[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 25 : #Lovewins [Cross Universe กับเรื่อง Carta Visa] Ep.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ส.ค. 59

พระนายกำลังเบลอหนัก

ปวดหัวด้วย

แฮงค์รุนแรง

แถมกลุ้มใจอีกต่างหาก

สี่ปัจจัยนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในคราวเดียวกัน เพราะมันมักจะส่งผลให้วันนี้ทั้งวันถึงกาลวิบัติ จะยกตัวอย่างก็คงจะเป็นแบบเดียวกับวันที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม รถไฟฟ้าบีทีเอสประกาศขึ้นค่าโดยสาร กระทรวงการคลังประกาศลดดอกเบี้ย และสภาพัฒน์ฯ ประกาศตัวเลขการส่งออกไตรมาสที่สามติดลบไปพร้อมๆ กันล่ะมั้ง

ที่แน่ๆ วันนี้ไม่โอเคเลย

อ้าว ตื่นแล้วเหรอพระนาย" เขาหันไปตามเสียง เจ้าของประโยคทักทายนั้นก็คือบีม เพื่อนสนิทของตัวเองที่ยืนโชว์ร่างขาวๆ กำยำพอประมาณ ใต้เสื้อคลุมอาบน้ำสีเทา มือก็เช็ดผมไปด้วย ไหนมึงว่าจะตื่นสักบ่ายสาม"

นี่พระนายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ร่างกายของเขาสั่งการโดยอัตโนมัติให้เอี้ยวตัวมองทางขวามือ แล้วก็พบนาฬิกาปลุกดิจิตัลเรือนหนึ่งตั้งอยู่บนหัวเตียง บอกว่าตอนนี้เป็นเวลา 11...25 ...

วันนี้วันที่เท่าไร"

“29 มิถุนายน พุทธศักราช 2557"

“…" วันที่ยี่สิบเก้าแล้วเหรอ ทำไมเขาจำไม่ได้เลย

มึงกำลังจะบินไปลอนดอนคืนนี้ การบินไทย ไฟลท์ตีหนึ่ง แล้วมึงก็บอกให้กูไปส่งที่สนามบินสุวรรรณภูมิด้วย เผื่อว่ามึงจำไม่ได้"

พระนายก็จำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ เขาขยับแว่นและลุกขึ้นมานั่งบนเตียง มองจากสภาพรอบตัวแล้ว เห็นได้ชัดว่าหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น เช่น เขามาหาบีมในชุดทำงาน (เมื่อวานเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและเนกไทสีเขียวอ่อน ซึ่งตอนนี้มันกองอยู่บนพื้น) เขาขว้างกุญแจรถทิ้ง (ตกอยู่ข้างๆ โต๊ะหัวเตียงเขาน่าจะเมามาก (ไอ้บีมก็น่าจะเมาอยู่ด้วยกัน) และด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง เขาน่าจะนอนค้างกับไอ้บีมที่นี่ตลอดคืนในสภาพหมิ่นเหม่เหมือนกับได้อึ๊บกันไปแล้วหลายยก (แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะเขารู้จักสภาพร่างกายของตัวเองหลังผ่านกิจกรรมเข้าจังหวะดี แม้จะไม่ได้ปฏิบัติมาเป็นเวลานานแรมเดือนแล้วก็ตาม)

เมื่อคืนกูมาหามึงทำไม"

"มึงถังแตก"

"ไม่ใช่ละ เงินในบัญชีกูยังอยู่ครบสิบหลัก"

"เหม็นกลิ่นคนรวยจริงโว้ย"

บีมไม่สนใจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาต่อ หันไปค้นลิ้นชักแล้วโยนแผงวิตามินบีสิบสองที่ช่วยแก้แฮงค์ให้ พระนายก็รีบตะครุบก่อนจะตะเกียกตะกายลงจากเตียงเพื่อไปหาน้ำดื่ม

ตอนนี้เขาอยู่ในห้องนอนในคอนโดของบีม ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกกว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั่งนิ่งเพื่อตั้งสติ มองเจ้าของห้องที่ค่อยๆ ไล่เก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งเรี่ยราดไปโยนลงตะกร้ารอซักที่วางอยู่ริมประตูทางเข้าห้องครัวอย่างใจเย็น

บีม ได้ยินที่กูถามหรือเปล่า

เพื่อนมองกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ เออ ได้ยินแล้ว พอใจขึ้นหรือยัง” 

ต้องดื่มเหล้ามากแค่ไหนถึงจะเบลอจนจำอะไรแทบไม่ได้ พระนายก็ไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่ได้ดื่มหนักขนาดนี้มานานมากแล้ว บีมเดินตรงเข้ามาหาแล้วนั่งข้างเตียงที่มีผ้าปูเตียงทอจากผ้าไหมเนื้อละเอียด พระนายเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองใส่เสื้อยืดลายมินเนี่ยนกับบอกเซอร์ลายธงชาติอังกฤษของบีม ข้างในโล่งๆ โหวงๆ ไม่ได้ใส่อะไรเลย อือ เมื่อคืนคงหนักมากจริงๆ

ขอบุหรี่สักตัวสิ เผื่อจะหายมึน"

ห้องนี้ปลอดบุหรี่ จะสูบบุหรี่เชิญที่ระเบียงครับคุณชายมันยื่นให้ แต่ขณะเดียวกันก็เบี่ยงเบนความสนใจของเขาด้วยการเอาคว้าผ้าเช็ดตัวเปียกๆ ที่พาดอยู่บนคอผืนนั้นมาโยนใส่หัวแล้วเอามือขยี้ซ้ำบนเรือนผมเป็นเชิงหยอกเย้า มึงจำอะไรไม่ได้ก็ดีแล้ว"

ทำไมล่ะ"

บีมไม่ได้ตอบทันที แต่นั่งลงบนเตียงข้างๆ เพื่อนสนิทแล้วใช้ผ้าผืนเดิมช่วยเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่ยังมีคราบโปรตีนแห้งกรังเกาะอยู่บ้าง

มึงไปอาบน้ำล้างหน้าล้างขี้ตาหน่อยเหอะไป"

พระนายดึงผ้าเช็ดตัวบนหน้าออกด้วยความรำคาญ มึงบอกกูมาเถอะ สรุปว่าเมื่อคืนกูเอาปัญหาอะไรสักอย่างมาระบายให้มึงฟัง แล้วก็แดกเหล้าจนเมาเป็นหมาไม่รู้เรื่องอยู่นี่ใช่ไหม"

"ก็ทำนองนั้นแหละ...แต่มึงยังเล่าไม่ทันจบนะ"

"เดี๋ยว ขอคิดก่อนนะว่าเรื่องอะไร" เมื่อคืนเขาซัดอะไรเข้าไปบ้างนะ ถึงได้ตื่นมาสมองว่างเปล่าเหมือนถูกมนุษย์ต่างกาวลักพาตัวอย่างนี้

ไม่ต้องคิดก็ได้ ชักช้าว่ะ กูเตือนสติให้มึงเอง...เมื่อคืนมึงว่า จู่ๆ พ่อเชฟหมีขี้อ้อนของมึงก็กลายร่างเป็นหมีอารมณ์เสีย แล้วพานบอกว่าติดงาน ไม่ให้มึงไปหาที่ลอนดอนแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็สัญญากันไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะอยู่ด้วยกันในช่วงหยุดวันชาติตลอดทั้งสัปดาห์ มึงก็เลยโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเพราะอุตส่าห์เร่งเคลียร์งานจนเสร็จแล้ว แถมพอโทรกลับไปถามเหตุผลให้ชัดๆ ก็พบว่าคนที่อ้างว่ายุ่งนั่นกำลังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในงานปาร์ตี้บีมร่ายยาวให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ พระนายมึนงงเหมือนถูกรถไฟชนแล้วก็ร้องครางเบาๆ

อ้อ เออ ใช่"

พอนึกออกแล้วก็เจ็บจนจุก ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆ พระนายไม่คิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าถ้อยคำที่เขาพูดออกไปเพียงไม่กี่พยางค์จะทำให้คนตัวใหญ่แต่ขี้ใจน้อยต้องน้อยใจ แล้วเป็นเหตุให้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งใหญ่โตอย่างนี้ [u1] 

เพื่อนสนิทลูบหัวปลอบใจ บางเรื่องจำไม่ได้ซะจะดีกว่านะ"

พระนายที่ลุกขึ้นมานั่งแล้วเกิดอยากนอนอีกรอบจึงทิ้งตัวลงไปกับฟูก หมอนที่เขาหนุนมีกลิ่นแชมพูของบีมติดอยู่จางๆ เช่นเดียวกับที่นอนที่มีกลิ่นอายของเพื่อนอวลอยู่ เขารู้ว่าเมื่อคืนนี้เขานอนอุ่นและหลับสบายเพราะถูกแขนของอีกฝ่ายกกกอดไว้ตลอดทั้งคืน 

เขาไม่ได้ถูกใครกอดนอนมาก็สองเดือนกว่าแล้ว นอกจากธีโอดอร์ก็มีบีมนี่ล่ะที่ทำให้เขาหลับลึกได้ขนาดนี้

เพื่อนสนิทที่ยังไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัวขยับตามมาคร่อมเขาไว้ทางด้านบน แววตาของบีมมองหน้าเขาอย่างกับจะล้อเลียน

นี่มึงน็อคจนลุกไม่ไหวหรือหมดแรงใจกันแน่"

กูยังแฮงค์อยู่!"

พระนายผู้ก้าวผ่านวันเกิดปีที่สามสิบเอ็ดไปแล้วและกำลังก้าวต่อไปยังเลขสามสิบสอง จะยังอึดหลังจากกินเหล้าหนักๆ เหมือนตอนอายุยี่สิบปีก็คงเป็นไปไม่ได้ พอนึกถึงอายุเขาก็ไม่อยากนับมันเลย เพราะอย่างไรเขาก็ก้าวนำเด็กคนนั้นไปเป็นสิบปีเสมอ ถึงแม้ว่าหัวเขาจะยังไม่หงอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่คั่นกลางระหว่างเขากับธีโอดอร์ในตอนนี้ก็คือช่องว่างระหว่างวัย ซึ่งมันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาทะเลาะกัน แต่ธีโอดอร์คงไม่เข้าใจหรอก ใครล่ะจะมาเข้าใจความกลุ้มใจของพระนายได้ดีกว่าตัวเขาเอง

คนที่สมควรจะลุกไปเป่าผมกลับโถมน้ำหนักตัวลงมานอนข้างๆ กลิ่นแชมพูของบีมเป็นกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ อุณหภูมิจากร่างกายของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็ช่วยทำให้เตียงอุ่นขึ้น (และเปียกหน่อยๆ ด้วย) พระนายจึงพลิกตัวตะแคงเข้าหาอีกฝ่าย เกิดความรู้สึกอยากจะอ้อนใครขึ้นมาสักคน อยากได้รับการปลอบใจสักนิด และก็ดูเหมือนคนข้างๆ จะเข้าใจเขาดี จึงพลิกตัว หันมามองหน้า แล้วก็เล่นผมของเขาบ้าง

สภาพของเราเหมือนผัวเมียทะเลาะกัน แล้วกำลังจะแก้ปัญหาด้วยการเอากันเลย รู้ไหมวะนาย"

แทนที่พระนายจะถอยห่าง กลับนึกอยากจะอ้อนเพื่อนให้มากขึ้นด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนสนิทหรอก แต่ก็อยากได้รับการสัมผัสตัว อยากรู้สึกตัวเองยังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ อยากให้มั่นใจว่ามีคนที่คอยรับฟังและเป็นห่วงเป็นใยเวลาที่ท้อแท้ เพราะพระนายรู้ว่าตัวเองจะได้รับความใส่ใจจากบีมอยู่เสมอ

แต่กับอีกคน เขาเริ่มที่จะกลัวและคลางแคลงใจขึ้นมาแล้ว

ความห่างไกลกำลังกัดกินเขา บางทีพระนายก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองจะใช้ชีวิตแบบหุ่นยนต์นี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

เขาเบียดตัวเข้าหาร่างอุ่นๆ นั้นอีกนิด บีมเองก็กอดเขาเอาไว้ ในสายตาพระนาย เพื่อนของเขาไม่ได้เซ็กซี่อย่างที่ตัวมันคิดหรอก...แค่ตัวมันอุ่นดีเท่านั้น

“ถ้าไม่มีอะไรทำ วันนี้ไปที่เฝ้าร้านด้วยกันไหมล่ะ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน” บีมเอ่ยชวน มันคงเป็นห่วง

ขอพักหน่อยเถอะ อาทิตย์ที่ผ่านมากูวุ่นอยู่กับงบการเงิน ตัวเลขไม่สวยเท่าไร ปวดหัวทั้งอาทิตย์เลย”

แถมยังทะเลาะกับหมีน้อยอีกด้วย"

เขาโกรธกูเอง กูจะไปทำอะไรได้"

งั้นก็ไม่ต้องไปหาสิ เขาอาจจะยุ่งจริงๆ ก็ได้นี่นา ปกติอยู่ดีซีก็ต้องเรียนไปทำงานไป นี่ต้องบินด่วนมาลอนดอน แถมอยู่แค่อาทิตย์เดียวก็ต้องบินกลับไปดีซีด้วยกันอีก ถ้าเป็นมึง มึงก็คงจะรู้สึกเหนื่อยเหมือนกันแหละ"

ไม่ล่ะ กูคิดเสียว่าไปพักผ่อนที่ลอนดอน"

คนเดียวน่ะเหรอ"

คนเดียว"

ไหนๆ ก็คิดว่าจะไปคนเดียวอยู่แล้ว มึงแคนเซิลตั๋วไปดีซีสิ พักผ่อนที่ลอนดอนจนหนำใจแล้วก็จะได้กลับไทยเสียเลย"

เขาไม่ตอบ แล้วก็ไม่คิดจะยกเลิกตั๋วด้วย เพราะตราบใดที่ยังมีโอกาสจะคืนดีและได้เจอกันอยู่ แม้เพียงน้อยนิด พระนายก็ยังอยากจะรักษามันเอาไว้ ใครจะหาว่าเขาปากอย่างใจอย่างก็ไม่แคร์หรอก

อยากให้กูไปเป็นเพื่อนด้วยหรือเปล่ามือนิ่มๆ ของมันยังคงเล่นผมของเขาอยู่ อาจารย์หนุ่มชักรำคาญจึงปัดออกไป แต่บีมก็หัวเราะหึๆ และเซ้าซี้จะเล่นต่ออย่างไม่ยอมแพ้ จนพระนายขี้เกียจห้าม

แล้วใครจะเฝ้าร้านล่ะคุณผู้จัดการ ตอนนี้มึงไม่ใช่พนักงานธนาคารแล้วนะอย่าลืมสิ ร้านก็ต้องเฝ้า เด็กก็ต้องดู ไหนจะวีซ่า ไหนจะตั๋วไปอังกฤษ หาทันเหรอป่านนี้"

ก็มึงเล่นมาอ้อนเสียน่าสงสารขนาดนี้ ถ้าไม่อยู่เป็นเพื่อนเดี๋ยวก็จะหาว่าใจดำอีก เอาเป็นว่าถ้ามึงเปลี่ยนใจอยู่กรุงเทพฯ ก็มาค้างที่นี่จนกว่าจะสบายใจละกันว่าแล้วมันก็ยกตัวขึ้นแล้วจูบขมับของเขาอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกที่ถูกเพื่อนจูบอย่างนั้น ถึงจะแปลกๆ แต่ก็ทำให้พระนายอุ่นใจ

ขอบใจ แต่มึงเอาเวลาไปอยู่กับจิระเถอะ รายนั้นก็ขี้เหงา"

คราวนี้บีมหัวเราะหึ

โอ๊ย เจ้าจีหนีกลับออสเตรเลียไปตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว ช่วงนี้ติดโนอาห์แจเลย กูงี้ไม่มีความหมายหรอก"

ไปทำไรที่ออสเตรเลียวะ ตามพ่อแม่กลับบ้านเหรอ"

เปล่า เขาไปเที่ยวบ้านเชสเตอร์ด้วยกัน"

ได้ติดต่อกันบ้างไหม"

ก็คุยกันอยู่ เมื่อคืนโทรไปหาตอนที่ทางนั้นกำลังมันสุดเหวี่ยงกับปาร์ตี้พอดี แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถึงเวลาเดี๋ยวก็กลับมาเอง ขอแค่อย่าให้จับได้ว่าแอบไปเล่นปุ๊น พี้ยาอะไรก็พอใจแล้ว"

เด็กพวกนี้นี่นะ! ฟังถึงตอนนี้แล้ววิญญาณครูบาอาจารย์ก็ประทับร่าง แต่บีมไม่ปล่อยให้เขาคิดแบบนั้น น้ำเสียงของมันจริงจังขึ้น

ฉันก็พูดไปงั้นแหละน่า อันที่จริงน่ะ จีเขาบอกว่าช่วงนี้คงไม่ค่อยได้เจอกัน จะขอไปอยู่เป็นเพื่อนโนอาห์ รายนั้นชีวิตกำลังลำบาก เพราะพ่อแม่กำลังจะหย่ากัน ฟ้องหย่าเสียด้วย โนอาห์น่ะคงกลุ้มใจมาก ส่วนจีกับเชสเตอร์เป็นห่วงก็เลยชวนกันไปเที่ยวบ้านเชสเตอร์สักพักจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย"

พระนายรู้สึกสงสารขึ้นมาทันที บ้านโนอาห์น่ะหรือ ก็เหมือนเคยเห็นว่ารักกันดี"

ฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดนักหรอกนะ เรื่องเกิดเมื่อสักสองเดือนก่อน..” น้ำเสียงของบีมฟังดูเศร้า วันนั้นโนอาห์โผล่มาจีที่คอนโดนี้ตอนตีสาม ตอนได้รับโทรศัพท์ก็สังหรณ์ใจไม่ดีแล้ว พอโนอาห์เห็นหน้าเจ้าจีเท่านั้นก็โผเข้ากอดแล้วร้องไห้ จับใจความได้ว่า แม่ของโนอาห์ที่อยู่ที่เมลเบิร์นแอบคบชู้ แล้วก็เอาเงินไปปรนเปรอชู้จนถูกจับได้ ทะเลาะกันใหญ่โต สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ ถึงขั้นต้องฟ้องหย่ากัน”

โอ้ มาย ก๊อด

"การแต่งงานนี่ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้นะ" พระนายเปรยขึ้นเมื่อได้ฟัง

สมัยนี้ใบทะเบียนสมรสก็คงไม่ต่างอะไรกับสัญญาการแบ่งสินสมรสในอนาคตนั่นแหละมั้ง

คิดแล้วเขาก็ผุดลุกขึ้นนั่ง บีม มึงคิดยังไงกับคำว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิดวะ"

ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ ดูแม่ของโนอาห์ก็ได้"

กูไม่ได้หมายถึงเกินเลยจนถึงขั้นสวมเขา"

อ้าว...ก็ยังจริงอยู่ดี ดูจากเรื่องของมึงไง"

คำตอบที่ได้ราวกับโดนหมัดตรงต่อยเข้าที่แก้มซ้าย หัวใจของเขาหล่นวูบ คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ"

เมื่อวานเขาโทรหาธีโอดอร์ หากใครคนหนึ่งก็บอกว่าคนรักของเขากำลังคั่วเด็กอยู่ แม้ไม่อยากเชื่อแต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้จริงๆ

เพื่อนสนิททำหน้าประหลาดใจ กูไม่ได้หมายถึงมึงกับเท็ด กูพูดถึงมึงกับคนที่แล้วๆ มาต่างหาก อย่ามาทำเป็นลืมสิ ไม่ใช่มึงหรือไงที่ทำผู้ชายร้องไห้มาแล้วนักต่อนัก ย้ายที่ทีหนึ่งก็เปลี่ยนแฟนทีหนึ่ง อยู่ที่ไหนก็สปาร์กที่นั่น แต่ของมึงเนี่ยเขาไม่เรียก รักแท้แพ้ใกล้ชิดนะ แต่เป็น รักแท้แพ้ความติสต์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าสันดานเสีย"

เออ นั่นก็จริงอยู่

เด็กคนที่กดรับโทรศัพท์ของเท็ดดี้น่ะ เขาพูดว่าเท็ดดี้กำลังคั่วเด็กในงานปาร์ตี้อยู่"

แล้วมึงเชื่อ? มึงเชื่อคำพูดของใครก็ไม่รู้ แต่ไม่ยอมเชื่อใจเด็กที่รักมึงมาตั้งแต่เขาอายุแปดขวบเนี่ยนะ นี่มึงบ้าหรือเปล่าครับคุณพระนาย"

กูไม่รู้ว่ะ นี่ขออะไรมากินแก้แฮงค์อีกหน่อยได้ไหม กูปวดหัว"

บีมลุกจากเตียงแล้วดึงเขาให้ลุกขึ้นมาด้วยกัน อาจารย์หนุ่มก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่พอลุกได้แล้วบีมก็จับมือพระนายไปโอบรอบเอวของตัวเองก่อนที่มันจะกอดเขากลับจนแน่น

เฮ้ย เกือบลืมไปแล้ว เมื่อคืนนี้มึงยังเล่าให้กูฟังไม่หมดเลยนะ นอกจากเรื่องวันชาติแล้วก็ปาร์ตี้นั่น ตอนนี้มึงควรบอกมาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นอีก เพราะถ้าไม่ยอมบอกดีๆ กูจะโทรไปยกเลิกตั๋วลอนดอนของมึงเดี๋ยวนี้ แล้วที่แน่ๆ มึงจะไม่ได้พาสปอร์ตของมึงคืนไปด้วย แล้วถ้าไม่มีพาสปอร์ต อย่างมากมึงก็ไปได้แค่เชียงใหม่เท่านั้น เอ้า จะเอายังไงไอ้นาย เลือกมา"

 

===========


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น