[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 26 : #Lovewins [Cross Universe กับเรื่อง Carta Visa] Ep.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ส.ค. 59

ย้อนความคิดของตัวเองกลับไปเมื่อวานนี้ เวลานั้นพระนายกำลังยุ่งจัด

ปวดหัวจนไมเกรนจะขึ้น

กดดันจนไม่อยากพลิกดูงบการเงินของบริษัทแผ่นต่อไป

ไม่อยากอ่านสัญญากู้ยืมที่ธนาคารส่งมาให้

เครียดจนอยากโยนเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นทิ้ง

พูดง่ายๆ คือ ณ จุดนี้ อยากจะปลุกพี่ณิช[u1] ให้ฟื้นขึ้นมาจากหลุมแล้วคืนมรดกให้

การเป็นกรรมการบริษัทมหาชนที่มีทรัพย์สินในมือกว่าหมื่นล้านบาทไม่ใช่เรื่องสวยหรูเหมือนละครช่องฟรีทีวี อันที่จริงแล้วชีวิตยุ่งยากกว่านั้นมาก เขาต้องตื่นขึ้นมาเพื่ออ่านหนังสือพิมพ์อย่างน้อยห้าฉบับ ทั้งของไทยและต่างประเทศ อ่านข่าวเศรษฐกิจและการลงทุน รวมไปถึงบทวิเคราะห์ทุกบรรทัดไม่ให้ตกหล่น อ่านรายงานที่เลขาฯ เตรียมไว้ให้ทุกเช้า ตามงานให้ทันก่อนที่ทุกคนจะเริ่มงาน ตรวจเช็คนัดหมาย โทรหาเลขาฯ อ่านวิเคราะห์และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่กำลังดำเนินการ พบหุ้นส่วนธุรกิจบ้าง ไปกินข้าวกับนักการเมืองบ้าง ออกกำลังกาย แล้วก็เข้านอนอย่างเดียวดาย นี่ยังไม่รวมกรณีมีอีเวนต์พิเศษสำหรับลูกค้าระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่พระนายจำเป็นต้องเอาตัวเองไปต้อนรับขับสู้อีก

สิ่งเดียวที่พระนายทำแล้วมีความสุขอยู่บ้างก็คือ...ตำแหน่งอาจารย์พิเศษที่ทางมหาวิทยาลัยมาขอร้องให้ไปสอนนักศึกษาภาคอินเตอร์สัปดาห์ละสามชั่วโมง ทั้งๆ ที่ยุ่งมากแต่พระนายกลับรับงานที่มีค่าจ้างสี่หมื่นกว่าบาทต่อเทอมอย่างเต็มอกเต็มใจ

เขาคิดถึงชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัย คิดถึงช่วงเวลาที่เขาตรวจการบ้านและตรวจข้อสอบ คิดถึงการไปคุมร้านในช่วงเย็น นั่งจิบเบียร์กับลูกค้า แต่แอบมองหน้าหล่อๆ ของเชฟลูกครึ่งที่มีอีกฐานะหนึ่งเป็นคนรักของตัวเอง ขับรถกลับบ้านด้วยกัน มีเซ็กซ์ด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็หลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน

บีมเคยแซวว่าเขาจิตตกเพราะขาดเซ็กซ์ ไม่มีเด็กมาให้เคี้ยวกรุบกริบแล้วชีวิตเหี่ยวเฉา มาลองคิดดีๆ ก็อาจจะจริงก็เป็นได้ แต่ถ้าเขาจะได้รับการปรนนิบัติทางกายจากผู้ชายคนอื่นแล้วส่งผลต่อความมั่นคงทางใจระหว่างเขากับธีโอดอร์ พระนายยอมนอนเหงาคนเดียวเสียดีกว่า

ไอ้บีมไม่ยอมแพ้ มันบอกว่ามี ชู้ทางใจ เฉยๆ ก็ยังดี เอาไว้มองหน้าให้หัวใจเบิกบาน เขาจึงสวนกลับไปว่า ชู้ทางใจแบบที่บีมเคยเป็นกับอดีตรุ่นพี่ที่ชื่อนทีน่ะเหรอ ไอ้บีมเลยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วไม่ถามเรื่องนี้อีก แต่เนื่องจากอันที่จริงตัวเขาเองก็ไม่มีพยานหลักฐานอะไรในเรื่องนี้ เขาก็ไม่ซักไซ้ต่ออีกเช่นกัน 

 

วันนั้นเป็นวันที่เขาจิตตกอีกวันหนึ่ง วันที่ยี่สิบหกมิถุนายน ใช่แล้ว คืนนั้นเขาฝันถึงธีโอดอร์ ฝันว่าเด็กคนนั้นกลับมาหาโดยไม่ได้บอกก่อน พระนายดีใจมาก และขณะที่กำลังนัวเนียกันอยู่ เขาก็ตื่นจากความฝันและพบว่าตัวเองนอนอยู่คนเดียว

ครั้งพอตกสาย อดีตอาจารย์หนุ่มก็ต้องหงุดหงิดที่งานไม่เป็นดังใจอีก พี่พุฒิก็โผล่มากวนโมโห พี่สิทธิ์ก็ส่งตัวเลขภาษีที่จะต้องจ่ายสรรพากรมาให้ เลขาฯ เอาแฟ้มงบการเงินมาตั้งพร้อมกับกระซิบว่ากรรมการบริษัทคนหนึ่งตั้งตัวเป็นอริกับเขา แถมดูเหมือนจะพยายามปั่นหัวบอร์ดคนอื่นๆ อยู่อย่างลับๆ[u2] 

พอบ่ายคล้อย เขาก็พบว่าตัวเองลืมกินข้าวเที่ยงเป็นครั้งที่สามของสัปดาห์ และกระเพาะอาหารก็ทำท่าจะโยเยอีกตามเคย ตอนนั้นเองที่มีโทรศัพท์โทรเข้ามายังเบอร์ส่วนตัวของเขา และพอกดรับเท่านั้น ปัญหาและความอ่อนล้าที่ผจญมาตลอดครึ่งวันเช้าก็เหมือนจะสูญสลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อเจ้าของสายก็คือธีโอดอร์ซึ่งเดินทางไปทำงานเป็นกรณีพิเศษที่ลอนดอน

น้ำเสียงคนรักของเขาจากปลายสายดูมีความสุขมาก พระนายจึงถามว่าอยู่ที่ไหนกัน เพราะเสียงรอบตัวดังมาก ซึ่งฟังดูคล้ายกับการปราศรัยอะไรสักอย่าง ยังไม่ทันอ้าปากถาม ก็ถูกแทรกด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แม้แต่ธีโอดอร์เองก็พลอยร้องว่าขอบคุณพระเจ้า 

พระนายจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ปลายสายไม่ได้ตอบกลับ แต่ได้ยินคล้ายกับกำลังจะร้องไห้ มันทำให้เขายิ่งรู้สึกร้อนรนและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พระนายครับ พระนายรู้ใช่ไหมว่าผมรักพระนาย ผมรักพระนายมาตลอดชีวิตของผม"

แปลกจัง อยู่ๆ ก็บอกรักกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อดีตอาจารย์หนุ่มรูปหล่อกำลังจะตอบอะไรหวานๆ ไปบ้าง แต่เลขาฯ ก็ดันโผล่เข้ามาในห้องพอดี เขาจึงทำได้แค่ส่งเสียง อือ จนกระทั่งเลขาฯ เดินกลับออกไป บทสนทนาถึงได้ดำเนินต่อ

พระนาย มันฟังดูกะทันหันมากแต่ว่า Will you marry me?"

ตอนแรกสมองไม่ทันประมวลผลเพราะนึกว่าหูฝาด แต่น้ำเสียงอีกฝ่ายก็ดูจริงจังมาก CPU ในหัวของพระนายทำงานเร็วจี๋ คิดคำนวณไปหมดสารพัดสิ่ง แต่ปากกลับพูดออกไปเร็วกว่า

นึกยังไงมาถามเรื่องนี้"

“Will you marry me, Phra-Naii?"

น้ำเสียงฟังดูจริงจังมากขึ้น ทั้งอ่อนหวาน ทั้งเว้าวอน ทั้งบีบบังคับอยู่ในที พระนายรู้สึกได้ทันทีว่าทางนั้นซีเรียสจะเอาคำตอบให้ได้ หากมันเป็นเรื่องที่ใครควรจะมาถามกันทางโทรศัพท์ไหม

หมายถึงจัดงานแต่งหรือจดทะเบียนสมรส"

“Both."

เท็ด นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะมาถามกันง่ายๆ นะ ขนาดผู้หญิงผู้ชายเขาจะแต่งงานกัน เขายังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย จะให้ตอบ เยสหรือ โนแบบกะทันหันแบบนี้มัน..."

“Will you marry me, my love? Have you ever thought of spending our lives together until the day we die?"[T3] 

“Yes, I have…for the second question...” นี่มันเรื่องอะไรกัน พระนายหัวหมุนไปหมด ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายถูกธีโอดอร์โกรธที่ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องยากๆ ได้ในทันที แต่พี่กำลังจะขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมก็ได้ที่จะรีบตัดสินใจเรื่องนี้กันในตอนนี้ ให้เวลาพี่อีกหน่อยได้ไหม รอจนทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน

พี่นายเป็นซีอีโอแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องแต่งหรือไม่แต่งครับถ้าพี่กลัวว่าทะเบียนสมรสของเรามันจะขึ้นหน้าปกนิตยสารฟอร์บส์ เอเชียล่ะก็ ลืมไปได้เลย การแต่งงานของเราเกี่ยวกับเราแค่สองคน ไม่ใช่บริษัท ไม่ใช่สังคม นอกเสียจากว่าพี่นายจะเอาเรื่องนี้ไปทำมาร์เก็ตติ้งเสียเอง!"

พระนายอึ้ง น้ำเสียงแดกดันของธีโอดอร์ทำให้ความรู้สึกของเขาดำดิ่งลงไปใต้พื้นโลก ความกดดันแผ่เป็นวงอยู่รอบๆ ตัวและค่อยๆ กลืนกินตัวเขาเข้าไปจนหมด

เท็ดดี้ ฟังพี่ก่อนเถอะ ถ้าเราจะพูดกันเรื่องนี้ ไว้เจอหน้าแล้วคุยกันจะดีไหม ค่อยๆ ตัดสินใจด้วยกันอีกที พี่ไม่อยากสัญญาในสิ่งที่ทำลงไปแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอก"

ไม่ต้องแล้วครับ มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เพราะผมจะไม่บังคับให้พระนายทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ” 

คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้เขารู้สึกราวกับถูกตบ เจ็บใจเพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดตรงไหน พระนายไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ด้วยความคิดชั่วแล่นอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้ แล้วทำไมคนที่สมควรจะรู้มากที่สุดกลับไม่เข้าใจ

พรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว พี่จะบินไปหาเราไง ไม่ได้ลืมใช่ไหม"

ไม่ต้องมาก็ได้ครับ ผมติดงาน"

อ้าว พระนายรู้สึกวูบในอก ความไม่พอใจก็แล่นเป็นริ้วขึ้นมาทันที คนที่ต้องเคลียร์งานเพื่อไปหาธีโอดอร์ที่ลอนดอนคือพระนายนะ จู่ๆ มาเลิกนัดกะทันหันแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ไหนเราบอกพี่ว่าตั้งแต่วันนี้ไปก็จะว่างทั้งสัปดาห์"

ธีโอดอร์เงียบไปพักใหญ่ พระนายเองก็เงียบด้วย ความรู้สึกน้อยใจท่วมเข้ามาในอก ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ไม่ให้พูดอะไรที่จะทำให้เรื่องแย่ไปกว่านี้

นี่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ของตัวเองหรืออย่างไร อยากจะรู้นัก

"เราไม่เจอกันสักพักดีกว่า"

"อ้าว!?!"

"ขอเวลาผมทบทวนอะไรหน่อย"

ใบหน้าของเขาชาวาบเมื่อได้ฟังถ้อยคำนั้น หัวใจที่เจ็บอยู่แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความปวดหนึบ สมองกรีดร้องอึงอลว่านี่มันความผิดของเขาอีกแล้วใช่ไหม

"นี่คงไม่ได้เอาเรื่องที่ถามมาเป็นอารมณ์ใช่ไหม"

"พระนายคิดเผื่อผมไว้แล้วนี่ครับ เซย์โนทันทีแบบไม่ต้องคิดอะไร ก็คงเพราะตัดสินใจล่วงหน้าเอาไว้นานแล้ว"

"ธีโอดอร์..."

แล้วธีโอดอร์ก็วางสายไปโดยไม่มีแม้แต่คำลา พระนายทั้งโกรธทั้งน้อยใจจนไม่มีสมาธิทำงาน เขาใช้เวลาเป็นชั่วโมงรอจนตัวเองใจเย็นลง แล้วจึงโทรกลับไปอีกสองครั้ง แต่ไม่มีคนรับสายทั้งๆ ที่โทรในเวลาที่คุยกันตามปกติอยู่ทุกคืน

จะหลบหน้ากันอีกก็ตามใจ เขาบอกตัวเองอย่างนั้น

เขาเสียใจที่ถูกมองว่าคิดถึงแต่ตัวเอง

แต่อันที่จริงใครกันแน่ที่คิดถึงแต่ตัวเอง ใครกันแน่ที่ไม่ยอมรับความจริงว่าชีวิตคู่ไม่ได้สำคัญที่การแต่งงาน แต่มันคือการที่คนสองคนจะใช้ชีวิตที่ดีๆ เคียงคู่กันจนแก่เฒ่าโดยไม่จะเป็นต้องเกี่ยวข้องกับใบทะเบียนสมรสสักนิด         

ธีโอดอร์ยังเด็กอยู่ ถึงจะผ่านอะไรๆ มามากแต่เด็กก็คือเด็ก ในเมื่อพระนายเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ต้องเป็นฝ่ายอดทนรอให้เขาเข้าใจเองสินะ

เขาลองโทรหาธีโอดอร์อีกครั้งหนึ่งก่อนเข้านอน ต้องรอสายอยู่นานพอควรกว่าที่จะมีคนรับสาย เขาได้ยินเสียงเหมือนบรรยากาศงานปาร์ตี้ที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ คนที่รับสายบอกว่าธีโอดอร์กำลังคั่วเด็กอยู่ ไว้ค่อยโทรมาใหม่ในเช้าวันพรุ่งนี้

พระนายจึงถามคนที่รับสายว่าฉลองอะไรกันอยู่ ใครคนนั้นตอบว่า ฉลองที่ศาลสูงสหรัฐฯ อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีผลบังคับทั่วทุกรัฐของอเมริกา พระนายไม่ได้ดูโทรทัศน์บ้างเลยเหรอ 

พรุ่งนี้เช้าค่อยโทรมานะ เชฟเท็ดดี้น่าจะยุ่งทั้งคืน

เจออย่างนี้เข้าไปก็ไม่ต้องถามหรอกว่าพระนายจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถ้าใครเคยถูกรถสิบล้อพุ่งเข้าชนอย่างจังก็คงเข้าใจอาการของเขาเป็นอย่างดี

พระนายกล้ำกลืนความรู้สึกบัดซบเอาไว้ในอก เขาหมดอารมณ์ทำงานจึงเมลสั่งงานไว้กับคุณแอ๋ม เลขาฯ สาว แล้วซิงค์ข้อมูลต่างๆ ลงเครื่องแมคบุ๊กแอร์ ก่อนจะขับรถกลับบ้านไปเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทาง จากนั้นก็อุ้มกระเป๋าขึ้นท้ายรถ ตรงดิ่งมาหาบีมที่ร้าน ช่วยต้อนรับลูกค้า ทำของง่ายๆ กินกับบีม แล้วก็เริ่มดื่ม

 

โธ่ พระนายเอ๊ย @#$%$##” บีมสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อฟังเขาเล่าจนจบ ท่าทางอยากจะตามไปแหกอกธีโอดอร์ที่ลอนดอนเสียตอนนี้เลย นี่ถ้าเรื่องเกิดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วและเขาเอามาเล่าให้บีมฟัง ป่านนี้มันคงขอวีซ่าเข้าอังกฤษเพื่อไปกับเขาด้วยแล้ว แล้วยังจะไปหาไอ้เด็กเอาแต่ใจนั่นอีกทำไม ไม่ต้องไปหรอก อยู่กับกูเนี่ยแหละ" ไอ้บีมว่างั้น

ถ้าเป็นมึงมึงจะตอบยังไง สมมุติเป็นจีมาถาม"

ไว้ถามแล้วค่อยคิด แต่กูไม่พร้อมจะแต่งงานอยู่แล้ว -- ส่วนมึงน่ะ รีบเอาของออกจากกระเป๋าเลย ไอ้นาย ไม่ต้องปงไม่ต้องไปแม่งละลอนดอน" เพื่อนสนิทของเขาคำราม

กูจะไป" พระนายขัด "ต่อให้เจอหน้ากันแค่นาทีเดียวกูก็จะต้องไปคุยกับเขา การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขาก็ต้องรู้ด้วยว่าสำหรับกูแล้ว ชีวิตคู่แม่งไม่ได้มีแต่เรื่องทะเบียนสมรส"

มึงนี่ดื้อด้าน ห่า"

แล้วมึงจะไปส่งที่สนามบินไหมล่ะพระนายชักงอน เอาพาสปอร์ตของกูมาด้วย กูเรียกรถบริษัทให้มารับเองก็ได้"

ทำตัวน้อยใจเป็นเด็กอีกคนละบีมบ่นอย่างนั้นแล้วโยนผ้าเช็ดตัวให้ มึงลุกไปอาบน้ำได้แล้ว ไปช่วยที่ร้านให้หัวโล่งๆ ก่อน แล้วคืนนี้กูจะขับไปส่ง"

ฟังแล้วค่อยยิ้มออก

กูขอมึงแต่งงานน่าจะดี ต้องเป็นเมียที่ดีแน่ๆ"

ไอ้บีมชะงัก ขมวดคิ้วแล้วก็ยิ้มทะเล้น จดทะเบียนด้วยนะ"

เมื่อกี้ใครบอกว่าไม่พร้อมจะแต่งงานนะ"

ก็ไม่พร้อมน่ะสิ แต่มึงมีสินทรัพย์ส่วนตัวตั้งหลายพันล้าน กูแค่รอแบ่งสินสมรสก็คุ้มแล้ว เคยได้ยินไหมว่าหย่าผัวแล้วตั้งตัวได้ นี่กูยอมเป็นเมียมึงเลยนะ ยอมรับก็ได้ว่าหน้าเงินมาก ผัวครับ~~~แต่งงานกันนะ"

“@#%^&+$!” พอได้สบถหยาบคายสักสองสามคำ พระนายก็รู้สึกว่าหายแฮงค์ และยังมีแรงมากพอจะหักคอคนแล้ว

 

ลอนดอน

อดีตอาจารย์หนุ่มคณะเศรษฐศาสตร์เดินทางมาถึงลอนดอนในเวลาเจ็ดโมงเช้า เช็คอินเข้าพักโรงแรมที่เคยพักประจำ จากนั้นก็นอนเอาแรงให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง เขาเผลอหลับยาวพอสมควร อาจจะเพราะเหนื่อยล้าสะสมมาจากหลายๆ เรื่อง เมื่อตื่นขึ้นมาจึงรีบเก็บของ เช็คเอาท์ แล้วตรงดิ่งไปที่โรงแรมเล็กๆ ที่ธีโอดอร์พักอยู่ในย่านน็อตติงฮิลล์

พระนายตั้งใจจะเอาข้าวของไปไว้ที่ห้องของธีโอดอร์ก่อน แต่ปัญหาที่พบก็คือเขาเข้าเช็คอินไม่ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่ได้แจ้งการเข้าพักสองคน ดังนั้นทางแผนกต้อนรับจึงไม่อนุญาตให้พระนายขึ้นไปที่ห้องจนกว่าธีโอดอร์จะกลับมา เขาต่อรองว่าอย่างน้อยขอฝากกระเป๋าเอาไว้ที่โรงแรมก่อน แต่ทางโรงแรมไม่มีนโยบายรับฝากกระเป๋าเสียอีก สุดท้ายมหาเศรษฐีจากประเทศไทยอย่างพระนาย กลับต้องยอมลากกระเป๋าเดินแท่ดๆ ลงไปที่ทิวบ์และหยอดเหรียญเช่าล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าในสถานีน็อตติงฮิลล์เกทแทน

เขายังติดต่อธีโอดอร์ไม่ได้...ที่จริงคือได้ แต่ไม่มีโอกาสคุย ธีโอดอร์รับสายในขณะที่ห้องครัวกำลังอลหม่าน ที่บอกว่ายุ่งอยู่ก็คงจะยุ่งจริงๆ แต่ทำไมต้องมายุ่งเอาวันนี้ด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าพระนายจะเดินทางมาหา เขาจึงลองไปสำรวจร้านอาหารที่เจ้าตัวทำงานอยู่ ด้วยการเดินเลียบถนนฮอลแลนด์พาร์กที่ร่มรื่นไปด้วยหมู่ไม้ พระนายสังเกตเห็นรถราค่อนข้างแน่นขนัด ที่จอดรถในบริเวณนั้นต่างก็เต็มหมด จนหลายๆ คนต้องยอมเอารถไปจอดในสถานที่ที่ห่างออกไปหลายบล็อก

ผู้คนเดินมากันเป็นคู่ๆ ทั้งคู่หญิง-หญิงและคู่ชาย-ชาย ทุกคนล้วนแล้วแต่ดูมีความสุขจนแสดงออกทางใบหน้าและแววตา หลายคู่โอบกอดกัน จูบกัน หัวเราะด้วยกัน เมื่อเงี่ยหูฟังก็พอจับใจความได้ว่าแขกทุกคนที่มาร่วมงานปาร์ตี้ล้วนเป็นชาวอเมริกันเกือบทั้งหมด หลากหลายสำเนียง หลากหลายที่มา แต่ทุกคนก็เป็นหนึ่งเดียวกันบนพื้นฐานของความอิสรเสรีและความเท่าเทียมกันที่รัฐธรรมนูญได้มอบให้แก่ประชาชน พระนายค่อยๆ ดูดซับเอาความรู้สึกดีๆ นั้นไว้กับตัวเอง เขายินดีกับคนอื่น ทว่าในขณะเดียวกันภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาเมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและคนรัก

สำหรับธีโอดอร์ที่เติบโตมากับพร้อมความเป็นอเมริกันโดยเนื้อแท้ คำตัดสินของศาลคือชัยชนะของประชาชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้รับความเท่าเทียมมาตลอดสองศตวรรษ นับตั้งแต่วันที่อเมริกาประกาศอิสรภาพเป็นประเทศที่ไม่ขึ้นกับใคร

พระนายเข้าใจธีโอดอร์นะ เข้าใจดี แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือเรื่องที่ตัวเองถูกคิดว่าไม่รักนี่แหละ

ที่สำคัญเขาไม่อยู่ในสถานะคนที่จะตอบอะไรพล่อยๆ เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยได้ ธีโอดอร์น่ะ ถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นเด็กซุกซ่อนอยู่ในตัวเสมอ แต่พูดไปสองไพเบี้ย พระนายเลือกที่จะเงียบเสียก่อนในตอนนี้ แล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาเอาอีกที

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปปักหลักดูลาดเลาในร้านที่ธีโอดอร์ทำงานอยู่ เขาเห็นคนที่ต้องการพบอยู่ในนั้น กำลังพูดคุยกับคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าแจ่มใส  พระนายได้ยินพวกเขาคุยกันว่าวันนี้ปิดร้านเพื่อฉลองชัยชนะด้วยกัน

พระนายได้เห็นสีหน้า แววตา และรอยยิ้มหวานบาดใจของคนรักที่โปรยให้คนอื่นแล้วรู้สึกวูบอยู่ในอก ความรู้สึกของเขาที่ย่ำแย่อยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากคนอื่น เขาตัดใจไม่เข้าไปหาแล้วถอยกรูดออกมาตั้งหลักหน้าร้านอยู่ครู่ใหญ่ทีเดียว จากนั้นจึงบอกตัวเองว่าทำอย่างนี้ไม่มีประโยชน์

ที่ตรงนั้นไม่ได้ต้องการเขา...ธีโอดอร์ไม่ได้ต้องการเขา พระนายจะมาลอนดอนหรือไม่ ไม่ได้สำคัญอะไร

แต่ก็ยังอยากจะรอคอย อย่างที่บอกกับบีมไว้ แม้ได้คุยกันเพียงนาทีเดียว ก็อยากจะพยายามดู

เขาตัดสินใจเดินห่างออกมา ข้ามถนนแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งตรงข้าม กลิ่นหอมของกระเทียมและเนยสด เคล้ากับกลิ่นของกาแฟบดสดใหม่ทำให้เขารู้ตัวว่า เขาหิว

ที่จริงพระนายไม่อยากอาหารอะไรเลย แต่คงต้องกินอะไรบ้าง เพราะเขาไม่อยากมาปวดกระเพาะอาหารที่อังกฤษนี่แน่ๆ

เขาสั่งสวิสโรสไวน์ทานคู่กับสลัดอกไก่จานหนึ่ง

ผู้ชายที่สั่งอยู่ก่อนหน้าเขาเป็นชายผมบลอนด์ รูปร่างหนาใหญ่ ใต้สูทสวยเนี้ยบราคาห้าพันปอนด์ แม้มองจากด้านข้างก็เรียกได้ว่าน่าประทับใจ พระนายเหลือบเห็นนาฬิกาเรือนหรูราคาเฉียดหนึ่งล้านบาทโผล่ออกมาจากเสื้อสูท ถ้าไม่ใช่คนเล่นนาฬิกาที่มีรสนิยมจริงๆ จะไม่ใช้แบรนด์นี้ เพราะตัวพระนายเองก็มีอยู่เรือนหนึ่งเช่นกัน

เขาชักสนใจผู้ชายคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ

สวัสดีครับ"

เมื่อถูกทักเป็นภาษาไทยพระนายถึงกับสะดุ้ง ลืมเรื่องที่กังวลอยู่ชั่วขณะแล้วสบตากับดวงตาสีฟ้าดูขี้เล่น และรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ที่ทำให้พระนายเผลอยิ้มตอบโดยอัตโนมัติ เขาจงใจตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษแบบชิคาโก แต่ดูท่าจะตบตาไม่ได้ผล

ผู้ชายคนนี้อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับพระนาย ดูภูมิฐานเคร่งขรึม แต่พอยิ้มแล้วสีหน้าก็อ่อนโยนลงมาก

คุณสีหน้าไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

ผู้ชายคนนั้นยังคงพูดภาษาไทยกับเขา พลางหันไปจ่ายค่ากาแฟ รวมส่วนของพระนายด้วย ผิวขาวอย่างชนชาติตะวันตกของเขานั้นดูไม่เหมือนชาวอังกฤษทั่วไป โดยเฉพาะกลิ่นของคนมีเงินที่ฟุ้งออกมารอบตัว

ผมจะจ่ายค่าอาหารของผมเอง"

เปลี่ยนค่าอาหารเป็นการนั่งเป็นเพื่อนกับผมแทนได้ไหมครับ ผมมาคนเดียวเหมือนกัน

เขายิ้มทั้งปากและตา พระนายอยากทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน เขายังหันไปสั่งขนมหวานชิ้นเล็กๆ กับพนักงานเป็นภาษาที่พระนายฟังไม่ออก เยอรมัน ฝรั่งเศส? ไม่รู้สิ จากนั้นจึงหันมาบอกว่า

ร้านนี้มีเมนูพิเศษที่ใครได้ชิมก็ต้องยิ้มออกด้วยนะ" นี่พระนายกำลังถูกจีบเหรอ แต่ว่า...ไม่มั้ง แค่ใช้เวลานั่งคุยกันครู่เดียว รับรองว่าผมจะไม่ทำให้คุณไม่สบายใจหรอกครับ

บรรยากาศรอบตัวของคนคนนี้ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย พระนายหันไปมองร้านฝั่งตรงข้ามอีกรอบและตัดสินใจว่าการนั่งดื่มไวน์เป็นเพื่อนฝรั่งรูปหล่อคงไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เป็นฝ่ายคั่วใครนี่

ผู้ชายแปลกหน้าเป็นฝ่ายยกถาดเครื่องดื่มของเขาทั้งคู่ เดินนำไปที่โซฟาหนานุ่มริมกระจกร้านราวกับรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรๆ พระนายก็จะไม่ปฏิเสธคำเชิญของตัวเอง เขาเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างสุภาพและไม่ทำให้รู้สึกเคอะเขิน ก่อนที่จะนั่งลงอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ

สวิสโรสไวน์ คุณเลือกเครื่องดื่มแปลกดีนะ ไม่ค่อยมีคนดื่มพร้อมกับสลัด แต่ผมก็คิดว่ารสชาติก็ไปด้วยกันได้แหละ คนไทยมีนิสัยเอานั่นเอานี่มาผสมกันอยู่แล้ว"

เขารับไวน์จากบริกรแล้วรินให้พระนายด้วยตัวเอง พระนายคอยสังเกตทุกอากัปกิริยาของชายแปลกหน้าผู้มีมารยาทงาม มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่ไม่ใช่พวกเศรษฐีใหม่ แต่ท่วงท่ากิริยานั้นดูมีสง่าราศีเป็นธรรมชาติ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้หล่อกริบบาดตา แต่ชวนมองและหลอมละลายตัวตนของเขาเข้ากับบุคลิกหน้าตาจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ใครๆ ก็ยากจะลอกเลียนแบบได้

เขานึกถึงน้ำผึ้ง ไม่รู้สิ เขาว่าชายแปลกหน้าคนนี้ให้ความรู้สึกถึงความหวานของน้ำผึ้งที่ผสมกับอะไรแล้วก็กลมกลืนไปด้วยกัน ดื่มเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ

รู้ตัวอีกทีเขาก็เผลอมองหน้าของอีกฝ่ายนานเกินไปจนเสียมารยาท ...

"หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า"

พระนายอยากตอบว่า มีคำว่า 'เศรษฐีแปะอยู่กลางหน้าผากแต่ก็กลั้นคำพูดไว้

"มีจมูกหนึ่ง หูสอง ตาสีฟ้าสอง"

อีกฝ่ายยิ้ม "คุณนี่มีอารมณ์ขันกว่าที่คิดนะ คนไทยนี่อยู่ด้วยแล้วสบายใจดีนะครับ"

คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนไทย"

คนตรงหน้าเลิกคิ้วสูง ผมอยู่เมืองไทยมาสามสี่ปีครับ อีกอย่างในกระเป๋าสตางค์ของคุณมีบัตรทองการบินไทยอยู่น่ะ เดาไม่เห็นยากเลย"

พระนายตกใจอีกครั้ง คนคนนี้ตาไวอย่างกับเหยี่ยว เขาเปิดกระเป๋าสตางค์แค่ครั้งเดียวเอง และบัตรทองการบินไทยที่ว่าก็ไม่ได้โชว์หราอยู่สักหน่อยด้วย

อย่างนั้นเหรอครับ"

ชายแปลกหน้าพยักหน้า พระนายคิดว่าเขาหล่อมากจริงๆ หล่อแบบเย้ายวนให้คนอื่นๆ เป็นฝ่ายเข้าหาและเสนอตัวเอง เป็นคนประเภทที่ล่อให้คนอื่นติดกับด้วยรสหวานโดยไม่ให้เหยื่อรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย พระนายมองผู้ชายมาทั้งชีวิต (หมายความตรงตามตัวอักษร เขาไม่เคยมองผู้หญิงเลย) เรื่องบุคลิกบ่งบอกนิสัยแค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก รู้ตัวหรอกว่าถูกจีบ รู้ด้วยว่าคนคนนี้เอาความหวานเข้าหว่านล้อม แต่เขากลับไม่อยากปฏิเสธคำเชื้อเชิญนั้น

ใบหน้าหล่อเหลาผินมองไปด้านนอก คุณว่าโอบามาจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปไหม"

นี่เป็นบทสนทนาของคนที่เพิ่งรู้จักกันในร้านกาแฟหรือเปล่า"

คนแปลกหน้ายิ้ม ผมรู้ว่าอย่างน้อยคุณก็สนใจคำตัดสินเมื่อสามวันก่อนอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่สนใจปาร์ตี้ของร้านฝั่งตรงข้ามอย่างออกนอกหน้าขนาดนี้ สายตาคุณมองข้ามหัวผมไปตั้งสี่เลนนะ ให้ผมเดินไปส่งฝั่งตรงข้ามเลยดีไหมล่ะ"

เมื่อถูกจับได้ พระนายได้แต่ทำฟอดแฟดแก้เก้อ โอบามามีสิทธิ์เสียเสียงสนับสนุน เพราะเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวดี น่าจะส่งผลต่อคะแนนนิยมได้ ถึงแม้จะมีการอัดฉีดเงินเข้าไปหลายระลอกแล้ว ทำ QE ก็แล้ว ยกเลิก QE ก็แล้ว ผมมองว่าไม่ว่าจะพยายามเท่าไร แต่ถ้าสหรัฐยังแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะไม่ได้ก็ยากที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว เพราะกำลังซื้อที่แท้จริงยังไม่ฟื้น"

โอ้โห คุณอยู่กระทรวงการคลังเหรอทำตาใสใส่เขา ดูน่าหมั่นไส้น่าหยิกไม่ใช่น้อย แต่ว่าพอถูกยิ้มใส่พระนายก็รู้สึกได้เองว่าตัวเองฉุนเฉียวน้อยลง และทำให้อารมณ์ของเขาค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

นโยบายของเดโมแครตอาจจะไม่การันตีเก้าอี้ของโอบามาหรอกครับ แต่ว่าอย่างน้อยจากคำตัดสินก็น่าจะทำให้เกิดผลดีในแง่การกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ช่วยให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานมากขึ้น มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แล้วก็ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้นด้วย ผมพูดในกรณีที่ชาวอเมริกันไม่ได้กู้เงินมาจัดงานแต่งงานอะไรนั่นหรอกนะ"

พระนายกับคนแปลกหน้าหัวเราะพร้อมกัน

"คุณทำงานอะไร คุณพูดจาน่าฟังจัง เสียงก็เพราะ"

ชมอะไรกันขนาดนั้น ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ครับพระนายบอกไปแบบนั้น ก็ใครจะกล้าบอกว่าตัวเองทำบริษัทอสังหาริมทรัพย์แต่ทิ้งงานมาตามเด็กอยู่ล่ะ

ถ้าผมกลับไทยคงมีโอกาสได้ฟังเล็คเชอร์จากอาจารย์สินะ ปากกาพร้อมจดแล้วครับ"

จีบกันอย่างมีลูกล่อลูกชนแบบนี้ ถ้าไม่ได้มีพันธะอยู่ล่ะก็ พระนายคงดึงฝรั่งสุดหล่อคนนี้มาจูบแล้ว

ก็คุณถามเรื่องโอบามานี่ ผมก็ตอบแบบของผม"

ถ้าคุณบอกว่าทำงานที่สภาพัฒน์ฯ ผมก็เชื่อไม่ใช่แค่พูดคล่อง แต่รู้จักสภาพัฒน์ฯ เสียด้วย ฝรั่งกะโหลกกะลาที่ไหนจะรู้ชื่อย่อหน่วยงานพวกนี้

ด้วยความที่ภาษาไทยของผู้ชายคนนี้เรียกได้ว่าดีเลิศ พระนายจึงคิดว่าเขาน่าจะเป็นพวกทำงานในสถานทูตอย่างแน่นอน เนื่องจากคนพวกนี้จะต้องเรียนภาษาในทุกที่ๆ ไปทำงานอยู่แล้ว เขาจะไม่แปลกใจเลยหากคนตรงหน้าบอกว่าตัวเองพูดได้สักห้าหกภาษา

"แล้วงานของคุณล่ะ คุณทำอะไร ทำงานสถานทูตหรือเปล่า"

ไม่เชิงครับ ผมทำเรื่องการค้ามนุษย์น่ะคนแปลกหน้าจิบกาแฟของตัวเอง “ออฟฟิศของผมอยู่ใกล้ๆ แค่นี้”

งั้นคุณคงไม่ได้ฟังเล็คเชอร์ของผมแล้วล่ะมั้งครับ น่าเสียดายนะ กำลังอยากได้นักศึกษาใหม่ๆ อยู่พอดี" พระนายจิบไวน์ไปด้วย กินสลัดไปด้วย ทั้งสองอย่างรสชาติดีขึ้นผิดหูผิดตา คงเป็นเพราะคนร่วมโต๊ะ

ยกเว้นถ้าคุณทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้ ผมก็คงมีโอกาสที่จะได้ไปนั่งฟังปาฐกถาด้านเศรษฐศาสตร์หรอก งานเวิร์ลด์อีโคโนมิกส์ฟอรัมครั้งหน้าคุณไปไหมล่ะชายแปลกหน้าแหย่เขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ เขาทั้งสองคนเผลอหยิบขนมพิเศษที่ทางร้านมาเสิร์ฟชิ้นเดียวกัน พอรู้ตัวก็เลยหัวเราะให้กันแบบเขินๆ จากนั้นฝรั่งสุดหล่อก็บรรจงบิขนมปังอบให้เขาครึ่งหนึ่งแล้วแบ่งกันกินทีละชิ้น

ที่จริงขนมน่ะมีสองชิ้น แบ่งกันคนละชิ้นไปเลยก็ได้ แต่พอแบ่งกันทีละครึ่งชิ้นแล้วกลับอร่อยกว่า

อีกฝ่ายคงรู้ว่าพระนายเขินจึงชิงพูดออกตัวก่อนให้สบายใจ เฮ้ เราแค่นั่งจิบกาแฟด้วยกัน อย่าคิดว่าผมจีบคุณอยู่นะครับ"

งั้นเหรอ แต่พอดีผมเผลอคิดไปแล้วน่ะสิ" ขนมน่ะอร่อยจริงๆ นะ ส่วนคนตรงหน้าที่น่ามองไปทุกมุมก็ยิ่งทำให้ขนมรสชาติดีขึ้นอีกเยอะ

ผมไม่จีบคนที่ทำหน้าเศร้าแบบนั้นหรอก ผมชอบคนยิ้มง่ายๆ อารมณ์ดี คุยเก่งคนแปลกหน้าพูดแล้วยิ้มไปด้วย ดูเหมือนว่าเขามีใครในใจที่อยากจะพูดถึงอยู่

ที่จริงผมเดินตามคุณมาจากร้านนั้นเพราะคุณทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้ ทั้งๆ ที่ทุกคนกำลังฉลอง ที่จริงผมเองก็กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ในร้านนั้นนั่นแหละชายแปลกหน้ายังคงยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน เห็นได้ชัดว่าคุณไม่ใช่พวกที่สนับสนุนคำตัดสินนี้"

คำตัดสินของศาลอเมริกันไม่เกี่ยวกับผม"

เกี่ยวสิ อย่าอ้างเสียให้ยากเลย ทั้งๆ ที่ทุกคนฉลองกันอยู่ คุณกลับเดินเข้าไปชะเง้อหาใครสักคนในร้าน คุณเจอเขาแล้ว คุณจ้องเขา คุณหวังให้เขาหันมาสบตาแต่ก็ไม่ สุดท้ายคุณไม่กล้าเข้าไป คุณเลยหนีออกมาตั้งหลักที่นี่คนยิ้มหวานรุกไล่พระนายด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ ผมก็เลยหนีมาด้วยคน ผมเองก็ต้องการการตั้งหลัก อีกอย่างคุณดูคล้ายๆ เขา"

คนแปลกหน้าทำให้พระนายแปลกใจ หมายความว่ายังไง"

แวบแรกที่ผมเห็นคุณผมตกใจเลยนะ คุณดูเหมือนคนรักของผมมาก มีบางมุมที่ดูคล้ายๆ กัน เช่นทรงแว่นสายตา ทรงผม หน้าด้านข้าง ผมนึกว่าเขามาตามหาผมถึงนี่ โชคดีที่ไม่ใช่มุกชวนคนอื่นคุยโดยอ้างว่าเหมือนแฟนตัวเองที่รักกันดีนี่แปลกชะมัด คุณดันยึกยักไม่ยอมเข้าร้านเสียที ผมเลยเข้ามารอก่อน โชคดีที่เราได้คุยกัน"

เมื่อกี้คุณบอกว่าคนรักของคุณคล้ายๆ ผมคำที่ไม่ต้องพูดออกไปคือ เป็นผู้ชายสินะ เขาเป็นคนไทยเหรอครับ"

คนแปลกหน้าพยักหน้า ใช่ครับ เป็นคนไทย ผมถึงบอกว่าอย่าคิดว่าผมกำลังจีบคุณ ผมเปล่า เผื่อสองคนดันรู้จักกันผมจะซวยเอา"

คนเจ้าชู้นี่ต้องหาความชอบธรรมให้ตัวเองจนได้น่ะนะ! พระนายนึกเอ็นดูในใจ

คุณดื่มอยู่ดีๆ แล้วหนีออกมาจากร้านนั้นทำไมล่ะ"

ก็ออกมาตั้งหลักอย่างที่ว่า แล้วก็อยากมาดูหน้าคุณชัดๆ ด้วย เล่นเหมือนเขาซะขนาดนั้น ผมก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา"

แล้วเหมือนไหม"

อีกฝ่ายส่ายศีรษะ เอานิ้วชี้ไปที่มุมปากทั้งสองข้างของตัวเอง ข้างๆ ก็เหมือนอยู่ แต่หน้าตรงไม่เหมือน เขาน่ะมีลักยิ้มสองข้างแบบนี้ เวลาเขายิ้มก็เหมือนกับว่าโลกสว่างไปทั้งใบ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนั้น"

ผมว่าคุณน่าจะไปบอกเขาตรงๆ ไม่ต้องมาชมให้ผมฟัง"

ผมว่าคนของคุณก็คงคิดแบบนั้นเวลาที่เห็นคุณยิ้ม"

ปากบอกว่าไม่ได้จีบแต่ป้อเสียขนาดนี้ พระนายรู้สึกเขินขึ้นมาจนต้องเผลอหลบตา ฝรั่งตาหวานเล่นมาอ้อนกันด้วยดวงตาสีฟ้าสวยๆ ใครจะไปต้านทานไหวกันนะ

เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังหน่อยสิ"

คุณอยากฟังเรื่องของผมเหรอ"

เราต่างไม่รู้จักกัน เราเป็นแค่คนแปลกหน้าของกันและกัน คุณเล่าเรื่องของคุณ ผมเล่าเรื่องของผมพระนายนึกอยากเกลี้ยกล่อมขึ้นมา เขาอยากรู้ว่าคนอื่นมีมุมมองอย่างไรในเรื่องนี้ คุณคงมีเรื่องอยากเล่าและผมเองก็ไม่รีบไปไหน"

คนตรงหน้ายิ้ม ยิ้มสวยเสียด้วย พระนายยอมรับตรงนี้เลยก็ได้ว่าอยากรู้จักคนตรงหน้าให้มากกว่าเดิม

"คุณดูมีความสุขดีแต่กลับบอกว่าหนีออกมาตั้งหลัก หมายความว่ายังไง"

คนแปลกหน้าผินหน้าไปมองร้านฝั่งตรงข้ามแล้วถอนใจ ทุกคนมีความสุขมากเลยเนอะ"

ผมก็ว่าอย่างนั้น ผมไม่กล้าอยู่นาน กลัวคนจะรู้ว่าผมแปลกแยก คิดต่างจากพวกเขา"

คุณนี่ขี้ระแวงนะอีกฝ่ายแซว มันไม่ผิดหรอกที่จะคิดต่าง บางครั้งน่ะนะ เราก็สามารถแสดงความยินดีกับผู้อื่นได้ แต่เราก็ห้ามตัวเองไม่ให้ตั้งคำถามไม่ได้หรอก ว่าแล้วทำไมเราถึงไม่สามารถที่จะมีความสุขในรูปแบบเดียวกับคนเหล่านั้นได้ จริงไหมคนแปลกหน้าแสดงความคิดเห็น พระนายตั้งใจฟัง เพลิดเพลินกับภาษาไทยรื่นหูของอีกฝ่าย นั่นไม่ใช่เพราะเราไม่ต้องการ แต่เป็นเพราะเรายังอยู่ในโลกของความเป็นจริงต่างหาก ทุกคนกอดจูบ แสดงความรักต่อกันราวกับความสุขในวันนี้จะคงอยู่ไปจนวันพิพากษา แต่ความจริงคือเราไม่มีวันรู้เลยว่าวันพรุ่งนี้โลกจะหมุนไปในทิศทางใด และเราจะยืนอยู่ตรงจุดไหนบนโลกใบนี้"[u4] 

พระนายยิ้ม อดรู้สึกเห็นด้วยไม่ได้

“แวบหนึ่งผมก็อดบอกตัวเองไม่ได้ว่า เกิดเป็นคนอเมริกันนี่ช่างน่าอิจฉาจริงๆ ที่คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้แล้ว เล่นเอาผมเองก็อยากเปลี่ยนสัญชาติเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่มาคิดอีกทีผมก็ไม่เคยอยากจะเป็นคนอเมริกันสักหน่อย แล้วผมก็ไม่ได้สนใจเจ้ากระดาษใบนั้นมากไปกว่าการได้อยู่ร่วมกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วย สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ก็แค่วีซ่าประเภทพิเศษเพื่อให้คนรักของผมย้ายมาอยู่ด้วยกันที่อังกฤษได้ก็เท่านั้นเอง"

วีซ่าประเภทพิเศษหมายถึงอะไรนะ ถ้าสมมติว่าคนคนนี้ทำงานด้านการทูตก็คงหมายถึงวีซ่าผู้ติดตามทูตแบบที่จะให้กับคู่สมรส (เพศตรงข้าม) แต่ในกรณีที่ไม่ได้สมรสกันหรือคู่ชีวิตเป็นเพศเดียวกัน การจะขอวีซ่าประเภทนี้ได้ก็เรียกว่ายากเย็นแสนเข็ญ คงมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยอมให้ทำเช่นนี้ได้

แต่เขายังไม่แน่ใจเลยว่าคนคนนี้ทำงานอะไร ไม่อยากจะเชื่อว่าทำเรื่องการค้ามนุษย์หรอก เพราะออกจะคุณชายซะขนาดนี้

จริงๆ แล้วคุณทำงานอะไรกันแน่ ทำสายการทูตสินะครับอีกฝ่ายยิ้มโดยไม่ตอบ เมื่อกี้ผมยังยอมตอบคุณเลยว่าเป็นอาจารย์มหาลัยพระนายทวงคำตอบเอาดื้อๆ

ก็ได้ๆ ผมทำงานให้สถานทูตน่ะ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศและดูแลงานค้ามนุษย์ด้วย"

มิน่าบทสนทนาที่เข้ามาชวนพระนายคุยจึงเป็นเรื่องโอบามา คนคนนี้คงอ่านพระนายออกพอๆ กับที่เขาพยายามอ่านอีกฝ่ายนั่นแหละ

"สถานทูตของประเทศ?"

"ผมให้ชื่อสถานทูตก็ได้ แต่คุณต้องให้เบอร์ส่วนตัวเป็นการแลกเปลี่ยนดีไหม"

จริงๆ เล้ย! พระนายรีบเปลี่ยนเรื่อง

งั้นคุณก็ขอเขาแต่งงานที่อังกฤษ[u5] นี่เลย ไปจดทะเบียนแล้วมายื่นกับทางการไม่ได้เหรอ" คู่สนทนาส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบ อ้าว ทำไมล่ะครับ" [GH6] 

ถึงอยากทำก็ทำไม่ได้หรอกครับ ฝืนแต่งไปก็กลัวจะทำให้อนาคตเขาลำบาก หรือไม่ก็ผมนี่แหละที่อาจต้องตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะแต่ละสังคมมันก็มีการยอมรับเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

พระนายรู้สึกได้ยินเสียงปังอยู่ในหู ผู้ชายคนนี้กำลังตกที่นั่งลำบากเช่นเดียวกับเขา ทั้งสองไม่ได้ทะเลาะกัน คนคนนี้แค่อยากจะเก็บคนที่รักไว้ใกล้ตัว แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหน้าที่การงานไม่อำนวย ส่วนพระนายก็ไม่อยากจะให้ความรักของตัวเป็นเหมือนผลไม้ที่เร่งให้สุกงอมโดยที่ไม่พร้อม แต่พอปฏิเสธคำขอแต่งงานไปก็กลับกลายเป็นการสร้างความร้าวฉานเพียงเพราะความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน

เขาก็ไม่รู้หรอกว่าคนแปลกหน้าจะพูดจริงหรือไม่ แต่พระนายเชื่อว่าความรู้สึกของคนเรานั้นสื่อถึงกันได้ แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม

มันก็จริงนะ เพราะถึงกฎหมายจะสนับสนุน แต่สังคมจะยอมรับหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่อง"

ใช่ครับ ที่สำคัญเขากำลังอยู่ในช่วงทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ถ้าแต่งงานแล้วเขาอาจจะไปเจออะไรร้ายๆ เช่น การถูกแบ่งแยก กีดกัน หรืออคติทางเพศจากสังคมการทำงาน ผมไม่อยากให้มันกลายเป็นอุปสรรคในชีวิตเขา"

แล้วคุณจะทำยังไงต่อ"

ก็คงจะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่สุดแต่ผู้ชายทุกคนก็มีความฝันของตัวเองใช่ไหม ไม่มีใครอยากเป็นผู้ตามตลอดไปหรอก เมื่อไม่นานมานี้เขาบอกผมว่าอยากจะตั้งบริษัทในฝรั่งเศสเพื่อรองรับการเติบโตของงานที่เขารัก ผมงี้พูดไม่ออกเลย ถ้าไม่จดทะเบียนจะขอวีซ่าผู้ติดตามก็ไม่ได้ แต่ถ้าจดทะเบียนก็กลัวชีวิตเขามีปัญหา ยากจริงๆเลยนะความรักเนี่ยน้ำเสียงของชายแปลกหน้าเศร้าลงเล็กน้อย แต่การได้คุยกันคนแปลกหน้านี่ก็ดีนะ ทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย คุณเองก็ลองเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังบ้างสิ"

ยอมรับว่านี่เป็นการกระทำที่ดูงี่เง่าที่สุด แต่พระนายก็ยอมเปิดปากเล่าจนได้ และสรุปปิดท้ายด้วยการยอมรับว่าตัวเองไม่รู้จะมาถึงที่เพื่ออะไร ทั้งๆ ที่ไม่มีใครรออยู่ เพราะเมื่อพระนายสนองตอบความต้องการนั้นไม่ได้ เขาก็คงไม่เป็นที่ต้องการของคนรักอีกแล้ว แล้วความคิดนี้ก็ทำให้เขาเจ็บปวดเหมือนโดนมีดกรีดแทง

ผมคิดว่า อาจารย์คิดมากเกินไปหน่อยนะครับ

พระนายฟังแล้วขมวดคิ้ว แล้วก็นึกได้ว่าเขาแนะนำตัวเองว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

ข้อเท็จจริงมีสามอย่าง อย่างแรกคือ ความต้องการของคุณทั้งสองคนไม่ตรงกันและคุณสองคนยังไม่มีโอกาสได้ตกลงกันในเรื่องนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องด่วนสรุปว่าเขาไม่ได้ต้องการ นี่หลักการเดียวกับการตรวจข้อสอบนักศึกษา อย่างที่สองคือ คุณเองก็ไม่ได้รู้แน่ชัดว่าเขากำลังคั่วใครอยู่จริงๆ หรือเปล่า อย่างที่สาม คุณยังไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้ ใจเย็นๆ แล้วทบทวนอีกทีดีกว่านะครับ”

“เรื่องการแต่งงานมัน... มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ผมคิดดีแล้ว”

 ใจเย็นนิด ลองฟังผมพูดสักหน่อยดีไหม มันอาจจะพอมีประโยชน์กับคุณบ้างผู้ชายแปลกหน้าถามเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับต้องการปลอบประโลมจิตใจที่อ่อนล้าของพระนาย  

พระนายพยักหน้าโดยที่ยังไม่ตอบอะไร ไม่ว่าซาช่าจะพูดอะไร เขาก็อยากจะลองฟังสักครั้ง

ผมอาจจะเป็นเพียงคนหนึ่งที่ผ่านมาและผ่านไป แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คุณรู้ไว้ก็คือ ผมอยากให้คุณเลือกทำในสิ่งที่คุณเชื่อ และอดทนกับเรื่องนี้ ค่อยๆ คลี่คลายปัญหาไปทีละเปลาะ  จากประสบการณ์ของผมแล้ว การด่วนตัดสินใจในเรื่องที่จะส่งผลกับเราไปทั้งชีวิต มันส่งผลไม่สวยนัก [GH7] ดังนั้น...ถ้าคุณคิดว่าสำคัญ ก็ใช้เวลามากๆ และช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจด้วย

แม้ว่าวันนี้อาจจะยังไม่เข้าใจกัน แต่ตราบใดที่คุณยังมีความรักความผูกพันกันอยู่ ท้ายที่สุดคุณกับใครคนนั้นก็จะเรียนรู้ร่วมกันเองว่าเมื่อไรเป็นเวลาที่เหมาะสม การแต่งงานเป็นทางเข้า ไม่ใช่ทางออก และที่สำคัญยิ่งกว่าทะเบียนสมรสคือการที่คุณเลือกที่จะประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปด้วยความรักและเข้าอกเข้าใจกัน สิ่งเหล่านั้นจะพาคุณเดินไปบนถนนเส้นที่ดีที่สุดเสมอ คุณอาจจะเดินออกจากอุโมงค์โดยปราศจากแหวนหรือทะเบียนสมรส แต่คุณจะมีเขาและเขาจะมีคุณ อา...ได้เวลาที่ผมต้องไปแล้วสิ ขอตัวก่อนนะครับ"

พระนายนิ่งอึ้ง ใคร่ครวญคำพูดของผู้ชายแปลกหน้าทีละคำแล้ววิ่งตามออกไปนอกร้าน เดี๋ยว คุณ!"

เขาหันมายิ้มให้ ผมลืมของไว้เหรอ"

คุณลืมบอกชื่อ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยพระนายทวงถามหน้าตาเฉย เขาหลงเสน่ห์คำหวานดุจน้ำผึ้งของอีกฝ่ายเสียแล้ว 

ผู้ชายแปลกหน้าหันไปมองที่รถคันหนึ่ง พระนายมองตามแล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่เบนท์ลีย์คอนติเนนทัลจีทีรุ่นปี 2014 พร้อมคนขับรถสีหน้าไร้อารมณ์หนึ่งคน มีเงินขับรถคันนี้ได้นี่ไม่ใช่ธรรมดาๆ เลย

คุณ?"

ซาช่า กิลลิเชว่า ยินดีที่ได้รู้จัก และผมยังหวังว่าจะได้ไปนั่งฟังเล็คเชอร์ของคุณสักครั้งนะครับ อาจารย์พระนาย"

พระนายตกใจจนตัวแข็งทื่อ เก็บสีหน้าคงไม่ทันแล้ว เขาส่งสายตาให้ฝรั่งรูปหล่อคนนั้นอย่างพ่ายแพ้

ทำไมคุณถึงรู้จักผม"

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ ถ้าจะคุยกันต่อ คุณคงต้องขึ้นมาคุยบนรถแล้วล่ะ"

พระนายเดินตามไปอย่างว่าง่าย ยอมเข้าไปนั่งในเบนท์ลีย์คันงามโดยไม่อิดออด ชายที่ชื่อซาช่าสั่งให้ออกรถด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจ ถึงอยากลงก็ไม่ทันแล้ว พระนายรวบรวมสติแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าซาช่า 

ตกลงว่าทำไมถึงรู้จักผมล่ะ"

อีกฝ่ายยิ้มอย่างขี้เล่น “อาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ธรรมดาๆ คงไม่มีปัญญาได้ขึ้นปกนิตยสารฟอร์บส์ เอเชียในฐานะนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ที่มีทรัพย์สินมูลค่ารวมสามหมื่นล้านบาทได้หรอกใช่ไหมครับ คุณพระนาย ถิรสวัสดิ์ [T8] แห่งทีแอลพีดี"

แต่ว่า!"

แต่คุณก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นอาจารย์หรือเป็นนักธุรกิจ คุณก็ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธใคร เขาน่ะยอมรับในการตัดสินใจของคุณแน่นอนครับพระนาย ขอแค่มีคำอธิบายให้เขาเท่านั้น”

พระนายกำลังจะพูดว่าซาช่าไม่เข้าใจ แต่ว่าอีกฝ่ายกลับเฉลยเสียก่อน

“ปัญหาที่แท้จริงของคุณในครั้งนี้คือ คนรักของคุณรับไม่ได้ก็คือการที่คุณแสดงออกว่าตำแหน่งซีอีโอสำคัญกว่าความรู้สึกของเขา ที่จะอยากผูกพันกับคุณไปตลอดชีวิต คุณไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแค่ใช้คำพูดไม่เหมาะสมกับเวลาเท่านั้น"

ซาช่าว่าอย่างนั้นแล้วค่อยๆ เลื่อนมือมาแตะหลังมือของเขาเบาๆ ราวกับกำลังเตือนสติ

เดี๋ยวผมจะลงที่ออฟฟิศแล้วคนของผมจะไปส่งคุณที่โรงแรม คุณพักที่ไหนก็บอกเขาไปนะครับซาช่าพูดกับคนขับรถผู้มีผิวขาวและผมสีบลอนด์ซีด ดูเหมือนพวกรัสเซียเอามากๆ “เราสองคนต่างเป็นพวกที่ไม่สามารถสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางซ้ายได้ แต่คุณและคนที่คุณรักก็ยังเลือกที่จะอยู่ด้วยกันอย่างเข้าอกเข้าใจได้ครับ วันหนึ่งที่ทั้งสองคนพร้อม คุณจะรู้เองว่าคำตอบของคำขอแต่งงานคือ เยส หรือ โน ถึงที่ทำงานของผมแล้วคงต้องขอตัวก่อนไว้พบกันใหม่ครับคุณพระนาย"

คุณซาช่าเอ่อ...พระนายรั้งไว้ คนคนนี้ทำให้เขาสบายใจ จึงไม่อยากให้การพบกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย พระนายรีบส่งนามบัตรของตัวเองให้แล้วมองตา “พบกันที่งานเวิร์ลด์อีโคโนมิกส์ฟอรัมครั้งต่อไป โอเคไหม คุณโทรหาผมก็แล้วกัน"

ดวงตาสีฟ้าของอีกฝ่ายเป็นประกายสดใส รอยยิ้มเจ้าชู้ทว่าน่ามอง “เจอกันแค่ปีละครั้งไม่น้อยไปหรือ"

ถ้าจะโทรมาทุกครั้งที่คุณกลับกรุงเทพฯ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกพระนายพูดอย่างไว้ตัว ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายตื่นเต้นเมื่อซาช่ายื่นนามบัตรที่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวมาให้เป็นการแลกเปลี่ยน

ผมดีใจที่ได้พบคุณนะครับ เป็นเหตุบังเอิญที่น่าจดจำจริงๆ"

พระนายก็รู้สึกเช่นเดียวกันแต่ไม่ได้พูดออกไป

ซาช่าลงจากรถที่หน้าอาคารสีงาช้างหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วหนามสูงท่วมหัว ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวชอุ่ม ดูเผินๆ ก็เหมือนบ้านเศรษฐีเก่า แต่ป้ายสีทองเงาวาววับสลักอักษรภาษาอังกฤษและตราสัญลักษณ์ที่มีข้อความว่า

สถานเอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐอุซเบกิสถานแห่งสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ

พระนายมองแผ่นหลังของชายคนนั้นจนลับตา เขาบอกชื่อโรงแรมของตัวเองและลงจากรถหรูในเวลาต่อมา ในสมองของเขามีแต่คำพูดของผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักชื่อ พระนายยืนเคว้งอยู่หน้าโรงแรม คิดแล้วคิดอีก คนแปลกหน้าได้กระตุ้นให้เขารู้จักตัวเองให้ดีขึ้น 

ซาช่า กิลลิเชว่า พระนายสลักชื่อนี้ไว้ในความทรงจำดีๆ ของการเดินทางครั้งนี้

กลับมาคิดเรื่องตัวเองดีกว่า อย่างที่บีมพูด ธีโอดอร์คนที่รักเขามาตั้งแต่แปดขวบคงไม่มีทางไปคั่วหรือจีบใครต่อใครหลังจากทะเลาะกับเขาแค่ยังไม่ทันข้ามคืนเป็นแน่ และไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างไร ครั้งนี้เขาก็จะยอมรับฟัง รวมถึงยอมขอโทษอีกฝ่ายก่อน จากก้นบึ้งหัวใจ แล้วจึงค่อยๆ พูดกันไปด้วยเหตุผล ถึงแม้ธีโอดอร์อาจจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของเขาในตอนนี้ แต่ก็คงเข้าใจในสักวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #430 ข้าวหอม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:39
    ชอบที่ซาช่าพูดมากๆเลยค่ะ รู้สึกตั้งแต่ตอนที่ผ่านมาแล้วว่าผู้ชายบ้าอะไร ขอแต่งงานทางโทรศัพท์ ไม่โรแมนติกเล้ยยยย #ทีมพระนาย



    แต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความรักที่มีให้กันน่าจะมีความหมายมากกว่ากระดาษแผ่นเดียว



    คิดว่าเท็ดดี้อาจรู้สึกไม่มั่นคงรึเปล่า พระนายนี่เสน่ห์แรงหนุ่มๆเยอะไม่เปลี่ยน หมีน้อยเลยหวงสุดๆ
    #430
    0