ร้ายมา รั ก ก ลั บ ไม่โกง : Fleet of love

ตอนที่ 18 : ร้ายมารักกลับครั้งที่ 16 : เจ้าของกุญแจมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    13 ม.ค. 64

 

 

[ออกมาเปิดประตูให้หน่อย] 

“อือ” กดรับสายโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนสายเป็นใคร รู้แค่ว่าโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างตัวฉันมันแผดเสียงร้องลั่นมาเกือบสิบนาทีแล้ว

ลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะเดินคลำทางมาเรื่อยๆจนถึงหน้าประตูทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ชั่ววูบนึงรู้สึกถึงความหนาวเหน็บจนปวดไปทั่วทั้งร่าง ตอนแรกยังเดินได้ปกติ แต่ไหงตอนนี้แขนขามันกลับไร้เรี่ยวแรงไปซะได้

มือจับลูกบิดเพื่อพยุงตัวก่อนที่ความเจ็บปวดจะถาโถมเข้ามายังใจกลางกายส่วนล่าง เจ็บปวดจนต้องปรือตาขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรกับร่างกายกันแน่  

“เฮ้ย! ” เบิกตาโพลงทันทีที่เห็นผิวเนื้อที่เคยเนียนไปทั้งตัวขึ้นสีเป็นจ้ำๆ พลันความง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ร่างกายถูกทำให้เป็นรอยแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ยังไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าชิ้นเดียวติดกาย หันกลับไปมองที่เตียงจึงเห็นว่าที่นอนยับยู่ยี่จนผิดสังเกต มิหนำซ้ำ ผ้าปูสีขาวยังเต็มไปด้วยสีแดงเป็นวงราวกับเลือด 

ค่อยๆประคองร่างกายที่บอบช้ำของตัวเองเดินกลับมาที่เตียง เพื่อดูให้ชัดว่าสีแดงที่ว่ามันคืออะไร ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ถูกคล้องไว้กับขาโต๊ะข้างเตียงนอน... มันคือกุญแจมือที่ตำรวจใช้ล่ามผู้ร้ายเหมือนในหนัง แถมยังมีเลือดติดอยู่ราวกับว่ามีใครถูกล่ามเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้

ก้มลงมองดูแขนตัวเองก็ไม่เห็นว่าจะมีเลือด เลือดนั่นต้องไม่ใช่ของฉันแน่ แถมปลอกหมอนสีขาวสะอาดยังมีหยดเลือดติดอยู่

นี่มันอะไรกัน ทำไมเตียงของฉันถึงมีแต่เลือดเต็มไปหมด แล้วเกิดอะไรกับร่างกายฉัน ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาจนถึงขั้นไม่รู้ว่าไอ้รอยพวกนี้มันคือรอยที่เกิดจาก ริมฝีปาก

และคงไม่ใช่ฝีมือฉันอย่างแน่นอน มีใครทำอะไรบางอย่างกับร่างกายฉันเมื่อคืน

หันกลับมามองยังจุดแรกอีกครั้ง เลือดที่หยดเป็นวงกว้างบนพื้นเตียงนี่ล่ะของใครกัน สีมันเหมือนกับเลือดประจำเดือน แต่เม็นฉันพึ่งมาเมื่อต้นเดือนนี่เองนี่ ก้มลงสำรวจดูร่างกายส่วนล่างของตัวเองเพื่อความมั่นใจ แต่ไม่พบอะไรผิดสังเกต นอกซะจาก... คราบเลือดจางๆที่แห้งแล้วเกาะติดอยู่

อย่าบอกนะว่า...

ทั้งความมึนงงและความสับสนต่างตีเข้ามาพร้อมกันจนฉันรู้สึกปวดหัว เมื่อคืนเมามากจนจำอะไรไม่ได้ขนาดนี้เลยหรอ ฉันไม่น่าดื่มเหล้าหน้าตาประหลาดนั่นเข้าไปเลย อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนหิ้วมา จะตีซะให้เข็ด

ยิ่งไอ้คนที่จับเหล้ากรอกปากฉัน เดี๋ยวต้องกลับไปคิดบัญชีแน่

“โอ๊ย” ตะโกนขึ้นเสียงหลงขณะที่พยายามลุกขึ้นจากเตียง แต่ขาเจ้ากรรมกลับไม่รักดี มันพาฉันลงไปนั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้น พรั่งพรูลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะพยายามลุกขึ้นจากพื้นแข็งๆอีกครั้ง

ออด~

เสียงออดหน้าประตูส่งเสียงร้องขึ้น ลืมไปเลยว่ามีคนกำลังรอฉันอยู่ด้านนอก ใครกันนะที่มาหาฉันเวลานี้ ร่างกายไม่พร้อมจะออกไปต้อนรับแขกด้วยสิ

พยายามจะลุกขึ้นอีกคราแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตสีเหลืองที่แปะอยู่ข้างบนกล่องสี่เหลี่ยมข้างหัวเตียง ไม่รู้ใครเอามาวางไว้ให้ ลักษณะกล่องมันเหมือนถูกเปิดแล้ว จึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด โดยมีใจความว่า

สสวก. พีรยา ของขวัญวันเกิดปีนี้หวังว่าจะชอบ

... เป้ง ...

เจอแต่ข้อความ แต่พอเปิดกล่องออกดูกลับไม่มีอะไรอยู่เลย หรือว่า... กุญแจที่ห้อยต่องแต่งอยู่นี่จะเป็นของไอ้เป้ง มันยิ่งชอบเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ด้วยสิ

ไม่รอช้า เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกหามันทันที รอไม่นานปลายสายก็กดรับ

[ว่า]

“เป้ง ของขวัญที่มึงให้กูอยู่ไหน” 

[อ๋อ ฮ่าๆ] มันหัวเราะ แต่ฉันไม่ขำ ฉันต้องการคำอธิบาย

“ของที่มึงให้คืออะไร” สวนกลับไปทันควัน

[ยังไม่เห็นหรอ หรือเก็บติดมือไปด้วยวะ] ปลายเสียงแผ่วลงราวกับมันพยายามทำความเข้าใจกับตัวเองอยู่

“ไอ้เป้ง มึงรีบพูดให้เคลียร์” ฉันเร่งให้มันพูดขณะที่แขกที่มาเยือนยังกดออดเป็นระยะๆ ฉันต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเจ้าของเลือดที่ติดอยู่บนกุญแจมือเป็นใคร ฉันถึงจะออกไปเปิดประตูได้ ไม่แน่คนๆนั้นอาจจะเป็นคนที่สร้างรอยไว้บนร่างกายฉันก็ได้ ที่แน่ๆ คนๆนี้ไม่ใช่ไอ้เป้ง เพราะถึงฉันจะเมาแค่ไหน ฉันก็จำได้ลางๆว่า ตอนที่ฉันเข้ามาในห้อง ไอ้เป้งมันเดินสวนฉันออกไปและพูดอะไรบางอย่าง มันพูดว่าไงนะ

[กุญแจมือ กูซื้อกุญแจมือให้มึง] ขณะที่ฉันกำลังขบคิด มันก็ตอบคำถามแรกออกมาซะก่อน จึงทำให้ฉันลืมเรื่องที่จะถามไปหมดสิ้น คิดไว้อยู่ละว่าของแปลกๆแบบนี้ต้องเป็นมันที่ซื้อให้ฉัน

“แล้ว... ” ยังไม่ทันได้ถามคำถามถัดมา ปลายสายก็พูดขัดขึ้น

[เอ้อ เมื่อคืนก่อนกูกลับ มีผู้ชายคนนึงมาหามึง]

“ผู้ชาย? ใคร” ฉันรีบถามกลับทันควัน

[รู้สึกว่าจะชื่อคณินอะไรนี่แหละ]

“ห๊ะ” โพล่งออกไปเสียงหลง ก่อนที่บางอย่างจะดลใจให้เอื้อมมือขึ้นไปจับต้นคอตัวเอง ที่ตอนนี้มีสร้อยรูปตัว P สวมอยู่ ทั้งๆที่ตอนที่รับมันมาฉันไม่ได้สวมมันด้วยซ้ำ แค่ถือมันกลับเข้าห้องมาวางไว้ข้างหัวเตียงเท่านั้น แต่พอตื่นขึ้นมาเช้านี้กลับมาอยู่บนคอฉันซะได้ แถมยังมาพร้อมกับรอยมลทินนับไม่ถ้วนอีกต่างหาก

หรือว่า... คนที่ทิ้งรอยไว้ดูต่างหน้าบนร่างกายฉันก็คือคณิน

ไม่ เป็นไปไม่ได้

 

ฉันกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังว่าไอ้เป้งมันจะพูดอะไรต่อ ถ้าฉันถามต่ออีกหน่อย ฉันคงได้คำตอบมาแน่ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมที่จะฟัง ฉันยังไม่อยากรับรู้ว่าคนที่ได้ครั้งแรกของฉันไปเป็นใคร ขอหลบมาทำใจก่อน ถึงแม้หลักฐานทั้งหมด 99% มันจะชี้ตัวไปที่คนๆนั้น แต่ฉันก็ยังหวังให้อีก 1% ที่เหลือมันไม่ใช่เขาอยู่ดี

ถ้าผู้ชายเมื่อคืนเป็นคณินจริง แล้วเขากลับมาทำไมกันล่ะ แถมยังถูกกุญแจมือล่ามเอาไว้อีก อย่าบอกนะว่าฉันเป็นคนทำทั้งหมดเพราะความเมา แบบนี้ฉันจะแบกหน้าไปสู้เขาได้ยังไง

ฉิบหายแล้วอิพีท!

 

ออด~~~

คราวนี้เสียงออดหน้าห้องถูกกดแช่ไว้จนมันดังเป็นเสียงยาว คาดว่าคนที่อยู่ข้างนอกคงหงุดหงิดและหัวร้อนเข้าให้แล้ว ภาวนาขอให้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่คณินเถอะ ฉันยังไม่พร้อมจะเจอเขาตอนนี้

ใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า คว้าอะไรติดมือมาได้ก็รีบหยิบขึ้นมาสวม ก่อนจะตรงมายังประตูห้องนอนและเปิดกว้างออก แทรกตัวออกมาจากช่องประตูแล้วมุ่งหน้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง มือเอื้อมไปกดปุ่มบนจอมอนิเตอร์เพื่อดูว่าคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของประตูเป็นใคร 

ทันทีที่ภาพฉายชัด ก้อนหนักๆภายในอกก็ได้มลายหายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความประหลาดใจแทน เพราะคนที่มาเคาะห้องฉันตั้งแต่ยังไม่สายกลับเป็น คันศร ผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุดในโลกนั่น

 

“มาทำไม” โพล่งถามคนตรงหน้าออกไปทันทีหลังจากเปิดประตูไปเผชิญหน้า ถึงแม้ว่าสภาพฉันตอนนี้จะย่ำแย่มากก็ตาม อย่างน้อย เสื้อคอเต่าที่เก็บไว้ใส่หน้าหนาวคงพอช่วยได้

“จะไม่ชวนเข้าห้องหน่อยหรอ” พูดพลางถือวิสาสะชะเง้อไปมองหลังประตูอย่างเสียมารยาท

“รู้เลขที่ห้องฉันได้ยังไง” ยิงคำถามที่คาใจออกไป นอกจากเขาจะรู้ที่อยู่คอนโดฉันแล้ว ยังสืบไปถึงเลขที่ห้องอีกงั้นหรอ 

“ก็ไม่ยังไง แค่บอกพนักงานด้านล่างว่ามาเก็บตกวันเกิดคุณพีท เขาก็ให้ขึ้นมาแล้ว” หึ ทีเรื่องแบบนี้ฉลาดเป็นกรด จริงอยู่ที่เมื่อวานฉันสั่งพนักงานด้านล่างว่าใครมาวันเกิดฉัน ให้อนุญาตขึ้นมาได้เลย แต่คำสั่งที่ฉันบอกไปมันหมดอายุตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว ไม่คิดว่าคันศรจะใช้คำพูดนี้กับพนักงานเพื่อขึ้นมาหาฉัน

“ฉันไม่ต้อนรับ เสนอหน้ามาทางไหนก็กลับไปทางนั้น” ชี้มือไปยังลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลพลางถอยหลังมาหนึ่งก้าว เตรียมจะเปิดประตูใส่หน้าคนที่อยู่ด้านนอก

“ทำไม ซ่อนใครเอาไว้รึไง” พูดพลางกระแทกตัวฉันเข้ามาด้านใน พร้อมทั้งก้าวตามเข้ามาอย่างถือวิสาสะ

“อย่ามาทำตัวเหี้ยแถวนี้นะศร” ตะโกนตามหลังไปหลังจากที่เห็นว่าร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปสำรวจห้องอย่างถือวิสาสะ

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมเข้ามาไม่ได้” หันกลับมาจ้องหน้าฉันนิ่ง

“จะมีหรือไม่มีแล้วเกี่ยวอะไร นี่มันที่ของฉัน นายไม่มีสิทธิ” 

“สรรพนามดูห่างเหินจังเลยนะ” เหยียดยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาราวกับเป็นเจ้าของห้อง

“หรือจะให้ขึ้นกูมึงเหมือนเมื่อก่อนล่ะ” เดินไปหยุดตรงหน้าพลางจ้องคนหน้าด้านอย่างไม่วางตา

“มาคุยดีๆ ไม่ได้จะมาทะเลาะ” ถอนหายใจออกมาก่อนจะจ้องมาที่ฉันนิ่งด้วยแววตาอ่อนลง

“รู้อยู่แล้วว่าต้องทะเลาะ แล้วจะเสือกมาทำไม” ซัดตัวนั่งลงที่โซฟาอย่างหัวเสีย ถ้าคนอย่างคันศรคิดจะทำอะไรแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดฉันก็คงลากเขาออกจากห้องไม่ได้ นอกซะจากนั่งฟังให้จบๆเรื่องไป “มีไรก็ว่ามา”

“เมื่อวานวันเกิดไม่ใช่หรอ” พูดออกมาพลางกวาดตามองไปยังบริเวณโดยรอบ ทั้งแก้ว ทั้งจานอะไรต่อมิอะไรก็ยังไม่ได้เก็บ สภาพนี่ไม่บอกก็รู้ว่าพึ่งผ่านปาร์ตี้มาหมาดๆ

“เรื่องของฉัน” ยกมือขึ้นกอดอกพลางเบือนหน้าหันมาอีกทาง

“คอเป็นอะไร” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

“เปล่า” รีบดึงคอเสื้อมาปิดแล้วปฏิเสธออกไป นั่งไกลขนาดนั้นยังอุตส่าห์เห็นอีก

 “หึ ตาไม่ได้บอด วันเกิดก็ยังไม่เว้น ร่านมากปะ” คำพูดดูถูกเหยียดหยามเปล่งออกมาจากลำคอคนตรงหน้า

“มันจะมากไปแล้วนะ” ลุกขึ้นยืนก่อนจะจับหมอนเตรียมปาถ้ามันยังไม่หุบปาก

“มันไม่มากไปหรอก สำหรับคนที่เคยคบกันมาตั้งสามปี” 

“ก็แค่เคย” เป็นตาฉันบ้างที่เหยียดยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพช

“จำได้ไหมที่เคยบอกให้เลิกยุ่งกับผู้ชายพวกนั้นซะ” แต่เหมือนคำพูดฉันจะทะลุหูทั้งสองข้างของมันไปโดยปริยาย

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกยุ่งกับกูสักทีศร มึงไม่เหนื่อยหรอ” ถอนหายใจออกมาอย่างนึกรำคาญ ต้องหน้าด้านแค่ไหนถึงจะทำเรื่องแบบนี้ได้

“...” 

“กูไม่ใช่สิ่งของที่มึงจะเบื่อแล้วทิ้ง พอเซ็งของใหม่ก็กลับมาหาของเก่า” 

“จะคิดยังไงก็ช่าง... วันนี้แค่มาเตือน อย่าให้เห็นว่าร่านไปทั่วอีก ไม่งั้นจะไม่ใช่แค่ขู่” จ้องมาที่ฉันนิ่งอย่างออกคำสั่ง ดวงตาคู่นั้นฉายความจองหองออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วมึงจะทำไม” ถลึงตาใส่คนตรงหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อ คำพูดของมันทำความอดทนฉันขาดผึง

“ก็ลองทำดูสิ” พูดพลางใช้ฝ่ามือหนาแกะมือฉันออกจากปกเสื้อ เหยียดยิ้มมุมปากด้วยท่าทางที่ราวกับกำลังนึกเรื่องสนุกอยู่ในหัว ก่อนจะรวบแขนทั้งสองข้างของฉันเข้าด้วยกันแล้วประกบจูบลงมาอย่างหยาบโลน คันศรขบเม้มริมฝีปากของฉันจนมันแตกและได้กลิ่นคาวเลือด

สองมือพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ไม่เป็นผล ทั้งใช้เท้าถีบเท้าเหยียบแต่คนเลวกลับไม่สะทกสะท้าน เอาเปรียบฉันจนหนำใจแล้วจึงผลักตัวฉันออกมาอย่างไม่ใยดีจนเกือบจะล้มลงกับพื้น

หอบหายใจถี่รัวเพื่อกักตุนเอาอากาศเข้าไปก่อนจะอ้าปากเตรียมจะสาดคำสาปแช่ง

“ไอ้... ” 

“เดี๋ยวโทรหา” พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูทางออกพร้อมกับพูดขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค “ถือว่านี่เป็นของขวัญแล้วกัน”

“มึงมันเหี้ย” โพล่งออกมาพลางใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากอย่างนึกขยะแขยง อย่าว่าแต่เหี้ยเลย ด่าเหี้ยยังสงสารเหี้ย

“พึ่งรู้หรอ” หันกลับมาแสยะยิ้มก่อนจะหมุนลูกบิดเดินออกจากห้องไป

นี่มันวันบ้าอะไรของฉันเนี่ย ตั้งแต่ตื่นจนถึงตอนนี้ยังมีเรื่องเข้ามาไม่หยุด เป็นของขวัญ After Birthday ของฉันหรือยังไง บ้าเอ๊ย

 

To be continued 

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆแม่คุณเอ๊ยย ปัญหาเก่ายังเคลียร์ไม่หมด ปัญหาเก่ากว่าก็ตามมาอีกแล้ว!

 


ส่วนใครจะเป็น #เจ้าของกุญแจมือ  กดถัดไปเลยจ้า

พีท พีรยา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #20 failAM (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 09:20
    รอต่อนร้าาาา🤭
    #20
    0
  2. #19 failAM (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 00:17
    กรี๊ดดดขอดีใจไว้ก่อนนร้าาาา
    #19
    1
    • #19-1 mybearpp(จากตอนที่ 18)
      30 พฤศจิกายน 2563 / 17:52
      อิอิอิ
      #19-1