น้องสุดท้ายไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอแล้วนะ - น้องสุดท้ายไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอแล้วนะ นิยาย น้องสุดท้ายไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอแล้วนะ : Dek-D.com - Writer

    น้องสุดท้ายไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอแล้วนะ

    โดย dermoidcyst

    ผู้เข้าชมรวม

    197

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    1

    ผู้เข้าชมรวม


    197

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  11 ส.ค. 49 / 15:45 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

       วันนี้เป็นวันที่ภัชราภา สอบเส็ด ; อยู่วอร์ดตา ฮือๆ เน่าอีกแล้ว ; เบื่ออ่ะ
      เราก็ไม่เข้าใจอาจารย์ด้วย อาไรของจารย์ก็ไม่ร้ ตายแน่ๆเลย ขึ้เกียจซ่อมอ่ะ ทำไมเรามันเซอ่ยังงี้เนี่ย ชอบตกเรื่องง่ายๆอ่ะ ; ไม่ได้แล่ะ ; เราต้องขยันกว่านี้ เซ็งว่ะ เราแม่ง ไม่นึกถึงคนไข้เลย ทำแบบนี้ ; เป็นหมอไม่ได้นะ อืม เล่าแล้วก็นึกได้ 
          เมื่อปีที่แล้วอย่วอร์ดกุมารไง  มีเด็กคนนึงที่อย่ในกลุ่มเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวอ่ะ
      เด็กพวกนี้ต้องได้รับ  เคมี(ภาษาไทยเรียกงี้มั้ง)  ถ้าคนไข้ได้รับเคมี  ก็จะภูมิคุ้มกันต่ำ  ติดเชื้อง่ายมาก  โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ปกติเราไม่ติดกันเช่น เชื้อรา  ที่ปกติมันก็มีทั่วไปตามอากาศ  แต่เราไม่ติดเพราะว่าเรามีภูมิคุ้มกัน  แต่เด็กพวกนี้  ติดง่ายเพราะว่าภูมิต่ำ  เเล้วเด็กคนนี้  อย่ดีๆก็มีใครสูงมาก  (มีไข้แสดงว่ามีการติดเชื้อ)ดังนั้นเด็กคนนี้มีการติดเชื้อสักเชื้อแต่ว่าไม่ร้ว่าอาไร  ตรวจนู่นตรวจนี่ก็ไม่เจอ  ไม่พบอ่ะ  แต่ว่าไข้สูงมาก  เลย   อาจารย์หมอก็ให้ยาแบบสุ่มไปก่อน  (ไม่ได้มั่วนะ  แต่ว่า  เราคิดว่าเป็นเชื้อตัวนี้ไง  ถ้าสมมุตมันถูก  ก็จะช่วยเด็กได้  แต่คราวนี้เด็กคนนี้  ชื่อไรนะจำไม่ได้  จำได้ว่า ชื่อแบบว่า  บ่งบอกว่าเศร้ามาก แม่ตั้งได้ไงก็ไม่ร้  อ่อ   น้องสุดท้าย ใช่  น้องสุดท้าย   ไข้ยังสูงอย่  คือ หาสาเหตุเชื้อไม่ได้อ่ะ  ก้ให้ยาเปลี่ยนยาไปเรื่อยๆ  ปรากฏว่า  ยามันก็แรงขึ้น จนมันเกือบสุดทางแล้วอ่ะ สุดทางคือ  ยาแรงมาก  แต่ก็ไม่สามารถรักษาได้  ไอ้เรา  ที่ไปดูเด็กทุกวัน  (เป็นนักศึกษาแพทย์  เดินตามอาจารย์ดูคนไข้)  ปอยก็เห็นน้องเค้าทุกวัน  ซึมมากอ่ะ  น้องผอมมาก  ตัวนิดเดียวเอง  แต่ ไข้สูงโคตรๆๆๆๆๆ   เราก็คิดไงว่า  ตัวเเค่นี้เองทนไข้ได้ไง  เหมือนน้องจะตายแล้วอ่ะ
      เรามองทีไรแบบว่าสงสารมาก  แม่ก็มาจับมือบอกว่า  คิดว่าน้องเค้าต้องตาย  เรียกญาติที่อย่บนดอย (น้องเป็นชาวเขา)  มาหา    ไม่ร้สิปอยร้สึกว่า  มันเหมือนกับเราจัดงานศพ เพียงแต่ว่าน้องเค้ายังไม่ตายเท่านั้น  ปอยมองน้องเค้าทุกวัน  น้องเค้าดูแย่มาก  แต่สำหรับเรื่องที่แม่เค้าทำให้  ไม่ร้ว่าน้องสุดท้ายจะร้สึกยังไง  แต่เด็กตัวนี้  น้องเค้าคิดเรื่องความตายว่ายังไงนะ  ปอยร้สึกว่า  สำหรับเด็กตัวแค่นี้  ความตายมันเร็วเกินไป  วันที่หนึ่ง สองสาม   จนสิบสี่วันแล้วไข้น้องไม่ยอมลด  อาจารย์ท่านบอกกับแม่น้องสุดท้าย  ว่า  ผมจะให้ยาที่แรงที่สุดนะครับ  ถ้ามันไม่ยอมลง  ผมไม่ร้เหมือนกันว่าจะมียาไหน  ที่แรงกว่านี้แล้ว  แม่ทำใจไว้ด้วยนะครับ  น้องเค้าก็ฟังด้วย  แต่ไม่ว่าร้เรื่องหรือป่าว  ปอยก็ไม่ร้เหมือนกัน  แต่น้องเค้านั่งเฉยๆ  ไม่ร้ว่าน้องเค้าคิดอาไร  เค้าร้สึกยังไง  แต่ปอยอ่ะ  น้ำตาจะไหล  ปอยไปกอดน้องเค้าก็ไม่ได้  เพราะตัวเราเดินไปทั่ววอร์ด  มีแต่เชื้อโรคเตียงนั้นเตียงนี้   แต่ว่าวันนั้น  ปอยไปล้างมือ  ปอยไปจับมือน้อง   แขนน้องเท่าสามนิ้วเรานี่แล่ะ  ปอยจำได้ว่า  มันใกล้จะวันเด็กแล้ว  มันคงน่าเศร้า  ถ้าน้องเค้าไม่อย่ถึงวันนั้น  ปอยเอาเกมในมือถือให้น้องเค้าเล่น  ปอยถามน้องเค้า  แต่น้องเค้าไม่คุย  ไม่ร้ว่าน้องเค้ากลัวหรือป่าว  ไอ้เราก็พยายามทำท่าตลก  หลอกให้น้องเล่นเกม  จนน้องเค้าคุยด้วย  สุดท้าย  ปอย  เอามือถือ  ถ่ายหน้าน้องเก็บเอาไว้  ตอนเเรกน้องเค้าไม่ยิ้ม  ปอยเลยบอกว่าน้องสุดท้ายคับ  น้องสุดท้ายไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอนะ  นอ้งเรียกพี่ว่า  พี่ปอยได้ป่ะคับ  น้องสุดท้ายพยักหน้า   งั้น  เรียกพี่สิ  น้องสุดท้าย  ยิ้มเป็นครั้งแรก  (โอ๊ย น้ำตาจะไหล)  แล้วก็บอกว่า พี่ปอย    แล้วภัชราภาก็โลภมาก  เอาใหม่สิคับ  พี่ปอยคับ   พี่ปอยคับ  พี่ปอยคับ      แล้วปอยก็บอกว่า โอ้โห  น้องสุดท้ายยิ้มแล้วหล่อจัง  ยิ้มให้พี่ถ่ายรูปนะคับ  เเชะ   พี่ปอยก้เลยได้รูปฉีกยิ้มของน้องสุดท้าย   พอจากวันนั้น  น้องสุดท้ายก็ยิ้มตลอดเลย  เวลาที่พี่ปอยเดินตรวจกับอาจารย์  ยิ้ม แม้ว่าไข้น้องจะสูงโคตร  แต่ว่าน้องเค้าไม่เรียกปอยว่าหมอแล้ว  เค้าเรียกปอยว่าพี่ปอย  ตอนนั้นปอยกลัวเหมือนกันนะ  มีบางวัน  น้องเค้าย้ายเตียงไง  แล้วโผล่มาตอนเช้าไม่เห็นน้องอ่ะ  นึกว่าน้องตายไปแล้วอ่า  ที่ไหนได้ไปโผล่อีกเตียงใจหายหมดเลย   มีอย่วันนึง  น้องซึมมาก  ไม่ยอมกินข้าว  ตัวก็ผอมอย่แล้วนะ  ปอยก็เลย  บอกน้องว่า   น้องสุดท้าย  พี่ปอยสัญญาว่า  ถ้ากินข้าว พี่จะให้เล่นเกม  แล้วก็  ถ้าหายดี  พี่จะซื้อขนมมาให้กิน  ปอยก็ร้ไงว่า  เด็กที่มันซึมง่ะ  ต่อให้เอาอาไรมาให้มันก็ไม่สนหรอก  ก็มันไม่มีแรงง  แต่ว่า  พอปอยไปแล้ว  ปอยเห้นน้องเค้ากินข้าว  เหมือนน้องเค้ากินโชว์อ่ะ  แบบว่า ตอนนั้นไม่ร้จะพูดไรเหมือนกัน  ปอยก็เดินไปนะ  ซักพักน้ำตาไหลท่วมเลยอ่ะ  บอกไม่ถูก  มันตื้นตันอ่ะ  เพื่อนมันก็เดินมาเห็นถามว่าเป็นไร  ปยอไม่ตอบแต่ยิ้ม  เพื่อนเลยงงยกเซต  วินิจฉัยว่า  ปอยเรียนหนัก  ทำให้มี  สองอารมณ์ในเวลาเดียวกัน  แล้วปอยก็ได้รับข่าวดี   พอปอยขึ้นมาบนวอร์ดอีกวัน  อย่ดีๆแม่น้องมาจับมือ  บอกว่าหมอน้อย  ไข้น้องอ่ะลดแล้ว  ปอยแม่งโคตรดีใจ เหมือน ....บอกไม่ถูกอ่ะ   แต่ว่า  ปอยจะจำไปจนตายเลย  น้องสุดท้ายอย่จนถึงวันเด็ก  น้องไม่ได้กลับบ้าน  ปอยก็เหมือนกัน ไม่ได้กลับบ้าน(อย่เวร)ทั้งที่ตอนเเรกจับฉลากออกมาว่าได้อย่เวรวันนี้  เพื่อนบอกว่าแกมันซวย  แต่ปอยว่าไม่นะ   วันดีๆแบบนี้  ปอยสิ  ควรต้องอย่ที่นี่   คืนนั้นที่ปอยอย่เวร  ปอยนั่งคุยกับน้องเค้า  เล่นกับน้อง  สำหรับคนอื่นอาจจะว่าน้องเค้าก็ซวยที่ไม่ได้กลับบ้าน มันก็อาจจะจิงนะ  แต่ว่าคืนนั้น  น้องเค้าดูมีความสุข อย่างน้อย  สุขที่สุดภายในหกอาทิตย์ที่ปอยเห็นน้องเค้าอย่วอร์ดนี้  มันเป็นความสุขเล็กๆ  ในที่เล็กๆ  ในเวลาเล็กๆ  แต่ยิ่งใหญ่  ยิ่งใหญ่มาก  ปอยว่าปอยได้ความร้สึกดีๆจากเด็กตัวน้อยคนนี้มาก   สงสัยปอยจะรักการเป็นหมอ  ถึงแม้เค้าจะป่วย  ปอยก็รักเค้าอ่ะ  ถึงแม้ว่าเค้าจะสกปรก  ปอยก็รัก  ถ้าปอยได้ความร้สึกแบบนี้ทุกๆวัน  ปอยไม่เบื่อหรอก  ที่จะอย่ในที่แบบนี้   น้องสุดท้าย  เป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้า   แม้ว่า  ข้าพเจ้าจะเรียนมาสามปี  แต่ร้ป่ะ  การเป็นหมอของภัชราภามันเพิ่งเริ่มวันนี้นี่เอง  เคยมีคำถามไง จาก ชาวบ้าน  อาจารย์หมอ  เพื่อน  ชอบถาม  คำถามยอดฮิตว่า  ทำไมถึงเรียนหมอ   เหล่าบรรดานักศึกษาแพทย์ปีหนึ่ง  มักตอแหล ตอบว่า  อยากช่วยคน  ทั้งที่เมื่อกี้เธออาจเพิ่งด่ากับคนอื่นมา (ซึ่งก็คือนังปอยเองแล่ะ)  ปอยจะบอกให้ว่า  การติดแพทย์ของปอย  ขำมากๆ  ตอนแรกเลือกทันตะแพทย์อันดับหนึ่ง   แล้วเพื่อนตาสีตาสาคนนึงบอกปอยว่า  อืม  ลองเอาแพทย์เล่นๆป่ะ  เอาป่ะ  กูเขียนให้  ปอยก็ตบหัวมัน  บ้าป่ะ  กู ไม่เคยคิด  เพราะปอยก็ไม่ร้ไงว่าตัวเองชอบไร  ทันตแพทย์มันกลางๆดีอ่ะ  ปอยเดินไปไหนไม่ร้  แล้วเพื่อนมันก้เปลียนให้  ไม่ร้  เจ้าหน้าที่เค้าเอาได้ไง  เพราะลายมือคนละเรื่องกันเลย  ดูก็ร้ว่ามีการแก้แบบว่าคนละคนกันอ่ะ  ตลกดี  มีคนบอกว่าปอยติดแพทย์  วันนั้น  ปอยยังอุทานออกมาเลยว่า  เป็นไปไม่ได้  แล้วเพื่อนมันก็มาบอกทีหลัง  ส่วนพ่อแม่ ปอย ก็ไม่ได้บังคับไร  แต่ขำกับลูกไปด้วย  เพราะมันก็บอกเองว่ามันเลือกหมอฟัน   แต่วันนี้  .......... คิดถูกแล้ว  ที่เรียนหมอ  เหมือนที่พ่อบอก  (บอกเอาไว้เมื่อปีหนึ่ง แต่คิดได้ตอนปีสี่)  พ่อบอกว่า  ติดหมอ  โชคดีแล้วลุก  อาชีพมันไม่ได้มีเกียรติตรงที่คนติดมันเรียนเก่ง  แต่มันมีเกียรติตรงที่  เป็นอาชีพที่รักษาคน  ช่วยชีวิตคน  คิดดูนะว่า  บางทีคนนๆนี้อาจตายได้นะ  ถ้าเค้าไม่ได้เรารักษา  พ่อพูดถูก  ต่อไปนี้  ปอยคงตอบได้เต็มปาก  ทำไมปอยถึงเรียนหมอ.................................

       

       

       

       

       

       

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×