คัดลอกลิงก์เเล้ว

หัวหน้าคนงานกับเพื่อน

ความแตกต่างในชนชั้น ความไม่เท่าเทียมในอาชีพ ของชนชั้นผู้ไร้การศึกษา ชะตาไม่ลงรอยนำมาซึ่งความหวั่นสะพรึง การันตีสนุกและความระทึกขวัญ กระตุ้นความรอบคอบ

ยอดวิวรวม

128

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


128

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 พ.ย. 57 / 11:14 น.
นิยาย ˹ҤҹѺ͹ หัวหน้าคนงานกับเพื่อน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 พ.ย. 57 / 11:14



            สถานที่ก่อสร้างอาคารสูงในย่านธุรกิจใจกลางเมือง เขากำลังทำงานอย่างขมักเขม้นกับกลุ่มคนงานผู้ใช้แรงงานคนชนชั้นเดียวกัน


ขณะที่งานกำลังถึงตอนเทพื้นชั้นที่ยี่สิบ เขาต้องเป็นผู้ถือถังปูนซีเมนต์เพื่อไปเทตามพื้นที่มีโครงเหล็ก


ถักเตรียมไว้เสร็จ วิชิตและเพื่อนไม่ค่อยชอบที่นิสัยโฟร์แมน เนื่องจากดูเป็นคนชอบพูดแรงและบางครั้ง


ก็ข่มขู่ให้เขาและเพื่อนคนงานเร่งทำงานให้เสร็จ ทั้งทั้งที่เรี่ยวแรงของมนุษย์ทำได้เพียงเท่านี้ ทั้งสอง


ชอบคุยนินทาหัวหน้างานตอนทำงาน



“เฮ้ยไอ้ชิต ดูนั่นสิวันนี้มันใส่ชุดดำมา จะไปงานศพที่ไหนวะ ห้าห้าห้า”เพื่อนของวิชิตคุยกับเขา



“เออนั่นสิ หมั่นไส้ว่ะ แต่งตัวดีมาทำงานก่อสร้าง เดี๋ยวก็เจอดีหรอก”วิชิตพูด



“เอ็งกับข้าไม่ถูกชะตามันเท่าไหร่ หาอะไรทำสนุกๆกันดีกว่า”เพื่อนเขานึกสนุกอะไรบางอย่าง



“เอ้าๆๆ รีบเข้าพวกแกทำงานช้าอย่างนี้เดี๋ยวหักค่าแรงเลยนี่”



เสียงโฟร์แมนตะคอกแรงสั่งให้คนงานรีบ

ทำงาน ดังเป็นระยะ คนงานที่ทำงานไม่ค่อยพอใจในเสียง นึกบ่นอยู่ในใจว่าตัวเองกำลังถูกโฟร์แมน

ข่มขู่เคี่ยวเข็น ทั้งๆที่พวกเขาเหนื่อยมากแล้ว




“ถ้ามันเดินมาใกล้ จะเอาปูนเทราดให้เข็ด”เสียงวิชิตพูดเล่นขำกับเพื่อนในระหว่างทำงาน



“ห้าห้า เดี๋ยววันนี้แกล้งฉี่ใส่กระติกน้ำให้มันกินดีกว่า มันจะใหญ่มาจากไหนวะไอ้โฟร์แมน”เพื่อนเขาพูด


พลางเดินไปที่กระติกน้ำที่วางอยู่ แล้วเดินไปที่ซอกตึกเพื่อหาที่เหมาะลงมือก็เดินกลับมา



“นายครับ อากาศร้อนๆพักดื่มน้ำมั้ยครับ ผมเอาน้ำเย็นมาให้นาย”เพื่อนของเขาตักน้ำใส่แก้วพลาสติก


เดินไปให้โฟร์แมนหัวหน้าคนงาน



“เออ ขอบใจนะ”โฟร์แมนยกน้ำขึ้นซด พลางนึกในใจว่าคนงานคนนี้มีน้ำใจ น่าจะให้ค่าลิโพเป็นรางวัลตอบแทน



“มีน้ำใจดีแบบนี้ เดี๋ยวฉันให้รางวัล” โฟร์แมนกล่าวชื่นชมคนงานที่เอาน้ำมาให้



“ครับๆ”เพื่อนของเขา แอบหัวเราะหลังจากเห็นโฟร์แมนดื่มน้ำผสมฉี่



“เอ๊ะ น้ำอะไรนี่ทำไมรสชาติเป็นอย่างนี้เนี่ย” โฟร์แมนสงสัย



“อ๋อน้ำผสมลิโพในกระติกของพวกผมเองครับนาย ห้าห้าห้า”เพื่อนของเขาอำหัวหน้า



วิชิตยืนดูด้วยความตื่นเต้นไม่คิดว่าเพื่อนของเขาจะทำจริงๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ



                   งานเทพื้นของวันนี้เสร็จเร็วกว่าที่คิด ในค่ำคืนมืดมิด คนงานทุกคนกำลังพักผ่อน

วิชิตตั้งวงกินเหล้ากันสนุกเสียงดังเอิกเกริกในแคมป์คนงาน วิชิตนั่งกินเหล้ากับเพื่อนคนที่เอาฉี่ให้


หัวหน้าคนงานดื่ม ทั้งสองกำลังอยู่ในอาการมึนด้วยฤทธิ์เหล้าขาวสี่สิบดีกรีที่เขากินไปหลายแก้ว เขา


ปวดฉี่จึงขอตัวไปฉี่ เขาเดินเซๆไปที่มุมตึกสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จ ระหว่างที่กำลังปดทุกข์ เขาเหลือบขึ้น


ไปมองชั้นบน ที่วันนี้ตัวเองกับเพื่อนคนงานเพิ่งทำเสร็จด้วยความรู้สึกภูมิใจในความพากเพียรของตัว


เอง เห็นคนอยู่บนตึกที่มืดมิด คิดว่าคงเป็นคนงานหนุ่มสาวขึ้นไปพอดรักกันเท่านั้นเอง โฟร์แมนคนที่


ดื่มน้ำเย็นผสมฉี่เมื่อตอนเช้าเดินมาข้างๆ ยืนฉี่อยู่เหมือนกับเขา วิชิตเอะใจว่าโฟร์แมนไปตั้งวงกินเหล้า


ที่ไหนมา ทั้งๆที่ก็เห็นมีเพียงเขาและเพื่อนเท่านั้นที่ตั้งวงครื้นเครงในคืนนี้

      


“พรุ่งนี้ผมจะสั่งงานพวกคุณให้หนักเลย เอาแต่กินเหล้ากันอยู่ได้ ไม่รู้จักหลับนอนเอาเรี่ยวเอาแรงกัน


แล้วมาคนเดียวเหรอ”





โฟร์แมนคุยกับเขาทั้งสองคนยืนฉี่ข้างๆกัน

      


งผ่อนคลายกันบ้าง”


วิชิตให้เหตุผลกับหัวหน้า เขาฉี่ยังไม่เสร็จกำลังจะ


พูดต่อ แต่โฟร์แมนฉี่เสร็จก่อนเขา เขานึกในใจว่าทำไมโฟร์แมนฉี่เสร็จเร็วจัง



ทั้งๆที่มาทีหลังเขา แต่ไม่ติดใจอะไร เขามองขึ้นไปบนตึกอีกครั้ง



คราวนี้เห็นไฟสลัวๆข้างบน ทันใดนั้นเขาต้องผวาขนหัวลุกซู่ทันที



เมื่อปรากฏเห็นโฟร์แมนหัวหน้าคนงานคนเดียวกับที่เขาเพิ่งคุยด้วย



กำลังจะกระโดดตึกลงมาจากชั้นบน แล้วโฟร์แมนนก็ดิ่งร่างลงมาที่พื้น




เขากลัวและตกใจมากรีบหลับตาไม่กล้ามอง จึงรีบวิ่งสุดแรงเกิดเพื่อไปบอกเพื่อนที่กำลังกินเหล้า

       



“เฮ้ยๆเอ็ง ข้ามีเรื่องจะมาบอก โฟร์แมนกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
!!!




วิชิตรีบบอกเพื่อนที่กำลังร้องรำทำเพลงเศร้าอยู่

       



“เฮ้ยที่ไหนวะ เอ็งเมาแล้วตาฝาดหรือเปล่าไอ้วิชิต เมื่อกี๊แกยังมาหามันเอาเงินค่าลิโพไว้มาให้ข้าอยู่

เลย เอ็งนี่เมาแล้วชอบอำข้าเล่นจริง”





เพื่อนของเขาพูด



“จริงเว้ยข้าไม่ได้ตาฝาด เมื่อกี๊ข้าเห็นเขามาฉี่เป็นเพื่อนข้าแล้วก็ขึ้นไปบนตึกนั่น

แล้วก็โดดลงมา      
ข้าเห็นกับตาข้าเอง ไม่เชื่อตามข้าไปดูสิ”


วิชิตรีบพาเพื่อนออกไปดูสถานที่





วิชิตยังงงกับภาพที่ตัวเองเห็น ด้วยความต้องการจะพิสูจน์คำพูดและสิ่งที่ตัวเองเห็น


จึงชวนเพื่อนที่กินเหล้าด้วยกันออกไปดูบริเวณ


ที่โฟร์แมนกระโดดลงมา พอไปถึงที่แล้วเดินดูรอบบริเวณ



เขาและเพื่อนก็พบความว่างเปล่า วิชิตขนลุกซู่สร่างเมาทันที


เขายังยืนยันต่อว่าตัวเองเห็นเหตุการณ์นั้นจริงๆ




“จริงๆนะเว้ย ข้าเห็นโฟร์แมนกระโดดลงมาตรงนี้เลย”

วิชิตยืนยัน





“เฮ้ยข้าก็ไม่เห็นว่าจะมีร่างคนแถวนี้นี่หว่า ไหนเดินดูให้ทั่วซิ”

เพื่อนเขาพูด




“ไปไหนวะ ก็เห็นอยู่นี่นา ตรงนี้เลยข้าเห็นเขากระโดลงมาจากข้างบนนั้น”



“เอ็งคงเมามาก ไปกลับแคมป์เข้านอนเถอะ เสียอารมณ์ว่ะไปๆเข้านอนกันไอ้ชิต”



เพื่อนเขาพูดย้ำว่าวิชิตเมาแล้วคงเกิดตาฝาด ทั้งสองจึงกลับไปเข้านอน


วิชิตนอนไม่หลับเขาตาค้างกับสิ่งที่ตัวเองเห็น

พยายามข่มตาให้หลับแต่ก็ยังตื่นอยู่อย่างนั้น





กลางดึกในแคมป์คนงานที่ทำด้วยสังกะสี อากาศร้อนอบอ้าว บรรยากาศวังเวง
แคมป์คนงานทุกหลังปิดไปดับสนิททุกคนพากันเข้านอนหมดแล้ว


เสียงหมาหอนรายรอบดังจากที่ไกลเป็นระยะ ไฟดับสนิทในห้องนอนของเขา



เขานอนข้างๆเพื่อนเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนนอนหลับแล้ว


แต่เขาได้ยินเสียงหมาหอนให้เกิดความหวั่นผวาอยู่อย่างนั้น


ขนหัวเขาลุกซู่ทันที่ที่ได้ยินเสียงประตูแคมป์นอน




ด้วยความอยากรู้จึงออกไปดูให้เห็นกับตา



แต่คนที่เขาเห็นก็เป็นโฟร์แมนคนนั้นนั่นเอง



“อ้าว หัวหน้าครับ ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่เข้านอนล่ะ”


เขาพูดหลังจากเห็นหน้าโฟร์แมนซีด

สีหน้าหม่นหมองดูเศร้าๆ ไม่เบิกบานเหมือนคนปกติ





“อ๋อ ฉันนอนไม่หลับเลยออกมาเดินดูความเรียบร้อยที่แคมป์คนงานน่ะ


อ่ะฉันอารมณ์ดีเอาเงินมาให้ไว้เป็นค่าลิโพไว้ใส่น้ำกิน เอาเงินนี่ไปร้อยนึง


เสียงโฟร์แมนพูดด้วยความเยือกเย็น





“งั้นผมขอต้องขอตัวเข้านอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงาน”


เขารับเงินแบงค์ร้อยจากโฟร์แมน แล้วรีบกลับเข้านอนต่อ


แต่ทันทีที่หันหลังกลับไป เขาต้องตะลึงช๊อคทันทีที่เห็นร่างคนที่นอนอยู่



บนที่นอนนั้นร่างของโฟร์แมน ที่เพิ่งคุยกันเมื่อกี๊



นอนเป็นศพตาเหลือกแข้งเพีอนของเขาไม่ปรากฏอยู่ในห้อง





เขาตื่นเต้นสุดขีด โฟร์แมนลุกยืนตัวแข็งทื่อเดินมาหาที่เขา



เขาสะดุ้งสุดแรงทรุดตัวล้มลงยกมือไหว้ขึ้นสูงท่วมหัวตัวสั่นเทา



เขาหนาวมากอากาศตอนแรกที่ดูร้อนอบอ้าวตอนนี้เปลี่ยนเป็น



ความหนาวเย็นเข้าจับขั้วหัวใจ กลัวและพิศวงอย่างที่สุด

“ไว้ชีวิตผมด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะทำบุญไปให้ อย่าทำอะไรผะผะผมผมเลย




อยากได้อะไรผมจะหาให้ เมตตาผมเถอะนะครับ ผมมีลูกเมียที่บ้านนอกให้ดูแล

ผะผะผมผมยังไม่อยากตาย”




“ฉันมาสั่งเสีย เพื่อนแกกับฉันกำลังจะไปสวรรค์



บอกให้ญาติฉันมาเอาร่างฉันกับเพื่อนแกไปทำบุญให้ดี



ฉันอโหสิให้เพื่อนแกแล้ว”

ที่หัวโฟร์แมนมีแผลแตกเหวอะหวะเลือดไหลอาบนองใบหน้าที่ขาวซีด



ตามเนื้อตัวมีเศษผงปูนติดอยู่ตามเสื้อผ้าที่เป็นชุดสีดำ

“หาพระมาสวดเจ็ดวันเจ็ดคืน แล้วเอาศพของฉันกลับบ้านเกิดต่างจังหวัด


รวมถึงเพื่อนแก” เสียงโฟร์แมนยังดังอยู่เรื่อยๆ





แล้วโฟร์แมนก็หายแว๊บไป เขาสงสัยว่าเพื่อนของเขาตายแล้วหรืออย่างไ



ทำไมผีโฟร์แมนจึงพูดอย่างนั้น หันไปมองที่เพื่อนที่นอนอยู่ก็เห็นเพื่อน


ที่มีนิสัยขี้เล่นคนนั้นนอนอยู่ที่เดิม แต่แปลกใจว่าทำไมจึงใบหน้าขาวซีดอย่างนั้น



ดูน่าขนลุก วิชิตคิดว่าตัวเองกำลังฝันร้าย

เขาตบหน้าตัวเองเข้าฉาดใหญ่ก็รู้ตัวว่าไม่ได้ฝัน


แล้วรีบมุดตัวเข้านอน ด้วยอาการขนหัวลุก โดยไม่กล้าปลุกเพื่อนเลย

           




                  พอถึงรุ่งเช้า เหตุการณ์ก็เป็นปกติ ดูบริเวณที่เกตุเหตุก็ไม่พบศพของใครเลย


เพื่อนคนงานคนอื่นรวมทั้งเพื่อนของเขาเตรียมตัวทำงานตามปกติ


เดินดูรอบบริเวณที่เขายืนฉี่เมื่อคืนก็พบแต่พงหญ้า



เขาเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟัง เพื่อนคิดว่าเขามีอาการประสาทหลอนเพราะเมาเหล้า



เพื่อนไม่เชื่อเด็ดขาด พอถึงเวลาทำงานเขาเห็นโฟร์แมนมาทำงานตามปกติ



เขารีบบอกโฟร์แมน ส่วนเพื่อนของเขาตอนนี้ไม่เห็นอยู่ในบริเวณนั้น



คิดว่าคงออกไปซื้อลิโพข้างนอกที่ก่อสร้าง เขาเดินไปบอกโฟร์แมนทันที



โฟร์แมนถึงกับตะลึงกับอาการที่เขาเพ้อฝันเมื่อคืน





“เป็นไปได้ไง ฉันเนี่ยนะจะฆ่าตัวตายเป็นไปไม่ได้หรอก



แล้วก็ไม่ได้ไปยืนฉี่ตอนกลางคืนแบบนั้นด้วย ฉันยังสุขภาพจิตดี



ท่าทางเอ็งจะประสาทหลอนแล้วว่ะ วันนี้ไปหาหมอดีกว่านะฉันว่า”




โฟร์แมนคิดว่าเขาประสาทหลอน จึงให้หยุดงานหนึ่งวันเพื่อไปหาหมอ




“หรือว่าผมฝันไปเอง เมื่อคืนคงเมามากจริงๆ วันนี้ผมจะลองไปคุยกับจิตแพทย์ดู”



วิชิตรับคำของโฟร์แมนแล้วก็กลับห้องใส่เสื้อผ้ากางเกงตัวเดียวกันกับที่ใส่เมื่อคืน เพื่อไปหาหมอ




วิชิตล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงเพื่อเอาเงินมาเป็นค่ารถ


เขาถึงกับอึ้งเมื่อแบงค์ที่อยู่ในนั้นกลับไม่เป็นธนบัตรแต่เปลี่ยนเป็นใบไม้สดใบเดียว


เมื่อไปถึงโรงพยาบาลประสาท เขาก็ได้พบกับจิตแพทย์



“เป็นยังไงบ้างครับ อาการของคุณ”

หมอถาม




“เมื่อคืนนี้ผมฝันร้ายแต่มันเหมือนความจริงมากเลยครับ


ผมฝันเห็นโฟร์แมนกระโดดตึกแล้วเป็นผีมาหลอกผม แต่ผมยังเห็นเขาวันนี้” วิชิตเล่าให้หมอฟัง




“เมื่อคืนคุณเมาเหล้าด้วยใช่มั้ย”หมอถามอีก



“ใช่ครับหมอ ผมกินเหล้าขาวกับเพื่อนคนงาน”




“เออ หมอว่าคุณคงทำงานหนักแล้วเกิดอาการเครียด



บวกกับที่คุณชอบกินเหล้าทำให้สารสื่อประสาทในสมอง ทำงานปกติ



เดี๋ยวหมอจะให้ยาไปกิน ต้องกินยานี้ต่อเนื่องเพื่อปรับสมดุลทางเคมีในสมอง



กินจนหมดนะ ถ้ายังไม่หายค่อยกลับมาหาผมอีก”




“ครับหมอ แต่ตอนนี้ผมยังกลัวอยู่เลยครับ รู้สึกไม่กล้าอยู่คนเดียวเหมือนปกติ”



“ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวก็หาย กินยาตามที่หมอสั่ง”หมอพูดทิ้งท้าย



“ได้ครับ ขอบคุณครับหมอ” วิชิตยกมือไหว้แล้วเดินออกจากห้องตรวจ





ในขณะที่เขากำลังรอรับยาที่ของหน้าห้องจ่ายยา


เขาเหลือบไปเห็นเพื่อนคนงานของเขา เดินไวๆ


เนื้อตัวสกปรกมีแผลที่มีน้าผาก เดินออกจากโรงพยาบาลไป



เขาฉงนว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไรทำไมถึงมีบาดแผลที่หน้าผากอย่างนั้น เขารีบกลับทันที

พอไปถึงที่พักเขาต้องผวาทันที เมื่อมีคนงานคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าโฟร์แมนกับเพื่อน



ของทะเลาะกันแล้วแย่งปืนพกของโฟร์แมนที่ตั้งใจจะเอามายิงเพื่อนของเขาที่รู้ว่าถูกเพื่อนของเขา


แกล้งเอาฉี่ผสมน้ำให้กิน


หลังจากที่มีคนแอบไปเห็นเพื่อนของเขาฉี่ใส่กระติกน้ำแล้วมาเล่าให้โฟร์แมนก่อนทั้งคู่จะมีเหตุทะเลาะวิวาท




ทั้งสองตกลงไปในปล่องลิฟท์จากที่สูง

ตายอนาจกันทั้งคู่ ขณะนี้ในที่ก่อสร้างก็มีตำรวจมาดูเหตุการณ์




ในที่เกิดเหตุรถนักข่าวจอดทั่วทั้งบริเวณ กำลังทำข่าวกันครึกคักเขางงไปหมดแล้ว



เขาคิด



หรือว่าสิ่งที่เขาฝันเห็นเมื่อคืนจะเป็นลางบอกเหตุร้ายกันแน่


เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างลงตัว ตำรวจพิสูจน์ศพทั้งสอง



สรุปว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อตอนสายวันนี้ เขางงหนัก



จึงกลับไปหาหมออีกครั้งเพื่อหาสาเหตุว่าสิ่งที่เขาเห็นผีที่น่ากลัวและเมื่อก่อนเกิดเหตุนั้น



แท้จริงแล้วเพราะเขาป่วยหรือเพราะเป็นลางบอกเหตุกันแน่



เขาสับสนจึงกลับไปหาหมอเหมือนเดิม




“ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง ยังฝันเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า” หมอถาม




“ไม่ฝันแล้วครับ แต่ผมฝันก่อนที่เหตุจะเกิดขึ้นนะครับหมอ


เป็นเพราะผมมีซิกเซ้นต์ที่สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า


หรือเพราะเป็นลางบอกเหตุกันแน่ครับหมอ ผมสับสน”วิชิตงงมาก

 

“โรคแบบนี้คนไข้มักจะมีอาการเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น


เขาเรียกว่าโรคจิตเภท คนไข้จะสับสนในโลกความจริงกับความฝัน



ผมรักษามาหลายคนแล้ว อาการจะคล้ายแบบนี้” หมอบอกวิชิต



เขาต้องไปหาหมอทุกสามเดือนหมอให้เขากินยาตลอดชีวิต



วิชิตต้องกลับไปอยู่บ้านเกิดไม่ได้ทำงานก่อสร้างเหมือนเดิม



ส่วนเรื่องงานศพของเพื่อนและโฟร์แมน


ทางเถ้าแก่จัดการพิธีศพตามที่วิชิตเล่าให้ฟัง

ผลงานอื่นๆ ของ นคเรศ ณ เสนางค์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น