าง

            “งั้นเอาอันนี้แล้วกันนะครับ” ฮยอกแจหยิบพวงกุญแจที่สะดุดตาคู่หนึ่งขึ้นมาซึ่งมันดูไม่เด็กเกินไปมากนัก

            “ดีเหมือนกัน ผมก็ไม่ค่อยอยากให้เขาเล่นของเล่นเท่าไหร่”

            “…”

            “เพราะของเล่นก็แค่ของเล่น เสริมสร้างพัฒนาการ แต่ไม่ช่วยให้เรียนรู้โลกความเป็นจริง” อูบินเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะหยิบพวงกุญแจในมือนักศึกษาเดินไปจ่ายเงิน ทิ้งให้ฮยอกแจยืนคิดกับคำพูดพวกนั้น

            อาจารย์ต้องการอะไรจากผมกันแน่

            เขาไม่รู้หรอกนะว่าผู้ชายคนนั้นมีทัศนคติต่อโลกนี้อย่างไร แต่ที่รู้ๆ คือช่างกดดันเขาไปเสียทุกอย่างเลยล่ะ

            “ขอบคุณนะครับ แล้วเจอกันวันเรียน”

            “ไม่เป็นไรครับ” อูบินเอ่ยขอบคุณจากใจก่อนจะเดินจากไปคนละทาง ฮยอกแจสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะปล่อยออกมาแทบหมดตัวเหมือนยกภูเขาออกจากอก

           

LHJ

มาละ

Seojin

ไปไหนมาา

จะกลับหอยัง

LHJ

กำลังกลับเลยย

ถึงบ้านแล้วใช่ป่าว

Seojin

ใช่ๆ

ขอบคุณนะคะที่ให้พี่ทงเฮมาส่ง

LHJ

ไม่เป็นไร555

 

            “เฮ้อ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ ก่อนทำท่าจะเก็บโทรศัพท์เอาไว้เหมือนเดิมแต่กลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ นิ้วเรียวกดเข้าอีกแอพที่ใช้เป็นคนบนโลกอินเทอร์เน็ตก่อนจะมองแชทบุคคลปริศนาวันนั้นที่ยังไม่ได้ตอบ

 

Anonymous

:-)

AllRise

?

Anonymous

น่ารักดี

AllRise

อ่อ

ไม่เคยลงหน้านะ

รู้ได้ไง

Anonymous

ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว

 

            อาจจะเป็นแชทที่ใครได้อ่านก็คงบอกว่าโรคจิต แต่ตั้งแต่สวมบทบาทนี้มานานก็เจอแบบนี้ทุกวันจนชิน และไอ้ Anonymous นี่ก็คงเป็นอีกคนที่คงจะมานัดหวังฟันอะไรทำนองนั้น แต่เขาไม่เคยนัดเจอใครนอกจอหรอกนะ

            แต่ถ้าคุยสนุกๆ ก็พอได้

 

            RrrrrrRrrr

            ( อยู่ไหนสัส โกรธกูเหรอไม่กลับหอ ) เสียงงัวเงียของคนปลายสายดังขึ้นอย่างหน่ายๆ ทำเอาคนฟังต้องเบ้ปาก

            “เออ เสือก บาย”

            ( เดี๋ยว! มึงล็อคห้องทำไม กูจะเข้าไปดูงานหน่อย )

            “เชี่ย! ห้ามยุ่ง! เดี๋ยวก็กลับไปหยิบให้” ฮยอกแจตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อรู้ว่าทงเฮพยายามจะเข้าห้องของเขา ห้องที่มีแต่ความลับและความทุเรศที่เพื่อนรังเกียจ

            ( จะโวยวายทำไมวะ ก็รีบๆ กลับดิ )

            “เออๆ แค่นี้นะ” ร่างบางพยายามทำเสียงให้มีพิรุธน้อยที่สุดก่อนจะรีบตัดสายทิ้งไป ทีแรกก็คิดว่าจะหาอะไรกินต่อเสียหน่อยแต่ดูเหมือนที่ห้องจะไม่ค่อยปลอดภัยจึงต้องกลับหอแทน

            มีแต่เรื่องวุ่นๆ ให้ปวดหัวทุกทีสิน่า

 

 

 

 

________________

ตามหาฉากที่หายไปที่ @troublehaeeun ค่า

79 ความคิดเห็น

  1. #66 Hyuk.ning (@ning_sj) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 16:55
    อาจารย์คิมต้องรู้เรื่องแล้วแน่ๆเลยยว งื้อออ แต่แบบฮยอกปตทำเรื่องนี้คืออึ้งเลย โหดมากกก ไรท์มาต่อไวๆน้า????
    #66
    0
  2. #65 คุณนายลีฮารุ (@dfgd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 18:58
    โอ้ยยย ฮยอกแจจจจ ฮื่อออออหึยยยยยยย ฮยอกแจผู้กล้าหาญ ใจเด็ดมาก ยอมใจ อาจารย์คิมต้องรู้แล้วแน่ๆ ชัวร์ป้าป นี่ขนาดอ่านยังกดดันแทนฮยอกแจ แล้วอีแชทปริศนาจะเป็นอาจารย์มั้ยหน่าาา ถ้าใช่ก็อย่ารีรอเลยค่ะจารย์ เอานิสิตคนนี้ไปเลย อยู่กับทงเฮแล้วใจจะขาดแทน พูดแต่สิ่งที่ฮยอกแจฟังแล้วจี๊ดใจ ฮื่อ สงสาร ที่น้องเป็นอยู่ก็สงสารแล้วเนี่ย แต่ดีอย่างที่ทำเพราะความชอบไม่ใช่อะไรตามแต่บีบบังคับล่อหลอมจิต ชูป้ายจาร์ยกับนิสิตตอนนี้จะหน้าแตกมั้ย รอลุ้น
    #65
    0
  3. #62 pandavvip (@yuivvip) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:47
    อูบินน่ากลัว ไม่อยากให้ฮยอกแจอัพโหลดไรแบบนี้เลย เหมือนอูบินจะรู้เลย ว่าเป็นฮยอกแจ ฮยอกแจอย่าไปอยากลองกะอาจารย์เลยนะ 
    #62
    0
  4. #58 sqweezeun (@sqweezeun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 11:03
    ทงเฮ แล้วน้องคนในอินโทรเธอจบแล้วเหรอ งง มาอะไรกับซอจินมากไปละ เดี๋ยวตบคว่ำ เช็คเพื่อนด้วยค่ะว่าเจ็บปวดแค่ไหน โอ๊ย! พี่เพลีย!
    ส่วนฮยอกแจ เธอเตรียมใจรับมืออูบินเลยค่ะ สายนี้นางมาแรงแน่นอน ดูจากการรุกหนักทั้งโลกจริงโลกไม่จริง หึหึ
    #58
    0
  5. #55 jjjj. (@battlewater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 14:31
    อูบินคือจะสื่อไรคะ รู้ใช่มะ
    #55
    0
  6. #52 Nightmare (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 11:02
    ชอบเรื่องนี้มาก ทงเฮทำฮยอกแจเจ็บอีกแล้ว แต่อูบินมาแรงนะชอบบบบบ เมื่อไหร่อีทงจะรู้ตัว ลองซักครั้งจะติดใจ
    #52
    0
  7. #51 papoy papoy (@mundookunn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 02:16
    ฮือออ ได้กับอูบินเถอะะะะะ 555 ทงเฮแย่งไปขนาดนั้น จริงๆหวงฮยอกก็บอกเหอะ ผิดหวังล่ะสิ เพื่อนมีสาวมาจีบ
    #51
    0
  8. #50 kkangg (@crayfish-1998) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 11:26
    กรี๊ด อาจารย์คิมแน่ๆอะ แต่ทงเฮจะมารักฮยิกยังไงอะ
    #50
    0
  9. #49 nowlove (@nowlove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 11:01
    เลิกชอบทงเฮแล้วเปลี่ยนไปหาอูบินดีกว่านะฮยอกแจ
    ปล่อยทงเฮไปกับชะนีเลย
    =.,=
    #49
    0
  10. #48 asIFiam (@asIFiam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 14:45
    ทงเฮนี่ขอผู้หญิงกันง่ายๆเลย สงสารฮยอกแจ ;-; ส่วนอูบินนี่ดูลึกลับอะ ฮยอกเปลี่ยนไปหาของจริงเลยย เชียร์ๆ >.<
    #48
    0
  11. #47 Pinoczkio (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 23:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    อาจารย์คิมเท่ห์มากกกกกกกกกกกกกกกก

    ทงเฮนิสัยแบบ -_____________-

    ไม่น่าจะรักกันได้เลย ฮืออออออออออ TT

    เชียร์อาจารย์คิมแทนละกัน กร๊ากกกกกกกกกกกก
    #47
    0
  12. #46 parkkhuan (@parkkhuan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 23:23
    เพิ่งอ่านอีกเรื่องมา สงสารทงเฮมาก แต่ตอนนี้เกลียดมันละ ทำฮยอกแจเสียใจอ่ะ อ.คิมพูดแบบนี้ เหมือนรู้เลยว่าฮยอกแจกำลังทำอะไรอยู่ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากกกก อยากให้ไรท์มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #46
    0
  13. #45 KaDe HaeEun (@sasukeandkadza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 22:46
    สงสารฮยอกอ่าาา อูบินต้องการอะไรกับฮยอกแจอ่ะ แล้วคนนั้นคือใครรร แอบอยากให้เป็นทงเฮนะ5555
    #45
    0
  14. #44 150486 (@leeeunice) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 19:16
    สงสารน้องตอนเฮถาม -รักกูป่ะ ใากกกก ทงเฮแม่ง ไล่ออกนอกห้อง!
    #44
    0
  15. #43 150486 (@leeeunice) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 19:15
    อือฮืออออออออออออออออออ อยากจะเชียร์ให้ไปลองของจริงกับอาจารย์คิมจริงๆเลยค่าาาาาาา T//T
    #43
    0
  16. #42 haohaokyu (@gaemskyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 17:18
    เหมือนเดจาวู เราเกลียดทงเฮอีกแล้ว 555555555
    ทำไมพูดจาน่าเกลียดแบบนี้
    ขอให้ทงเฮไม่ได้ลิ้มลองฮยอกแจจนตอบจบ ชิ = =
    แล้วมาตัดหน้าเพื่อนงี้คือไร มองแบบคนนอกก็แย่แล้ว
    มองมุมฮยอกแจแย่กว่า สงสารแรง ;-;

    อูบินนี่รู้อะไรแน่ๆอ่ะ แล้วชายนิรนามนั่นจะใช่อูบินมั้ย...
    โง้ยเรามโนแล้วแอบเขิน -/-
    ฮยอกแจเลิกทำแบบนี้แล้วไปหาของจริงดีกว่าลูก เลิกๆๆๆ
    #42
    0