นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Fic] League of Legend : Life isn't beautiful, but you are. [Smeb/Reignover/Piglet]

โดย ReignOverME

โลกนี้อาจไม่ได้สวยงาม...แต่นายคือสิ่งสวยงามที่สุดสำหรับฉัน [Smeb/Reignover/Piglet]

ยอดวิวรวม

124

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


124

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ย. 60 / 21:54 น.
นิยาย [Fic] League of Legend : Life isn't beautiful, but you are. [Smeb/Reignover/Piglet]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Life isn't beautiful, but you're beautiful




Talk: ฟิคนี้อยากเขียนอะไรที่มันมึนๆมีกลิ่นดราม่าหน่อยๆค่ะ ขอโทษนะพิกกี้ที่จับมาเขียนในฟิคนี้ จริงๆพิกกี้เป็นคนตัลลั้คมากค่ะ ไปดูสตรีมนางได้นะ;w; (คิดว่าพิกเลทสูบบุหรี่นะคะ เห็นจากมีซองมาโบโร่บนโต๊ะ) ตอนนี้ไรท์สับสนนิดหน่อยว่าอ่านว่าอะไรกันแน่ เพราะเป็นตัวอีอึง+สระอึย น่าจะอ่านว่าอึย ซึ่งเมื่อก่อนเห็นพวกมาร์ตินเรียกเรนจ์ว่ายูจินก็คิดว่าเพราะฝรั่งออกเสียงอึยลำบากซะอีก แต่ไปๆมาๆก็ได้ยินฮูนี่เรียกเรนจ์ว่ายูจินเหมือนกันเลยงง หรือเราจะอ่านผิดเรียกผิดมาตลอด555+

     มีคนอ่านได้โปรดคอมเม้นท์เถอะค่ะ//กราบ คือรู้ดีว่าสาวไทยไม่ค่อยดูแข่งลีคอื่นนอกจากLCK(แถมบางคนดูแค่ที่sktแข่งอีกorz'') แต่ไรท์เป็นสายดูหมดทั้งNA+EU LCS, LCK รวมถึงลีคไทย(นี่เพิ่งไปดูสดมา;v;) และเวียดนาม แต่ที่ชอบชิพหนุ่มจากNAเพราะเข้าถึงง่ายอ่ะค่ะ บทสัมภาษณ์ก็เยอะ สกินชิพก็แยะ ดังนั้นถ้ามีคนเข้ามาอ่านสักคน สักคอมเม้นท์ ก็ดีใจแล้วจริงๆค่ะT-T


ปล. ฟิคนี้เริ่มเขียนตอนที่ยังไม่จบรอบกรุ๊ปเสตจ+TLยังไม่ได้ซื้อมิกกี้มาค่ะ ดังนั้นจะมีจุดต่างจากความเป็นจริงหน่อยนะคะ ตรงที่เรนจ์กลับมาเกาหลีตั้งแต่LCKยังไม่จบรอบplay off +ไม่มีการกล่าวถึงมิกกี้ในฟิค

ปลล. เราเขียนฟิคนี้ตอนlckยังแข่งไม่จบ ดังนั้นเรื่องสุดปวดใจที่ว่าktแพ้ssg อดไปเวิร์ล เรา ณ ตอนเขียนฟิคไม่ได้รู้อนาคตค่ะ ฮรือออเสียใจมากๆ เราเชียร์KTสุกหัวใจ เรารักพวกเขาทุกคน ยิ่งอ่านสเตตัสของเม็บแล้วจะร้องไห้เลยค่ะ นางขอโทษที่ตอบแทนแรงเชียร์ของทุกคนไม่ได้T_T
Up date ชีวิตจริงหนุ่มๆในตอนนี้ สำหรับสายเผือก : Piglet = ไปเที่ยวโอซาก้า ไปผับด้วย แฟนออกมาหวงเบาๆ(แฟนพิกกี้สวยมากค่ะ) Reign = อยู่โตเกียว เที่ยววัดอาซาคุสะกับเพื่อนๆ ใส่ยูคาตะด้วย Smeb = พักใจหลังแข่ง


เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ย. 60 / 21:54


Title: Life isn't beautiful, but you're beautiful
Pairing: Piglet x Reignover, Smeb x Reignover 
Talk: ฟิคนี้อยากเขียนอะไรที่มันมึนๆมีกลิ่นดราม่าหน่อยๆค่ะ ขอโทษนะพิกกี้ที่จับมาเขียนในฟิคนี้ จริงๆพิกกี้เป็นคนตัลลั้คมากค่ะ ไปดูสตรีมนางได้นะ;w; (คิดว่าพิกเลทสูบบุหรี่นะคะ เห็นจากมีซองมาโบโร่บนโต๊ะ) ตอนนี้ไรท์สับสนนิดหน่อยว่าอ่านว่าอะไรกันแน่ เพราะเป็นตัวอีอึง+สระอึย น่าจะอ่านว่าอึย ซึ่งเมื่อก่อนเห็นพวกมาร์ตินเรียกเรนจ์ว่ายูจินก็คิดว่าเพราะฝรั่งออกเสียงอึยลำบากซะอีก แต่ไปๆมาๆก็ได้ยินฮูนี่เรียกเรนจ์ว่ายูจินเหมือนกันเลยงง หรือเราจะอ่านผิดเรียกผิดมาตลอด555+


Life isn't beautiful, but you're beautiful 

ชีวิตมันไม่ได้สวยงามหรอก แต่นายคือสิ่งสวยงาม’




     ชีวิตไม่ได้ราบรื่นเลย... ไม่ว่าอะไรที่วาดฝันเอาไว้ก็เหมือนจะพังลงมาหมด
                ผมถอนหายใจขณะที่กระชากหูฟังออก หลังจากจบบทสนทนาที่กลายมาเป็นการทะเลาะกันเสียทุกครั้ง ไม่แน่ใจนักว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พวกเราเริ่มทะเลาะกันแบบนี้ อาจจะตั้งแต่ที่เริ่มตกลงคบกัน
? ไม่สิ... น่าจะตั้งแต่ผลงานของTLแย่ลงเรื่อยๆต่างหาก

                ในงานแข่งAll star ค่ำคืนเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงหัวเราะ กลิ่นหอมหวนของอาหาร และแอลกอฮอล์นิดหน่อย คยองโฮมองผม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายยิ่งกว่าแชงเดอเรียบนเพดานสูง เขาจูบผม... รสชาติที่เมามายพอๆกับความมึนงงกับคำว่ารักที่ได้ยิน และหลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทมาเป็นคนรัก
                มันเหมือนจะดีเมื่อแรกเริ่ม จนกระทั่งผมบินกลับมาที่อเมริกาเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลแข่งขันใหม่ในฐานะผู้เล่นของTeam liquid ส่วนเขายังคงอยู่ที่เกาหลี ในงานแข่งLCK กับทีมที่เป็นดั่งความหวังในการโค่นล้มSKT เขาประสบความสำเร็จ... ในขณะที่ผมไม่ มันเป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่ผมได้สัมผัสความพ่ายแพ้มากกว่าชัยชนะ มันเหมือนย้อนกลับไปในสมัย Incredible Miracle มีเพียงแต่ผมที่ก้าวถอยหลังในขณะที่คนรอบข้างก้าวไปข้างหน้า ทั้งคยองโฮ ฮูนิ หรืออดีตเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ และคงเพราะความเครียดและความผิดหวังต่างๆ ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดที่จะต้องคุยกับคยองโฮในทุกวัน การเห็นเขาที่ประสบความสำเร็จยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของตัวเอง มันงี่เง่าผมรู้ดี แต่มันคือความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ ผมเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ผมไม่ชอบความพ่ายแพ้ และกลัวยิ่งกว่าที่ตัวเองจะยิ่งจมดิ่งลงในขณะที่คนอื่นอยู่ห่างออกไปทุกที...

"ช่วงนี้นายดูเครียดนะ"

ผมหันหน้าไปมองคนพูด กวางจินนอนอยู่ข้างๆผม เป็นเรื่องปกติที่ผมกับเขาหรือเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆจะนอนเกลือกอยู่บนเตียงเวลาว่างจากการซ้อม

"ดูจากผลงานที่เราทำแล้วก็ไม่เครียดไม่ได้หรอก"ผมตอบเขา "นี่กวางจิน นายอยู่ลิควิทมาสามปี ไม่เคยคิดย้ายบ้างหรอ ฉันหมายถึง ทีมมันก็ดี แต่สำหรับนายคงหาทีมอื่นที่อยู่ตารางบนๆได้ไม่ยาก"

"ไม่รู้สิ"เอดีแครี่ว่า ดวงตายังคงไม่ละไปจากหน้าจอโทรศัพท์ "ฉันออกจากSKTได้ไม่สวยนัก และนายก็รู้ ภาษาฉันไม่ได้ดีเหมือนนาย บางทีการอยู่กับทีมที่คุ้นเคยก็ทำให้สบายใจกว่าย้ายทีมอีก"

"อึยจิน นายคิดรึป่าวว่าเราทำมันให้ดีขึ้นได้"

ผมเงียบไปสักพักเมื่อได้ยินคำถามนี้ ใช่... ผมปฏิเสทไม่ได้ว่าผมย้ายทีมมาพร้อมกับความหวัง ผมเป็นผู้เล่นMVPของซีซั่นที่แล้ว นั่นทำให้ผมนึกลำพองว่าสามารถพาTLไปอยู่ลำดับต้นของตารางได้ แต่ก็นั่นแหละ... ผมคิดผิด

"การย้ายมาTLทำให้ฉันรู้บางอย่าง"ผมเอ่ย "ที่จริงฉันอาจไม่ได้เป็นอะไรนอกจากGame overก็ได้ ความสำเร็จที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมทั้งนั้น และฉันก็แค่เล่นโดยพึ่งพาพวกเขามาตลอด"

"หมายความว่าพวกฉันมันพึ่งพาไม่ได้งั้นสิ?"กวางจินหยอก ซึ่งผมก็หัวเราะ "โดยเฉพาะนายนะ มิดเลน"ผมล้อเขาที่ลงเล่นตำแหน่งมิดเลนเมื่อปลายSpring split ที่ผ่านมา

"เฮ้ย อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำให้ทีมตกชั้นนะ"Pigletว่า พวกเราหัวเราะกันครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"นายคิดมากไป อึยจิน"เขาหันมาหาผม "พอแพ้บ่อยเข้านายก็เริ่มไม่กล้าเล่น คิดเยอะไม่ได้ทำให้เล่นดีขึ้นหรอกนะ มันทำให้จังหวะเดินเกมของนายไม่คม ฉันรู้ว่าTLทำให้นายผิดหวังเมื่อเทียบกับFNCหรือIMT แต่นายต้องเชื่อในตัวเพื่อนร่วมทีม เชื่อในฉัน และตัวนายเองด้วย"

ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รับฟังสิ่งที่เขาพูด กวางจินอายุมากกว่าผม เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากกว่า เขาเคยเล่นให้ทีมที่ดีที่สุดในโลกอย่างSKT และการที่ชนะWorld championship ทำให้เขาเคยได้ชื่อว่าเป็นADCที่เก่งกาจที่สุดในโลกเช่นกัน

"แล้วนายเชื่อในตัวฉันมั้ย"ผมถาม ตำแหน่งป่าคือตำแหน่งที่ทุกเลนฝากความหวังไว้ว่าจะนำพาความได้เปรียบมาสู่ทีมในช่วงเลนนิ่งเฟท และที่ผมกลัวมากที่สุดคือการเดินเกมไม่ออก การที่ทำให้เพื่อนต้องแพ้เลนและเสียออปเจ็คทีฟไปคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า

"เชื่อสิ"เขาตอบ แทบจะในทันที "นายเก่งกว่าที่ตัวเองคิด และถ้าหากเราแพ้ มันก็ไม่ใช่เพราะนาย เกมมันเล่นเป็นทีม นายไม่จำเป็นต้องคิดมากไปหรอก"

ผมมองเขา ผู้เล่นเกาหลีอีกคนในทีม ผมเคยคุ้นชินกับผู้เล่นเกาหลีอีกคนที่ร่วมทีมกันมา ฮูนิ... การไม่มีเขาอยู่ส่งผลต่อการเล่นของผม หลายต่อหลายครั้งที่ผมรู้สึกแย่เมื่อต้องเล่นในทีมที่ไม่มีเขาอยู่ โดยเฉพาะเมื่อพ่ายแพ้ มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากเขายังอยู่ข้างๆผม ตอนนี้TLอาจจะอยู่บนทอปสามใช่มั้ย

แต่ความจริงก็คือตอนนี้ฮูนิอยู่ห่างจากผมไปเป็นล้านไมล์ ผมควรเลิกคิดถึงเขา และใส่ใจกับเพื่อนร่วมทีมปัจจุบันให้มากกว่านี้

ผมเอื้อมมือไปแตะผมของPigletเบาๆ คล้ายติดนิสัยมาตั้งแต่สมัยFNC ผมชอบที่จะลูบผมคนอื่น เช่นเดียวกับที่เวลามีใครสักคนลูบหัวผม มันทำให้รู้สึกอบอุ่น เหมือนได้รับการปลอบโยนอย่างไรอย่างนั้น

"ขอบคุณที่เชื่อในตัวฉัน"ผมยิ้มให้เขา การที่มีคนไว้ใจเป็นความรู้สึกที่พิเศษ เหมือนที่ฮูนิไว้ใจผม ที่มาร์ติน โบรา

เฟบิเว่น ยูจีน เทอร์เทิล และเอเดรียนไว้ใจ มันทำให้ผมกล้าที่จะเล่น เพราะเมื่อพวกเขาเชื่อใจผม ทุกครั้งที่ผมเข้าไปแก๊งหรือเปิด พวกเขาก็จะตามเข้ามา เช่นเดียวกับที่ผมเชื่อใจเพื่อนร่วมทีมว่าพวกเขาจะต้องทำมันได้

พวกเราสบตากันอยู่เช่นนั้น และผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าเราอยู่ใกล้กันอย่างน่าอันตราย

ผมรู้สึกถึงลมหายใจ ผมมองเห็นประกายตาที่อ่านไม่ออกอยู่หลังเลนส์แว่นของเขา มันเป็นบรรยากาศที่น่าประหลาด จนกระทั่งผมได้ยินเขาพูดขึ้นมาว่า

"Can I... kiss you?" เขาถาม ด้วยภาษาอังกฤษซึ่งเขาไม่เคยใช้เวลาที่พูดกับผม

"No" ผมตอบ ในสิ่งที่ควรจะตอบ แต่ท่ามกลางความรู้สึกที่แปลกประหลาดเหล่านั้น ผมกลับพบว่าตัวเองไม่ได้ขยับหนีเมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้กว่าเดิม

"Yes... but i'll"

ลมหายใจของเขาวนเวียนอยู่ที่สันจมูกของผม ใกล้เข้ามา... จนในที่สุด เขาจูบผม

ผมแปลกใจที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรเมื่อเขาทำเช่นนั้น ในทางตรงกันข้าม ผมจูบตอบเขาเสียด้วยซ้ำ มันไม่สมควรเลย ไม่เลย แต่ท่ามกลางความเครียดกังวลทั้งหมดทั้งปวงที่ผมเผชิญมาตลอดปีีนี้ มีเขาที่อยู่ข้างๆ พบเจอกับความพ่ายแพ้แบบเดียวกัน ความผิดหวังแบบเดียวกัน คำพูดและสัมผัสของกวางจินเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกปลอบโยนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยากเหลือเกินที่มนุษย์เราจะปฏิเสทมันในช่วงเวลาที่ต้องการใครสักคนแบบนี้

เรียวปากของเราผละออกจากกัน ทิ้งไว้เพียงสัมผัสอันเจือจางติดอยู่ตรงปลายลิ้นและกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ น่าจะเป็นมาร์โบโรเรด หรืออะไรสักอย่างที่เขาสูบ ผมแตะลงบนใบหน้าของเขา ลูบไปตามเค้าโครงกระดูก ในหัวนึกถึงคนอีกคน

"I have a boyfriend, you know?"

เอดีแคร์รี่จับมือที่กำลังลูบหน้าของตนไว้ บอกไม่ถูกว่าความรู้สึกในอกตอนนี้คืออะไรระหว่างความเจ็บปวดอันบางเบาหรือที่จริงแค่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

"I know"เขาตอบ ดวงตายังคงจับจ้องอีกฝ่าย อึยจินเป็นคนที่ให้ความรู้สึกพิเศษแม้เพียงแค่ได้มอง โดยเฉพราะรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนไปถึงหัวใจ เสียแต่เขาได้เห็นมันน้อยลงเต็มที

มันคือรักหรือ? ไม่ แน่นอนว่าไม่ใช่ อาจจะเป็นเพราะความเหงา หรือความเศร้าในดวงตาคู่นี้ที่ทำให้เขาอยากสัมผัส อยากโอบกอด ทำสิ่งใดก็ตามที่จะพรากเอาแววตาแบบนั้นไปจากใบหน้าอมทุกข์ดวงนี้ได้

"I don't have feeling for you" Reignoverพูด ซึ่งเขาก็ตอบกลับด้วยคำเดิม

"I know"

และตามด้วยรอยจูบ... อีกครั้งและอีกครั้ง

"We'll guilty about what we do"

เสียงนั้นสั่นพร่า เจือด้วยอาการหอบหายใจ แต่มันก็เหมือนสิ่งที่จมลงไปใต้มหาสมุทร... ต่อให้ทำอย่างไร ในตอนนี้พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้ตัวเองจมลงไป ลึกขึ้น และลึกขึ้น

"I know"

***************

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงช่วงปลายซีซั่น ชัยชนะของTLยังคงหาได้ยาก แต่อย่างน้อยเราก็สู้ได้มากขึ้น เราแพ้2-1บ้าง หรือ2-0บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่การแพ้แบบขาดลอย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเราเชื่อใจกันมากขึ้น และส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเราเริ่มเล่นโดยมีสมาชิคแบบ10 man roster ซึ่งนั่นหมายถึงการมีตัวสำรองถึง5คนในการเปลี่ยนเข้าออกเพื่อให้เข้ากับแผนการเล่น

TLอาจไม่มีชัยชนะมากเท่ากับทีมอื่นๆ แต่TLมีเงิน นั้นคือสิ่งที่ผู้คนในอินเทอร์เน็ทพูดกัน ซึ่งมันก็เป็นตลกร้ายที่ไม่รู้จะหัวเราะดีหรือเปล่า

ผมไม่ได้คุยกับคยองโฮ บางครั้งผมก็เลือกที่จะไม่รับสายเขาหรือตัดบทสนทนาไปอย่างรวดเร็ว น่าแปลกที่ผมไม่ได้คิดถึงเขามากนัก หรืออันที่จริง ผมอาจแค่ไม่อยากคิดถึงเขาก็เป็นได้

ผมพลิกตัว ซบหน้าเข้ากับคนที่นอนอยู่ข้างๆ

ตลอดมาผมไม่คิดเลยว่าตัวเองจะคบกับผู้ชายด้วยกันได้ถึงขั้นกอดจูบหรือมีเซ็กส์ และตลกร้ายยิ่งกว่าข่าวเงินทุนมหาศาลของTLคือผู้ชายคนแรกที่ผมนอนด้วยไม่ใช่แม้แต่คนรักด้วยซ้ำ

"We should stop doing this"ผมกระซิบแผ่ว จำไม่ได้แล้วว่าผมพูดประโยคนี้ไปกี่รอบ แต่ที่แน่ๆคือมันไม่เคยหยุด เราไม่เคยหยุด

กวางจินลืมตาขึ้นมองผม เหมือนทุกครั้งที่เราเริ่มพูดถีงเรื่องนี้

"ya"

เขาตอบในลำคออย่างไม่ใส่ใจนัก เป็นเพียงการตอบรับส่งๆไปเท่านั้น แต่ครั้งนี้ผมตัดสินใจจะไม่ปล่อยมันไป

"Let's be serious"ผมตบแก้มเขาเบาๆ "We must stop, I mean we have to"

"Why?"เขาถาม ปกติกวางจินไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ แม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมทีมต่างชาติ มีเพียงแต่ตอนที่เราทำเรื่องแบบนี้ด้วยกันเท่านั่นที่ผมและเขาจะคุยกันด้วยภาษาอังกฤษ เพราะมันช่วยทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนอื่น ผมไม่ใช่คิมอึยจินและเขาไม่ใช่เชวกวางจิน ซึ่งมันทำให้ความรู้สึกผิดหรือละอายใจนั้นลดน้อยลง

"Because it hurt as fuc-k... my heart really hurt"ผมหลับตาลง เพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เซ็กส์คือความสุขฉาบฉวยที่ตามมาด้วยความปวดใจมหาศาล มันรู้สึกดีที่มีใครสักคนต้องการ ใครสักคนคอยกอดเราไว้ แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ ต้องไม่ใช่กับเขา...

"Are we lover? of course not. close friend? I don't think so. We just like... drunk, that why we have to stop"

ผมมองเขา ผมไม่ได้รู้จักกวางจินมากพอจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ผมจูบปลายคางของเขาเบาๆ สาบานกับตัวเองว่าครั้งนี้เป็นหนสุดท้ายแล้วจริงๆ

"If you don't dating Kyungho, can you going out with me?"

"Are you kidding?"ผมหัวเราะ ถึงแม้ว่าผมกับPigletจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเขาไม่ได้ชอบผมขนาดนั้น

"It's not even love bro, between you and me"

ผมพลิกตัวมานอนตรง จ้องมองไปยังฝ้าเพดานที่มองเห็นรำไรใต้แสงสลัว ใต้ผ้าห่มนั้นเรายังคงจับมือกันเอาไว้ และเป็นผมที่คลายมือออกก่อน

"The dawn is coming. It's time to wake up, both of us"

และตามด้วยมือของเขาที่ปล่อยผมไป...

************

ฤดูกาลของการแข่งขันจบลง ผมไม่ได้ไปเล่นต่อในรอบPlay offเพื่อหาทีมที่ไปWorld championship ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปวดใจจนไม่อยากนึกว่า ครั้งหนึ่งผมเคยไปเหยียบที่นั่น ในฐานะfirst seat ที่ถล่มEUด้วยสีส้มของFNC ทั้งยังไปได้ไกลถึงSemi final เมื่อเปรียบเทียบกับปีนี้แล้ว มันต่างกันมากจริงๆ

ผมเตรียมเก็บของเพื่อกลับไปหาครอบครัวที่เกาหลี มันเป็นปีที่เคร่งเครียดและยาวนาน การได้กลับไปพักที่บ้่านคือสิ่งดีที่สุดเท่าที่จะนึกขึ้นได้ในตอนนี้

ในระหว่างรอวันเดินทางนั้นเป็นช่วงที่ว่างและผมเบื่อเกินกว่าที่จะอยู่ในบ้านและขี้้เกียจเกินกว่าที่จะสตรีม การออกไปเดินเล่นหรือหาซื้อของฝากกลับไปให้แม่และน้องคงไม่เลวนัก ผมเดินออกจากGaming houseซึ่งยังไม่แน่ใจว่าในปีหน้าผมจะกลับมาอยู่ที่นี่อีกมั้ย ผมเซ็นสัญญากับTLไว้เพียงปีเดียว และจากผลงานที่ออกมา พูดตามตรงว่าเป็นเรื่องลำบากใจหากว่าจะอยู่ต่อ

เมื่อก้าวพ้นประตูออกไป ภาพที่เห็นทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน

ใครบางคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ที่สุด... กลับยืนอยู่ข้างหน้าผมในตอนนี้

"คยองโฮ"

"ไง ไม่เจอกันนานนะ"Smebยิ้มแกนๆ ทักทายในประโยคที่เขามักพูดกับผมเมื่อพบกัน ไม่ได้เจอกันนาน... เพราะสามปีที่ผ่านมาเราอยู่ห่างกันนับล้านไมล์

"กะว่าจะโทรหาอยู่หรอก แต่กลัวโดนนายไล่ซะก่อนเลยมาดักรอตรงนี้"

ได้ยินเขาพูดแล้วผมก็ถอนหายใจออกมา แต่ผมก็ชินแล้วกับนิสัยเด็กๆเป็นบางครั้งของSmeb

"เจ้าโง่ ถ้ารอทั้งวันแล้วฉันไม่ออกมาจะทำยังไง หือ"

"ไว้ถึงตอนนั้นค่อยหาทางงัดหน้าต่างห้องนายละกัน"

ผมหัวเราะให้กับคำตอบสมเป็นเจ้าตัว แล้วเดินนำเขาไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก พวกเรานั่งลงที่ม้านั่งซึ่งหันหน้าเข้าหาสระน้ำ และผมก็ถามถึงเรื่องสำคัญที่สุด

"นายมาทำอะไรที่นี่คยองโฮ ไม่ใช่ต้องซ้อมแข่งหรอ"

"ก็ต้องซ้อมนั่นแหละ แต่งดสักวันสองวันคงไม่มีปัญหา"Smebตอบ และมันช่วยไม่ได้จริงๆที่ผมจะรู้สึกอิจฉา คยองโฮและผมเริ่มต้นอาชีพโปรเพลย์เยอร์ในปีเดียวกัน เข้าร่วมWorld championshipครั้งแรกในปีเดียวกัน และต่อมาอีกสองปี ในขณะที่ผมไม่สามารถคว้าตั๋วไปแข่งเวิร์ลได้ แต่คยองโฮกลับทำได้อีกครั้ง และอีกครั้ง

ถ้าหากว่าผมได้รับสิทธิ์ไปแข่ง ผมจะไม่มีวันทิ้งการซ้อมแล้วบินข้ามทวีปมาอย่างนี้หรอก

หากแต่ความอิจฉากและโกรธเคืองนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผมได้ยินประโยคถัดมา

"ฉันรู้ว่านายต้องโกรธที่ฉันทำเหมือนการไปแข่งเวิร์ลเป็นเรื่องเล่นๆ แต่นายคิดผิด ฉันจริงจังกับการแข่งเสมอ แต่เมื่อเทียบกับเรื่องของนาย... บางทีแม้แต่การไปเวิร์ลยังกลายเป็นเรื่องเล็กไปได้เลย"

"คยองโฮ..."

ทอปเลนวัยยี่สิบสองเบือนสายตาจากผิวน้ำมายังคนข้างกาย มุมปากขยับเป็นรอยยิ้ม

"แต่ฉันรู้นะว่าถ้าสลับฉันเป็นนายที่ได้ไปWCS นายไม่มีทางบินข้ามโลกมาหาฉันหรอก เพราะนายขี้เกียจเกินไป เรื่องที่ฉันเห็นว่านายขยันก็มีแต่LOLกับหว่านเสน่ห์ใส่คนอื่นนั่นแหละ"

การที่รู้จักกันมานานทำให้ไม่ว่าจะเดาอะไรก็ถูกต้องไปหมด ผมจึงไม่มีอะไรจะแก้ตัว ได้เพียงแต่ยกมือขึ้นยอมแพ้

"โอเค นายชนะ"ผมว่า "แล้วตกลงนายมาทำอะไรกันแน่ คงไม่ได้มาเพื่อเดาความคิดฉันหรอกนะ"

"ก็ไม่เชิง"ซองคยองโฮพูด "ฉันแค่อยากมาดูให้แน่ใจ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีสมาธิแข่งแน่ๆ"

เขามองใบหน้าของReignover วันนี้อีกฝ่ายไม่ได้ใส่แว่น มองผิวขาวจัดและเส้นผมที่ปรกลงบนคิ้ว

"ให้ตายเถอะ ทำไมเจอกันอีกทีแต่ละครั้งนายต้องหล่อขึ้นตลอด"

แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาหวงได้ยังไงกัน...

เรื่องหน้าตาก็ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับลักษณะนิสัยเหมือนแมวขี้เกียจแต่ก็ดันมีรอยยิ้มอ่อนโยนและความเอาใจใส่ผู้อื่น ทำให้เขานั้น "cute as fuck" จริงๆอย่างที่เจ้าตัวเคยพูดเล่นเอาไว้ในmic checkของIMT

"ถ้านายมาเพื่อพูดแค่นี้ก็เชิญไสหัวกลับเกาหลีไปเลย"อึยจินพูดพร้อมเหล่ตามองคนข้างๆซึ่งกำลังลูบท้ายทอยไปมา

"ใจร้ายเป็นบ้าเลย นี่แฟนนะ"

และนั่นทำให้Reignoverชะงักไปเมื่อได้ยิน ใช่... บางครั้งก็ลืมไปว่าสถานะของพวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทอีกแล้ว และตามมาด้วยความรู้สึกผิดอันน่าปวดใจ

เขาทำผิดต่อคยองโฮ... ผิดแบบที่ไม่น่าให้อภัย...

"คยองโฮ... ฉันมีเรื่องต้องบอกนาย"ผมตัดสินใจพูดขึ้น สิ่งที่ผมทำมันน่าละอายใจ และคงรู้สึกแย่ยิ่งกว่าหากต้องปิดบังเขา ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเล่าให้เขาฟัง เรื่องของผมและกวางจิน...

"ฉันทำผิดต่อนาย"ผมพูดเมื่อเล่าจบ "ผิดมากถึงขั้นที่ว่าฉันไม่กล้าขอให้นายยกโทษให้ด้วยซ้ำ"

ผมลอบมองเสี้ยวหน้าของSmeb น่าแปลกที่เขายังคงดูสงบ เพราะผมเตรียมใจไว้แล้วว่าเขาจะต้องโวยวาย จะต้องด่าว่าผม การที่เขานิ่งอย่างนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายขึ้นไปอีก

ความเงียบที่น่าอึดอัดทิ้งตัวลงมา ผมไม่กล้าพูดอะไรในเมื่อเขายังคงไม่ปริปาก จึงได้แต่ละสายตาจากเขาไปยังผิวน้ำอีกครั้ง จ้องมองประกายแสบวิบวับจากแสงแดดที่สาดกระทบลงมา

"ฉันรู้ว่าสักวันมันต้องเกิดขึ้น"

หลังจากความเงียบกว่าห้านาที ในที่สุด คยองโฮก็ทำลายมันลง

"ทำไมมองฉันอย่างนั้น?"เขายิ้มออกมา ด้วยรอยยิ้มที่เจ็บปวดเสียจนผมแทบทนดูไม่ได้

"นายคิดว่าฉันโง่แค่ไหนกันอึยจิน นายไม่รู้หรอกว่าฉันกลัวมากแค่ไหน... นายเป็นคนมีเสน่ห์ และยังใจอ่อน ชอบคิดมาก ชอบให้คนปลอบ ฉันรู้ดีที่สุด และรู้มาตลอดว่าหากฉันห่างจากนาย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็จะต้องเสียนายไปอย่างแน่นอน"ซองคยองโฮกล่าว จังหวะพูดของเขาเนิ่บช้า เพราะมันยากเหลือเกินที่จะเค้นคำพูดขึ้นมาจากลำคออันแห้งผาก

"ที่เยอรมัน ฉันเกือบเสียนายให้มาร์ติน ที่IMTก็แม่สาวเสริฟนั่น เพราะอย่างนั้นในงานAll star ฉันเลยได้ตัดสินใจบอกนาย...ความรู้สึกของฉัน เพราะฉันหวังว่ามันจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น และหัวใจของนายจะได้อยู่กับฉันตลอดไป” เขาพูดต่อไป ดวงตาใต้เลนส์แว่นปิดลง หัวใจเจ็บแปลบ และมันต้องใช้ความพยายามมากเหลือเกินในการรวบรวมคำพูดออกมาให้เป็นประโยค

แต่แล้วที่TL กับกวางจิน... อันที่จริงฉันไม่แปลกใจนะ กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับนาย ฉันไม่ได้อยู่ข้างๆ แต่กลับเป็นหมอนั่น... ดังนั้นฉันเข้าใจ แต่ว่า...”

เขาหันมามองผม มันเป็นชั่วขณะที่ผมถึงกับลืมแม้กระทั่งวิธีการหายใจ ลึกๆแล้วผมกลัว... กลัวในสิ่งที่เขากำลังจะบอก เขาคงจะบอกเลิกผม นั่นไม่เป็นไร แต่ถ้าหากว่าเขาหายไปจากชีวิตของผมล่ะก็... ผมนึกถึงชีวิตที่ไม่มีเขาไม่ออก เขาเป็นเพื่อนของผม เพื่อนสนิทที่สุดเท่าที่ผมเคยมี...

นึกรังเกียจตัวเองชะมัด ทั้งๆที่ทำผิดต่อเขา แต่ก็ยังคงไม่อยากเสียเขาไป...

ฉันรับไม่ได้ว่ะ”คยองโฮพูดขึ้นในที่สุด เขาถอนหายใจออกมา ดวงตาแสบร้อนจวนเจียนจะร้องไห้ “ฉันรักนายมาก อึยจิน มากกว่าที่นายจะนึกถึง ฉันรักนายมากกว่าที่นายรักฉัน และนั่นแหละที่แม่-งโคตรเจ็บปวด”

คยองโฮ...”

ผมพูดอะไรไม่ออก ผมไม่มีสิทธิ์เลย เรื่องของความรู้สึกนั้นเอาอะไรมาวัดไม่ได้ แต่ก็อาจจริงของเขา ผมไม่ได้รักเขามากเท่ากับที่เขารักผม...

ฉันผิด ผิดแบบไม่มีอะไรจะแก้ตัวเลย ฉันเข้าใจถ้าเราจะเลิก-”

ไม่”ประโยคที่ผมยังพูดไม่จบกลับถูกขัดขึ้นด้วยคำๆนี้ “เลิกกันหรอ? ไม่หรอก ฉันพยายามแทบตายกว่าจะกล้าบอกรักนาย แน่ล่ะว่าฉันโกรธ แต่ฉันกลัวการที่จะไม่ได้มองตานาย พูดกับนายแบบนี้มากกว่า”Smebพูด เขากรอกตาขึ้นฟ้า บังคับไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

น่าสมเพชมากเลยใช่มั้ย หลังจากที่รู้เรื่องบัดซบพวกนี้ แต่ฉันก็ยังคงร้องขอความรักจากนายอยู่ดี... นายรักฉันบ้างมั้ยอึยจิน”

รักสิ”ผมตอบไปในทันที และไม่ต้องเสียเวลาคิด ผมแตะเส้นผมของเขาเบาๆด้วยความขาดกลัว ผมกลัวที่จะเห็นน้ำตาของเขา คนที่ผมรู้จักมานานซึ่งมีรอยยิ้มร่าเริงเสมอ ผมไม่เคยเห็นคยองโฮร้องไห้ และยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะร้องไห้เพราะผม

แต่มันมีไม่กี่เรื่องที่ฉันกลัว... ฉันฝัน รู้มั้ย”ผมพูดขึ้น เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเสียงสั่นแค่นั้น “มันเป็นใต้ทะเลที่มืดมาก และฉันกำลังมองไปยังแสงสว่างด้านบน แต่ต่อให้พยายามออกแรงว่ายขึ้นไปแค่ไหน แต่ฉันก็ยังคงจมลงเรื่อยๆอยู่ดี”

มันเป็นฝันที่ผมไม่อยากให้มันเป็นจริงที่สุด มันสมจริงกระทั่งความหนาวเย็นของสายน้ำ อากาศที่หมดไปจากปอด และแสงสว่างที่ห่างไกลออกไปทุกที

นายอยู่สูงขึ้นไปทุกที คยองโฮ บนแสงสว่างนั้นมีนาย มีฮูนิ มีวังโฮ...”ผมพูดออกมาชื่อหนึ่ง ฮันวังโฮ ถึงแม้ผมจะรู้ดีว่าSmebกับวังโฮไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าอดีตเพื่อนร่วมทีม กระทั่งเพื่อนสนิทก็ไม่ใช่ แต่มีแฟนคลับบางคนที่บอกว่าสองคนนี้ดูเหมาะกัน ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสทเลย พวกเขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพโปรเพลย์เยอร์ ในขณะที่ผมไม่ใช่...

ฉันกลัวว่าสักวันฉันจะจมลงไปจนถึงจุดที่มองไม่เห็นนายอีกต่อไป เพราะอย่างนั้นฉันจึงไม่กล้ารักนาย คยองโฮ ฉันกลัวว่าถ้าหากฉันรักนายมากขึ้น มากขึ้น และท้ายที่สุดแล้วถ้าเหลือแค่ฉันที่อยู่ใต้ทะเลนั่น การที่ฉันรักนายมากมันจะทำให้ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าหากไม่มีนาย”

อึยจิน”Smebมองมาที่ผม เขายกมือขึ้นจับมือของผมที่แตะอยู่บนหน้าของเขาเอาไว้ มันสั่นจนผมรู้สึกได้ “ไม่ว่าบนนั้นจะมีใครบ้าง แต่คนที่ฉันแคร์มีแต่นาย”เขาพูด ด้วยเสียงที่สั่นไม่แพ้กัน “นายไม่จำเป็นต้องกลัวเลย ฉันรักนายมากพอที่จะกระโดดลงมาจากบนนั้น”

คยองโฮพูด ณ วินาทีนั้นผมรู้สึกชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆว่าเขารักผมมากเหลือเกิน และตัวผมนั้นเลวร้ายยิ่งนัก ทั้งๆที่เขารักผมมากขนาดนี้ แต่ผมกลับกลัวที่จะรักเขาด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี ทั้งยังทำผิดต่อเขา ทำร้ายความรู้สึกของเขา

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันละอายใจ”ผมพูด “จะให้ทำยังไงดี”

อยู่กับฉัน”ทอปเลนตอบ “นายไม่ต้องกลับไปเล่นในลีคเกาหลีก็ได้ถ้านายไม่ต้องการ แต่แค่ใจของนาย อยู่กับฉันจะได้มั้ย”

ทำไมนายถึงได้เป็นอย่างนี้นะ”ผมถอนหายใจให้กับคำขอที่มักน้อยที่สุดของเขา “อย่าปล่อยให้ฉันเอาเปรียบนายแบบนี้ได้มั้ยคยองโฮ”

ก็ถ้ามันจะทำให้นายสงสารฉันบ้างล่ะก็นะ”ทอปเลนเนอร์หัวเราะฝืนๆ เขากุมมือผมเอาไว้แน่นเสียจนรู้สึกเจ็บ แต่ผมก็ยังคงปล่อยให้เขาจับอยู่เช่นนั้น

ขอโทษนะ”ผมพูด “สำหรับทุกๆอย่าง”

มันเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับนาย ฉันเข้าใจ”Smebว่า “พูดแบบนี้แล้วดูเป็นพระเอกมั้ย”

ไม่ดูเหมือนล่ะ แต่นายเป็น”ผมหัวเราะเบาๆ ดูภายนอกเหมือนทุกอย่างจะเคลียร์แล้ว แต่อันที่จริงไม่ใช่เลย ทั้งผมและเขาต่างรู้ดีว่าทุกสิ่งไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม และก็มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อใจที่เขามีต่อผมให้กลับมาได้

แล้วตกลงนายมาอเมริกาทำไม หือ”ผมถามถึงจุดประสงค์หลักของบทสนทนาในตอนแรกซึ่งถูกลืมไปโดยสิ้นเชิง

แค่อยากมาดูว่านายโอเคน่ะ เพราะเวลาคอลคุยกันแล้วชวนทะเลาะตลอด ก็เลยคิดว่ามาหานายเลยดีกว่า”

เป็นอีกครั้งที่คำตอบของเขาทำให้ผมจุกในอก บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดหนอพระเจ้าถึงได้ส่งคนดีๆอย่างเขามาชอบผมได้ มันเป็นเพราะผมมีบุญหรือเขามีบาปกันแน่นะ

ฉันทำตัวแย่มากจริงๆนั่นแหละ...”ผมยอมรับ ไม่มีอะไรให้เถียงหรือแก้ตัวทั้งสิ้น

ฉันคิดเสมอว่า...”คยองโฮพูด เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่ิอสบตากับผม “ชีวิตมันไม่ได้สวยงามไปซะทุกเรื่องหรอก"

ดวงตาของเขาแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตา มีเพียงแต่ความปวดร้าวปะปนไปกับความห่วงหาในยามที่พูดประโยคถัดมา "ถึงแม้ชีวิตมันไม่ได้สวยงาม... แต่ว่านายคือสิ่งสวยงามที่สุดสำหรับฉัน อึยจิน"

หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ผมค่อยๆเอนหัวลงซบไหล่ของเขา ดวงตาจ้องมองไปยังทิวทัศน์ที่พร่ามัวลงทุกที

ผมร้องไห้ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่มีเขาอยู่ข้างๆ ที่ได้เป็นคนที่เขารัก

และเราก็นั่งอยู่เช่นนั้นจวบจนตะวันลับฟ้า ไม่มีคำพูดและไม่มีคำถาม แต่บางทีแค่มือที่จับกันไว้ก็แทนคำพูดนับล้านคำ

ผมรักเขา... และผมจะไม่ทำให้เขาผิดหวังอีก ต่อให้สักวันเขาจะทิ้งผมไว้คนเดียวใต้ทะเลที่มืดมิดก็ตาม

แต่แน่นอน... ผมรู้ว่าเขาไม่มีวันทำแบบนั้น เพราะมือของเขาจับผมไว้แน่น เช่นเดียวกับผมที่จะไม่มีวันปล่อยมือจากเขาอีกแล้ว....

ถ้าหากความรักของเขาทำให้เขายอมกระโดดลงมาจากฟ้า ความรักของผมก็คือการสู้เพื่อให้ได้ขึ้นไปอยู่เคียงข้างเขาเช่นกัน

=END=


ผลงานอื่นๆ ของ ReignOverME

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 MiMos
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 07:46

    หืออ ทำไมเพิ่งมาเจอฟิคดีๆแบบนี้ เรื่องนี้สนุกๆมากๆเลยค่ะ ชอบการบรรยายความรู้สึกของตัวละครมันทำให้เราอินตาม ร้องไห้เลยค่ะ มันทั้งเศร้า หน่วง แต่ก็มีความสุข ตอนท้าย คือครบรสมากค่ะ



    ปล.ไม่รู้ว่าไรท์จะมาเห็นคอมเม้นไหม แต่เราชอบฟิคSmebx Reginover ที่ไรท์เขียนทุกเรื่องเลยนะคะ ฟิคของไรท์คือThe best ในใจเราในบรรดาของทุกคน ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ

    #3
    0
  2. #2 Ewell (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 04:21
    ชอบความรู้สึกขมๆแบบนี้จัง แต่ถึงพี่เมปจะออร่าพระเอกขนาดนี้ แต่เราก็ปันใจให้พิกกี้เหมือนกันอ่ะ มันอึนๆหน่วงๆดี โดยส่วนตัวชอบแนวดราม่า จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ //เรื่องนี้ทำให้เราโดดลงเรืออย่างรวดเร็ว อันความใจง่ายของฉันนี้????
    #2
    1
    • #2-1 MyDearGackt(จากตอนที่ 1)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:39
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า คอมเม้นคือสิ่งสำคัญมากๆที่ทำให้เราเขียนฟิคlolต่อค่ะ กลัวสุดๆคือไม่มีคนอ่าน 55
      #2-1
  3. #1 Himeiko ;w; (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 19:55
    เรื่องชื่อ Reignover เราจำได้ตอนเรียนเกาหลีลางๆว่ามันมีข้อยกเว้นคำนี้ให้อ่านเป็นยูได้นะคะ ฮรือออ จะผิดมั๊ยถ้าบอกชอบอารมณ์เหงาๆของคู่ Piglet x Reignover มากกว่า มันดูลึกซึ้งแบบบอกไม่ถูก ดีใจที่มีคนแต่งคู่นี้
    #1
    1
    • #1-1 MyDearGackt(จากตอนที่ 1)
      19 สิงหาคม 2560 / 20:02
      ขอบคุณค่าา เราเรียนเกาหลีได้นิดเดียวเอง ไว้ศึกษาเพิ่ม:3
      ดีใจมากค่ะที่มีคนอ่าน ดีใจจริงๆฮรืออ
      #1-1