God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 91 : บทที่ 1 หนึ่งสัปดาห์ : เกียร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 1 หนึ่งสัปดาห์
ช่วงที่สอง เกียร์

“ก็ลูกสาว.. ลู ลูกของฉันกับโคลอี้ เด็กที่ทำให้เกิดวัลเคียวเร่ เมืองลอยฟ้านี้ขึ้นมายังไงล่ะ”

ทั่วทั้งห้องบัลลังก์พลันตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงอบิเกลที่ส่ายหน้าไปมากวาดตามองผู้คนทั้งหลายที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มนั้นด้วยความประหลาดใจ การที่ลูเป็นลูกสาวของรันกับโคลอี้(Chloe)นั้นเธอไม่เห็นว่าแปลกอะไร แม้การที่พ่อ(รัน)กับลูก(โคลอี้)จะมีลูกอีกคน(ลู)ด้วยกันมันจะดูแปลกไปหน่อยก็ตาม

“ลูกสาวของ..พระเจ้า?”เอเธนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างอดไม่ได้

เขาเคยเห็นผู้หญิงที่เป็นเจ้าของชื่อนั้นอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่พลังที่อากิกับอาเมะและยาเอโกะสัมผัสได้นั้นมันมากมายเหลือคณานับ มากชนิดที่ว่ายาเอโกะที่มีพลังครบถ้วนสมบูรณ์ยังต้องกลัวหัวหด ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าพระเจ้าได้นั้นจะต้องแข็งแกร่งชนิดที่ไม่มีใครเทียบได้

การที่เห็นพระเจ้าที่ว่ามาเกาะแกะกับจอมมารนั้นนับว่าแปลกแล้ว แต่การที่มีลูกด้วยกันได้นี่ยิ่งเป็นเรื่องที่แปลกจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

“เธอแข็งแกร่งขนาดต่อกรกับอบิเกลได้เลยเหรอ?”

“อืม ฝีมือทัดเทียมกับอบิเกลนะ ถ้าวัดกันในเรื่องการใช้พลัง แต่ถ้าเป็นพวกกระบวนท่าก็คง.. เท่ารูปร่างล่ะนะ”รันกระชับอ้อมกอดดึงตัวลูเข้ามาแนบอกและหอมแก้มเธอเบาๆจนเด็กน้อยต้องหัวเราะร่าบอกจั๊กจี้ เขาไม่คิดจะบอกใครเรื่องที่ลูนั้นคือโซเลยล์แลนซ์(Soleil Lance) หอกแห่งสุริยะ อาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์ชิ้นที่สามซึ่งเป็นชิ้นสุดท้าย และเป็นเพียงชิ้นเดียวที่มีความสามารถในการโจมตีโดยสมบูรณ์แบบ

บริจิดพยักหน้าแม้เหมือนไม่อยากเชื่อ

แต่เมโลเดียและลิวเซนไทน์แม้จะเคยถูกรูปลักษณ์ที่เหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นของโคลอี้หลอกไปครั้งหนึ่งเมื่อครั้งแรกที่พบกันยังไม่วายที่จะมองมายังลูด้วยสายตาหวาดๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกสาวของพระเจ้าและจอมมาร ใครๆต่างก็ต้องหวาดกลัวบ้างเป็นธรรมดา

แถมพวกเธอเองที่เพิ่งเคยเห็นการจัดการอันเด็ดขาดของจอมมารคนนี้เป็นครั้งแรกยิ่งต้องหวาดหวั่น แม้จิตสังหารจะทำอะไรพวกเธอได้ไม่มาก แต่การที่อบิเกลซึ่งเป็นร่างอวตารของนิกซ์และลูซึ่งเป็นบุตรสาวของพระเจ้าไม่อาจตอบโต้และคืนดีกันได้ภายในเสี้ยววินาทีมันพิสูจน์แล้วว่าพวกหล่อนกลัวรันมาถึงขนาดไหน

“งั้น.. ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้วก็เข้าเรื่องต่อนะ”

ทุกคนล้วนแล้วแต่พยักหน้าอย่างไม่ลังเล นั่นทำให้เขายิ้มออก

“เอเธน ฉันรู้ว่านายอาจจะสงสัยว่าบรรลุแก่นแท้แล้วจะได้อะไรในเมื่อยังเพิ่มระดับไม่ได้ ฉันขอบอกไว้เลยว่าการที่นายไม่ได้เชี่ยวชาญในพลังสายไหนเลยทำให้นายต้องบรรลุแก่นแท้ของพวกมันให้ได้เร็วเข้าไปอีก มันจะช่วยทำประโยชน์ให้มาก เพราะว่าฉันมีวิธีปลดระดับลัดให้กับพวกเรา”ความสงสัยของเอเธนเพิ่มขึ้นมาถึงขีดสุด จอมดาบหนุ่มจึงเรียบเรียงคำถามและกล่าวออกไป

“วิธีที่จะทำให้ปลดระดับได้ก่อนสงครามเทียมเทพงั้นเหรอครับ?”

“สงครามระดับทวีปไง”

“คุณรันจะก่อสงครามเหรอครับ?”เอเธนถามออกมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“ถูก แต่ไม่ใช่ที่ออสเทีย แต่เป็นสงครามในแดนอสูรต่างหากล่ะ ส่วนลึกสุดของสุสานแห่งน้ำตาเป็นห้องบัลลังก์หรือก็คือฉากที่ทำไว้ให้พี่ ที่นั่นมีทางไปสู่แดนอสูรอยู่ พี่จะเข้าไปจุดชนวนสงคราม หาทางทำให้เผ่าเทพ มารแล้วก็เผ่ายักษ์ฆ่ากันตาย จากนั้นพวกเราก็แค่เข้าไปแจม.. ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะ เราก็เข้าฝ่ายนั้น เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย”

“แผนการแบบนี้จะบอกว่าเลวได้ไหมนี่?”

ลิวเซนไทน์ส่ายหน้าไหวๆกับความคิดของจอมมาร

“แต่ก็น่าสนุกดีนี่นา สงครามในแดนอสูร ข้าไม่ได้เห็นมันมานานแค่ไหนแล้วนะ? ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายก็นู่น.. ตอนที่สร้างสภาอสูร”เมโลเดียยิ้มกริ่มขณะยกขาขึ้นไขว่ห้างอวดต้นขาขาวในชุดเดรสสีสวย ราชินีปักษากรีดนิ้วไปตามพักแขนของบัลลังก์แล้วจึงดีดนิ้ว

“เริ่มเมื่อไหร่?”

“การจะกะเทาะให้รอยแยกเปิดไม่ได้ทำง่ายๆ ครั้งล่าสุดที่ข้าเห็นตอนที่เข้าไปลงอาคมกำกับในห้องบัลลังก์ของเจ้าในสุสานแห่งน้ำตา รอยแยกพวกนั้นเกือบจะปิดสนิทแล้วไม่ใช่รึ?”บริจิดร้องออกมาเบาๆแล้วรวบตัวอบิเกลผู้เป็นน้องสาวเข้ามากอดใกล้

“เรื่องนี้อาจจะต้องรบกวนโคลอี้ แต่มันพอมีวิธีอยู่”

รันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาขัดกับมาดคุณพ่อเห่อลูกสาว

หลังจากกลับมาจากสวนแรกกำเนิดครั้งนั้นเขาก็ลงไปในหุบเขากษัตริย์ทันทีเพื่อตามหาห้องวิจัยของโซโลมอนหรือไอริส เขาต้องการข้อมูลการเข้าสู่แดนอสูรของอีกฝ่ายทั้งๆที่มั่นใจว่าคนรอบจัดอย่างไอริส หากไม่ทำลายมันไปก็น่าจะนำติดตัวไปด้วย แต่ที่น่าแปลกก็คือจากคำบอกเล่าของบาร์บาทอส บันทึกเหล่านั้นอยู่ในทางลับก่อนถึงทางลงชั้นที่สามของสุสานทิศตะวันตก

การจะเข้าไปในแดนอสูรนั้น จำเป็นจะต้องหารอยแยกให้เจอเสียก่อน และเมื่อเจอแล้ว ผู้ที่เข้าไปจะต้องสำเร็จพลังพิเศษถึงขั้นแก่นแท้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทุกแขนง ระดับจะต้องมากกว่า 600 และมีทักษะที่มีพลังทำลายมากกว่าหมื่นล้านเพื่อเปิดรอยแยกชั่วคราว

หากเจอรอยแยกขนาดใหญ่ก็โชคดีไม่ต้องโจมตีใส่ แต่ถ้าเจอขนาดเล็กก็ต้องทำและรีบเข้าไปโดยเร็วก่อนที่รอยแยกจะปิดลงมา

เขามั่นใจว่าพลังโจมตีนั่นทักษะของจอมวายร้ายตอบโจทย์ได้ เพียงแค่เขาเพิ่มระดับขึ้นไปให้มากกว่า 600 และใส่พลังเต็มที่ โจมตีออกไปด้วยหนึ่งหมัดปลิดชีพ เท่านั้นทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ตามด้วยกระโดดเข้าไปข้างใน เป็นอันจบ

“แต่เจ้าจะไปคนเดียวงั้นรึ?”

“หนูอยากไปด้วย!

ทั้งอบิเกลและลูหันมามองเขาด้วยสายตาสงสัยและวิงวอน

“ฉันจะไปคนเดียว ส่วนลูก็ต้องอยู่ที่นี่ เพราะไม่มีใครที่โจมตีรุนแรงขนาดกะเทาะรอยแยกได้แบบลูอีกแล้ว ขอโทษด้วยนะ”เขาลูบผมของเด็กสาวที่หม่นแสงลงด้วยความใจอ่อน แม้ลูจะเป็นอาวุธแต่เขาก็มองเธอเหมือนลูกสาวจริงๆ ข้อเสียของเขาคือการปรับตัวและยอมรับอะไรเร็วเกินไป

มันมักจะทำให้เขาเป็นแบบนี้

ใจอ่อนกับคนสำคัญ..

“หนูเข้าใจแล้วค่า ฮี่ๆ”รัศมีเปล่งประกายประหลาดแผ่กระจายออกมาจากรอยยิ้มของเธอพลัน นั่นทำเอาเขาโล่งใจไปอีกเปราะ แต่ทว่าสีหน้าเคร่งเครียดของเอเธนนั้นทำให้อารมณ์ของเขาเบนเข็มไปในทางลบทันที

“มีอะไรเหรอเอเธน?”

“คุณรัน.. แล้วพวกคุณวอล์คล่ะครับ? ผมรู้ว่าพวกคุณเคารพการตัดสินใจของกันและกัน แต่ผมว่าพวกเธอไม่มีทางเห็นด้วยกับการส่งคุณรันไปที่ไหนก็ไม่รู้แน่นอนครับ”เรื่องที่หลุดออกมาจากปากเอเธนนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่คิด แต่ก่อนเขาจะสวนกลับไปว่านี่เป็นแค่เกม ไม่ได้ตายครั้งเดียวแล้วตายไปเลย ทว่าหลังจากรับรู้เรื่องราวจากปากของไอริสและโคลอี้ เขากลับไม่คิดแบบนั้นอีก

โคลอี้เคยให้เขาดูภาพท้องฟ้าของแดนอสูรอยู่ครั้งหนึ่งด้วยพลังของเธอ ท้องฟ้าของมันเป็นสีฟ้าสว่างเหมือนโลกใบนี้ มีดวงอาทิตย์หนึ่งดวงและมีดวงจันทร์หนึ่งดวงตามปกติ แต่ที่แปลกไปก็คือภาพของดาวเคราะห์สีฟ้าที่อยู่ตรงเส้นขอบฟ้านั่นต่างหาก

มันคือโลก โลกภายนอก โลกที่ร่างกายของเขานอนเล่นเกมอยู่

หากไปยังแดนอสูร เขาจะมีชีวิตเดียว เกิดและตายครั้งเดียว

ตายแล้ว.. ตายเลย

ไม่ว่าจะเป็นรันในแดนอสูร รันในเกมๆนี้ หรือแม้แต่รันในโลกจริง

“เชื่อมือเถอะน่า ระดับนี้ไม่ตายง่ายๆหรอก ที่ฉันไม่อยากให้พวกเธอไปด้วยก็เพราะไม่อยากต้องคอยระวังเผื่อพวกเธอต่างหาก พวกนายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าฉันซัดกับเจ้าโซโลมอนที่มีระดับ 999 นั่นได้แค่ไหนน่ะ แค่นี้จิ๊บๆ”เอเธนมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งด้วยความครุ่นคิด จอมดาบหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดและพยักหน้า

“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณรันครับ แต่ถ้าหากพอถึงกำหนดแล้วพวกผมเข้าไปไม่เจอคุณรันล่ะก็ ต่อให้ตามจนสุดหล้าฟ้าเขียว ผมก็จะตามหาตัวคุณมาขอโทษพวกเธอครับ”จอมมารหนุ่มกระพริบตาปริบๆกับคำประกาศของเอเธน เขาไม่เคยเถียงรุ่นน้องเจ้าระเบียบเจ้าหลักการคนนี้ชนะสักครั้งเลยจริงๆ

รันถอนหายใจก่อนจะยิ้ม

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันมันตายยากยิ่งกว่าแมลงสาบ”

เอเธนร่นคิ้วไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ

“ถ้าอย่างนั้นไม่มีอะไรแล้วผมก็ขอตัวนะครับ”เมื่อได้รับการอนุญาตจากรัน เอเธนก็ใช้วาร์ประยะสั้นพาตัวเองออกไปจากห้องบัลลังก์ในทันที ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง ก่อนที่รันจะทำลายความเงียบนั้นด้วยเสียงถอนใจดังลั่น

“เฮ้อ.. ก็ไม่ใช่ว่าจะรีบไปขนาดนั้นสักหน่อย อย่างน้อยก็ต้องเคลียร์เรื่องที่ทวีปเกียร์ให้จบก่อนล่ะนะ”รันลูบผมของลูต่อไปเรื่อยๆเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

“เขาเป็นขุนพลที่ดีนะ เจ้าได้คนดีมาอยู่ในอาณัติแบบนี้ข้าค่อยหายห่วงเรื่องที่จะให้เขาเป็นคนสังหารจอมมารเพื่อจบทุกอย่าง”เสียงของลิวเซนไทน์ทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ถูกต้องแล้ว พวกเขากำลังคุยกันเรื่องตอนจบของละครชีวิตเรื่องนี้อยู่ เขาไม่เห็นใครที่ซื่อสัตย์และเป็นคนดีไปกว่าเอเธนอีกแล้ว แม้จะอยากให้พวกสาวๆเป็นคนลงมือ แต่ทว่าพวกเธอต้องไม่สามารถทำร้ายเขาลงแน่นอน ยิ่งเป็นพวกริวหรือรัดเกล้ายิ่งแล้วใหญ่

ต่อให้เรียกว่าเพื่อนพ้องได้แต่เขาก็ยังไม่อยากให้ทั้งสองคนนั้นที่เก็บความลับของอาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์เอาไว้อยู่แล้วรู้เรื่องของลูที่เขาครอบครองอยู่อีก ผู้ที่สังหารจอมมารได้ คนๆนั้นจะได้ทุกๆอย่างของจอมมารไปในทันที ไม่ว่าจะเป็นทักษะ อาวุธ หรือแม้แต่กรรมสิทธิ์ต่างๆที่อยู่ในนามของจอมมาร

เขาจะเหลือเพียงตัวเปล่าและกลับไปเป็นผู้เล่นใหม่ทันที

ถึงแม้ว่าจะมีทางออก แต่นอกจากพวกอาวุธหรือเงินแล้วเขาก็ไม่สามารถเอากลับมาได้อีก เขาจะมีเพียงเผ่าพันธุ์ยักษ์อัสนีและสายพลังทั้งสามติดตัวอยู่เท่านั้น

“ข้าก็ว่าอย่างนั้น ทีนี้เจ้าก็ตายตาหลับ หึหึ”เมโลเดียที่ดูขี้เล่นที่สุดในกลุ่มยิ้มขำ

“ฮะๆ ฉันก็ไม่คิดว่าจะตายจริงๆเสียหน่อย แค่หนีพวกเธอไปทำธุระสำคัญนิดหน่อยเท่านั้นเอง”ตามแผนที่เขาวาดหวังเอาไว้ หลังจากเขาตายลงในฐานะจอมมาร เขาจะหลบไปยังแดนอสูและตามหาพลังส่วนที่เหลือซึ่งถูกผนึกไว้ของโคลอี้ นำมันมาให้ได้ก่อนที่มันจะถึงมือของไอริส

นั่นคือในกรณีที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการล่ะนะ

“เอาล่ะๆ ถ้าหมดเรื่องที่จะปรึกษากันแล้วข้าก็ขอกลับไปนอนก่อนก็แล้วกัน จะให้เปลี่ยนเวลานอนที่ทำมาเป็นพันๆปีน่ะมันยาวนะ ห๊าว!”อบิเกลบ่นงึมงำขณะลุกขึ้นและโบกมือสร้างหลุมดำขึ้นมาบนพื้นก่อนจะกระโดดลงไป ตามด้วยบริจิดที่ค้อมศีรษะให้ทุกคน

“ข้าเองก็ต้องไปจัดการเรื่องการบูรณะอาณาจักร คงต้องขอตัวก่อนละนะท่านจอมมาร”เมโลเดียสะบัดเส้นผมสีแดงสดของเธอเบาๆก่อนจะหายตัวไปจากบัลลังก์ของตัวเองในทันที เหลือเพียงลิวเซนไทน์ที่บัดนี้อยู่ในร่างมนุษย์ซึ่งเรียกน้ำวนขึ้นมาบนพื้น ใช้ทางออกแบบเดียวกับอบิเกล

“ข้าก็คงต้องขอตัวเช่นกัน ถึงพวกเราเงือกอสูรจะฟื้นฟูมาเกือบเต็มที่แล้วก็ตาม แต่เรื่องสภาพแวดล้อมและผลผลิตต่างๆยังต้องได้รับการดูแล ไว้พบกันโอกาสหน้านะท่านจอมมาร”และเธอก็ค่อยๆหายไปในน้ำวนนั้น ทิ้งให้เขากับลูนั่งเล่นกันอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพัง

“คุณพ่อจะหนีไปแดนอสูรเหรอคะ?”

“หืม? ยังหรอก ก็คงอีกนาน..”

“หนูไม่อยากให้คุณพ่อต้องตายนะ คุณพ่ออย่าไปเลยนะคะ”รันเม้มริมฝีปากเรียบกับน้ำเสียงจริงจังของลู เขาไม่อาจปฏิเสธลูกอ้อนของเธอได้ก็จริง แต่เขาเองก็ไม่กล้าหลบตาเธอในยามนี้เช่นกัน จอมมารหนุ่มหรี่ตาลงและจัดให้ลูนั่งพาดขาไปด้านข้างและพิงมากับหน้าอกของเขา

“พ่อต้องช่วยให้แม่กลับมาแข็งแรงไวๆนะคะ ยิ่งคุณแม่ของลูแข็งแรงขึ้นมาเร็วๆเมื่อไหร่ พวกเราจะได้ออกไปเที่ยวกันบ่อยๆไง”แม้จะมีสุขภาพดีเป็นปกติ แต่โคลอี้กลับอ่อนแอลงทุกวันๆ เขาที่มีพลังด้านลบสัมผัสมันได้ในทันทีที่พบเธอในสวนแรกกำเนิด สถานที่แห่งนั้นมีแต่ความตาย ไม่เหมือนกับภาพที่เห็น โคลอี้เองก็ค่อยๆถูกบางสิ่งกัดกินอย่างไม่ทราบวิธีแก้ไข

เขาจะต้องหาสถานที่แห่งนั้นให้เจอและนำพลังส่วนที่เหลือมาคืนให้กับโคลอี้เธอถึงจะกลับไปเป็นปกติ แข็งแกร่ง และทรงพลังเช่นเดียวกับเทพธิดาแห่งการลงทัณฑ์ ทิสิโฟนี ในตำนานตนนั้น

ในคราวก่อนดูแลโคลอี้เหมือนลูก คราวนี้เขาดูแลลูเหมือนลูกโดยมีโคลอี้เป็นแม่

มันแปลกไปนิดหน่อยจริงๆ..

“ถ้าคุณพ่อจะไป คุณพ่อต้องเอาชนะหนูให้ได้ หนูจะเอาจริง ถ้าหากคุณพ่อทำไม่ได้หนูก็จะไม่ให้คุณพ่อไป คุณพ่อในตอนนี้น่ะเอาตัวรอดในแดนอสูรได้ แต่ถ้าคุณพ่อเลิกเป็นจอมมารแล้วล่ะก็..”นัยน์ตาสีเขียวมรกตของเธอเริ่มปริ่มน้ำใส เนื่องจากเป็นอาวุธของเขา นั่นจึงทำให้เธอได้รับพลังด้านลบไปเต็มๆยามที่เขาถือเธอครั้งแรก หากให้เธอเอาจริงเขาคงไม่สามารถเอาชนะได้โดยไม่มีทักษะของจอมมารแน่นอน

“อย่าร้องนะคนดี”

รันเงยหน้าขึ้นมองไปตามเสียงก็พบกับเด็กสาววัยรุ่นอีกคนที่มีเส้นผมสีดำยาวกำลังใช้นัยน์ตาสีทองจับจ้องมาที่เขา เธอนั่งอยู่บนพักแขนของบัลลังก์ใช้มือซ้ายลูบผมของลูอย่างแผ่วเบา โคลอี้กุมมือของเขาเอาไว้แน่นและเผยยิ้มออกมาเล็กๆ

“รันเป็นห่วงชั้นเหรอ?”

“แน่นอนอยู่แล้วสิ โคลอี้ ถ้าหากไม่ได้เธอฉันก็ไม่มีทางมาถึงตรงนี้ได้หรอก”หากไม่ได้โคลอี้เขาคงจะถูกเฟเรียฆ่าและลบตัวละครไปแล้ว เธอสำคัญกับเขา เธอในตอนนี้เป็นมากกว่าลูกสาวที่เขาคิดในตอนแรก เธอกุมชีวิตของเขาในอดีตเอาไว้ เธอคือคนที่ช่วยให้เขารอดชีวิตจากถ้ำนั่น

เขาติดหนี้ชีวิตเธอเอาไว้

ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนเธอ

“คุณพ่อคุณแม่.. เปิดห้องมั้ยคะ?”ช่วงเวลาที่แห่งความลึกซึ้งผ่านสองคู่นัยน์ตาพลันหมดลงด้วยน้ำเสียงแง่งอนจากคุณลูกสาวที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองต่างคอยโอ๋คอยเอาใจใส่ รันอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นโคลอี้คว้าตัวลูไปกอดแล้วยกตัวเด็กสาวตัวน้อยขึ้นสูงราวกับกำลังหยอกล้ออีกฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงอายุ

“ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องไปแดนอสูรจริงๆล่ะนะ แต่ก็ใช่ว่าจะไปคนเดียวนี่นา.. ของที่ผูกติดกับจอมมารเอาไว้ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างนอกจากอาชีพ อาวุธแล้วก็ทรัพย์สินต่างๆแล้วก็ไม่มีอีก ฮูกินน์กับมูนินน์อยู่กับฉันด้วยตัวของตัวเอง ดังนั้นยายพวกนี้ย่อมต้องไม่หายไปพร้อมกับตำแหน่ง”รันเปรยออกมาเบาๆขณะยกสองมือที่คลุมทับเอาไว้ด้วยถุงมือหนังคุ้นตาขึ้นเบื้องหน้า

“ดังนั้นท่านโคลอี้และท่านลูไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง พวกเราไม่ปล่อยให้พี่ชายเป็นอะไรไปแน่นอน! ใช่มั้ยๆ ใช่มั้ยฮูกินน์?”

“ใช่แล้วมูนินน์ ท่านลูและท่านโคลอี้ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะไม่ยอมให้พี่ชายเป็นอะไรไปแน่นอน สาบานด้วยเกียรติของอีกาเลย!

เสียงจากถุงมือทั้งสองดังขึ้นมาก่อนที่ลูจะสวนกลับไปด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง

“อีกามีเกียรติด้วยเหรอ?”

“ม่ายยยย!! ท่านลู พวกเราก็มีเกียรติในแบบของพวกเราเองน้า!!

“ใช่แล้ว! อย่างที่ฮูกินน์พูด พวกเราก็มีเกียรติในแบบของพวกเรานะ!!

รันหลุบตาลงก่อนจะคลี่ยิ้ม จอมมารหนุ่มลุกขึ้นจากบัลลังก์และก้าวเดินลงไปหาทั้งสองด้วยสองมือที่กำแน่น นัยน์ตาสีเขียวมรกตดั่งของผู้ที่กลืนกินความรู้สึกด้านลบฉายแววของความอ่อนโยนออกมาอย่างไม่ปกปิดเมื่อทอดมองมาที่พวกเธอ

“ลูเป็นเด็กดีดูแลคุณแม่นะ เดี๋ยวพ่อกลับมาจากเกียร์แล้วจะพาเพื่อนเล่นมาเยอะๆเลย”ชายหนุ่มผู้อยู่เหนือทุกชีวิตในเมืองแห่งนี้ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของพระเจ้าของโลกใบนี้แผ่วเบา รอยยิ้มเฉิดฉายจากหอกแห่งตะวันสร้างขวัญกำลังใจให้กับเขาได้อย่างดี ทว่าสำหรับศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นเห็นทีว่าเพียงเท่านั้นจะไม่เพียงพอ

“โคลอี้ อยู่แต่ในเมือง.. ตกลงไหม? พักผ่อนเยอะๆ จนกว่าฉันจะรู้ว่าโซโลมอนทำอะไรไว้กับเธอ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอออกไปเสี่ยงอันตรายที่ไหนอีก เข้าใจไหม?”นัยน์ตาสีทองของเด็กสาวเจ้าของชื่อเผยความตะลึงงันออกมาครู่หนึ่งแล้วจึงแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นซาบซึ้ง

“อื้ม กลับมาเร็วๆนะ รัน”

ชายหนุ่มเพียงยิ้มรับคำกล่าวนั้นด้วยความจริงใจ นาฬิกาพกถูกหยิบออกมาเปิดออกอีกครั้งด้วยท่าทางที่คล้ายกับเอเธน ปลายนิ้วไล่ไปตามหน้าต่างระบบสีดำที่ปรากฏขึ้นมาก่อนจะกดลงไปพร้อมกับอีกมือที่โบกลาทั้งสองไหวๆ

หลังจากที่ร่างของรันหายลับไปลูก็หันไปหาโคลอี้

“แทนที่คุณพ่อจะพาเพื่อนมาจากทวีปเกียร์ สู้คุณพ่อทำน้องๆให้หนูจากพวกแม่ๆไม่ดีกว่าเหรอคะ?”โคลอี้ยิ้มหวานให้กับประโยคแสนอันตรายจากปากของลูและลูบหัวเจ้าตัวเบาๆโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

ถ้าหากพวกเธอได้ยิน.. รันคงไม่ได้หลับได้นอนล่ะมั้ง?

 

 

หลังจากวาร์ปมาจากเมืองลอยฟ้ารันก็หันรีหันขวางมองรอบข้างที่เริ่มเย็นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว อากาศในทวีปเกียร์นั้นถือว่าเย็นในตอนกลางวันและหนาว(ชิบหาย)ในยามกลางคืน ชายหนุ่มเดินเล่นเตะทรายแก้วแสนละเอียดตามหาดทรายไปพักหนึ่งเพื่อทบทวนถึงเรื่องราวต่างที่ผ่านมาในเวลาหนึ่งอาทิตย์นี้และความสามารถของตัวเขาในปัจจุบัน

เรซบูสเตอร์(Race Booster)จากทวีปเกียร์ที่สามารถยกระดับเผ่าพันธุ์ได้ มันเป็นชื่อเรียกของอีลิกเซอร์เพิ่มระดับเผ่าพันธุ์ที่เขาทราบมาหลังจากอัพเกรดหน้าต่างระบบเป็นครั้งแรกในชีวิตหลังจากโดนรัดเกล้าแพ่นกบาลไปหลายรอบเนื่องจากจำนวนช่องในหน้าต่างสัมภาระมีไม่ต่างจากผู้เล่นใหม่

เขาได้น้ำยาพวกนั้นมาจากชั้นสุดท้ายของโรงเก็บของที่ถูกไบโอรอยด์(Bioroid)ยึดครองเยอะอยู่พอสมควรจึงนำมันไปแจกจ่ายให้กับพวกพ้องจนระดับเผ่าพันธุ์เฉลี่ยของผู้เล่นทั้งหมดในออซกิลด์(Oz Guild)เลื่อนขึ้นมาอยู่ที่ระดับราชาเป็นอย่างต่ำ หากถามว่าออซกิลด์คืออะไรนั้นตอบได้ไม่ยาก คนทั่วไปที่รู้จักชื่อกิลด์นี้มักจะเรียกกันในชื่อเล่นอีกชื่อว่า กิลด์แห่งหายนะ ที่มีกิจวัตรประจำวันเป็นการช่วยสัตว์อสูรตัวเป้งๆจัดการผู้เล่น เป็นตัวปัญหาของทวีปที่มีประกาศจับและค่าหัวสูงลิบลิ่วเลยทีเดียว

สมาชิกอย่างเป็นทางการก็มีเขา ริว(ลัลลาบาย) รัดเกล้า(รัดเกล้าอนาวิล) นิ(นิรนามร้อยฝัน) รัฐ(รชตะ) เท็น(เอเธน) ทิว(ทิวไผ่ไม้ไหว) วอล์ค(ลินเบลล์) ทิวลิป(ซากุระยาชิกิ) โรส(โรเซลีน) ตา(ไซร่า) และไคโร(ยูริ)ผู้ซึ่งลาออกมาจากขั้วอำนาจทางทิศเหนืออย่างตราบฟ้ารุ่งมาหมาดๆ

แม้จะเป็นกิลด์ที่มีคนน้อยจนไม่ได้เป็นแม้กระทั่งสมาพันธ์หรือกองกำลัง แต่มันก็เป็นกลุ่มคนที่รวบรวมคุณภาพเอาไว้ชนิดล้นแก้ว อาวุธระกับเหนือกฎเกณฑ์ทั้งสามชิ้นอยู่ในกิลด์นี้ อาวุธซีรี่ย์โซดิแอคก็อยู่ในกิลด์นี้ มิหนำซ้ำสุดยอดแห่งสายพลังหลักทั้งสามก็อยู่ในกิลด์นี้เช่นกัน

จากการประมือเล่นๆของเขาที่ไปทำพวกเธอโกรธเนื่องจากลืมนัดที่พวกเธอชวนไปเดทในวัลเคียวเร่หลังจากที่ก่อตั้งเสร็จใหม่ๆ เขาถึงกับต้องเหงื่อตกเป็นกระสอบทรายให้พวกเธออัดๆๆเพิ่มระดับทักษะอย่างช่วยไม่ได้ และที่ร้ายที่สุดเห็นทีจะเป็นสามสาวเจ้าของสุดยอดเวทมนตร์ พลังจิตและลมปราณอย่างทิวลิป โรสและไคโร

ไคโรน่ะไม่เท่าไหร่ ปัญหาจริงๆมันมาตกที่โรสและทิวลิปมากกว่า

คุณลองคิดดู พลังชีวิตคุณมีแค่ล้านเศษและเห็นการโจมตีที่สร้างความเสียหายสิบล้านโดยไม่สนค่าพลังป้องกันใดๆอยู่ตรงหน้าคุณจะทำเช่นไร? โชคดีที่มีเขตอาคมสารพัดประโยชน์ของหมาติดเมีย(เขาเกือบโดนคอมโบเพลิงอมตะของริวไปตอนที่เผลอหลุดปากเรียก)เข้าช่วยเขาจึงรอด สุดท้ายคือฝันร้ายที่ไร้วันตื่น ทักษะของโรสที่เล่นกับจิตสำนึกของคนได้อย่างน่ากลัว คุณไม่สามารถสัมผัสอะไรเลยด้วยประสาทสัมผัสทั้งหก คุณจะรู้สึกแบบไหนล่ะ?

รันเดินเล่นไปมาได้ไม่นานก็ต้องอมยิ้มกับหุ่นยนต์แมงมุมอราคนอยด์บ็อท(Arachnoid-Bot)ระดับ 78 ที่เขาได้ฆ่าเป็นสิ่งแรกในทวีปเกียร์ยามเมื่อมาถึง ทว่าบัดนี้มันเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีเงินแถมด้วยระดับที่เพิ่มขึ้นไปจนถึง 85 จนเขาต้องยิ้มแหย

“ไม่มาหากันตั้งหลายเดือน จะให้ฉันว่ายังไงดีล่ะหืม?”เสียงทักทายภาษาไทยที่เขาปรับจูนจากระบบเฟรย่าซิสเต็ม(Freyja.SYS)โดยตรงดังออกมาจากปากของแอนดรอยด์สาวที่มีท่อนล่างเป็นแมงมุมจักรกลตัวโต รันที่ได้ยินดังนั้นก็ละสายตาจากหุ่นยนต์ตัวจิ๋วไปมองคุณแม่ของมันแล้วยิ้มออกมาก่อนจะโผเข้าไปกอดราวกับไม่ได้พบกันนานแสนนาน

“โอ๋ๆๆ อราคเน่(Arachne) อย่างอนไปเลยน่า คิดถึงฉันก็บอกมาตรงๆซี่”ชายหนุ่มคลี่ยิ้มยินดีเมื่อเห็นระบบส่งถ่ายพลังงานบริเวณผิวหนังเทียมที่แก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่ายยังคงทำงานได้ดี มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเขินอายนักเมื่อเด็กสาวตรงหน้าของเขานี้คือแอนดรอยด์ตัวแรกที่เขาพบ อราคโนโฟเบีย(Arachnophobia) ที่บัดนี้มีระดับสูงถึง 110 จากความช่วยเหลือของเขา!

“ค..ใครคิดถึงนายกัน! บ้าไปรึเปล่า! ลิลิล(Lilil)ต่างหากที่คิดถึงนาย! ไม่ใช่ฉัน..!

“อ๋อเหรอ? แบบนี้ฉันก็ต้องแวะไปหาลิลิลให้หายคิดถึงแล้วซิ?”ทว่าด้วยน้ำเสียงที่ว่าออกมานั้นดูเหมือนหยอกล้อประชดประชันมากกว่าเอาจริง แอนดรอยด์สาวแมงมุมตีหน้าเหลอหลากับอาการทีเล่นทีจริงของอีกฝ่ายแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกักราวระบบประมวลผลขัดข้อง

“ม..ไม่เอาน่า ไม่เจอกันนานจะอยู่คุยกันก่อนไม่ได้เลยรึไง?”

“ฮ่าๆ คิดถึงก็บอกมาสิ ว่าไง?”รันเอื้อมแขนสุดล้าลูบศีรษะอีกฝ่ายไปเรื่อยๆจนแอนดรอยด์ที่สมควรจะไม่มีอารมณ์ตอบโต้ได้อย่างมนุษย์ต้องครางอือออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เห็นทีว่าการดอดเข้ามาอัพเกรดระบบให้กับแอนดรอยด์ทุกตัวในทวีปนี้จะเป็นเรื่องที่เขาทำพลาดอย่างใหญ่หลวงเสียแล้ว แม้เขาจะไม่เคยพบกับพิวเรีย(Purya)แบบตัวเป็นๆ แต่การที่อ่านข้อมูลของแอนดรอยด์ตัวนี้ขอบอกเลยว่าเจ้าอารมณ์ยิ่งกว่าลิลิลเพราะเป็นแอนดรอยด์ตัวแรกที่ไอเรียสร้างขึ้นสำเร็จ

และการอัพเดทของเขาที่ใช้สูตรข้อมูลแบบเดียวกับโคลอี้มันทำให้พวกเธอเหมือนมนุษย์มากยิ่งขึ้นไปอีก ยกเว้นเพียงแต่เอวา(Ava)ที่เขาสร้างขึ้นมาเท่านั้นที่ยังคงพูดเหมือนหุ่นยนต์แบบเดิมแม้ว่าเขาจะอัพเดทระบบประมวลผลให้แล้วก็ตามที

สงสัยกันหรือว่าเขาได้ไบโอรอยด์มาใส่ดันเจี้ยนได้ยังไง?

งานนี้ต้องขอบคุณข้อแลกเปลี่ยนที่แคดดี้(Caddie)แคดเมี่ยมแอนดรอยด์ที่เจรจาต่อรองกับพิวเรียให้เขา พวกเธอจะคอยต้อนไบโอรอยด์มาใส่วาร์ปเกทให้กับเขาเพื่อส่งเข้าดันเจี้ยนเรื่อยๆ แลกกับการที่เขาอัพเดทระบบประมวลผลและอัพเกรดความสามารถให้กับพวกเธอ

งานนี้ไม่ตากุ้งยิงเขาก็พบกับสถานะเลือดไหล(จากจมูก)แบบรัวๆ

ยอมรับเลยว่าไอเรียออกแบบพวกเธอมาดีมากทั้งทรวดทรงองค์เอว รายละเอียดปลีกย่อยก็ใส่ไว้เสียจนสมจริงชนิดที่ว่าเขาแทบลืมไปเลยว่าพวกเธอเป็นแอนดรอยด์ในระหว่างที่อัพเกรดฟังก์ชันให้กับพวกเธอเมื่อเกือบๆเดือนก่อนหน้านี้

ในเมื่อพวกเธอมีความสามารถพอที่จะล้มแจ๊บเบอร์ว็อคกี้(Jabberwockee)ลงได้ด้วยจำนวนเพียงแค่ 3 ตัวแล้วล่ะก็เห็นทีว่าการเผด็จศึกไทรเดนท์(Trident)จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และเป้าหมายของการมาที่ทวีปเกียร์ของเขาในครั้งนี้ก็คือจัดการปิดฉากสงครามสี่เศร้าที่ดำเนินมานานนี่เสียที

“เธอไปบอกพิวเรียด้วยล่ะว่าเดี๋ยวฉันจะเข้าไปหาเพื่อถกแผนเรื่องการจัดการไทรเดนท์ ฉันว่าปิดฉากพวกนั้นไปก็เสียแรงเปล่า สู้ต่อรองหรือขูดรีดเอาอะไรมาน่าจะดีกว่า ว่าไง?”อราคโนโฟเบียมีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด

“ถึงพิวเรียกับไทรเดนท์จะไม่มีความแค้นต่อกัน แต่กับคนที่อยู่เบื้องหลังของไทรเดนท์มันไม่แน่หรอกนะ”แอนดรอยด์สาวหยัดตัวขึ้นสูงขึ้นพร้อมทำหน้ามุ่ยก่อนจะว่าต่อ “นายเองก็ระวังตัวด้วย เดือนกว่าๆมานี่ไม่ใช่แค่พวกเราที่แข็งแกร่งขึ้น ไทรเดนท์ซ่อมวาร์ปเกทเสร็จแล้วและติดตั้งฮ็อทสปอตเอาไว้ทั่วทั้งทวีป ที่นี่ไม่ใช่สวนหลังบ้านของนายอีกแล้วนะ”

รันมองอราคโนโฟเบียที่พลิ้วหายไปในทิวป่าแล้วจึงยิ้มออกมา

“ไม่ใช่สวนหลังบ้านหรอก แต่ฉันรู้จักมันดียิ่งกว่าลายเส้นบนฝ่ามือซะอีก”หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้เขาเดินทางไปสำรวจแทบทั่วทวีปเกียร์ทั้งหมดที่เป็นโนแมนแลนด์(No-man’s Land)ไม่ได้เป็นของฝ่ายใดไปทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงพื้นที่การปกครองของไทรเดนท์เท่านั้นที่เขายังไม่กล้าลองเสี่ยงเข้าไปดูเนื่องจากกลัวเทคโนโลยีของทางนั้น เขาเอาชนะไบโอรอยด์ได้ เป็นมิตรกับแอนดรอยด์ แต่เขายังไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นรังผึ้งหรือหมอนปักเข็มเวลาเจอหน้าหน่วยจู่โจมแรธ(Wrath)ของไทรเดนท์เข้า

จอมมารหนุ่มมองรอบด้านด้วยแววตารำลึกความหลัง แม้ช่วงที่เขาไม่อยู่ไทรเดนท์จะเริ่มรุกคืบเข้าชิงเขตแดนของทวีปไปแล้วก็ตาม แต่ในเมื่อเขากลับมาแล้วการเผชิญหน้ากับพวกนั้นก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อย่างเด็ดขาด

รันหลับตาลงครู่หนึ่งและแผ่ลมปราณออกไปรอบด้าน สัมผัสและเชื่อมต่อกับชีพจรฤดูและตรวจสอบสภาพภูมิประเทศโดยรวมของทวีปเกียร์อีกครั้ง เพียงวาดมือหน้าต่างระบบสีดำพร้อมแป้นพิมพ์ก็ปรากฏ เขาพรมนิ้วลงไปอย่างบ้าคลั่งและอัพเดทแผนที่ทวีปนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะส่งมันเข้าสู่เฟรย่าซิสเต็มเพื่อกระจายตำแหน่งของวาร์ปสป็อตที่ไทรเดนท์ติดตั้งเอาไว้

นอกจากสภาพภูมิประเทศแล้วเขายังพบกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังตรงมาทางนี้อีกด้วย รันหรี่ตาลงก่อนจะคลี่ยิ้มและถอนหายใจ หากไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่มีทางได้ลูกเสือ ถ้าหากเขาไม่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ไทรเดนท์เขาก็ไม่มีทางมีต่อรองกับหัวหน้าของพวกมันได้

“เอาล่ะสิ ฉันจะแกล้งแพ้พวกแกยังไงให้มันสมจริงดีนะ?”

นัยน์ตาสีเขียวมรกตวาวโรจน์กับเสียงเครื่องยนต์เงียบกริบที่ดังมาริบหรี่แต่ก็ไม่พ้นประสาทหูที่เพิ่มสมรรถนะด้วยลมปราณและประจุไฟฟ้า มือขวาที่สวมถุงมือสีดำล้วงเอานาฬิกาพกออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะเปิดมันออกและใช้ระบบลิมิตเตอร์ที่รัดเกล้าติดตั้งไว้โดยเร็ว

รันสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดพลังของร่างกายที่ลดหายลงไปหลังจากเปิดใช้งาน เขาไม่ค่อยชินกับสภาพแบบนี้เสียเท่าไหร่ในเมื่อตั้งแต่เริ่มเล่นเกมมาเขาก็เอาแต่ถล่มศัตรูด้วยพลังที่มากกว่าเสมอ นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาจะสู้ด้วยพลังที่น้อยกว่าและเอาชนะด้วยร่างกายและแผนการ

หากจะแพ้เขาก็ต้องแพ้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริง

“อย่างนี้สิค่อยน่าสนุก”รันหัวเราะในลำคอพร้อมเรียกราตรีครวญคลั่ง(Night Crawler)ออกมาถือในมือขวา เพลิงปราณสีเขียวสว่างปะทุขึ้นที่คมดาบทั้งสองของมันอย่างรุนแรงโชติช่วงต้อนรับการมาถึงของเรือนร่างอ้อนแอ้นในชุดรัดรูปสีดำปิดบังหน้าตาบนมอเตอร์ไซค์รูปทรงเพรียวราบแทบติดพื้น เห็นทีว่าที่ข้อมูลบอกว่าไทรเดนท์มีแต่ผู้หญิงเห็นทีว่าจะจริง..

เราควรจะออมมือ..

ฉับพลันแรธจำนวนสี่คนที่เพิ่งมาถึงก็ชักอาวุธออกมาถือไว้ด้วยความรวดเร็ว สองในสี่ถือด้ามดาบสีดำที่เพียงตวัดข้อมือก็มีใบดาบแสงสีขาวปรากฏขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ชุดของพวกเธอเริ่มแปรเปลี่ยนไปให้เหมาะกับการรบ ทั้งสองเป็นสายต่อสู้ระยะประชิด เกราะจึงเริ่มปรับแต่งให้เหมาะสมกับงานจนได้ชุดเกราะสีดำของนักรบที่ดูล้ำยุค

อีกหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของทั้งสองนำเอาปืนกลออกมาที่ทั้งสองมือ มันเรืองแสงเล็กน้อยด้วยพลังงาน รูปแบบของปืนคล้ายของที่พวกแอนดรอยด์ใช้แต่ไม่มีหลอดสารเคมีเชื่อมต่อ ใช้พลังงานจากบางสิ่งที่ส่องแสงสีขาวเช่นเดียวกับดาบของอีกสองคน ชุดของเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นชุดของหน่วยจู่โจมระยะกลางที่คล่องแคล่วและมีการป้องกันจุดสำคัญดูล้ำยุค

ทว่าคนสุดท้ายที่ไม่ได้ลงจากมอเตอร์ไซค์นั้นกลับมีท่าทีแปลกออกไป ลวดลายตามชุดสีดำของเธอคนนี้ไม่ใช่สีขาวแบบของอีกสามคนแต่เป็นสีฟ้าอ่อน อาวุธในมือคือสไนเปอร์ไรเฟิลยาวกว่าสองเมตรที่แม้แต่เขาเองก็หวั่นว่าจะถือมันไม่ได้และรับแรงต้านไม่ไหว

ทว่าการที่อีกฝ่ายใช้อาวุธนี้ในการต่อสู้ก็แสดงว่าเธอคนนี้หากไม่ใช่หน่วยจู่โจมระยะไกลที่เน้นระบบของชุดเกราะไปเป็นการถ่ายเทพลังงานแทนที่จะเป็นป้องกัน ก็ต้องเป็นหนึ่งในกลุ่มคนชั้นสูงของแรธหรือเป็นคนใหญ่คนโตในไทรเดนท์

รันมองหญิงสาวในชุดเกราะปิดหน้าปิดตาแล้วจึงถอนใจ

ไม่ควรจะออมมือกับศัตรูที่ไม่รู้จักตั้งแต่แรก..สินะรันย่อกายลงเล็กน้อยและพุ่งเข้าหาแรธที่ถือดาบทั้งสอง ดาบพลังงานในมือของแรธคนแรกปะทะเข้ากับราตรีครวญคลั่งส่งเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับควันที่ลอยโขมง รันหลับตาลงแผ่จิตออกไปในชั่วพริบตา จดจำสภาพแวดล้อมรอบกายเอาไว้ในสมอง และระเบิดพลังจิตออกมานชั่วพริบตา

แรงดึงดูดเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนแรธทั้งสองที่อยู่ในระยะประชิดต้องตระหนก หนึ่งในนั้นเผลอปล่อยดาบและกระโจนออกจากจุดที่แรงดึงดูดเพิ่มขึ้น จอมมารหนุ่มเดาะลิ้นไม่ชอบใจกับหญิงสาวที่รู้ทันตัวเองนัก

ภายใต้ฝุ่นควันหนาแน่น รันยกมือขึ้นสัมผัสที่ส่วนหน้าผากของหมวกเกราะและใช้ทักษะพื้นฐานของสายจิตอย่างซิงโครไนส์ ส่งเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของนัวร์ที่เขาได้ยินอยู่บ่อยครั้งเข้าไปในหัวจนแรธผู้โชคร้ายทรุดฮวบและสิ้นสติลงไปในทันที

เป็นเวลาเดียวกับที่แรธคนแรกล้มลง

กระสุนพลังงานจำนวนมากก็ถูกยิงปูพรมเข้ามาอย่างไม่คิดรีรอ

แม้ว่าพลังจะถูกจำกัด แต่พลังพื้นฐานของเขาก็มากพอที่จะใช้ออกทักษะพื้นๆได้อย่างสมบูรณ์แบบประหนึ่งปรมาจารย์ ราตรีครวญคลั่งถูกปักลงกับพื้นต่างโล่พร้อมกับเขาที่ใช้เทเลพอร์ทส่งตัวเองไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังของแรธถือปืนกลเบา

สีหน้าของผู้ลงมือไร้อารมณ์ ปลายนิ้วเพียงวาดขึ้นสัมผัสไปที่ท้ายทอย และร่างของหญิงสาวในชุดเกราะรบสีดำล้ำยุคก็ต้องร่วงลงไปกองกับพื้นอีกหนึ่งราย

เขายังแปลกใจว่าทำไมถึงยังไม่ได้ยินเสียงของสไนเปอร์ไรเฟิล รันแผ่พลังจิตออกไปรอบด้านอีกครั้งเพื่อตรวจหาสิ่งมีชีวิตใดๆในหมอกควัน แต่แล้วนั่นกลับเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เมื่ออาการปวดหัวเริ่มเข้าจู่โจม รันกัดฟันกรอดพยายามจะขยับร่างกายแต่ไม่อาจทำได้

“นำตัวเขาไป อย่าทำร้ายเขาไม่ว่าเขาจะขัดขืนหรือไม่ก็ตาม”เสียงของผู้พูดดังออกมาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปลกหู รันเสตามองหญิงสาวในชุดเกราะสีดำสลับฟ้าที่ถือสไนเปอร์ไรเฟิลผู้พูดก่อนจะกลอกตาลงมองกระสุนโลหะสีดำที่ฝังอยู่กับพื้นทรายไม่ห่างไปนัก

พลังจิตถูกกระตุ้นให้ทำงานหมายจะวิเคราะห์องค์ประกอบของกระสุนนัดนั้นที่ทำให้เขาไม่สามารถขยับร่างกายได้ ไม่ว่ามันจะมีลูกเล่นอะไรก็ตามที แต่อาการปวดหัวระลอกที่สองที่ทำร้ายเขานั้นเริ่มทำให้เขาประคองสติเอาไว้ไม่อยู่

“..อย่าพยายามเลยค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์ชนะชั้นได้หรอก ตราบใดที่คุณยังมีกระแสไฟฟ้าในร่างกาย คุณก็ไม่สามารถขยับตัวได้ ช่วยอยู่เฉยๆไปซักพักนะคะ”ลมทะเลเบาๆโกรกพัดกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายออกไป รันได้แต่เหม่อมองผู้พูดด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอไม่ใช่ทหารรับจ้างจากต่างดาวที่ไร้สามัญสำนึก เธอเป็นเพียงหญิงสาวผมดำยาว.. ที่ดูเศร้าสร้อยคนหนึ่งเท่านั้น

รันแค่นยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายกับหมวกเกราะของชุดรบที่ถูกสวมกลับไปอีกครั้ง

หากเขาไม่ได้ใช้ลิมิตเตอร์เขาคงจะแค่ดีดนิ้วทำลายกระสุนนั่นภายในพริบตาและลุกขึ้นจับเธอคนนี้เป็นตัวประกัน ใช้ทักษะของจอมวายร้ายค้นหาความจริงจากสมองของเธอและพุ่งเข้าใส่ไทรเดนท์ทุกคนที่ขวางหน้าเพื่อเข้าสู่ฐานของพวกนี้

แต่ในตอนนี้เขาไม่อาจทำแบบนั้นได้ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการคือสันติ..

และสิ่งที่พวกเธอต้องการ จากความรู้สึกเท่าเขาสัมผัสได้..

ก็คือสันติเช่นกัน

 

 

สถานะปัจจุบันของรัน

ผู้เล่น รัน                                    ระดับ 114
เผ่าพันธุ์ ยักษ์อัสนี                      ชั้น มหาราชา
อาชีพ จอมวายร้าย(ขั้นที่ 2 ของตัวโกง)
พลังชีวิต 31,721,300/31,721,300 หน่วย
พลังพิเศษ 67,305,210/67,305,210 หน่วย
พลังกาย 300
%/100% +200%(เผ่าพันธุ์)
พละกำลัง 441                           ความอดทน 368
สติปัญญา 435                          ไหวพริบ 419
โชคลาภ 79                               บารมี 540

พลังชีวิต – ค่าพลังที่บ่งบอกถึงปริมาณเลือดที่มีอยู่และความเสียหายที่สามารถรับได้
พลังพิเศษ – รวมพลังเวท ลมปราณ พลังจิต และพลังงานด้านลบเข้าด้วยกัน
พลังกาย – ค่าความเหนื่อย จะสูญเสียเป็นค่าตอบแทนในการใช้สกิล
พละกำลัง – ส่งผลถึงพลังโจมตี
ความอดทน – ส่งผลถึงพลังชีวิตและพลังป้องกัน
สติปัญญา – ส่งผลถึงความรุนแรงของทักษะ
ไหวพริบ – ส่งผลถึงปริมาณของพลังพิเศษ
โชคลาภ – ส่งผลถึงการเสี่ยงทาย หรือการสุ่มไอเท็ม
บารมี – ส่งผลถึงการควบคุมทักษะ และการบังคับบัญชาผู้อื่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น