[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 17 : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

- 16 -

ตินตินยังคงจ้องหน้าฉันอยู่ เพราะคงอยากจะให้ฉันตอบคำถามของเขาตอนนี้เลย แต่คำตอบที่ฉันเอ่ยตอบออกไปกลับทำให้อีกคนร้องโวยวายเสียงดังขึ้นมา

“ทำไมเขาทำเมนูช้าจัง คอแห้งแล้วนะเนี่ย”

“ไม่เอาดิ”

“ (O.O) ”

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง ถามอยู่ ตอบเลย”
อาการงอแงของคนตรงหน้าเริ่มกลับมาอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขานิ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดอีกจนได้ ฉันตอบเขาไม่ได้หรอกตอนนี้ มันเสียเปรียบเกินไป

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูด”

“ทำไม?”

“ฉันโกรธนายอยู่นะ อยู่ดีไม่ว่าดีก็พาไปเจอแม่ซะงั้น นายควรจะบอกฉันก่อนนะติน เรื่องแบบนี้เห็นเรื่องเล่นๆ เหรอ?”

“ (O0O) ”
อีกคนอ้าปากค้างทันที แต่ไม่ได้นานหรอก เขาก็สามารถกลับเรื่องทั้งหมดให้เป็นเรื่องที่ไม่เข้ากัน ไม่ใกล้เคียง ให้รวมมาเป็นเรื่องเดียวได้

“จริงจัง?”
ตินตินเอ่ยถามฉันด้วยสีหน้ากวนๆ นิดๆ ตกลงต้องการอะไรอีกนะชักไม่แน่ใจกับคนตรงหน้า ฉันเลยลองเงียบดูทีท่าเขาก่อนว่าจะเล่นลูกไม้อะไรอีก

“.....”

“เมื่อกี้ไม่ได้บอกซะหน่อย ว่าจะพาไปฐานะลูกสะใภ้”

“หือ?”

“หรือว่าอยากเป็น”

“ (O///O) ”

ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ~ เขินอีกล่ะ”
พูดเฉยๆ ก็พอทำใจได้แต่นี่ เล่นยกมือขึ้นมาหยิกปลายจมูกฉันเบาๆ อีก ฉันเลยทำได้แค่นั่งมองพฤติกรรมกวนประสาทของอีกคน ที่ไม่แค่กวนประสาทเฉยๆ แต่กวนอัตราการเต้นของหัวใจฉันด้วย ฉันควรจะทำอะไรให้เขารู้บ้างว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันมากไป (มั้ง) แต่ก็นะ ทำอะไรไม่ได้มากกว่าการเงียบและผ่อนลมหายใจช้าๆ

“เมนูที่สั่งได้แล้วครับ”
พี่พนักงานคนเดิมเหมือนเข้ามาช่วยชีวิตฉัน เขาเดิมกลับมาพร้อมเค้กหนึ่งชิ้นและเครื่องดื่มสองแก้ว กลิ่นของช็อกโกแลตอุ่นๆ ลอยมาแตะจมูกฉันเบาๆ ก่อนที่เค้กตรงหน้าจะถูกวางไว้ โดยมีอีกคนค่อยพูดสนับสนุนความอร่อยของเมนูของหวานตรงหน้า

“อันนี้เค้กสูตรพิเศษของร้าน รับรองเลยว่าอร่อย”
ฉันมองหน้าตินตินสลับกับเค้กตรงหน้า ก่อนจะลองเอ่ยถามเขากวนๆ ดูบ้าง เอาคืนไง แต่ไม่รู้อีท่าไหนคล้ายกับขุดหลุมฝังตัวเองซะงั้น

“แล้วถ้าไม่อร่อย?”

“ไม่หรอก เราเป็นประกัน ว่ามันอร่อย”

“เชื่อได้?”
ฉันถามเขาไปเรื่อยๆ แต่อีกคนก็หยอดมาเรื่อยๆ ไม่หยุดเหมือนกัน

“ (^___^) ”
ฉันถามแต่เขากลับยิ้มตอบกลับมาแทน คือยังไงจะกวนเขาก็กวนไม่สำเร็จ ก็เพราะไอคำพูดถัดมาหลังจากยิ้มนี่แหละ

“ถ้าเธอไม่เชื่อฉัน เธอก็ไม่ควรเชื่อใครบนโลกใบนี้นะซิน”

“เพราะ?”

“自己的心、你怎么不相信呢?(*3)"

“ (O////O) ”
จู่ๆ คนตรงหน้าก็พูดประโยคภาษาจีนเลี่ยนๆ ออกมา ฉันว่าเขาคงไม่แค่เคยเรียนหรอกมั้ง ถ้าจะพูดได้ขนาดนี้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่าสิ่งที่พูดเมื่อกี้ยังทำให้ฉันเกิดอาการเขินค้างอยู่ แต่ดีหน่อยที่อีกคนยังเห็นแก่ของหวานตรงหน้า

“กินเถอะ เดี๋ยวค่อยเขินต่อ”

“หือ?”
ตินตินยิ้ม ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำเอาฉันรีบหยิบช้อนตกหน้ามาตักเค้กกิน เพราะไม่อยากจะเสวนากับเขาแล้ว คนอะไรไม่เว้นช่วงให้หายใจบ้างเลย

“เธอยังมีเวลาเขินเราอีกนาน (^.^) ”
การสนทนาหายไป เปลี่ยนเป็นการลิ้นลองรสชาติความหวานของของหวานตรงหน้าแทน เหมือนที่ตินตินบอกเค้กสูตรพิเศษของร้าน มันอร่อยแบบอธิบายไม่ถูกเลย เข้าใจเลือกร้านชะมัด เห็นว่าฉันชอบพวกของหวานกับเครื่องดื่มก็ยังจะพามากินอีก ไม่นานนักเค้กตรงหน้าก็หมดเกลี้ยง ตินตินเดินหายไปจ่ายเงิน ก่อนจะกลับมาพร้อมเครื่องดื่มที่เหมือนจะซื้อกลับไปด้วยติดมือมา

“นั่นอะไร?”

ฉันลุกจากโต๊ะเดินไปหาเขา ตินตินหันมามองก่อนจะเปิดประตูร้านให้ พลางเอ่ยตอบ บอกฉันในสิ่งที่เขาถืออยู่

“Green Apple Soda”
เขาเอ่ยบอกแบบนั้น และเดินต่อไปที่รถ ฉันที่เดินอยู่เกือบจะถึงรถก็นึกขึ้นได้ว่าไอที่เขาถืออยู่ เขาก็เคยสั่งมันให้ฉันนี่นา ก็เมื่อสามเดือนก่อนไง

“ของร้านนี้ก็อร่อยนะ ลองชิมไหม”
ไม่ว่าเปล่า อีกคนยื่นแก้วในมือส่งมาให้ฉัน ก่อนจะยิ้มให้ ฉันจะกล้ารับมาได้ไง เมื่อกี้ตอนเขาขึ้นมานั่งบนรถเขาก็ดูดหลอดนั้นไปแล้ว แก้วนี่มันก็เป็นของเขาไง ถ้าจะกินต่อมันก็เสียมารยาทไปหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอดรับแก้วในมือจากเขาสักที อีกคนก็เอ่ยปากขึ้น

“ชิมดูไหมชีเน่”

“ไม่เอาอะ”
ฉันเอ่ยตอบ ใบหน้าของตินตินมีเครื่องหมายสงสัยลอยขึ้นมาทันที ก่อนที่ฉันจะเอ่ยอธิบายความคิดในหัวไป ก็ไม่ได้มีอะไรผิด

“แก้วนั้น มันของนาย นายกินไปเถอะ อีกอย่างก็ไม่มีหลอดสำรองด้วย”
ตินตินยิ้มขึ้นมาทันที ตอนที่ฉันพูดจบก่อนจะยื่นแก้วมาตรงหน้าฉันจับหลอดที่เขาใช้ดูดแล้วนั่นแตะที่ปากฉัน ทำเหมือนเวลาผู้ใหญ่ป้อนน้ำเด็ก ฉันหันมองหน้าเขาทันที แต่ไม่ทันจะพูดหลอดก็ถูกดันเข้ามาในปากพอดี พร้อมคำพูด

“ชิมดู”
ฉันเลยจำใจทำได้แค่ลองดูดน้ำในแก้วน้ำขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะเอ่ยถาม

“เป็นไงอร่อยไหม?”

“ก็ดีนะ ปกติ”

“แต่ทำไม เรากินแล้วมันไม่อร่อยอะ วันนี้คนชงคงทำรสชาติเพี้ยนแน่ๆ”
ตินตินว่าแต่ฉันก็เอ่ยเถียงขึ้นมาทันทีเช่นกัน

“ฉันว่าไม่นะ ก็อร่อยดี”
ก็เอ่ยบอกไปในสิ่งที่ตัวเองคิดแต่ใครจะรู้ล่ะว่า อีกคนจะมาไม้นี้ ทำเอาไปไม่เป็นเลย

“อร่อยแน่เหรอ?”
ตินตินถามอีก ฉันมองหันหน้าไปทางเขาก่อนจะตอบอีกครั้งเช่นกันแต่

“อือ......จุ๊บ~

“ (O/////O) ”
ไม่ทันจะได้ขานตอบ อีกคนก็ยื่นหน้าเข้ามาแตะริมฝีปากของเขาเบาๆ ที่ปากของฉัน ก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และขยับหน้าออกไป โชคดีนะที่เป็นแค่จุ๊บไม่ถึงจูบไม่งั้นคงได้หัวใจวายในรถแน่ แต่ใครจะรู้ว่าอีกคนจะไม่ได้หยุดแค่นั้น

“อร่อยจริงด้วย”

“ (O/////O) ”

“คราวหลังคงต้องให้ชิมบ่อยๆล่ะ”
ก่อนจะหยุดพูดไปดื้อๆ และให้ฉันนั่งเขินดื้อเช่นกัน ตินตินไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หันไปขับรถแทน และปล่อยเวลาให้ฉันนั่งเงียบมาจนถึงลานจอดรถคอนโด ไม่กล้าจะพูดไงกลัวเสียเปรียบ แต่ก็เอาหน่อยละกัน

“ตินติน”
คนถูกเรียกหันหน้ามาทางฉันหลังจากที่เขาดับเครื่องรถแล้ว พลางเลิกคิ้วใส่

“ว่า?”

“คืองี้นะ”
ฉันพยายามเรียบเรียงคำพูดในสมอง ก่อนจะเอ่ยบอกเขาในสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ และฉันคิดว่าเขาควรทำมัน

“เราคิดว่า คราวหลัง นายไม่ต้องเลี้ยงนั่น เลี้ยงนี่เราหรอก”

“หือ? ทำไม?”
คนฟังเอ่ยสวนขึ้นมาทันทีที่ฉันพูดประโยคนั้นออกไป ฉันหันไปมองหน้าเขาและทำหน้าค่อนข้างจะจริงพลางเอ่ยพูดต่อ

“คือเราคิดว่า ยิ่งนายเอาใจเรามากเท่าไหร่ ต่อไป...”

“......”

“เราจะยิ่งเคยตัวมากขึ้น”

“แล้ว?”
ฉันเงียบไปไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดดี แต่ก็พอเข้าใจนะว่าคำพูดต่อมาของอีกคน ก็ดูจะพูดตรงอยู่ต่อสมควร

“กลัวคนอื่นคิดว่า คบกับฉันเพราะเปย์เธอเยอะเหรอ?”
“......”
ถึงจะเงียบ แต่นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดอยู่จริงๆ หลังจากที่กลับมาจากร้านเค้กลึกลับ ไม่ใช่แค่ร้านเค้ก แต่รวมหลายวันที่ผ่านมาด้วยตั้งแต่รู้จักกับเขา เขาก็จ่ายนั่นจ่ายนี่ ดูแลฉันอย่างงั้นอย่างงี้ตลอด จนฉันเริ่มรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“ทำไมถึงคิดว่า สิ่งที่เราทำมันเป็นการทำให้เธอเคยตัว หรือจริงๆ คิดว่าเราแค่เอาใจเธอ เพื่ออยากได้เธองั้นเหรอชีเน่”
ตินตินพูดออกมาตรงๆ ฉันทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียวไม่รู้ว่า เขาจะโมโหหรือเปล่าที่ฉันพูดเรื่องแบบนี้ แต่ไม่เลยมันเป็นแค่การถามฉันตรงๆ เพื่อต้องการคำตอบที่ตรงประเด็น ในเรื่องที่เรากำลังพูดกันอยู่

“ก็ไม่เชิง” เมื่ออีกคนพูดตรงมาฉันก็ควรจะทำบ้าง เลยตัดสินใจตอบแบบนั้น

“เราจะบอกอะไรให้ฟังนะชีเน่” แน่นอนตินตินมีคำพูดที่จะอธิบายฉันเสมอ

“........”

“การที่เราทำดีกับเธอ เอาใจเธอนั่นโน่นนี่ เรามีสิ่งแอบแฝงก็จริง แต่เราก็ทำเพราะเราอยากทำ”

“.......”

“ก็คล้ายๆ กับความรู้สึกเราที่เคยบอกอะ เรารู้สึกดีกับเธอมากๆ อะไรที่อยากทำก็ทำ อะไรที่อยากบอกก็บอก”
“.......”


“ถ้าจะรักก็รักให้สุด เลิกกันก็ตัดให้ขาด อย่ารักใครแบบไม่ชัดเจน เพราะมันจะทำร้ายทั้งตัวเองและคนอื่น”
“.......”

“เข้าใจหรือเปล่าชีเน่”
ฉันเงียบไป เมื่อฟังตินตินพูดจบ แม้น้ำเสียงที่เขาใช้กับฉัน จะไม่ได้แสดงออกถึงความโกรธมากมาย แต่ฉันก็แอบรู้สึกได้เหมือนกันว่าเขาก็แอบเคืองฉันอยู่เล็กๆ

“ขอโทษ”
ฉันไม่รู้ว่าฉันขอโทษเขาทำไม แต่นั่นคือสิ่งที่คิดว่าเป็นคำที่ควรจะใช้ในตอนนี้ ตินตินมองฉันแบบงงๆ เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม

“เรื่อง?”
ฉันกะพริบตาถี่ขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะกำลังกังวลหรือเป็นอะไรกันแน่ แต่ฉันก็ไม่รู้จะตอบเขายังไงดี

“ฉันก็ไม่รู้ แค่อยากขอโทษ”

“ไม่ได้โกรธ”

“.....”

"แค่อธิบายความคิดของเรา เราว่าเราไม่คิดแปลกหรอกนะชีเน่”

“หื้ม?”

“เราแค่จริงใจกับความคิดและก็นี่.....”
ตินตินเงียบไป ก่อนจะเอื้อมมือหนาของเขามากุมมือฉัน พลางดึงไปแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา อัตราการเต้นของหัวใจของเขาที่เต้นจังหวะประหลาดๆ พอๆ กับฉัน มันทำให้ฉันเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่แค่เขา แต่รวมถึงฉันด้วย กับเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของเขา

“เราไม่เคยหลอกหัวใจตัวเอง”

“ (O////O) ”
ฉันยังคงค้างมือแตะอยู่ที่ตำแหน่งเดิม ตินตินสบตากับฉันพลางเงียบ มันไม่ได้มีคำพูดอะไรอธิบายออกมาอีก มีเพียงความรู้สึกแปลกๆ ที่ส่งผ่านสายตานั่นออกมา จนฉันเกือบจะต้องเบนหน้าหนี หากแต่ว่า

“ยังมีอะไรคาใจอีกไหมชีเน่”

“.....”

“บอกฉันสิ”
ฉันผ่อนลมหายใจช้าๆ พร้อมกับการรวบรวมสติและคำพูดของตัวเองที่จะต้องใช้พูดกับเขา แต่การอยู่กับตินตินตินนี้มันยากเกินกว่าจะใช้สติ หรืออะไรทั้งสิ้น ฉันเลยทำได้แค่พูดในสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเท่านั้น

“ฉันกลัว”

“กลัวอะไร?”
น้ำเสียงที่ตินตินใช้กับฉันมันอ่อนโยนขึ้นกว่าเมื่อกี้ ฉันดึงมือตัวเองกลับมาก่อนจะจ้องมองเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและเอ่ยอธิบายต่อ

“กลัวว่าวันหนึ่งที่ฉัน เข้าใกล้นายมากขึ้น ....”

“กลัวจะเปลี่ยนไปเหรอ?”
ตินตินเหมือนรู้ทางคำพูดของฉัน เขาเลยพูดสวนขึ้นมาก่อน ฉันพยักหน้ากับคำพูดของเขา ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยบางอย่างกับฉัน

“ฉันก็พอจะเข้าใจ ว่าเร็วไป กับความสัมพันธ์ของเราสองคน”

“........”

“แต่ในเมื่อ ตอนนี้ที่มีอยู่ เปิดใจให้ฉันไม่ได้เหรอชีเน่”

“.......”

“ถ้ากลัวที่จะต้องเปิดใจทั้งใจ ก็เปิดมันสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี”

“........”

“เริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกัน”

“........”
ฉันเงียบไปก็จริงแต่ไม่ได้หลบตาเขาเหมือนครั้งก่อนๆ นั้นทำให้ฉันเห็นได้ชัดว่าทุกคำพูดที่เขาพูดกับฉัน เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“อย่ากลัวที่จะเริ่มสิ ความกลัวน่ะมันมีได้ ก็หายได้”

“......”

“ในเมื่อหัวใจเราป่วยเหมือนกัน แล้วทำไมจะใช้หัวใจรักษาหัวใจไม่ได้ล่ะ”

“อืม”
ฉันครางรับสั้นๆ โดยไม่รู้ว่าส่งเสียงดังออกมาเพื่อสมทบความคิดของเขา หรือเพราะอะไรกันแน่ ก่อนที่ข้อเสนอของเขาจะถูกส่งมาให้ฉัน

“อยากให้เราหายไปไหม เธอจะได้มีเวลาตัดสินใจ”
ถึงตินตินจะเอ่ยแบบนั้นก็จริง แต่สายตาของเขาที่ใช้มองฉันมันไปคนละทาง มันเป็นสายตาที่ใช้คำพูดอธิบายได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ว่าฉัน

“ถึงนายหายไป ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากนี้หรอก”

“.........”

“เพราะงั้น ก็ช่วย.......”

“.........”

“อย่าหายไปไหนนะ”

























**คำแปลภาษาจีนด้านบน**
(*3) หัวใจของเธอเอง ทำไมเธอถึงไม่เชื่อมันล่ะ

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3327 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:06
    รักก็รักให้สุด ตัดก็ตัดให้ขาด

    #ชอบประโยคนี้อ่ะ
    #3327
    2
    • #3327-1 PUNCH-AM (@punch-am) (จากตอนที่ 17)
      21 กันยายน 2562 / 09:27
      ชอบเหมือนกัน โครตโดนใจ ❤️
      #3327-1
    • #3327-2 คุณเธอ คือชื่อ... (@celestai) (จากตอนที่ 17)
      21 กันยายน 2562 / 12:30
      ชอบเหมือนกันค่ะ โดนใจสุดๆ
      #3327-2
  2. #1247 JoyJuleena (@JoyJuleena) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 14:45
    เจิมๆๆรอๆๆค่ะ
    #1247
    0