[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 8 : - เขี้ยวที่ ๗ : การทะเลาะกันของมาเฟีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

เขี้ยวที่ ๗

การทะเลาะกันของมาเฟีย


ไอศูรย์หายเข้าในห้องทำงานกับชนรดีนานเกือบชั่วโมง ออกมาอีกทีก็ให้คนรถขับออกไปส่งหญิงสาวที่บ้าน กระต่ายน้อยงอแงเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้ค้าง แต่เจ้าของบ้านกลับไม่แยแส ไอศูรย์โบกมือลาคล้ายไล่กลายๆ ก่อนจะเดินแยกมาหาไตรทัศที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

“วันนี้ค้างเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนรัก เรียกสายตาจากพยัคฆ์หนุ่มให้หันมามอง ร่างโปร่งทิ้งตัวลงข้างๆ ยกขาขึ้นไขว่ห้างพร้อมทั้งเอนหลังพิงพนักนุ่ม สาวใช้วัยกลางคนยกนมสดอุ่นๆ มาให้อย่างรู้ใจ

“ค้าง”

“กินอะไรรึยัง”

“ยัง”

การถามคำตอบคำคือสัญญาณว่าไตรทัศยังโกรธอยู่ และแน่นอน ไม่มีการง้องอนจากราชสีห์ ไอศูรย์ยกแก้วนมสดขึ้นดื่ม รวดเดียวครึ่งแก้ม มีคราบขาวขุ่นติดอยู่ตามผิวปาก เรียวลิ้นสีชมพูตวัดเลียเช็ดรอยนมที่เปื้อนรอบริมฝีปาก ดวงตาคมเหลียวมองคนข้างกายเป็นระยะอย่างหยั่งเชิง ไอศูรย์เดาไม่ถูกว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ พยัคฆ์ตนนี้กำลังโกรธจนน่ากลัว

“หิวไหม ไปกินข้าวกัน”

“กินไม่ลง”

“อ่า เหรอ” ดวงหน้าได้รูปหันมองคนข้างกาย “ประท้วง?”

“ก็อยากทำ แต่รู้ว่าทำไปก็เท่านั้น”

“รู้นี่” รอยยิ้มพอใจแต้มบนเรียวปากบาง “ก็แค่ทำตัวเหมือนเดิม”

“หึ” ไตรทัศหันมาสบตากับคนรัก แสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบ “เหมือนเดิม? ทั้งๆ ที่นายกำลังจะแต่งงานน่ะเหรอ”

“อืม ก็ใช่”

“แค่ที่ผ่านมาก็มากเกินพอแล้วไอศูรย์”

“ที่ผ่านมา?” คิ้วสวยเลิกขึ้นเชิงสงสัย

“ราชสีห์หลงถิ่น... สักวันแม้แต่ถ้ำตัวเองก็จะไม่มีให้กลับ”

ไอศูรย์หัวเราะกับประโยคสำบัดสำนวนของร่างสูง “ไปกินข้าวกันก่อนค่อยคุย เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะนะ”

ร่างโปร่งกระชากแขนไตรทัศให้ลุกขึ้น สอดมือเข้ากอบกุมมือหนาที่หยาบกร้านเพราะรอยแผล จูงคนตัวสูงกว่าให้เดินตามไปที่ห้องอาหาร กลิ่นมื้อค่ำโชยมาแต่ไกล ไอศูรย์สูดความหอมของเนื้อไก่ที่ถูกทอดจนสุกเข้าเต็มปอด

ข้าวสวยร้อยๆ จัดใส่จานไว้สองที่ ธีรเดชกับไอยราทานมื้อเย็นไปแล้วตั้งแต่หกโมง จึงเหลือแต่มาเฟียหนุ่มทั้งสองที่นั่งกันคนละฝากโต๊ะ อาหารมากมายจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ไอศูรย์ตักหั่นไก่ทอดเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ก่อนจะตักใส่จานข้าวของไตรทัศ ยิ้มกว้างอย่างเอาใจเมื่ออีกคนจ้องมา

“กินสิ”

อาหารมื้อนี้ผ่านไปโดยไม่มีใครพูดอะไรอีก ไอศูรย์หนีขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้อง ส่วนพยัคฆ์หนุ่มหยิบเครื่องดื่มมึนเมามาจากตู้เย็นก่อนจะเดินออกไปสูดอากาศที่สวนหน้าคฤหาสน์ ชิงช้าสนามคือจุดหมายปลายทาง แสงไฟนีออนหลอดเล็กที่วางเรียงยาวตามทางเดินอิฐดูสวยเมื่อท้องฟ้าไร้แสงอาทิตย์ สายลมเย็นฉ่ำพัดเสียดผิวกาย ร่างสูงทิ้งตัวนั่งบนชิงช้าไม้ ออกแรงโยกมันเบาๆ ขณะแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำ

มีดวงดาวทอแสงอยู่ปะปราย ดวงจันทร์มาเพียงครึ่งเสี้ยว แต่แสงสีนวลของมันก็ยังดูสวย ไตรทัศผ่อนลมหายใจคล้ายต้องการปลดปล่อยความเครียด เปลือกตาปิดลงเมื่อร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า รสชาติขมปร่าของน้ำเมายังติดอยู่ที่โคนลิ้น

“ง่วงทำไมไม่ขึ้นไปนอน” น้ำเสียงคุ้นเคยดังแทรกบรรยากาศสงบ ไอศูรย์ในชุดนอนสีฟ้าเดินมาพร้อมกระป๋องน้ำอัดลมในมือ รอยยิ้มยังติดตรึงอยู่บนริมฝีปาก หากไตรทัศไม่คิดว่ามันน่ามองเหมือนเคย ใบหน้าหล่ออย่างไทยแท้เบือนหนี กระดกแอลกอฮอล์ในมือลงคออึกใหญ่

ร่างโปร่งที่นั่งลงข้างๆ ทำให้ชิงช้าสั่น ขาเรียวผลักพื้นโยกมันอย่างมีความสุข ไอศูรย์ดูไม่อนาถร้อนใจแม้เขาจะเพิ่งประกาศแต่งงานกับ...

ผู้หญิงคนอื่น

ไตรทัศเกลียดตัวเองที่ไม่ต่อว่าคนรักตรงๆ วันนี้หลังจากรู้ข่าว เขาอยากจับคนข้างๆ เผาทั้งเป็น ทำอะไรก็ได้ให้ไอศูรย์รู้ว่าความทรมานเป็นยังไง การยอมให้ไปกอดคนอื่นยังไม่พออีกเหรอ ทำถึงขนาดนี้ทำไมไอศูรย์ถึงยังไม่ยอมป้องกันตัวเอง ทำไมถึงยอมปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้

คิดว่าเขาเป็นหัวหลักหัวตอเหรอ

ไม่ ไตรทัศไม่ใช่

เขาเป็นคนรัก มีสิทธิ์โกรธที่อีกคนทำตัวแบบนี้ แต่ที่เขาไม่โวยวายใส่เพราะมันไม่ใช่นิสัย ไตรทัศแค่อยากเห็นราชสีห์คุกเข่าคลานเข้ามาขอโทษ ถ้าไอศูรย์รู้สึกผิดสักนิด แน่นอน ไตรทัศใจอ่อนอยู่แล้ว แต่ความจริงคือไม่ใช่ ไอศูรย์ไม่รู้สึกผิด แถมยังยอมรับหน้าชื้นตาบานว่าชนรดีคือ ภรรยา

กระป๋องแอลกอฮอล์ถูกบีบจบบู้บี้ น้ำสีอำพันไหลทะลักเปรอะมือแกร่ง ไตรทัศมองการกระทำของตนด้วยแววตาเฉยชา

“โกรธมากเลยเหรอ” ไอศูรย์ถาม

“...”

“ก็แค่แต่งงาน”

“นายผิดสัญญา”

“หืม?”

“นายกำลังจะเป็นของคนอื่น”

“เปล่านี่ มันก็แค่การแต่งงาน”

“นายกำลังมีลูกกับเธอ”

“...”

“หึ” เมื่อเห็นว่าไอศูรย์พูดไม่ออกพยัคฆ์หนุ่มก็เหยียดยิ้มเยาะ เขาหันมาจ้องดวงตาคม มองให้ลึกลงไปถึงความรู้สึกที่สิงโตตัวนี้เก็บซ่อน ร่องรอยหวั่นไหวเด่นชัดขึ้นทีละนิด ความกังวลของไอศูรย์ถูกล้วงรู้ และก่อนที่จะโดนซักจนขาวสะอาด ราชสีห์หนุ่มหันหน้าหนีพลางหัวเราะกลบเกลื่อน

“ดีออก จะได้ตัดปัญหาเรื่องทายาท”

“งั้นเหรอ”

“อืม”

“ที่นายทำแบบนี้ เพราะฉันเหรอ”

“อะไร” ไอศูรย์หันไปมองคนข้างๆ อย่างไม่เข้าใจ

“เพราะฉันมีลูกให้นายไม่ได้งั้นสิ”

“...”

“นายเลยไม่ยอมป้องกัน”

“...”

“ใช่ไหม ไอศูรย์” ถ้อยคำเหล่านี้ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดคั้นปนตัดพ้อ ดวงตาหวานทอแววปวดร้าวออกมาอย่างไม่ปกปิด ไตรทัศแค่อยากให้อีกคนรับรู้ความรู้สึกของเขา มันไม่สนุกเลยกับการกระทำของไอศูรย์ มันไม่เคยสนุก

“เปล่าหรอก ก็แค่สนุก”

“หึ สนุก”

แต่ดูเหมือนอีกคนจะรู้สึกต่างกัน

ไตรทัศซัดน้ำเมาในมือจนหมด โยนกระป๋องเปล่าลงถังขยะใกล้ๆ “คนรักกันเขาไม่ทำแบบนี้หรอก”

“เคยบอกแล้วว่าฉันไม่ใช่คนดี” ไอศูรย์สวนขึ้นมาทันที

ร่างสูงลุกขึ้นจากชิงช้า ขยับเดินเพื่อกลับเข้าบ้าน ขณะเดียวกันก็หันกลับมามองไอศูรย์ที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม “ฉันก็ไม่ใช่คนดี”

ไอศูรย์รู้ดีว่าไตรทัศอำมหิตขนาดไหน...

เขาลุกและเดินตามไตรทัศไปติดๆ จนกระทั้งคนทั้งคู่ขึ้นมาที่ชั้นสอง ราชสีห์หนุ่มผลักร่างสูงเข้าไปในห้องนอน กดล็อกกลอนประตูก่อนจะเริ่มบทสนทนาที่จริงจัง

“อย่าทำอะไรผู้หญิง” ใบหน้าใต้กรอบผมสีดำไม่มีวี่แววขี้เล่นเช่นเคย ไอศูรย์หรี่ตาพลางกดเสียงต่ำอย่างต้องการข่มขู่

“ทำไม รักแล้วเหรอ”

“ชนท้องอยู่”

“หึ”

“ทัศ”

“...”

“...”

ไตรทัศไม่ได้ตอบอะไร และไอศูรย์ก็ยังคงมองอย่างกดดันอยู่อย่างนั้น นานเข้าพยัคฆ์หนุ่มที่มีไฟโทสะสุมเต็มอกก็เริ่มทนไม่ไหว ชายผู้สุภาพในเวลาปกติ แถมยังคอยบ่นคอยสอนเหมือนพ่อคนที่สอง คราวนี้กลับมีความโมโหขับเคลื่อนการกระทำ

แขนใหญ่กระชากร่างโปร่งเข้ามาก่อนจะผลักให้ติดผนัง ร่างไอศูรย์ปะทะกำแพงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังปั่ก จากนั้นริมฝีปากนิ่มก็กดทับลงมาบนเรียวปากบาง บดขยี้ด้วยแรงอารมณ์ที่บีบอัดอยู่ภายใน ใบหน้าของไอศูรย์ยับยู่ไปหมดด้วยสัมผัสรุนแรง ผิวปากแตกจนเลือดซึมเมื่อถูกฟันขาวขบกัด

เรียวลิ้นร้อนแทรกเข้าไปอย่างจาบจ้วง ดูดเม้มและดึงดัน ไตรทัศผ่อนแรงหนักเบาเป็นจังหวะ เบียดร่างเข้าแนบชิดจนราชสีห์หนุ่มแทบฝังลงไปในผนังห้อง

รสจูบแสนป่าเถื่อนดำเนินได้ไม่นานไตรทัศก็ผละออกห่าง ร่างสูงยืนมองไอศูรย์ที่ไหลลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนาปาดรอยเลือดที่ติดตามริมฝีปาก อีกคนก็ทำเช่นเดียวกัน ไอศูรย์ดุนลิ้นที่มุมปากเมื่อรู้ว่ามีแผล โลหิตสีแดงสดยังคงไหลตามผิวปากบางรูปกระจับ

“ซาดิสต์นี่” นายหัวตระกูลสิงหธานินทร์คลี่ยิ้มอย่างชอบใจ “ทำแบบนี้บ่อยๆ ก็ได้นะ”

“ชอบ?”

“ก็สะใจดี”

ไอศูรย์ดันร่างตัวเองขึ้นจากพื้น พิงหลังไว้กับกำแพงเมื่อลุกขึ้นเต็มความสูง ปลายนิ้วแตกลงบนริมฝีปากร่าง เกิดความรู้สึกแสบเล็กๆ เมื่อแผลถูกสัมผัส

“เวลานายอ่อนโยนมันไม่ค่อยถูกจริต” ร่างโปร่งยกไหล่ขึ้นขณะพูด

“เหรอ” ไตรทัศหยิบปืนพกที่เอวขึ้นมาเล็งไปที่ศีรษะร่างบาง “แล้วแบบนี้เป็นยังไง”

“...!” เจ้าของห้องแสร้งแสดงสีหน้าตกใจ ขายาวสาวเท้าเข้าหาคนตัวสูง วางหน้าผากติดกับกระบอกปืนที่ชี้ตรงมา ดวงตาคมมองคนรักด้วยประกายสนุกสนาน

“ยิงสิ”

“...”

“ไม่กล้า?”

ไตรทัศลดกระบอกปืนลง ไอศูรย์แย้มยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าอีกคนไม่กล้ายิงเขา

ใช่ พยัคฆ์ไม่กล้าเป่าหัวราชสีห์หรอก

...แต่ยิงที่อื่นน่ะ ไม่แน่

ปัง!!

กระสุนสีเงินพุ่งเข้ากระแทกท่อนขาใต้กางเกงนอนสีฟ้า ทะลุผิวเนื้อเข้าไปฝังอยู่ข้างใน ไอศูรย์ร่างกระตุก ล้มตัวลงบนพื้นเพราะยืนไม่อยู่ ความเจ็บที่แล่นขึ้นสมองส่งผลให้ดวงตาคมตวัดขึ้นมองไตรทัศด้วยความไม่พอใจ

“เจ็บนะ”

“ก็อยากให้เจ็บ” ไตรทัศยิ้ม ใบหน้าคมเข้มเริ่มคลายอาการเครียดเขม็ง อาจเพราะได้ระบายอารมณ์ไปบ้างแล้ว ความโมโหที่ปะทุออกไปช่วยให้ภูเขาไฟลูกนี้สงบลงพอสมควร

“ถากๆ ก็ได้ จำเป็นต้องยิงโดนขนาดนี้เลย?”

“แค่ถากๆ คนอย่างนายจะสำนึกเหรอไอศูรย์” ไตรทัศยิ้มก่อนจะก้มลงช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้ม เสียงโวยวายจากข้างนอกบอกให้รู้ว่าบรรดาลูกน้องคงมาออกันเต็มไปหมด เสียงปืนเมื่อกี้น่าจะทำให้โกลาหลกันพอดี แรงสั่นจากประตูไม้เนื้อดีบอกว่ามีคนกำลังพยายามพังเข้ามา

ร่างสูงตะโกนห้ามคนข้างนอก บอกว่าแค่ปืนลั่น ไอศูรย์เบ้ปากเมื่อได้ยินข้ออ้างที่อีกคนพูด อย่างนี้เขาเรียกจงใจ มือแกร่งที่กุมบาดแผลบนขาของตัวเองไว้ถูกย้อมไปด้วยเลือด นึกอยากหยิบปืนขึ้นมายิงคนรักคืนสักสามสี่นัด ก็รู้ว่ามันเจ็บยังจะทำ ซาดิสต์ด้วยวิธีแบบนี้ไอศูรย์ไม่ชอบ

“ไปเตรียมรถ” ไตรทัศสั่งพลกับศักดิ์ที่เดินมาหน้าเครียด เมื่อทั้งคู่เห็นว่าเจ้านายตนบาดเจ็บก็รีบกุลีกุจอทำตามคำสั่ง พยัคฆ์หนุ่มอุ้มราชสีห์ลงบันไดไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ

“หายโกรธแล้วเหรอ” เมื่อเห็นอีกคนมีสีหน้าดีขึ้นไอศูรย์ก็เอ่ยถาม

“ยัง”

“ก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมต้องแต่งงาน”

“มีอีกหลายวิธีที่จะจัดการเรื่องนี้”

“ชื่อเสียงที่เสียไปรอเวลาไม่ได้”

“แล้วตอนทำทำไมไม่คิด”

“...”

“...”

“ก็แค่ทำเหมือนที่เคยทำ” ไอศูรย์เถียงทั้งที่รู้ว่าตนนั้นผิดเองที่ไม่รอบคอบ

“ให้ครั้งนี้ครั้งเดียว” ไตรทัศก้มลงมองหน้าอีกคนขณะพูด “ถ้ามีครั้งต่อไป ฉันคงต้องจัดการนาย”

“กล้าทำเหรอ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาอีกแล้ว มาเฟียตระกูลพยัคฆ์มองคนที่กำลังวางตัวดุจราชาด้วยสายตาดุๆ

“ลองดูไหม”

“ไม่เอาหรอก ไม่เห็นน่าสนุก”

“ก็ดี”

“รีบพาไปโรงพยาบาลได้แล้ว เลือดจะหมดตัวแล้วนะ”

“ถ้าตายง่ายๆ ก็ไม่ใช่นายหรอก”

“หึ” ไอศูรย์ยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกพาไปนั่งที่เบาะหลังรถยนต์ ไตรทัศตามเข้ามาก่อนที่ศักดิ์จะออกรถด้วยความรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #32 shin ai2 (@konekoshinai2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:54
    บางทีทัศก็ดูเคะอ่ะ งงเว่อ55555
    #32
    0
  2. #27 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:31
    ไม่รู้ว่าเราซาดิสรึยังไง กลับพอใจที่เฮัยทัศให้บทเรียนแบบฉบับมาเฟียอ่ะ แต่ศูรย์ก็ยังระรื่นเหมือนเดิม เฮ้อ สงสารเฮียทัศอยู่ดีแหละ เมียนิสัยเสีย
    #27
    0
  3. #7 Prang Ssps (@prang9022) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 05:19
    อ๊ายยย รอๆๆๆ ชอบมากๆ
    #7
    0