God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 92 : บทที่ 1 หนึ่งสัปดาห์ : ไทรเดนท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 1 หนึ่งสัปดาห์
ช่วงที่สาม ไทรเดนท์

“คุมตัวเขาเอาไว้ก่อนอย่างนั้นเหรอคะ?”

หญิงสาวผมดำยาวสยายในชุดรัดรูปสีดำสลับฟ้ากล่าวออกมาราวกับไม่เชื่อหูของตัวเอง หลังจากที่เธอควบคุมตัว ผู้ชาย กลับมายังฐานที่มั่นก็ต้องเจอกับสายตาแปลกๆของพวกพ้องมากมายที่พบเห็นระหว่างทาง เธอเป็นผู้ที่จับเขามาได้ก็จริงอยู่ แต่กลับต้องแลกด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาที่โคม่าไปรวดเดียวถึงสองคน แม้จะเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ แต่ความปลอดภัยของพวกพ้องย่อมมาก่อนเสมอ..

นั่นคือสิ่งที่เธอคิด..

“ใช่ ควบคุมตัวเขาเอาไว้ในคุกสลายสสารหมายเลข 3 หากเขามีชีวิตรอดนานเกินกว่า 24 ชั่วโมงก็ให้ปล่อยเขาออกมาและพาไปยังชั้นใต้ดินที่ 7 เพื่อรอการดำเนินการต่อไป”หญิงวัยกลางคนในชุดทางการของทหารสีดำกล่าวออกมาทั้งยังเท้าคางอยู่เบื้องหน้าเธอ นัยน์ตาสีเงินคมกริบบาดลึกความรู้สึกเธอจนไม่อาจเยียวยาได้

“แต่คุณแม่คะ..”

“ร้อยโทพิเศษฟาวเนอร์ คำสั่งนี้คือคำสั่งเด็ดขาด เขาจะต้องถูกควบคุมตัวไว้ในคุกสลายสสารหมายเลข 3 จนกว่าจะครบเวลา 24 ชั่วโมง เขาจะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาแข็งแกร่งเพียงพอรึไม่เท่านั้น”สิ้นเสียงของผู้บังคับบัญชา ประตูโลหะที่ด้านหลังของเธอก็เปิดออกสร้างเส้นทางให้เธอเชิญตัวเองออกไปจากห้องนี้ด้วยความฉุนเฉียว

ฟาวเนอร์ ย่ำเท้าลงส้นอย่างแรงจนทหารคนอื่นๆที่อยู่ตามราวทางต้องเหลียวมองด้วยความสงสัยใคร่รู้ถึงสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้สิบเอกพิเศษจอมใจเย็นคนนี้หัวฟัดหัวเหวี่ยงได้ หญิงสาวใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไปที่แหวนเงินตรงนิ้วชี้อย่างแผ่วเบาขณะครุ่นคิดระหว่างทางไปหาผู้ชายคนนั้น

“คุกสลายสสาร แม้กระทั่งไบโอรอยด์ยังไม่รอด.. แล้วเขาเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีทาง..”เธอบ่นพึมพำกับตัวเองขณะปล่อยให้สองเท้าพาเดินตามทางเดินโลหะไปยังห้องควบคุมตัวหมายเลข 47 ที่เป้าหมายของเธอถูกขังเอาไว้อยู่ คุกสลายสสารเป็นคุกที่จะหยุดการทำงานของทุกๆเซลล์ในร่างกายและแบ่งแยกมันออกจากกัน กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เป็นเหมือนกับห้องที่เอาไว้สำหรับประหาร ทำให้ทุกชีวิตระเหิดกลายเป็นไอ ไม่เคยมีใครรอดออกมาได้

หากถึงกำหนดเวลาควบแน่นสสารแล้วเขารอดออกมาได้...

เขาก็ไม่ใช่คนแล้ว

แล้วทำไมผู้บังคับบัญชาของเธอถึงต้องการสังหารความหวังเดียวของการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ไปเสียล่ะ ความฝันตลอดหลายพันปีของบรรพบุรุษที่ต้องการออกจากเกาะบ้าๆนี่ล่ะ? ผู้บังคับบัญชาของเธอลืมมันไปหมดแล้วกระนั้นหรือ?

ตัวเลขบนแผ่นโลหะที่ประทับอยู่เหนือบานประตูสีเงินเงาวาวดึงเธอให้ออกจากห้วงภวังค์ นายทหารสาวร่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อไม่ได้ยินเสียงใดๆจากอีกฟากของประตู เชลยที่เธอจับมาได้ส่วนมากมักจะออกอาการโวยวาย ทำลายข้าวของ ทั้งไบโอรอยด์และแอนดรอยด์ แต่ทำไมเขาถึงไม่แม้แต่จะส่งเสียง..?

หรือว่าจะเป็นอะไรไป..!?’

หญิงสาวผมดำเบ้หน้าเมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ นิ้วเรียวภายใต้ผิวผ้าสีดำลื่นพรมรหัสผ่านลงไปที่ผนังโลหะข้างประตู แสงสว่างกระพริบตามจังหวะของการกดครู่หนึ่งก่อนจะส่งเสียงร้องเบาๆ บานประตูโลหะนั้นก็เปิดออกเผยให้เห็นสภาพของห้องขังที่ยังอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ

ผู้ชายคนที่เธอจับมาได้นั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทั้งยังฮัมเพลงดูสบายอารมณ์ เธอที่เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะคิดสั้นกัดลิ้นฆ่าตัวตายได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อเห็นว่าความเป็นห่วงของตนนั้นเปล่าประโยชน์ไปเสียแล้ว

ทางด้านชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับห้องขังนี้เป็นดั่งวิมานนั้นกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รันปรือตาขึ้นมองท่าทีของอีกฝ่ายด้วยความนึกสนุก

“คุณผู้หญิง ผมไม่คิดสั้นขนาดจะฆ่าตัวตายเพราะถูกจับมาแค่นี้หรอกนะครับ”

รันยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเองก่อนจะเบ้หน้ากับดาบพลังงานที่จ่อคอเขาด้วยความเร็วในการลงมือของอีกฝ่าย หญิงชุดดำร่นคิ้วหรี่ตามองดูเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงออกปากถาม

“ทำไมคุณถึงดูไม่กังวลเลย พวกเราอาจจะฆ่าคุณได้นะคะ”

“ถ้าคุณจะฆ่าผม คุณคงทำไปนานแล้ว ..อีกอย่าง ถ้าผมยังไม่อยากตาย ต่อให้คุณระดมพลมายิงสารพัดปืนของคุณใส่ ผมก็ไม่มีทางตายง่ายๆหรอกนะ ผมมันอึดยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีก”ถ้อยคำที่แสดงความถือตัวเต็มที่ของเขาทำให้เธอเริ่มเดือด ทว่าความมั่นใจในสายตาของเขาทำให้เธอเริ่มระแคะระคายว่าการที่เขาถูกจับมานี่เป็นเพียงแผนการบางอย่างของเขา

“ก็ขอให้เป็นอย่างที่คุณว่าเถอะค่ะ”

เธอลดดาบลงก่อนจะสลายใบดาบพลังงานไปจนหมด บานประตูที่เปิดค้างไว้ปิดลงเพียงแค่นัยน์ตาสีเงินยวงเบนกลับไปมอง รันมองการกระทำของเธอด้วยความประหลาดใจเมื่อเธอถอนหายใจออกมาราวกับเพิ่งผ่านเรื่องหนักหนาสาหัสมาไม่นาน

“คุณดูเครียดๆนะ?”

“คุณต่างหากที่ต้องเครียด หลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วโมงจะมีการขนย้ายนักโทษเข้าไปในคุกสลายสสาร ชั้นว่าคุณควรจะทำใจดีกว่านะ เพราะไม่เคยมีใครรอดจากคุกสลายสสารได้เลยแม้แต่รายเดียว”รันขนลุกกับชื่อของคุกที่ว่านั่น และการที่เธอบอกให้เขาเครียด เขาสมควรที่จะคิดไปเองก่อนว่านักโทษที่ว่านั่นคือเขาเป็นแน่แท้ แต่จากสิ่งที่เขารู้มา..

เป้าหมายของไทรเดนท์คือการดำรงเผ่าพันธุ์ไม่ใช่หรือ?

“ไม่ใช่ว่าพวกคุณต้องการตัวผมหรอกเหรอ? ถ้าจับนักโทษไปขังในคุกที่แค่ก้าวเข้าไปก็ม่องเท่งแล้วคุณจะไปหาผู้ชายที่ไหนมาอีกล่ะ?”รันคลายมือที่กอดอกลงและเท้าแขนลงบนโต๊ะโลหะเบื้องหน้า นัยน์ตาสีเขียวมรกตประสานกับนัยน์ตาสีเงินเหมือนโลหะของอีกฝ่ายอย่างไม่หวั่นเกรง

“นั่นล่ะคือสิ่งที่ชั้นสงสัย”

รันชะงักกับคำพูดของอีกฝ่ายแล้วถอยหลังพิงพนัก

“แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันภายในอย่างงั้นเหรอ?”

“คุณเป็นคนนอก มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ค่ะ”รันยิ้มแห้งๆกับคำพูดของอีกฝ่ายแล้วสวนกลับไปด้วยความคิดของตนที่กำลังต้องการสาวเอาข้อมูลจากเธอคนนี้มาอย่างโจ่งแจ้ง

“แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่ ยังไงผมก็ห่วงสวัสดิภาพของตัวเองนะครับ งั้นก่อนอื่นเลย.. คุณจะบอกผมรึเปล่านั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ช่วยบอกชื่อของคุณกับผมหน่อยได้ไหม?”รันถามออกไปด้วยรอยยิ้มหวานแฝงน้ำเสียงอ้อนวอนไปเต็มที ทว่านายทหารสาวตรงหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านกับลูกเล่นที่เขาใช้กับพวกวอล์คได้ผลชะงัดเลยแม้แต่น้อย

“ร้อยโทพิเศษแอกเนส ฟาวเนอร์(Special Lt. Agnes Fauner)ค่ะ”

“งั้น.. คุณแอกเนส ช่วยผมหนีไปจากที่นี่หน่อยสิ?”เชลยหนุ่มกล่าวออกมาเนิบๆด้วยท่าทีขี้เล่นเป็นกันเองผิดกับที่ควรจะเป็น ร้อยโทพิเศษนิ่งมองชายตรงหน้าด้วยสายตาราวกับเห็นผี เขาคนนี้ขอให้เธอที่จับเขามาช่วยเขาหนีออกจากที่นี่เนี่ยนะ? ขอให้ศัตรูพาหนีแบบนี้ต่อให้เป็นคนแปลกๆแต่มันก็เกินหลักสามัญสำนึกไปหน่อย..

“ทำไมชั้นถึงต้องช่วยล่ะคะ? ชั้นเป็นคนที่จับคุณมาเองกับมือ จะให้ชั้นขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้วปล่อยคุณไปน่ะ มันไม่บ้าไปหน่อยเหรอคะ?”รันยิ้มและโบกมือหยอยๆกับสีหน้าและน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย

“แต่คุณก็ไม่ชอบวิธีการของหัวหน้าคุณไม่ใช่เหรอ? ที่จะฆ่าผมน่ะ?”

คราวนี้เธอเงียบไปสนิท

“ชั้นช่วยคุณแล้วชั้นจะได้อะไรกันคะ? ถูกจับได้และถูกฆ่า.. อย่างนั้นเหรอ?”นัยน์ตาสีเงินเผยความขุ่นเคืองกับผลที่จะตามมากับการกระทำที่เขาเสนอให้เธอทำ แอกเนสหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย

“ถ้าคุณไม่ช่วยผมแหกคุก งั้นผมขอนาฬิกาผมคืนได้รึเปล่า?”

นั่นทำให้เธอต้องก้มลงมองนาฬิกาตลับพกเรือนสวยที่เธอถือติดมืออยู่ตลอดหลังจากที่ยึดมันมาจากเขาได้ ของติดตัวเพียงอย่างเดียวของชายคนนี้คือนาฬิกาเรือนนี้ การที่เขาเข้ามายังทวีปนี้ได้ย่อมต้องเป็นเพราะพลังของเขาเอง แต่ทว่าพลังที่เธอตรวจจับได้นั้นมาจากนาฬิกาเรือนนี้ ส่วนที่ตัวของเขานั้นเหลือไม่ถึงเศษเสี้ยวจากที่มาสเตอร์คอมพิวเตอร์ของไทรเดนท์ตรวจจับได้

“คืนให้คุณแล้วปล่อยให้คุณทำลายที่นี่น่ะเหรอคะ?”

“แหม่ เห็นอย่างนี้ผมมาอย่างสันตินา”รันว่าไม่ทันขาดคำเขาก็ต้องสะดุ้งโหยงกับทหารสาวผู้จับเขามาที่ตบโต๊ะดังลั่น นัยน์ตาสีมรกตเสลงมองมือทั้งสองข้างของเธอที่น่าจะปวดตุบๆด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเบนขึ้นไปมองสีหน้าเคร่งเครียดที่ดูเหมือนราวกับจะฆ่าแกงกันเสียให้ได้ รันเบ้ปากเล็กน้อยแล้วจึงถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้

อย่างไรเสียเขาก็ออกมือออกไม้ไม่ได้มากนักถ้าถูกลิมิตพลังอยู่แบบนี้ สู้หยอกคุณเธอเล่นเสียหน่อยแล้วรอให้นาฬิกาที่เธอถืออยู่ออกห่างจากตัวเขาไปเกินร้อยเมตร เพียงเท่านั้นเขาก็สามารถออกแอ็คชันได้อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องกลัวสิ่งใด

“จะสันติหรือไม่นั่นไม่ใช่กงการอะไรของชั้นหรอกนะคะ ชั้นจะช่วยคุณหนี.. แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสัญญากับชั้นสองข้อได้รึเปล่าเท่านั้น”คำพูดของแอกเนสกระตุ้นความอยากรู้ของเขาขึ้นมาได้นิดหนึ่ง แม้เขาจะเอาตัวรอดได้เพียงแค่ให้เธอเอานาฬิกานั่นออกห่างจากเขาได้ร้อยเมตร แต่สำหรับทางเลือกตรงหน้าที่เธอหยิบยื่นมาให้

สัญชาติญาณของเขากำลังบอกว่ามันจะทำให้เขาถลำลึกลงไปอีก ลึกลงไปสู่ความลับอะไรก็ตามที่ไทรเดนท์ปิดบังเอาไว้ ลางสังหรณ์ของเขาแม้จะเคยพลาดแต่โอกาสมันก็ 1 ใน 10 และเขามั่นใจว่ามันต้องไม่ใช่ครั้งนี้

“ผมฟังอยู่”เขาว่าด้วยน้ำเสียงระรื่น

“ข้อแรก ชั้นจะยังไม่คืนนาฬิกาให้กับคุณจนกว่าคุณจะรอดออกมาจากคุกสลายสสารได้ ด้วยยศของชั้น การเข้าถึงจึงมีจำกัด ชั้นจะช่วยให้คุณแหกคุกได้เพียงแค่หลังจากคุณรอดออกมาจากคุกสลายสสารแล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากอยากเป็นอิสระ คุณต้องรอด ส่วนข้อสอง...”รันยังคงรอคอยข้อสองจากแอกเนส ทว่ามันกลับไม่อาจหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอได้เมื่อผู้พูดลุกขึ้นและหันหลังกลับ

“ส่วนข้อสอง..?”

“ชั้นจะบอกกับคุณถ้าหากคุณรอดจากคุกสลายสสารได้ค่ะ”และเมื่อเธอพูดจบ ประตูตรงหน้าของเธอซึ่งเป็นทางออกเดียวของห้องนี้ก็เปิดออกพร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบาๆจากชายหนุ่มผู้จับจองห้องนี้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว แอกเนสเหลียวกลับไปมองเล็กน้อยพร้อมทั้งขมวดคิ้ว

“มีอะไรน่าขำหรือคะ?”

“ผมว่าคุณบอกมาก่อนเลยมันไม่ง่ายกว่าหรือ? ในเมื่อยังไงๆผมก็จะรอดออกมาจากคุกอะไรนั่นอยู่แล้ว บอกมาก่อนเลยมันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่หรือ?”รันยกแขนขึ้นกอดอกและเอนหลังพิงพนัก ทำท่าราวกับเป็นผู้ถือไพ่ที่เหนือกว่าอย่างโจ่งแจ้ง ร้อยโทพิเศษสาวไม่คิดว่านั่นเป็นเพียงการบลัฟ มันไม่มีความหวั่นไหวในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย

ถ้าไม่ใช่ว่าเขาแข็งแกร่งจนมั่นใจว่าจะทำได้จริงๆ แต่กลับเป็นโกหกได้เก่งจนน่ากลัว หรือเพียงโง่แล้วล่ะก็เธอจะไม่มีทางเห็นแววตาแบบนี้เป็นอันขาด แอกเนสส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินออกจาห้องคุมขังชั่วคราวนี้ไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีก

“ผมเตือนไว้ก่อนนะ อยู่ให้ห่างจากคุกอะไรนั่นให้มากที่สุด เกิดอะไรขึ้น.. อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน หึหึ”เสียงหัวเราะของเขาไม่มีโอกาสจะได้ดังเข้าหูของเธออีกแล้วเมื่อประตูห้องขังปิดลงและเลือนหายไปกับผนังรอบๆจนหาไม่พบอีก รันเปิดปากหาววอดมองกุญแจมือที่ผนึกการใช้พลังพิเศษทุกชนิดนี่ก่อนจะอมยิ้มกับความช่างคิดของไทรเดนท์

“กระแสไฟฟ้าอ่อนๆที่ส่งผลโดยตรงกับสนามแม่เหล็กในสมอง ระงับไม่ให้สามารถใช้พลังพิเศษได้โดยเฉพาะพลังจิตอย่างงั้นเหรอ? แหม่.. ความคิดสร้างสรรค์เอาคะแนนไป 7/10 ส่วนเรื่องเทคโนโลยีในการจัดสร้างขึ้นมานี่น่านับถือ.. ให้ 9/10 แต่เรื่องกลไกป้องกันการขัดข้องนี่ยังต้องปรับปรุง”ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเนื้อผ้าของถุงมือสีดำทั้งสองข้างค่อยๆหลอมละลายไปครอบคลุมกุญแจมือนั่น เก็บงำกระแสไฟฟ้านั่นเอาไว้ภายใน

ใครจะไปรู้เท่าทันกลโกงของจอมมารเจ้าเล่ห์ได้ล่ะ ใช่ไหมฮูกินน์?

ใช่แล้วมูนินน์ ต่อให้ไม่มีพวกเราพี่ชายก็คงจะใช้พลังด้านลบกัดกร่อนจนกุญแจมือนี่ทะลุอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องให้พวกเราเปลืองแรงเลยนี่นา? รันส่ายหน้าไหวๆไม่ยี่หระกับสองเสียงจากอีกาส่งสารคู่ใจของโอดินในตำนานนอร์ส แม้จะใช้พลังพิเศษไม่ได้แต่พลังด้านลบนั้นเขาไม่ได้ใช้ เขาแค่คิด มันตอบสนองต่อความคิดได้รวดเร็วยิ่งกว่าพลังจิต มีอยู่ในทุกสิ่งเหมือนพลังวัตร และควบคุมได้ง่ายเสียกว่าพลังเวท แค่เขาอยากให้มันกัดกุญแจมือนี่จนเป็นผงมันก็ง่ายนิดเดียว

“เอาน่า แค่ทำให้กุญแจมือนี่ทำงานไม่ได้ก็พอแล้ว ที่เหลือฉันจัดการเอง”

เขาว่าพร้อมกับค่อยๆเลื่อนมือทั้งสองข้างออกจากกุญแจมือสีดำนั่นช้าๆ ฮูกินน์และมูนินน์ที่กำลังจัดการกับกุญแจมืออยู่ร้องเหวอออกมาเมื่อมือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนออกไปได้อย่างผิดธรรมชาติ รันคลี่ยิ้มออกมองดูมือทั้งสองข้างที่ยังไม่หายดีจากเพลิงสนธยาของมหาเทพโอดินด้วยความพึงพอใจ ที่ใจกลางของมือพลังงานสีเขียวใสนั้นปราศจากกระดูกอย่างที่เคยเป็น

“คุกสลายสสาร.. ถ้าเป็นไปอย่างที่ฉันคิดจริงๆมันก็แค่คุกที่แยกส่วนร่างกายของเราออกจากกันจนเป็นเซลล์เล็กๆกระจายไปในอากาศ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆล่ะก็ฉันรอดได้อยู่แล้ว..”ชายหนุ่มยิ้มขำกับความตระหนกและงงงวยที่สัมผัสได้จากอีกาทั้งสอง

พี่ชายเลิกอาลัยอาวรณ์กับมือสองข้างนั้นแล้วเริ่มใช้ประโยชน์จากมันแล้วเหรอ?

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอกับคำพูดของฮูกินน์

“คนเรายึดติดกับอดีตไปมันก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ”รันมองมือของตัวเองที่ค่อยๆสลายกลายเป็นไอแล้วจึงรวบรวมมันกลับเป็นมือดังเดิมและสอดกลับเข้าไปในกุญแจมือ หลังจากลองทดสอบใช้พลังพิเศษดูแล้วก็พบว่ากุญแจมือนั้นได้พังไปเป็นที่เรียบร้อย

“พวกเธอสองคนหลบเข้าไปในไอเท็มรีดเดอร์ก็แล้วกัน ฉันจะใช้สมาธิจิตเปลี่ยนพื้นผิวของมือให้เหมือนมือจริงๆ ถึงฉันจะไม่ตายในคุกสลายสสารอยู่แล้วแต่พวกเธอก็อาจจะเป็นอะไรไป เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ช่วยทีนะ”หลังจากที่อีกาทั้งสองตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งพวกเธอก็ค่อยๆกลายสภาพเป็นอีกาจริงๆแล้วกระโดดผล็อยหายเข้าไปในหน้าต่างระบบสีดำทรงหกเหลี่ยมทันที

นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองไปยังกล้องวงจรปิดตรงมุมห้องที่กลืนไปกับผนังแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย การควบคุมไฟฟ้าของยักษ์อัสนีนั้นไม่ใช่พลังพิเศษแต่เป็นความสามารถของร่างกายโดยตรงเช่นเดียวกับพลังด้านลบ เขาแค่ส่งประจุไฟฟ้าเข้าไปแทรกแซงการทำงานของมัน ให้ผู้ที่จับตามองเขาอยู่เห็นเพียงภาพของเขาที่นั่งอมทุกข์อยู่บนเก้าอี้เท่านั้น

หากทุกอย่างไม่ผิดพลาดไปจากที่คาดการณ์เอาไว้ ที่เขาจำเป็นต้องทำก็มีเพียงนอนลอยคออยู่ในร่างพลังงานภายในคุกสลายสสารเพื่อรอดูว่าแอกเนสจะทำตามที่เขาเตือนหรือไม่ เพราะหากเธอตกลงร่วมมือเขาจะสามารถพังคุกออกไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว

“คุกสลายสสารมันสลายพลังงานไม่ได้ ..แต่ถ้าไทรเดนท์ทำได้ถึงขนาดนี้จริง พวกอาวุธอะไรก็จะต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน ถ้าหากขอความร่วมมือกันได้ดีๆล่ะก็จะเป็นกำลังสำคัญได้แน่นอน”รันนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง เขาต้องการกำลังทั้งหมดที่หามาได้และอยู่ภายในเงื้อมมือ ไม่ว่าจะเป็นจิ้งจอกเก้าหาง แวมไพร์ อสูรเงือก เผ่าปักษา แอนดรอยด์ ไบโอรอยด์หรือแม้แต่ไทรเดนท์

จากการปะทะกันครั้งล่าสุด โซโลมอนสามารถกำราบพวกพ้องของเขาไปได้อย่างง่ายดาย และที่เห็นจะย่ำแย่ที่สุดเลยก็คือมหาเทพทั้งสามองค์อย่างอามาเทราสุ สึคุโยมิและซูซาโนที่ริวอัญเชิญมานั้นยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการลงมือของซินและเดธ เทพแห่งบาปและความตายที่อยู่ภายใต้สัญญาบางอย่างกับโซโลมอนเช่นเดียวกับลูซิเฟอร์และซามาเอล

ต่อให้พวกเขาในตอนนี้สามารถสังหารผู้เล่นทั่วไปได้ด้วยการกระดิกนิ้ว แต่ปีศาจระดับร้อยกว่าที่ยังไม่ได้ตื่นจากผนึกและฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับมาได้นั้นพวกเขายังต้องใช้ทุกอย่างที่มี โชคยังดีที่โซโลมอนไม่มีโอกาสได้ลงมือทำอะไรแต่หากลูลงมือช้ากว่านั้นอีกนิดสวนแรกกำเนิดคงพังทลายไม่เหลือซาก

เขาเพียงนั่งเล่นรอเวลาขนย้ายนักโทษโดยไม่ได้วางแผนอะไรเลยแม้แต่น้อยนอกจากผนึกลมปราณเชื่อมต่อกับชีพจรฤดูที่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้และตรวจสอบฐานสั่งการของไทรเดนท์ ทว่าในตอนนั้นเองเขากลับต้องสะดุ้งเฮือกและเผลอลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก

“บ้าน่า.. ไบโอรอยด์ในฐานของไทรเดนท์เนี่ยนะ? แถมยังสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษสายหลักทั้งสามสายเลยด้วย นี่มันบ้าอะไรกัน?”ฐานสั่งการของไทรเดนท์นั้นคือยานอวกาศที่คนพวกนี้ใช้เดินทางมาที่นี่ แม้มันจะขัดกับเรื่องที่เขารู้มาเล็กน้อยว่าโลกของเกมนี้เป็นเพียงทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับแดนอสูร แต่การที่คนจากอวกาศพวกนี้กักขังไบโอรอยด์สุดแกร่งเอาไว้ในส่วนลึกสุดของยานย่อมต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่

“เห็นทีคงต้องใช้ไม้หน้าสามซะแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาด”

หากเขาไม่สามารถสรุปข้อตกลงของการเจรจาระหว่างเขากับไทรเดนท์ลงได้ แผนการทำลายทุกอย่างลงเป็นอันต้องยกเลิกเมื่อเขารับรู้ถึงการคงอยู่ของขุมพลังมหาศาลนี่ หากเขาทำแบบนั้นจริงๆต่อให้ปั่นระดับขึ้นไปเป็น 999 ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะล้มเจ้าไบโอรอยด์นี่ได้ภายในสองนาที และเขาก็ไม่อยากที่จะเสียทักษะนั่นไปฟรีๆด้วย

“ถ้าตกลงกันไม่ได้คงต้องหนีลูกเดียว.. หรือไม่ก็ทำให้เจ้าไบโอรอยด์นั่นตายๆไปซะ จะได้ไม่ต้องมาพะวงว่าไทรเดนท์จะใช้มันในสงครามกับแอนดรอยด์”คำพูดเปรยๆของเขานั้นสะกิดทุกอย่างให้ลงล็อก รันหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงเอนหลังนั่งลงเช่นเดิม

เขาแค่ต้องเอาเจ้าไบโอรอยด์นั่นมาเป็นลูกน้อง ..ก็เท่านั้น!

หลังจากรออยู่ไม่นานเขาก็กลับไปนั่งท่าเดียวกับภาพที่ฉายให้กล้องวงจรปิดและเลิกแกล้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าดูอยู่ บานประตูตรงหน้าของเขาก็เปิดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหญิงสาวหลายคนในชุดรบสีดำปิดหน้าปิดตาราวกับเห็นเขาเป็นตัวอันตรายน่าขยะแขยงหรือก้อนเนื้อกัมมันตภาพรังสีร้ายแรง

"แบบนี้มันทำร้ายจิตใจอ่ะ! ขอเห็นอะไรให้มันเจริญหูเจริญตาหน่อยไม่ได้เหรอ!?”เสียงบ่นของเขาไม่ได้เข้าหูพวกเธอเลยแม้แต่น้อย แต่เหมือนว่าคนที่ได้ยินเสียงบ่นนั้นจะตอบเขากลับมาด้วยคำตอบที่ไม่เหมือนใคร รันหลุบตาลงมองดายพลังงานที่จี้คออยู่ก่อนจะโปรยยิ้มแหย

“สันติอหิงสา อย่าใช้ความรุนแรงกันเลยนะจ๊ะ”

เขาถูกบังคับให้ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องขังอันแสนสบายนั้นไปโดยมีพวกเธอล้อมหน้าล้อมหลังจนแทบไม่อาจกระดิกตัวได้ และด้วยวิทยาการใดก็ไม่อาจทราบได้ที่พวกเธอจับใส่เข็มฉีดยามาปักจึ้กเข้าที่คอของเขาจนเขาไม่อาจรู้สึกอะไรได้อีก ทั้งสัมผัสทางผิวหนัง สายตา เสียง หรือแม้แต่กลิ่น

แม้กระทั่งการก้าวเดิน เขาเดินไปกี่ก้าวแล้วเขายังไม่รู้แน่ชัดเลยด้วยซ้ำ!

โหดร้ายเป็นที่สุด นี่ระแวงกันมากไปรึเปล่า? กลัวว่าจะนับก้าวหันซ้ายหันขวาหาทางแหกคุกได้เลยงั้นเหรอ?เขาอยากจะร้องบอกพวกเธอใจจะขาดว่าแผนผังโครงสร้างของยานลำนี้นั้นอยู่ในหัวเขาเรียบร้อยแล้ว อย่าได้เปลืองเอายาหรือสารเคมีอะไรมาฉีดให้เลย

“นี่ๆ พี่สาวทั้งหลาย จะไปไหนกันเหรอ?”

ต่อให้พวกเธอตอบเขาก็ไม่ได้ยิน.. พวกเธอคงคิดแบบนั้น แต่ในความจริงแล้วสารเคมีในร่างกายของเขาได้ถูกย่อสลายหายไปจนหมดแล้วด้วยพลังด้านลบ แม้อาจจะเสียแผนเพราะท่าทางการเดินแต่เขาก็ไม่อยากจะทนอยู่ในสภาพเมื่อครู่ต่อไปไม่ได้แล้ว การเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบระหว่างทหารสาวทั้งหลาย ทว่าระหว่างทางนั้นกลับเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าฐานทัพแห่งนี้จะมีเด็กๆหลายสิบคนวิ่งเล่นไปมาด้วย เหมือนว่าช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ไทรเดนท์ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่นั้นพวกนี้จะไม่ได้ทำเพียงสู้รับกับไบโอรอยด์และแอนดรอยด์เท่านั้น การที่มีเด็กแบบนี้ได้คงจะมีสาเหตุอยู่ไม่กี่อย่าง และที่เขาคุ้นเคยที่สุดก็คงเป็นการโคลน

เขาที่คิดอะไรไปเพลินๆก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยคมดาบพลังงานที่เกือบได้ฝังตัวเข้าไปในคอหอยเพื่อจบชีวิต เขากลอกตามองล็อกแล่กแสร้งทำเป็นตระหนกปนสงสัยถึงสถานที่ที่พวกเธอพาเขามา เบื้องหน้าของเขาถือประตูเหล็กสีขาวขนาดใหญ่ เรียกว่าเป็นประตูไปสู้ห้องอบแก๊สพิษสำหรับประหารชีวิตในสมัยก่อนเลยก็ว่าได้

เขามองดูทหารหญิงคนที่เดินนำพรมนิ้วลงไปที่ข้างผนังครู่หนึ่งก่อนจะต้องหันไปมองภายในประตูบานหน้านั้นอีกครั้งเมื่อมันเปิดออก ด้านในเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมขาวๆโล่งๆไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอย่างใด แน่ล่ะ ห้องประหารจะแต่งไปเพื่ออะไร?

ชายหนุ่มยืนเก้ๆกังๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะต้องตั้งหลักใหม่อีกครั้งเมื่อถูกดันให้เข้าไปด้านใน รันหันซ้ายหันขวาสวมบทบาทของลูกไก่ในหม้อต้มน้ำที่ยังไม่ตั้งใจ มองไปรอบๆด้วยความหวาดวิตกเหมือนมองอะไรไม่เห็นทั้งๆที่เห็นอยู่เต็มสองตากับสีหน้าของทหารหญิงทุกนางที่ปลดชุดรบออก

เศร้าสร้อยและอาลัยอาวรณ์..

ผู้ชายอย่างเขาที่เป็นเหมือนความหวังสุดท้ายของการอยู่รอดที่ยั่งยืนกำลังจะถูกประหารชีวิตโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กำลังจะหายไปโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าตนกำลังจะถึงฆาต เขาอ่านริมฝีปากของทหารหญิงคนหน้าสุดก่อนจะต้องทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยสีหน้าราวกับคนเห็นผี

กึง!

“ให้ตายสิ? ขอโทษ อย่างงั้นเหรอ?”

//ห้องสลายสสารหมายเลข 3 เริ่มทำการสลายสสารได้//

รันเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่แผ่กระจายออกมาทั่วทุกทิศ หากสังหรณ์ของเขาถูกต้อง 9 ใน 10 ครั้งแล้วล่ะก็เขาต้องบอกเลยว่าครั้งนี้เขาโชคร้ายมากที่มันดันเป็น 1 ใน 10 ที่เขาสังหรณ์ผิดพลาด นี่มันไม่ใช่เพียงแค่การแยกเซลล์ออกจากร่างกาย..

แต่รังสีบ้าๆนี่มันกำลังทำให้เซลล์ทุกส่วนในร่างกายของเขาค่อยๆหายไปอย่างผิดหลักการ!

“...อ๊ากกกกกกก!!

 

 

“ร้อยโทพิเศษฟาวเนอร์”

“..คะ!? พ..พันตรีพิเศษเลโอเนลล์ แฟลช(Special Maj. Leonelle Flash)!?”แอกเนสละสายตาจากนาฬิกาตลับพกในมือหันไปหาผู้เรียกในทันที นัยน์ตาสีเงินคู่คมประสานกับนัยน์ตาคู่โตสีเดียวกันในมุมมองที่ต่ำกว่า เจ้าของยศหรี่ตามองคนเรียกครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ

“ไม่ต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นก็ได้แอกเนส ชั้นอ่อนกว่าพี่ตั้งสองรุ่น..”

แอกเนสเบิกตากว้างและส่ายหน้าหวือกับคำพูดของเด็กสาวผมบลอนด์ตรงหน้า

“ไม่ได้ค่ะพันตรี ยังไงๆยศของดิฉันก็ต่ำกว่า ดังนั้น..”

“ไม่ต้องห่วงหรอกแอกเนส มีคำสั่งเลื่อนขั้นจากมาเธอร์(Mother)ส่งตรงมาถึงพี่ ตอนนี้พี่เป็นร้อยเอกพิเศษขึ้นตรงกับชั้น ดังนั้นเรื่องยศอะไรนั่นละไว้ในเวลาต่อหน้าคนอื่นจะดีกว่า ส่วนตอนนี้..”แม้จะตระหนกไม่ใช่น้อยที่น้องสาวซึ่งเธอดูแลเป็นเวลาหลายปีมากำลังถ่ายทอดคำสั่งจากมาสเตอร์คอมพิวเตอร์ถึงการเลื่อนขั้นของเธอ แต่สิ่งที่เด็กสาวตรงหน้ากำลังจะพูดต่างหากที่ทำให้เธอตัวชาวูบ

“..แอกเนส พี่จะต้องไปพบมาเธอร์เพื่อเตรียมตัว ถ้าหากนักโทษรอดออกมาจากคุกสลายสสารเมื่อไหร่ พี่จะถูกจับคู่ให้สืบพันธุ์กับเขาทันที ยินดีด้วยนะพี่แอกเนส”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #972 คนที่ติดตามมาตลอด (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 19:12
    ขอบคุณที่ยังไม่ลืมนะครับ ผมจะรอ
    #972
    0
  2. #971 Nova (@nunnaly-26-04-42) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 14:38
    สนุกจริงๆค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #971
    0
  3. #969 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 21:33
    หวังว่าเม็งจะรอดน่ะ โดนซะขนาดนั้น แต่เฟลริลจะคืนร่างให้ทิวรึเปล่าล่ะเนี่ย
    #969
    0