[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 7 : - เขี้ยวที่ ๖ : ความผิดพลาดของเจ้าป่า (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

 

เขี้ยวที่ ๖

ความผิดพลาดของเจ้าป่า (๒)

 

ไอศูรย์ยัดโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าหลังจากจบบทสนทนากับชนรดี เขาบอกให้หญิงสาวเก็บเป็นความลับ อ้างเรื่องหน้าตาในสังคมของดาราหน้าใหม่เพื่อปิดปาก ปลายนิ้วลูบเรียวคางอย่างใช้ความคิด แผนการที่เคยราบรื่นพังครืนไม่เป็นท่า สมองหมุนความคิดมากมายเพื่อหาทางออก การที่ชนรดีท้องทำให้เขาจบความสัมพันธ์กับหญิงสาวยากขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้ที่กระต่ายน้อยกลายเป็นนางเอกชื่อดังของวงการมายาแล้วด้วย

ขอแค่ข่าวยังไม่หลุด ไอศูรย์จะทำให้มันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างจะต้องดำเนินการเงียบๆ เพื่อรักษาหน้าตาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ใสซื่อ ภาพลักษณ์ที่ใช้เวลาสร้างขึ้นมาหลายปีสำคัญมาก นั่นทำให้เขาต้องละเอียดถี่ถ้วนที่สุดในการแก้ปัญหา

ดวงตาคมจับจ้องแจกันดอกไม้ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว แต่ไอศูรย์จำเป็นต้องปัดทิ้งไป การทำแท้งไม่ใช่ทางออก ถ้าพ่อรู้ก็คงห้ามเหมือนกัน อีกอย่างเขาคิดว่าการเก็บเด็กไว้เป็นเรื่องดี ไอศูรย์ไม่คิดมีภรรยา และแน่นอน คนรักของเขาในตอนนี้เป็นผู้ชาย เมื่อถึงคราวแก่ตัวย่อมมีปัญหาเรื่องทายาทสืบทอด ไอยราคงไม่เหมาะกับงานนี้นัก เด็กคนนี้ถ้าได้รับการขัดเกลาคงสามารถยิ่งใหญ่ได้ อย่างน้อยก็ได้เชื้อเขามาครึ่งหนึ่ง

ทว่าปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องการเก็บหรือฆ่าเด็กทิ้ง แต่เป็นการจะบอกไตรทัศยังไงในเรื่องนี้ พยัคฆ์หนุ่มให้อิสระในการมีคู่ขาก็จริง แต่ไตรทัศก็จริงจังเรื่องการป้องกันมากเช่นกัน นอกกายได้แต่อย่าผูกสัมพันธ์เกินเลยกับใครมากกว่านั้น ซึ่งไอศูรย์ก็สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ ถ้าพยัคฆ์รู้เรื่องนี้ขึ้นมา...

จบไม่สวยแน่

“ทำอะไรอยู่” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง ปลุกราชสีห์หนุ่มขึ้นจากภวังค์ ไอศูรย์ปั้นยิ้มให้คนรัก ปิดบังความกังวลภายใน

“คิดเรื่องนั้นแหละ”

“เครียดไม่สมเป็นนาย”

“หึ” ไอศูรย์หัวเราะในลำคอ เท้าแขนกับพนักพิงโซฟาก่อนจะพยักพเยิดให้คนรักนั่งลงข้างๆ “นานๆ ทีจะมีเรื่องยากๆ ให้ได้คิด ก็สนุกดี”

“เหรอ”

“อืม”

“...”

“...”

เป็นครั้งแรกที่พญาราชสีห์รู้สึกอึดอัดกับความเงียบ ดวงตาคมเหลือบมองคนข้างกาย ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น หน้าจอโชว์ภาพบางอย่างที่ลูกน้องส่งมาให้

“เรื่องปล้นเป็นยังไง”

“ยืมมือตำรวจมาช่วยนิดหน่อย”

“หืม?”

“สวมรอยเป็นพวกมันไปสร้างความเดือนร้อน พอชาวบ้านเรียกร้องตำรวจก็ออกมาจัดการเองนั่นแหละ”

“สบายเลยสิ”

“ไม่หรอก พวกนี้ก็เหมือนไฮดรา ตัดแล้วก็งอกใหม่” แอบได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายจากพยัคฆ์หนุ่ม ไอศูรย์คลี่ยิ้มบางขณะรับฟัง

“รีบๆ หาต้นตอให้เจอล่ะ ปัญหาแบบน่าเบื่อจะตาย”

“อืม พวกมันเล่นจ้างกันเป็นทอดๆ กว่าจะเจอก็อยากหน่อย”

“เดาไว้ว่าใคร?”

“เศรษฐีสักคน”

“อืม ขอให้เดาแม่น” ไตรทัศยักไหล่แทนการตอบ เมื่อความเงียบโรยตัวเข้ามาอีกรอบไอศูรย์ก็เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว เขาหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเวลาเจอละครน้ำเน่า เมื่อมีข่าวก็หยุดดู พอหมดก็เปลี่ยนช่องอีกรอบ ทำอยู่แบบนี้จนกระทั่งเจอแจ็กพ็อตใหญ่

ข่าวบันเทิง...!

[มีข่าวด่วนประเด็นร้อนที่น่าตกใจ นางเอกสาว ช. ได้เข้าไปซื้อที่ตรวจครรภ์ในเวลาประมาณห้าทุ่มครึ่งของเมื่อคืน สายข่าวของเราได้สอบถามจากเภสัชกรประจำร้านแล้วเพื่อยืนยันความจริง ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ นางเอก ช. เพิ่งเข้าวงการมาแท้ๆ...ปิ๊ด]

ไอศูรย์กดเปลี่ยนช่องด้วยใบหน้าสงบนิ่ง ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกให้ได้เห็น แม้ข้อความในข่าวจะพอเดาได้ว่าคือใคร ชนรดีทำอะไรไม่รอบคอบ ออกไปซื้อของพรรณนั้นที่กลับปล่อยให้นักข่าวจำได้ ในใจของไอศูรย์กระตุกด้วยความโมโห เขาไม่หันไปมองว่าไตรทัศแสดงสีหน้าแบบไหนหลังฟังข่าวเมื่อครู่ แค่กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นางเอกชื่อ ช.ช้าง ก็มีออกตั้งเยอะแยะ แต่เพิ่งเข้าวงการน่ะมีคนเดียว ขอแค่ไตรทัศไม่ได้สนใจฟัง หรือไม่ก็โง่ขึ้นมาชั่วคราว แล้วหลังจากนี้ไอศูรย์จะจัดการทุกอย่างให้กลับคืนสภาวะปกติในเร็ววัน

“ไปดูหนังกันไหม” พยัคฆ์หนุ่มเอ่ยชวนเมื่อเห็นคนรักกดเปลี่ยนช่องไปมาน่าเวียนหัว

“เรื่อง?”

AAA เพิ่งซื้อแผ่นมาเมื่อวาน”

“เอาสิ โทรทัศน์ไม่มีอะไรน่าสนใจ”

เมื่อชี้โพรงให้กระรอกขนาดนี้ ไอศูรย์ก็ยินดีรับมุขด้วยการควงแขนคนรักกลับขึ้นไปบนห้องนอน ท่าทีปกติของไตรทัศไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มโล่งอก ลึกๆ รู้อยู่แล้วว่าข่าวเมื่อครู่ต้องสะกิดใจอีกคนแน่ๆ ไม่ว่าจะสงสัยหรือตีความออก สุดท้ายปลายทางก็คือไตรทัศรู้ความจริง

บางทีมีแฟนฉลาดก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

 

ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว หลังจากวันนั้นไอศูรย์ก็หาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวออกมา กระแสในเน็ตเริ่มให้ความสนใจเรื่องชนรดีมากขึ้น อาจเพราะภาพลักษณ์ของกระต่ายน้อยดูบริสุทธิ์ พอมาเจอข่าวคาวแบบนี้ทุกคนเลยพุ่งความสนใจ โชคดีที่ยังไม่มีใครสาวมาถึงเขา แต่ชนรดีก็โทรจิกเพื่อขอความช่วยเหลือจากไอศูรย์ติดกันสองวันแล้ว งานของเธอหลายๆ งานถูกยกเลิกเพราะเรื่องฉาว ยิ่งหญิงสาวไม่ออกมาแก้ข่าวเลยมันก็ยิ่งโหมกระพือ

นั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย นักสืบในโลกออนไลน์เริ่มทำการไล่จับ นักข่าวก็สาวเสาะความจริงจากทุกหนแห่ง ตามเฝ้าหน้าบ้านของชนรดีทั้งวันทั้งคืน บ้างก็แวะเวียนถามคนในวงการบันเทิงหลายๆ คนเพื่อหาความจริง เรื่องฉาวแบบนี้ขายได้เสมอ และขายได้ดีเสียด้วย

ไอศูรย์สั่งให้ลูกน้องตามเก็บทุกอย่างที่บ่งบอกถึงตัวเขา แต่เรื่องราวก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเสมอ มีพนักงานในโรงแรมที่ชนรดีเคยพักช่วงถ่ายละครต่างจังหวัดนำภาพกล้องวงจรปิดไปให้นักข่าว คงได้เงินเยอะทีเดียวถึงกล้าขายลูกค้าแบบนี้ ข่าวเริ่มตีแผ่เป็นวงกว้างว่านักธุรกิจชื่อดังเป็นเจ้าของลูกในท้องนางเอกสาว แม้คลิปวิดีโอที่ได้ไปจะเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่รูปร่างและท่าทางทำให้หลายๆ คนเดาถูก ทุกอย่างเริ่มเบี่ยงมาโจมตีฝ่ายชาย ด่ากันสาดเสียเทเสีย ต้องการเรียกร้องให้เขาออกแถลง สำนักงานข่าวติดต่อมาเพื่อขอสัมภาษณ์ ไอศูรย์ปัดได้ไม่นานนักเพราะบริษัทได้รับผลกระทบ

ยอดขายตกลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งแฟนคลับของชนรดีและไม่ใช่เริ่มกล่าวหาว่าเขาเป็นไอ้หน้าตัวเมีย ไม่มีความรับผิดชอบ ไอศูรย์ถูกบิดาว่ากล่าวเนื่องจากทำภาพพจน์บริษัทเสียหาย เกิดการขุดคุ้ยประวัติของตระกูลสิงหธานินทร์ เมื่อเรื่องเริ่มลงลึก ไอศูรย์จำเป็นต้องยอมให้นักข่าวสัมภาษณ์

การปิดปากคนทั้งประเทศ ต่อให้มีอำนาจแค่ไหนก็ทำไม่ได้ ราชสีห์หนุ่มจำเป็นต้องใช้วิธีประนีประนอมที่สุด เขาโทรหาชนรดีเพื่อคุยถึงเรื่องนี้ก่อนออกแถลงต่อหน้าสื่อทั้งหลาย

“แต่งงานกัน” ไม่มีถ้อยคำแว่วหวานเหมือนเคย ไอศูรย์กรอกเสียงเย็นชาของตัวเองลงโทรศัพท์ ปลายสายตกใจจนเผลอทำบางอย่างแตก

[อะ อะไรนะคะ ศูรย์] ชนรดีดูดีใจมาก หญิงสาวน่าจะร้องไห้เพราะเสียงที่ตอบกลับมาสั่นสะท้าน ไอศูรย์ยิ้มมุมปากเยาะๆ

“พรุ่งนี้เรามีนัดแถลงข่าวตอนสี่โมงเย็น”

[แถลงข่าว?]

“เรื่องแต่งงาน”

[ค่ะ ค่ะ ขอบคุณนะคะไอศูรย์ ชนรักคุณ]

ราชสีห์กดตัดสายอย่างไม่ใยดี หนึ่งในเรื่องผิดพลาดของเขาคือการผลักชนรดีเข้าวงการบันเทิง มันจะไม่มีปัญหาถ้าเธอเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าท้องก็แค่รับเลี้ยงลูกและจ่ายค่าตอบแทนให้หนักๆ แต่นี่เพราะชนรดีกลายเป็นดาราดัง มีชื่อเสียงของสิงหธานินทร์ผัวพันอยู่ด้วย ทำให้ทุกอย่างดูอีรุงตุงนังไปหมด

ไอศูรย์โยนโทรศัพท์ลงบนเตียงหลังใช้งานเสร็จ เขาถือผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาอยู่นั้นราวๆ สิบห้านาทีก่อนจะเดินออกมาแต่งตัวข้างนอก ชุดนอนสีดำลายทางถูกสวมลงบนเรือนร่างได้รูป ขณะกำลังจะล้มตัวลงบนเตียงก็มีเสียงเคาะประตูดังขัดขึ้นมา

“ใคร”

“นายท่านเชิญคุณไอศูรย์ให้ลงไปพบครับ” เสียงลูกน้องคนสนิทของธีรเดชทำให้ร่างโปร่งสาวเท้าไปที่ประตูแทบไม่ทัน เขาเดินตามหลังชายหนุ่มร่างกายใหญ่โตลงไปชั้นหนึ่ง เห็นบิดานั่งจิบน้ำชารออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ไอศูรย์เดินเข้าไปพลางเตรียมคำตอบมากมายในหัว

“พ่อเรียกผมมาทำไมครับ”

“พรุ่งนี้พาแม่หนูนั่นมาที่บ้านด้วย”

“ครับ?”

“ฉันอยากเจอ”

“พ่อหมายถึงชนรดี?”

“...” ดวงตาคมของผู้เป็นพ่อตวัดมองหน้าลูกชาย แรงกดดันมหาศาลทำเอาไอศูรย์เผลอเกร็งตัวอัตโนมัติ เจ้าป่าตนนี้เก่งกับทุกคนยกเว้นบิดาตน ธีรเดชน่ากลัวกว่าใครก็ตามที่เคยรู้จัก ช่วงฝึกฝนครั้งยังเยาว์เป็นเครื่องย้ำเตือนความจำได้ดี ความอำมหิตของเจ้าของรังคนเก่าที่ทารุณลูกชายด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ไอศูรย์ไม่มีวันลืม ไม่เคยลืม และไม่คิดจะลืม

“ครับ ผมจะพาเธอมาพบพ่อ”

“ดี”

“...”

“เคลียร์กับไตรทัศรึยัง”

“...” ร่างโปร่งปิดปากเงียบแทนคำตอบ

“พันธมิตรที่กลายเป็นศัตรู น่ากลัวที่สุด”

“ครับ”

“อย่าทระนงตนว่าเก่งถ้ายังไม่มีปัญญาคิดอะไรให้รอบคอบ” ธีรเดชดุด้วยน้ำเสียงขมึงขึง ไอศูรย์ก้มหน้ามองพื้นเบื้องล่าง รับฟังอย่างเงียบๆ

อย่างที่พ่อพูด เขาทระนงตนจริง คิดว่าแผนการทุกอย่างไม่มีรูรั่วทั้งๆ ที่เขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเจาะรูให้มันเอง เรื่องคราวนี้จะเป็นบทเรียนที่ดี ต่อไปทุกอย่างจะต้องผ่านการคิดทบทวนมากกว่าสามครั้ง มันจะไม่มีคำว่าพลาดเป็นครั้งที่สอง แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว

เพราะถ้ามีอีกไอศูรย์จะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์

และธีรเดชไม่ต้องการพวกไร้น้ำยา

ใช่แล้ว...

เมื่อไม่ต้องการ ก็จะถูกกำจัดทิ้ง

 

งานแถลงถูกจัดขึ้นในโรงแรมชื่อดัง ไอศูรย์เตรียมอาหารและสถานที่อย่างสวยงามเพื่อไว้เกียรติของตระกูล นักข่าวแต่ละคนได้รับการดูแลที่ดีจนมีหลายเสียงชมเปราะ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่บอกว่าสร้างภาพ ซึ่งนั่นก็คือเรื่องจริง จะมีใครอยากเอาใจคนที่เผยแพร่ข่าวเสียหายของตัวเองบ้าง ไอศูรย์ก็แค่เห็นแก่ชื่อเสียงบริษัท ไม่อย่างนั้นเขาคงวางระเบิดสำนักข่าวไปหมดแล้ว

งานกำลังจะเริ่มในอีกห้านาทีข้างหน้า พวกเขาเตรียมตัวอยู่ด้านนอกเพื่อรอเวลา ชนรดีแต่งตัวสวยที่สุดด้วยชุดราคาแพง ใบหน้าเยาว์วัยถูกเครื่องสำอางตกแต่งบางเบา ไอศูรย์เองก็จัดแต่งทรงผมมาอย่างเรียบร้อย ชุดสูทเนื้อดีสีดำสวมทับบนร่างโปร่ง รองเท้าหนังขัดมันจนขึ้นเงา ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวข้างกายที่ตื่นเต้นจนยืนนิ่งไม่ได้ กระต่ายน้อยขยับตัวไปมาด้วยความกังวล ทว่าเรียวปากเคลือบด้วยลิปกลอสกลับยิ้มกว้างแสดงความดีใจ

“ได้เวลาแล้วครับ” พลบอกเมื่อถึงเวลาเริ่มงาน

ชนรดีควงแขนชายหนุ่มเดินเข้าไปด้านใน แสงแฟลชจากกล้องนับสิบสาดเข้ามาจนแสบตา ไอศูรย์เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาว จากนั้นเจ้าตัวจึงค่อยทรุดนั่งลงข้างๆ เสียงชัตเตอร์ยังคงดังอยู่นานราวๆ สิบนาทีและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนไอศูรย์ต้องยกมือห้ามเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

“สวัสดีครับนักข่าวทุกท่าน” เสียงทุ้มนุ่มดูเป็นมิตรกรอกลงบนไมค์ ไอศูรย์คลี่ยิ้มหวานขณะพูด “ต้องขอขอบคุณที่สละเวลามาในวันนี้นะครับ” ร่างโปร่งยกมือไหว้พร้อมทั้งค้อมหัวลง ซึ่งหญิงสาวข้างกายก็กระทำแบบเดียวกัน

“ในตอนนี้มีข่าวที่ไม่ดีนักเกิดขึ้นกับชนรดี หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม” ชายหนุ่มผายมือไปที่กระต่ายน้อยเมื่อกล่าวถึง “ซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกมาแรงมาก มากเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะรับได้ วันนี้ผมไม่ได้ออกมาแก้ข่าวแต่อย่างใด พวกเราออกมาเพราะต้องการที่จะพูดความจริงครับ”

สคริปต์ที่ศักดิ์เตรียมไว้ให้ถูกไอศูรย์พูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไอศูรย์เหลือบมองกระดาษบนโต๊ะอย่างแนบเนียนในบางครั้งที่จำข้อความไม่ได้ ถ้อยคำสวยหรูถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อเสริมภาพลักษณ์ของไอศูรย์ นักธุรกิจผู้สุภาพ มีมารยาท และน่าเคารพนับถือ

หลายๆ ครั้งที่เขาเอียนกับบุคลิกจอมปลอมพวกนี้ ผู้ชายแสนดีในโลกของการแข่งขัน ไอศูรย์อยากสำรอกออกมาทุกครั้งเมื่ออยู่หน้ากล้อง คนประเภทนี้ไม่มีทางเป็นใหญ่เป็นโตในสังคมอันแสนโหดร้ายนี้ได้หรอก เป็นคนดีแล้วยังไง ก็ถูกพวกคนไม่ดีเหยียบหัวเพื่อไต่เต้าน่ะสิ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เติบโตขึ้นได้ก็เพราะเล่ห์กล คนไม่มีเหลี่ยมมีแต่จะถูกโกงจนหมดตัวก็เท่านั้น

“วันนี้ผมกับชนรดีจะตอบคำถามทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมา แต่หากมีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ทางผมก็ต้องขอเชิญคนๆ นั้นออกจากงานนะครับ” ไอศูรย์โค้งอีกครั้งตามมารยาท เขาผายมือไปด้านหน้าเป็นสัญญาณให้นักข่าวจากหลายๆ สำนักเริ่มยิงคำถามได้

หลายๆ คนยกมือขึ้นพร้อมทั้งตะโกนประโยคคำถามสวนกันจนฟังไม่รู้เรื่อง ราชสีห์หนุ่มคิ้วกระตุกด้วยความไม่พอใจ แต่เรียวปากบางยังคงหยัดยิ้มสู้แม้จะอยากหนีกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด

“ไม่ทราบว่า คุณชนรดีท้องจริงหรือเปล่าคะ” มีเสียงนักข่าวสาวตะโกนแทรกขึ้นมาดังมากจนทุกคนต้องหยุดการกระทำ ไอศูรย์หันไปมองหญิงสาวก่อนจะพยักหน้าให้เธอตอบ

“จริงค่ะ”

มีเสียงฮือฮาดังตามมาหลังจากชนรดีพูดจบ

“ไม่ทราบว่าคุณไอศูรย์เป็นพ่อของเด็กในท้องใช่หรือเปล่าคะ”

“ครับ” คราวนี้เป็นฝ่ายราชสีห์ตอบ ไอศูรย์ยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแม้จะได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เต็มๆ หู

“แล้วทำไมถึงเพิ่งออกมาแถลงข่าวคะ”

“พอดีผมติดงานที่ต่างประเทศ เพิ่งกลับมาเมื่อวันก่อน และผมก็เพิ่งทราบว่าชนรดีท้องตอนกลับมานี้เองครับ แถมไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”

“แล้วทำไมคุณชนรดีไม่ออกมาชี้แจงกับนักข่าวตั้งแต่มีข่าวออกมาแรกๆ คะ”

“ชนไม่กล้าทำอะไรพลีพลามโดยไม่ถามความเห็นไอศูรย์ก่อนหรอกค่ะ ชนไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วศูรย์จะเดือดร้อนแค่ไหน ชื่อเสียงบริษัทจะเสียหายไหม ชนก็เลยรอปรึกษาศูรย์ค่ะ” ทุกถ้อยคำไหลลื่นเหมือนหลุดออกมาจากความคิด

ไม่มีใครรู้ งานแถลงข่าววันนี้มันก็แค่ละครหลอกตา

“คุณไอศูรย์จะทำยังไงกับเรื่องนี้คะ”

“ผมจะแต่งงานกับชนรดีครับ” มีเสียงฮือฮาดังมาอีกระลอก ไอศูรย์กุมมือเรียวของหญิงสาว หันมาสบตาพลางยิ้มให้กันหวานชื่น “ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ชนรดีเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานแต่กลับมีข่าวแบบนี้เสียแล้ว ความจริงพวกเราคบหากันมาตั้งแต่ก่อนชนเข้าวงการอีกครับ ผมก็ห้ามแล้วแต่ชนอยากเป็นนักแสดงจริงๆ อะไรที่คนรักชอบผมก็สนับสนุน แต่ไม่คิดว่ามันจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตแบบนี้”

“ที่คุณชนรดีเข้าวงการได้ เพราะคุณไอศูรย์ช่วยดันใช่ไหมคะ”

“ผมไม่ได้ช่วยครับ ชนใช้ความสามารถของตัวเอง”

“แต่คุณกิตติไม่เคยใช้นักแสดงหน้าใหม่เลยนะคะ”

“ท่านคงเห็นความสามารถของชนรดีน่ะครับ” ไอศูรย์โอบไหล่บางขณะตอบ คำถามเมื่อครู่เหมือนต้องการบีบบังคับให้เขายอมรับข้อกล่าวหา ถ้าไม่ก็คงเค้นกันอยู่อย่างนี้จนกว่าจะได้คำตอบที่ถูกใจ ซึ่งศักดิ์เก็งคำถามนักข่าวแม่นทีเดียว สมแล้วที่เป็นมือซ้ายของเขา

“แต่ได้ข่าวว่าคุณไอศูรย์เป็นนายทุนของละครเรื่องนี้ด้วย”

“ผมเข้ามาเป็นส่วนรวมทีหลังครับ พอรู้ว่าชนรดีได้แสดงด้วย ผมก็ติดต่อกับคุณกิตติเพราะอยากสนับสนุนคนรัก มันคงไม่ผิดใช่ไหมครับถ้าผมอยากดันงานแรกของชนรดีเขา”

หลังจากนั้นก็ยังมีคำถามอีกมากมายที่สาดใส่ไม่หยุดหย่อน รวมถึงรายละเอียดการแต่งงานที่เขาได้ลั่นวาจาไปตั้งแต่ต้น ชนรดีนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ คอยตอบคำถามเพียงบางข้อเท่านั้น ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของไอศูรย์ในการรับมือกับนักข่าว ครบหนึ่งชั่วโมงงานแถลงก็จบลง ไอศูรย์กล่าวขอบคุณนักข่าวอีกครั้งพลางทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยคเพื่อภาพลักษณ์หนุ่มแสนดี

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ จะเป็นเกียรติมากหากช่วยแก้ข่าวเสียหายของชนรดีให้ ชนเขาเสียใจมากที่มีกระแสออกมาอย่างนี้ ยังไงก็ขอรบกวนนักข่าวทุกๆ ท่านด้วยนะครับ” ไอศูรย์ยกมือไหว้อีกครั้งหลังกล่าวจบ เขาสั่งให้ลูกน้องคอยส่งนักข่าวออกจากห้องรับรอง จากนั้นร่างโปร่งก็พาชนรดีไปที่คฤหาสน์ราชสีห์เพื่อพบพ่อของเขาตามบัญชา

 

คนตระกูลสิงธานินทร์ออกมายืนต้อนรับรายทางตั้งแต่หน้ารั้วจนถึงประตูบ้าน ชนรดีดูตื่นตาตื่นให้กับความหรูหราและโอเวอร์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างตั้งแต่รถคันหรูเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้าน มีเสียงอุทานหลุดออกมาเบาๆ ตลอดทาง

รถยนต์สีดำด้านหยุดลงเมื่อถึงตัวคฤหาสน์ ศักดิ์เดินอ้อมจากที่นั่งคนขับมาเปิดประตูให้ ร่างโปร่งก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสบาย ทว่ายังมีร่องรอยความกังวลปะปนอยู่ในดวงตาคู่สวย ไอศูรย์พาหญิงสาวเข้ามาด้านในคฤหาสน์ มีลูกน้องเดินมาบอกว่าผู้เป็นบิดานั่งรออยู่ในห้องทำงาน กระต่ายน้อยลนลานเมื่อได้ยินว่าธีรเดชต้องการพบ หญิงสาวสอดมือเข้ามากอบกุมกับมือหนา บีบเบาๆ อย่างต้องการบอกว่าเธอกังวล ไอศูรย์มองดวงหน้าสวยของชนรดีด้วยรอยยิ้มปลอบใจ

“พ่อผมไม่น่ากลัวหรอก”

“แต่...”

“ไม่เป็นไร” เสียงนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยน หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยีเมื่อได้รับกำลังใจ เธอสูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด ท่าทีน่ารักไม่ได้ทำให้ไอศูรย์รู้สึกหลงใหลเมื่อคราวแรกๆ ตอนนี้เขาคิดถึงแต่เรื่องปัญหามากมายที่พุ่งเข้าใส่ในเวลาเดียวกัน

ร่างโปร่งจูงชนรดีไปยังห้องทำงานที่อยู่ลึกสุด ระหว่างทางต้องผ่านห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยโซฟาราคาแพงและโทรทัศน์จอใหญ่บนผนัง เสียงพากย์ฟุตบอลดังออกมาจากลำโพงสองอันที่วางอยู่ใต้ทีวี ไอศูรย์ขมวดคิ้วเมื่อสงสัยว่าใครกำลังอยู่ในห้องรับแขก

เขาสับเท้าช้าลงในขณะที่กำลังพิจารณา ผู้มาเยือน

“กลับมาแล้วเหรอ” ชายร่างสูงละสายตาจากทีวีมามองราชสีห์หนุ่ม ริมฝีปากสีเนื้อคลี่ยิ้มบางส่งมาให้ หากทว่าดวงตาหวานที่มักทอดมองด้วยความรักกลับเต็มไปด้วยประกายโทสะ ไตรทัศอยู่ที่นี่ นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าเขา

ในชั่วขณะหนึ่งที่ไอศูรย์ลืมหายใจ ก่อนจะกลบเกลื่อนทุกอย่างด้วยรอยยิ้มหวานบนริมฝีปากบาง ร่างโปร่งเดินเข้าหาคนรักด้วยท่าทีสบายอารมณ์

“กลับมาแล้วครับ”

ความเงียบกางปีกโอบล้อมทั่วบริเวณห้องนั่งเล่น ไตรทัศจับจ้องดวงตาคมของอีกคนอย่างต้องการจับผิด ไอศูรย์ไม่มีร่องรอยสำนึกผิดอยู่เลยสักนิด คนตัวสูงเหยียดยิ้มเยาะอย่างที่ไม่รู้ว่าเย้ยใคร

ตัวเองหรือคนรัก

“ขอตัวพา ภรรยา ไปหาพ่อก่อนนะครับ”

ไอศูรย์ว่าพลางผายมือเชิญผู้หญิงข้างตัวให้เดินไปยังห้องทำงานใหญ่ พยัคฆ์หนุ่มมองตามแผ่นหลังของคนรักจนทั้งคู่ห่างออกไปไกล ความรู้สึกอึดอัดแล่นมาจุกอยู่ที่คอ มือใหญ่กำแน่นจนอุ้งมือได้แผล เกิดเส้นเลือดขึ้นที่ขมับเมื่อไตรทัศกัดฟันจนลำตัวเครียดเกร็ง

“จบแล้ว?” เสียงทุ้มตะโกนถามร่างโปร่งที่เดินไปไกลแล้ว ส่งผลให้ไอศูรย์หยุดฝีเท้าแล้วหันมามอง คิ้วสวยขมวดเล็กๆ แทนคำถาม “ระหว่างเรา จบแล้วเหรอ”

“...”

“...”

ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก ก่อนที่ไอศูรย์จะเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่จบหรอก”

“...”

“ฉันมันคนเห็นแก่ตัว นายก็รู้”

ใช่ คนเห็นแก่ตัวที่จะจับปลาไว้ทั้งสองมือ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

32 ความคิดเห็น