[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 18 : 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

- 17 -

ในเมื่อเป็นคนเอ่ยบอกเขาไปเอง ว่าอย่าหายไป ดังนั้นตลอดเวลาผ่านมา5วัน ตินตินเลยไม่ได้ห่างหายไปจากระยะสายตาฉันเลย เขาใช้เวลา ทุกช่วงที่ว่างทุกเวลาของเขา มาเจอฉัน อยู่กับฉัน และแน่นอน นิสัยความชอบเอาใจของเขาที่เรียกว่ามนุษย์สายเปย์ที่เคยบอกไว้ว่าให้ลดลงนั้น ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ก็แปลกตรงที่ฉันคงจะเริ่มชินกับการอยู่กับเขาแล้ว (มั้ง?)

“วันนี้ไม่มีเรียนรึไงติน”
ฉันเงยหน้าจากการนั่งคัดศัพท์ขึ้นมามองคนตรงหน้า ที่เอาแต่ยกมือเท้าคาง จ้องฉันเขียนหนังสืออยู่แบบนั้น มันก็จะปกติถ้าที่นี่ไม่ใช่หน้าตึกคณะฉัน และต่อหน้าเพื่อนฉันด้วย

“นั่นน่ะสิ ไม่ไปเรียนรึไง”
โจโจ้เอ่ยปากถามด้วย แต่ก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีนะที่โปเต้ยังไม่มา เนเน่ก็ด้วย ไม่งั้นคงจะ

“ว๊ายยยย เพื่อนฉ้านนนน ผู้มาเฝ้า”
เหมือนจะไม่ทัน เพราะนางเดินมาพร้อมเสียงเอ่ยแซวแต่ไกล พร้อมรอยยิ้มแบบเดียวกับโจโจ้ที่นั่งอยู่ก่อนหน้า ฉันถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะหันไปมองต้นเหตุที่ส่งรอยยิ้มผ่านแมสสีทึบที่ใช้ปกปิดใบหน้าของเขาอยู่ ตินตินก็ยังคงใส่แมส ออกไปไหนมาไหนเหมือนปกติ ถึงจะพอเดาออกว่าเขายิ้มอยู่ แต่มันก็ยังเห็นไม่หมดอยู่ดี อึดอัดชะมัด โปเต้เดินมานั่งตรงข้ามฉันกับตินติน ก็ข้างๆ โจโจ้นั่นแหละ ก่อนนางจะมองหน้าฉันกับตินตินสลับกันไปมาราวกับนางกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ในสมอง ก่อนจะเอ่ยออกมา ไม่สิ ใช่คำว่าเอ่ยถามน่าจะเหมาะกว่าเยอะ

“ตกลงคบกันจริงๆ แล้วใช่ปะ”

“ (O.O) ”
ฉันทำหน้าตกใจขึ้นมา แต่ตินตินไม่ใช่ เขามองหน้าผู้ตั้งคำถาม ก่อนจะยิงคำถามกลับไปเช่นกัน

“แล้วคิดว่าไงล่ะ”

“คบแล้ว?”
ไม่มีคำตอบจากฉัน หรือตินตินมีแต่อาการของอีกคนที่หันมามองฉัน ไม่สิ เรียกว่าจ้องฉันจะดีกว่า นั่นแหละ นังคนถามเลยไม่ต้องขอคำตอบอีก

“คบกันก็ดี นังแป้งพัพจะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขาสะ....”



Rrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrr~


“แป๊บนะ”
เสียงของโปเต้ที่กำลังพูดอยู่ ต้องหยุดชะงักไป เพราะมีสายเรียกเข้าในมือถือของนาง โปเต้หยิบมือถือขึ้นมา พลางกดรับและกรอกเสียงลงไปทันที โดยที่พวกเราที่นั่งอยู่ในโต๊ะไม่ต้องเอ่ยถามด้วยซ้ำว่าปลายสาย คนที่โปเต้กำลังพูดด้วยอยู่เป็นใคร

“มีอะไรเจ้าค่ะ นังชะนีติดผอ.”

(.......)

“หะ?”
เสียงแสดงความตกใจพร้อมสีหน้าของโปเต้ทำเอาพวกเราทุกคน หันไปมอง คงมีอะไรที่ปลายสายและแน่นอน หลังจากที่วางสายไป ก็รู้เรื่องทันที

“พวกเราไปลาเหล่าซือกันเหอะ”
โปเต้เอ่ยขึ้นพลางทำหน้าไม่เข้าใจเบนไปทางอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย

“อีเนเน่เป็นอะไร”
โจโจ้ที่จับทางถูกเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อชื่อเนเน่ถูกเอ่ยออกมา สายตาของฉันก็ไม่รู้เป็นอีท่าไหน ดันหันไปมองตินตินที่นั่งข้างๆ ซะงั้น เขาเองก็มองฉันอยู่ก่อนเช่นกัน

“นางทะเลาะกับอีพี่โอ้...”

“แล้ว?”

“ฟังให้จบก่อนสิคะ อีโจ้”
โปเต้ท้วงโจโจ้ขึ้นมา นางมองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยออกมาในสิ่งที่ควรจะบอกพวกเรา

“ทะเลาะกันท่าไหนไม่รู้ ขาหักนอนอยู่โรงบาล”

“หะ?”
เสียงโจโจ้เองก็ดังออกมาไม่ต่างกับ โปเต้ตอบรับสายเมื่อกี้ก่อนจะเอ่ยถามต่อในสิ่งที่ยังไม่ค่อยชัดเจน

“มันโทรมาให้เราไปเฝ้าเหรอ?”

“เปล่า” โปเต้ตอบสวนขึ้นมาทันที ก่อนจะเฉลยให้ฟัง

“ไม่ใช่มันโทรมา เพื่อนของอีพี่โอ้โทรมา เพราะอีพี่โอ้ก็ขาหักเหมือนกัน”
หนักเข้าไปกว่าเดิม ทะเลาะกันท่าไหนถึงขาหักกันทั้งคู่ ฉันหันไปมองหน้าตินตินอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบอาการอะไรใดๆ เลย นี่ฉันแอบรู้สึกว่าเขาจะเป็นห่วงแฟนเก่าขึ้นมา ความรู้สึกมันตีวนในสมองฉันอยู่ตอนที่เรื่องของเนเน่ถูกโปเต้เล่าออกมา หรือฉันกำลังหึงเขาหรือเปล่า เขาเรียกว่าหึงใช่ไหม...

พวกเราสามคนขึ้นไปลาขอหยุดเรียนให้ทั้งเนเน่และพวกเราสามคนในวันนี้ ก่อนจะขอมาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล เหล่าซือไม่ได้ว่าอะไร เพราะเนื้อหาที่เรียนยังเป็นการทบทวนคำศัพท์อยู่ เลยอนุญาตให้เราออกมา พวกเราเดินทางมาโรงพยาบาลที่เนเน่พักรักษาตัวอยู่ด้วยรถของตินติน ตินตินเป็นคนขับรถมาส่งและก็ไม่มีทีท่าจะกลับ แน่นอนความรู้เมื่อกี้เลยยังไม่ไปไหน หรือที่เขาตามมาเขาจะเป็นห่วงเนเน่แบบที่ฉันคิดจริงๆ แต่เป็นเพราะฉันที่เอาแต่คิดเรื่องนั้นจนอีกคนจับสังเกตได้ ก็ถูกเจ้าตัวทักท้วงขึ้นมา ตอนที่เรากำลังรอโจโจ้กับโปเต้ลงรถไปซื้อของเยี่ยมเนเน่ที่ในซูเปอร์ก่อนถึงโรงพยาบาล และฉันกับตินตินก็นั่งรอบนรถ

“ทำไมเงียบจัง ซิน”

“หะ?”

“ทำไมเอาแต่ขมวดคิ้วแบบนี้ คิดอะไรอยู่”
ตินตินเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นมาแตะที่ปลายคางฉันเบาๆ ก่อนจะจับใบหน้าฉัน ให้หันไปมองเขาที่ถอดแมสออกแล้ว ตอนไหนไม่ได้สังเกต ฉันตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับแมสของเขาและปิดไว้ตามเดิม

“ถอดออกทำไม เดี๋ยวโจโจ้กับโปเต้กลับมาเห็นก็เป็นเรื่องหรอก”

“หวงเหรอ?”
ตินตินเอ่ยถาม ฉันมองหน้าเขาไม่เข้าใจ แต่ก็เงียบไว้ ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยถามโดยใช้คำใหม่ออกมา

“หรือว่าหึง”
ฉันเงียบอีกครั้ง เพราะความรู้สึกลึกๆ ของฉันตอนนี้มันคล้ายว่าจะเป็นแบบที่เขาว่า ฉันไม่ได้หึงหรือหวงที่โปเต้กับโจโจ้จะมาเห็นหน้าเขาหรอกนะ แต่เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ฉันเลือกที่จะไม่บอกเขาพลางเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องอื่นแทน

“คงหิวกาแฟ”
เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ฉันรู้ว่าเขาน่าจะพอมองออก ว่าฉันติดกาแฟมาก พอยังไม่ได้กินก็ปวดหัวไง แต่มันก็เป็นเพียงข้อแก้ตัวตอนนี้ที่อีกคนดูรู้ต่างหาก

“หิวกาแฟ?”
ตินตินพูดตามในสิ่งที่ฉันเอ่ยบอก พลางเลิกคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอยู่

“ไม่ได้ขมวดคิ้วเพราะเรื่องเนเน่หรอกเหรอ”

“ (=O=?) ”

“หึงก็บอกว่าหึงสิซิน”
ตินตินเอ่ยบอกออกมาหน้าตาเฉย ไม่สิฉันเดาว่าเขาคงจะพูดเรื่องนี้ด้วยสีหน้าปกติ เพราะฉันมองมันไม่ชัดมันอยู่ใต้แมสนั่นไง

“ถ้าเธอหึง เราจะได้ทำตัวถูก”

“......”
ตินตินบังคับใบหน้าของฉันให้มองเขาอีกครั้ง ก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้นมาแตะเบาๆ ที่หัวคิ้วของฉันพลางเอ่ย

“หึงจนริ้วรอยจะขึ้นแล้วเนี่ย”
ว่าไม่พอ ยังนวดเบาๆ ตรงที่ที่เขาแตะอยู่ด้วย ฉันรีบปัดมืออีกคนออกก่อนจะเอ่ยปฏิเสธทันที

“ปะ....เปล่านะ เราไม่ได้หึง”

“ทำไมไม่หึง?”
ตินตินเอ่ยถามขึ้นมาทันที ในตอนที่ฉันเอ่ยปฏิเสธ และในเมื่อฉันแถมาแล้ว ฉันก็ต้องแถต่อ แต่ว่าทำไงถึงจะชนะลูกเล่นของผู้ชายคนนี้ได้ล่ะ

“ก็ทำไมต้องหึง”
ฉันย้อนถาม และแน่นอนคำพูดของตินตินเริ่มขุดหลุมฝังฉันอีกแล้ว ใจคอจะไม่พูดอ้อมค้อมบางหรือไงกัน

“ก็ต้องหึงสิ”

“ (O.o?) ”

“วันก่อนที่เจอแฟนเก่าเธอ เรายังหึงเลย”

“ (O////O) ”
ฉันเหมือนถูกชกแล้วน็อกกลางอากาศ เมื่ออีกคนเล่นเอ่ยความรู้สึกแบบนั้นออกมา เขาคงจะหมายถึงหลายวันก่อนที่เราเจอกับกอล์ฟที่ตึกคณะ คงเป็นวันนั้นแน่

“ว่าไงตกลงเป็นอะไร?”
ตินตินเห็นว่าฉันเงียบ ก็เอ่ยถามซ้ำขึ้นมา ฉันยังคงเงียบเพราะไม่กล้าที่จะพูดตรงๆ เหมือนกับอีกคนที่พูดกับฉันเมื่อกี้ ก่อนคำพูดชวนคิดของอีกคนจะถูกเอ่ยออกมาให้ฟัง

“หิว หวง หรือหึงล่ะซิน”

“.....”

“ถามไม่ตอบให้เราคิดเองอีกแล้วเหรอ?”
ตินตินพูดขึ้นและเหมือนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ฉันแก้ตัวด้วยซ้ำ เพราะดูเหมือนอีกคนจะคิดไปแล้วว่า

“คงจะหึงจนหิวสินะ ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไร อะไร?”
ฉันถามสวนขึ้นมาในตอนที่เขาพูดประโยคนั้น และแน่นอนไม่มีวันที่เขาจะไม่ตอบฉัน

“เดี๋ยวพี่ตินคนนี้ จะเลี้ยงกาแฟน้องซินเอง”

“ไม่ต้องมาเลี้ยง ฉันไม่ใช่น้องนาย”
ฉันพูดพลางทำหน้าเนือยๆ ก่อนจะปัดมือของอีกคนที่จับอยู่ออกและนั่งตามเดิม ก่อนที่คำพูดต่อมาของเขาจะดังขึ้น

“จริงด้วยไม่ใช่น้อง คนสำคัญต่างหาก”

“ (O///O) ”
ฉันปล่อยให้ตินตินนั่งภูมิใจกับคำพูดของเขาที่ทำให้ฉันหน้าแดงได้อีกครั้ง หงหึงอะไรไม่หึงแล้ว อยากไล่ให้กลับไปมากกว่า เขินจะแย่ เรานั่งรอนังโปเต้และโจโจ้สักพัก ไม่รู้ไปผลิตของอยู่รึเปล่าทำไมช้าจัง ก่อนที่นางสองคนจะกลับมาพร้อมดอกไม้หนึ่งช่อและกระเช้าผลไม้ แต่เหมือนจะมีเยอะกว่านั้นนะ

“กว่าจะมาได้นะ ไปผลิตตะกร้ามารึไงพวกแก”
ฉันเอ่ยถามสองนางที่เพิ่งเปิดประตูรถขึ้นมานั่ง ก่อนที่มันสองคนจะสวนกลับมาเช่นกัน

“แล้วแกล่ะ?”

“ฉัน....ฉันทำไม?”
ฉันเอ่ยถามพลางฉันไปมองโปเต้ที่เป็นคนพูดเมื่อกี้ ก่อนที่โจโจ้คู่ใจของนางจะเอ่ยตอบฉันแทน

“แกกับสุดหล่อน่ะ จีบกันไปหมดมุกรึยัง”
คนตอบทำหน้าสะใจสุดๆ ที่ทำฉันหน้าแดงได้อีก จากที่แดงอยู่แล้ว ก่อนที่คนข้างๆ ฉันจะไม่น้อยหน้าเหมือนกัน

“ (O////O) ”

“ยังไม่หมดหรอก อยู่กับชีเน่ เราจีบได้ทั้งวันแหละ”

ว๊ายยยย / ว๊ายยยย
ถึงกับร้องขึ้นมาพร้อมกันทั้งโจและโปเต้ แต่ที่แน่ๆ ตินตินเองก็ยิ้มจนจะทะลุแมสอยู่แล้ว ฉันควรลงรถและนั่งรถเมล์ไปแทนดีไหม

พวกเราใช้เวลาประมาณ10นาทีกว่าจะหาที่จอดรถ และเดินมาหาห้องของเนเน่ที่ยัยนั่นพักอยู่ โดยที่เพื่อนสองคนของฉันก็เดินนำหน้า ส่วนตินตินก็

“ (O///O) ”

“ (^.^) ”

“ทำอะไรของนาย?”
ฉันเอ่ยถามเขาทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ฉันพลางดึงมือฉันไปกุมเอาไว้ แน่นอนจะดึงกลับมาก็ยากอยู่แล้ว ตินตินมองหน้าฉันก่อนจะขยับตัวเข้ามากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูถึงสาเหตุที่เขาต้องจับมือฉัน

“กลัวเธอบ่น”

“บ่น? เราบ่นอะไร”
ฉันเอ่ยถามทันทีที่อีกคนเอ่ย แต่เพราะตินตินเขาไม่ได้ปล่อยให้ฉันสงสัยนานเสมอ

“เดี๋ยวจะมีคนบ่นว่าเดินตามไม่ทันอีก”

“.......”

“ก็เดินไปพร้อมกันดีกว่า”
ฉันมองหน้าตินตินนิ่ง แต่ก็ไม่กล้าจะดึงมือกลับ เพราะคงจะรู้ว่าถ้าดึงกลับมาอีกคนก็ดึงกลับไปอยู่ดี ก็หมอนี่น่ะ ดื้อจะตายไป ฉันปล่อยให้ตินตินจับมือ จนถึงห้องที่เนเน่พักผ่อนอยู่ โจโจ้กับโปเต้เป็นคนเปิดประตูเข้าไปก่อน ส่วนฉันกับตินตินยังไม่ได้เข้าไป เพราะเหมือนอีกคนจะอยากพูดอะไรกับฉันก่อนที่เราจะเข้าไปในนั้น

“จำไว้นะชีเน่”

“อะไร?”
ตินตินพาฉันหลบมุมจากตรงนั้นเล็กน้อย ลับสายตาคนพอควร ก่อนจะยกมือขึ้นดึงแมสร่นลงมาปิดไว้ที่คาง เผยใบหน้าของเขากับฉันอีกครั้ง

“อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน อย่าเอามารวมกัน”

“......”

“มันจะทำให้เธอสับสน”

“.....”

“เข้าใจที่เราพูดไหมชีเน่”
ตินตินพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันพอจะเดาออกว่าเขาคงจะมองฉันทะลุเลยล่ะว่ากำลังคิดอะไรถึงพูดกับฉันแบบนี้ ฉันพยักหน้าให้เขาเพื่อเป็นการบอกว่าเข้าใจ ใช่ฉันเข้าใจเขา แต่ไม่เข้าใจตัวเองต่างหาก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้มีความคิดประหลาดๆ ในหัวแบบนี้ ตินตินดึงแมสขึ้นมาปิดหน้าตามเดิม ก่อนจะจูงมือฉันเข้ามาในห้องที่โจโจ้กับโปเต้เข้ามาก่อนแล้ว การที่ฉันกับตินตินเดินเข้าไปในห้อง มันก็สามารถเรียกความสนใจได้ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นโจโจ้ โปเต้ หรือแม้แต่เนเน่เองก็ด้วย

“ไปไหนกันมา มัวหลงกันอยู่เหรอจ๊ะ”
โปเต้แซวอีกแล้ว เพื่อนฉันนี่ขยันแซวจัง แต่ไม่แค่โปเต้หรอกนะ โจโจ้ก็เอากับเขาอีก

“ไม่น่าหลงนะอีเต้”

“ทำไมย่ะ?”
โปเต้หันไปทางโจโจ้ที่พูดขัดขึ้นมา แต่ก็ยิ้มกรุ้มกริ่มเบอร์แรงให้กันไปมาอย่างรู้งาน

“มือนี่เหนียวยังกะติดกาวกัน หลงก็บ้าละ จริงปะ?”
ยังมีหน้าจะมาย้อนถามอีก ฉันหันมองตินตินพลางจะสะบัดมือเขาออก แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเขาเลือกดึงฉันมานั่งที่โซฟาแทน ฉันส่งสายตาเชิงบอกเขาว่าให้ปล่อย แต่เขาก็ดื้ออีกจนได้ จริงๆ เลย

“ใจคอจะไม่ทักเรากันเลยเหรอพวกเธอ”
เนเน่ที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้น ตอนที่เสียงโจโจ้กับโปเต้เงียบไปแล้ว และประโยคเมื่อกี้ที่พูดขึ้นมานางคงจะพูดกับพวกเรา

“แกไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมเนเน่?”
ฉันเอ่ยถามเพื่อน เธอมองกลับมาและพยักหน้าให้ก็จริง แต่ทิศทางของสายตาที่ใช้มองมา ไม่ได้มองมาที่ใบหน้าของฉันหรือตินติน หากแต่สายตานั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่มือของเราที่ยังจับกันอยู่ เพราะฉันรู้สึกอึดอัดพอควร ตินตินก็เอาแต่เงียบและจับมือฉันไว้แบบนั้น สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เนเน่ด้วยซ้ำ มันถูกส่งมาที่ฉันต่างหาก ความรู้สึกตีวนในสมองฉัน รวมถึงบรรยากาศสุดแสนจะอึดอัดนี้ ขนาดโจโจ้กับโปเต้เองก็ยังเงียบมองเฉยๆ เลย แล้วฉันควรทำยังไงล่ะกับเหตุการณ์ตอนนี้ ควรทำยังไงให้ความรู้สึกแปลกๆ ตอนที่เห็นสายตาของเนเน่ จ้องมองตินตินอยู่แบบนี้ ฉันไม่ควรจะห้ามใคร เพราะฉันทำแบบนั้นไม่ได้ แต่การห้ามตัวเองให้ไม่ให้หวงตอนนี้ ฉันเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน มันยากเกินไป …ฉันหึงเขา
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3329 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:11
    บอกไปเลยค่ะ หึง อิอิ
    #3329
    0
  2. #3328 PUNCH-AM (@punch-am) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:34
    เนเน่ จัองไรยะ
    #3328
    0
  3. #1334 Minny_DAOVii (@0837730143) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:49
    อยากให้มีเป็นแบบe-book จังเลยค่ะ ไม่ค่อยสะดวกในการเก็บเล่ม ของโชนกับจูเนียร์ก็อดสั่งเลย เสียดาย ลองพิจารณาเป็นแบบ e-book ด้วยได้หรือป่าวค่ะ
    #1334
    0
  4. #1333 ppyiipqz (@ppyiipqz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:43
    งือออโอเคค่ะพี่เป้ จะไม่พลาดรูปเล่มแน่นอน><
    #1333
    0